21/04/2026
Dani Pedrosa ปฏิเสธ Wild Card “ช่วงเวลาของผมผ่านไปแล้ว ถึงเวลาของนักแข่งรุ่นใหม่”
Dani Pedrosa อดีตนักแข่งระดับตำนานของ MotoGP และปัจจุบันรับหน้าที่นักทดสอบให้กับ Red Bull KTM Factory Racing ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อสเปน Diario AS ถึงโอกาสในการกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในสถานะ Wild Card
เจ้าตัวตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
… “โดยหลักการแล้ว ไม่ครับ ผมรู้สึกสบายและมีความสุขกับบทบาทนักทดสอบในตอนนี้”
… “ผมใช้โควต้า Wild Card ของตัวเองไปแล้ว และตอนนี้ Pol Espargaró คือคนที่มีสิทธิ์และความสำคัญมากกว่า เขามีความต้องการที่จะลงแข่ง ผมเองรู้สึกว่าช่วงเวลาของผมได้ผ่านไปแล้ว และผมเข้าใจดีว่านี่คือเวลาของนักแข่งรุ่นใหม่”
อย่างไรก็ตาม แฟนๆ หลายคนยังคงแอบหวังว่าจะได้เห็น “The Little Samurai” กลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยเฉพาะที่ Circuito de Jerez สนามโปรดของเขา ซึ่งเคยสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมมาแล้วในอดีต และมีข่าวลือว่าอาจถูกดึงมาแทน Maverick Viñales ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ
ถึงแม้สุดท้ายแล้วโอกาสนั้นจะไม่เกิดขึ้น แต่คำตอบของ Pedrosa ก็ชัดเจนว่า เขาเลือกที่จะสนับสนุนนักแข่งรุ่นใหม่ มากกว่าการกลับไปไล่ล่าความสำเร็จด้วยตัวเองอีกครั้ง
20/04/2026
ด่วน Viñales พลาด Spanish GP ฟื้นตัวหลังผ่าตัดไหล่
Maverick Viñales จะพลาดลงแข่งขันศึก Spanish Grand Prix MotoGP สุดสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน เพื่อมุ่งเน้นการฟื้นตัวจากการผ่าตัดหัวไหล่
นักบิดชาวสเปนยังไม่พร้อมกลับมาลงสนาม และต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการเรียกความฟิตให้สมบูรณ์เต็มร้อย
ขณะเดียวกัน ทีมก็จะไม่มีนักบิดมาแทนที่เขา เนื่องจาก Pol Espargaró นักบิดทดสอบของ KTM ก็ยังคงมีอาการบาดเจ็บ และไม่สามารถลงทำหน้าที่แทนได้เช่นกัน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทีมต้องลงแข่งขันโดยไม่มีการส่งตัวแทนแทน Viñales ในสนามเฆเรซครั้งนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อผลงานโดยรวมของทีมในสุดสัปดาห์สำคัญนี้
20/04/2026
Martin ซึ้งใจ Márquez ช่วยชี้ทางรักษาอาการบาดเจ็บ ย้ำ “จะไม่มีวันลืม”
Jorge Martín เปิดเผยว่าเขาจะ “รู้สึกขอบคุณตลอดไป” ต่อ Marc Márquez หลังได้รับคำแนะนำสำคัญในช่วงที่ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บหนัก
นักบิดชาวสเปน ซึ่งปัจจุบันลงแข่งให้กับ Aprilia Racing กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2026 โดยรั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนสะสม ตามหลังเพื่อนร่วมทีม Marco Bezzecchi เพียงเล็กน้อย ก่อนเข้าสู่สนามสำคัญที่ Circuito de Jerez – Ángel Nieto
อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปไม่กี่เดือนก่อน Martín ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนในอาชีพ หลังได้รับบาดเจ็บกระดูกไหปลาร้าหักอย่างรุนแรงจากโมเตกิ และแม้จะกลับมาลงทดสอบได้ในช่วงปลายฤดูกาล แต่กลับพบว่าอาการยังไม่หายดี จนต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติมในเดือนธันวาคม
ในช่วงเวลาสำคัญนั้นเอง Márquez ได้เข้ามาช่วยแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้กับเขา
… “ตอนที่ผมยังไม่แน่ใจและมีตัวเลือกหมอหลายคน เขา (Márquez) เป็นคนแนะนำผม เขาบอกว่าใครดีที่สุด และผมก็เลือกตามนั้น ผลออกมาดีมาก และผมจะขอบคุณเขาตลอดไป” Martín กล่าว
แม้จะพลาดการทดสอบพรีซีซั่นที่เซปัง แต่ Martín ก็กลับมาทำผลงานได้อย่างร้อนแรง ทั้งการจบอันดับ 4 และ 5 ที่บุรีรัมย์ ต่อด้วยโพเดียมคู่ในบราซิล และคว้าชัยชนะในสปรินต์เรซที่ COTA
ด้านฟอร์มโดยรวมของ Aprilia ในปี 2026 ถือว่าแข็งแกร่งอย่างมาก โดยนำทั้ง 3 ตารางคะแนนโลก (นักแข่ง ทีม และผู้ผลิต) หลังคว้าชัยชนะกรังด์ปรีซ์ทั้งหมดในช่วงต้นฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม Martín ยอมรับว่าสนามเฆเรซอาจเป็นงานยากสำหรับเขา
… ”ที่นี่น่าจะเป็นสนามที่ยากที่สุดสำหรับผมและ Aprilia ผมไม่ได้มีผลงานที่ดีนักที่นี่ เป้าหมายคือท็อป 5 ถ้าได้มากกว่านั้นก็ถือว่าโบนัส”
แม้ทีมจะออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ Martín ยังมองว่าการลุ้นแชมป์โลกในปีนี้ “ยังเร็วเกินไป”
… “แน่นอนว่าเราทุกคนอยากชนะ แต่จากสิ่งที่ผมผ่านมาทั้งหมด การคิดถึงแชมป์โลกตอนนี้ยังเร็วไป ขอค่อยๆ ดูไปทีละสนามก่อน”
ศึก Spanish Grand Prix MotoGP สุดสัปดาห์นี้จึงเป็นอีกบททดสอบสำคัญของ Martín ว่าเขาจะรักษาฟอร์มร้อนแรงต่อไปได้หรือไม่ หลังจากเคยพลาดการแข่งขันสนามนี้เมื่อปีก่อนจากอาการบาดเจ็บ
20/04/2026
Di Giannantonio ขอสิทธิ์เทียบเท่า Márquez หากต่อสัญญา Ducati
Fabio Di Giannantonio นักบิดชาวอิตาลี แสดงจุดยืนชัดเจนว่าหากเขาจะต่อสัญญากับทีม Ducati Corse เขาต้องการการปฏิบัติในระดับเดียวกับนักบิดตัวท็อปอย่าง Marc Márquez
Di Giannantonio กำลังกลายเป็นหนึ่งในนักบิดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงต้นฤดูกาล หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ และล่าสุดเจ้าตัวก็เริ่มขยับในโต๊ะเจรจาสัญญาแบบไม่เกรงใจใคร
รายงานระบุว่า ดิจเจียเปิดกว้างสำหรับการต่อสัญญากับทีม VR46 Racing Team แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ เขาต้องการ “การสนับสนุนระดับทีมโรงงาน” เทียบเท่ากับนักบิดระดับท็อปอย่าง Marc Marquez
ภายใต้กฎใหม่ของ MotoGP ที่จะเริ่มใช้ในปี 2027 นักบิดทุกคนจะได้เริ่มต้นฤดูกาลด้วยรถสเปกระดับสูงเหมือนกัน แต่การอัปเกรดสำคัญระหว่างฤดูกาลจะยังคงสงวนไว้ให้กับนักบิดที่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากโรงงานเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม “สิทธิพิเศษ” นี้มีชื่ออย่าง มาร์เกซ รวมถึงดาวรุ่งอย่าง Pedro Acosta และ Fermin Aldeguer
อย่างไรก็ตาม ดิจเจียไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียวในมือ เพราะมีหลายทีมให้ความสนใจดึงตัวเขาไปร่วมทัพ ไม่ว่าจะเป็น KTM ที่ดูจริงจังมากที่สุด รวมถึงทีม TrackHouse Racing และ Honda (ในกรณีที่โครงสร้างทีมมีการเปลี่ยนแปลง)
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอาชีพ ดิจเจียแสดงจุดยืนชัดเจนว่า เขาพร้อมต่อรองเพื่อให้ได้ทั้งการยอมรับและการสนับสนุนในระดับที่คู่ควร
เรียกได้ว่า…ฟอร์มกำลังมา ก็ถึงเวลาขอ “ราคาที่เหมาะสม”
18/04/2026
ดัลลินญาโต้โดวิซิโอโซ “มาร์เกซจะฟิต 100% ที่เฆเรซ”
