Avarin Running and Triathlon.

โทร เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Avarin Running and Triathlon. ร้านวิ่งที่ ส่งต่อความรู้ ความสนุก
ให้คุณบรรลุเป้าหมายการออกกำลัง
พร้อมสุขภาพที่ดีกว่าเดิม Be Another level of You by Avarin Running and Triathlon.
(1549)

ผ่าโฟม "incrediLUX" หัวใจสำคัญที่เปลี่ยน Saucony Triumph 24 ให้เด้งและเบากว่าเดิมถ้าพี่ๆคิดว่า Triumph รุ่นก่อนๆนุ่นแล้ว...
05/10/2026

ผ่าโฟม "incrediLUX" หัวใจสำคัญที่เปลี่ยน Saucony Triumph 24 ให้เด้งและเบากว่าเดิม

ถ้าพี่ๆคิดว่า Triumph รุ่นก่อนๆนุ่นแล้ว ... นี้คือการยกระดับความนุ่มให้เหนือกว่าทุกรุ่น ในรุ่นลำดับที่ 24
โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งสำหรับอยู่ที่โฟมชั้นกลางตัวใหม่อย่าง "incrediLUX"

เรามาดูกันว่าโฟมตัวนี้อัปเกรดอะไรให้ Triumph 24 กันบ้าง?

1. ทำความรู้จัก "incrediLUX"

โฟม incrediLUX ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้โจทย์ของรองเท้าสาย Max Cushionนั่นคือ "ความนุ่มมักแลกมากับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และเสียแรงส่ง" แต่ incrediLUX ทลายกำแพงนั้นด้วยโครงสร้างโมเลกุลสูตรพิเศษที่ผสาน 3 คุณสมบัติไว้ในก้อนเดียว :

- Ultra-Plush Softness (นุ่มละมุนขั้นสุด) : ให้ความรู้สึกแรกสัมผัสที่นุ่มสบายเท้าทันทีที่ก้าวขาลงไป เหมือนวิ่งอยู่บนเบาะพรีเมียม

- High Energy Return : ทุกแรงกระแทกที่กดลงไป จะถูกเปลี่ยนเป็นแรงส่งกลับ (Energy Return) ช่วยให้ก้าวขาได้ต่อเนื่องแบบไม่กินแรง

- Featherweight Feel : แม้จะเป็นรองเท้าสายซัพพอร์ตจัดเต็ม แต่น้ำหนักโดยรวมกลับเบาลงอย่างเห็นได้ชัด วิ่งยาวๆ ได้สบาย

2. ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่า :

เมื่อโฟม incrediLUX ผสานเข้ากับรูปทรงและเทคโนโลยีภาพรวมของ Triumph 24 ผลลัพธ์ที่ได้ :

- ซัพพอร์ตแบบจัดเต็ม : ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง Easy Run ยาวๆ หรือ วัน Recovery

- สมดุลระหว่างความนุ่มและแรงส่ง : มีความแน่นพอที่จะเร่งความเร็วหรือวิ่งคุมเพซสบายๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

- ความทนทานที่ไว้วางใจได้ : ใช้งานหนักหน่วงแค่ไหน โฟม incrediLUX ก็ยังคงคาแรกเตอร์ความเด้งและคืนตัวได้ดี

มาพร้อมน้ำหนัก 250 กรัม
DROP 10mm (43/33 มม.)
ราคา 5,790 บาท

สนใจสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางใต้คอมเม้นท์!

ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง : ไขลับความเก๋า ASICS Kayano 33 & Nimbus 28 จากวันนั้นสู่วันนี้ในยุคที่รองเท้าวิ่งแข่งขันกันทั้ง...
04/10/2026

ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง : ไขลับความเก๋า ASICS Kayano 33 & Nimbus 28 จากวันนั้นสู่วันนี้

ในยุคที่รองเท้าวิ่งแข่งขันกันทั้งเรื่อง ความเบา ความเด้ง
ยังมีรองเท้าที่ยึดมั่นในปรัชญา 'ความสบายและความซัพพอร์ต' มายาวนานหลายทศวรรษ
อย่าง ASICS Gel-Kayano 33 และ Nimbus 28

เพราะอะไรทำให้สองคู่นี้ยังคงเป็นที่นิยมมาตลอดแม้จะไม่เด้ง ไม่เบา เรามาหาคำตอบกัน...

