Gungnir Dynamic

Gungnir Dynamic

แชร์

Fi****ms, First Aid and Tactical Training
Basic and advanced training courses for civilians, LE , Mil

Photos from Jambavan - MEDIC's post 11/05/2026
Photos from Gungnir Dynamic's post 09/05/2026

🔥 สิ่งที่น่ากลัวกว่าปืน และระเบิด? ☢️☣️⚠️

จากข่าวชาวแผ่นดินใหญ่โดนจับกุม
ผู้คนส่วนมาก มองไปที่อาวุธปืน เครื่องกระสุน และมะตูม ซึ่งดูว่าสามารถสร้างความเสียหายได้สูง

แต่หากสังเกตุดีๆแล้ว สิ่งที่ผมเป็นกังวลมากสุดในการจับกุมครั้งนี้คือ Gasmask ครับ เพราะโดยปกติแล้วมักจะใช้เพื่อตอบสนองกับอาวุธ WMD (Weapons of Mass Destruction) อาวุธทำลายล้างสูง ประกอบไปด้วย อาวุธเคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ หรือที่เราได้ยินบ่อยๆว่า คชรน หรือ CBRN โดยสามารถใช้สร้างความเสียหาย ปนเปื้อน ได้มากกว่าการยิง หรือระเบิดหลายเท่า
สามารถนำมาประกอบกับ วรบ. ได้เช่นกัน
นอกจากจะทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตแล้ว ยังสามารถมำให้พื้นที่เกิดการปนเปื้อน สร้างผลกระทบทางจิตวิทยา และเสียค่า Decon พื้นที่ ใช้งบประมาณอีกมหาศาล

แม้จะมีสนธิสัญญาห้ามใช้ แต่สนธิสัญญาบังคับใช้เฉพาะรัฐ ไม่ใช่กับกองโจร!

Besafe and Alway be ready!

🤙ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และ สุภาพ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่เหมาะสมสู่สังคมครับ

⚠️หน่วยงานใด สนใจแลกเปลี่ยน จัดการฝึกยุทธวิธี ยินดีให้คำปรึกษา ยินดีจัดการฝึกระดับหน่วยให้ #ฟรี ไม่มีค่าสอนครับ

08/05/2026

🔥ผมขอจับ ผมขอ touch!

ที่บ้านเค้า ระเบียบ กฎหมาย วิธีปฏิบัติเป็นยังไงไม่รู้

แต่ถ้าเป็นที่ไทย คอมเม้นจะเป็นยังไงมั่งครับ
เม้นมาชมกันหน่อย 😁

08/05/2026

Test Test 🤣

แจก promt ลอกมาจาก DOGMA Protocol ใต้เม้น 🤣

07/05/2026

🔥คนเจ็บเยอะขนาดนี้ จะช่วยใครดี?

เคยสงสัยไหมครับ หากวันนึงเราต้องไปเจอกับเหตุวิกฤติ เช่นเหตุการสู้รบ Active shooter หรือ Mass casualty มีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยบุคคลากร และอุปกรณ์ที่มีอยู่อย่างจำกัด เราจะเลือกช่วยใครดีนะ?

ให้เราพิจารณาง่ายๆดังนี้ครับ

ประเภทของผู้บาดเจ็บในเหตุวิกฤติ

😷1.ผู้ที่ไม่ว่าจะอย่างไร ก็จะไม่ตาย
เช่นมีดบาดนิ้ว หนามตำเท้า
กลุ่มนี้อาจสร้างเสียงดัง เสียงร้องเรียกความสนใจจากการบาดเจ็บ ทำให้คนส่วนมาก ถูกดึงดูดรีบเข้าไปช่วยกลุ่มนี้ก่อน

💀2.ผู้ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็จะไม่รอด
เช่นโดนยิงศีรษะ อวัยวะสำคัญถูกทำลาย ร่างกายอาจยังตอบสนองอยู่บ้าง แต่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา(ยึดหลักง่ายๆ ใครเห็นก็ว่าตาย)

🤢3.ผู้ที่จะตาย แต่สามารถรอดได้ หากได้รับการช่วยเหลือ เช่น โดนยิงแขนเสียเลือดมาก หรือมีแผลทะลุที่ช่องอก หากปล่อยไว้สามารถเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว แต่สามารถช่วยได้โดยการใช้ TQ , chestseal เป็นต้น

🎯สรุป ในภาวะวิกฤติ ให้เราเลือกช่วยคนกลุ่มที่ 3 เพราะจะทำให้มีโอกาศเพิ่ทจำนวนผู้รอดชีวิติมากที่สุด ส่วนในกลุ่มนี้ จะช่วยใครก่อนหลัง มาต่อกัน part หน้าครับ!