จีจี้ ดัลลินญา ผู้จัดการทั่วไปของ Ducati ออกมาตอบโต้กระแสข่าวและความคิดเห็นของ Andrea Dovizioso เกี่ยวกับสภาพร่างกายของ Marc Márquez
ฤดูกาลที่สองของมาร์เกซกับดูคาติเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางแรงจับตามองอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นคนละเหตุผลกับปีที่ผ่านมา โดยในฤดูกาลแรกที่สวมชุดสีแดง นักบิดจากเซร์เบราสามารถโชว์ฟอร์มเหนือชั้นในแทบทุกสถานการณ์ ทว่าในปีนี้เขากลับต้องเจอกับความยากลำบากมากขึ้นในการลุ้นโพเดียม
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือสภาพร่างกาย หลังจากอาการบาดเจ็บหัวไหล่ที่เกิดขึ้นในศึก Indonesian Grand Prix เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำให้เขาพลาดการแข่งขันช่วงท้ายฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่มาร์เกซเท่านั้นที่ผลงานสะดุด นักแข่งดูคาติคนอื่น ๆ ก็ยังไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้า โดย Fabio Di Giannantonio เป็นนักบิดดูคาติที่มีอันดับดีที่สุดในตอนนี้ อยู่ที่อันดับ 4 ของตารางคะแนนรวม เหนือมาร์เกซเพียงหนึ่งอันดับ ขณะที่ Francesco Bagnaia และคนอื่นๆ ยังเผชิญปัญหาในการขึ้นไปอยู่แถวหน้า
ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ โดวิซิโอโซเคยให้ความเห็นว่าสถานการณ์ของมาร์เกซ “หนักกว่าที่เห็น” โดยมองว่าอาการที่แขนซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การบาดเจ็บที่ Spanish Grand Prix 2020 อาจไม่สามารถรักษาให้กลับมาสมบูรณ์ได้อีก อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา มาร์เกซยังคงสามารถคว้าชัยชนะได้แม้สภาพร่างกายจะไม่เต็มร้อย
ด้านดัลลินญากลับมองต่างออกไป โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ Moto.it ในงานฉลองครบรอบของดูคาติว่า
… “ในความเห็นของผม ทั้งสองคนอยู่ในสภาพที่ดีมาก เปคโค่ดูนิ่งและมีความชัดเจนในการให้ความเห็นทั้งในช่วงซ้อม ทดสอบ และการเตรียมตัวก่อนแข่ง”
… ”ส่วนมาร์คก็เช่นกัน แน่นอนว่าเขาเจอกับอาการบาดเจ็บที่หนักพอสมควร และพลาดไปถึง 5 เรซช่วงท้ายฤดูกาล ดังนั้นตอนนี้ยังอยู่ในช่วงฟื้นฟู แต่พูดตามตรง ผมเห็นว่าเขาอยู่ในสภาพที่ดี และเชื่อว่าเขาจะกลับมาฟิต 100% ได้ที่เฆเรซ”
ระบบคอนเซสชันถูกออกแบบมาเพื่อลดความได้เปรียบของดูคาติ
ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของดูคาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฤดูกาลนี้กลับกลายเป็นว่า Aprilia คือคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด หลังจากทีมจากโนอาเลพัฒนารถได้อย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ครึ่งหลังของฤดูกาลก่อน และยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากระบบคอนเซสชันใหม่ของ MotoGP
ดัลลินญาอธิบายว่า
… “ระบบคอนเซสชันถูกออกแบบมาเพื่อปรับสมดุลการแข่งขัน โดยแน่นอนว่ามันส่งผลกระทบต่อดูคาติ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราสร้างความแตกต่างในเชิงเทคนิคได้อย่างชัดเจน”
… “แต่ผมย้ำว่านี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัว เรามาที่นี่เพื่อสู้เพื่อชัยชนะ ดังนั้นเราต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เพื่อให้รถของเรากลับมาเป็นมาตรฐานของ MotoGP อีกครั้ง”
เทสต์เฆเรซ จุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาล
ดัลลินญายังเผยอีกว่า การทดสอบที่ Circuito de Jerez – Ángel Nieto จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาล โดยทีมจะนำไอเดียใหม่ๆ ลงทดสอบในสนาม เพื่อหาทางกลับสู่ฟอร์มเดิม
… ”ในช่วงเทสต์นั้น และอาจรวมถึงช่วงการแข่งขัน เราจะลองทดสอบบางอย่างเพื่อหาทางแก้ปัญหา” เขากล่าวทิ้งท้าย
18/04/2026
โปรแกรมแข่ง MotoGP Estrella Galicia 0,0 Grand Prix of Spain ที่สนาม Circuito de Jerez – Ángel Nieto ประเทศ Spain ระหว่างวันที่ 24–26 เมษายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย
วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569
14:00 – 14:35 Moto3 FP1
14:50 – 15:30 Moto2 FP1
15:45 – 16:30 MotoGP FP1
18:15 – 18:50 Moto3 Practice
19:05 – 19:45 Moto2 Practice
20:00 – 21:00 MotoGP Practice
วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569
13:40 – 14:10 Moto3 FP2
14:25 – 14:55 Moto2 FP2
15:10 – 15:40 MotoGP FP2
15:50 – 16:05 MotoGP Q1
16:15 – 16:30 MotoGP Q2
17:45 – 18:00 Moto3 Q1
18:10 – 18:25 Moto3 Q2
18:40 – 18:55 Moto2 Q1
19:05 – 19:20 Moto2 Q2
20:00 MotoGP Sprint (12 รอบ)
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569
14:40 – 14:50 MotoGP Warm Up
15:00 – 15:40 Rider Parade
16:00 Moto3 Race (19 รอบ)
17:15 Moto2 Race (21 รอบ)
19:00 MotoGP Race (25 รอบ)
#ตารางแข่งMotoGP
17/04/2026
มาร์ค มาร์เกซ เปิดใจ “ไม่รู้ว่านี่จะเป็นแชมป์โลกฤดูกาลสุดท้ายของผมหรือเปล่า”
Marc Márquez นักบิดระดับตำนานจากศึก MotoGP ออกมาเปิดใจถึงเส้นทางชีวิตและอาชีพ หลังต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อทั้งร่างกาย สภาพจิตใจ และมุมมองต่อการแข่งขัน
ในการให้สัมภาษณ์ผ่านช่อง YouTube “Tengounplanpodcast” มาร์เกซยอมรับว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่แค่เรื่องของการแข่ง แต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของชีวิต จากนักแข่งที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณและความกล้า กลายเป็นคนที่ต้องคิดและตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น
เขาอธิบายแรงขับเคลื่อนของตัวเองว่า ไม่ใช่แค่การขี่รถ แต่คือ “การแข่งขันเพื่อชัยชนะ”
… “ผมไม่ได้ติดการขี่มอเตอร์ไซค์ แต่ผมติดการแข่งขันและการชนะ” มาร์เกซกล่าว พร้อมชี้ว่า ความสุขที่แท้จริงมาจากผลลัพธ์ของความพยายามทั้งหมด ไม่ใช่แค่การลงสนาม
จุดเปลี่ยนเมื่อทุกอย่างเริ่มถูกตั้งคำถาม
หลังปี 2020 ที่เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ มาร์เกซยอมรับว่าเคยตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังว่า ควรไปต่อหรือพอแค่นี้
… ”มันเป็นช่วงไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ผมถามตัวเองว่า ยังมีความหมายไหมที่จะต้องทนเจ็บแบบนี้ต่อไป”
จากเดิมที่เคยเชื่อว่า “ร่างกายของผมมีไว้เพื่อการแข่ง” วันนี้เขามองต่างออกไป
… ”มอเตอร์ไซค์สำคัญก็จริง แต่ชีวิตยังมีอย่างอื่นอีกมาก อาชีพนักแข่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต”
ปี 2022 จุดต่ำสุดของร่างกายและจิตใจ
ปี 2022 คือช่วงเวลาที่หนักที่สุดในอาชีพของเขา ทั้งอาการบาดเจ็บแขน การล้มที่อินโดนีเซีย และปัญหาภาพซ้อน