1. การพัฒนาที่ไม่เคยหยุด:

แม้รูปทรงจะยังคงเอกลักษณ์เดิม แต่ระบบซัพพอร์ตทั้ง PureGEL และโฟมถูกอัปเกรดให้รองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม นุ่ม แน่น ยืนระยะไกลได้จริง

2. รูปทรงคลาสสิคที่อยู่เหนือกาลเวลา :

ความคลาสสิกของสองคู่นี้คือดีไซน์ที่ไม่อิงกระแสแฟชั่นฉูดฉาดฉาบฉวย
แต่ยึดมั่นในเค้าโครงอันเป็นเอกลักษณ์ รูปทรงที่มีกลิ่นอายจากยุค 90s

มันจึงไม่ได้ดูโบราณ แต่กลับดู 'Authentic' เป็นความเรียบง่ายที่มีสไตล์ ใส่แมตช์กับชุดวิ่งก็ดูโปร ใส่กับชุดลำลองขาสั้นหรือกางเกงวอร์มก็เอาอยู่

3. ความมั่นใจที่ถูกส่งต่อ :

เราสามารถเชื่อใจในคุณภาพที่ถูกส่งต่อมานานหลายทศวรรษ จนมีแฟนคลับที่ออกมากี่รุ่นก็พร้อมจะเสียตังค์

เป็นการพิสูจน์ว่าความเรียบง่ายที่เน้นคุณภาพและการใช้งานได้จริงคือสิ่งสำคัญที่สุดที่สร้างตำนานอันยาวนานนี้

4. Safe Zone ที่นักวิ่งทั่วโลกไว้ใจ :

Gel-Kayano 33 โดดเด่นเรื่องการสร้างเสถียรภาพ (Stability) ให้คนเท้าล้มหรือต้องการความมั่นคง ส่วน Nimbus 28 โดดเด่นเรื่องความนุ่มซับแรงกระแทก (Maximum Cushioning) ทั้งสองรุ่นคือพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยเซฟข้อเท้า เข่า และกล้ามเนื้อของนักวิ่งได้อย่างยอดเยี่ยม

ทั้งคู่มากับราคา 6,500 บาท

และตอนนี้"ความเก๋า" ของทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดสูงสุด 50%*

สนใจสั่งซื้อได้ผ่านช่องใต้คอมเม้นท์!

*สำหรับ kayano 32

adidas adizero adios pro 5 เปลี่ยนจาก rod เป็น rim มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร?เมื่อ adidas ตัดสินใจโ...
03/10/2026

adidas adizero adios pro 5 เปลี่ยนจาก rod เป็น rim มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร?

เมื่อ adidas ตัดสินใจโบกมือลา EnergyRods ก้านคาร์บอนที่เป็นลายเซ็นของตระกูล Pro แล้วแทนที่ด้วย EnergyRim เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดใน Adizero Adios Pro 5...
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีนี้ ส่งผลต่อฟีลลิ่งการวิ่งอย่างไร และมันจะยังดีดเด้งเหมือนเดิมไหม? วันนี้เรามาช่วยกันหาคำตอบกัน...

เพื่อให็เห็นภาพง่ายขึ้น ลองจินตนาการถึงโครงสร้างพื้นของทั้งสองแบบ :

- EnergyRods : เปรียบเหมือน "กระดูกนิ้วเท้าคาร์บอน 5 แท่ง" ที่แทรกอยู่กลางชั้นโฟม วางขนานไปกับแนวเท้าเพื่อเลียนแบบการขยับของกระดูกฝ่าเท้า มุ่งเน้นการส่งตัวอย่างรวดเร็วและดีดส่งเฉพาะจุดตามแนวนิ้วเท้า

- EnergyRim : เปรียบเหมือน "กรอบวงล้อมคาร์บอน" ที่วางโอบล้อมอยู่บริเวณขอบรอบๆ พื้นกลางโดยเว้นช่องว่างตรงกลางใต้ฝ่าเท้าให้เป็นพื้นที่ของโฟม Lightstrike Pro แบบเต็มที่

1. น้ำหนักเบาลงแบบก้าวกระโดด :