🤙ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และ สุภาพ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่เหมาะสมสู่สังคมครับ

⚠️หน่วยงานใด สนใจแลกเปลี่ยน จัดการฝึกยุทธวิธี ยินดีให้คำปรึกษา ยินดีจัดการฝึกระดับหน่วยให้ #ฟรี ไม่มีค่าสอนครับ

บอกกับพวกเขา นี่ยังไม่ใช่วันตายของมึงงงง

05/05/2026

🎯TCCC มีกี่ระดับ แต่ละระดับ เหมาะกับผู้เรียนระดับใดบ้าง?

ระดับการฝึกอบรม TCCC ได้ถูก DoD ปรับปรุงเมื่อปี 2561 และ แบ่งระดับ เป็น 4 ระดับ เพื่อความเหมาะสมตามบทบาทของกำลังพลดังนี้ครับ

Tier 1 & 2
Non Medical personnel
บุคคลากรที่ไม่ใช่สายการแพทย์

🛂Tier 1: TCCC-ASM (All Service Members): ทักษะพื้นฐาน 7 ชั่วโมงสำหรับทหารทุกคนที่ประจำการในกองทัพ ตั้งแต่นายพล ถึงพลทหาร เน้นหลักไปที่การห้ามเลือด และป้องกันภาวะ Tension pneumothorax

🪂Tier 2: TCCC-CLS (Combat Lifesaver): หลักสูตร 40 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่ไม่ใช่สายแพทย์ที่ต้องการทักษะขั้นสูงขึ้น เพื่อออกไปปฏบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง เพิ่มเติม Skill ที่จำเป็น ตามหลัก MARCH

Tier 3 & 4
Medical personnel
บุคคลากรสายการแพทย์

🩺Tier 3: TCCC-CMC (Combat Medic/Corpsman): มาตรฐานวิชาชีพ 63 ชั่วโมงสำหรับแพทย์สนาม เสนารักษ์ ออกไปปฏิบัติหน้าที่ความเสี่ยงสูง หรือโรงพยาบาลสนาม

🏥Tier 4: TCCC-CPP (Combat Paramedic/Provider): สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ระดับสูง เช่นหมอ พยาบาล พาราเมดิก

โดยหลักสูตรมาตรฐาน ออกใบประกาศโดย
National Association of Emergency Medical Technicians สมาคมช่างเทคนิคการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา โดยในไทยเท่าที่ทราบ มี รพ.พระมงกุฎเกล้า กับ Sierra IMTS ที่เปิดคอสอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน NAEMT (หากมีที่อื่น รบกวนแจ้งเพิ่มเติมได้เลยครับ)

แต่ละท่าน เคยผ่านการอบรมถึงระดับไหนกันบ้างครับ
คอมเม้นมาแชร์กันหน่อย!

🤙ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และ สุภาพ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่เหมาะสมสู่สังคมครับ

⚠️หน่วยงานใด สนใจแลกเปลี่ยน จัดการฝึกยุทธวิธี ยินดีให้คำปรึกษา ยินดีจัดการฝึกระดับหน่วยให้ #ฟรี ไม่มีค่าสอนครับ

Tell Them Yourself: It's Not Your Day to Die

05/05/2026

THE FALLEN HERO PROJECT
"WEAR THE STORY OF REAL OPERATIONS"

กรมรบพิเศษที่ 3
ขอเชิญผู้มีเกียรติทุกท่าน ร่วมอุดหนุน
เสื้อเชิ้ตฮาวายลายพิเศษ
ที่ถ่ายทอดเรื่องราวจาก “ภารกิจจริง”
ของกำลังพลกรมรบพิเศษที่ 3
ผู้เคยเข้าร่วมปฏิบัติการใน
ยุทธการศตวรรษ และ ยุทธบดินทร์



รายได้ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย
จะนำไปสมทบทุนในการจัดสร้าง

“อนุสรณ์สถานวีรบุรุษกรมรบพิเศษที่ 3”

