โฟกัสไม่ได้ โคตรทรมาน
#สุขภาพดี #สมาธิสั้น
EZGoods
✨Content ออกกำลังกาย โภชนาการ พัฒนาตัวเอง ครบจบ! เข้าใจง่าย! นำเสนอฉบับคนขี้เกียจเพื่อให้คนขี้เกียจเหมือนกันเข้าใจ🔥
สิ่งที่ทำลายคุณ…อาจไม่ใช่ความล้มเหลว
แต่มันคือ “ความสุขราคาถูก”
หรือที่เรียกว่า Cheap Dopamine
มันคือความสุขที่ได้มา “ง่ายเกินไป”
เลื่อนคลิป ดูหนังสั้น
กินของหวาน เล่นเกม
เช็คโซเชียล หรือทุบเงาะ
คุณไม่ต้องพยายามอะไรเลย
แต่สมองคุณ…ได้รางวัลทันที
ทุกครั้งที่คุณทำแบบนั้น
สมองจะหลั่ง Dopamine
สารที่ทำให้คุณรู้สึก “ดี”
ปัญหาคือ…
มันเร็วเกินไป
ง่ายเกินไป
และบ่อยเกินไป
พอคุณชินกับความสุขแบบนี้
สิ่งที่ “ยาก”
อย่างอ่านหนังสือ
ทำงาน หรือออกกำลังกาย
มันจะเริ่ม “น่าเบื่อ”
ไม่ใช่เพราะมันไม่มีค่า
แต่เพราะมันไม่ให้รางวัลเร็วพอ
สุดท้ายคุณจะกลายเป็นคนที่
อยากได้ทุกอย่าง…แต่ไม่อยากรอ
อยากสำเร็จ…แต่ไม่อยากฝืน
และนั่นแหละ
คือจุดเริ่มต้นของการ “ถอยหลังทั้งชีวิต”
ทางออกไม่ได้ซับซ้อน
แค่ลดสิ่งที่มัน “ง่ายเกินไป”
เลิกเสพแบบไม่คิด
เลิกให้รางวัลตัวเองตลอดเวลา
แล้วกลับไปทำสิ่งที่
มันยาก มันน่าเบ�
หลายคนภูมิใจ…ที่ตัวเอง “ทำหลายอย่างพร้อมกันได้“
ตอบแชทไปด้วย ดูคลิปไปด้วย
กินข้าวไปด้วย ทำงานไปด้วย
แล้วก็คิดว่า…ตัวเอง “เก่ง”
แต่ความจริงมันตรงกันข้ามเลย
สมองคุณ…มันต้อง “สลับงานไปมา”
และทุกครั้งที่มันสลับ
คุณกำลัง “เสียบางอย่าง” ไป
โฟกัส…ลดลง ความจำ…แย่ลง
คุณภาพงาน…ตกลงแบบที่คุณไม่รู้ตัว
คุณไม่ได้ทำหลายอย่างได้ดีขึ้น
คุณแค่ทำ “ทุกอย่างได้แย่ลงพร้อมกัน”
สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ
คุณเริ่มชินกับมัน
ชินกับการไม่มีสมาธิ
ชินกับการทำงานแบบครึ่งๆกลางๆ
ชินกับการเป็นคนที่ “ยุ่งตลอดเวลา”
แต่ไม่เคย “มีผลงานจริง”
คุณไม่ได้ทำหลายอย่างพร้อมกัน…
คุณแค่พังทุกอย่างไปพร้อมกัน
#พัฒนาตัวเอง
มือใหม่อยากโตไว เล่นถึง failure ดีไหม?
ส่วนตัวผมมองว่า ดี — แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไม
มือใหม่ส่วนใหญ่นับ RIR ไม่แม่น ไม่รู้ว่าตัวเองเหลือแรงอีกกี่ rep เพราะยังไม่มีประสบการณ์ กับร่างกายตัวเอง ดังนั้นแทนที่จะเดา เล่นจน fail ไปเลยจะง่ายกว่า
แต่เหตุผลที่ failure ทำให้กล้ามโต ไม่ใช่เพราะ “ถึงลิมิต”
แต่มันเป็นเพราะ mechanical tension ที่สะสมตลอด set โดยเฉพาะในช่วงที่กล้ามยืดออกและรับโหลดหนักที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่กระตุ้น hypertrophy ได้ดีที่สุด การเล่นจน fail ช่วยให้มั่นใจว่าคุณไม่ได้หยุดก่อนจะถึงช่วงนั้น
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีข้อควรระวังอยู่ 2 เรื่อง
หนึ่งคือ — ถ้าจะเล่นจน fail ควรเป็นท่าที่ fail ได้ปลอดภัย เช่น machine, cable, หรือ dumbbell ไม่ใช่ barbell squat หรือ bench press โดยไม่มี spotter
สองคือ — volume ถ้า train to failure อย่า set เยอะ เพราะ fatigue สะสมสูงมาก recovery ตามไม่ทัน แล้ว performance จะตก
#ออกกำลังกาย #หุ่นดี
สำหรับมือใหม่ การเริ่มโปรแกรมด้วยท่า compound(ท่าจำพวกที่ใข้กล้ามเนื้อหลายมัดพร้อมกันเช่นท่า Squat, Bench press, Deadlift, Pullup และอื่นๆ) จะเป็นประโยชน์มากครับ ท่าพวกนี้ต้องการ Coordination หรือการประสานงานกันของกล้ามเนื้อสูงมาก การนำมาทำตอนต้นๆโปรแกรมทำให้ Perform ได้ดีครับ เพราะเรายังสดอยู่
#ออกกำลังกาย #หุ่นดี #เพิ่มกล้ามเนื้อ
สำหรับมือใหม่
#ออกกำลังกาย #หุ่นดี
มือใหม่หลายคนลังเล
จะเล่น Push Pull Legs หรือ Full body ดี
เอาจริงๆเรื่องนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก จะเล่น split ไหนกล้ามก็โตได้ แต่แค่ส่วนตัวผมแนะนำให้มือใหม่เล่น full body กับ upper lower split มากกว่าแบบอื่น เพราะ มัน high frequency ได้เล่นกล้ามมัดเดิม 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ โดยที่มีวันพักมาก สิ่งที่ตามมาคือ progressive overload ได้ พูดง่ายๆคือ สร้างกล้ามได้ดีนั่นเอง
สำหรับคนที่จะเล่นแบบ Full body หรือ Upper Lower สิ่งที่ต้องระวังเลยคือ…อย่ายัดจำนวนครั้งและจำนวนเซ็ตต่อวัน มากเกินไป
เพราะรูปแบบนี้ มันเล่นกล้ามเนื้อมัดเดิมหลายวันต่อสัปดาห์ ถ้าวันไหนอัดหนักเกิน วันถัดไปที่ฝึก…คุณจะฟื้นช้าและเล่นได้ไม่เต็มที่ สรุปคือ สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำ Fullbody กับ UpperLower โดยการฝึกกล้ามส่วนนึงเลือกมาแค่ 1-2 ท่า และเล่นท่านั้น 1-2 เซ็ตก็เพียงพอแล้ว
#ออกกำลังกาย #สุขภาพดี #หุ่นดี
“คนที่หุ่นพัฒนาเร็ว…เขาเล่นแบบมีระบบ
เขาไม่ได้เล่นมั่วๆ
คนที่เล่นมั่ว
คือเปลี่ยนท่าทุกสัปดาห์
สุดท้าย…วัดผลไม่ได้เลย ว่าตัวเองเก่งขึ้นไหม
แต่คนที่เล่นเป็นระบบ
เขาเล่นโปรแกรมเดิม ท่าเดิม
แล้วค่อยๆ เพิ่มน้ำหนัก เพิ่ม reps
พอคุณเล่นซ้ำ
ร่างกายจะชิน ฟอร์มจะดีขึ้น
และโฟกัสกล้ามได้แม่นขึ้น
จำไว้ว่า กล้ามมันโตเพราะ ‘progression’ ไม่ใช่ความเหนื่อย
ถ้าคุณเป็นสายยกเวท progression คือ การเพิ่มน้ำหนัก / เพิ่มจำนวนครั้ง และฟอร์ม
ถ้าเป็นสาย calisthenics progression คือการเพิ่ม จำนวนครั้ง เพิ่มความยากของท่า และฟอร์ม
ดังนั้น จงเล่นซ้ำๆ…แล้วเก่งขึ้นทุกสัปดาห์”
#ออกกำลังกาย #สุขภาพดี #หุ่นดี
“มือใหม่ส่วนใหญ่ เริ่มจากเล่นแยกส่วน…ซึ่งมัน ‘เร็วเกินไป‘
เพราะร่างกายคุณยังไม่คุ้นกับการฝึกเลย
ทั้งกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการควบคุมท่า — ยังใหม่หมด
สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ คือ ‘high frequency’
ฝึกกล้ามเดิมซ้ำๆ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์
เพื่อให้ร่างกายเรียนรู้เร็วขึ้น + ฟอร์มดีขึ้น
และ Full body คือคำตอบ
เพราะคุณสามารถเล่นกล้ามมัดเดิมได้ถึง 3 ครั้ง/สัปดาห์
โดยเว้นวันพัก 1 วัน ให้ร่างกายฟื้นตัวทัน
จำไว้ครับ…ตอนนี้คุณกำลัง ‘ฝึกใช้ร่างกาย’
ไม่ใช่แค่ฝึกให้มันโต”
#ออกกำลังกาย #หุ่นดี
ถ้าคุณกำลังเริ่มเล่นฟิตเนส หรืออยากปั้นกล้ามก่อนเปิดเทอม
หยุดฟังคลิปนี้ก่อน เพราะมือใหม่ส่วนใหญ่ เริ่มผิดตั้งแต่วันแรก
เล่นมั่ว เปลี่ยนโปรแกรมไปเรื่อย
สุดท้าย…ไม่โต
ผมจะทำซีรีส์ ทยอยลงคลิป รวมสิ่งที่คุณควรรู้ไว้ใน playlist นี้
สอนตั้งแต่ 0 ให้คุณเล่นเป็นจริง
ตั้งแต่ ควรเล่นแบบไหน
จัดโปรแกรมยังไง เล่นกี่เซ็ต พักยังไงให้โต
ดูให้ครบ แล้วคุณจะไม่เสียเวลาเหมือนคนส่วนใหญ่
#ออกกำลังกาย #หุ่นดี #เพิ่มกล้ามเนื้อ
“ทำ muscle up ไม่ได้สักที
ทั้งที่แข็งแรงอยู่แล้ว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แรง แต่อยู่ที่เทคนิค
Muscle up แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ pull transition และช่วง push ช่วงที่ยากที่สุดคือ transition
มี 3 เทคนิค ที่ทุกคนต้องรู้
หนึ่งคือ — ใช้ False grip
คือการจับ bar แบบข้อมือพาดบน bar
ทำให้ rotate ข้อศอกข้ามบาร์ได้เร็วกว่าเดิมมาก
สองคือ — อย่า rotate ช้า
ต้อง rotate ศอกตอนที่ยังมี momentum อยู่
ถ้ารอให้ตัวหยุด แล้วค่อยดัน — จบเลย
สามคือ — ดันไหล่ ไปข้างหน้า
ถ้าไหล่ไม่ขยับข้ามบาร์
center of mass ยังอยู่ข้างหลัง
ออกแรงดันแค่ไหนก็ muscle up ไม่สำเร็จ”
#ออกกำลังกาย #หุ่นดี
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?