การเปลี่ยนมาใช้ EnergyRim ที่มีความแข็งแรงโอบอุ้มขอบนอก ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินของชิ้นส่วนคาร์บอนลงไปได้มาก ผลลัพธ์คือ Pro 5 ทำน้ำหนักเหลือเพียงประมาณ 175 กรัม (ไซส์ 9 US) ซึ่งเบากว่า Pro 4 ถึงราวๆ 23 กรัม ส่งผลให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ประหยัดพลังงานขึ้นอย่างชัดเจน

2. โฟมชั้นกลางทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ :

เมื่อไม่มีแท่งคาร์บอนอยู่ตรงกลางใต้ฝ่าเท้า โฟม Lightstrike Pro ตรงกลางจึงสามารถยุบและคืนตัวได้อย่างเป็นอิสระ ส่งผลให้...

- ความนุ่มและ:ซัพพอร์ตที่สูงขึ้น : จังหวะลงเท้าจะรู้สึกนุ่ม นวล และสบายฝ่าเท้ามากกว่าเดิม
- ลดความกระด้าง : การที่ไม่มีก้านแข็งๆ กดใต้ฝ่าเท้าตลอดเวลา จะช่วยลดความกระด้างและความล้าสะสมในวันแข่งระยะไกล

3. เสถียรภาพที่ดีขึ้น (Lateral Stability)

โครงสร้าง EnergyRim ที่โอบอยู่รอบขอบ ทำหน้าที่ไม่ให้เนื้อโฟม Lightstrike Pro ย้วยล้นออกด้านข้างเวลาลงน้ำหนัก ทำให้การทรงตัวในจังหวะลงเท้าและการเข้าโค้งทำได้มั่นคง

4. สรุปคาแรกเตอร์: เหมาะกับใคร?

คาแรกเตอร์ของ EnergyRim จะ นุ่ม เบา มั่นคง และไหลลื่น ให้ฟีลลิ่งการวิ่งที่ประหยัดแรง รอบขาลื่นไหลไปเรื่อยๆ เหมาะอย่างยิ่งกับนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าเบา ซับแรงกระแทกดี และช่วยประคองฟอร์มจนถึงเส้นชัย

และสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมสำหรับใครที่ติดฟีลลิ่ง "ดีดเด้งหน้าเท้า" สไตล์ EnergyRods เดิม อาจรู้สึกว่า Pro 5 ให้แรงดีดตรงๆ น้อยลง แต่ชดเชยกลับมาด้วยความนุ่ม ความไหล และน้ำหนักที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด

แล้วพี่ๆล่ะครับ คนไหนทีม PRO 4 คนไหนทีม PRO 5 คอมเม้นม์มาบอกกันหน่อยครับ

โปรพิเศษเดือนตุลาคม ลดสูงสุด 70% จนน้ำลดราคาดีแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว!กดดูที่ภาพได้เลย
02/10/2026

โปรพิเศษเดือนตุลาคม ลดสูงสุด 70% จนน้ำลด
ราคาดีแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว!

กดดูที่ภาพได้เลย

NEW COLORS, NEW ENERGY | กับสีใหม่จาก New Balance ทั้งรองเท้าสายทำความเร็วและ Daily Run มาครบ!เพิ่มความสดใหม่และพลังในกา...
02/10/2026

NEW COLORS, NEW ENERGY | กับสีใหม่จาก New Balance ทั้งรองเท้าสายทำความเร็วและ Daily Run มาครบ!

เพิ่มความสดใหม่และพลังในการวิ่งให้เฉียบยิ่งกว่าเดิม กับ รองเท้า New Balance สีสันใหม่...ครบครันทั้งสาย Daily Run นุ่มเด้งซัพพอร์ตดี และสายทำความเร็วใส่ทำลาย PB ที่พร้อมให้พี่ๆได้ลองสัมผัสทั้ง

1. SC Elite v6 (8,500.-) – ตัวท็อปสายแข่งระดับ ยืนหนึ่งทุกระยะ สมรรถนะสูง :

รองเท้าสายแข่งระดับท็อป จัดเต็มด้วยโฟม Infinion ตัวใหม่และแผ่นคาร์บอน Energy Arc ปรับปรุงใหม่ที่เบาลง เบรกความเหนื่อย และช่วยดีดส่งทุกก้าวให้คุณเข้าเส้นชัยด้วยเวลาที่ดีที่สุด