เพื่อรำลึกถึงวีรกรรม และความเสียสละของ

* พลตรี ดำรงค์เกียรติ แก้วกระจ่าง
* พลตรี ทวีรัตน์ รัตนบุรี
* พลตรี อโณทัย ป้องแก้ว
* พ.ต. จิรายุส อินทุมาน
* ร.ต. มุสตากีม มาเจ๊ะมะ



ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ในการรบ ณ
ภูมะเขือ | เนิน 677 | ช่องอานม้า | เนิน 350 | ปราสาทตาควาย

โดยอนุสรณ์สถานจะถูกจัดสร้าง
ณ หน้ากองบังคับการ กรมรบพิเศษที่ 3



📌 รายละเอียดการสั่งซื้อ: อยู่ในภาพโปสเตอร์
📍 ทดลองสวมใส่ / สัมผัสสินค้าจริงได้ที่
3RD CLUB – กรมรบพิเศษที่ 3

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!!!

สั่งซื้อกดลิงค์

https://line.me/ti/p/P_GUMzKf0V

04/05/2026

🎯 หา Sniper ให้เจอ ใน 10 วินาที
เปิดเสียง เพื่อฟังเบาะแส!

ใครเจอตรงไหน วงมาให้ชมหน่อยครับ

หาไม่เจอ แก้ตัวใหม่ ตาหน้านะครับ 🤣

🤙ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และ สุภาพ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่เหมาะสมสู่สังคมครับ

⚠️หน่วยงานใด สนใจแลกเปลี่ยน จัดการฝึกยุทธวิธี ยินดีให้คำปรึกษา ยินดีจัดการฝึกระดับหน่วยให้ #ฟรี ไม่มีค่าสอนครับ

Photos from Gungnir Dynamic's post 02/05/2026

🔥 TCCC guideline 2026 ออกมาสดๆร้อนๆจากเตา
วันที่ 1 พ.ค. 2026 ครับ

https://deployedmedicine.com

ในอัพเดทนี้ ส่วนมากเป็นเรื่อง TBI กับการให้ยา สรุปคร่าวๆดังนี้ครับ

🩸 บุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร TCCC ASM/CLS ไม่ควรพยายาม Tourniquet Conversion หากผ่านไปแล้วเกิน 2 ชั่วโมง หลังการใช้ TQ เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากบุคลากรระดับ TCCC CMC/CPP หรือบุคลากรทางการแพทย์ระดับสูงอื่นๆ
​ในกรณีที่ไม่มีการกำกับดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ ให้คงสายรัดห้ามเลือดไว้ในตำแหน่งเดิมและเฝ้าสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง จนกว่าผู้บาดเจ็บจะได้รับการส่งตัวถึงสถานพยาบาลในระดับที่สูงขึ้น

🎯การจัดการทางเดินหายใจ (Airway - Change 24-1):ยกเลิกการใช้: อุปกรณ์ทางเดินหายใจเหนือกล่องเสียง (Supraglottic/Extraglottic Airway เช่น I-gel) ถูกนำออกจากขั้นตอน Tactical Field Care เนื่องจากไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเพิ่มโอกาสรอดชีวิตเมื่อเทียบกับ BVM ในสนามรบ

ท่าพักฟื้น (Recovery Position): แนะนำให้ใช้ท่าพักฟื้น (นอนตะแคง แหงนหน้าขึ้น) เป็นทางเลือกแรกสำหรับผู้บาดเจ็บที่หมดสติแต่ไม่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจCapnography

กำหนดให้มีการตรวจสอบค่า EtCO2 (Capnography) อย่างต่อเนื่องหลังจากทำหัตถการเจาะคอ (Cricothyroidotomy) เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

🛡ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics - Change 25-1)

:เปลี่ยนยาหลัก: ยกเลิกการใช้ Ertapenem และเปลี่ยนมาใช้ Ceftriaxone 2g (ฉีดเข้าเส้นเลือด/กล้ามเนื้อ) วันละครั้งแทน เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อที่พบบ่อยในบาดแผลทันทีหลังการบาดเจ็บและเพื่อการจัดการการดื้อยาปฏิชีวนะที่ดีขึ้นยากิน

