รับเหมาก่อสร้าง ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด

รับเหมาก่อสร้าง  ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด

แชร์

รับเหมาก่อสร้าง ตึกสูง อาคารพาณิชย? รับเหมาก่อสร้าง ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด

Photos 06/02/2016

!! คมนาคม ยืนยัน โครงการรถไฟไทย-จีน ยังมีอยู่แน่นอน !!

ยืนยัน โครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ยังมีอยู่แน่นอน เพียงแต่อาจจะชะลอการสร้างช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด เพราะความต้องการใช้ยังไม่ถึงเป้า เตรียมหารือร่วมจีนในเดือนนี้

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2559) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงประเด็นการหารือเรื่องเส้นทางรถไฟเศรษฐกิจด้านใต้ กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบัง จากการประชุมร่วมกับตัวแทนกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ที่กระทรวงคมนาคม โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวทางญี่ปุ่นยังอยู่ระหว่างให้ที่ปรึกษาพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มสำรวจสภาพเส้นทางแล้ว

สำหรับเส้นทางรถไฟ กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบัง เป็นรางขนาด 1 เมตรที่มีการใช้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดูว่าจะต้องปรับปรุงอะไร ในอนาคตก็ต้องเปลี่ยนจากรถไฟทางเดี่ยว เป็นทางคู่ เพื่อเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของพม่า คาดว่าจะใช้เวลาศึกษา 1 ปี หรือตลอดทั้งปีนี้ จึงจะแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ยังมีการหารือในส่วนของรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่มีบางส่วนทับซ้อนกับรถไฟไทย-จีน โดยเฉพาะช่วงบ้านภาชี-บางซื่อ โดยมีประเด็นที่ต้องหารือ ดังนี้

1. จะต้องแยกรางเดินรถ เพราะเป็นคนละเทคโนโลยี

2. เมื่อแยกแล้วการใช้พื้นที่ก็จะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปพิจารณาว่ารถไฟจากสถานีบ้านภาชี-ดอนเมือง มีพื้นที่ใดต้องแบ่งปันกัน เพราะบางที่อาจต้องแบ่งใช้พื้นที่ หรือจัดหาพื้นที่ดินเพิ่มเติม

3. ส่วนตั้งแต่รังสิต-บางซื่อ เมื่อผ่านดอนเมืองจะมีพื้นที่จำกัดมาก ๆ ก็ต้องพิจารณาว่า เมื่อแยกรางแล้วจะมีที่เพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม ยืนยันจะเดินหน้าโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน กรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด ตามกระบวนการและแผนงานที่กำหนด และได้เดินทางไปยืนยันเรื่องดังกล่าวที่จีนแล้ว ในการเดินทางเมื่อวันที่ 28-29 มกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รองนายกรัฐมนตรีจีนเดินทางมาไทยก็ได้มีการหารือเรื่องนี้แล้ว แต่ด้วยต้นทุนที่จีนเสนอมาค่อนข้างสูง ทางไทยจึงต้องการให้จีนร่วมลงทุนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไป โดยที่ประชุมได้หารือร่วมกันว่าความต้องการใช้บริการช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด อาจจะยังไม่เพียงพอในขณะนี้ จึงอาจจะต้องชะลอก่อสร้างไปก่อน แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการ โดยกำหนดไว้เป็นระยะที่ 2 และการชะลอโครงการยังช่วยลดต้นทุนดำเนินการลงได้ด้วย น่าจะราว 1.6 แสนล้านบาท จากวงเงินโครงการที่อยู่ในระดับ 5 แสนล้านบาท

และเนื่องจากยังไม่มีการก่อสร้างช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด ทางจีนได้เสนอให้สร้างช่วงนครราชสีมา-หนองคาย เป็นทางเดี่ยว จากเดิมกำหนดเป็นทางคู่เพื่อให้รถวิ่งสวนทางกันได้ ซึ่งถือว่าไม่แปลก เพราะส่วนที่เป็นรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ในลาวก็เป็นทางเดี่ยว รถไฟที่วิ่งจากจีนเข้าเวียงจันทน์สามารถมาถึงกรุงเทพฯ ได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดนี้จะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งในการประชุมครั้งที่ 10 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก มติชน
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

Photos 03/12/2015

!!! ครม. ไฟเขียว อภิมหาโปรเจคท์คมนาคม 20 โครงการ เม็ดเงินรวม 1.7 ล้านล้าน !!!
โฆษกสำนักนายกฯ เผย ครม. เห็นชอบแผนลงทุนคมนาคม รวม 20 โครงการ มูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท ระหว่างปี 2559-2568 เชื่่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้

วานนี้ (1 ธันวาคม 2558) พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการ ด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วน หรือ Action Plan พ.ศ. 2559 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งตามแผน กำหนดให้มีโครงการที่ต้องประกวดราคา รวม 20 โครงการ ระหว่างปี 2559-2568 รวมมูลค่ามากกว่า 1.7 ล้านล้านบาท

โดยมี 6 โครงการที่มีความพร้อมสามารถประกวดราคาได้ภายในไตรมาสแรก ของปีงบประมาณ 2559 ได้แก่ รถไฟทางคู่ สายจิระ-ขอนแก่น มอเตอร์เวย์ สาย พัทยา-มาบตาพุด และ บางปะอิน-นครราชสีมา การพัฒนาท่าเทียบเรือแหลมฉบัง ศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 1 และการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2