2. SC Rebel (7,500.-) – รสชาติใหม่ของความเร็ว การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความนุ่มเด้ง และ แรงส่งตัว

ซ้อมเร็วให้สนุกยิ่งขึ้น! กับรองเท้าทำความเร็วแบบมีแผ่นที่จับโฟม Infinion มารวมกับแผ่นเพลทส่งแรง เบา เด้ง และไหลลื่น ช่วยดึงความเร็วในวันซ้อม Tempo และ Interval ให้พุ่งทะยานเหมือนลงสนามแข่งจริง

3. Rebel v5 (5,300.-) – สายซ้อมในทุกวัน น้ำหนักเบา ปราดเปรียว ตอบสนองไวในทุกความเร็ว

คู่ซ้อมในทุกวัน ยกระดับความนุ่มเด้งด้วยโฟม FuelCell ที่หนาขึ้น แต่ยังคงน้ำหนักเบาและยืดหยุ่น ซับแรงกระแทกดีเยี่ยม ให้คุณออกไปวิ่งเก็บระยะได้อย่างสบายเท้าและสนุกในทุกๆ วัน

4. 1080 v15 (6,000.-) – รองเท้าสาย Daily Trainer ระดับท็อป นุ่ม เด้ง สบาย สัมผัสฟีลลิ่งใหม่ในโทนสีสุดคลีน

คู่หูวันเก็บระยะ มาพร้อมโฟม Infinion นวัตกรรมใหม่ที่ทั้งนุ่ม เด้ง และเบาลงกว่าเดิม ซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยเซฟขาและให้คุณวิ่งยาวๆ ได้อย่างไหลลื่น สบายเท้าจนจบระยะ

วิ่งพร้อม Rotation กับ New Balance ทุกรุ่น สนใจสั่งซื้อได้ที่ช่องทางใต้คอมเม้นท์

Rating Sonicblast 2 ! ตัวซ้อมทำความเร็วรุ่นใหม่ วิ่งแบบไหนดีสุด?รองเท้าซ้อมทำความเร็วรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ขนเทคโนโลยีจากรอง...
01/10/2026

Rating Sonicblast 2 ! ตัวซ้อมทำความเร็วรุ่นใหม่ วิ่งแบบไหนดีสุด?

รองเท้าซ้อมทำความเร็วรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ขนเทคโนโลยีจากรองเท้าแข่งระดับท็อปมาแน่นๆ ทั้งเด้ง นุ่ม และพุ่งแรง มาดูกันว่าคะแนนการใช้งานในแต่ละรูปแบบจะเป็นอย่างไร และวิ่งแบบไหนถึงจะเค้นศักยภาพของรุ่นนี้ออกมาได้ดีที่สุด!

1. Tempo Run — 9 / 10 ⭐️ (ดีที่สุด)

นี่คือ "จุดเด่นที่สุด" ของ Sonicblast 2 ตัวรองเท้าออกแบบมาเพื่อการวิ่งทำความเร็วต่อเนื่องโดยเฉพาะ โฟม FF TURBO™ SQUARED ที่ทำงานร่วมกับ ASTROPLATE™ (แผ่นเพลททรงง่าม) ช่วยสร้างจังหวะดีด-พุ่งไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและลื่นไหล แถมยังมีชั้นโฟม FF BLAST™ MAX ช่วยซับแรงกระแทก ทำให้เมื่อวิ่งแช่ความเร็วนานๆ

2. Easy Run — 8 / 10
ปกติรองเท้าซ้อมทำความเร็วที่มีแผ่นเพลทมักจะกระด้างและวิ่งช้าลำบาก แต่รุ่นนี้ได้อานิสงส์จาก FF BLAST™ MAX Cushioning ที่หนาแน่นนุ่มฟู ให้ระดับการรองรับแรงกระแทกสูง ทำให้เมื่อใช้วิ่งวันสบายๆ หรือวันเก็บระยะ (Base Run) ก็ยังคงความนุ่ม สบายเท้า

3. Race Day — 7 / 10
หากนำไปลงสนามแข่งจริง Sonicblast 2 สามารถทำหน้าที่ได้ดีระดับหนึ่งด้วยแรงส่งจากโฟมสายแข่งและ Trampoline Pod บริเวณหน้าเท้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรองเท้าแข่งเพรียวๆ จะมีน้ำหนักและโครงสร้างโฟมที่เน้นความทนทานและการซับแรงมากกว่า

4. Treadmill — 7 / 10
การวิ่งบนสายพานตัวเครื่องจะมีความยืดหยุ่นซับแรงในตัวระดับหนึ่ง เมื่อจับคู่กับโฟมหนานุ่มของ Sonicblast 2 จึงช่วยลดแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม แต่เนื่องจากแรงส่งจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดบนพื้นถนนจริง (Outdoors) การวิ่งบนลู่อาจทำให้รู้สึกดึงศักยภาพของ Trampoline Pod ออกมาได้ไม่หมด

5. Interval — 6.5 / 10
การวิ่ง Interval ต้องอาศัยรองเท้าที่คล่องตัว เบา และยึดเกาะ แม้ Sonicblast 2 จะมีโฟม FF TURBO™ SQUARED ที่เด้งดี แต่ด้วยมิดโซลที่หนาและเน้นความสบาย จึงขาดการตอบสนองเมื่อเทียบกับรองเท้าสายทำความเร็วพื้นบางกว่า

6. Recovery Run — 6 / 10
ถึงแม้ตัวโฟมจะนุ่มซับแรงได้ดี แต่การมี ASTROPLATE™ จะคอยบังคับและกระตุ้นให้เท้ากลิ้งพุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา ซึ่งขัดกับเป้าหมายของวัน Recovery

7. Weight Training — 6 / 10

ด้วยโฟมหนาและนุ่มเด้งจะขาดความมั่นคง (Stability) ที่จำเป็นสำหรับการยกน้ำหนักหรือเล่นสควอท อาจทำให้เวทแล้วทรงตัวยาก

8. Lifestyle — 6 / 10
แม้รูปลักษณ์จะสวยงามใส่เดินได้ แต่แผ่นเพลทและ Trampoline Pod โฟมเด้งหน้าเท้า จะส่งแรงดันตลอดเวลา ทำให้การใส่เดินชิลๆ เป็นเวลานานอาจรู้สึกเมื่อยได้

แล้วพี่ๆให้คะแนนคู่นี้ยังไง เม้นท์มาบอกกันหน่อยครับ

ความซิ่งระดับจรวดบนท้องฟ้ากับ Hoka Rocket X3 & Cielo X1 3.0 สีใหม่!เมื่อ Rocket X3 คือ "จรวด" สายพุ่งทะลวงความเร็วเป้าหม...
01/10/2026

ความซิ่งระดับจรวดบนท้องฟ้ากับ Hoka Rocket X3 & Cielo X1 3.0 สีใหม่!

เมื่อ Rocket X3 คือ "จรวด" สายพุ่งทะลวงความเร็วเป้าหมาย และ Cielo X1 3.0 คือ "ท้องฟ้า" ที่จะพาทุกความเร็วไหลลื่นไปสู่เส้นชัย
รอบนี้ "จรวด" กับ "ท้องฟ้า" ได้มาเจอกันในเฉดสีใหม่ล่าสุด สองสุดยอดรองเท้าสายซิ่งจาก Hoka จึงพร้อมแล้วที่จะพาคุณปลดล็อกขีดความสามารถและทะยานสู่ความเร็ว
กับสีใหม่อย่าง Carbon Black และ Neon Nebula โทนสีดำเข้มที่ร้อยเรียงด้วยสีสันสว่าง พร้อมคุณสมบัติ

1.Hoka Cielo X1 3.0 : ซูเปอร์ชูส์สายกลิ้งไหล ที่มาพร้อมความเด้งสุดมั่นคง

รองเท้าแข่งสายวิ่งไกล ไหลลื่น มาพร้อมเทคโนโลยีโฟม Responsive PEBA ประกบแผ่น Carbon Fiber Plate มอบแรงดีดเด้งตอบสนองดีเยี่ยม
เสริมด้วยระบบร้อยเชือกแบบ Asymmetrical Lacing ล็อกเท้ากระชับ อัปเปอร์ผ้า Leno weave ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และ ปรับรูปทรงส้นรองเท้าใหม่ให้ทรงตัวมั่นคงยิ่งขึ้น

คู่นี้เหมาะสำหรับ : นักวิ่งสายแข่งทำความเร็ว (Race Day) ที่ต้องการทำลายสถิติใหม่ ในระยะฮาล์ฟถึงมาราธอน