… “ผมไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ ขับรถก็ไม่ได้ ต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา”
แม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่างยกถุงของก็กลายเป็นเรื่องยาก
“ผมยกถุงของขึ้นโต๊ะยังไม่ได้เลย”
สุดท้ายเขาต้องตัดสินใจหยุด เพื่อไม่ให้ร่างกายพังไปมากกว่านี้
การตัดสินใจครั้งใหญ่ออกจาก Comfort Zone
มาร์เกซต้องเลือกระหว่างอยู่กับสิ่งที่คุ้นเคย หรือเสี่ยงเพื่อกลับมาแข่งขันในระดับสูงอีกครั้ง หลังอยู่กับ Honda มานานกว่า 10 ปี เขายอมรับว่าการตัดสินใจไม่ใช่เรื่องง่าย
… ”สิ่งที่รั้งผมไว้คือความผูกพันกับทีม แต่สุดท้ายผมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในแง่กีฬา”
เขาสรุปชัดเจนว่า
… “ผมอยากได้รถที่ชนะได้ เพื่อพิสูจน์ว่าผมยังทำอะไรได้บ้าง”
ความไม่แน่นอน และการนิยาม ‘100%’ ใหม่
หลังอาการบาดเจ็บ มาร์เกซยอมรับว่าไม่มั่นใจเหมือนเดิม
… ”ผมไม่รู้ว่าผมยังเร็วได้เหมือนเดิมไหม แขนผมไม่เหมือนเดิมแล้ว”
เขาต้องปรับแนวคิดใหม่ ไม่เปรียบเทียบร่างกายตัวเองกับอดีต แต่โฟกัสที่การดึงศักยภาพสูงสุดในสภาพปัจจุบัน
… “หลังบาดเจ็บ 100% ของคุณจะลดลง แต่คุณไม่รู้ว่าลดลงเท่าไหร่”
แชมป์ไม่ได้มาจากพรสวรรค์อย่างเดียว
มาร์เกซชี้ว่า การจะไปถึงจุดสูงสุดต้องมีมากกว่าพรสวรรค์
… ”พรสวรรค์อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีทั้งการทำงานหนักและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม”
และยังอธิบายสไตล์การแข่งของตัวเองว่า
… “คนที่ชนะไม่ใช่คนที่บ้าที่สุด แต่คือคนที่ใช้ความบ้าได้ดีที่สุด”
ความกลัวและบาดแผลที่ฝังอยู่ในสนาม
อุบัติเหตุในอดีตยังส่งผลต่อความมั่นใจ”โค้งที่คุณเคยล้ม ครั้งแรกที่กลับไป คุณจะไม่มั่นใจเหมือนเดิม”
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาจะค่อยๆ กลับเข้าสู่โหมดโฟกัสอีกครั้ง
Álex Márquez น้องชาย คู่แข่ง และกำลังใจสำคัญ
มาร์เกซพูดถึงน้องชายอย่างอบอุ่น ทั้งในฐานะครอบครัวและเพื่อนร่วมอาชีพ
… “เขาคือทุกอย่างของผม ทั้งพี่น้อง เพื่อน และเพื่อนร่วมทีม”
ในช่วงที่เขาบาดเจ็บ อเล็กซ์คือคนที่ช่วยให้เขายังเชื่อมโยงกับโลก MotoGP
… ”หลายครั้งผมดีใจเวลาเขาชนะ มากกว่าที่ผมชนะเอง”
แรงกดดันที่มองไม่เห็น
อีกหนึ่งสิ่งที่เขายอมรับว่าเหนื่อยไม่แพ้การแข่ง คือสื่อและความสนใจจากสาธารณะ
… “มันเหนื่อยมาก เพราะคุณทำอะไรนิดเดียวก็กลายเป็นข่าว”
อนาคตที่ยังไม่แน่นอน
แม้ยังแข่งขันอยู่ แต่มาร์เกซยอมรับว่า จุดสิ้นสุดอาจมาเร็วกว่าที่คิด
… ”ร่างกายของผมจะเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่จิตใจ”
และทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สะเทือนวงการ
… “ผมจะพยายามไปต่อให้นานที่สุด…แต่ผมไม่รู้ว่านี่จะเป็นแชมป์โลกฤดูกาลสุดท้ายของผมหรือเปล่า”
17/04/2026
“มาร์เกซจ่อทุบสถิติรอสซี่? แต่เงื่อนไขยังไม่ง่าย”
สถิติชัยชนะสูงสุดในรุ่นพรีเมียร์คลาสของ MotoGP ยังคงเป็นของ Valentino Rossi ที่ทำไว้ 89 ครั้ง ขณะที่ Marc Márquez ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วย 73 ชัยชนะ
นั่นหมายความว่า มาร์เกซยังต้องการอีกเพียง 17 ชัยชนะ เพื่อก้าวขึ้นแซงตำนานชาวอิตาเลียน และขึ้นเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดตลอดกาล
ฟอร์มเคยถึงขั้น “ลุ้นทำลายสถิติ”
หากย้อนดูผลงานในฤดูกาลก่อนหน้า มาร์เกซเคยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับครองความยิ่งใหญ่
จนหลายฝ่ายเชื่อว่า เขามีโอกาสทำลายสถิติของรอสซี่ได้ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลถัดไป
แต่ปัจจัยสำคัญคือ “อาการบาดเจ็บ”
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันไม่ง่ายเหมือนที่คาดไว้ ปัญหาอาการบาดเจ็บยังคงส่งผลต่อฟอร์มของมาร์เกซอย่างชัดเจน
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังอยู่ในช่วง “ไร้ชัยชนะ” ต่อเนื่องถึง 7 เรซ ซึ่งยิ่งทำให้ภารกิจไล่ล่าสถิติยากขึ้นไปอีก
คู่แข่ง-ยุคใหม่ กำลังกดดัน
นอกจากร่างกายแล้ว การแข่งขันในยุคปัจจุบันก็เข้มข้นขึ้น นักบิดรุ่นใหม่และทีมต่างๆ มีศักยภาพใกล้เคียงกันมากขึ้น ทำให้การเก็บชัยชนะไม่ง่ายเหมือนในอดีต
แม้ตัวเลข 17 ชัยชนะจะดูไม่ไกลเกินเอื้อม แต่ในความเป็นจริง เส้นทางสู่การทำลายสถิติของ Marc Márquez ยังเต็มไปด้วยอุปสรรค
คำถามสำคัญคือ เขาจะกลับมาในฟอร์ม “มาร์เกซคนเดิม” ได้หรือไม่
ถ้าทำได้ สถิติของ Valentino Rossi อาจสั่นคลอน
แต่ถ้าไม่ นี่อาจเป็นหนึ่งในสถิติที่ยืนยาวต่อไปอีกนาน
17/04/2026
“จบภารกิจ? รอสซี่อาจขายทีม VR46 หลังปั้นนักบิดสำเร็จ ปิดตำนานยุค Academy”
Valentino Rossi กำลังตกอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางนอกสนาม หลังมีรายงานว่าเขาอาจพิจารณาขายทีมแข่ง VR46 Racing Team ในอนาคตอันใกล้
เหตุผลหลักมาจาก “ภารกิจระยะยาว” ของโครงการ VR46 Academy ที่ถูกมองว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ปิดฉากยุค Academy ใน MotoGP
หนึ่งในสัญญาณชัดเจนคือ ฤดูกาล 2027 ทีม VR46 อาจไม่มีนักบิดจากอะคาเดมีของตัวเองลงแข่งขัน
ซึ่งสะท้อนว่าบทบาทของทีมในฐานะ “เวทีปั้นดาวรุ่ง” กำลังสิ้นสุดลง
จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการสร้างนักแข่งอิตาเลียนรุ่นใหม่
วันนี้โปรเจกต์ VR46 ได้ผลิตทั้งนักบิดระดับท็อป และแชมป์โลกขึ้นสู่เวทีใหญ่สำเร็จ
จากโปรเจกต์ปั้นนักบิด สู่สินทรัพย์มูลค่าสูง
ความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ทีม VR46 กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงใน MotoGP โดยเฉพาะในช่วงที่ความสนใจจากนักลงทุนในวงการมอเตอร์สปอร์ตกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การขายทีมในช่วง “มูลค่าสูงสุด” จึงถูกมองว่าเป็นก้าวที่สมเหตุสมผลทั้งในเชิงธุรกิจและกลยุทธ์
รอสซี่กับบทบาทใหม่
ขณะเดียวกัน Valentino Rossi เองก็เริ่มขยับออกจากบทบาทการบริหารแบบเต็มตัว เพื่อไปโฟกัสกับโปรเจกต์อื่น รวมถึงชีวิตหลังการแข่งขัน
หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง มันจะไม่ใช่แค่การขายทีมธรรมดา
แต่มันคือการ “ปิดยุค” ของหนึ่งในโปรเจกต์พัฒนานักบิดที่ประสบความสำเร็จที่สุดใน MotoGP
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่การสร้างแชมป์โลกและอาจจบลงด้วยการส่งต่อมรดกให้กับยุคใหม่
17/04/2026
เอสปาร์กาโร่ชี้ชัด คู่หู อคอสต้า–มาร์เกซ จะเป็น “หายนะ” ของทุกคนใน MotoGP
บทสัมภาษณ์ของ Pol Espargaró กับ DAZN ที่ถูกนำมาเผยแพร่ต่อโดย Mundo Deportivo จุดประกายมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของ MotoGP โดยเฉพาะฤดูกาล 2027 ซึ่งแม้ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนด้านเทคนิค แต่ดูเหมือนจะมี “จุดยึด” สำคัญเกิดขึ้นแล้ว
และจุดนั้นคือการจับคู่ระหว่าง Pedro Acosta กับ Marc Márquez
เอสปาร์กาโร่พูดอย่างตรงไปตรงมา “คู่หู อคอสต้า–มาร์เกซ จะเป็นหายนะของคนอื่นทั้งหมด”
คำพูดนี้ไม่ใช่แค่การคาดเดาลอยๆ แต่เป็นผลจากการวิเคราะห์หลายมุม ทั้งจากตัวนักแข่งเอง และความคิดเห็นของบุคคลสำคัญในวงการอย่าง Mick Doohan และ Livio Suppo
อคอสต้า ดาวรุ่งที่พร้อมล่าแชมป์
เอสปาร์กาโร่ยกย่องฟอร์มของอคอสต้าในปัจจุบันว่าอยู่ในจุดสูงสุด เขามีทั้งพรสวรรค์ ความเร็ว และความสามารถในการบริหารจังหวะการแข่งขันอย่างยอดเยี่ยม
ที่สำคัญคือความ “นิ่ง” และ “มีระบบ” เมื่อรู้ว่าขีดจำกัดอยู่ตรงไหน เขาพร้อมพอใจกับผลลัพธ์ นั่นทำให้เขาเป็นตัวเต็งลุ้นแชมป์โลกในอนาคต
มาร์เกซ ยังไม่เต็มร้อย แต่ยังคือมาตรฐาน
ในอีกด้าน Marc Márquez กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากปัญหาสภาพร่างกาย โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่ไหล่
เอสปาร์กาโร่มองว่า มาร์เกซอาจยังไม่ฟิตเต็มที่ และเจ้าตัวเองก็ไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอออกมา
การพักยาวอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
เพราะมันคือเวลาที่เขาจะได้ฟื้นฟูร่างกายอย่างแท้จริง
นั่นหมายความว่า การจัดลำดับตัวเต็งแชมป์ในฤดูกาล 2026 ตอนนี้ “ยังเร็วเกินไป”
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยน ตราบใดที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ มาร์เกซยังคงเป็น “มาตรฐาน” ของทุกคน
ไม่มีพิษ มีแต่ความเคารพ
แม้หลายฝ่ายจะพยายามสร้างภาพความขัดแย้ง หากทั้งสองต้องอยู่ทีมเดียวกัน แต่คำพูดของทั้งคู่กลับสะท้อนตรงกันข้าม
Pedro Acosta ยอมรับว่า การได้เป็นเพื่อนร่วมทีมกับแชมป์โลก 9 สมัยคือ “ความฝัน”
ขณะที่ Marc Márquez ก็ยกย่องอคอสต้าว่าเป็นพรสวรรค์พิเศษ และอาจเป็นผู้นำยุคใหม่ของ MotoGP
นี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบศัตรู แต่มันคือ “ความเคารพ” ระหว่างแชมป์ตัวจริง
แชมป์ชนแชมป์ = ยิ่งอันตราย
Livio Suppo อธิบายว่า
นักแข่งระดับท็อปจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมีคู่แข่งที่เร็วอยู่ข้างตัว
ขณะที่ Mick Doohan พูดชัดเจนยิ่งกว่า
“การจะชนะ คุณต้องชนะทุกคน แม้กระทั่งเพื่อนร่วมทีม”
นี่จึงไม่ใช่คู่หูที่จะพังทลายจากภายใน แต่มันคือการปะทะกันของ “นักล่าชัยชนะ” สองคน
ไพ่เหนือกว่าของ Ducati ในปี 2027
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ MotoGP ในปี 2027 ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ แอโรไดนามิกแบบใหม่ หรือกฎที่ต่างออกไป
ทุกทีมต้องเริ่มต้นใหม่แทบทั้งหมด
แต่ Ducati อาจมีข้อได้เปรียบสำคัญที่สุด เพราะพวกเขาอาจครอบครอง “นักแข่งที่ดีที่สุดสองคนในตลาด”
ประสบการณ์ระดับตำนาน + พรสวรรค์แห่งอนาคต
อดีต ปัจจุบัน และอนาคต อยู่ในทีมเดียวกัน
วันนี้พวกเขาอาจยังยิ้มให้กัน แต่วันพรุ่งนี้ พวกเขาจะต้องสู้กันเอง
และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามภาพที่กำลังถูกวาดขึ้น
คู่หู อคอสต้า–มาร์เกซ อาจไม่ใช่ปัญหาของกันและกัน
แต่จะกลายเป็น “ปัญหาใหญ่” ของทั้งกริด MotoGP เพราะอย่างที่เอสปาร์กาโร่พูดไว้
…มันจะเป็นหายนะ สำหรับทุกคนที่เหลือ
15/04/2026
การตัดสินใจสุดโหด! Ducati เปลี่ยน Bagnaia เป็น Acosta ตั้งแต่ธันวาคม ก่อนเริ่มพรีซีซั่นเทสต์
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการ MotoGP เมื่อมีรายงานว่า Pedro Acosta ได้เซ็นสัญญากับ Ducati ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ Francesco Bagnaia จะมีโอกาสพิสูจน์ผลงานของตัวเองอีกครั้ง
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านพอดแคสต์ Motorsport Republica โดย Jack Appleyard ผู้สื่อข่าวพิตเลน MotoGP ที่ระบุว่า ทุกอย่างได้ถูกตัดสินใจล่วงหน้าแล้ว
… “ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว Marc Márquez ได้รับสัญญาให้อยู่กับ Ducati ตั้งแต่ช่วงเปิดตัวเดือนกุมภาพันธ์ และ Pedro Acosta ก็เซ็นสัญญากับ Ducati ตั้งแต่เดือนธันวาคม”
ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม Davide Tardozzi เคยออกมาคาดการณ์ว่า Bagnaia เวอร์ชันปี 2024 จะกลับมาได้ในฤดูกาลนี้ แต่หากข้อมูลจาก Appleyard เป็นจริง นั่นหมายความว่า Ducati ได้ตัดสินใจล่วงหน้าไปแล้ว โดยไม่รอให้ผลงานในสนามเป็นตัวตัดสิน
การตัดสินใจครั้งนี้ของ Ducati ถือว่า “รวดเร็วและเด็ดขาด” อย่างมาก เพราะเกิดขึ้นก่อนแม้กระทั่งการทดสอบพรีซีซั่น และอาจถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการตัดสินใจในตลาดนักบิดที่ “โหดที่สุด” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สถานการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของทีมที่มีต่อ Acosta ดาวรุ่งพุ่งแรง ขณะที่ Bagnaia อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลในอนาคตของตัวเองบนเวที MotoGP
BolckPass
14/04/2026
มาร์ค มาร์เกซบินญี่ปุ่น แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิด
Marc Márquez นักบิดจากทีม Ducati Lenovo Team สร้างความฮือฮาให้แฟนๆ หลังโพสต์ภาพที่สนามบินฮาเนดะใน Tokyo จนเกิดกระแสคาดเดามากมายเกี่ยวกับอนาคตของเขา
หลายคนเชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับสัญญาฤดูกาล 2027 และมีข่าวลือถึงความเป็นไปได้ในการกลับไปจับมือกับ Repsol Honda Team อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วการเดินทางไปญี่ปุ่นของมาร์เกซ เป็นเพียงการเข้าร่วมอีเวนต์ของผู้สนับสนุนหลักอย่าง Shoei แบรนด์หมวกกันน็อกชื่อดังที่ร่วมงานกับเขามาอย่างยาวนาน
ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังโพสต์ภาพที่สนามบิน มาร์เกซก็ปรากฏตัวในงานของ Shoei ซึ่งทำให้กระแสข่าวลือเรื่องการย้ายทีมถูกคลายลงทันที พร้อมมีแฟนๆ ออกมาแซวตัวเองผ่านโซเชียลด้วยมีมขำๆ
ถึงแม้ข่าวลือจะยังคงมีอยู่ แต่ปัจจุบันแนวโน้มยังชี้ไปที่การอยู่ต่อกับ Ducati โดยทีมจาก Borgo Panigale กำลังพัฒนารถแข่งใหม่ขนาด 850cc สำหรับกฎใหม่ในปี 2027 ซึ่งมี Michele Pirro เป็นผู้ทดสอบที่สนาม Misano World Circuit แล้ว
นอกจากนี้ มาร์เกซยังได้โชว์หมวกกันน็อกสุดพิเศษรุ่นลิมิเต็ด “More than a number” ที่ผลิตเพียง 93 ใบ เพื่อฉลองแชมป์โลกสมัยที่ 9 ของเขา ซึ่งเคยคว้าได้ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2025 โดยสินค้าดังกล่าวขายหมดอย่างรวดเร็ว แม้จะมีราคาสูงถึง 6,899 ยูโร
สรุปแล้ว การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการย้ายทีม แต่อนาคตของหมายเลข 93 ในปี 2027 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป