31/10/2019
🔉🔉🔉
รองเท้าฟุตบอล ADIDAS X 19.1 FIRM GROUND
X ไม่ได้เป็นเพียงแค่รองเท้าฟุตบอล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเร็วที่พร้อมจะพาคุณฝ่าแนวรับของคู่แข่งไปทำประตู จงเดินออกจากเกมการแข่งขัน หากคุณยังยึดติดอยู่กับขีดจำกัดความเร็วเดิม ๆ แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้ รองเท้าฟุตบอลคู่นี้มาพร้อมอัปเปอร์แบบบางไม่เทอะทะ ให้คุณตอบสนองต่อการสัมผัสบอลได้ดี เคลื่อนไหวได้อย่างว่องไวราวสายฟ้า ขอบล็อคข้อเท้าแบบโลว์คัทรวมเข้ากับส้นรองเท้าที่ขึ้นรูปเป็นพิเศษ มอบความมั่นคงให้คุณขณะพุ่งตัว
⚽ การสวมใส่ : Adidas X 19.1 FG ⚽
หลังจากที่ผมได้รีวิว X 19+ รองเท้าสายสปีดไร้เชือกรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Adidas กันไปแล้ว แฟนๆค่ายสามขีดที่ชอบโมเดล .1 (แบบมีเชือก) มากกว่าก็ไม่ต้องน้อยใจไปครับ เพราะบทความนี้ผมจะมารีวิว X 19.1 ให้ได้อ่านกันด้วย มาดูกันว่ารุ่นใหม่ล่าสุดนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นที่แล้วอย่างไรบ้าง จะดีกว่าเดิมหรือไม่ และเมื่อเปรียบเทียบกับ X 19+ แล้วมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ
✅ เริ่มต้นกันที่อัพเปอร์ X 19.1 ใช้อัพเปอร์ผ้าตาข่ายที่มีชื่อว่า SpeedMesh เหมือนกับรุ่นที่แล้ว (X 18.1) และถูกออกแบบให้ผิวสัมผัสด้านนอกมีลักษณะเป็นลายครีบนูนเป็น 3 มิติทั่วทั้งอัพเปอร์ และเคลือบสารสังเคราะห์ป้องกันตัวผ้าไว้ จากที่ลองสัมผัสรู้สึกว่าอัพเปอร์จะหนากว่าผ้าทอ X-Layskin ของ X 19+ อยู่เล็กน้อย และด้วยผิวสัมผัสที่เป็นครีบๆ 3 มิตินี้ทำให้ตอนที่สัมผัสด้วยมือจะรู้สึกเหมือนกับว่าอัพเปอร์หนากว่า X 18.1 อยู่เล็กน้อย (แต่ฟีลลิ่งตอนลองสวมกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น อ่านได้ด้านล่างครับ) ด้านในภายใต้อัพเปอร์ไม่ได้ถูกบุด้วยแนวผ้ากำมะหยี่หุ้มโฟมเหมือนเดิม แต่เป็นหน้าผ้าข่ายโดยตรง ไม่ได้บุอะไรไว้เพิ่มเติม แนวร้อยเชือกมีลักษณะเอียงไปหาข้างเท้าด้านในเช่นเดิม และวัสดุอัพเปอร์ตรงแนวร้อยเชือกเป็นผ้าตาข่ายที่ดูจะยืดหดตัวได้ดีกว่ารุ่นที่แล้ว ด้านในบริเวณส้นเท้ามีบุโฟมขนาดใหญ่ไว้ 2 ชิ้น แต่รอบข้อเท้าไม่มีวัสดุเพิ่มเติม มีเกราะป้องกันส้นเท้าภายนอกเป็นชิ้นเดียวกับชุดพื้น SpeedFrame ชุดเดียวกันกับ X 18.1 และ X 19+ โดยเป็นพลาสติกที่มีน้ำหนักเบา ด้านหน้ามีความยืดหยุ่นตัวดี และตอนกลางมีความแข็ง ดีดตัวได้ดี ชุดปุ่มประกอบด้วยปุ่มทรงหัวลูกศรที่หน้าเท้า และปุ่มทรงหยดน้ำที่ส้นเท้าครับ