ราคา 9,990 บาท

3. Hoka Rocket X3 : ขาแรงสายสปีด เบา พุ่ง จัดเต็ม

รองเท้าวิ่งทำความเร็ววันแข่งขัน (Race Day) ตัวท็อปที่โดดเด่นด้วยโฟม PEBA แบบสองชั้น (Dual-density PEBA) ผสานแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ทรงช้อนเพื่อแรงดีดส่งและการตอบสนองสูงสุด
เสริมด้วยอัปเปอร์ Warp Knit เบาสบาย ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และ พื้นยางที่วางเฉพาะจุดเพื่อยึดเกาะและลดน้ำหนัก
คู่นี้เหมาะสำหรับ : นักวิ่งสายแข่งทำความเร็วระยะสั้นถึงกลางที่ต้องการรองเท้าเบา พุ่ง และพร้อมก้าวไปทำลายสถิติใหม่

ราคา 9,490 บาท

สนใจสั่งซื้อคู่หูความแรงได้ที่ช่องทางใต้คอมเม้นท์

อัพเกรดโฟมและแผ่นคาร์บอนใหม่ให้แรง เบา มั่นคง กับ รองเท้าแข่งแบรนด์ไทยยอดฮิต "APEX SWIFT 3.0 PRO"- จากปรากฏการณ์ที่มากี่...
30/09/2026

อัพเกรดโฟมและแผ่นคาร์บอนใหม่ให้แรง เบา มั่นคง กับ รองเท้าแข่งแบรนด์ไทยยอดฮิต "APEX SWIFT 3.0 PRO"

- จากปรากฏการณ์ที่มากี่ครั้งก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการวิ่งรองเท้าวิ่งไทย สู่ ความตื่นเต้นครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง! -
กับรองเท้าคาร์บอนแบรนด์ไทยที่ออกมากี่รุ่นนักวิ่งก็พร้อมต้อนรับเป็นอย่างดี

และรอบนี้เป็นรุ่น 3.0 พร้อมการปรับปรุงโครงสร้างใหม่เพื่อตอบโจทย์เทรนด์นักวิ่งในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
ในยุคที่แค่ความนุ่นมเด้งอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องทำความเร็วได้ดี คล่องตัว เบา และ ยังต้องการความมั่นคงอีก .
APEX SWIFT 3.0 PRO จึงพัฒนาทั้งโฟมใหม่ แผ่นคาร์บอนแบบใหม่ และ โครงสร้างต่างๆให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วยคุณสมบัติ...

1. โฟมใหม่ที่ตอบสนองได้ดี และ สม่ำเสมอ :

ด้วย เทคโนโลยี Nano-Cell Coating บนโฟม Ignition Cell ตัวใหม่ โฟมจะคืนพลังงาน (Energy Return) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่รู้สึกว่าโฟมยุบยวบหรือดร็อปลงเมื่อวิ่งระยะไกล ให้ความรู้สึก เบา นุ่ม เด้ง คงที่ตั้งแต่กิโลเมตรแรกจนถึงเข้าเส้นชัย

2. การส่งแรงดีดตัวที่เป็นธรรมชาติและแม่นยำขึ้น :

กับการเปลี่ยนแผ่นคาร์บอนเป็น 3D Carbon Plate ทรงสามง่าม (Forked Design) จะช่วยให้ปลายเท้ามีความยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นอิสระมากกว่าแผ่นคาร์บอนเต็มแผ่นแบบเดิม ดีดส่งพลังได้เต็มแรง แต่นุ่มนวลและเข้ากับองศาการกลิ้งเท้า

3. ความมั่นคงสูงสุดและการประคองเท้า :

ขอบแผ่นคาร์บอนด้านในที่ยกสูงขึ้น ช่วยลดอาการเท้าล้มเข้าด้านใน (Over-pronation) ในช่วงที่เริ่มล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ลงน้ำหนักได้อย่างมั่นใจในทุกก้าว

4. สวมใส่สบาย ระบายอากาศดีขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องเชือกหลุด :

ผ้า Engineered Aura Mesh โครงสร้างใหม่ และ Anti-Slip Stitched Laces

ลดความอับชื้นหรือสะสมความร้อนเมื่อวิ่งทำความเร็วหรือลงแข่งระยะยาว ผ้ากระชับเข้ากับรูปเท้าได้พอดี และเชือกรองเท้าตะเข็บพิเศษช่วยล็อกหลังเท้าได้แน่นหนาโดยไม่หลุด