ทั้งนี้ แหล่งเงินลงทุน จะมาจากเงินงบประมาณแผนบริหารหนี้สาธารณะ ผ่านกู้โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน ประมาณร้อยละ 70 และผ่านการลงทุนภาคเอกชน ประมาณร้อยละ 20 คาดว่า ภายในปีงบประมาณ 2559 น่าจะมีการเบิกจ่ายเงินได้จริงราว 46,000 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้
รายละเอียดจาก Voice TV

#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

Photos 18/11/2015

+++ ครม. เซ็นร่วมมือจีน สร้างรถไฟสายมาตรฐานเส้นแรกแล้ว เริ่มสร้าง พ.ค. 59 ++
ครม. เซ็นลงนามร่วมมือจีน สร้างรถไฟสายมาตรฐานเส้นแรกแล้ว เริ่มสร้าง พฤษภาคม 2559 ในวงเงินลงทุน 4 แสนล้าน พร้อมแผนดำเนินการ 4 ช่วง แบ่งงานไทยดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อม จีนดูแลการสำรวจและออกแบบ

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ในการดำเนินการโครงการรถไฟขนาดทางมาตรฐานสายแรกของประเทศไทย 2 เส้นทางด้วยกัน นั่นก็คือ หนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด และแก่งคอย-กรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าเริ่มการก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2559 วงเงินลงทุนประมาณ 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้โครงการรถไฟดังกล่าว จะดำเนินการเป็น 4 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่งคอย
ช่วงที่ 2 แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด
ช่วงที่ 3 แก่งคอย-โคราช
ช่วงที่ 4 โคราช-หนองคาย

โดยมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อลงทุนในระบบรถไฟ รวมถึงการเดินรถและการซ่อมบำรุง กับงานก่อสร้างส่วนหนึ่ง ซึ่งรวมถึง แหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้า การจ่ายกำลังไฟฟ้า ระบบสื่อสารโทรคมนาคม และระบบอาณัติสัญญาณ

อย่างไรก็ดี มติคณะรัฐมนตรี ระบุว่า ฝ่ายจีนจะทำหน้าที่รับผิดชอบการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ รวมถึงการสำรวจและออกแบบ ส่วนฝ่ายไทยนั้นจะทำการสนับสนุนการวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ขั้นตอนการขอความเห็นชอบ และการเวนคืนที่ดิน ซึ่งขณะนี้ทางคณะผู้เชี่ยวชาญทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันหารือและทบทวนการศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟ และก่อนจะก่อสร้างนั้น ทางไทยและจีนจะร่วมกันพิจารณาและปรับปรุงรายงานการศึกษาทางเทคนิคและเศรษฐกิจเพื่อให้เป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย

***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558

ภาพจาก เฟซบุ๊ก บีบีซีไทย - BBC Thai
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
บีบีซี ไทย
#รับเหมาก่อสร้าง

Photos 17/11/2015

!!!ชงรัฐบาล ขุดคอคอดกระ ชี้ช่วยสร้างรายได้เฉลี่ย 5 แสนบาทต่อคนต่อปี!!

เครือข่ายรณรงค์ขุดคลองกระไทย ชง รัฐบาล ขุดคลองกระไทย ชี้ช่วยย่นระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร ระบุตลอด 10 ปีในการก่อสร้างจะช่วยเพิ่มรายได้ให้คนไทยเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อคนต่อปี พร้อมกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท เชื่อผลักดันได้ในรัฐบาลยุคนี้เท่านั้น

วานนี้ (15 พฤศจิกายน 2558) นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ประธานเครือข่ายรณรงค์ ขุดคลองกระไทย และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 กล่าวในงานสัมมนา อนาคตเศรษฐกิจ พลังงานไทย ก้าวไกลด้วยโครงการขุดคลองกระไทย ว่า การขุดคลองกระ หรือ คอคอดกระ จะช่วยย่นระยะทางได้กว่า 1,500 กิโลเมตร ร่นระยะเวลาเดินทางระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และทะเลจีนใต้ได้ 3-4 วัน ลดค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 15 จากปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือในภูมิภาคเอเชียเทนที่สิงคโปร์ได้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษารายละเอียดให้แล้วเสร็จ และเริ่มเดินหน้าโครงการได้ภายใน 1 ถึง 2 ปี

สำหรับการลงทุนนั้น ไทยไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเอง เพราะจีนและญี่ปุ่นพร้อมที่จะเข้ามาลงทุน หากรัฐบาลเห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ก็เร่งเดินหน้าได้ทันที อย่างไรก็ตาม จะต้องรับฟังผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนด้วย เพราะต้องยอมรับว่าโครงการขนาดใหญ่จะต้องมีผลกระทบบ้าง แต่ในภาพรวมเป็นผลดีต่อประเทศ

ด้านนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพม่าขณะนี้ ทำให้จีนมีความจำเป็นต้องใช้ลาวและไทย เป็นทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ทำให้จีนมีความต้องการขุดคลองกระ ทั้งนี้ หากลงมือก่อสร้างตลอดเวลา 10 ปี ในช่วงลงมือปฏิบัติจะก่อให้เกิดการจ้างงานรวมกว่า 2,500,000 ตำแหน่ง รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท สร้างรายได้ให้คนไทยเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อคนต่อปี ซึ่งหากจะมีการผลักดันต้องทำในรัฐบาลนี้เท่านั้น เพราะการเมืองปกติไม่สามารถผลักดันได้

