Strong by Science

Strong by Science

Share

Coach PO | Strong by Science | Gentle Coach 🕊️🍃
Science-based coaching with human understanding
No rush • No comparison • No judgment
Healthy without EGO

โค้ชโป้ ประสบการณ์สอน 12ปี ก่อตั้งเพจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557
ป.ตรี : วิทยาศาสตร์การกีฬา.,ใบสอบผ่านวิชาชีพ ACE-PT
รับสอนเวทเทรนนิ่ง พื้นฐานจนถึงขั้นสูง
Private Studio เริ่มต้นครั้งละ 1,300 บาท

ติดต่อไลน์ส่วนตัว
https://lin.ee/Mm0DoQm

31/05/2026

Coach PO Online Training 2026
ผมกลับมาสอน Online แล้วนะครับรายละเอียดตามนี้นะครับ


1. ไม่ได้มีโปรแกรมตายตัวเหมือนกัน จะขอคุยก่อนว่าอยากเทรนอะไร เช่น อยากฝึกหัดเรียนเวทเทรนนิ่ง / อยากปรับฟอร์มให้ดีขึ้นมีคนคอยเช็คฟอร์มให้ / อยากมีโปรแกรมออกกำลังกายในแต่ละวัน
2. อุปกรณ์ที่มีเช่น Fitness / Home Gym / ควรมีอุปกรณ์บ้างเล็กน้อยเพื่อการออกกำลังกายที่หลากหลาย
3. ไม่ได้ต้องส่งการบ้านเป็นเรื่องอาหารว่ากินอะไร เน้นไปทางคุยเรื่องออกกำลังกาย/ท่าฝึก/อาการบาดเจ็บ/คำแนะนำการทานอาหารพื้นฐาน
4. อยากให้เป็นการส่งท่าฝึกกลับมา Re-Check กันว่าท่าฝึกทำได้ดีขนาดไหนปรับฟอร์มแก้ไขกันไประหว่างทาง
5. ใช้โปรแกรมจาก Trainer ปัจจุบันหรือคนเก่าก่อนหน้าก็ได้ แล้วให้ผมช่วยดูคุณภาพฟอร์มในการเคลื่อนไหว


สิ่งที่ขอความร่วมมือ

1. สามารถถ่าย VDO ได้บ้างเพื่อให้ผมช่วยดูคุณภาพท่าฝึกที่ตัวนร.ทำ
2. ก่อนเริ่มเทรนผมอาจจะถามอะไรเยอะหน่อย อยากรู้จักคนที่จะมาให้ผมสอน
3. ผมอาจจะตอบกลับทั้ง Text / Video อธิบาย
4. สื่อสารผ่านทาง Line@ ได้
5. การเทรนออนไลน์ค่อนข้างต้องใช้ความพยายามมากกว่า On Site เพราะมีกำแพงการสื่อสาร/การสอน
6. จะพยายามตอบให้ทันทีเมื่อไม่ได้ติดสอน On Site อยู่ครับ


ผมคิดค่าสอน 2,500 บาท/เดือน(30วัน)

*2026 ผมปรับปรุงวิธีการสอน/การ Coaching ใหม่ทั้งหมดอยากสื่อสารอย่างใกล้ชิดมากขึ้น อยากได้ใช้ฝีมือในการสอนออกไปจริงๆ มากกว่าแค่ให้โปรแกรมเฉยๆ อยากคุยอยากสอนกันยาวๆนานๆครับ

ติดต่อได้ที่ Line@ : (มี@นำหน้า)

ขอบคุณครับ

30/05/2026

เมื่อเช้าผมคุยกับลูกค้าคนนึง เป็นลูกค้าใหม่เค้าพึ่งมาเรียนกับผม
มันมีอยู่ประโยคหนึ่งผมก็เลยคิดว่า เอาประโยคเนี่ยมาใช้สอนในวันนี้กันดีกว่า คือเค้าอ่ะบอกผมว่า

”เค้าอ่ะ ไม่กล้าเริ่มต้นออกกำลังกายเข้าฟิตเนสเพราะเค้ารู้สึกว่าเค้าอ่ะอายุเยอะแก่เลยไม่กล้าทำ“

ผมเลยบอกเค้าไปว่าจริงๆอ่ะที่พี่ไม่กล้าเริ่มออกกำลังกาย ไม่กล้าทำไม่ใช่ว่าแก่นะ ความจริงคือพี่แค่ไม่มีความรู้ในเรื่องที่พี่ทำ การที่พี่มาหาผมเนี่ยเพราะพี่ต้องการคนสอน การที่พี่จ่ายเงินซื้อผมเนี่ยพี่ซื้อความปลอดภัยซื้อความรู้ที่มีอยู่ในตัวผม ลูกค้าก็เลยบอกว่าใช่ถูกต้องแล้วก็หัวเราะ
//
//
มนุษย์ทุกคนล่ะครับไม่มีใครเก่งซะทุกเรื่อง ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดคนนึงเก่งเรื่องนี้อาจจะไม่เก่งเรื่องอื่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เก่งอะไรสักอย่างเลย ผมอาจจะเก่งเรื่องการสอนออกกำลังกาย เก่งเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา การเป็นโค้ชเป็นครูสอนออกกำลังกาย แต่ถ้าเกิดให้ผมไปทำทักษะใหม่สัก อย่างนึงผมอาจจะเป็นมือใหม่ในเรื่องนั้นผมเองก็ต้องได้รับการสอนเช่นเดียวกัน
//
//
การที่คนเราไม่กล้าที่จะเริ่มทำอะไรมันอาจจะไม่ได้มาจากความกลัวที่เรามาจากข้างในแต่มันเป็นเพราะเรายังไม่รู้วิธีการในการทำสิ่งนั้นให้ถูกต้องมนุษย์เราเลยมีกลไกในการป้องกันตัวว่าถ้าไม่รู้อย่าทำเพราะถ้าเกิดผิดพลาดมาจะเจอกับอะไรบ้างนี่คือสิ่งที่สมองคนเราปกป้องคนเราอยู่แล้ว
//
//
สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองอายุเยอะมากแล้ว อยากเริ่มต้นออกกำลังกายและอย่างถูกต้องปลอดภัย มีประสิทธิภาพและมีผลลัพธ์ที่ดีเนี่ย ลองมองหาเทรนเนอร์ดีดีคู่ใจ สักคนหนึ่งให้เค้าพาคุณออกกำลังกายด้วยความรู้ ความสามารถหลักการที่ถูกต้อง การจับจ่ายซื้อคอร์สออกกำลังกายกับเทรนเนอร์เนี่ยมองในมุมนึงมันคือ เป็นการลงทุนในระยะยาวอย่างนึงที่ต้องใช้ความพยายามตัวเองและเวลากว่าจะเห็นผลแต่เป็นการลงทุนที่ดี
//
//
เราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาลองผิดลองถูก งมหาหนทางเองเราอาจจะไม่รู้สึกสนุกกับการออกกำลังกายไม่มีแรงจูงใจออกกำลังกาย เพราะรู้สึกว่าเราไม่มีความรู้ในการทำสิ่งนั้นทำไปก็อาจจะผิดกล้าๆกลัวๆ สุดท้าย ก็จบความฝันไปเลยผมเนี่ยเสียดายแทน

โค้ชโป้

30/05/2026

มือใหม่หัด Deadlift


#โค้ชโป้

29/05/2026

จัดระเบียบร่างกายดี
จะยกได้ดีและไม่บาดเจ็บ


#โค้ชโป้

29/05/2026

✅ อายุเริ่มมากขึ้น อยากเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย?

หลายคนอายุ 50–60 ปีขึ้นไปมักกังวลว่าตัวเองเริ่มต้นช้าเกินไปหรือไม่ในมุมมองของโค้ชโป้ ผมกลับมองว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เพราะยิ่งอายุมากขึ้น การออกกำลังกายยิ่งไม่ใช่เรื่องของความหนักหน่วง แต่เป็นเรื่องของการออกกำลังกายอย่างชาญฉลาด เหมาะสม และปลอดภัยกับร่างกายของเรา

🥝
1. เริ่มต้นอย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่ออกกำลังกายแบบลองผิดลองถูก
สำหรับคนวัย 50 ปีขึ้นไป การออกกำลังกายควรเป็นสิ่งที่จับต้องได้ มีคุณภาพ และตอบโจทย์สุขภาพในระยะยาว ไม่จำเป็นต้องฝึกหนักเหมือนวัยหนุ่มสาว แต่ควรเป็นการฝึกที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและเป้าหมายของแต่ละคน

🍓
2. ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มต้นเสมอ
หากไม่เคยออกกำลังกายหรือดูแลสุขภาพอย่างจริงจังมาก่อน ผมแนะนำให้เริ่มจากการตรวจสุขภาพและประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ ของร่างกายก่อนการรู้ข้อมูลพื้นฐานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นโรคประจำตัว ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล หรือข้อจำกัดทางร่างกาย จะช่วยให้เราวางแผนการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น

🍏
3. การมีเทรนเนอร์ที่ดี อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
สำหรับวัยนี้ การลองผิดลองถูกด้วยตัวเองอาจมีต้นทุนที่สูงกว่าวัยหนุ่มสาวเมื่อเกิดการบาดเจ็บ ร่างกายมักใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าเดิม และบางครั้งอาจทำให้สูญเสียความมั่นใจจนเลิกออกกำลังกายไปเลยโค้ชโป้มองว่าการมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล ช่วยวางแผน และปรับการฝึกให้เหมาะสมกับร่างกายของเรา เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาว

🍒
4. วัย 50+ ไม่ได้มีหน้าที่แค่เดินหรือปั่นจักรยานเบา ๆ
การเดินและการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หรือ Weight Trainingเพราะเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่องกล้ามเนื้อจึงเปรียบเสมือน “ทรัพย์สินทางสุขภาพ” ที่มีมูลค่ามากที่สุดอย่างหนึ่งในวัยสูงอายุ ยิ่งรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ได้มากเท่าไร เรายิ่งมีโอกาสใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ดี และลดความเสี่ยงในการหกล้มในอนาคต

🥦
5. ควรฝึกเวทเทรนนิ่งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 วัน
การฝึกควรเน้นทั้งร่างกาย ไม่จำเป็นต้องแยกฝึกกล้ามเนื้อเป็นส่วน ๆ เหมือนนักกีฬาเริ่มต้นจากท่าพื้นฐาน ฝึกจากง่ายไปยาก จากเบาไปหนัก และให้ความสำคัญกับคุณภาพการเคลื่อนไหวมากกว่าตัวเลขน้ำหนักที่ยกได้ทุกการเคลื่อนไหวควรได้รับกากอย่างถูกต้อง ภายใต้ความหนักที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคนท้ายที่สุดแล้ว การเริ่มต้นออกกำลังกายในวัย 50 หรือ 60 ปี ไม่ใช่เรื่องของการพิสูจน์ว่าตัวเองยังแข็งแรงแค่ไหน แต่เป็นการสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับอนาคต


✅ หากคุณไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน การมีคนคอยแนะนำตั้งแต่วันแรกอาจช่วยให้คุณประหยัดเวลา ลดความเสี่ยง และเดินไปถึงเป้าหมายได้อย่างมั่นคงมากขึ้นเพราะเวลาที่เหลืออยู่ของเราเป็นสิ่งมีค่าจงใช้ทุกวันและทุกโอกาสในการดูแลร่างกายให้คุ้มค่าที่สุด

ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นดูแลสุขภาพของตัวเองครับ

โค้ชโป้
Strong by Science 🕊️🍃

28/05/2026

ขึ้นชื่อว่าเป็น “การออกกำลังกาย” 💜
ไม่ว่าจะเป็นโยคะ พิลาทิส เวทเทรนนิ่ง วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ
ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ในแบบของตัวเองทั้งสิ้นครับ
เพียงแต่กิจกรรมแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไปไม่ได้หมายความว่าอะไรดีกว่ากันแต่อยู่ที่ว่า… เราต้องการอะไรจากการออกกำลังกายประเภทนั้นมากกว่า
/
/🏋️
1. ถ้ามองในมุมของ Fitness Trainer ที่กว้างขึ้นร่างกายของคนเราควรได้รับการพัฒนาในหลายองค์ประกอบร่วมกันทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อความยืดหยุ่นของร่างกายรวมถึงความแข็งแรงของระบบหัวใจและปอด

🏋️
2. คนที่ฝึกโยคะเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้เสริมการฝึกเวทเทรนนิ่งเลยอาจมีปัญหาเรื่องความมั่นคงของข้อต่อหรือมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้นในบางท่าทาง โดยเฉพาะท่าที่ต้องใช้แรงพยุงหรือควบคุมร่างกายค่อนข้างมาก

🍏
3. ในทางกลับกันคนที่ฝึกเวทเทรนนิ่งอย่างเดียวแต่ไม่ได้เสริมการฝึกคาร์ดิโอเพื่อพัฒนาหัวใจและปอดก็อาจรู้สึกเหนื่อยง่ายระหว่างการฝึกฟื้นตัวระหว่างเซตได้ช้าลง หรือแม้กระทั่งมีแรงกล้ามเนื้อที่ดีแต่กลับเหนื่อยง่ายในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะระบบหัวใจและปอดยังทำงานได้ไม่ดีพอ

🍎
4. รวมถึงคนที่ทำคาร์ดิโออย่างเดียวไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำแต่ไม่ได้เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยเวทเทรนนิ่ง ก็อาจมีโอกาสบาดเจ็บได้เช่นกันเพราะทุกกิจกรรมล้วนต้องอาศัย “ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ” ร่วมด้วยเสมอไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อขาในการปั่นจักรยาน กล้ามเนื้อสะโพกในการวิ่ง หรือกล้ามเนื้อแกนกลางและหัวไหล่ในการว่ายน้ำ

🍓
5. หัวใจแข็งแรงอย่างเดียว แต่กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง สุดท้ายร่างกายก็ยังมีโอกาสบาดเจ็บได้อยู่ดีครับหากมองในมุมขขึ้นชื่อว่าเป็น “การออกกำลังกาย” ไม่ว่าจะเป็นโยคะ พิลาทิส เวทเทรนนิ่ง วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ในแบบของตัวเองทั้งสิ้นครับ

🥝
6. เพียงแต่กิจกรรมแต่ละประเภท ก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ไม่ได้หมายความว่าอะไรดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่า… เราต้องการอะไรจากการออกกำลังกายประเภทนั้นมากกว่า ถ้ามองในมุมของ Fitness Trainer ที่กว้างขึ้น ร่างกายของคนเราควรได้รับการพัฒนาในหลายองค์ประกอบร่วมกัน ทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นของร่างกาย รวมถึงความแข็งแรงของระบบหัวใจและปอด

🍅
7. คนที่ฝึกโยคะเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้เสริมการฝึกเวทเทรนนิ่งเลยอาจมีปัญหาเรื่องความมั่นคงของข้อต่อ หรือมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้นในบางท่าทาง โดยเฉพาะท่าที่ต้องใช้แรงพยุงหรือควบคุมร่างกายค่อนข้างมาก

🥦
8. ในทางกลับกัน คนที่ฝึกเวทเทรนนิ่งอย่างเดียว แต่ไม่ได้เสริมการฝึกคาร์ดิโอเพื่อพัฒนาหัวใจและปอด ก็อาจรู้สึกเหนื่อยง่ายระหว่างการฝึก ฟื้นตัวระหว่างเซตได้ช้าลง หรือแม้กระทั่งมีแรงกล้ามเนื้อที่ดี แต่กลับเหนื่อยง่ายในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะระบบหัวใจและปอดยังทำงานได้ไม่ดีพอ

🧄
9. รวมถึงคนที่ทำคาร์ดิโออย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ แต่ไม่ได้เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยเวทเทรนนิ่ง ก็อาจมีโอกาสบาดเจ็บได้เช่นกันเพราะทุกกิจกรรมล้วนต้องอาศัย “ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ” ร่วมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อขาในการปั่นจักรยาน กล้ามเนื้อสะโพกในการวิ่ง หรือกล้ามเนื้อแกนกลางและหัวไหล่ในการว่ายน้ำ

🧅
10. หัวใจแข็งแรงอย่างเดียว แต่กล้ามเนื้อไม่แข็งแรสุดท้ายร่างกายก็ยังมีโอกาสบาดเจ็บได้อยู่ดีครับ หากมองในมุม “สุขภาพระยะยาว”การออกกำลังกายที่ดี ไม่ใช่การเก่งเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้นแต่คือการที่เราสามารถพัฒนาร่างกายได้อย่างรอบด้านทั้งแข็งแรง ยืดหยุ่น เคลื่อนไหวได้ดี และมีระบบหัวใจและปอดที่แข็งแรงไปพร้อมกัน


💜เพราะสุดท้ายแล้ว การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง
ไม่ใช่แค่การออกแรงเก่ง แต่คือการมีร่างกายที่พร้อมใช้ชีวิตได้ดีในระยะยาวครับ

โค้ชโป้

28/05/2026

อายุ 50 ปี แล้วเพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย
มันไม่ได้ดูแย่ หรือช้าไปเลยนะครับจริง ๆ แล้ว…
ผมกลับชื่นชมคนกลุ่มนี้มากด้วยซ้ำ ที่วันหนึ่งเขารู้สึกว่า “อยากดูแลตัวเอง”อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
และยอมเริ่มต้น แม้ร่างกายจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม
/
/
1.ตลอด 12 ปีที่ทำงานเป็นเทรนเนอร์ผมมีลูกค้าในวัยนี้ค่อนข้างเยอะ
จึงได้มีโอกาสคลุกคลีกับทั้งความคิดประสบการณ์ชีวิตรวมถึงความกล้าของคนวัยนี้อยู่พอสมควร อายุมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าต้องออกกำลังกายน้อยลงในหลายกรณี…ยิ่งอายุมากขึ้น เรายิ่งควรกลับมาดูแลตัวเองให้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
/
/
2.เพราะร่างกายเราไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วมันอาจจะดีขึ้น หรือแย่ลงก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทำอะไรกับมันคำว่า “ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ” ในวัย 50 ปีไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องแค่เดินแกว่งแขนอยู่กับที่ปั่นจักรยานเบา ๆหรือว่ายน้ำเพียงอย่างเดียว
/
/
3.ในมุมของผมที่เป็นเทรนเนอร์ผมเห็นมามากว่าคนวัยนี้ยังสามารถทำอะไรได้อีกเยอะมากเพียงแต่…ต้องมีคนพาทำค่อย ๆ สอนค่อย ๆ เตรียมร่างกายให้เรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องและปลอดภัยเพื่อพาตัวเองไปสู่กิจกรรมใหม่ ๆ ในวัย 50 ปีอย่างมั่นคงและยั่งยืน
/
/
4.บางครั้งผมมองว่านี่อาจเป็นเหมือน “สถานีสำคัญ”ก่อนเข้าสู่วัยชราอย่างเต็มตัวอายุ 50 ปีมันไม่ได้ดูแก่เลยครับจะแก่หรือไม่แก่ บางทีก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของตัวเราเองเหมือนกันว่าเราจะยอมปล่อยชีวิตไปตามยถากรรมหรือจะลุกขึ้นมากำหนดชีวิตตัวเองใหม่อีกครั้งทุกคนต้องแก่ตัวลงเหมือนกันหมดไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าโค้ชโป้เองก็ต้องแก่ไปเหมือนกัน
/
/
5.แต่เราเลือกได้ว่าจะ “แก่แบบเท่ ๆ”หรือ “แก่แบบงอมงอม”ถ้าวันนี้คุณอายุ 50 ปีขึ้นไปแล้วสิ่งสำคัญมากที่สุดในวัยนี้ คือ “ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ”ถ้าคุณยังอยากเดินทางเดินป่า วิ่งขึ้นเขา ลงห้วย
ใช้ชีวิตได้อย่างคล่องตัวหรือทำกิจกรรมสนุก ๆ กับคนที่คุณรัก
คุณจำเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแรงพอจะพาคุณไป
/
/
6.เพราะถ้าไม่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงวันหนึ่งคุณอาจทำได้แค่นั่งมองคนอื่นใช้ชีวิตอยู่เงียบ ๆ ภายในบ้านในขณะที่เพื่อนวัยเดียวกันยังออกไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อยู่บางที… นี่อาจเป็น “ขบวนสุดท้าย”ที่ชีวิตกำลังเปิดโอกาสให้คุณเตรียมตัวเอง

แล้วคุณล่ะครับ
จะเลือกกระโดดขึ้นขบวนนี้ไหม
โค้ชโป้ 💜

27/05/2026

ผมเข้าใจนะครับ คนที่มีวินัยในการออกกำลังกาย มีวินัยในการควบคุมอาหารพยายามอยากทำทุกสิ่งอย่างให้เป็นไปได้ตามแพลนที่ตัวเองวางไว้
เพราะอยากไปถึงเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ
และอยากทำได้ตามกรอบเวลาที่ตัวเองตั้งใจไว้
💜
1. มันเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วครับแต่ชีวิตคนเรามันก็ไม่ได้มีแค่เรื่องการออกกำลังกายเสมอไป ชีวิตจริงของคนเรา ยังมีเรื่องหน้าที่การงาน
การเดินทาง ชีวิตครอบครัว ชีวิตสังคม เพื่อนฝูง
หรือแม้กระทั่งธุระต่าง ๆ ที่เราไม่คาดคิด
💜
2. หลายครั้งสิ่งเหล่านี้เข้ามารบกวนตารางชีวิต
ทั้งการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร
จนบางคนรู้สึกเฟล
รู้สึกหงุดหงิด
เมื่อชีวิตไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
💜
3. แต่เราไม่จำเป็นต้องหงุดหงิดกับมันเสมอไปครับ
เราเลือกที่จะเรียนรู้และอยู่กับมันได้
เข้าใจว่าชีวิตเราเป็นแบบนี้
หน้าที่การงานเราเป็นแบบนี้
ชีวิตครอบครัวเราเป็นแบบนี้
เราไม่ต้องโทษตัวเอง
ไม่ต้องนอยตัวเอง
💜
4. แค่เรียนรู้ที่จะรีเซ็ทตัวเองใหม่ว่า
“วันนี้มันอาจไม่ได้เป็นไปตามแผน”
ทำสิ่งที่จำเป็นตรงหน้าให้เรียบร้อย
แล้วค่อยกลับมาเริ่มใหม่ได้ทุกเมื่อ
การที่คนเรามีวินัย
ไม่ได้แปลว่าจะต้องละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเสมอไป
💜
5. วันนี้คุณควบคุมอาหารไม่ได้
เพราะมีประชุม
มีงานเลี้ยง
เลี้ยงส่งลูกน้องลาออก
หัวหน้าเกษียณ
หรือได้งานใหม่
มันเกิดขึ้นได้ครับ
มันคือชีวิตจริง
💜
6. เราก็แค่รีเซ็ทตัวเองใหม่ว่า
“พรุ่งนี้เริ่มใหม่”
พลาดการออกกำลังกายไปหนึ่งวัน
ไม่ได้แปลว่ากล้ามจะหาย
หรือคุณจะอ้วนขึ้นทันที
💜
7. พลาดการคุมอาหารเพียงหนึ่งมื้อ
หรือหนึ่งวัน
ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะอ้วนขึ้นเช่นกัน
นอกจากว่า…
คุณเลือกที่จะปล่อยเลยตามเลย
โดยไม่เรียนรู้ที่จะกลับมาอยู่กับมันอีกครั้ง
💜
8. การตั้งเป้าหมายและวางแผนเป็นสิ่งที่ดีครับ
แต่ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิถีชีวิตที่เราเป็นจริง ๆ
และจงยอมรับชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนมีภาระหน้าที่แตกต่างกันมีต้นทุนเวลา
ต้นทุนชีวิตและความรับผิดชอบที่ต่างกันออกไป
💜
9. อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นว่า
“ทำไมเขาทำได้ แต่เราทำไม่ได้”
เพราะเบื้องหลังชีวิตคนเราไม่เหมือนกันเลยครับ
สุดท้ายแล้ว
พยายามทำในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ
💜
10.เมื่อเจอปัญหาก็เรียนรู้
แก้ไขและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
มีผ่อนหนักมีผ่อนเบา
ตามจังหวะชีวิตของตัวเอง
แล้วคุณจะสามารถทำมันได้…ในระยะยาว 🤍
💜

โค้ชโป้

27/05/2026

ทุกวันนี้มีคนทักเข้ามาถามผมเยอะมากเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายเล่นท่านี้แล้วเจ็บตรงนั้น เจ็บตรงนี้ ควรแก้ยังไงดี
ซึ่งเอาจริง ๆ แล้ว การตอบคำถามเหล่านี้ผ่านข้อความสั้น ๆ มันค่อนข้างยากครับ เพราะผมไม่เคยรู้พื้นฐานเดิมของแต่ละคนมาก่อนเลย

ทั้งประวัติการบาดเจ็บ
รูปแบบการใช้ร่างกาย
คุณภาพการเคลื่อนไหว
วิธีการฝึกที่ผ่านมา
รวมถึง “พื้นฐาน” ของร่างกายในแต่ละคนที่แตกต่างกันมาก

และสิ่งที่ผมพบอยู่เสมอ คือหลายคนมักมองข้ามเรื่องพื้นฐานของการเคลื่อนไหวครับบางคนยังหายใจไม่สัมพันธ์กับการออกแรงบางคนยังกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวบางคนเข้าใจว่าการเกร็ง Core คือการแขม่วท้องทั้งที่จริงแล้ว “การควบคุมแรงดันในลำตัว” และ “การทำงานร่วมกันของระบบหายใจ” สำคัญกว่านั้นมาก

หลายครั้งอาการเจ็บไม่ได้เกิดจากท่าออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
แต่อาจเกิดจาก “คุณภาพของการเคลื่อนไหว” ที่ยังไม่ดีพอคนส่วนใหญ่มักเห็นแค่ปลายทางเห็นคนยกหนัก เห็นท่าออกกำลังกายในคลิปแล้วคิดว่าแค่ทำตามก็น่าจะได้ผลเหมือนกัน แต่สิ่งที่มองไม่เห็น คือพื้นฐานที่อยู่ข้างใต้ครับ

การหายใจ
การควบคุมแกนลำตัว
การถ่ายแรง
จังหวะการเคลื่อนไหว
การรับรู้ร่างกายของตัวเอง (Body Awareness)
สิ่งเหล่านี้คือฐานสำคัญของการฝึกทั้งหมด

เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่เราเห็นแค่ด้านบน แต่โครงสร้างสำคัญจริง ๆ อยู่ใต้น้ำ ผมเข้าใจนะครับว่าหลายคนอยากเห็นผลเร็ว อยากยกหนักเร็ว อยากเปลี่ยนแปลงร่างกายไวแต่ในมุมของผม “ความเร็วที่ไม่มีพื้นฐานรองรับ”มักแลกมาด้วยคุณภาพการเคลื่อนไหวที่แย่ลง และความเสี่ยงบาดเจ็บที่สูงขึ้น ทุกอย่างบนโลกนี้มีพื้นฐานครับ

เหมือนการขับรถ เราไม่ได้เริ่มจากการขับเร็วในสนามแข่งทันที
แต่เริ่มจากการเรียนรู้การควบคุมรถให้ถูกต้องก่อน การออกกำลังกายก็เช่นกันดังนั้นเวลาที่ลูกค้าถามว่า “เมื่อไหร่จะได้ยกหนัก”
ผมมักตอบตรง ๆ ว่า

ถ้าวันนี้พื้นฐานยังไม่ดีพอ ผมไม่อยากรีบพาไปเร็วเกินไป
เพราะหน้าที่ของผมไม่ใช่แค่ทำให้เหนื่อยหรือทำให้ล้า แต่คือการดูแลให้ร่างกายของลูกค้า เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และปลอดภัยขึ้นในระยะยาวผมจึงให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐานมากครับ

หายใจให้ถูก เกร็งแกนลำตัวให้เป็น ควบคุมการเคลื่อนไหวได้
ออกแรงจากกล้ามเนื้อที่ต้องการใช้งานจริง เพราะสุดท้ายแล้ว
พื้นฐานที่ดี อาจไม่ใช่สิ่งที่หวือหวาที่สุดในวันแรก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายพัฒนาได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนที่สุดครับ

Coach PO
Strong by Science 🕊️

25/05/2026

Split Squat
ทำแล้วจะล้ม
วิธีแก้ไข

#โค้ชโป้

Want your business to be the top-listed Gym/sports Facility?

Telephone

Opening Hours

Monday 06:00 - 22:00
Tuesday 06:00 - 22:00
Wednesday 06:00 - 22:00
Thursday 06:00 - 22:00
Friday 06:00 - 22:00
Saturday 06:00 - 22:00
Sunday 06:00 - 22:00