12/10/2020
#คิดอย่างamazon
‘คิดใหญ่’ ไม่ใช่การเสี่ยงใหญ่
เรื่องนี้หลายคนยังสับสน เวลาจะเริ่มอะไรใหม่ๆ สักอย่าง
(และสำหรับหลายคนนั่นอาจทำให้ไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ)
รู้ไหมว่า กว่า amazon.com จะครองโลก กว่าผู้คนทั่วโลกจะเข้ามาซื้อของใน amazon.com เป็นหลายล้านออร์เดอร์ในแต่ละวัน กว่าบรรดาผู้ค้านับล้านจะเข้ามาค้าขายบน amazon อย่างทุกวันนี้ ใช้เวลาหลายปี และมี #การทดลองเล็กๆ เกิดขึ้นมากมาย
แอมะซอนชอบลงทุนในการทดลองขนาดย่อมเอามากๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ #เข้าใจสูตรความสำเร็จระยะยาว และคว้าเป้าหมายใหญ่ได้
แอมะซอนเคยทดลองทำระบบผู้ค้าภายนอกมาสองครั้งแต่ไม่เวิร์ค ก่อนธุรกิจตลาดออนไลน์ Amazon Marketplace จะสำเร็จนั้นมี Amazon Auction จากนั้นก็เป็น zSHOP สองครั้งแรกนี้คือความล้มเหลว แต่ครั้งที่สามคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เพราะแอมะซอนเข้าใจอะไรขึ้นเยอะ
อย่างตอนแรก amazon.com มีสมมติฐานว่า ลูกค้าน่าจะอยากซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านของผู้ค้าเอง จึงลองวางโครงสร้างพื้นฐานที่ให้ผู้ค้าสร้างหน้าร้านออนไลน์ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองได้ แต่พอเปิดตัวหน้าร้านดังกล่าวออกไป กลับพบว่าจริงๆ แล้ว ลูกค้าอยากเลือกซื้อสินค้าตามประเภทที่มีอยู่ในหน้าเว็บของแอมะซอน มากกว่า แอมะซอนจึงเก็บหน้าร้านของผู้ค้าไป แล้วไปเน้นพัฒนาวิธีการไล่ดูและค้นหาสินค้าในแบบของแอมะซอนแทน
ก่อนลำโพงอัจฉริยะ amazon echo จะใช้กันทั่วโลก แอมะซอนลองให้ลูกค้าสมาชิก Amazon Prime ของตนเท่านั้นที่ได้ใช้ โดยโฆษณาว่ามันเป็นสินค้ารุ่นทดลองและมีจำนวนจำกัด ทำให้ความคาดหวังมีน้อยและบริษัทได้เรียนรู้อะไรมากมาย ก่อนจะเปิดตลาดโลกได้สำเร็จ
แอมะซอนยังใช้สูตรเดียวกันนี้กับนวัตกรรมอย่าง Dash button ปุ่มอัจฉริยะที่ให้ลูกค้ามาไว้กดสั่งสินค้าที่ใช้ประจำเพิ่ม แอมะซอนจะผลิตเอ็คโค่ และ แดชบัตทันสำหรับคนส่วนใหญ่ ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคและนักวิจารณ์ผลิตภัณฑ์ชอบมันมากๆ
นั่นเป็นกลยุทธ์เดียวกับที่ผู้จัดละครเวทีใช้ คือ การลองตระเวนแสดงไปทั่วประเทศในตลาดต่างๆ ที่เจาะจงเลือกแล้ว ถ้าเสียงตอบรับออกมาดีมากพอ จึงไปเปิดการแสดงใหญ่ในบรอดเวย์ แต่ถ้าคนดูไม่ชอบ ก็แยกย้ายทำโปรเจ็กต์อื่นต่อไป
#จงคิดการณ์ใหญ่ แต่ให้เริ่มจากเล็ก ยิ่งคุณหาวิธีทดสอบในระดับเล็กๆ ซ้ำๆ ได้ดีเท่าไหร่ คุณยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มากเท่านั้น
จากหนังสือ “คิดอย่าง amazon”
โดย จอห์น รอสส์แมน
(เครดิตภาพ: theverge.com)