: เปลี่ยนจาก Moxifloxacin เป็น Cefadroxil 1g หรือ Cephalexin 500mg

🩸การใช้ยา TXA (Hemorrhage Control):ยกเลิกข้อจำกัด 3 ชั่วโมง: จากเดิมที่ต้องให้ยาภายใน 3 ชั่วโมง ปัจจุบันแนะนำให้ให้ยา โดยเร็วที่สุด หากสงสัยว่ามีการตกเลือด โดยอ้างอิงจากข้อมูลการศึกษานอกกรอบเวลาเดิมที่ยังให้ประโยชน์ในการรอดชีวิต

🩸การประเมินซ้ำสายรัดห้ามเลือด (Tourniquet - Proposed 25-2):เปลี่ยนคำศัพท์จาก "Replacement" เป็น "Repositioning"กำหนดให้กำลังพลทุกคน (รวมถึงผู้ที่ไม่ใช่สายแพทย์) ต้องประเมินซ้ำสายรัดห้ามเลือดภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงของการสูญเสียอวัยวะจากการขาดเลือด

🧠TBI
การประเมินและการรักษาผู้บาดเจ็บที่สงสัยว่ามีภาวะ TBI ระดับเล็กน้อย (mild TBI) หรือสมองกระทบกระเทือน (Concussion): โดยทั่วไปควรเลื่อนไปดำเนินการในช่วงการดูแลผู้บาดเจ็บเป็นเวลานาน (Prolonged Casualty Care) หรือขั้นตอนการดูแลในลำดับถัดไป
​ข. ผู้บาดเจ็บที่สงสัยว่ามีภาวะ TBI ระดับปานกลางหรือรุนแรง: คือผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งง่ายๆ ได้ (เช่น ชูนิ้วโป้ง, ชูสองนิ้ว หรือกระพริบตา) นานเกิน 10 นาทีหลังได้รับบาดเจ็บ และสงสัยว่ามีการบาดเจ็บที่ศีรษะโดยไม่มีสาเหตุอื่น หากไม่แน่ใจ สาเหตุของความผิดปกติทางระบบประสาท ให้ยึดหลักการรักษาภาวะช็อกจากการเสียเลือด (Hemorrhagic Shock) เป็นสำคัญ และให้รีบส่งต่อผู้บาดเจ็บไปยังหน่วยที่มีขีดความสามารถด้านศัลยกรรมประสาท (Neurosurgery) โดยเร็วที่สุด เนื่องจากการผ่าตัดภายใน 5 ชั่วโมงหลังบาดเจ็บจะช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้น
• ​ป้องกันภาวะพร่องออกซิเจน: (เป้าหมายค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน \ge 92%) และจัดการทางเดินหายใจและการหายใจตามแนวทาง TCCC ในส่วนที่ (4) และ (5) พร้อมให้ออกซิเจนเสริมหากมี
• ​ป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำ: โดยตั้งเป้าหมายความดันโลหิตตัวบน (Systolic BP) ให้มากกว่า 100 mmHg หรือหากไม่มีเครื่องวัด ให้ประเมินจากชีพจรที่ข้อมือ (Radial pulse) ที่ปกติ
• ​หากมีภาวะช็อกจากการเสียเลือดร่วมด้วย การกู้ชีพเพื่อรักษาอาการช็อกต้องมาก่อนการกู้ชีพเพื่อ TBI โดยให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV) หรือไขกระดูก (IO) ตามแนวทาง TCCC ในส่วนที่ (6)
• ​หากไม่มีหลักฐานการตกเลือด ให้พลาสมา (Plasma) 1-2 ยูนิต (หมายเหตุ: ไม่ต้องให้พลาสมาในกรณี mild TBI/concussion)
• ​การระบายลมหายใจ: หากผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจและมีการมอนิเตอร์ EtCO2 ให้ตั้งเป้าหมาย EtCO2 ที่ 35-45 mmHg หากไม่มีเครื่องมอนิเตอร์ ให้ช่วยหายใจด้วยปริมาตรต่ำ (Low tidal volume) ในอัตรา 10 ครั้งต่อนาที (1 ครั้ง ทุกๆ 6 วินาที)
​ค. การลดความดันในกะโหลกศีรษะ:
• ​ยกศีรษะและลำตัวส่วนบนให้สูงกว่า 30 องศา หากผู้บาดเจ็บไม่อยู่ในภาวะช็อก และสถานการณ์ทางยุทธวิธีเอื้ออำนวย
• ​คลายคอลล่าร์ (Cervical collar) หากมีการสวมใส่ และดูแลให้ศีรษะตั้งตรง ไม่บิดหมุนคอ
• ​เฝ้าระวังอาการกระสับกระส่ายอย่างใกล้ชิด และให้ยาแก้ปวดและ/หรือยาสลบตามแนวทาง TCCC ในส่วนที่ (11)
​ง. การระบุและรักษาภาวะสมองเลื่อน (Herniation): (สัญญาณ: รูม่านตาไม่เท่ากัน หรือรูม่านตาขยายค้าง, หรือมีอาการเกร็งผิดปกติ/Posturing)
• ​ให้น้ำเกลือเข้มข้น (Hypertonic Saline) 3% หรือ 5% ปริมาณ 250 มล. หรือ 23.4% ปริมาณ 30 มล. ทาง IV/IO โดยใช้เวลาอย่างน้อย 10 นาที แล้วตามด้วยการล้างสายด้วยน้ำเกลือปกติ
• ​ให้ซ้ำได้ใน 20 นาทีหากไม่มีการตอบสนอง (สูงสุดไม่เกิน 2 โดส)
• ​เฝ้าระวังบริเวณที่แทงเข็ม IV/IO หากมีสัญญาณยาซึมออกนอกเส้นเลือดให้หยุดทันที
• ​ห้าม ใช้น้ำเกลือเข้มข้นเพื่อป้องกัน (Prophylactic) การเกิดสมองเลื่อนล่วงหน้า
• ​น้ำเกลือเข้มข้น ไม่ใช่ สารน้ำสำหรับกู้ชีพ (Resuscitative fluid)
​จ. ผู้บาดเจ็บที่มีแผลสมองถูกเจาะทะลุ (Penetrating TBI) หรือกะโหลกแตกแบบเปิด: ไม่ถือเป็นผู้ป่วยรอความตาย (Expectant) โดยอัตโนมัติ:
• ​ใช้ผ้าปิดแผลที่ผิวหน้าเพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่บาดแผล
• ​หากมีการเลือดออกที่บาดแผลหรือขอบแผล ให้ใช้ก๊อซห้ามเลือด (Hemostatic gauze) ปิดด้านบนและกดเบาๆ
• ​ห้าม ยัดวัสดุใดๆ เข้าไปในโพรงบาดแผล
• ​ห้าม พยายามปิดแผลด้วยลวดเย็บแผล (Staples) หรือการเย็บแผล (Sutures)
• ​สามารถล้างสิ่งปนเปื้อนหยาบๆ ออกด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดโดยใช้แรงดันต่ำได้
• ​ให้ยาปฏิชีวนะตามแนวทาง TCCC ในส่วนที่ (12)
​ฉ. ประเมินสภาวะทางระบบประสาทซ้ำทุก 5-10 นาที เพื่อตรวจสอบว่ามีอาการทรุดลงหรือไม่