ขณะที่ พล.ร.อ. ศุภกร บูรณดิลก อดีตผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า การขุดคลองกระจะทำให้กองเรือซึ่งอยู่ในอ่าวไทย สามารถร่นระยะเวลาในการเดินทางไปยังฝั่งอันดามันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งด้านความมั่นคง และภารกิจช่วยเหลือกู้ภัย

ภาพจาก skyscrapercity รายละเอียดจาก มติชน
#รับเหมาก่อสร้าง

Photos 03/11/2015

การันตีเกิดแน่! ไทย-จีนตกลงปักหมุดรถไฟ 1.435 เมตร ธ.ค.นี้ ตีตราจองไว้ก่อน+++++

เผยผลเจรจารถไฟไทย-จีน สรุปวางศิลาฤกษ์ในเดือน ธ.ค. 58 ปักธงความร่วมมือ การันตีโครงการเกิดแน่ ส่วนการก่อสร้างคาดเริ่ม พ.ค. 59 หลังตกลงรายละเอียดมูลค่าลงทุน ดอกเบี้ย ขณะที่ไทยยังยึดดอกเบี้ยไม่เกิน 2% เตรียมหารือร่วมครั้งที่ 9 ปลาย พ.ย.นี้

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ผลการประชุมความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 8 ในการศึกษาความเหมาะสมการออกแบบและการสำรวจเส้นทางโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standard Gauge) เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย, แก่งคอย-มาบตาพุด, แก่งคอย-โคราช, โคราช-หนองคาย ระยะทาง 873 กม. เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการสรุปกรอบการทำงานร่วมกัน โดยกำหนดที่จะวางศิลาฤกษ์โครงการที่สถานีเชียงรากน้อย จังหวัดปทุมธานี ในเดือนธันวาคม 2558 และคาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างโครงการได้ตามแผนเบื้องต้นประมาณช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 เนื่องจากต้องให้มีการสรุปการออกแบบรายละเอียดโครงการแล้วเสร็จ สรุปมูลค่าโครงการสมบูรณ์แล้ว และการจัดหาข้อสรุปด้านแหล่งเงินเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะสรุปรายละเอียดที่หารือร่วมกับจีนครั้งที่ 8 ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 เพื่อรับทราบต่อไป

สำหรับการเร่งพิธีการวางศิลาฤกษ์นั้น ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่าง 2 ประเทศ ว่าโครงการนี้จะสามารถเกิดขึ้นจริง ซึ่งระหว่างนี้จะต้องหารือในส่วนที่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพื่อจะได้รายละเอียดของโครงการที่ชัดเจน เช่น อัตราดอกเบี้ยซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป โดยที่ผ่านมาไทยก็ยืนยันที่ขออนุมัติดอกเบี้ยที่ 2% ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดที่จะหารือระหว่างกันเป็นครั้งที่ 9 ปลายเดือนพฤศจิกายนอีกครั้ง

นอกจากนี้ นายชาติชายกล่าวภายหลังที่ที่ปรึกษาพิเศษนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางเข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยได้มีการหารือถึงโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นให้ความสนใจที่จะลงทุนก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา โดยคาดว่าจะสามารถสรุปเพื่อเสนอ ครม.ได้ประมาณเดือนมิถุนายน 2559 และคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการตามแผนได้ประมาณปี 2562

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงการที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ก่อนตามแผนรัฐบาลที่เร่งรัด คือ ก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมตะวันออก-ตะวันตก ในตอนล่าง เส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง โดยตั้งเป้าตามแผนว่าจะสามารถเปิดประมูล และเริ่มการก่อสร้างได้ประมาณ 2559 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับด้านการขนส่งสินค้าเชื่อมจากทางรถไฟเชื่อมท่าเทียบเรือแหลมฉบัง

Photos 25/09/2015

!!! ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจ ดึงเงินออมลงขันเมกะโปรเจ็กต์ !!!

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"สมคิด" ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจไทยใหม่ เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมซูเปอร์คลัสเตอร์ ปั้นเขตเศรษฐกิจไฮเทค เฟส 2 สั่ง ก.คลังตั้งกองทุนดึงเงินออม-สภาพคล่องล้นประเทศ ลงขันเมกะโปรเจ็กต์ เผยรถไฟจีนต้องรอผลศึกษาเหมาะสม ดึงญี่ปุ่นสร้างตาข่ายคมนาคม

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่กลุ่มฐานรากและกลุ่มเอสเอ็มอีไปแล้ว จากนี้ไปจะเป็นจุดที่ปฏิวัติโครงสร้างการผลิตของเมืองไทย ผ่านการสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจ ใน 5 คลัสเตอร์ และซูเปอร์คลัสเตอร์ ตั้งกองทุนพิเศษขนาดใหญ่ จัดลำดับความสำคัญการลงทุนใหม่ สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และยุทธศาสตร์รถไฟไทย-จีน, รถไฟไทย-ญี่ปุ่น และแผนการอุ้มมนุษย์เงินเดือนให้มีปัจจัยสี่ครบถ้วน

ปฏิวัติโครงสร้างการผลิต

นาย สมคิดกล่าวว่า รัฐบาลจะจัดระบบงบประมาณใหม่ ด้วยการกระจายไปตาม "คลัสเตอร์" งบประมาณส่วนกลางจะเป็นเพียงตัวเสริม โดยรัฐบาลต้องการส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ 1.คลัสเตอร์เกษตร-อาหาร หรือ Bio-Base Indus-try 2.คลัสเตอร์พลังงาน หรือ Renewable Industry 3.คลัสเตอร์ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ Engineering and Design Industry 4.คลัสเตอร์การท่องเที่ยว สปา เฮลท์แคร์ ธุรกิจเพื่อสุขภาพ หรือ Wellness In-dustry 5.คลัสเตอร์สินค้าวัฒนธรรม หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy

"โครงสร้างทางเศรษฐกิจไทย จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นจุดที่ปฏิวัติเรื่องโครงสร้างการผลิตของเมืองไทย ผ่านระบบการจัดงบประมาณแบบใหม่ และการจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า ในระดับเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการแบ่งโซนการพัฒนาสินค้าให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เหล่านี้คือการเปลี่ยนแนวคิดเดิมทั้งหมด"

นายสมคิดวาดภาพเขต เศรษฐกิจไว้ 2 ประเภท ในเฟสแรก ประเภทแรก คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่แนวชายแดน ซึ่งมีการประกาศแล้วและมีการเริ่มต้นที่แม่สอดกับสระแก้ว เพื่อให้อุตสาหกรรม

ผู้ผลิตที่เริ่มเสียความได้เปรียบด้านแรงงาน จะได้ไปใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน และใช้ประโยชน์จาก Connectivity ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และขณะนี้แม่สอด จ.ตาก มีการจัดหาที่ดินทุกอย่างใกล้สมบูรณ์แล้ว

ส่วนพื้นที่ที่ ประกาศไปก่อนหน้านี้อีก 3 จังหวัด (มุกดาหาร, สงขลา, ตราด) ก็รอดูผลของเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 แห่งนี้ แล้วค่อยมาประเมินผลว่าจะทำที่ไหนต่อไปอีก

บุกเขต ศก.เฟส 2 แจกสิทธิพิเศษ

เขตเศรษฐกิจประเภทที่ 2 ในเฟส 2 คือ การยกระดับความสามารถของอุตสาหกรรมในประเทศ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เน้นการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เพื่อ

ยก ระดับความสามารถของผลผลิตไทย ในอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมอนาคตที่เราจะสร้างขึ้นมา เพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ เช่น สิ่งทอ, อิเล็กทรอนิกส์, เทเลคอม, ชิ้นส่วนรถยนต์ และยา ต้องมีระดับเทคโนโลยีที่สูงกว่านี้ ไม่ให้ย้ายไปเวียดนามเพราะเขามีทุกอย่าง

นายสมคิดขยายความว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ-Special Economic Zone (SEZ) ในเฟสแรก ต้องการขายจากสิ่งที่เรามีอยู่ คือ กลุ่มที่อยู่ในอีสเทิร์นซีบอร์ด และมาบตาพุด มีจุดประสงค์ข้อแรก เพื่อให้อุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่นี้แข็งแรง แข่งขันได้ 2.เพื่อตรึงนักลงทุนที่มีอยู่แล้วไม่ให้เคลื่อนย้ายไปสู่ประเทศอื่น 3.ดึงนักลงทุนใหม่เข้ามา กลุ่มนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเรียกว่ากลุ่มไฮเทค เป็นกลุ่มที่ใช้วิธีการผลิตในระดับที่สูงขึ้น กลุ่มเหล่านี้เรียกว่าซูเปอร์คลัสเตอร์ โดยการเพิ่มแรงจูงใจเข้าไป แรงจูงใจจะต้องถึงในระดับที่แข่งขันกับประเทศอื่นเขาได้

"ในเฟส 2 ลงไปถึง Value Chain ทั้งหมดที่ต่อเนื่องกันกับ Supply Chain สถาบันวิจัย ระบบโลจิสติกส์ หรือทั้งหมดที่แข่งขันได้ อยู่ในข่ายที่ได้รับการส่งเสริมตามเงื่อนไขใหม่ ขอบเขตของจังหวัดขายไปจากเขตเดิม ครอบคลุมเพิ่มเติมจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น ระยอง ชลบุรี ปทุมธานี นครราชสีมา ปราจีนบุรี ดังนั้น ในแอ่งจังหวัดนี้ จะเน้นการสร้างอุตสาหกรรมที่เป็นแก่นหลักของเรา แต่เพิ่มดีกรีของเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไป"

รัฐบาลจะดึงนักลงทุน ด้านอิเล็กทรอนิกส์, เทเลคอม, ชิ้นส่วนรถยนต์ และยา หรือระดับ Medium Hi-tech ขึ้นไป เข้ามาลงทุนได้ จะต้องมีแรงจูงใจเข้าไปสู่ซูเปอร์คลัสเตอร์ ผ่านการให้สิทธิพิเศษจากบีโอไอที่จะทยอยประกาศออกมา เช่นเดียวกับการดึงอุตสาหกรรมใหม่ เช่น กลุ่ม IT-base กลุ่ม Entertainment ฟิล์ม ทีมถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งอยู่ในเชียงใหม่, ภูเก็ต ส่วนใหญ่จะให้แรงจูงใจระดับสูงเป็นพิเศษเท่ากับกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์

"บิ๊กตู่"รื้อลงทุนเส้นทางคมนาคม

"นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนนโยบายลงทุนเส้นทางคมนาคม ใหม่ มีทั้งปรับการลงทุน ขยายขอบเขต ยกระดับมาตรฐาน ให้สอดคล้องกับกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ เช่น สนามบิน

อู่ตะเภา, เส้นทางรถไฟที่สำคัญ ต้องเพิ่มระยะทาง เช่นสายที่จะวิ่งจากเพชรบุรี-ราชบุรี-ลาดกระบัง-กรุงเทพฯ-มาบตาพุด ต้องให้ทะลุไปถึงเมียนมาเชื่อมกับทวาย"