ผมลองสวม X 19.1 ที่ไซส์ 8 US 260 JP ตรงตามความยาวเท้า ซึ่งเป็นไซส์เดียวกันกับที่เลือกใส่ X 18.1 และ X 19+ ตัวรองเท้าสวมได้ไม่ยาก เพราะวัสดุตรงแนวร้อยเชือกสามารถยืดหดตัวได้มากพอสมควร อาจจะง่ายกว่าตอนสวม X 19+ นิดๆ แต่ไม่ต่างจาก X 18.1 เท่าไรครับ หลังจากสวมแล้วรู้สึกว่ารองเท้ารุ่นนี้ใส่สบายทีเดียว แม้ว่าภายในรองเท้าจะไม่มีแนวบุกำมะหยี่นุ่มๆแบบรุ่นที่แล้วให้รู้สึกนุ่มสบายเท้า แต่การนำแนวบุด้านในนี้ออกไป ให้เท้าสัมผัสกับผ้าตาข่ายโดยตรง ก็เป็นฟีลลิ่งที่สบายเท้าไม่แพ้กัน แต่จะเป็นฟีลที่ต่างออกไป เป็นฟีลที่รู้สึกถึงความนิ่มและยืดหยุ่นตัวของอัพเปอร์โดยตรง ซึ่งส่วนตัวผมชอบฟีลลิ่งในลักษณะนี้มากกว่าฟีลนุ่มๆของชั้นกำมะหยี่แบบรุ่นที่แล้วนะครับ
แต่ด้วยการเสริมผิวสัมผัสแบบ 3 มิติ (และเคลือบสารสังเคราะห์อีกชั้นหนึ่ง) ทำให้อัพเปอร์ที่ควรจะได้ฟีลลิ่งที่บางกว่านี้ กลับไม่บางเท่าที่คาดหวังไว้ คือโอเคมันไม่ได้หนาเทอะทะแบบ Nemeziz 18.1 แต่ในเมื่อเป็นรองเท้าสายสปีด และเลิกใช้แนวบุด้านในแล้ว มันควรจะได้ฟีลลิ่งที่บางใกล้เคียงกับพวก Nike Mercurial 360 หรืออย่างน้อยๆก็ควรจะได้ฟีลที่บางและยืดหยุ่นใกล้เคียงกันกับ X 19+ ซึ่งสำหรับ X 19.1 แล้วผมรู้สึกว่าด้านในมันบางแล้ว แต่ด้านนอกมันมีวัสดุหลายชั้นเกินไป ผลลัพธ์เลยออกมาแบบจะบางก็ไม่สุด ขัดใจผมพอสมควร
แต่แม้ว่าจะบ่นไปทั้งย่อหน้าตะกี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า X 19.1 นั้นเป็นรองเท้าที่ใส่สบายมากครับ เพราะวัสดุมีความยืดหยุ่นตัวได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ และมีความนิ่มของตัวมันเอง แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากตอนสวม X 18.1 เท่าไรนักครับ ทรงรองเท้าก็เหมือนเดิม โดยจะมีช่วงกลางเท้าที่ค่อนข้างเรียวหน่อยๆ แต่หน้าเท้าค่อนข้างกว้างในระดับหนึ่ง เท้าข้างซ้ายของผมที่มีความกว้างมาตรฐาน ไม่กว้างไม่เรียวจนเกินไป ผมรู้สึกว่าช่วงกลางเท้ากระชับแนบชิดเท้าพอดี แต่บริเวณหน้าเท้าพอมีที่ว่างรอบๆอยู่เล็กน้อย ไม่ได้แนบชิดพอดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกหลวมเกินไปหรือไม่กระชับ และเหลือปลายเท้าเกือบๆ 0.5 ซม. รู้สึกว่าเหลือปลายน้อยกว่า X 19+ ทำให้พอสรุปได้ว่าทรง X 19+ จะมีลักษณะที่ยาวเรียวกว่า ส่วน X 19.1 จะมีหน้ากว้างกว่า และสั้นกว่าเล็กน้อยครับ ด้านการเลือกไซส์ ผมแนะนำให้ใส่ตรงไซส์นะ แต่ถ้าคนเท้าเรียวๆลดได้เลยครึ่งไซส์ เพราะหน้ากว้างประมาณหนึ่ง และเหลือปลายเท้านิดๆครับ
ขอติจุดเดียวกับ X 19+ (รวมถึง X 18.1 เลย) นั่นคือวัสดุบริเวณที่ควรเป็นลิ้นรองเท้า มักจะยับย่นซ้อนกัน แม้ว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องความสบายในการสวมใส่ แต่เห็นแล้วก็ทำให้รำคาญนิดๆครับ
แม้ว่าตัว 19.1 จะมีเชือกมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการล็อกกระชับเท้าไว้ แก้ไขปัญหาจาก 19+ ไป แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ามันล็อกข้อเท้าไม่ถึงกับมั่นคง 100% แบบที่ต้องการสักเท่าไร ส่วนหนึ่งคงเนื่องมาจากดีไซน์การบุช่วงท้ายของรองเท้า มีเพียงชิ้นโฟมขนาดใหญ่ล็อกส้นเท้าไว้เท่านั้น แต่รอบข้อเท้าเป็นเพียงอัพเปอร์บางๆ ไม่มีโฟมช่วยรัดกระชับข้อเท้านั่นเองครับ คือมันไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก แต่จากประสบการณ์ตอนใส่ X 18.1 เทียบกับ Mercurial V***r 12 นี่จะรู้สึกถึงความแตกต่างในการล็อกข้อเท้ากันชัดเจนมาก จุดนี้เป็นความชอบส่วนตัวของผมนะครับ หากใครไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องการล็อกข้อเท้ามากเท่าผม เจ้า X 19.1 ตัวนี้ก็ให้ฟีลลิ่งที่โอเคอยู่นะ
ด้านของชุดพื้น ให้ฟีลลิ่งที่ไม่แตกต่างไปก่อน พื้นมีความหนากำลังดี พอที่จะลดแรงดันของปุ่มที่ส่งมายังฝ่าเท้า มีความยืดหยุ่นดีในบริเวณหน้าเท้า และดีดตัวดีในบริเวณกลางเท้า (ดีดตัวไม่แรงเท่า Nemeziz 19) ชุดปุ่มมีลักษณะกว้าง กระจายน้ำหนักตัวได้ดี ปุ่มไม่สูงเกินไป ไม่ยันฝ่าเท้า เป็นชุดพื้นที่ใส่สบายมากๆครับ
จากทั้งหมดนี้ผมขอให้คะแนน Review การสวมใส่ : Adidas X 19.1 ที่ 8.5/10 คะแนน
อัพเปอร์แบบผิวสัมผัส 3 มิติและเคลือบสารสังเคราะห์ไว้ ทำให้หลายๆคนน่าจะชอบใจเพราะรู้สึกว่าช่วยดึงดูดผิวลูกฟุตบอลได้มากขึ้น (ส่งผลในแง่ของฟีลลิ่งที่รู้สึกได้จากการสัมผัสบอล มากกว่าที่จะช่วยในเชิงเทคนิคนะ) และการนำวัสดุบุภายในออกไป ทำให้ได้ฟีลลิ่งที่บางลง สัมผัสถึงตัวผ้าตาข่ายได้โดยตรง ซึ่งในส่วนนี้ตัวผมชอบนะ และชุดพื้นที่ยกมาทั้งชุดก็ยังดีเหมือนเดิม
สิ่งที่ไม่ชอบ คือดีไซน์การใช้วัสดุบุรอบข้อเท้าและส้นเท้าที่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไร รู้สึกว่าล็อกข้อเท้าได้ไม่มั่นคงเท่าที่ควร และอัพเปอร์ที่ทั้งๆที่ควรจะให้ความรู้สึกว่าบางลงมาก แต่ก็ทำผิวด้านนอกหนาเกินไปเสียอีก เลยทำให้อัพเปอร์ไม่บางเท่าที่ควร และไม่ยืดหยุ่นมากเท่าที่ควร
สำหรับคนที่ชอบ X 18.1 มาก่อน เจ้า X 19.1 คู่นี้บอกตรงๆว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่สำคัญเท่าไรนัก เป็น minor change เสียมากกว่า ถ้าใครต้องการรองเท้าที่เป็นการอัพเกรดจาก X 18.1 แล้วล่ะก็ ผมว่ายังไม่ได้จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนไปสวม X 19.1 สักเท่าไรนัก แต่หากใครชอบ ก็เป็นรองเท้าที่ดี คุ้มค่าคุ้มราคาคู่หนึ่งครับ
31/10/2019
06/10/2019