เว็บไซต์

GsportGuru ที่1 ของข่าวกีฬา รวดเร็วฉับไว แม่นยำ

“คล็อปป์ปลุกเยอรมนี — คืนที่อินทรีเหล็กเริ่มติดเครื่อง”เยอรมนีเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีน่า เอาชนะเซอร์เบีย 2-0 ในศึกยูฟ่า ...
02/10/2026

“คล็อปป์ปลุกเยอรมนี — คืนที่อินทรีเหล็กเริ่มติดเครื่อง”

เยอรมนีเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีน่า เอาชนะเซอร์เบีย 2-0 ในศึกยูฟ่า เนชันส์
ลีก จากประตูของ **ทอม บิสชอฟ** นาที 39 และ **ฟลอเรียน เวียร์ตซ์**
นาที 61

หลังจากก่อนหน้านี้เปิดตัวด้วยการเสมอเนเธอร์แลนด์ 1-1 ก่อนแพ้กรีซ
แบบพลิกความคาดหมาย 0-1 เกมนี้จึงมีความหมายมากกว่าผลการแข่งขัน

มันคือ **เกมที่ทำให้คล็อปป์เริ่มหายใจได้เต็มปอด**

และที่สำคัญกว่านั้น...

มันคือเกมที่เราเริ่มมองเห็นว่า เยอรมนีในยุคของคล็อปป์กำลังจะเล่นฟุตบอลแบบไหน

---

# # # 🔥 เยอรมนีของคล็อปป์ : วิ่งก่อน คิดเร็ว และแย่งบอลกลับให้ไว

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ไม่ใช่จำนวนประตู

แต่คือ **วิธีที่เยอรมนีเล่นเมื่อไม่มีบอล**

คล็อปป์ต้องการให้ทีมของเขาเล่นด้วยความเข้มข้นสูง ไล่บีบคู่แข่งทันทีหลังเสียบอล
และไม่ปล่อยให้เซอร์เบียมีเวลาตั้งเกมง่าย ๆ

ผลที่ออกมาค่อนข้างชัดเจน

เยอรมนีครองบอลได้ถึง **73 เปอร์เซ็นต์** และมีโอกาสยิงถึง 30 ครั้ง
ขณะที่เซอร์เบียมีโอกาสยิงตรงกรอบเพียงครั้งเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงครึ่งแรก เยอรมนียิงถึง **16 ครั้ง ขณะที่เซอร์เบียยิง
ไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว**

นี่คือฟุตบอลที่คล็อปป์น่าจะอยากเห็น

ไม่ใช่การครองบอลเพื่อครองบอล

แต่เป็นการครองบอลเพื่อกดคู่แข่งให้อยู่ในแดนของตัวเอง

คล็อปป์ถึงกับพูดหลังเกมว่า การ “เกเกนเพรสซิ่ง” ของทีมในคืนนี้อยู่ใน
ระดับที่ยอดเยี่ยม และเขาพอใจกับทุกช่วงของเกม ตั้งแต่ต้นจนจบ

---

# # ⭐ ทอม บิสชอฟ — เด็กหนุ่มที่กำลังเคาะประตูทีมชุดใหญ่

หนึ่งในคนที่น่าสนใจที่สุดคือ ทอม บิสชอฟ

มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากบาเยิร์น มิวนิคไม่ได้เพียงทำประตูแรกให้ทีมชาติชุดใหญ่
แต่ยังเล่นด้วยความกล้าและมีส่วนร่วมกับเกมรุกอย่างต่อเนื่อง

ประตู 1-0 ในนาที 39 เริ่มต้นจากจังหวะที่เวียร์ตซ์ยิงไปชนเสา ก่อนที่
บิสชอฟจะตามซ้ำเข้าไปอย่างเด็ดขาด

และนี่เป็นเพียงเกมทีมชาติชุดใหญ่เกมที่สองของเขา

ประตูนี้จึงไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสกอร์

แต่มันอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า คล็อปป์พร้อมเปิดประตูให้ผู้เล่นรุ่นใหม่
เข้ามามีบทบาทในทีมชาติเยอรมนี

เกมนี้ยังมีผู้เล่นที่ได้ประเดิมทีมชาติอีกหลายคน ทั้ง **โยนาส อูร์บิก,
แดร์รี เชอร์ฮันต์ และซาอิด เอล มาลา** ขณะที่ มิก้า เบาร์ กลายเป็นนักเตะ
คนที่ 1,000 ที่ติดทีมชาติ ในประวัติศาสตร์ทีมชาติเยอรมนี

---

# ⭐ แต่คนที่สำคัญที่สุดของค่ำคืนนี้คือ “ฟลอเรียน เวียร์ตซ์”

ถ้าจะเลือกหนึ่งคนที่ทำให้เกมของเยอรมนีแตกต่างออกไป...

