MUFC Scout

MUFC Scout

แชร์

วิเคราะห์เจาะลึก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
#MUFC #ManchesterUnited

20/06/2026

🟡 MUFC SCOUT REPORT | ดีลนี้กำลังขยับ

ไม่ใช่แค่ข่าวว่าแมนยู “สนใจ” มาเตอุส แฟร์นันเดส อีกต่อไป

ตามรายงานของ Manchester Evening News ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีแผนยื่นข้อเสนอแรกให้เวสต์แฮมภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาดีลกองกลางวัย 21 ปีรายนี้อย่างจริงจัง

โจทย์ใหญ่คือ เวสต์แฮมตั้งราคาไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ และหวังให้หลายทีมเข้ามาเปิดศึกประมูล ทั้งอาร์เซนอล, เรอัล มาดริด และเปแอสเช

แต่ฝั่งแมนยูไม่ได้คิดจะจ่ายตามราคาตั้งต้น

รายงานระบุว่าทางยูไนเต็ดมองแฟร์นันเดสเป็นนักเตะพรสวรรค์สูง แต่ค่าตัวระดับ 80 ล้านปอนด์ยังไม่สะท้อนประสบการณ์ของเขาในฟุตบอลระดับสูง ขณะเดียวกัน “ใจนักเตะ” อาจกลายเป็นแต้มต่อสำคัญ เพราะเจ้าตัวอยากย้ายมาค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และต้องการเล่นแชมเปียนส์ลีก

มุมของ MUFC SCOUT คือ นี่ไม่ใช่ดีลที่จะวัดกันแค่ว่าแมนยูมีเงินหรือไม่ แต่เป็นบททดสอบแรกของไมเคิล คาร์ริกและทีมเจรจา

เวสต์แฮมมีแรงกดดันหลังตกชั้น นักเตะมีจุดหมายที่อยากไป ส่วนแมนยูก็ต้องพิสูจน์ว่า “อยากได้จริง” แต่จะไม่ยอมจ่ายเกินมูลค่าที่มองไว้

ข้อเสนอแรกในสัปดาห์นี้ จะบอกได้มากกว่าว่าดีลนี้มีโอกาสไปต่อ หรือกำลังถูกใช้เป็นเกมปั่นราคา

แฟนผีคิดว่า แมนยูควรเปิดที่เท่าไรสำหรับมาเตอุส แฟร์นันเดส — 55 ล้านปอนด์บวกแอดออนส์, 60 ล้านปอนด์บวกโบนัส หรือควรถอยไปหาเป้าหมายอื่น?

#ตลาดนักเตะแมนยู

15/10/2025

เนมานย่า วิดิช กำแพงเหล็กของ ปีศาจแดง

15/10/2025

เปิดแฟ้มลับ! เบื้องหลัง 26 ปี 38 แชมป์ของป๋าเฟอร์กี้

26/09/2025

🔥🎙️ทุกคำพูดของ รูเบน อโมริม ในงานแถลงข่าวก่อนเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เบรนท์ฟอร์ด

รูเบน อโมริม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่แคร์ริงตันก่อนเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะบุกไปเยือนเบรนท์ฟอร์ดในศึกพรีเมียร์ลีกวันเสาร์นี้ ซึ่งนี่เป็นโอกาสสำคัญที่อโมริมจะพาทีมคว้าชัยชนะในลีก 2 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม หลังจากที่ทีมทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งในเกมกับเชลซี

👉🏻อัปเดตความพร้อมของทีม: 4 แข้งหลักพลาดลงสนาม

❌ อโมริมได้ยืนยันรายชื่อผู้เล่นที่จะไม่สามารถลงสนามในเกมนี้ได้:

• ลิซานโดร 'ลิช่า' มาร์ติเนซ และ นูสแซร์ มาซราอุย ยังคงมีอาการบาดเจ็บ และจะยังไม่กลับมาจนกว่าจะถึงช่วงพักเบรกทีมชาติ

• คาเซมิโร่ ติดโทษแบนจากใบแดง

• อาหมัด ดิยัลโล่ จะไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ เนื่องจากมีคนในครอบครัวของเขาเสียชีวิตลง ทางสโมสรได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และเข้าใจว่าเขาจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้าน

