สาระลูกหนังกับโค้ชเชน

สาระลูกหนังกับโค้ชเชน

แชร์

สาระลูกหนัง เพราะฟุตบอลมีสาระมากกว

สาระลูกหนัง คือ เพจฟุตบอลที่จะนำเนื้อหาสาระน่ารู้ และเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล ที่คุณอาจไม่เคยรู้มานำเสนอให้แฟนฟุตบอลได้เข้าใจอีกด้านของลูกกลมๆ ที่มีลมอยู่ข้างในให้รับทราบ

Photos from สาระลูกหนังกับโค้ชเชน's post 30/10/2023

กระดานวางแผน 18 โซน ของ Viva ใช้ดีจึงขออนุญาตบอกต่อ 📣😊🙏🏼⚽️
“โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการใช้กระดานวางแผน 18 โซนนั้นเหมาะกับน้องๆ ระดับเยาวชนเป็นอย่างมากที่น้องๆ ต้องรู้จัก, เข้าใจพื้นที่ที่ตัวเองกำลังยืนอยู่ในสนามว่าต้องทำอย่างไร, เล่นยังไง ฯลฯ และเป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดไปสู่การแบ่งพื้นที่การเล่นให้ละเอียดขึ้นตามประสบการณ์การเล่นที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบ 20 โซนหรือแบบอื่นๆ ก็ตาม ซึ่งล้วนแล้วแต่มีรากฐานเริ่มมาจากการแบ่งพื้นที่ 18 โซนนี้ทั้งนั้น ดังนั้นหากน้องๆ มีความเข้าใจในแก่นแท้ของพื้นฐาน มีรากฐานที่มั่นคง การต่อยอดให้สุงขึ้นก็เป็นเรื่องง่าย ยิ่งฐานกว้าง และลึก ย่อมต่อยอดให้อาคารสูงได้ตราบที่ใจต้องการ 😊
การแบ่งพื้นที่เป็น 18 โซนแบบนี้ถือว่ามีความคลาสสิคเพราะได้มีการนำมาใช้ครั้งแรกโดยนักวิจัยของ Liverpool John Moores University ซึ่งก็เกือบ 24 ปีที่แล้ว แต่ก็ยังสามารถนำมาใช้ได้เป็นอย่างดีกับฟุตบอลสมัยใหม่ในปัจจุบัน 👍🏼 ⌛️⏳
Viva SunSports
Vivasunsports
Heliocare TH
ศูนย์พัฒนานักกีฬาที่มีความสามารถพิเศษ -TADC
#กระดานวางแผนฟุตบอล #กระดานวางแผนฟุตบอล18โซน #วีว่า #อุปกรณ์กีฬา

Photos from ศูนย์พัฒนานักกีฬาที่มีความสามารถพิเศษ -TADC's post 19/10/2023
03/10/2023

โอกาสดีๆ สำหรับน้องๆ ผู้รักษาประตูที่สนใจการเป็นผู้รักษาประตูควบคู่ไปกับการเรียน 😊🙏🏼
#โรงเรียนเฉพาะทางผู้รักษาประตู

📌 ด่วน!!! (จำนวนจำกัด) เปิดรับสมัครน้องๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป (เกิดก่อน พ.ศ.2553/Born on 01st January 2010 or after) เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับ Lower Secondary Level (ม.3) และ Upper Secondary Level (ม.6) ที่สถาบันการศึกษาเฉพาะทางการเป็นผู้รักษาประตู 🧤⚽️ (Keep GK Services)
📌 รูปแบบการเรียนที่หลากหลายทั้ง แบบประจำ (Boarder) 🏢 และไป-กลับ (Commuting) 🏡
📌 ค่าเล่าเรียน: เริ่มต้นเพียงเดือนละ 15,000 บาท/เดือน (เฉลี่ย)
หมายเหตุ: ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเรียน
📌 เริ่มเรียน: วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566
📌 สถานที่เรียน: ศูนย์ฝึก TADC; กรุงเทพฯ
📌 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: 📞 0848746530 (โค้ชเชน) และ 📩 FB: Keep GK Services

⚫️⚪️⚫️⚪️⚫️⚪️⚫️⚪️⚫️⚪️⚫️⚪️⚫️⚪️
🔘 TADC คือใคร?
TADC หรือ Talented Athlete Development Center คือศูนย์พัฒนานักกีฬาที่มีความสามารถพิเศษที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนน้องๆ เยาวชนที่มีความสนใจที่จะฝึกฝนพัฒนาความสามารถทางการกีฬาของตนเองควบคู่ไปกับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความสอดคล้อง และเหมาะสมกับความต้องการของตนเองตามมาตรฐานการศึกษาที่ได้รับรองคุณภาพจากกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ผู้เรียนที่นี่จะได้พัฒนาตนเองตามความสามารถหรือความสนใจโดยที่การเรียนในระบบจะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป

🔘 หลักสูตรที่เปิดสอนมี 2 ระดับ คือ
1. Lower Secondary Level หรือระดับชั้นม.3
2. Upper Secondary Level หรือระดับชั้น ม.6
โดยที่หลักสูตรทั้ง 2 ระดับยังแบ่งออกเป็น 2 โปรแกรมให้ได้เลือกตามความสนใจคือ
1. English Program (EP) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนทั้งหมด เหมาะกับผู้เรียนที่มีความพร้อมด้านภาษาอังกฤษเป็นอย่างดีอยู่แล้วหรือเป็นผู้ที่มีความสนใจจะไปศึกษาต่อต่างประเทศในระดับที่สูงขึ้น (ระดับมัธยมปลายหรือระดับมหาวิทยาลัยทั้งใน และต่างประเทศในโปรแกรมที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน)
2. Hybrid Learning Program (HLP) ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างการเรียนทฤษฎี และการฝึกซ้อมฟุตบอลภาคปฎิบัติที่จะใช้ภาษาอังกฤษเหมือนกับโปรแกรม EP แต่เนื้อหาการเรียนด้านวิชาการจะใช้ภาษาไทยในการเรียนการสอน ทำให้ผู้เรียนที่มาจากหลักสูตรที่ใช้ภาษาไทยในการเรียนการสอนมาก่อนสามารถติดตามเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง และจะได้เริ่มปูพื้นฐานภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ตนเองชอบหรือให้ความสนใจนั่นก็คือฟุตบอล และการเป็นผู้รักษาประตู