คนนั้นคือ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์

นี่คือเกมที่เวียร์ตซ์ดูเหมือน “เวียร์ตซ์คนเดิม” มากที่สุดเกมหนึ่งในช่วงหลัง

เขาไม่ได้ยืนรอบอลอยู่กับที่ ไม่ได้เล่นแบบฝืนตัวเอง

แต่เคลื่อนที่ตลอดเวลา สลับตำแหน่ง เชื่อมเกมตรงกลาง และพยายามหา
พื้นที่ระหว่างแนวรับกับแดนกลางของเซอร์เบีย

ประตูแรกก็มาจากเขา

เวียร์ตซ์รับบอลในเขตโทษ ก่อนยิงไปชนเสา และบิสชอฟตามซ้ำเข้าไป

ส่วนประตูที่สอง...คราวนี้เขาเป็นคนจบเอง

นาที 61 **มักซิมิเลียน มิตเทิลชเตดท์** จ่ายบอลเข้าไปให้เวียร์ตซ์ในกรอบ
เขตโทษ ก่อนที่เจ้าตัวจะแตะบอลผ่านกองหลังแล้วซัดผ่านมือผู้รักษาประตู
เข้าไปอย่างเยือกเย็น

จากผู้สร้าง...กลายเป็นผู้ปิดบัญชี

และมันเป็นจังหวะที่บอกว่า เวียร์ตซ์กำลังเริ่มกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง

หลังเกม เวียร์ตซ์บอกว่าเขาสนุกกับเกมนี้มาก ทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่ และ
ทีมทำตามแผนได้เกือบสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญคือเขายังได้รับปลอกแขน
กัปตันในช่วงครึ่งหลังด้วย

นั่นเป็นรายละเอียดเล็ก ๆแต่มีความหมายไม่น้อย

เพราะคล็อปป์ไม่ได้เพียงต้องการให้เวียร์ตซ์เป็น “ตัวสร้างสรรค์เกม”

เขาต้องการให้ดาวเตะวัย 23 ปีเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของเยอรมนีชุดใหม่

---

# # 🇩🇪 เกมนี้ดีตรงไหน? คำตอบคือ **เยอรมนีเล่นเป็นทีมมากขึ้น**

ผู้เล่นไม่ได้ยืนห่างกันจนเกมรุกขาดความต่อเนื่องเหมือนที่เราเห็นในบาง
ช่วงของทีมชุดก่อน

เวียร์ตซ์มีพื้นที่ให้สร้างสรรค์

บิสชอฟกล้าเล่น

มิตเทิลชเตดท์เติมเกมทางฝั่งซ้ายได้อันตราย

อเล็กซานดาร์ ปาฟโลวิช คุมจังหวะในแดนกลาง

ขณะที่ นิค โวลเทมาเดอ ใช้รูปร่างและการพักบอลเพื่อเชื่อมเกมกับแนวรุก

และสิ่งสำคัญคือ...**ทุกคนพร้อมวิ่งเมื่อทีมเสียบอล**

นี่แหละคือจุดที่คำว่า “คล็อปป์” เริ่มปรากฏอยู่ในทีมเยอรมนี

---

# # ⚠️ แต่ยังมีสิ่งที่ต้องแก้

สกอร์ 2-0 อาจดูสวยงาม แต่ถ้ามองลึกลงไป เยอรมนีน่าจะยิงได้มากกว่านี้

โอกาสมีมากมาย

โดยเฉพาะ นิค โวลเทมาเดอ ที่พลาดโอกาสทองอย่างเหลือเชื่อ รวมถึง
จังหวะจบสกอร์หลายครั้งที่ไม่เฉียบคมพอ

ตามข้อมูลหนึ่ง เยอรมนีมีค่า xG สูงถึงประมาณ **4.05** เทียบกับเซอร์เบียเพียง 0.02

พูดง่าย ๆ คือ...