คู่นี้เหมาะสำหรับ :

- ใช้วิ่งในวันลงแข่งจริง (Race Day) ทุกระยะ ตั้งแต่ 5K, 10K, ฮาล์ฟมาราธอน ไปจนถึงฟูลมาราธอน
- สำหรับนักวิ่งที่มีอาการเท้าล้มเข้าด้านในเล็กน้อย คู่นี้จะช่วยประคองแนวเท้าให้วิ่งได้นิ่งและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- นักวิ่งที่มองหารองเท้าแข่งระดับท็อปในสเปกคุ้มค่า

มาพร้อมน้ำหนักที่เบาลงเหลือเพียง 169 กรัม
ราคา 5,490 บาท

สนใจสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ตามช่องทางใต้คอมเม้นท์

Salomon ADV Skin 5 & 12 Set Black"BLACK OUT THE TRAIL" – ดุดัน เรียบหรู พร้อมลุยทุกเส้นทางเมื่อเส้นทางเทรลเบื้องหน้าเต็ม...
30/09/2026

Salomon ADV Skin 5 & 12 Set Black
"BLACK OUT THE TRAIL" – ดุดัน เรียบหรู พร้อมลุยทุกเส้นทาง

เมื่อเส้นทางเทรลเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความท้าทาย สิ่งที่พี่ๆต้องการคือคู่หูที่พร้อมจะขนทุกสัมภาระไปลุยกันได้ทุกที่...

Salomon ADV Skin 5 & 12 Set สี Black จึงพร้อมไปกับพี่ด้วย
นิยาม "BLACK OUT THE TRAIL" รูปลักษณ์สีดำดุดัน เรียบหรู และคุณสมบัติความจุจัดเต็มคุณสมบัติ

1. Sensifit™ Ergonomic Fit : โครงสร้างผ้ายืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ปรับเข้ากับรูปทรงร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความรู้สึกเบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่

2. Quick Link Sternum Strap : ระบบสายรัดอกที่ปรับระดับได้ง่ายขณะวิ่ง ช่วยให้ไม่รัดแน่นจนอึดอัดเกินไปในช่วงที่วิ่ง

3. มาด้วยกันกับ 2 ขนาด

ADV Skin 5 (5 ลิตร ): เหมาะสำหรับระยะมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน หรือการซ้อมที่ต้องการสัมภาระชิ้นสำคัญ เช่น น้ำ เจล และเสื้อกันลมเบาๆ

ADV Skin 12 (12 ลิตร) : เหมาะสำหรับระยะอัลตร้ามาตรฐอน การวิ่งเทรลระยะไกลที่ต้องแบกอุปกรณ์บังคับ (Mandatory Gear) ครบถ้วน

4. Hydration Ready : ช่องใส่ขวดน้ำนิ่ม (Soft Flask) ด้านหน้า 2 ช่อง พร้อมระบบยึดขวดที่มั่นคง และ รองรับการใส่ถุงน้ำด้านหลัง

5. Multi-Pocket Design : ช่องเก็บของรอบตัวที่หยิบจับง่าย โดยไม่ต้องถอดเป้ออก มีช่องซิปสำหรับเก็บของมีค่า และ ช่องตาข่ายยืดด้านหลังสำหรับใส่เสื้อแจ็คเก็ต

6. Pole Holder Compatible : มีจุดยึดไม้โพล (Trekking Poles) ที่สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งการถือได้หลากหลายรูปแบบ

ราคา :

ADV Skin 12 - 6,890 บาท
ADV Skin 5 - 6,090 บาท

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามช่องทางใต้คอมเม้นท์

ถอดรหัสสัญลักษณ์ 4 อย่างบน Asics BLAZEBLAST ที่เล่าเรื่องราวของนักวิ่งเทรล!บนรองเท้าวิ่งเทรลอย่าง BLAZEBLAST ไม่ได้มีดีแ...
29/09/2026

ถอดรหัสสัญลักษณ์ 4 อย่างบน Asics BLAZEBLAST ที่เล่าเรื่องราวของนักวิ่งเทรล!