ประเด็นสำคัญจากการแถลงข่าวของ รูเบน อโมริม

✅การสร้างโมเมนตัมและความต่อเนื่อง:

"มันสำคัญมาก เราคุยกันเรื่องนี้หลังจบเกม เราต้องการ ความรู้สึกเร่งด่วนที่ต้องชนะให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" อโมริมกล่าว

"ทุกครั้งที่เราเตรียมทีมและดูคู่แข่ง เราจะคิดเสมอว่ามันจะเป็นเกมที่ยากมาก แต่สำหรับผม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นเกมให้ได้เหมือนที่เราทำในเกมกับเชลซีและเบิร์นลี่ย์ เราต้องมีสมาธิและมีความรู้สึกว่าต้องชนะทุกนัดให้ได้"

✅เป้าหมายชนะ 2 นัดติดและมุมมองของแฟนบอล:

"ผมจะไม่พูดว่าเราเล่นได้ดี เพราะผมคิดว่าเราทำได้แล้ว แต่เป็นเรื่องปกติที่แฟนบอลจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเกมถัดไป พูดตามตรง ผมเองก็มีภาพในหัว แต่ก็ไม่รู้แน่ชัดว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร ทั้งที่ผมเป็นผู้จัดการทีม"

"วิธีที่ดีที่สุดคือการลงเล่นทุกเกมเหมือนเป็นนัดสุดท้าย ผมเข้าใจความรู้สึกของแฟนๆ ดังนั้น เรามาเริ่มเปลี่ยนความรู้สึกนั้นด้วยการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในสนามกันดีกว่า"

✅การกลับไปเยือนถิ่นเก่าของ ไบรอัน เอ็มเบวโม่:

อโมริมกล่าวชื่นชมเอ็มเบวโม่ที่จะได้กลับไปเยือนสนามจีเทค คอมมูนิตี้ สเตเดียม เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมยูไนเต็ด

"เขามีความสำคัญอย่างยิ่งจากทุกสิ่งที่เขาทำ เขาเป็นเหมือนแสงสว่างในห้องแต่งตัว เขาไม่ใช่คนที่พูดเยอะ แต่เขาพร้อมช่วยเราเสมอ เขาวิ่งเยอะ เพรสซิ่งหนัก และเป็นภัยคุกคามที่แตกต่างจากฤดูกาลที่แล้ว ผมมีความสุขกับไบรอันมากกว่าที่เคย"

✅คำแนะนำถึง อาหมัด และการใช้โซเชียลมีเดีย:

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่อาหมัดลบรูปภาพในโซเชียลมีเดีย อโมริมตอบว่า

"ผมบอกผู้เล่นของผมเหมือนกันว่า ให้ปิดโซเชียลมีเดียซะ สมัยนี้มันเป็นแบบนี้ มันคือราคาที่ต้องจ่าย แต่สิ่งสำคัญคือสโมสรและเพื่อนๆ คือชีวิตจริงสำหรับอาหมัด เราอยู่ที่นี่เพื่อเขา มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และในสถานการณ์แบบนี้ เกมต่อไปก็ไม่สำคัญแล้ว เราสามารถชนะได้โดยไม่มีอาหมัด และเราก็อยากจะชนะเพื่อเขาด้วย"

✅กลยุทธ์การเสริมทัพด้วยผู้เล่นที่พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีก:

"คุณจะเห็นว่านักเตะทุกคนที่คุณต้องการในพรีเมียร์ลีกนั้นมีราคาแพงมาก แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาของเราเมื่อปีที่แล้ว คุณย่อมต้องการเลือกทางที่เสี่ยงน้อยที่สุด"

"มันสำคัญมากที่จะมีผู้เล่นระดับท็อปในทีม ถ้าคุณดู ไบรอัน (เอ็มเบวโม่) และ คุนญ่า พวกเขาทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว นี่คือสิ่งที่เรามองหา คือผู้เล่นที่พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีก"

#แมนยูล่าสุด #เบรนท์ฟอร์ดแมนยู #แมนยูวันนี้ #ช่าวแมนยู

26/09/2025

🚨ค็อบบี้ ไมนู สู้ไม่ถอย! มุ่งมั่นทวงตำแหน่งตัวจริงในทัพปีศาจแดงกลับคืน

แม้จะหลุดจากตำแหน่งตัวจริง แต่ดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ค็อบบี้ ไมนู ก็ไม่ได้ยอมแพ้ และกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อกลับมาเป็นหัวใจในแดนกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง!