ขณะที่การเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ภายในประเทศ ในแต่ละเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในแต่ละคลัสเตอร์ จะมีการจัดลำดับความสำคัญใหม่ จัดระบบหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา ผลิตแรงงาน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ในทุกภาค ทั้งอีสาน เหนือ และใต้ ต้องดีไซน์ทุกส่วนเพื่อให้นโยบายเกิดขึ้นได้เป็นรูปธรรม และจะเป็นวิธีการที่นำไปสู่การเริ่มการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคอย่างแท้จริง

ดึงเงินออมลงทุนประเทศ

นายสมคิดตอบคำถามเรื่องโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่เคยตั้งงบประมาณไว้ 2.4 ล้านล้านว่า โครงสร้างพื้นฐานเป็นกลุ่มงานที่สำคัญมาก เมืองไทยจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้แล้ว ฉะนั้นการลงทุนต้องจัดลำดับความสำคัญ โครงการรถไฟไม่จำเป็นต้องทำพร้อม ๆ กันหมดทุกเส้นทาง โดยต้องดึงเอกชนมาร่วมลงทุนทุกรูปแบบ

"นายกรัฐมนตรีถึงให้เป็น ลักษณะการลงทุนแบบความร่วมมือภาครัฐและเอกชน-Public Private Partnership (PPP) รัฐไม่ต้องออกเงินทั้งหมด อะไรที่เอกชนทำได้ก็ประมูล รัฐลงทุนเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริง ๆดีไม่ดีรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณ ถ้าหากเงินออม สภาพคล่องเต็มประเทศอย่างนี้ มีทางออกหลายทาง ทั้งการกู้ยืมเงินในประเทศ หรือสร้างกองทุนเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-Infrastructure Fund"

นาย สมคิดกล่าวด้วยว่า ขณะนี้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้ตั้งทีมร่วมกับนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ หาทางจัดตั้งกองทุนขนาดใหญ่ขึ้นมา ด้วยการดึงเงินออมจากนักลงทุน จากคนที่มีเงินออมอยู่แล้ว และลงทุนอย่างระมัดระวัง มาซื้อพันธบัตรรัฐบาล โดยมีอัตราดอกเบี้ย มีการปันผลกำไรให้ วิธีนี้จะทำให้รัฐบาลสามารถใช้เงินในประเทศเพื่อการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยอาจจะขายกองทุนนี้กับนักลงทุนต่างประเทศด้วย

"ยกตัวอย่าง ธนาคารออมสินมีเงินเยอะ ถามว่าปลอดภัยไหมถ้าเราเอาเงินมาลงทุน ปลอดภัยมาก กองทุนประกันสังคมแทนที่จะไปฝากเงินเตี้ย ๆ ดอกเบี้ยต่ำ ๆ หุ้นก็ลงไม่ได้ มาลงทุนตรงนี้แทนดีไหม รัฐบาลเป็นเจ้าของอยู่แล้ว ฝรั่งที่ต้องการมาผูกกับเราเรื่องนี้มาช่วยได้ไหม ในทางการเงินทำให้รัฐบาลมีความคล่องตัวทางการเงิน จัดสรรได้ว่าโครงการไหนจะกู้ต่างประเทศ ส่วนไหนจะใช้เงินในประเทศ ส่วนไหนใช้งบประมาณ จะลดความเป็นห่วงเรื่องหนี้ต่อจีดีพี จะต้องไม่เกิน 50% ถ้ามันจะเกิน 60% ต้องพิจารณาตามความจำเป็น"

เมื่อทำครบทุกภาคส่วนแล้ว จึงจะสามารถไปพูด ไปโรดโชว์กับต่างประเทศได้

เจรจาเพิ่มรถไฟไทย-จีน

สำหรับโครงการลงทุนรถไฟไทย-จีน นายสมคิดได้ให้นโยบายกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมไปแล้วว่า เส้นทางรถไฟไทย-จีน ไทยตกลงเบื้องต้นไปแล้ว ก็ต้อง Horner-มีสัจจะ ว่าให้จีนทำร่วมกันกับไทย แต่ทำอย่างนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าจีนต้องช่วยเหลือไทยด้วย

"ถ้าอะไรก็ไม่มี แล้วเขาได้ประโยชน์อย่างเดียว เราได้ประโยชน์จากเขาไหม มันก็ต้องมาเจรจากันว่าที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร"

ส่วน รถไฟไทย-ญี่ปุ่น ที่เดิมเคยได้ตกลงร่วมกับกระทรวงคมนาคมไว้ระดับ Memorandum of Cooperation (MOC) ก็ต้องติดตามว่า ญี่ปุ่นมีความพึงพอใจหรือไม่ หากต้องการเจรจาเส้นทางใหม่ นอกเหนือเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก็สามารถทำได้ เพราะยังไม่ถึงระดับการทำ MOU

"ไทย เราอยากให้ญี่ปุ่นทำเส้นทางรถไฟ East-West Corridor ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะต้องไปจัดลำดับความสำคัญว่าจะทำเส้นไหน ก่อน หลัง เส้นรถไฟฟ้าเส้นไหนที่ยังค้างคาก็เร่งทำให้จบ อย่างสายสีน้ำเงินค้างมานานก็เร่งประมูลให้จบ ถ้าไม่ประมูลก็ต้องอธิบายว่าทำไมถึงไม่ประมูล"