บนรองเท้าวิ่งเทรลอย่าง BLAZEBLAST ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์สุดล้ำ หรือเทคโนโลยีโฟมที่ช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้า แต่บริเวณข้างตัวรองเท้ากลับมี "สัญลักษณ์ปริศนา 4 ไอคอน" สกรีนไว้อย่างตั้งใจ

นั้นไม่ใช่แค่ลวดลายเท่ๆ เพื่อความสวยงาม แต่จริงๆ แล้วมันคือ "รอยสักแห่งจิตวิญญาณ" ที่ ASICS ตั้งใจถอดรหัสเส้นทางของนักวิ่งเทรล ถ่ายทอดออกมาเป็นสัญลักษณ์ 4 ขั้นตอนที่บอกเล่าการเดินทาง
มาดูว่า 4 สัญลักษณ์นี้ เล่าเรื่องราวอะไรในชีวิตของนักวิ่งเทรลบ้าง

1. 🗻 ยอดเขาฟูจิ (Mount Fuji) – จุดเริ่มต้นและโครงสร้างที่มั่นคง

สัญลักษณ์แรกคือเส้นสายของยอดเขาฟูจิ ซึ่งเป็นดีเอ็นเอและจุดกำเนิดของ ASICS จากประเทศญี่ปุ่น เปรียบเสมือน "แรงบันดาลใจแรก" ในวันที่คุณก้าวออกจากจุดสตาร์ท เปรียบเหมือน BLAZEBLAST คู่นี้ที่ออกแบบมาให้โอบรับส้นเท้าและหลังเท้าอย่างมั่นคงเหมือนฐานของภูเขา ให้ความกระชับ ล็อกเท้าได้เป๊ะ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสภาพเส้นทาง

2. 🍃 สายลมและภูมิประเทศ (Wind & Terrain) – ความพลิ้วไหวและโฟมที่ตอบสนองดีเยี่ยม

สัญลักษณ์รูปภูเขาโอบล้อมด้วยวงกลม สื่อถึงความพริ้วไหวของสายลมและอิสรภาพในการเคลื่อนไหว เชื่อมโยงกับ ระบบโฟม Midsole ของ BLAZEBLAST ที่ให้แรงส่งและซับแรงกระแทกได้อย่างสมดุล ช่วยให้การวิ่งในระยะยาวมีความคล่องตัว จังหวะการก้าวเท้าลื่นไหลราวกับสายลม

3. 🌊 ความหลากหลายของธรรมชาติ (Diverse Trails) – พลังการยึดเกาะทุกพื้นผิว

สัญลักษณ์ที่สามที่เต็มไปด้วยเส้นสายของโขดหิน ลำธาร และทางชัน คือตัวแทนของบททดสอบจริงบนเส้นทางเทรล ทั้งดินร่วน หินลอย และกรวดทราย ซึ่งสอดคล้องกับ ดอกยางและชุดพื้น Outsole ของ BLAZEBLAST ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อการยึดเกาะ (Grip) ที่เหนียวแน่น

4. 🎯 ยอดเขาแห่งชัยชนะ (The Summit Goal) – ปลายทางและการพิชิตเป้าหมาย

สัญลักษณ์สุดท้ายรูปยอดเขาเด่นชัดในวงกลม สื่อถึงเป้าหมายและการพิชิตยอดเขา เล่าถึงวินาทีที่คุณไต่ระดับความสูงจนขึ้นมาถึงจุดสูงสุด สะท้อนถึง สมดุลและประสิทธิภาพโดยรวมของ BLAZEBLAST คู่นี้ที่จะพาพี่ๆไปสู่เส้นชัย

คู่นี้เหมาะสำหรับ ?
1. Road-to-Trail เส้นทางวิ่งผสมถนนและทางธรรมชาติ
2. เหมาะสำหรับมือใหม่สายวิ่งเทรล วิ่งบนเส้นทางที่เรียบ ไม่โหดมาก

น้ำหนัก 252 กรัม
DROP 8 มม.
ราคา 5,500 บาท

สนใจไปลุยกับ BLAZEBLAST ดูได้ที่ช่องทางใต้คอมเม้นท์

ที่อยู่

บางกรวย
Nonthaburi
11130

เบอร์โทรศัพท์

+66982812854

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Avarin Running and Triathlon. โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Avarin Running and Triathlon.:

ทางลัด

แชร์