**เยอรมนีสร้างโอกาสได้มากพอที่จะชนะขาดกว่านี้**

ดังนั้นสิ่งที่คล็อปป์ต้องทำต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงสร้างระบบเพรสซิ่ง แต่ต้อง
ทำให้ทีมเปลี่ยนความเหนือกว่าให้กลายเป็นประตูให้ได้มากขึ้น

---

# แล้วนี่คือ “ทีมของคล็อปป์” หรือยัง? อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะพูดแบบนั้น

เพราะนี่เพิ่งเป็นชัยชนะเกมแรกจากการคุมทีม 3 นัด

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ **คล็อปป์กำลังทดลองสร้างทีมใหม่โดยไม่ได้ยึดติดกับชื่อ
นักเตะบิ๊กเนม เพียงอย่างเดียว**

เกมนี้เขาเปลี่ยน 11 ตัวจริงจากเกมก่อนทั้งหมด และส่งผู้เล่นหน้าใหม่ลงสนาม
หลายคน ผลที่ได้คือทีมที่มีพลัง มีความกล้า และมีความกระหาย

คล็อปป์เคยบอกก่อนเกมว่า เยอรมนีไม่ใช่ “บาเยิร์น มิวนิค แห่งวงการ
ฟุตบอลยุโรป” อีกต่อไป และจำเป็นต้องค้นหาตัวตนของตัวเอง

เกมกับเซอร์เบียจึงอาจเป็นก้าวเล็ก ๆ ของกระบวนการนั้น

ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่เป็น **สัญญาณที่ดี**

---

# # และบางที...คนที่น่าจับตามองที่สุดอาจเป็นเวียร์ตซ์

เพราะเยอรมนีจะไปได้ไกลแค่ไหนภายใต้คล็อปป์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเกเก้น
เพรสซิ่งเพียงอย่างเดียว

มันขึ้นอยู่กับว่า..ใครจะเป็นคนสร้างความแตกต่างเมื่อทีมแย่งบอลกลับมา

คืนนี้เราได้คำตอบบางส่วนแล้ว

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์

เขาทำแอสซิสต์ทางอ้อมให้ประตูแรก
เขายิงประตูที่สอง
เขาเชื่อมเกมรุก
เขาเคลื่อนที่หาพื้นที่
และในครึ่งหลังยังสวมปลอกแขนกัปตันทีม

จากนักเตะที่กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องฟอร์มในระดับสโมสร

คืนนี้เขากลับมาเป็น **“เวียร์ตซ์ที่เยอรมนีรู้จัก”**และบางที...

คล็อปป์อาจเป็นคนที่ช่วยปลุกเวียร์ตซ์คนนั้นให้กลับมาอีกครั้ง

ชัยชนะ 2-0 เหนือเซอร์เบียจึงอาจไม่ได้สำคัญเพียงเพราะมันเป็น
**ชัยชนะครั้งแรกของเยอร์เก้น คล็อปป์**

แต่มันอาจเป็นคืนแรกที่เราได้เห็นว่า...

**เยอรมนีของคล็อปป์กำลังเริ่มมีหน้าตาแบบไหน**

🚨🇸🇪  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ออกมากล่าวถึงปฏิกิริยาของสโมสรต่าง ๆ ในพรีเมียร์ลีก ต่อกรณีข้อกล่าวหาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้“ผมไม...
02/10/2026

🚨🇸🇪 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ออกมากล่าวถึงปฏิกิริยาของสโมสรต่าง ๆ ใน
พรีเมียร์ลีก ต่อกรณีข้อกล่าวหาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นพวกเขาร่วมยินดีกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ (หัวเราะ)
เพราะเรากำลังพูดถึงสโมสรที่สร้างความพ่ายแพ้และแรงกดดันให้กับ
เกือบทุกทีมในลีกนี้มาอย่างยาวนาน

เมื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ย้ายเข้ามาคุมทีม ท่ามกลางกระแสว่านี่คือลีกที่มี
แข่งขันสูงที่สุดในโลก แต่เขากลับแสดงความเหนือชั้นและครอบครอง
พรีเมียร์ลีกได้อย่างง่ายดายราวกับกำลังแข่งขันในลีกระดับล่าง

เขาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแตกต่างของคุณภาพอย่างชัดเจน การที่
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยึดตำแหน่งแชมป์มาได้หลายปี เมื่อทีมอื่นไม่สามารถ
เอาชนะพวกเขาได้ในสนามแข่ง

ผมจึงเข้าใจได้ว่าทำไม "พวกเขาถึงเลือกที่จะยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกสนามแทน"

สโมสรเหล่านั้นกลับพยายามสื่อสารราวกับว่า ข้อกล่าวหานี้คือปัจจัยเดียว
ที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประสบความสำเร็จ ทำเหมือนกับว่าสิ่งนี้คือ
กลยุทธ์หลักที่ใช้ในการแข่งขัน

พวกเขากำลังมองข้ามรูปแบบฟุตบอลที่งดงาม การควบคุมเกมอย่าง
เบ็ดเสร็จ และความทุ่มเทจริง ๆ ที่สโมสรใช้ในการคว้าแชมป์เหล่านั้นมา

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะยินดี มีสิทธิ์ที่พูดถึงข้อกล่าวหา หรือเฝ้ารอผลการตัดสิน
ตามกระบวนการ

แต่อย่าได้พยายามบิดเบือนหรือเขียนประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลขึ้นมาใหม่

เพราะข้อเท็จจริงคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีศักยภาพที่เหนือกว่าอย่างเด่นชัด
'ในสนาม' และนั่นคือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้พวกเขาคว้าชัยชนะและ
ถ้วยรางวัลทั้งหมดมาครอง”

โหดจัดยันชุดเด็ก สเปน U21 บุกถล่ม ซาน มารีโน่ 13-0“กระทิงเด็ก” ทีมชาติสเปน U21 ระเบิดฟอร์มโหด บุกถล่ม ซาน มารีโน่ U21แบบ...
02/10/2026

โหดจัดยันชุดเด็ก สเปน U21 บุกถล่ม ซาน มารีโน่ 13-0
“กระทิงเด็ก” ทีมชาติสเปน U21 ระเบิดฟอร์มโหด บุกถล่ม ซาน มารีโน่ U21
แบบไม่ไว้หน้ากันเลย 13-0 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป U21
รอบคัดเลือก กลุ่ม เอ

เกมนี้แทบเป็นการบุกอยู่ฝ่ายเดียวของ สเปน ด้วยตัวเลขที่ห่างกันชัดเจน
🇪🇸 ครองบอล 80%
🎯 โอกาสยิง 48 ครั้ง
⚽ จบด้วย 13 ประตู
พระเอกของเกมคือ การ์ลอส เอสปี กองหน้าดาวรุ่งจาก เรอัล มาดริด
ที่โชว์ฟอร์มโหดจัดหนักคนเดียวถึง 5 ประตู พร้อม 2 แอสซิสต์

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ สเปน U21 ลงสนาม 9 นัด เก็บไปถึง 24 คะแนน
ผลงานชนะ 8 แพ้ 1 ยึดจ่าฝูงกลุ่ม เอ ต่อไป
หากเปิดบ้านเอาชนะ โรมาเนีย ในนัดสุดท้ายวันอังคารนี้ จะการันตีแชมป์กลุ่มพร้อมคว้าตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้ายทันที

ศึกชาติไหนไม่รู้ แต่กูติ่งพี่โด้! ส่องนาที ฮอยลุนด์ สถาปนาตัวเองเป็นประธานแฟนคลับโด้เบอร์ 1ย้อนกลับไปนัด โปรตุเกส บุกไปเ...
02/10/2026

ศึกชาติไหนไม่รู้ แต่กูติ่งพี่โด้! ส่องนาที ฮอยลุนด์ สถาปนาตัวเองเป็นประธาน
แฟนคลับโด้เบอร์ 1

ย้อนกลับไปนัด โปรตุเกส บุกไปเอาชนะเดนมาร์ก 4-2 เมื่อคืน... ใครที่ได้ดู
แมตช์นี้คงสงสัยเหมือนกันว่า นี่มันศึกระดับชาติหรือเวทีสำแดงความรักของ
แฟนคลับที่มีต่อไอดอลกันแน่?

ลูกยิงประตูที่สองของเดนมาร์กเมื่อคืนนี้ โดย รัสมุส ฮอยลุนด์ มันไม่ใช่
แค่เรื่องของสกอร์ แต่มันคือการประกาศให้โลกรู้ว่า "กูคือติ่งพี่โด้ตัวจริง!"

เพราะซัดเข้าปุ๊บ เจ้าหนูฮอยลุนด์ก็จัดท่า "Siuuu" ในตำนานกระแทกหน้า
แฟนบอลฝอยทองไปหนึ่งดอก... อารมณ์แบบ ไม่สนใจหรอกว่านี่บ้านใคร
แต่ยิงได้ ท่านี้ต้องมา!