💪 ทุ่มสุดตัว: ไมนูไม่ได้แค่ซ้อมหนักในสนามเท่านั้น แต่ยังลงทุนถึงขั้นเปลี่ยนเชฟส่วนตัว และจ้างโค้ชมาฝึกซ้อมเพิ่มเติมในช่วงเบรกทีมชาติ เพื่อพัฒนาฝีเท้าของตัวเองให้ดีที่สุด

🚫 เกือบได้ย้าย: ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ไมนูเคยขอย้ายทีมแบบยืมตัวเพื่อโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง แต่สโมสรปฏิเสธคำขอดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวมีทัศนคติที่เป็นบวกและพร้อมสู้เพื่อตำแหน่งในทีมต่อไป

🗣️ มุมมองของอโมริม: กุนซือ รูเบน อโมริม ยอมรับว่าเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของไมนูอย่างมาก และมองว่าเด็กคนนี้คือ "สุดยอดนักเตะ" แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อว่าไมนูยังสามารถพัฒนาไปได้อีกไกล อโมริมชี้ว่าแทคติกของทีมเปลี่ยนไปจากยุคก่อน และเขาคาดหวังจากไมนูมากกว่าเดิม

🏴󠁧󠁢󠁥󠁮󠁧󠁿 เป้าหมายทีมชาติ: แรงผลักดันสำคัญของไมนูคือการกลับไปมีชื่อในทีมชาติอังกฤษของ โธมัส ทูเคิล เพื่อลุยศึกฟุตบอลโลกปี 2026 หลังจากหลุดจากทีมชุดล่าสุดเพราะขาดโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ

คุณคิดว่า ค็อบบี้ ไมนู ควรได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงหรือไม่? หรือเห็นด้วยกับแนวทางของ รูเบน อโมริม ที่ต้องการเคี่ยวให้หนักกว่านี้? คอมเมนต์มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ! 👇🔥

#ปีศาจแดง #แมนยู #พรีเมียร์ลีก #ฟุตบอลอังกฤษ #ข่าวกีฬา

26/09/2025

เมื่อศรัทธาในตัว รูเบน อโมริม ถูกสั่นคลอน: แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดควรคาดหวังอะไรในฤดูกาลนี้? 🔥🔴

ในโลกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อารมณ์ความรู้สึกของแฟนบอลนั้นผันผวนอย่างรุนแรง เปลี่ยนแปลงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง และมันขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันเพียงนัดเดียวจริงๆ

แอนดี้ มิตเทน คอลัมนิสต์ จาก The Athletic ได้เล่าประสบการณ์ตรงของเขา เมื่อเพื่อนส่งข้อความมาถามหลังทีมแพ้กริมสบี้ในคาราบาวคัพว่า "เขา (อโมริม) ไปแน่ใช่ไหม?" แต่พอทีมกลับมาชนะเบิร์นลี่ย์ บรรยากาศที่คุกรุ่นก็เงียบลงทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อยูไนเต็ดแพ้ในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ 3-0 คำถามเดิมๆ ก็กลับมาอีกครั้ง "เขายอมแพ้แล้วเหรอ? เหมือนอยากโดนไล่ออกเลย" แต่แล้วชัยชนะเหนือเชลซีก็ทำให้ทุกอย่างสงบลงอีกครั้ง

นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความอดทนของแฟนบอล ซึ่งเอาใจช่วยอโมริมมาตลอด แม้ทีมจะหล่นไปอยู่อันดับต่ำสุดในรอบ 50 ปีก็ตาม แฟนบอลเองก็เสียงแตกเป็นสองฝ่าย:

• ฝ่ายหนึ่ง ที่น่านับถือ มองว่ามันไม่เวิร์คและจะไม่มีวันเวิร์ค

• อีกฝ่ายหนึ่ง (รวมถึงตัวผู้เขียน) คิดว่าเขายังควรได้รับเวลาต่อไปอีก

แม้แต่ตัวผู้เขียนเองก็ยอมรับว่าเขาก็มีความกังวลเหมือนแฟนบอลทุกคน รู้สึกท้อแท้กับการเปลี่ยนแปลงและความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเห็นทั้งความสม่ำเสมอและความไม่สม่ำเสมอในเกมเดียวกัน มีข้อมูลที่ชี้ว่ายูไนเต็ดเป็นทีมอันดับต้นๆ ในการเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย แต่คุณภาพการสร้างโอกาสกลับย่ำแย่

นิยามคำว่า "ความสำเร็จ" ที่เปลี่ยนไป

คำถามที่สำคัญคือ "การทำให้มันถูกต้อง" (get things right) สำหรับยูไนเต็ดในยุคนี้หมายความว่าอะไร? เมื่อ 20 ปีก่อน การจบอันดับ 3 ถือเป็นความล้มเหลว แต่ปัจจุบันมันคือความสำเร็จ ความคาดหวังลดลงไม่ใช่เพราะแฟนบอลต้องการ แต่เป็นเพราะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

เป้าหมายที่เป็นจริงสำหรับฤดูกาลนี้คือการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรป

ซึ่งอาจดูเป็นเป้าหมายที่ต่ำสำหรับสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ก็ถือว่าสูงสำหรับทีมที่จบอันดับ 15 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทางสโมสรเองก็มองว่านี่เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้สำหรับทีมที่กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แก้ปัญหาให้ถูกจุด: จากเกมรับสู่เกมรุก

เมื่อมองย้อนกลับไปฤดูกาลที่แล้วที่ทีมเก็บไปได้เพียง 42 คะแนน ปัญหาหลักไม่ใช่เกมรับ เพราะยูไนเต็ดเสียประตูมากกว่าแอสตัน วิลล่า (อันดับ 6) เพียง 3 ลูกเท่านั้น แต่ปัญหาที่แท้จริงคือการทำประตู โดยยูไนเต็ดทำประตูน้อยกว่าทุกทีมที่รอดตกชั้น (ยกเว้นทีมเดียว)

นี่คือเหตุผลที่สโมสรทุ่มเงินคว้า 3 ผู้เล่นในแนวรุกอย่าง เบนจามิน เซสโก้, มาเธอุส คุนญ่า และ ไบรอัน เอ็มเบวโม่ เข้ามา ซึ่งสโมสรก็พอใจกับผลงานของทั้งสามคนเป็นอย่างมาก ทีมงานโค้ชต่างตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นในการฝึกซ้อม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะถูกนำมาใช้ในสนามจริงได้ และเชื่อว่าเมื่อทีมเริ่มชนะอย่างต่อเนื่อง ศักยภาพมหาศาลจะถูกปลดปล่อยออกมา

การจะไปให้ถึงเป้าหมายได้นั้น ยูไนเต็ดต้องเก็บคะแนนเพิ่มจากฤดูกาลที่แล้วอีกราว 20-25 แต้ม หรือเทียบเท่ากับชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก 7 นัด ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ดีคือการคว้าชัยชนะในลีกติดต่อกันให้ได้เป็นครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของอโมริม

ภาพรวมและอนาคตที่ต้องอดทน

ต้องยอมรับว่ายูไนเต็ดเจอกับโปรแกรมช่วงต้นฤดูกาลที่หนักที่สุดในลีก และตารางคะแนนในตอนนี้ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ หากทีมแพ้เชลซีก็อาจหล่นไปอยู่โซนตกชั้นได้ แต่ชัยชนะก็อาจทำให้ทีมมีแต้มทาบรองจ่าฝูงได้เช่นกันหากผลคู่อื่นเป็นใจ

สโมสรกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน การตกรอบคาราบาวคัพตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นเรื่องน่าเจ็บปวด เพราะนั่นหมายถึงโอกาสในการคว้าแชมป์แรกของอโมริมหลุดลอยไป และยังทำให้มีช่วงว่างระหว่างเกมยาวนานขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาทีม

ขณะนี้สโมสรมีแผนการที่ชัดเจนและต้องการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาว ผู้เล่นที่เซ็นสัญญาเข้ามานั้นมีไว้สำหรับแผนระยะยาว ไม่ใช่เพื่อความสำเร็จระยะสั้น แต่ในขณะเดียวกัน ยูไนเต็ดก็ต้องการชัยชนะอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาศรัทธาของแฟนบอลเอาไว้

คำถามสุดท้ายที่ยังไม่มีใครตอบได้ก็คือ... แฟนบอลจะอดทนกับผลงานที่ย่ำแย่อีกสักกี่นัด เพื่อแลกกับอนาคตที่สดใสซึ่งถูกสัญญาไว้?