🔘 เนื้อหาด้านฟุตบอล และการเป็นผู้รักษาประตู เรียนอะไร?
เนื้อหาที่ใช้ในการเรียนจะเป็นเนื้อหาที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงวัยของผู้เรียนโดยผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ฯ ซึ่งจะมุ่งเน้นพัฒนาน้องๆ ในเนื้อหา 4 ด้านคือ
1. ด้านเทคนิคการเป็นผู้รักษาประตู
2. ด้านแทคติกการเป็นผู้รักษาประตู
3. ด้านสมรรถภาพทางกายของการเป็นผู้รักษาประตู
4. ด้านสมรรถภาพทางจิตที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้รักษาประตู
ทั้งนี้น้องๆ จะได้เรียนรู้ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ หรือที่เรียกกันว่า Learning by Doing หรือ Learning from Mistake ที่จะช่วยให้น้องๆ จดจำ ทำซ้ำ จนเกิดเป็นการเรียนรู้โดยอัตโนมัติในที่สุด

🔘 การฝึกซ้อม/การศึกษาดูงานต่างประเทศ
ด้วยเครือข่ายกับศูนย์ฝึกในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเกาหลี, ญี่ปุ่น, จีน, มาเลเซีย, กาตาร์, สิงคโปร์ ฯลฯ ทำให้หลักสูตรนี้มีความโดดเด่นในการจะนำน้องๆ ออกไปเปิดโลกทัศน์เพื่อให้เปิดมุมมองใหม่ๆ ในโลกของฟุตบอล และการเป็นผู้รักษาประตูที่มีความเป็นพลวัต และมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสารสนเทศทางด้านแทคติกอยู่ตลอดเวลา รวมถึงโอกาสต่อยอดเพื่อรับทุนหรือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพในต่างประเทศต่อไป
หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฝึกซ้อม และศึกษาดูงานต่างประเทศนี้รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายการศึกษาปกติอยู่แล้ว (ยกเว้นค่าเดินทางไป-กลับ)

🔘 การเรียนหลักสูตรนี้เหมาะกับใคร
🧤⚽️ น้องๆ ที่มีใจรักการเล่นฟุตบอล โดยเฉพาะการเป็นผู้รักษาประตูทุกคน
🧤⚽️ น้องๆ ที่มีความฝัน ความมุ่งมั่นในการเป็นผู้รักษาประตูทีมชาติไทยหรือนักกีฬาอาชีพทุกคน
🧤⚽️ น้องๆ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งในด้านความสามารถ และมุมมองโลกทัศน์ของตัวเองเพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้รักษาประตูอาชีพในต่างประเทศทุกคน
🧤⚽️ น้องๆ ที่มองหาโอกาสต่อยอดในการศึกษาต่อต่างประเทศ โดยใช้ความสามารถในการเป็นผู้รักษาประตูของตัวเองทุกคน
🧤⚽️ น้องๆ ผู้รักษาประตูทุกคนที่ไม่ได้รับโอกาสในการลงเล่นจากทีมที่อยู่ในปัจจุบันหรือทีมที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการฝึกผู้รักษาประตูโดยเฉพาะ ไม่ใช่น้องไม่เก่งครับแต่บางทีดินในกระถางที่น้องอยู่อาจไม่เหมาะกับตัวน้องเอง บางทีการเปลี่ยนกระถาง และให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญดูแล อาจทำให้น้องเติบโตได้ดีขึ้นครับ 🪴🌳

🔘 ควบคุมคุณภาพหลักสูตร และอำนวยการสอนโดย
🧑🏽‍🎓 “โค้ชเชน” ดร.ประสบโชค โชคเหมาะ 🇹🇭
(ตำแหน่ง: ผู้อำนวยการสถาบันฯ; Director)
🎓 ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พลศึกษา) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
⚽️ AFC Professional Diploma
🧤 AFC/KFA GK Coach Level 3 (คนแรก และคนเดียวของไทยในปัจจุบัน)

👨🏻‍🎓”โค้ชปาร์ค” PARK YOUNG-SOO 🇰🇷 (ตำแหน่ง: ที่ปรึกษาอาวุโส; Senior Counselor)
🧤 AFC/KFA GK Instructor

04/12/2021

“Keep Distancing”
ขออนุญาต “รักษาระยะห่าง” กับท่านผู้อ่าน “เสาร์สาระกับโค้ชเชน” ซักระยะนะครับ แล้วพบกันใหม่เร็วๆ นี้ครับผม 🙏🏼😊



🙏🏼❤️⚽️🇹🇭
“โค้ชเชน”
AFC Pro Diploma
AFC GK Coach Level 2
#เสาร์สาระกับโค้ชเชน
#สาระลูกหนังกับโค้ชเชน
#กันแดดHeliocareTH
#코치첸
#사회적거리두기

27/11/2021

“เสาร์สาระกับโค้ชเชน”
EP.136 ความท้าทายของผู้รักษาประตูในยุคปัจจุบัน
⚽️
ฟุตบอลสมัยใหม่หรือที่เราเรียกกันว่าโมเดิร์นฟุตบอลนั้นมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างมากทั้งในด้านวิธีการเล่น และกฎกติกาการแข่งขัน ที่มีเป้าหมายนอกเหนือไปจากมิติของความเป็นกีฬาที่มีเรื่องของผลแพ้ชนะแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังจะต้องคำนึงถึงมิติในเรื่องของความสนุกสนาน เร้าใจ ดึงดูดให้ผู้ชมเข้ามาชมการแข่งขันให้มากขึ้นเพื่อเป้าหมายในการดึงดูดให้ผู้สนับสนุนนั้นมีความสนใจนำงบประมาณมาลงทุนสนับสนุนทีมหรือสนับสนุนการจัดการแข่งขันให้มากขึ้นตามไปด้วย
⚽️
ความเร็วของเกมการแข่งขันฟุตบอลในปัจจุบันที่มีมากขึ้นกว่าในอดีตถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ช่วยดึงดูดผู้คนให้มีความสนใจในกีฬาฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันการยิงประตูก็ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างหลงใหลในกีฬาชนิดนี้นับตั้งแต่อดีตมาจวบจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน ศิลปะของการยิงประตูที่สวยงามไม่ว่าจะด้วยวิธีการยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษที่หนักหน่วง, การวิ่งเข้าชาร์ตเพื่อทำประตูจังหวะเดียวจากลูกผ่านทางด้านข้าง, การโหม่งเพื่อทำประตูแบบต่างๆ เช่นการกระโดดโหม่งหรือการพุ่งโหม่ง, การยิงฟรีคิกไซด์โค้งด้วยความแม่นยำ รวมถึงศิลปะของการยิงประตูในลักษณะคาดไม่ถึงทั้งการกระโดดตีลังกากลับหลังหรือแม้กระทั่งลูกไขว้ในตำนาน ฯลฯ ต่างก็เป็นเรื่องที่ทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีถึงความสวยงาม และมนต์เสน่ห์ของมันเมื่อลูกฟุตบอลกระทบกับตาข่ายด้านหลังประตู
⚽️
ในทางตรงกันข้ามเมื่อในขณะที่ทุกคนเกือบครึ่งค่อนโลกให้ความสนใจ และต่างก็คิดค้นพัฒนา หาวิธีที่จะยิงประตูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นั้น แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่ายังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหยุดยั้งหรือเอาชนะการยิงประตูเหล่านี้ให้ได้ กลุ่มคนที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่นและศรัทธาเหล่านั้น คือกลุ่มคนที่เรียกว่า “ผู้รักษาประตู” ซึ่งแน่นอนว่าความพยายามที่จะหยุดยั้งการยิงประตูไม่ให้เกิดขึ้นได้นั้นถือเป็นเรื่องยาก และมีความท้าทายต่อผู้รักษาประตูที่จะชนะอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้
⚽️
โดยที่ความท้าทายที่ผู้รักษาประตูจะต้องเผชิญในฟุตบอลสมัยใหม่นี้นั้นจะประกอบไปด้วย
1. ผู้เล่นที่มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งในด้านเทคนิค และด้านแทคติกโดยผ่านกระบวนการฝึกซ้อมจากผู้ฝึกสอนอย่างถูกต้องตั้งแต่ระดับเยาวชน, ด้านร่างกายที่ได้รับการฝึกซ้อมมาอย่างถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น, ยิงลูกบอลได้แรง และเร็วขึ้น, กระโดดได้สูงขึ้น ฯลฯ และด้านจิตวิทยาที่ก็ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
2. ผู้ฝึกสอนที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยพัฒนาคุณภาพของเกมให้มีความรวดเร็ว และมีความหลากหลาย, ใช้วิธีการกดดันเพื่อบีบให้มีพื้นที่จำกัด, การมีผู้เล่นอยู่บริเวณหน้ากรอบประตูเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นการบดบังทัศนวิสัยของผู้รักษาประตูซึ่งส่งผลทำให้ความสามารถในการตัดสินใจของผู้รักษาประตูลดลง และมีเวลาในการคิดหรือตัดสินใจที่น้อยลงตามไปด้วย
3. กติกาการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็น “การห้ามรับลูกส่งกลับคืนหลัง”, “การต้องปล่อยบอลภายใน 6 วินาที”, “การห้ามรับลูกทุ่ม” รวมไปถึงที่ในปัจจุบันโดยส่วนตัวผมคิดว่าผู้รักษาประตูนั้นได้รับความคุ้มครองหรือปกป้องที่น้อยลงภายในกรอบ 6 หลาหรือแม้กระทั่งในกรอบเขตโทษ โดยเฉพาะกรณีของการเข้าปะทะกับผู้เล่น
4. วิวัฒนาการของลูกฟุตบอลที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องโดยมีความพยายามที่จะใช้วัสดุต่างๆ ที่มีความทันสมัยเพื่อให้ลูกฟุตบอลเคลื่อนที่ได้เร็วมากที่สุดหรือทำให้ผู้รักษาประตูรับบอลได้ยากมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยจากการศึกษาของฟีฟ่านั้นพบว่าความเร็วของลูกบอลจากการยิงประตูในปัจจุบันนั้นมีความเร็วเป็น 2 เท่าของความเร็วของการยิงประตูฟุตบอลในอดีต แต่ในขณะเดียวกันความเร็วของปฏิกิริยาตอบสนองของผู้รักษาประตูนั้นยังคงไม่แตกต่างไปจากอดีต
5. สภาพสนาม โดยเฉพาะสนามหญ้าเทียมที่มีสภาพพื้นผิวที่แตกต่างไปจากสนามหญ้าจริงโดยสิ้นเชิง ซึ่งในบางครั้งก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานของผู้รักษาประตูโดยเฉพาะในกรณีที่ลูกฟุตบอลกระเด้งหรือกระทบพื้นสนาม หรือในกรณีที่มีการส่งกลับหลังซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมลูกฟุตบอลของผู้รักษาประตูหากไม่ได้รับการฝึกฝนด้านความสามารถในการใช้เท้ามาอย่างเพียงพอ
⚽️
จากปัจจัยที่ได้กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความท้าทายที่ผู้รักษาประตูทุกคนอาจต้องเผชิญไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งหมดที่กล่าวมาหรือบางคนอาจได้รับผลกระทบที่นอกเหนือ และไม่ได้กล่าวถึงในบทความนี้ด้วยก็ตาม ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้นั้นหากมองในแง่บวกก็เปรียบดังมนต์เสน่ห์ที่ท้าทาย และรอคอยให้เหล่ายอดผู้รักษาประตู รวมถึงผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตูทั้งหลายที่จะได้ใช้ความรู้ความสามารถทั้งในด้าน “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อคิดค้นหาวิธีที่จะเอาชนะ และเปลี่ยนผ่านแนวคิดทฤษฎีของตนเองนั้นไปสู่การปฏิบัติหรือการฝึกซ้อมในสนาม จนกระทั่งนำมาใช้ในวันแข่งขันจริงเพื่อเป้าหมายที่จะก้าวข้ามผ่านพ้นภูเขาลูกใหญ่นี้ไปให้ได้ ซึ่งรางวัลที่ได้นั้นคงเป็นสิ่งที่หลายคนเรียกมันว่า “คลีนชีท” และถ้าทีมได้รับชัยชนะด้วยแล้วก็คงถือเป็นความสุขที่มากเป็นทวีคูณ



🙏🏼❤️⚽️🇹🇭
“โค้ชเชน”
AFC Pro Diploma
AFC GK Coach Level 2
#เสาร์สาระกับโค้ชเชน
#สาระลูกหนังกับโค้ชเชน
#กันแดดHeliocareTH
#코치첸

20/11/2021

“เสาร์สาระกับโค้ชเชน”
EP.135 ABCs
⚽️
ตัวอักษร A-B-C นั้นหากพิจารณาในแง่มุมทางด้านภาษาก็จะพบว่าเป็นตัวอักษร 3 ตัวแรกของชุดตัวอักษรภาษาอังกฤษ (English alphabet) สมัยใหม่ที่มีต้นกำเนิดมาจากอักษรลาตินในราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้มีการเพิ่มหรือลดตัวอักษรที่ทำให้ชุดตัวอักษรภาษาอังกฤษสมัยใหม่นี้มีตัวอักษรทั้งหมด 26 ตัวในปัจจุบัน
⚽️
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นที่จะฝึกทักษะเกี่ยวกับภาษาอังกฤษนั้นเชื่อแน่ว่าจะต้องเริ่มต้นด้วยการฝึกจากการอ่านหรือร้องเพลง A-B-C ด้วยกันมาแล้วแทบทั้งสิ้น ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไปสู่ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษในระดับต่างๆ ที่สูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านการฟัง, การพูด การอ่าน และการเขียนต่อไป
⚽️
จากความสำคัญของการเริ่มต้นการเรียนวิชาภาษาอังกฤษด้วย A-B-C นั้นก็มาสอดคล้องกับแนวทางการฝึกซ้อม และการพัฒนาเยาวชนในกีฬาฟุตบอลของ FIFA ที่ได้กล่าวไว้ในเอกสาร “การพัฒนาคุณภาพทางด้านร่างกายของผู้เล่นตามช่วงวัย” (Development of Physical Qualities according to the Age of Players) เมื่อปี 2017 ว่า ในการพัฒนาการฝึกซ้อมของผู้เล่นระดับเยาวชนนั้นควรจะได้ให้ความสนใจในการฝึก “ABCs” (Agility, Balance, Coordination and Speed) ควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมด้านเทคนิคกีฬาฟุตบอล เนื่องจากการฝึกซ้อมดังกล่าวจะช่วยพัฒนาระบบประสาท (Nervous system) ของนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนได้เป็นอย่างดี โดยในการวิจัยพบว่าอัตราการพัฒนาระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) ของนักกีฬาฟุตบอลระดับเยาวชนนั้นจะมีอัตราการพัฒนาที่สูงขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่ช่วงแรกเกิดจนถึงอายุ 10 ปี ดังนั้นการพัฒนานักฟุตบอลในช่วงอายุระหว่าง 7-12 ปีนั้นจึงเปรียบความสำคัญเสมือนดั่งทองคำ และเป็นประตูไปสู่โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเล่นในระดับที่สูงขึ้นได้ในอนาคต
⚽️
โดยที่ในรายละเอียดของการฝึกซ้อม ABCs ตามแนวทางที่ FIFA นั้นกล่าวถึงก็คือ
A = Agility หรือความคล่องแคล่วซึ่งเป็นความสามารถในการเปลี่ยนทิศทาง และความเร็วของการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วของผู้เล่น โดยที่ผู้เล่นนั้นยังสามารถควบคุมตนเองได้
B = Balance หรือการทรงตัวซึ่งเป็นความสามารถของผู้เล่นในการรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้ได้ทั้งในขณะที่อยู่กับที่หรือเคลื่อนที่
C = Co-ordination หรือการประสานสัมพันธ์ซึ่งเป็นความสามารถของผู้เรียนในการเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานของอวัยวะหรือระบบต่างๆ ในร่างกายได้อย่างสัมพันธ์กัน เช่นการทำงานระหว่างตากับมือหรือตากับเท้า เป็นต้น
S = Speed หรือความเร็วที่หมายถึงความสามารถของผู้เล่นในการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว
⚽️
องค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบสมรรถภาพทางกายที่เกี่ยวข้องกับทักษะ (Skills-related physical fitness) ที่ในแวดวงวิชาการด้านพลศึกษา และวิทยาศาสตร์การกีฬานั้นทราบกันเป็นอย่างดีว่าหากนักกีฬาที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในการเล่นนั้นจำเป็นต้องจะต้องมีองค์ประกอบของสมรรถภาพทางกายที่เกี่ยวข้องกับทักษะอื่นๆ ด้วยจึงจะเรียกได้ว่านักกีฬาคนนั้นมีความสมบูรณ์ทางด้านร่างกาย
⚽️
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้องค์ประกอบสมรรถภาพทางกายที่เกี่ยวข้องกับทักษะทั้ง 4 ด้านคือ ความคล่องแคล่ว, การทรงตัว, การประสานสัมพันธ์ และความเร็ว หรือ ABCs นั้นแตกต่างไปจากองค์ประกอบสมรรถภาพทางกายฯ ในหัวข้ออื่นๆ นั้นก็คือ การฝึกในสิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยพัฒนาระบบประสาทตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังส่งผลต่อการพัฒนาทักษะกลไก (Motor skills) และความจำในการเคลื่อนไหว (Movement memory) จนพัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวที่เป็นอัตโนมัติของผู้เล่นคนนั้นๆ ได้ในอนาคต ซึ่งหากสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในตัวของผู้เล่นคนใดก็ย่อมที่จะทำให้เขาได้เปรียบผู้เล่นคนอื่นๆ ทั้งในด้านการมีเทคนิคการเล่นที่ดีกว่า, การมีการเคลื่อนที่ที่ดีกว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า, การตัดสินใจเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมได้เร็วกว่าเพราะได้ทำซ้ำๆ จนร่างกายตอบสนองได้อย่างเป็นอัตโนมัติ, การมีความเร็ว และความคล่องตัวที่ดีกว่าทั้งในสถานการณ์ที่มีบอล และไม่มีบอล, การมีสมดุลร่างกายที่ดีกว่าในขณะเคลื่อนที่ไปกับลูกฟุตบอลหรือในขณะที่กระโดดลงสู่พื้น ฯลฯ เป็นต้น
⚽️
จากความสำคัญที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นจึงเป็นความสำคัญที่ผู้ฝึกสอนโดยเฉพาะในระดับเยาวชนไม่ควรที่จะละเลยในการฝึกในเรื่องดังกล่าวนี้ ซึ่งหากได้พิจารณาแล้วก็จะพบว่าความสามารถขององค์ประกอบสมรรถภาพฯ ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นเป็นความจำเป็นต่อการเล่นฟุตบอลของผู้เล่นคนนั้นในระดับที่สูงขึ้นจนกระทั่งถืงการเล่นในระดับอาชีพ อีกทั้งการฝึกในสิ่งต่างๆ เหล่านี้นั้นมีช่วงอายุเป็นตัวกำหนด โดยที่หากพลาดหรือละเลยผ่านช่วงที่ดีที่สุดของการฝึกหรือการพัฒนาแล้วก็อาจทำให้ผู้เล่นคนนั้นไม่สามารถพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพที่ควรจะเป็นอีกด้วย
⚽️
สุดท้ายนี้ความสำคัญของ ABC ในวิชาภาษาอังกฤษกับความสำเร็จของการเล่นฟุตบอลในอนาคตนั้นจึงมีจุดเริ่มต้นด้วย ABC เหมือนๆ กันโดยที่ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือจะเป็นความตั้งใจ แต่สิ่งเหล่านี้ก็จะได้เป็นเครื่องย้ำเตือนให้เราได้นึกถึงหลักการฝึกที่สำคัญของนักฟุตบอลในระดับเยาวชนนั้นก็จำเป็นจะต้องเริ่มด้วย ABCs ควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมเทคนิคในส่วนอื่นๆ ด้วยพร้อมๆ กัน



🙏🏼❤️⚽️🇹🇭
“โค้ชเชน”
AFC Pro Diploma
AFC GK Coach Level 2
#เสาร์สาระกับโค้ชเชน
#สาระลูกหนังกับโค้ชเชน
#กันแดดHeliocareTH

ดื่มกาแฟเยอะ... ระวังโดนจับตรวจโด๊ป [Highlight โค้ชเชน ทอล์ค EP.4] 18/11/2021

Highlight โค้ชเชน ทอล์ค EP.4 ว่ากันด้วยเรื่องกาแฟ เครื่องดื่มยอดฮิตของนักเตะ ซึ่ง "อ.ธนวุฒิ แสงบุญ" ผู้เชี่ยวชาญด้านสารต้องห้ามทางการกีฬา มีประสบการณ์การด้านควบคุมสารต้องห้ามทางการกีฬาทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ บอกถึงปริมาณที่ควรดื่มว่าเท่าใดจึงจะปลอดภัยจากการตรวจสารกระตุ้น
--------------
#บอลไทย
#ทีมชาติไทย
#ช้างศึก
#ไทยลีก

ดื่มกาแฟเยอะ... ระวังโดนจับตรวจโด๊ป [Highlight โค้ชเชน ทอล์ค EP.4] Highlight โค้ชเชน ทอล์ค EP.4 ว่ากันด้วยเรื่องกาแฟ เครื่องดื่มยอดฮิตของนักเตะ ซึ่ง "อ.ธนวุฒิ แสงบุญ" ผู้เชี่ยวชาญด้าน.....

17/11/2021

สรุปตารางคะแนน "ฟุตบอลโลก 2022" รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสาม หลังผ่านการลงสนามไปแล้ว 6 นัด
--------------
#สาระลูกหนังกับโค้ชเชน
#บอลไทย
#ทีมชาติไทย
#ช้างศึก
#ไทยลีก
#ฟุตบอลโลก

13/11/2021

“เสาร์สาระกับโค้ชเชน”
EP.134 ความจงรักภักดีในกีฬาฟุตบอล
⚽️
คำว่า “จงรักภักดี” (Royalty) นั้นเป็นคำที่มาจากคำ 2 คำมาประกอบเข้าด้วยกันระหว่างคำว่า “จงรัก” ที่มีความหมายว่า จงใจรัก ผูกใจด้วยความนับถืออย่างมั่นคง แต่คำๆ นี้มักไม่ใช่โดยลำพังซึ่งโดยมากมักจะใช้ควบคู่กับคำว่า “ภักดี” ที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน ดังนั้นเมื่อคำ 2 คำนี้ถูกนำมาใช้ร่วมกัน คำว่า “จงรักภักดี” จึงหมายถึง ความรัก และนับถือในจิตใจของใครคนใดคนหนึ่งที่มีต่อบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นอย่างมั่นคง
⚽️
“ความจงรักภักดี” นั้นถูกนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลายเพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของมนุษย์ และถูกนำไปเชื่อมโยงกับ “ทัศนคติ” ของบุคคลนั้นซึ่งอาจนำมาใช้ทำนายพฤติกรรมในอนาคตได้ ทั้งนี้ “ความจงรักภักดีในกีฬาฟุตบอล” นั้นปรากฏให้เห็นเด่นชัดในแง่มุมระหว่าง “สโมสร” กับ “แฟนบอล” โดยที่ทั้ง 2 ส่วนนี้ต่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และเป็นความจริงแท้แน่นอนที่การทำสโมสรฟุตบอลในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องของธุรกิจ และเม็ดเงินสำคัญที่จะเข้ามาสู่สโมสรได้ทางหนึ่งที่สำคัญก็ต้องอาศัยปัจจัยจากผู้บริโภคก็คือแฟนบอล โดยเฉพาะแฟนบอลที่มี “ความจงรักภักดีกับสโมสร” ในการที่จะซื้อตั๋วเข้ามาชม, ติดตามทีมเมื่อต้องออกไปแข่งเป็นทีมเยือน, ซื้อเสื้อผ้าสินค้าหรือของที่ระลึกของสโมสร ฯลฯ ทั้งนี้ไม่เพียงแต่เป้าหมายในเชิงการตลาดแต่ผลพลอยได้เมื่อทีมมีแฟนบอลหนุนหลังเป็นผู้เล่นคนที่ 12 นั้นก็ย่อมมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เล่นเกิดความหึกเหิม มีกำลังใจ เสมือนกับไม่ว่าจะแข่งที่ไหนก็เหมือนกับได้เล่นในบ้านของตนเองในทุกๆ นัด
⚽️
พฤติกรรมที่เราเรียกมันว่า “ความจงรักภักดีในกีฬาฟุตบอล” โดยเฉพาะในแง่มุมระหว่าง “สโมสร” กับ “แฟนบอล” นี้ถือเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ และเป็นที่สนใจในวงกว้างของนักวิชาการแขนงต่างๆ จนก่อให้เกิดคำถามทางการวิจัย รวมถึงการตั้งสมมติฐานทางการวิจัยต่างๆ นานาเพื่อที่จะพยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่เมื่อเราค้นหาคำว่า “ความจงรักภักดีในกีฬาฟุตบอล” นั้นจะปรากฏข้อมูลทางการวิจัยที่หลากหลายแง่มุมทั้งในระดับปริญญาตรี, โท หรือเอก ที่พยายามจะศึกษา และอธิบายพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อสโมสรที่เขามีความรัก ผูกพัน และภักดี ซึ่งการที่มีแฟนบอลลักษณะนี้ย่อมเป็นเป้าหมาย และสุดยอดความปรารถนาของทุกๆ ทีมอย่างแน่นอน
⚽️
“ความจงรักภักดี” ระหว่าง “สโมสร” กับ “นักฟุตบอล” นั้นก็เป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจ โดยที่ในอดีตของไทยนั้นเมื่อนักฟุตบอลคนใดคนหนึ่งที่เล่นให้กับสโมสรใดสโมสรหนึ่งมาอย่างยาวนานก็มักจะได้รับรางวัลตอบแทนด้วยการบรรจุงานประจำให้ไม่ว่าจะเป็นงานราชการทหารตำรวจ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานธนาคาร หรือแม้กระทั่งงานอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา ฯลฯ แต่ในปัจจุบันโลกของฟุตบอลนั้นเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การทำสโมสรฟุตบอลมีความเป็นธุรกิจมากขึ้น การซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดแต่ละครั้ง แต่ละฤดูกาลย่อมก่อให้เกิดมูลค่าทั้งต่อสโมสร และตัวผู้เล่นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่แทบจะหาผู้เล่นในยุคนี้ที่เล่นให้กับสโมสรใดสโมสรหนึ่งได้อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปีในเมืองไทย
⚽️
การสร้างรากฐานที่มั่นคงในระดับเยาวชน โดยการสร้าง “อะคาเดมี่” ของสโมสรนั้นนอกจากจะมีประโยชน์ในด้านการพัฒนาทางด้านเทคนิค, ปรัชญา, แนวทางการเล่นหรืออัตลักษณ์การเล่นของสโมสรแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นผลพวงสำคัญตามมาก็คือ การยกระดับ “ความจงรักภักดี” ของนักฟุตบอลในระดับเยาวชนเหล่านั้นที่มีต่อสโมสรอีกด้วย อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานปรากฏอย่างแน่ชัดว่าแนวทางการสร้างทีมโดยมีรากฐานจากอะคาเดมีหรือการใช้นักเตะ “ลูกหม้อ” จากสโมสรเป็นแกนนั้นจะสามารถดลบันดาลความสำเร็จให้มาสู่ทีมได้อย่างแน่นอน แต่แนวทางดังกล่าวต่างก็เป็นที่ได้รับการยอมรับ และได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในโลกของฟุตบอลในปัจจุบัน
⚽️
ในบางสโมสรอาจใช้แนวทางในการส่งเสริม “ความจงรักภักดี” ระหว่าง “สโมสร” กับ “นักฟุตบอล” ในลักษณะของ “ท้องถิ่นนิยม” ซึ่งก็คือการส่งเสริมเยาวชนในท้องถิ่นให้เข้ามาสู่ระบบอะคาเดมี่ของสโมสรตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น หรืออาจจะใช้วิธีการดึงตัวหรือซื้อตัวนักฟุตบอลคนนั้นๆ ที่มีพื้นเพหรือมีความเกี่ยวพันกับจังหวัดที่สโมสรนั้นๆ ตั้งอยู่เสริมเข้ากับแนวทางการพัฒนาฟุตบอลในส่วนของอะคาเดมี่ที่มีอยู่แล้วของตนควบคู่ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย
⚽️
อย่างไรก็ตามเรื่องของ “ความจงรักภักดี” นั้นยังเชื่อมโยงไปสู่บริบทของผู้ฝึกสอนได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยที่แต่เดิมนั้นผมไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องนี้มากเท่าใดนัก จนกระทั่งได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับโค้ชชื่อดังคนหนึ่งจึงได้เข้าใจบทเรียนนี้ได้เป็นอย่างดี และมีประสบการณ์ตรงกับเรื่องราวเหล่านี้มาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีบนเส้นทาง “โค้ชฟุตบอล” นี้โดยที่ “ความจงรักภักดี” ระหว่าง “หัวหน้าผู้ฝึกสอน” กับ “ทีมงาน” นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ ในบริบทของสังคมไทยแต่ก็เป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยในต่างประเทศที่เมื่อ “ผู้จัดการทีม” หรือ “หัวหน้าผู้ฝึกสอน” ลาออกจากสโมสรแล้วก็จะมีทีมงานในส่วนต่างๆ นั้นลาออกไปด้วยพร้อมๆ กัน และในทางกลับกันบ่อยครั้งที่เมื่อมีการแต่งตั้ง “ผู้จัดการทีม” หรือ “หัวหน้าผู้ฝึกสอน” คนใหม่เข้ามาแล้วก็จะมีทีมงานติดตามมาด้วยอยู่เสมอ จนอาจเรียกได้ว่า “ไปไหนไปกัน” หรือเปรียบเสมือนสถานะที่เรียกได้ว่า “อยู่บนเรือลำเดียวกัน”
⚽️
สุดท้ายนี้แม้ว่าเรื่องของ “ความจงรักภักดี” นั้นจะเป็นเรื่องของจิตใจ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าในส่วนของจิตใจนั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อพฤติกรรมของมนุษย์ในด้านต่างๆ ซึ่งเมื่อนำความรู้สึกดังกล่าวนั้นมาหล่อหลอมรวมกันจึงเปรียบได้ดั่งกับพลังที่ยิ่งใหญ่จากไม้ขีดไฟเล็กๆ คนละก้านเพื่อบรรลุเป้าหมายหรือพันธกิจต่างๆ ร่วมกัน



🙏🏼❤️⚽️🇹🇭
“โค้ชเชน”
AFC Pro Diploma
AFC GK Coach Level 2
#เสาร์สาระกับโค้ชเชน
#สาระลูกหนังกับโค้ชเชน
#กันแดดHeliocareTH

08/11/2021

Highlight โค้ชเชน ทอล์ค EP.4 มาคุยกันเรื่องพืชเศรษฐกิจที่เพิ่งปลดล็อคอย่าง "ใบกระท่อม" กับ "อ.ธนวุฒิ แสงบุญ" ผู้เชี่ยวชาญด้านสารต้องห้ามทางการกีฬา มีประสบการณ์การด้านควบคุมสารต้องห้ามทางการกีฬาทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ซึ่งยังไม่ถูกระบุว่าเป็นสารต้องห้ามสำหรับนักกีฬาของ "วาด้า"
--------------
#สาระลูกหนังกับโค้ชเชน
#บอลไทย
#ทีมชาติไทย
#ช้างศึก
#ไทยลีก

06/11/2021

“เสาร์สาระกับโค้ชเชน”
EP.133 ช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริง
กีฬาฟุตบอลเป็นชนิดกีฬาที่มีระยะเวลาในการเล่นยาวนานมากกว่า 90 นาที โดยแบ่งการเล่นออกเป็น 2 ครึ่งๆ เวลาละ 45 นาที และมีช่วงเวลาพักครึ่งการแข่งขันระหว่างครึ่งแรก และครึ่งหลังเป็นระยะเวลา 15 นาทีซึ่งจะทำการนับเวลาจากการสิ้นสุดเสียงนกหวีดหมดครึ่งเวลาแรกไปจนกระทั่งถึงเสียงนกหวีดเริ่มครึ่งหลังจากผู้ตัดสินอีกครั้ง
⚽️
อย่างไรก็ตามแม้ว่ากีฬาฟุตบอลจะมีระยะเวลาในการเล่นถึง 90 นาทีแต่ในความเป็นจริงแล้วกีฬาฟุตบอลจะมีช่วงเวลาที่ลูกฟุตบอลอยู่ในการเล่นที่น้อยกว่าระยะเวลาที่ใช้ในการเล่นจริงอยู่มาก โดยระยะเวลาที่สูญเสียไประหว่างการเล่นนั้นอาจเกิดขึ้นได้โดยตามธรรมชาติของการเล่น เช่น เมื่อลูกฟุตบอลออกเส้นข้างหรือออกเส้นหลังประตู, การบาดเจ็บของนักกีฬาภายหลังจากการเข้าปะทะหรือเสียบสกัดของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น โดยที่ช่วงเวลาที่ฟุตบอลอยู่ในการเล่นในสนามนั้นเราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริง” (Actual playing time)
⚽️
จากข้อมูลการศึกษาของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่านั้นพบว่า “ช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริง” โดยเฉลี่ยในรายการแข่งขันฟุตบอลของฟีฟ่านั้นอยู่ที่ประมาณ 60 นาที (59.32 นาที) แต่จะน้อยกว่า “ช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริง” โดยเฉลี่ยของการแข่งขันฟุตบอลในทัวร์นาเมนต์สำคัญๆ ของสหภาพสมาคมยุโรปหรือยูฟ่าอยู่ถึง 4 นาที (ประมาณ 64 นาที) ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นที่เป็นข้อมูลที่จัดทำขึ้นในช่วงระหว่างปี 2012-2013 นั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียหรือเอเอฟซีจึงได้ทำการศึกษา “ช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริง” ในรายการแข่งขันทุกรายการของตนเองบ้างจึงพบว่า “ช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริง” โดยเฉลี่ยของเอเอฟซีนั้นอยู่ที่ประมาณ 52 นาที ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริงของการแข่งขันฟุตบอลของเอเอฟซีนั้นอยู่ห่างจากการแข่งขันของฟีฟ่าอยู่ถึง 8 นาที และอยู่ห่างจากการแข่งขันของยูฟ่าอยู่ถึง 12 นาทีเลยทีเดียว
⚽️
ในขณะเดียวกันเมื่อมองย้อนไปถึงผลงานของทีมฟุตบอลจากชาติในทวีปเอเชียกับทีมชาติจากทวีปยุโรปเมื่อปี 2010 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้ก็จะพบว่าทีมที่ได้ตำแหน่งชนะเลิศในอันดับ 1-3 ในครั้งนั้นคือทีมชาติที่มาจากประเทศในทวีปยุโรปทั้งสิ้นได้แก่ ทีมชาติสเปน, ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และทีมชาติเยอรมนีตามลำดับ ส่วนทีมชาติจากทวีปเอเชียที่ทำผลงานได้ดีที่สุดคือทีมชาติเกาหลีใต้ และทีมชาติญี่ปุ่นที่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนตัวแทนจากทวีปเอเชียอีก 2 ทีมคือทีมชาติออสเตรเลีย และทีมชาติเกาหลีเหนือนั้นตกรอบแรก
⚽️
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่าจะด้วยเพราะเหตุผลที่ว่า “ช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริง” ที่แตกต่างกันค่อนข้างมากนั้นทำให้ผลงานของทีมชาติที่ออกมานั้นก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนอีกด้วย และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทางเอเอฟซีได้ทำการริเริ่มแคมเปญรณรงค์โครงการ “60 Minutes-Don’t Delay. Play!” นั่นคือทางเอเอฟซีมุ่งหวังให้การแข่งขันฟุตบอลในทุกรายการของเอเอฟซีนั้นมีช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริงให้ถึง 60 นาทีให้ได้เฉกเช่นเดียวกันกับค่าเฉลี่ยของการแข่งขันของฟีฟ่า โดยที่โครงการฯ นี้ได้มีจุดเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2013 แต่ได้กำหนดวันเริ่มโครงการจริงในวันที่ 10 ธันวาคม 2013 ในงานจับฉลากแบ่งสายฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปี้ยนลีกส์ และฟุตบอลเอเอฟซีคัพ ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าวนี้จะไปจบภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซีเอเชี่ยนคัพ 2015 ที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2015 รวมระยะเวลาตลอดทั้งโครงการรวม 13 เดือนโดยประมาณ
⚽️
การลดช่วงเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์ในระหว่างการเล่น และการกระตุ้นให้เกิดการเล่นที่เป็นช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริงให้มากขึ้นนั้นคือเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพ และแนวทางการเล่นของทีมในทวีปเอเชียให้มีมาตรฐานเทียบเท่าในระดับสากล ทั้งในเรื่องของเทคนิค และเรื่องของสมรรถภาพทางร่างกายที่เป็นส่วนสำคัญกับการแข่งขัน โดยที่หากผู้เล่นเล่นหรือแข่งขันในลีกของตนอยู่ทุกๆ สัปดาห์โดยใช้เวลาหรือมีค่าเฉลี่ยระยะเวลาในการเล่นที่แท้จริงน้อยกว่าช่วงเวลาที่แท้จริงเมื่อต้องไปแข่งขันในระดับชาติด้วยแล้วก็ถือเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จได้โดยง่าย
⚽️
การเพิ่มช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริงในการเล่นฟุตบอลทุกระดับนั้นไม่ได้ให้ผลดีแต่เฉพาะเรื่องในสนามแค่เพียงอย่างเดียว แต่ในขณะเดียวกันยังเป็นผลดีต่อแฟนฟุตบอลที่จะได้รับชมการแข่งขันที่มีคุณภาพ มีความสุข มีความสนุกสนานจากการรับชมมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อการแข่งขันที่มีคุณภาพสูงก็ย่อมดึงดูดให้มีผู้สนับสนุนมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งผลตอบแทนที่ตามมาก็คือมูลค่าของการลงทุนในอุตสาหกรรมฟุตบอลของประเทศนั้นๆ ก็ย่อมสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกันอีกด้วย
⚽️
ในขั้นตอนการดำเนินการเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายเพื่อให้เกมฟุตบอลนั้นมีช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริงได้ถึง 60 นาทีนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลา ต้องทำอย่างมีกระบวนการ และมีความร่วมมือกันจากทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นตัวนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน รวมถึงในส่วนของผู้ตัดสินด้วยเช่นกันที่มีส่วนสำคัญอย่างมากในการนำเอากฏกติกาการแข่งขันไปปฏิบัติ และประยุกต์ใช้โดยเฉพาะในส่วนของการได้เปรียบในการเล่น (Advantage) และการปล่อยให้เกมไหลลื่นไม่เป่าฟาวล์บ่อยครั้งโดยไม่จำเป็น ฯลฯ
⚽️
สุดท้ายนี้แม้ว่าโครงการฯ ดังกล่าวข้างต้นของทางเอเอฟซีจะปิดตัวลงไปกว่า 7 ปีแล้วก็ตาม ด้วยความสำคัญของจุดเริ่มต้นในวันนั้นที่ทำให้ช่วงเวลาการเล่นที่แท้จริงของการแข่งขันฟุตบอลในระดับต่างๆ ของเอเอฟซี รวมถึงในประเทศไทยของเราเองนั้นมีค่าเฉลี่ยที่สูงขึ้นมากกว่าในอดีตที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยังคงต้องใช้เวลาที่จะพัฒนาให้มาตรฐานการเล่นได้พัฒนาเทียบเท่าใกล้เคียงในระดับสากลต่อไป



🙏🏼❤️⚽️🇹🇭
“โค้ชเชน”
AFC Pro Diploma
AFC GK Coach Level 2
#เสาร์สาระกับโค้ชเชน
#สาระลูกหนังกับโค้ชเชน
#กันแดดHeliocareTH

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok
10240