มาตรการอุ้มมนุษย์เงินเดือน

ในช่วงที่ผ่านมามาตรการด้านเศรษฐกิจ ได้ช่วยเหลือกลุ่มฐานรากและเอสเอ็มอีไปแล้ว ในระยะต่อไป จะช่วยให้กลุ่ม "มนุษย์เงินเดือน" ได้มีโอกาสได้รับผลของนโยบายบ้าง โดยจะมีการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจให้เติบโต ให้คนเหล่านี้ได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เก็บภาษีในอัตราที่เหมาะสม ให้มีโอกาสได้มีปัจจัย 4 อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

"ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่าทำอย่างไรให้คนที่มีรายได้ไม่มากมีที่อยู่อาศัย มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมได้บอกผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว เช่น การเคหะแห่งชาติควรคุยกับการรถไฟฯ เพื่อที่จะไปสร้างที่อยู่อาศัย ให้คนจน คนทำงานในเมืองมีบ้านและเดินทางสะดวก อนาคตข้างหน้าถ้ารัฐบาลคิดแพ็กเกจให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้นำเสนอ โครงการบ้านราคาต่ำเข้ามาเป็นมาตรการหนึ่ง"

ส่วนมาตรการลดภาษี ลดค่าธรรมเนียมการซื้อ การโอนต่าง ๆ ที่สมาคมอสังหาริมทรัพย์เคยนำเสนอต่อรัฐบาลนั้นนายสมคิดตอบว่า "ตอนนี้คิดอยู่ในใจ แต่ยังไม่คิดให้มีตอนนี้ อยู่ในสมอง ดูว่ามันจำเป็นแค่ไหนอย่างไร รอดูตามความจำเป็น"
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

Photos from รับเหมาก่อสร้าง  ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด's post 22/09/2015

ถึงไทยแล้ว ! รถไฟฟ้าสายสีม่วง 3 ขบวนแรก จากญี่ปุ่น ทำพิธีส่งมอบวันนี้
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดพิธีรับมอบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ 3 ขบวนแรก จากประเทศญี่ปุ่นวันนี้ (21 กันยายน)

ช่วงนี้ หลาย ๆ คนคงได้ยินข่าวโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง "บางซื่อ-บางใหญ่" อยู่บ่อย ๆ โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วง ชุดแรก จำนวน 3 ขบวน 9 ตู้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาถึงประเทศไทยแล้ว และล่าสุด วันนี้ (21 กันยายน 2558 ) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จะจัดพิธีรับมอบขบวนรถไฟฟ้าสายสีม่วง อย่างเป็นทางการ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่สั่งจากประเทศญี่ปุ่น มีทั้งสิ้น 21 ขบวน 63 ตู้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทยอยส่งมอบทางเรือ โดยหลังจากนี้ จะมีการทดสอบระบบและการเดินรถ ปลายปี 2558 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 สิงหาคม 2559

และเพิ่มเป็นการเตรียมพร้อมก่อนที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ลองไปดูกันว่า สถานีของรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีความเป็นมาอย่างไร และมีสถานีตรงจุดไหนบ้าง

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ เป็นโครงการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยมีระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 16 สถานี ประกอบด้วย

สถานีคลองบางไผ่ (S01) : ตั้งอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกช่วงบริเวณคลองบางไผ่ กับคลองถนน

สถานีตลาดบางใหญ่ (S02) : ตั้งอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกใกล้กับย่านชุมชนบริเวณตลาดบางใหญ่

สถานีสามแยกบางใหญ่ (S03) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ สถานีเชื่มต่อกับอาคารจอดแล้วจร

สถานีบางพลู (S04) :ตั้งอยู่บนทางต่างระดับบนถนนรัตนาธิเบศร์ตรงแยกบางพลู ตัดกับถนนบางกรวย-ไทรน้อย

สถานีบางรักใหญ่ (S05) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ระหว่างแยกบางพลู กับแยกราชพฤกษ์

สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ (S06) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ระหว่างสำนักงานการเดินรถที่ 7 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และซอยท่าอิฐ

สถานีไทรม้า (S07) : ตั้งเหนือของถนนรัตนาธิเบศร์ทางทิศใต้ ตรงซอยตาหรั่ง

สถานีสะพานพระนั่งเกล้า (S08) : ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นสะพานพระนั่งเกล้าฝั่งตะวันออก ใกล้กับแยกสนามบินน้ำทางทิศตะวันออก

สถานีแยกนนทบุรี 1 (S09) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีติดกับเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์พร้อมอาคารจอดแล้วจร

สถานีบางกระสอ (S010) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณซอยรัตนาธิเบศร์ 22 ใกล้บริษัทโตโยต้านนทบุรี เดิมใช้ชื่อสถานีศรีพรสวรรค์

สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (S011) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้กับสี่แยกแคราย บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองนนทบุรี

สถานีกระทรวงสาธารณสุข (S012) : ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ด้านหน้าทางขึ้น-ลงกระทรวงสาธารณะสุข

สถานีแยกติวานนท์ (S013) : ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ระหว่างซอยกรุงเทพนนท์ 12 ถึง 14 และทางทิศใต้ของสถานีอยู่ติดกับคอนโดมิเนี่ยมฟิฟท์ เอเวอนิว

สถานีวงศ์สว่าง (S014) : ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ตั้งแต่ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 52 ถึง 56 ใกล้แยกวงศสว่าง ที่ถนนรัชดาภิเษกตัดกับถนนกรุงเทพ-นนทบุรี

สถานีบางซ่อน (S015) : ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี บริเวณหมู่บ้านตลาดบางซ่อน ผู้ที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าที่สถานีนี้ สามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังรถไฟชานเมืองสายสีแดงสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางต่อไปยังตลิ่งชัน

สถานีเตาปูน (S016) : ตั้งอยู่ตรงจุดตัดของถนนประชาราษฎร์ 2 กับถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ที่สถานีนี้ ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปยังใจกลางเมืองกรุงเทพโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (เฉลิมรัชมงคล)
ทั้งนี้ สถานีเตาปูน ยังเป็นสถานีที่ใช้ในการเปลี่ยนเส้นทางระหว่างโครงการสายสีม่วงและโครงการสายสีน้ำเงินอีกด้วย

ขณที่อาคารจอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวก มีหลักทั้งหมด 4 แห่ง คือ

อาคารจอดแล้วจรสามแยกบางใหญ่ เชื่อมกับสถานีบางใหญ่

อาคารจอดแล้วจรท่าอิฐ เชื่อมกับสถานีบางรักน้อยท่าอิฐ

อาคารจอดแล้วจรแยกนนทบุรี 1 เชื่อมกับสถานีแยกนนทบุรี 1

อาคารจอดแล้วจรศูนย์ซ่อมบำรุง เชื่อมกับสถานีบางไผ่

***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 10.14 น. วันที่ 22 กันยายน 2558

ภาพจาก เฟซบุ๊ก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
รายละเอียดจาก kapook
รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

Photos 10/09/2015

ข่าวดี ! คมนาคมเล็งขยายแอร์พอร์ตลิงก์ เส้นทางสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง

กระทรวงคมนาคม วางแผนลงทุนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ขยายเส้นทางแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ด้านรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินคืบหน้า 60% แล้ว

วันที่ 10 กันยายน 2558 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า กระทรวงคมนาคม เผยว่า ขณะนี้กำลังวางแผนการลงทุนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือ เมกะโปรเจคท์ โดยให้บริษัทเอกชนเร่งเข้ามาร่วมประมูล เพื่อจะได้ดำเนินโครงการอย่างรวดเร็ว อาทิ โครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ที่ได้มีการวางแผนเชื่อมเส้นทางสถานีสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองเข้าหากัน ซึ่งต้องมีการเชื่อมต่อจากแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีพญาไท เข้าไปยังดอนเมือง

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปถึง 60% แล้ว และสำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ไทย-ญี่ปุ่น เส้นทางเชียงใหม่ ยังคงอยู่มีการดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งต้องเวลาในการดำเนินการศึกษาประมาณ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2559

ทั้งนี้โครงการรถไฟฟ้าทางคู่ ไทย-จีน เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-มาบตาพุด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจาเรื่อง การออกแบบ, มูลค่าการลงทุน และอัตราดอกเบี้ยต่าง ๆ

#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

Photos 28/08/2015

!!! สื่อมังกรเผยจีนคว้าชัยโครงการสร้างทางรถไฟไทย ยกเป็นศูนย์กลางขนส่งของอาเซียน !!! โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

สำนักข่าวซินหวาอ้างนายจู ซีจวิน ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทก่อสร้างทางรถไฟจีนหรือซีอาร์ซีซี (CRCC) ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ว่า จีนและไทยวางแผนจะลงนามกรอบข้อตกลงระหว่างรัฐบาลในโครงการก่อสร้างทางรถไฟจีน-ไทยในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ หลังจากจับเข่าเจรจาหารือมากว่า 6 รอบ

ทั้งนี้ปี 2558 นับเป็นศักราชสำคัญของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย ด้วยก้าวเดินเคียงข้างกันมาครบปีที่ 40 และยังเป็นปีแรกของการผลักดันยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt and One Road) ของทางการจีน

โครงการฯ ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายใน 3 ปี จะนำพาประโยชน์สู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของไทย ประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นมาก โดยราคาตั๋วโดยสารระหว่างนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน และกรุงเทพมหานครจะอยู่ที่ราว 700 หยวน (3600 บาท) คิดเป็นครึ่งหนึ่งของราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน ส่วนค่าระวางสินค้าทางรถไฟจะคิดเป็นหนึ่งในเก้าของค่าระวางสินค้าทางเครื่องบินเท่านั้น

นอกจากนี้ทางรถไฟสายดังกล่าวยังจะเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่ประเทศไทยอีกกว่า 2 ล้านคนในแต่ละปี และจะอำนวยความสะดวกต่ออุตสาหกรรมการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม โดยทางรถไฟสายนี้จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าของกลุ่มประเทศอาเซียน

นายอู๋ จื้ออู๋ อุปทูตรักษาสถานทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่าความร่วมมือก่อสร้างทางรถไฟฯ จะเป็นตัวอย่างอันดีของการผลักดันยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ด้วยรากฐานของทางรถไฟสายนี้ จีนและไทยสามารถต่อยอดความร่วมมือด้านอื่นๆ อาทิ การก่อสร้างท่าเรือ สนามบิน และโครงสร้างสาธารณูปโภคอื่นๆ

เส้นทางรถไฟจีน-ไทย ตามแผนงานจะมีความยาวทั้งสิ้น 867 กิโลเมตร ขบวนรถไฟจะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. ซึ่งลดลงจากเดิมก่อนหน้านี้ที่กำหนดไว้ 250 กม./ชม. เนื่องจากต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเชื่อมกับจังหวัดหนองคายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ อันเป็นนครหลวง และจังหวัดระยองทางภาคตะวันออก
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

Photos 30/07/2015

ครั้งแรก ! ใช้ต้นแบบชินคันเซ็น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่

ญี่ปุ่นแนะไทยแยกระบบรางรถไฟชินคันเซ็น ที่จะนำมาวิ่งในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เพื่อเป็นการส่งออกรถไฟชินคันเซ็นครั้งแรก คมนาคมเผยชง ครม. เห็นชอบ กลางปี 59 ลุยสร้างปี 60

วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ว่า จากการหารือในครั้งล่าสุด ได้มีการกำหนดว่า จะต้องเสนอหลักการของโครงการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงเดือนมิถุนายน 2559 ก่อนจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐอีกครั้ง ทั้งนี้คาดว่าในช่วงปลายปี 2559 จะสามารถเสนอแผนงานและรายละเอียดของเส้นทางเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติโครงการได้

สำหรับโครงการนี้ ทางญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนกับไทย ได้ดำเนินการในการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาผลการศึกษาความเหมาะสมและการออกแบบเบื้องต้นจากข้อมูลที่สำนักนโยบายและแผนการจราจรและขนส่งได้เคยศึกษาไว้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการส่งออกระบบรถไฟชินคันเซ็นครั้งแรกของญี่ปุ่น
ทั้งนี้ ตามกรอบเวลาของโครงการดังกล่าว คาดว่า ประมาณกลางปี 2559 จะสามารถนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อว่าจ้างที่ปรึกษาและศึกษารายละเอียดโครงการได้ และกลางปี 2560 จะนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อขออนุมัติก่อสร้างโครงการ โดยตามแผนงานเดิมจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 แต่อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยจะเจรจากับญี่ปุ่น เพื่อขอเลื่อนกำหนดการก่อสร้างให้เร็วขึ้นเป็นปี 2560 แทน

นายอาคม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางญี่ปุ่นได้เสนอขอให้ไทยทำการแยกระบบรางของรถไฟชินคันเซ็น ที่จะนำมาวิ่งในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกจากระบบรางเดิมของไทย เพราะเป็นการส่งออกรถไฟชินคันเซ็นครั้งแรกของญี่ปุ่น ทำให้ต้องคำนึงถึงระบบความปลอดภัยเป็นหลัก จึงคาดว่า การแยกระบบรางครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อการเวนคืนที่ดินในแนวเส้นทางของโครงการ เนื่องจากเดิมรถไฟความเร็วสูงเส้นนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก

ช่วงที่ 2 พิษณุโลก-เชียงใหม่

ซึ่งทั้ง 2 ช่วงนี้ จะใช้แนวรถไฟเดิมผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ กับอีกแนวเส้นทางหนึ่ง จะผ่านจังหวัดสุโขทัย และลำปาง แต่หากมีการแยกระบบรางของรถไฟชินคันเซ็น ก็ต้องดูอีกครั้งว่าแนวเส้นทางของโครงการจะเป็นแบบใด
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

Photos from รับเหมาก่อสร้าง  ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด's post 15/07/2015

!!!! ครม. ไฟเขียวงบแสนล้าน สร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง !!!

ครม. เห็นชอบก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 สาย มูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท ได้แก่ สายบางปะอิน-โคราช, บางใหญ่-กาญจนบุรี และพัทยา-มาบตาพุด

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ของกรมทางหลวง (ทล.) ใน 3 เส้นทาง ประกอบด้วย

1. สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 84,600 ล้านบาท

2. สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 55,620 ล้านบาท

3. สายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 20,200 ล้านบาท

สำหรับการก่อสร้างมอเตอร์เวย์เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี จะใช้งบประมาณการเวนคืนที่ดินจากงบประมาณของกรมทางหลวงปี 2558 ส่วนงบประมาณในการก่อสร้างจะให้กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้เงิน ส่วนมอเตอร์เวย์เส้นทางพัทยา-มาบตาพุด จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างจากกองทุนที่ได้จากการเก็บค่าตั๋วและค่าผ่านทาง รวมถึงงบการเวนคืนที่ดินจะใช้งบประมาณของกรมทางหลวงปี 2558

ทั้งนี้คาดว่ามอเตอร์เวย์สายพัทยา-มาบตาพุด จะสามารถดำเนินโครงการได้ก่อน เนื่องจากมีการเตรียมงบประมาณในปี 2558 จากกรมทางหลวงไว้แล้ว 1,400 ล้านบาท ในการเวนคืนที่ดิน โดยภายในปลายปี 2558 หรือไม่เกินต้นปี 2559 จะสามารถประกาศประกวดราคาก่อสร้างได้

ด้านนายชูศักดิ์ เกวี อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า การเปิดประมูลมอเตอร์เวย์ 3 สายทาง จะมีการแบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็นหลายสัญญาเพื่อกระจายงาน ทั้งนี้คาดว่าค่าก่อสร้างต่อสัญญาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500-2,000 ล้านบาท ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการก่อสร้างและสภาพพื้นที่

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เป็นทางแนวใหม่ตามมาตรฐานทางหลวงพิเศษขนาด 4-6 ช่องจราจร ระยะทางรวม 196 กิโลเมตร มีแนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเชื่อมกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก) ที่ทางแยกต่างระดับ บริเวณบางปะอิน ผ่านอำเภอวังน้อย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอหนองแค อำเภอเมือง อำเภอแก่งคอย และอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ และอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา


ภาพจาก motorway.go.th, กรมทางหลวง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน นนทบุรี?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

9 หมู่ 6 ต. บางตลาด :ซอย แจ้งวัฒนะ 26 ปากเกร็ด
นนทบุรี
11120