-------------------------------------------------------------

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจากบทความ "รักษาศรัทธาในรูเบน อโมริม" (What should Manchester United and Ruben Amorim be aiming for this season?) โดย แอนดี้ มิตเทน (Andy Mitten)

#ข่าวแมนยู #แมนยูล่าสุด

Photos from MUFC Scout's post 25/09/2025

รูนีย์ขุดเรื่องเก่า! คำถามเดียวที่สั่นคลอน 'เฟอร์กี้' และยังคงไร้คำตอบที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดจนวันนี้

ย้อนกลับไปในปี 2010 มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกือบจะทำให้ประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล

นั่นคือตอนที่ เวย์น รูนีย์ ตำนานดาวยิงสูงสุดของสโมสร ยื่นเรื่องขอย้ายทีมจนกลายเป็นข่าวใหญ่โต

วันนี้ รูนีย์ได้ออกมาเปิดใจถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเหตุการณ์นั้น และสิ่งที่เขาพูดอาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่อธิบายถึงสถานการณ์ของสโมสรในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

ชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง: ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือ 'ทิศทางของสโมสร'

รูนีย์ยืนยันว่า เหตุการณ์ในปี 2010 ที่เขามีปัญหากับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จนถึงขั้นยื่นขอย้ายทีมนั้น ไม่ใช่เรื่องของสัญญาฉบับใหม่ แต่มันเกิดจากคำถามที่เขามีต่อความทะเยอทะยานของสโมสร.

หลังจากที่ทีมต้องเสียนักเตะระดับโลกอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด และ คาร์ลอส เตเบซ ออกไป รูนีย์ต้องการคำตอบที่ชัดเจนว่าสโมสรมีแผนจะดึงใครเข้ามาทดแทนเพื่อไล่ล่าความสำเร็จต่อไป.

แต่การตั้งคำถามถึงวิจารณญาณของบรมกุนซืออย่างเฟอร์กูสันในครั้งนั้น กลับไม่เป็นที่พอใจของท่านเซอร์อย่างมาก และนำไปสู่ความขัดแย้งที่ร้อนระอุ.

"คำถามในปี 2010... ยังคงไม่ได้รับคำตอบจนถึงวันนี้"

แม้ว่าสุดท้ายแล้วรูนีย์จะยอมตกลงเซ็นสัญญาฉบับใหม่ และทีมสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2011 และ 2013 แต่เขากลับมองว่า ความกังวลของเขาในวันนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง.

รูนีย์กล่าวอย่างน่าสนใจว่า "ผมคิดว่าคำถามที่ผมถามไปในปี 2010... มันยังคงไม่ได้รับคำตอบ ไม่เคยถูกแก้ไขเลยนับตั้งแต่นั้นมา".

เขามองว่าแฟนบอลเองก็น่าจะเห็นตรงกันว่า เขามองเห็นสัญญาณบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสโมสรล่วงหน้า.

และนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่สามารถท้าชิงแชมป์ลีกได้อย่างจริงจังอีกเลย แม้จะทุ่มเงินไปมหาศาลกับการเสริมทัพ แต่การซื้อตัวก็ยังมีปัญหามาโดยตลอด.

จุดเปลี่ยนที่หายไป: 'กลุ่มกองหน้าที่เคยเป็นลายเซ็นของยูไนเต็ด'

รูนีย์ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ชัดเจนที่สุด นั่นคือการที่สโมสรไม่เคยมี "กลุ่มกองหน้าที่สามารถลงมาสร้างความแตกต่างและพาทีมคว้าชัยชนะได้" อีกเลยนับตั้งแต่หมดยุคของเขากับโรนัลโดและเตเบซ.

เขายกตัวอย่างถึงยุคก่อนหน้าที่มีทั้ง เท็ดดี้, โซลชาร์, โคล, ยอร์ค มาจนถึงยุคของเขาที่มีทั้ง โรนัลโด, เตเบซ, เบอร์บาตอฟ และ ซาฮา ซึ่งสำหรับเขาแล้ว "นั่นคือ แมนฯ ยูไนเต็ด".

แม้รูนีย์จะยอมรับว่าการท้าทายอำนาจของเซอร์ อเล็กซ์ อาจไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีที่สุด แต่เขาก็ยังยืนยันว่า "ผมยังคิดว่าผมมีสิทธิ์ที่จะถามคำถามนั้น".

คำสารภาพของรูนีย์ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การรำลึกความหลัง แต่มันคือการตอกย้ำถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจหยั่งรากลึกมานานกว่าที่หลายคนคิด...

แฟนๆ คิดว่าคำถามของรูนีย์ยังคงเป็นความจริงหรือไม่? และ 10 กว่าปีที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตอบคำถามนั้นแล้วหรือยัง? ร่วมคอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยครับ

#แมนยู #ปีศาจแดง #เวย์นรูนีย์ #เฟอร์กี้ #ตำนานแมนยู #พรีเมียร์ลีก #ฟุตบอลต่างประเทศ #ข่าวแมนยู

25/09/2025

เกมนี้มีสตอรี่! 'เอ็มเบวโม่' คืนถิ่นเก่า พร้อมเบื้องหลังดีลสุดตึงเครียดที่แมนฯ ยูฯ เคยกล่าวหาว่าถูก 'ก่อวินาศกรรม'

เกมพรีเมียร์ลีกที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะบุกไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด ในวันเสาร์นี้ มีความน่าสนใจมากกว่าแค่ 3 คะแนนในสนาม เพราะนี่คือการกลับไปเยือนถิ่นเก่าเป็นครั้งแรกของ ไบรอัน เอ็มเบวโม่ ปีกฟอร์มร้อนแรงที่กำลังถูกยกย่องให้เป็น "การเซ็นสัญญาแห่งฤดูร้อน" ของทีมปีศาจแดง

แต่เบื้องหลังดีลมูลค่า 71 ล้านปอนด์นี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อมีรายงานว่า เมื่อสองเดือนก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด เคย กล่าวหาว่า เบรนท์ฟอร์ด พยายามที่จะ "ก่อวินาศกรรม" (sabotage) เพื่อขัดขวางการย้ายทีมในครั้งนี้ ทำให้การกลับไปเยือนครั้งนี้มี "ความพิเศษ" เพิ่มขึ้นมาทันที

คุณคาดหวังว่าจะได้เห็นฟอร์มแบบไหนจาก เอ็มเบวโม่ ในเกมนี้? และคิดว่าเขาจะได้รับการต้อนรับจากแฟนบอลทีมเก่าอย่างไร?

#แมนยู #ปีศาจแดง #ข่าวแมนยู #พรีเมียร์ลีก

25/09/2025

อนาคตสั่นคลอน! 'ค็อบบี้ ไมนู' ฮีโร่ FA Cup ส่อลาโรงละครแห่งความฝันมกรานี้?

ข่าวที่น่าใจหายสำหรับแฟนบอล "ปีศาจแดง" เมื่อมีรายงานว่า ค็อบบี้ ไมนู ฮีโร่ผู้ยิงประตูชัยในนัดชิง FA Cup ปี 2024 กำลังรู้สึก "หงุดหงิด" กับสถานการณ์ของตัวเองในทีม หลังจากที่ต้องตกเป็นตัวสำรองและเสียตำแหน่งในทีมไป

แหล่งข่าวระบุว่า ไมนู พร้อมที่จะพิจารณาย้ายออกจากสโมสรในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ เพื่อรักษาความฝันในการติดทีมชาติไปลุยศึกฟุตบอลโลก

การที่ กาเซมิโร่ ติดโทษแบนในเกมที่จะพบกับเบรนท์ฟอร์ด อาจเป็นโอกาสสำคัญที่กุนซือ รูเบน อโมริม จะต้องมอบให้เขา เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าหนูคนนี้ยังคงอยู่ในแผนการทำทีม

แฟนๆ คิดว่าสโมสรควรทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้? ควรให้โอกาสไมนูมากขึ้น หรือปล่อยให้เขาย้ายทีมเพื่ออนาคตของตัวเอง?

#ตลาดซื้อขายนักเตะ #แมนยู #ปีศาจแดง #ข่าวแมนยู #พรีเ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok