BTW Energy Microgel

BTW Energy Microgel

แชร์

BTW Energy Microgel

Photos from BTW Energy Microgel's post 14/02/2026

วิ่งให้สุด แล้วหยุดที่เส้นชัย 🏁
อย่าลืมแวะเติมพลังกับ BTW ก่อน!

#เติมพลังก่อนเข้าเส้นชัย #นักวิ่งขอนแก่น #งานวิ่งขอนแก่น

11/02/2026

วิ่งให้สุด แล้วหยุดที่เส้นชัย 🏁
แต่ก่อนหน้านั้น…แวะเติมพลังกับ BTW ก่อน!
เจอกันที่ KhonKaen21 บูธ M16 💙
12–14 ก.พ. 2569

#เติมพลังก่อนเข้าเส้นชัย #นักวิ่งขอนแก่น #งานวิ่งขอนแก่น

Photos from BTW Energy Microgel's post 10/01/2026

มาขอนแก่นมาราธอนทั้งที อย่าลืมเติมพลังด้วยนะคะ มาร่วมสนุกที่บูธได้นะคะ 😄
เจอ BTW ที่บูธ 32 แล้วไปทำเวลาให้ปัง! 🏃‍♀️🔥
Khon Kaen Marathon - ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ
-
#ขอนแก่นมาราธอน2026

05/01/2026

มาขอนแก่นมาราธอนทั้งที อย่าลืมเติมพลังด้วยนะคะ 😄
เจอ BTW ที่บูธ 32 แล้วไปทำเวลาให้ปัง! 🏃‍♀️🔥
Khon Kaen Marathon - ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ
-
#ขอนแก่นมาราธอน2026

01/01/2026

✨ สวัสดีปีใหม่ 2569 ✨
ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนเราด้วยดีเสมอมา
ในปีใหม่นี้ ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ สุขภาพแข็งแรง
มีความสุข ความเจริญ และก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างมั่นคง
เราจะมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างดีที่สุดตลอดไป

🎉 สุขสันต์วันปีใหม่ 🎉

#สวัสดีปีใหม่2569

#ขอบคุณลูกค้าทุกท่าน

25/12/2025

วิ่งเปลี่ยนชีวิต: เริ่มต้นง่ายๆ แค่วันละ 30 นาที ได้อะไรมากกว่าที่คิด!
🏃‍♂️ ทำไมต้องวิ่ง? หลายคนคิดว่าการวิ่งคือเรื่องของ "ความเหนื่อย" แต่จริงๆ แล้ว การวิ่งคือการ "ชาร์จพลัง" ให้กับร่างกายและจิตใจที่ดีที่สุด และลงทุนน้อยที่สุด เพียงแค่มีรองเท้าคู่ใจ ก็ออกไปลุยได้เลย!

✨ 3 สิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มวิ่ง

สมองโล่ง ปิ๊งไอเดียใหม่ๆ เคยไหมที่คิดงานไม่ออก? การวิ่งเหยาะๆ (Jogging) ช่วยให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมอง ระหว่างที่วิ่ง ร่างกายจะหลั่งสาร เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ช่วยลดความเครียด ทำให้สมองปลอดโปร่ง หลายคนมักได้ไอเดียเจ๋งๆ ตอนวิ่งนี่แหละครับ

หัวใจแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การวิ่งสม่ำเสมอช่วยบริหารกล้ามเนื้อหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคความดันและหลอดเลือด แค่วิ่งใน "โซน 2" (วิ่งไปคุยไปได้ ไม่หอบ) วันละ 30 นาที ก็เพียงพอให้สุขภาพดีขึ้นแบบก้าวกระโดด

ชนะใจตัวเองในทุกเช้า สิ่งที่ยากที่สุดของการวิ่งไม่ใช่ระยะทาง แต่คือ "ก้าวแรกที่ออกจากบ้าน" ถ้าคุณเอาชนะความขี้เกียจได้ 1 ครั้ง คุณจะมีความมั่นใจในการจัดการเรื่องยากๆ เรื่องอื่นในชีวิตได้ง่ายขึ้น

📢 สรุป อย่ารอให้พร้อม 100% ถึงจะเริ่ม เพราะความพร้อมไม่มีอยู่จริง มีแต่ "ทำทันที" เท่านั้น ลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ วันนี้ แค่เดินสลับวิ่งหน้าหมู่บ้านดูสิครับ แล้วคุณจะหลงรักตัวเองในเวอร์ชันที่แข็งแรงกว่าเดิม!

#เจลพลังงาน #วิ่ง

07/12/2025

⚡️ มากกว่าแค่เจลพลังงาน คือการดูแลครบวงจร!
ดูดซึมไว 👍 ไหลเวียนดี 👍 ลดความล้า 👍 เซฟกล้ามเนื้อ&ข้อต่อ 👍

สรุปข้อดีเน้นๆ ของ BTW Energy Gel ตามภาพเลยครับ ใครมองหาตัวช่วยที่ครบ จบในซองเดียว ต้องลอง!

พร้อมลุยทุกสนาม สั่ง BTW ติดกระเป๋าไว้เลย! 👉
#เจลพลังงาน #วิ่งมาราธอน #นักปั่น #ไตรกีฬา #ลดกรดแลคติก #เพิ่มความอึด #วิทยาศาสตร์การกีฬา #รีวิวเจลพลังงาน

03/12/2025

พลังงานที่ใช้ในการวิ่งมาราธอนและวิ่งเทรลระยะไกล 🏃‍♂️
และคำแนะนำการทดแทนพลังงาน
บทความโดย “BTW”

พลังงานที่ต้องการในการวิ่งมาราธอน 🥇
การวิ่งมาราธอนใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและไขมันร่วมกันผ่านระบบออกซิเดชันของร่างกาย โดยพลังงานที่ใช้ไปในการแข่งขัน 2-6 ชั่วโมงจะอยู่ระหว่าง 2,200 ถึง 3,200 กิโลแคลอรี ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวเป็นหลัก ร่างกายจะอาศัยกลูโคสและไกลโคเจนที่สะสมไว้ และจะใช้ไขมันเมื่อไกลโคเจนเริ่มหมดลง การเติมพลังงานระหว่างการแข่งขันคือการรับประทานคาร์โบไฮเดรตประมาณ 60-80 กรัมต่อชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายพังที่เรียกว่า "hitting the wall" แหล่งพลังงานแบ่งออกเป็นคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ตัวหลักในระยะแรกจะเป็นกลูโคสและไกลโคเจนที่สะสมในร่างกาย ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “ไกลโคไลสิส” ซึ่งเป็นกระบวนการสันดาปแบบไม่ใช้ออกซิเจน ดังรูปภาพที่ 1 จะได้พลังงานที่น้อยมาก (2ATP, 2NADH, 2Pyruvate) ซึ่งจะได้ผลผลิตเป็นกรดแลคติกในภาวะไร้ออกซิเจนนี้ ขณะเดียวกันในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอในร่างกาย ไพรูเวตจึงจะถูกนำไปใช้ และเข้าสู่ “วัฏจักรเครปส์” ที่เป็นวัฏจักรของกรดไขมันได้พลังงานเพิ่มอีกจำนวนมาก แต่มีเงื่อนไขคือระบบไหลเวียนเลือดต้องมีการลำเลียงออกซิเจนให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะร่างกายสะสมกลูโคสและไกลโคเจนแคนไม่เท่ากัน บางคนมีจำกัด บางคนออกกำลังและใช้ปริมาณมาก การใช้คาร์โบไฮเดรตจึงไม่ได้เกิดต่อเนื่องและทำใหร่างกายไม่ทน เกิดความเมื่อยล้ารวดเร็ว นอกจากเป็นการใช้พลังงานในช่วงเริ่มต้นแล้วในกลุ่มที่วิ่งเร็วหรือใช้ pace ต่ำจะพบโอกาสของการใช้พลังงานแบบไร้ออกซิเจนได้สูงและการสะสมของกรดแลคติก เกิดเป็นตะคริวและบาดเจ็บต่อเนื่องหลายวัน การเติมกลูโคสหรือน้ำตาลอื่น ๆ รวมทั้งแป้ง อาจจะเป็นผลดีต่อการใช้พลังงานขณะที่หมดแรง ไร้พลังงานและหิว แต่จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในสภาวะที่ใช้พลังงานอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การเติมพลังงานในแต่ละช่วงยังจำเป็น นอกจากนี้การรับประทานหรือเติมพลังงานมาก่อนวิ่งก็สำคัญมาก และตั้งเป้าบริโภคคาร์โบไฮเดรต 60-80 กรัมต่อชั่วโมง เริ่มประมาณ 30-60 นาทีหลังการวิ่ง เพื่อเติมเต็มไกลโคเจนที่สะสมไว้ ซึ่งสามารถรับประทานได้ผ่านเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาหรือเจลให้พลังงาน แต่ร่างกายมักจะใช้พลังงานมากกว่าที่ได้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ จึงต้องคอยสังเกตอาการตัวเอง และควรเติมอิเล็กโทรไลต์

ความเสี่ยงของนักกีฬาที่สำคัญและเป็นหัวใจในการบริหารความเสี่ยง คือ หลีกเลี่ยงการใช้พลังงานแบบไร้ออกซิเจนไม่ได้ จึงทำให้ไพรูเวตที่จะได้จากกระบวนการไกลโคไลสิสนี้ เปลี่ยนไปเป็นกรดแลคติกจำนวนมาก ในทางตรงกันข้ามหากร่างกายและกล้ามเนื้อมีเลือดมาเลี้ยงที่พร้อมด้วยออกซิเจน จะทำให้ไพรูเวตเดินทางเข้าสู่วัฏจักรต่อไป ที่เรียกว่าวัฏจักรเครปส์ ไพรูเวตจึงเข้าสู่กระบวนการและผลิตเป็นพลังงานมากขึ้น จากข้อมูลข้างต้นจึงเห็นได้ว่าแป้ง น้ำตาล มีส่วนที่เป็นประโยชน์ตามกลไกปรกติของร่างกาย แต่หากร่างกายเกิดกระบวนการนี้ยาวนานจะเสี่ยงต่อการเกิดการสะสมกรดแลคติกที่เป็นภัยต่อร่างกาย ในการจัดการบริหารความเสี่ยงจึงทำได้โดยการบริหารกล้ามเนื้อให้มีความสามารถในการรับออกซิเจนได้ดี และประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนเลือดเข้ามาช่วย

แหล่งพลังงานที่สำคัญยังคงเป็นกรดไขมัน ที่จะเข้าวัฏจักรเครปส์ได้โดยตรงคล้ายกับไพรูเวต ซึ่งกลไกนี้จะอยู่ภายในไมโตคอนเดียของเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อปริมาณไกลโคเจนสะสมต่ำ ร่างกายจะเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน นักวิ่งมาราธอนมักมีความสามารถในการใช้ไขมันเป็นพลังงานได้มากขึ้น เนื่องจากการฝึกซ้อม ซึ่งรวมถึงเส้นใยกล้ามเนื้อและไมโทคอนเดรียที่เพิ่มจำนวนขึ้น ซึ่งมีประสิทธิภาพในการออกซิไดซ์ไขมัน ผ่านวัฏจักรเครปส์และอิเลกตรอนทรานสปอร์ต และไขมันให้พลังงานได้มากกว่าน้ำตาล ดังภาพที่ 2

Pyruvate in Cellular Respiration | Overview & Role ที่มา: Study.com
โปรตีนยังให้พลังงานได้เล็กน้อยประมาณ 5-10% จุดประสงค์ของการใช้โปรตีนใน BTW จึงเป็นเรื่องของการใช้อาร์จีนีนเพื่อกระตุ้นการทำงานของไนตริกออกไซด์ ตัวนี้จะมีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดเลือดและลดแรงต้านของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปสู่อวัยวะเป้าหมายทำได้ดีขึ้น และเชื่อว่าไปช่วยลดการทำงานหนักของหัวใจ และ BCAAs และคอลลาเจน จะช่วยในเรื่องของการซ่อมแซมและป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ข้อ และน้ำหล่อเลี้ยง

พลังงานที่ต้องการในการวิ่งเทรล
พลังงานที่ใช้ในการวิ่งเทรลจะแตกต่างจากการวิ่งมาราธอน เนื่องจากเงื่อนไขในการใช้พลังงานต่างกัน กลไกในการใช้พลังงานจะขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่ น้ำหนักตัวผู้วิ่ง โดยพบว่าน้ำหนักตัวมากจะใช้พลังงานมากกว่า และเมื่อเทียบกับมาราธอน แม้ว่าความเร็วจะส่งผลต่ออัตราการใช้พลังงานต่อนาที แต่พลังงานทั้งหมดที่ใช้ตลอดการวิ่งมาราธอนอาจใกล้เคียงกันสำหรับนักวิ่งที่มีความเร็วต่างกัน เนื่องจากนักวิ่งที่ช้ากว่าจะใช้เวลาวิ่งนานกว่า และนักวิ่งเทรลที่มีสภาพทางวิ่งที่ทรหดอาจเป็นอัจจัยที่ใช้พลังงานมากกว่า อย่างไรก็ตาม นักกีฬาระดับแนวหน้าที่มีการฝึกซ้อมที่ดี มีความสามารถในการเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถวิ่งด้วยความเข้มข้นที่สูงขึ้นได้เป็นระยะเวลานานขึ้น ในการวิ่งเทรลผู้วิ่งจึงต้องเติมพลังงานอยู่สมอ เพราะร่างกายไม่สามารถดูดซึมพลังงานได้ตามที่รับประทานเข้าไป และร่างกายมักจะใช้พลังงานมากกว่าที่ได้รับ การวิ่งมาราธอนและวิ่งเทรลจึงควรได้รับอาหารหรือพลังงานแต่เนิ่น ๆ มาก่อน เพื่อป้องกันการเกิด "hitting the wall"

พลังงานที่ใช้ในการวิ่งเทรลนั้นมากกว่าและแปรผัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 500-900 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง หรือกล่าวได้ว่าเพียง 15 กิโลเมตรก็ใช้พลังงานมากกว่าวิ่งมาราธอนแล้ว และยังอาจผันผวนขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความเข้มข้น เช่น ระหว่างการไต่เขาชัน จะเพิ่มการใช้พลังงานอย่างมาก ความสูงที่เพิ่มขึ้น แม้แต่การแข่งขันระยะสั้นที่มีการเพิ่มระดับความสูงอย่างมากก็ยังต้องใช้พลังงานสูง เนื่องจากร่างกายทำงานเกือบทั้งหมดบนเนินและความแตกต่างของแต่ละบุคคล ภูมิประเทศที่ต้องใช้ทักษะสามารถเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ได้ ในขณะที่การวิ่งที่ง่ายกว่าและราบเรียบกว่าอาจเผาผลาญพลังงานได้น้อยกว่า

คำแนะนำเรื่องการทดแทนพลังงาน ในขณะวิ่งนั้น นักวิ่งเทรลจะมีความเสี่ยงในการวิ่งล้มเหลวลดลงนั้นมีสัมพันธ์กับพลังงานที่ได้รับอย่างต่อเนื่องและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ผู้ยังขาดประสบการณ์จะต้องระมัดระวังอาการบาดเจ็บจากการสะสมของกรดแลคติกจากสภาพใช้พลังงานแบบไร้ออกซิเจน เพราะส่วนใหญ่วิ่งเทรลจะดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตมาก ไกลโคเจนจากคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับการวิ่งที่มีความเข้มข้นปานกลางถึงสูง แต่ปริมาณสำรองมีจำกัดเช่นเดียวกันกับนักวิ่งมาราธอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการวิ่งที่นานกว่า 90 นาที โดยทั่วไปแล้ว ควรบริโภคคาร์โบไฮเดรต 60-80 กรัมต่อชั่วโมงในระหว่างการวิ่งที่นานกว่า 90 นาที บางรายงานแนะว่าควรเติมพลังทุก ๆ ประมาณ 30-60 นาที หรือเพียงระยะสั้น เพื่อรักษาระดับพลังงาน นักวิ่งไม่ควรปล่อยให้หมดพลังงานเสียก่อนค่อยรับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวิ่งด้วยความเข้มข้นสูง ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่ายในระหว่างวิ่งนั้น ได้แก่ เจลให้พลังงาน ขนมเคี้ยว และเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา และถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้กรดไขมันสายกลางที่ให้พลังงานที่มากกว่าในปริมาณที่น้อยกว่า และเป็นนวัตกรรมที่ดียิ่งขึ้น ใช้ร่วมกันก็จะช่วยการใช้คาร์โบไฮเดรตลดลงและเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ในกรณีที่วิ่งระยะไกลมากควรมีจุดแวะพักเพื่อบริโภคอาหารจริงจัง ผลไม้ หรือแท่งอาหาร แต่ยังควรประเมินอาหารที่ย่อยง่าย นักวิ่งควรดื่มน้ำประมาณ 1 ลิตรทุก ๆ 50 กิโลเมตรในสภาพอากาศอบอุ่น โดยครึ่งหนึ่งเป็นส่วนผสมที่อุดมด้วยอิเล็กโทรไลต์ และอีกครึ่งหนึ่งเป็นน้ำเปล่า

การเติมพลังก่อนและหลังการวิ่ง ก่อนการวิ่ง ควรรับประทานอาหารว่างเบา ๆ 2-3 ชั่วโมงก่อนการวิ่ง และพิจารณารับประทานของว่างหรืออาหารย่อยง่ายปริมาณเล็กน้อยก่อนเริ่มวิ่ง และเลือกใช้อาร์จีนีนในปริมาณ 6 กรัม โดยเริ่มทีละ 2 กรัม พร้อมกรดไขมันสายกลางซึ่งเป็นแหล่งพลังงาน แทนอาหารมื้อแรกก่อนวิ่ง หรือรับประทานต่อเนื่องในระหว่างการซ้อมก่อนแข่งเป็นระยะเวลา 45 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเจลให้พลังงาน BTW หลังการวิ่งโดยปรกติจะแนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มฟื้นฟูร่างกายที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ตามด้วยอาหารสมดุลที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ขณะที่ BTW จะช่วยเสริมคอลลาเจน กรดอะมิโนที่สำคัญ ได้แก่ BCAAs และอาร์จีนีน จะมีผลช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นฟู ลดอาการบาดเจ็บ และมีวิตามินบีรวม และซี ช่วยส่งเสริมเมตาบอลิสมในร่างกาย บางชนิดช่วยบำรุงผิวที่เสียหายจากการแข่งขัน

หลายท่านจะเลือกใช้ BTW เพราะเป็นแหล่งของไขมันสายกลาง (medium chain triglycerides) หรือกรดไขมันอิสระ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ดีกว่าคาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่น้อยกว่า ข้อดีของไขมันสายกลางคือนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานได้เลย เป็นสารสกัดไขมันที่ได้มาจากน้ำมันมะพร้าวหรือปาล์ม ให้มีขนาดอนุภาคหรือสายที่สั้นลง จึงทำให้การขนส่งและดูดซึมผ่านทางเดินาหารได้โดยไม่ต้องขนส่งผ่านไคโลไมครอนแบบไขมันทั่วไปที่รับประทาน ทำให้ผู้ใช้รับพลังงานเร็วและฟื้นตัวจากการขาดพลังงานและเมื่อยล้าเร็วขึ้น ยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดอะมิโน “อาร์จีนีน” ใน BTW ที่ส่งเสริมให้ร่างกายใช้พลังงานแบบใช้ออกซิเจน จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพของการใช้พลังงานแบบใช้ออกซิเจน หรือวัฏจักรเครปส์ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น และให้พลังงานเพิ่มมากกว่ากลุ่มกลูโคส ดังนั้นใน BTW ขนาด 15 กรัมต่อซอง จึงเป็นแหล่งของพลังงานคุณภาพสูงกว่าการใช้กลุ่มคาร์โบไฮเดรต หรือมีความบริสุทธิ์ในการนำไปใช้ได้ทันทีในวัฏจักรเครปส์ และมีพลังงานถึง 50 Kcal นอกจากเป็นแหล่งพลังงานที่ดีแล้ว ข้อดีของ MCT ยังถือเป็นแหล่งของอาหารคีโต ลดความหิวโดยลดระดับของฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) และกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอิ่ม (Peptide YY) ทำให้อิ่มเร็วเพราะได้พลังงานเร็วและอิ่มได้นาน การให้ประสิทธิภาพที่ดีในการให้พลังงานจึงอาจไม่จำเป็นต้องได้รับปริมาณแคลอรี่ที่สูงมากเหมือการใช้คาร์โบไฮเดรต เพราะเป็นกรดไขมันสายกลางและสร้างคีโตนเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกาย จึงช่วยลดการสะสมไขมันในร่างกาย และมีฤทธิ์ในเชิงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา และพบรายงานการช่วยให้เกิดสมาธิและการทำงานของสมองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

หลายท่านจะเลือกใช้ BTW เพราะเป็นแหล่งอาร์จีนีนในระดับที่เหมาะสม และกินได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ BTW นวัตกรรมใหม่ที่มีการปรับขนาดให้เหมาะกับการใช้งานร่างกายในระยะไกลและยาวนาน ระดับที่เหมาะสมในการใช้ arginine ใช้ได้มากถึง 6-30 กรัมต่อวัน โดยมีรายงานการวิจัยการใช้อาร์จีนีนในระดับ 2 กรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 45 วัน พบว่าจะทำให้คุณสมบัติของนักกีฬาดีขึ้นต่างจากกลุ่มที่ไม่ได้ใช้อาร์จีนีน จึงเหมาะกับการบริโภคเพื่อส่งเสริมในช่วงซ้อมอย่างต่อเนื่อง และพบว่าหากใช้ 6 กรัมก่อนเล่นกีฬา 1 ชั่วโมงจะมีความทนทานและเล่นกีฬาได้ยาวนานกว่าปรกติเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ จึงเหมาะกับทั้งกลุ่มออกกำลังกายหรือแข่งขันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่แนะนำไม่ควรรับประทานเกิน 9 กรัมต่อวัน เพราะบางรายจะพบอาการคลื่นเหียนอาเจียน ท้องเสียได้
#อาหารเสริม #สุขภาพดี #โปรโมชั่น #ลดราคา #ราคาสุดคุ้ม #ดูแลตัวเอง #สินค้าสุขภาพ

02/12/2025

ดูแลข้อเข่าที่ใช้งานเยอะ

-มีคอลลาเจนไดเปปไทด์
-เพิ่มการสร้าง “กรดไฮยาลูรอนิค” ที่อยู่ในน้ำเลี้ยงข้อเข่า
-ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ไปย่อยน้ำเลี้ยงข้อ



#เจลออกกำลังกาย

02/12/2025

💪 สุขภาพดีสร้างได้ ! ให้ BTW Healthcare เป็นตัวช่วยของคุณในทุกวัน! 💪 ช่วงแนะนำราคาพิเศษแบบนี้ ไม่ตุนไม่ได้แล้ว!
-
#อาหารเสริม #สุขภาพดี #โปรโมชั่น #ลดราคา #ราคาสุดคุ้ม #ดูแลตัวเอง #สินค้าสุขภาพ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00