ความเบียวระดับสิบยังไม่จบแค่นั้นนะ... หลังจบเกม จังหวะเดินไปจับมือ
กับ ฆอร์เก้ เชซุส กุนซือฝั่งคู่แข่ง เจ้าตัวดันปัดมือทิ้ง แถมจ้องหน้ามองแรงใส่
ประหนึ่งว่าลุงเชซุสเคยไปแอบฉี่ใส่ยางรถยนต์บ้านมันอย่างนั้นแหละ!
คือหน้าตาหาเรื่องและเคืองแค้นแทนไอดอลสุดๆ

แค่นั้นยังไม่พอ... จบเกมปุ๊บ ให้สัมภาษณ์จิกกัดทันทีด้วยประโยค
คมกริบแสบถึงทรวงว่า:

*“ถ้าพวกคุณ (คนโปรตุเกส) ไม่เห็นค่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็เรื่องของคุณ
เถอะครับ เพราะยังมีคนอีกเป็นล้านบนโลกใบนี้ที่เค้ามีพี่โด้เป็นแรงบันดาล
ใจ และยกย่องเขาเป็นไอดอลเสมอ”*

แหม่... ฟูลออปชั่นขนาดนี้ ตกลงน้องเป็นศูนย์หน้าทีมชาติเดนมาร์ก หรือเป็น
แอดมินเพจปกป้องพี่โด้กันแน่เนี่ย?

ถามว่าความรักอันหวานชื่นและมืดบอดนี้เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่?
ย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน นัดแรกของเนชันส์ลีก รอบก่อนรองฯ ที่ฮอยลุนด์ลง
มาเป็นตัวสำรองแล้วซัดประตูชัยใส่โปรตุเกส มันก็จัดท่า Siuuu นี้มาแล้ว
รอบนึง พร้อมหยอดคำหวานหลังเกมแบบไม่กั๊กว่า:

*“ผมไม่ได้เว่อร์นะ แต่โรนัลโด้ คือทุกสิ่งทุกอย่างของผม
ผมตกหลุมรักฟุตบอลและมีวันนี้ได้ ก็เพราะอยากเป็นให้ได้แบบเขานี่แหละ”*

ตลกร้ายและความย้อนแย้งขั้นสุดมันอยู่ตรงนี้แหละ! ในขณะที่คนโปรตุเกส
บางกลุ่มเริ่มเบื่อ เริ่มด่า หรือละเลยตำนานของตัวเอง

แต่คนที่ออกมายืนกางแขนปกป้อง โรนัลโด้ แบบไม่กลัวใครหน้าไหน
กลับกลายเป็นศูนย์หน้า ทีมคู่แข่งชาวเดนิช ซะงั้น!

ไม่ใช่แค่แฟนบอลธรรมดาแล้วมั้งแบบนี้... นี่มันระดับ "สาวกผู้จงรักภักดี"
ที่พร้อมบวกกับทุกคนที่แตะต้องไอดอลของเขา

ยอมรับเลยว่าเป็นโมเมนต์ที่ทั้งปั่น ทั้งตลกร้าย แต่ก็น่าจดจำจริงๆ ลงสนาม
ไปแข่งกับเขาแท้ๆ แต่นอกสนามนี่พร้อมจะถวายชีวิตให้พี่โด้แบบสุดตัว!

โชคชะตา..กำหนดไว้แล้ว ต้องเป็นตำนานที่นี่ในปี 1999 เธียร์รี อองรี ในวัย 21 ปี หลังจากเพิ่งคว้าแชมป์โลกกับฝรั่งเศสมาหมาดๆ...
02/10/2026

โชคชะตา..กำหนดไว้แล้ว ต้องเป็นตำนานที่นี่
ในปี 1999 เธียร์รี อองรี ในวัย 21 ปี หลังจากเพิ่งคว้าแชมป์โลกกับฝรั่งเศส
มาหมาดๆ เป็นหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงของยูเวนตุส แต่ถึงแม้จะประสบความสำเร็จ
กับทีมชาติ สถานการณ์ของเขาในสโมสรแห่งนี้ก็ไม่ได้ดีนัก

ทั้งมาร์เชลโล ลิปปี้ และคาร์โล อันเชล็อตติ โค้ชของเขาในอิตาลี ต่างต้องการ
ให้เขาช่วยเรื่องการเพรสซิ่ง ซึ่งทำให้นักเตะชาวฝรั่งเศสคนนี้ไม่
คุ้นเคยกับแง่มุมทางยุทธวิธีของสไตล์การเล่นแบบกัลโช่

เขาถูกแฟนบอลยูเว่โห่ใส่ สโมสรยูเวนตุสถึงกับพิจารณาปล่อยตัวเขา
ให้อูดิเนเซ่ ยืมตัวเพื่อแลกกับผู้เล่นคนอื่น แต่เฮนรี่ปฏิเสธ

"ในฟุตบอลอิตาลี พวกเขารู้ทุกอย่าง ทั้งด้านเทคนิคและแท็กติก"
อองรีกล่าว เขารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถหาโอกาสทำประตูในแดนหน้าได้
เขาทำประตูได้เพียง 3 ประตูจาก 16 นัดที่ลงเล่นให้กับยูเวนตุส เท่านั้น
และถูกขายให้กับอาร์เซนอล ด้วยราคา 4 ล้านยูโร

อาร์แซน เวนเกอร์ รู้ดีว่านี่คือข้อตกลงที่ยอดเยี่ยม เพราะเขาเคยให้โอกาส
อองรีลงเล่นนัดแรกกับโมนาโกเมื่อตอนที่เขาอายุเพียง 17 ปี

ส่วนที่เหลือก็เป็นประวัติศาสตร์แล้ว..

เสื้อหมายเลข 7 อันเป็นเอกลักษณ์ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ถูกส่งมอบให้กับราฟาเอล เลเอา จากเอซี มิลาน หลังจากที่โรนัลโด้ถ...
02/10/2026

เสื้อหมายเลข 7 อันเป็นเอกลักษณ์ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ถูกส่งมอบ
ให้กับราฟาเอล เลเอา จากเอซี มิลาน หลังจากที่โรนัลโด้ถอนตัวออกจาก
ทีมชาติโปรตุเกส

ยูฟ่า ยืนยันรายชื่อนักเตะทีมชาติโปรตุเกสสำหรับโปรแกรมแข่งขันอย่างเป็น
ทางการเรียบร้อย โดย ราฟาเอล เลเอา จะใส่เสื้อ หมายเลข 7 สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไป

🚨🇵🇹   คริสเตียโน่ โรนัลโด้ประกาศถอนตัวจากแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส แล้วหลังมีปัญหากับ จอร์จ เชซุส กุนซือของทีม เดิมที โรนัลโด...
01/10/2026

🚨🇵🇹 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ประกาศถอนตัวจากแคมป์ทีมชาติ
โปรตุเกส แล้วหลังมีปัญหากับ จอร์จ เชซุส กุนซือของทีม

เดิมที โรนัลโด้ วางแผนที่จะรีไทร์จากการเล่นให้ทีมชาติหลังจบฟุตบอลโลก
แต่ประธานสมาคมฟุตบอลโปรตุเกสและ ฮอร์เก้ เชซุส ได้ช่วยกันโน้มน้าวว่า
เขายังคงมีบทบาทสำคัญ จนทำให้เขาตัดสินใจรับใช้ชาติต่อไป

ข้อตกลงเดิมที่คุยกันไว้คือ โรนัลโด้ จะลงเล่นในเกมเหย้าทั้งสองนัด แต่จะ
พักในเกมเยือนสองนัด แต่ต่อมา เฆซุส ได้เปลี่ยนแผน และขอให้ โรนัลโด้
มีส่วนร่วมในเกมเยือนพบ นอร์เวย์

ซึ่งแม้โรนัลโด้จะออกไปวอร์มอัป แต่สุดท้ายกลับถูกดร็อปไว้ข้างสนามโดย
ไม่ได้ลงเล่น หลังจากนั้น โรนัลโด้ ยังถูกแจ้งว่าเขาอาจจะได้ลงเล่นในเกมเยือน
กับเดนมาร์ก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากที่เคยตกลงกันไว้อีกครั้ง

ดาวเตะวัย 41 ปี รู้สึกเหมือนถูกหลอก และไม่ได้รับความเคารพจากวิธีการ
จัดการสถานการณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะคำพูดที่ถูกปล่อยออกมาสู่สาธารณะ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า

🗣️ หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงข่าวของหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติ และได้
พูดคุยกับประธานสมาคมฟุตบอลโปรตุเกสแล้ว ผมจึงตัดสินใจอำลาแคมป์
เก็บตัวของทีมชาติ

🗣️ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมจะเปิดเผยความจริงให้ชาวโปรตุเกส ทุกคน
ได้รับทราบถึงเหตุผลที่ทำให้ผมต้องอำลาทีมชาติ ซึ่งเป็นทีมที่ผมทุ่มเท
ให้มาโดยตลอด

🗣️ ในเวลานี้ ผมขออวยพรให้ทีมชาติโปรตุเกสและเพื่อนร่วมทีมทุกคน
ประสบแต่ความโชคดีโดยทั่วกัน
---------------------
‼️ คุณ Edu Aguirre เพื่อนพี่โด้ เผยเหตุผลว่าทำไมเพื่อนเขาถึงตัดสินใจ
ออกจากแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส:

💬 “ในการพูดคุยส่วนตัวระหว่าง คริสเตียโน่, ประธานสมาคมฟุตบอลโปรตุเกส
และ จอร์จ เชซุส ทาง จอร์จ ได้เอ่ยปากขอโทษ คริสเตียโน่ หลังจากปล่อยให้
เขาวอร์มอัพนานถึง 30 นาที โดยไม่ได้ส่งลงสนาม

💬 นอกจากนี้ จอร์จ ยังรับปากกับ คริสเตียโน่ ว่าจะออกมาขอโทษต่อสาธารณะ
ในงานแถลงข่าว โดยจะยอมรับว่าตนทำผิดพลาดและชี้แจงทุกอย่างให้ชัดเจน
ทว่า จอร์จ กลับไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้

💬 ในทางกลับกัน คริสเตียโน่ รู้สึกว่าสิ่งที่ จอร์จ พูดนั้นไม่เป็นความจริง อีกทั้ง
ยังพยายามแสดงให้สาธารณชนเห็นว่าตนเป็นผู้กุมอำนาจและมองว่าคริสเตียโน่
ก็เป็นเพียง ‘นักเตะธรรมดาคนหนึ่ง’ เท่านั้น นั่นทำให้คริสเตียโน่รู้สึกโกรธ

💬 คริสเตียโน่ รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เพราะ จอร์จ ได้ขอโทษเขาเป็นการส่วนตัว
และรับปากว่าจะทำแบบเดียวกันต่อหน้าสาธารณชน แต่สุดท้ายกลับทำในสิ่งที่
ตรงกันข้าม ด้วยเหตุนี้ คริสเตียโนจึงตัดสินใจที่จะเดินทางกลับบ้าน
สำหรับเขาแล้ว นี่คือการหักหลัง”

คดีจะพลิกไหม? นายกมาเอง**แอนดี้ เบิร์นแฮม ผู้นำสหราชอาณาจักร ออกโรงยอมรับตามตรงว่ากังวลใจอย่างยิ่งหาก "ชีคห์ มานซูร์" ตั...
01/10/2026

คดีจะพลิกไหม? นายกมาเอง
**แอนดี้ เบิร์นแฮม ผู้นำสหราชอาณาจักร ออกโรงยอมรับตามตรงว่า
กังวลใจอย่างยิ่งหาก "ชีคห์ มานซูร์" ตัดสินใจเทคแอ็กชันด้วยการขาย
สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังทีมถูกชี้ขาดว่าผิดกฎการเงิน

“ผมกังวลมากหากต้องเสียพวกเขาไป พวกเขาเป็นพันธมิตรที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเมืองแมนเชสเตอร์ยุคใหม่ และแน่นอนว่ารวมถึงการสร้างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้เป็นทีมระดับโลกด้วย”

“ผมไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกระบวนการนี้ได้มากกว่านี้ มันคงไม่ถูกต้อง
ที่จะทำเช่นนั้น มันคงไม่ถูกต้องที่จะด่วนสรุปก่อนที่จะศึกษาข้อมูลทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน

โดยยกย่องกลุ่มทุนยูเออีว่าไม่ได้แค่พาทีมสู่ระดับโลก แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมและพัฒนาเมืองแมนเชสเตอร์มาตั้งแต่ปี 2008**

**นายก เมืองผู้ดี ยังหยิบยกเคสของ เอฟเวอร์ตัน ที่เคยโดนตัดคะแนน
มาเป็นอุทาหรณ์เตือนสติว่ากระบวนการพิจารณาต้องมีความเป็นธรรม
รอบคอบที่สุด และวอนทุกฝ่ายอย่าเพิ่งด่วนตัดสินจนกว่าจะผ่านขั้นตอน
การยื่นอุทธรณ์สู้คดีของทัพเรือใบสีฟ้าในวันที่ 2 ตุลาคมนี้**

**หากคดีประวัติศาสตร์บานปลายจนกลุ่มทุนระดับมหาเศรษฐีตัดสินใจถอนสมอ แฟนบอลคิดว่า แมนฯ ซิตี้ และวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีจะได้รับ
ผลกระทบหนักหน่วงเกินเยียวยาหรือไม่!**

🔴 [บันทึกประวัติศาสตร์] เมื่อแฟนบอล 73,000 คนแน่นไฮบิวรี! สถิติสูงสุดตลอดกาล & วัฒนธรรมดูบอลยุคคลาสสิกที่หายไป ⚽🎩ย้อนกลั...
01/10/2026

🔴 [บันทึกประวัติศาสตร์] เมื่อแฟนบอล 73,000 คนแน่นไฮบิวรี!
สถิติสูงสุดตลอดกาล & วัฒนธรรมดูบอลยุคคลาสสิกที่หายไป ⚽🎩

ย้อนกลับไปในยุคที่ฟุตบอลยังไม่มีเก้าอี้พลาสติก ไร้จอ LED และไม่มีการกั้นฝั่งกองเชียร์... รู้ไหมครับว่าสนาม "ไฮบิวรี" (Highbury) ระดับตำนาน
ของอาร์เซนอล เคยทำสถิติผู้เข้าชมสูงสุดตลอดกาลถึง 73,295 คน!

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1935 ในเกมนัดหยุดโลกดิวิชั่น 1 ระหว่าง อาร์เซนอล อันดับ 1 พบ ซันเดอร์แลนด์ อันดับ 2

ตอนนั้นปืนใหญ่กำลังมั่นหน้าล่าแชมป์ลีก 3 สมัยซ้อน แถมเพิ่งบุกไปถล่ม
สเปอร์สมา 6-0! ความกระสันดูบอลของแฟนๆ ย่าน N5 ของปินใหญ่เลยพุ่ง
ทะลุปรอท จนเจ้าหน้าที่ต้องสั่ง

"ล็อกประตูสนามล่วงหน้า 1 ชั่วโมง" ก่อนคิกออฟ เพราะอัฒจันทร์ยืน
อัดแน่นจนล้นความจุอย่างเป็นทางการ (72,000 คน) ไปเรียบร้อย

✨ บรรยากาศ & วัฒนธรรมดูบอลยุค 1930s ต่างกับยุคนี้ยังไง?

จอร์จ สตีเวนส์ แฟนบอลรุ่นเก๋าที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ได้เล่าเสน่ห์สุดคลาสสิกที่แฟนบอลยุคนี้ไม่มีวันได้สัมผัสไว้ได้อย่างน่ารักมาก:

🤝 ไม่มีการแบ่งฝั่งกองเชียร์ แฟนปืนใหญ่กับแฟนแมวดำยืนเชียร์ปะปนกัน
ได้อย่างเป็นมิตร จบเกมก็ปรบมือให้เกียรติกัน

👶 วัฒนธรรม "อุ้มเด็กส่งต่อข้ามหัว"
ด้วยความที่เป็นอัฒจันทร์ยืน ถ้าเด็กตัวเล็กมองไม่เห็น ผู้ใหญ่ในกลุ่มจะช่วย
กันอุ้มเด็กแล้ว "ส่งต่อข้ามศีรษะ" จากกลางดงคนเบียดกัน ไปวางไว้แถวหน้าสุดติดขอบสนาม!

🎩 ทะเลหมวก & ควันบุหรี่:
ภาพจำของคนยุคนั้นคือผู้ชายใส่ชุดสูท สวมหมวกทรงสูง (Bowler Hats)
ยืนอัดกันแน่นจนกลายเป็น "ทะเลหมวก" ท่ามกลางควันบุหรี่ลอยคลุ้ง

แม้เกมวันนั้นจะจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แต่ตัวเลข 73,295 คน ก็กลายเป็น
สถิติผู้ชมสูงสุดตลอดกาลของไฮบิวรีที่ไม่เคยถูกลบล้างได้อีกเลยจนถึง
วันที่สนามปิดตัวลง

ฟังดูแล้วเสน่ห์การดูบอลยุคนั้นอบอุ่นและมีวิถีชีวิตแบบชุมชนมากจริงๆ ครับ แฟนปืนรุ่นใหญ่หรือรุ่นใหม่เห็นภาพนี้แล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง? มาคอมเมนต์คุยกันได้เลย! 👇🔴⚪

#ปืนใหญ่ #อาร์เซนอล #ประวัติศาสตร์ฟุตบอล

ไม่มีบอลแข่ง ว่างๆ เลยแซวพรี่โด้
01/10/2026

ไม่มีบอลแข่ง ว่างๆ เลยแซวพรี่โด้

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ GsportGuru โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์