⚠️ระดับการฝึกอบรม TCCC ในปี 2026หลักสูตรยังคงแบ่งออกเป็น 4 ระดับ เพื่อความเหมาะสมตามบทบาทของกำลังพล:Tier 1: TCCC-ASM (All Service Members): ทักษะพื้นฐาน 7 ชั่วโมงสำหรับทหารทุกคน
Tier 2: TCCC-CLS (Combat Lifesaver): หลักสูตร 40 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่ไม่ใช่สายแพทย์ที่ต้องการทักษะขั้นสูงขึ้น
Tier 3: TCCC-CMC (Combat Medic/Corpsman): มาตรฐานวิชาชีพ 63 ชั่วโมงสำหรับแพทย์สนาม
Tier 4: TCCC-CPP (Combat Paramedic/Provider): สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ระดับสูง

ปล.คัดมาเฉพาะหน้าที่เปลี่ยน

29/04/2026

สรุปประเด็นสำคัญเรื่องการใช้สายรัดห้ามเลือด (Tourniquet) จากการประชุม TECC
​ในการประชุม TECC ครั้งนี้ ดร. วอลล์ (Dr. Wall) นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านสายรัดห้ามเลือด ได้นำเสนอประเด็นปัญหาที่มักถูกมองข้ามหรือเกิดขึ้นซ้ำๆ เกี่ยวกับการใช้งานสายรัดห้ามเลือด
​การนำเสนอนี้ทำในนามของ คณะทำงานด้านสายรัดห้ามเลือด (Tourniquet Working Group) ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการ TECC (ทั้งนี้ ผู้เขียนขอแจ้งให้ทราบว่าผมเป็นสมาชิกของคณะทำงานดังกล่าวด้วย)
​1. ทิศทางการดึงสายรัด (Lateral vs. Medial Pull)
​งานวิจัยของเธอบ่งชี้ว่า การดึงสายรัดให้แน่นในขั้นตอนแรกนั้น การดึงออกด้านข้าง (Laterally) หรือดึงออกจากตัวผู้บาดเจ็บ จะทำได้ง่ายกว่าการดึงเข้าหาตัว (Medially) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เธอเรียกว่า "พื้นที่แออัด" (Crowded space)
• ​ข้อเท็จจริงในสนาม: แม้การดึงออกด้านข้างจะช่วยให้รัดได้แน่นกว่า แต่ในสถานการณ์จริง เช่น การปฐมพยาบาลในรถ อาจมีอุปสรรคอย่างประตูรถขวางกั้น ทำให้ไม่สามารถดึงออกด้านข้างได้
• ​หลักการปฏิบัติ: สถานการณ์ทางยุทธวิธีเป็นตัวกำหนดวิธีการรักษา บางครั้งการใส่สายรัดห้ามเลือดก็เหมือนกับการใส่กุญแจมือผู้ต้องสงสัยที่ไม่ให้ความร่วมมือ คือ "ขอให้ใส่ให้ได้" สำคัญกว่าเทคนิคที่สมบูรณ์แบบ
​2. สัญญาณความแน่น (The "Muffin Top")
​ดร. วอลล์ ระบุว่าหากรัดสายรัดแล้ว ไม่เห็นรอยคอดหรือรอยบุ๋มลงไปในเนื้อ แสดงว่าสายรัดนั้นยังแน่นไม่พอ ผมมักจะเปรียบเทียบในชั้นเรียนว่าต้องให้เห็นเนื้อปลิ้นออกมาเหมือน "ขอบขนมมัฟฟิน" (Muffin top) ทั้งด้านบนและด้านล่างของสายรัด
​3. ความตึงเริ่มต้น (Initial Snugness)
​หากดึงสายรัดไม่ตึงพอตั้งแต่แรกก่อนที่จะเริ่มหมุนแกนขันชะเนาะ (Windlass) หรือตัวแรทเชต (Ratchet) จะส่งผลเสียดังนี้:
• ​ต้องหมุนแกนจำนวนรอบมากขึ้นเกินความจำเป็น
• ​เพิ่มโอกาสที่อุปกรณ์จะสึกหรอหรือหัก
• ​ทำให้ผู้บาดเจ็บเจ็บปวดมากขึ้น
​4. เทคนิคการแปะแถบตีนตุ๊กแก (Velcro Technique)
​สำหรับสายรัดที่ยึดอยู่ได้ด้วยแถบตีนตุ๊กแก (Hook and Loop) เทคนิคการติดสายเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องติดแถบตีนตุ๊กแกให้เต็มพื้นที่ 100% เพื่อให้สายรัดคงความแน่นและปลอดภัยไม่หลุดออก
​5. การเปลี่ยนสีของระยางค์ (Limb Discoloration)
​การที่แขนหรือขาบริเวณใต้ต่อจุดรัดมีสีเปลี่ยนไป เป็นผลมาจากช่วงเวลาที่สายรัดทำการ "กดหลอดเลือดดำ" (Venous occlusion) ได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถ "กดหลอดเลือดแดง" (Arterial occlusion) ได้สำเร็จ
• ​เราต้องลดระยะเวลานี้ให้สั้นที่สุด เพราะตราบใดที่ยังกดหลอดเลือดแดงไม่ได้ เลือดก็จะยังคงไหลออกจากบาดแผลเนื่องจากแรงดันหลอดเลือดแดงสูงกว่าหลอดเลือดดำ
​> หมายเหตุ: โพสต์นี้เป็นเพียงการสรุปเนื้อหาโดยส่วนตัวจากการประชุม TECC และไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนความเห็นหรือการตัดสินใจอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการ TECC

ที่มา: CrisisMedicine

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok