01/09/2026
: “โปรเบ๊บ” ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์ คว้าแชมป์รายการ สิงห์ บางกอก โอเพ่น 2026 เก็บคะแนนสะสมอันดับโลก Official World Golf Ranking ต่อเนื่องสองรายการติดต่อกัน
การแข่งขันกอล์ฟอาชีพโคแซงชั่นระหว่างออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ (All Thailand Golf Tour) และ ไทยแลนด์ พีจีเอ ทัวร์ (Thailand PGA Tour) คือหนึ่งในการแข่งขันที่มีการเก็บคะแนนสะสมเพื่อจัดอันดับโลกของนักกอล์ฟอาชีพชายหรือ Official World Golf Ranking รายการ สิงห์ บางกอก โอเพ่น 2026 (Singha Bangkok Open 2026) ณ สนามบางกอก กอล์ฟ คลับ จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 27-30 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา
“โปรเบ๊บ” ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์ นักกอล์ฟไทยเจ้าของแชมป์รายการสิงห์-เอสเอที เอ็มบีเค แชมเปียนชิพ 2026 (Singha-SAT MBK Championship 2026) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงโชว์ฟอร์มแรงต่อเนื่องเมื่อสามารถคว้าแชมป์รายการ สิงห์ บางกอก โอเพ่น 2026 (Singha Bangkok Open 2026) มาครองได้อย่างยอดเยี่ยม
สำหรับเส้นทางความสำเร็จของ “โปรเบ๊บ” ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์ เริ่มจากรอบแรกทำสกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ 68 รั้งอันดับ 27 ร่วม จากนั้นในรอบต่อมาเจ้าตัวยกระดับผลงานทำทำสกอร์ไป 5 อันเดอร์พาร์ 65 สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 133
รอบที่ 3 “โปรเบ๊บ” ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์ โชว์ฟอร์มการตีสุดเดือดยิ่งเลยยิ่งมั่นใจทำสกอร์เพิ่มอีก 8 อันเดอร์พาร์ 62 สกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 195 จากนั้นในรอบสุดท้ายเจ้าตัวที่ออกสตาร์ทในฐานะผู้นำ ทำผลงานเก็บเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 66 สกอร์รวม 19 อันเดอร์พาร์ 261 จบอันดับที่ 1 ร่วมกับ “พีรดนย์ ปัญญาธนะเศรษฐ์” ต้องตัดสินแชมป์กันด้วยการเพลย์ออฟที่หลุม 18 พาร์ 5 ระยะ 529 หลา ก่อนที่ “โปรเบ๊บ” ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์ จะทำอีเกิ้ลคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ รับเงินรางวัล 450,000 บาท พร้อมคะแนนสะสม Official World Golf Ranking ทั้งหมด 2.51 คะแนน
เรามาร่วมกันแสดงความยินดีกับ “โปรเบ๊บ” ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์ ไปด้วยกันครับ เพราะทุกเรื่องราวของนักกีฬาไทย จะไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
Publish Date : 01-09-2026
Founder & Content Creator : Tissana Tanaklang (Tenkung)
Co-Founder & Account Executive : Piyawalee Amnouywiboonphon (Ying)
Co-Founder : Lalita Suwanpathumlert (Farren May)
Special Thank : Singha Corporation
#เต้นคุง #แฟนพันธุ์แท้เอเชียนเกมส์ #กีฬา #นักกีฬาไทย #กอล์ฟ #สิงห์คอร์เปอเรชั่น #สิงห์ #ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์
25/08/2026
“เรซซิ่ง สปิริต” ส่ง 3 รุ่น GT Class ดวลความเร็วสนั่น “เซปังฯ”
บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันกีฬารถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ ภายใต้การรับรองโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (ร.ย.ส.ท.) และกติกากีฬายานยนต์สากลของ FIA (International Sporting Code of FIA) มาตรฐานระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับ
นำทัพจักรกลพลังสูง TSS Supercar GT3, TSS Supercar GTM และ TSS Supercar GT4 จากรายการ TSS The Super Series by B-Quik 2026 พร้อม Eighty-Six Challenge Thailand ในฐานะ Support Race ลัดฟ้าสู่ Petronas Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของศึกใหญ่ Malaysia Touring Car Championship ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดท้าทาย “Turn Up The Heat”
รูดม่านเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ ด้วยโปรแกรม “Night Race” เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) เก็บคะแนนสะสม “เรซที่ 5” ในรูปแบบ Multi-Class ปล่อยรถ GT Class ลงแข่งขันพร้อมกันทั้ง 3 รุ่น
โดยมีผู้นำแต่ละรุ่นจากการจับเวลารอบคัดเลือก (Qualifying 1) ประกอบด้วย “ปิติ ภิรมย์ภักดี / กันตศักดิ์ กุศิริ หมายเลข 12 จาก Singha Motorsport Team Thailand ทำเวลาเร็วสุด 2:08.126 นาที” ในรุ่น “TSS Supercar GT3” ออกสตาร์ทจากโพล โพสิชั่น
“สราวุธ เสรีธรณกุล / Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) หมายเลข 77 จาก PSC MOTORSPORT ทำเวลาเร็วสุด 2:12.383 นาที” ครองผู้นำในรุ่น “TSS Supercar GTM” ออกสตาร์ทจากกริดที่ 7
และสุดท้าย “อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย / ศุภกิตติ์ เจนจิตรานันท์ หมายเลข 77A จาก PETROLIFE RACING TEAM” ทำเวลาเร็วสุดที่ 2:14.994 นาที ครองผู้นำในรุ่น “TSS Supercar GT4” ออกสตาร์ทจากกริดที่ 8
นับถอยหลัง 60 นาที ด้วยการ Rolling Start ซึ่ง “หมายเลข 12 จาก Singha Motorsport Team Thailand (GT3)” ทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการครองผู้นำรุ่น “TSS Supercar GT3” ทันที เช่นเดียวกับ หมายเลข 77A จาก PETROLIFE RACING TEAM (GT4) ซึ่งครองผู้นำรุ่น “TSS Supercar GT4”
ก่อนที่การปะทะระหว่าง “หมายเลข 26 จาก B-Quik Absolute Racing (GT3)” และ “หมายเลข 888 จาก B-Quik Absolute Racing (GT3)” จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ Safety Car ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ และใช้เวลาไปกว่าครึ่งทางของการแข่งขัน
ส่งผลให้หลังจาก Pit Window Closed “หมายเลข 27 จาก B-Quik Absolute Racing (GT3)” พลิกขึ้นมาเป็นผู้นำของรุ่น “TSS Supercar GT3” และ “หมายเลข 95 จาก Inging x Autowerks Racing (GT4)” ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำในรุ่น “TSS Supercar GT4”
จนมาถึง 10 นาทีสุดท้าย “หมายเลข 7 จาก TEAM NZ (GT3)” กลับโชว์ฟอร์มดุดัน สวนขึ้นมาคว้าตำแหน่งผู้นำรุ่น “TSS Supercar GT3” และจบการแข่งขันไปด้วยชัยชนะ แต่แล้วท้ายที่สุด “คดีพลิก” ด้วย “โทษปรับ” เป็นผลให้ “ปิติ ภิรมย์ภักดี / กันตศักดิ์ กุศิริ หมายเลข 12 จาก Singha Motorsport Team Thailand (GT3)” พลิกกลับมาเป็นผู้ชนะ และคว้าแชมป์เรซที่ 5 รุ่น “TSS Supercar GT3” ไปได้สำเร็จ
ตามด้วยผลงานของ “สราวุธ เสรีธรณกุล / Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) หมายเลข 77 จาก PSC MOTORSPORT (GTM) หนึ่งเดียว พร้อมผลงานยอดเยี่ยมในการคว้าชัยชนะรุ่น “TSS Supercar GTM” เรซที่ 5
ปิดท้ายด้วย “ประคุณ พรประภา / Todd Kingsford (ท็อดด์ คิงส์ฟอร์ด) หมายเลข 95 จาก Inging x Autowerks Racing (GT4)” ซึ่งครองผู้นำในรุ่น “TSS Supercar GT4” อย่างเหนียวแน่นหลังจาก Pit Window Closed จนจบการแข่งขัน พร้อมตำแหน่งแชมป์เรซที่ 5 ไปอย่างเหนือความคาดหมาย
“เรซที่ 6” ทำการแข่งขันในวันอาทิตย์ เวลา 12.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (11.15 น. ตามเวลาประเทศไทย) ในรูปแบบ Multi-Class เช่นกัน ภายใต้เงื่อนไขด้าน “สภาพอากาศ และอุณหภูมิ” ที่ “แตกต่าง” อย่างสิ้นเชิงระหว่าง “Night Race” และ “Day Race”
ส่วนตำแหน่งผู้นำจากการจับเวลารอบคัดเลือก (Qualifying 2) แต่ละรุ่น ประกอบด้วย “Henk Kiks (เฮงก์ คิกส์) / Alessandro Ghiretti (อเลสซานโดร กิเร็ตติ) หมายเลข 26 จาก B-Quik Absolute Racing” เจ้าของเวลาเร็วสุด 2:05.714 นาที ในรุ่น “TSS Supercar GT3” สตาร์ทจากโพล โพสิชั่น
“สราวุธ เสรีธรณกุล / Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) หมายเลข 77 จาก PSC MOTORSPORT เจ้าของเวลาเร็วสุด 2:11.596 นาที ในรุ่น “TSS Supercar GTM” สตาร์ทจากกริดที่ 7
และ “อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย / ศุภกิตติ์ เจนจิตรานันท์ หมายเลข 77 A จาก PETROLIFE RACING TEAM เจ้าของเวลาเร็วสุด 2:14.893 นาที ในรุ่น “TSS Supercar GT4” ออกสตาร์ทจากกริดที่ 8
เรซนี้ได้ลุ้นตั้งแต่นาทีแรกในรุ่น “TSS Supercar GT3” เพราะเมื่อ “หมายเลข 26 จาก B-Quik Absolute Racing (GT3)” พลาดจังหวะออกตัว “หมายเลข 89 จาก Singha Motorsport Team Thailand (GT3)” ก็เสียบขึ้นมาเป็นผู้นำทันที เช่นเดียวกับรุ่น “TSS Supercar GT4” ซึ่ง “หมายเลข 39 จาก Wing Hin Motorsports (GT4)” คว้าตำแหน่งผู้นำทันทีที่ออกสตาร์ท
ก่อนที่ “หมายเลข 26 จาก B-Quik Absolute Racing (GT3)” จะตั้งหลัก และกลับมาแก้ไขสถานการณ์อีกครั้ง ด้วยการส่งตัวเองขึ้นมาครองผู้นำ แต่กลับ “ยางแตก” ในช่วง Pit Window Open ส่งผลให้หลังจาก Pit Window Closed “หมายเลข 888 จาก B-Quik Absolute Racing (GT3)” พลิกขึ้นมาเป็นผู้นำในครึ่งทางการแข่งขันที่เหลือ เช่นเดียวกับ “หมายเลข 95 จาก Inging x Autowerks Racing (GT4)” ซึ่งยังคงวางแผนอย่างเหนือชั้นในเรซที่ 6 เพื่อขึ้นครองผู้นำรุ่น “TSS Supercar GT4”อีกครั้ง
10 นาทีสุดท้าย เสิร์ฟความดุเดือดจากรุ่น “TSS Supercar GT3” เปิดศึก “ล่า” ตำแหน่งผู้นำจาก “หมายเลข 888 จาก B-Quik Absolute Racing (GT3)” โดย 2 ตัวแรง Singha Motorsport Team Thailand ก่อน “ปิติ ภิรมย์ภักดี / กันตศักดิ์ กุศิริ หมายเลข 12 จาก Singha Motorsport Team Thailand (GT3)” จะเฉือนเอาชัยชนะเรซที่ 6 ไปอย่างเด็ดขาด
ต่อเนื่องด้วยชัยชนะอันยอดเยี่ยมอีกครั้งในรุ่น “TSS Supercar GTM” เรซที่ 6 ของ “สราวุธ เสรีธรณกุล / Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) หมายเลข 77 จาก PSC MOTORSPORT (GTM)
รวมไปถึงในรุ่น “TSS Supercar GT4” ด้วยเช่นกัน กับผลงานของ “ประคุณ พรประภา / Todd Kingsford (ท็อดด์ คิงส์ฟอร์ด) หมายเลข 95 จาก Inging x Autowerks Racing (GT4)” ที่เก็บแชมป์เรซที่ 6 ไปอีกครั้งอย่างสวยงาม
สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่พลาดชมความดุเดือดของตัวแรงระดับ GT Class ทั้ง 3 รุ่น แห่งรายการ TSS The Super Series by B-Quik 2026 แบบส่งตรงข้ามพรมแดนจาก Petronas Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย สามารถติดตามชมผลงานย้อนหลังได้ที่ www.thailandsuperseries.net และ www.facebook.com/ThailandSuperSeries
ขณะเดียวกันแฟนมอเตอร์สปอร์ชาวไทย ควรเตรียมพร้อมรับมือโปรแกรมต่อไป เพราะฝูง GT Class ทั้ง 3 รุ่น จากรายการ TSS The Super Series by B-Quik 2026 จะเดินทางกลับมาพบกันอีกครั้ง ร่วมกับรุ่นอื่นๆ จากรายการ B-Quik Thailand Super Series 2026 เปิดศึกใหญ่ Event ที่ 4 ประจำฤดูกาล ณ “สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์” ในวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2026 นี้ ... โดยสามารถรับชมถ่ายทอดสดแบบ Live ได้ที่ www.thailandsuperseries.net และ www.facebook.com/ThailandSuperSeries
19/08/2026
👇🏻
: นักแข่งผู้ไม่เคยยอมแพ้ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ พิสูจน์ตัวตนคว้าคะแนนสะสมศึกเอฟไอเอ็ม โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ รายการ บริติช กรังด์ปรีซ์ 2026
"ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบดาวรุ่งจากฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ (Honda Racing Thailand) เจ้าของหมายเลข 85 ได้รับโอกาสสำคัญเมื่อฮอนด้า ทีม เอเชีย (Honda Team Asia) ตัดสินใจส่งนักแข่งไทยเข้าร่วมการแข่งขันศึกเอฟไอเอ็ม โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ (FIM Moto3 World Championship) รายการบริติช กรังด์ปรีซ์ 2026 (British Grand Prix 2026) ณ สนามซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 7-9 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา
สำหรับการแข่งขันรายการบริติช กรังด์ปรีซ์ 2026 นับเป็นครั้งแรกของ "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ที่ได้ลงทำการแข่งขันในระดับโมโตทรี (Moto3) ซึ่งเจ้าตัวก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อสามารถจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 15 เก็บคะแนนสะสมมาครองได้ 1 คะแนน ซึ่งนับเป็นคะแนนแรกในระดับโมโตทรี (Moto3) อีกด้วย
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ที่มีเวลาเตรียมตัวอย่างกระชั้นชิด ทั้งการปรับตัวกับรถแข่งที่แตกต่างจากโมโตจูเนียร์ การทำงานร่วมกับทีมงานใหม่ รวมถึงการเผชิญหน้ากับเหล่าดาวรุ่งฝีมือดีจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังคงตอบรับโอกาสด้วยความมั่นใจและมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองในเวทีการแข่งขันระดับโลก
เรื่องราวของ "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงบันไดขั้นแรกในรายการเอฟไอเอ็ม โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ (FIM Moto3 World Championship) จะเป็นอย่างไร เรามาร่วมเดินทางไปด้วยกันครับ
# จุดเริ่มต้นจาก ฮอนด้า อะคาเดมี ไทยแลนด์สู่เวทีระดับเอเชีย
"ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักแข่งรถจากการลงแข่งขันโมโตครอสก่อนจะผันตัวเองมาสู่รถจักรยานยนต์ทางเรียบจากการที่มีโอกาสเข้าร่วมโครงการฮอนด้า อะคาเดมี ไทยแลนด์ (Honda Academy Thailand) จนพัฒนาฝีมือและขยับขึ้นสู่การแข่งขันในรายการอิเดมิตสึ ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ (Idemitsu Honda Thailand Talent Cup)
นักแข่งจากจังหวัดจันทบุรีพยายามฝึกฝนพัฒนาทักษะอย่างมุ่งมั่นจนสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้ได้รับโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติรายการอิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ (Idemitsu Asia Talent Cup) และรายการเอฟไอเอ็ม เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ (FIM Asia Road Racing Championship) ในช่วงปี 2023-2024 โดย "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ยังคงรักษามาตรฐานคว้าโพเดียมและสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น
# ก้าวสู่แผ่นดินยุโรปบทพิสูจน์สุดท้าทาย
ด้วยศักยภาพที่พัฒนาขึ้นมาอย่างโดดเด่นและความสำเร็จในเวทีการแข่งขันระดับทวีปเอเชียส่งผลให้ ปี 2025 "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ได้รับการสนับสนุนและผลักดันให้ขยับขึ้นสู่เวทีการแข่งขันในระดับโลกที่ทวีปยุโรปอย่างรายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ (Red Bull MotoGP Rookies Cup) และรายการเอฟไอเอ็ม โมโตทรี จูเนียร์ จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ (FIM Moto3 Junior World Championship)
"ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ต้องเก็บตัวฝึกซ้อมและใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสเปนเป็นหลักซึ่งนักแข่งดาวรุ่งไทยต้องพบอุปสรรคมากมายโดยเฉพาะในเรื่องการปรับตัวในชีวิตประจำวันที่ต้องอยู่ไกลบ้าน ห่างไกลจากครอบครัวและคนที่รัก อีกทั้งอาหาร วัฒนธรรมและภาษาก็เป็นสิ่งไม่คุ้นเคย แม้จะมีความมุ่งมั่นพยายามเต็มร้อยแต่เมื่อเวลาผ่านไป อุปสรรคเหล่านี้ก็ส่งผลต่อผลงานในสนาม
“ปีแรกที่สเปนต้องปรับตัวเยอะมากครับทั้งเรื่องในและนอกสนาม เรื่องการแข่งขันก็เป็นรายการที่ใหญ่ขึ้นนักแข่งแต่ละคนก็เป็นดาวรุ่งจากทั่วโลก ฝีมือและความเร็วแต่ละคนไม่ธรรมดาเลยครับ ผมก็ต้องพยายามฝึกซ้อมอย่างเต็มที่และเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ให้เร็ว”
“ส่วนเรื่องนอกสนามผมก็ต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวห่างไกลบ้านครับ อาหาร วัฒนธรรมและภาษา ปีแรกเป็นอะไรที่ผมรู้สึกกดดันและเครียดมากครับแน่นอนว่ายิ่งผมกดดันตัวเองมากเท่าไหร่ ผลงานในสนามยิ่งไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจเลยครับ จนสุดท้ายผมมาคิดว่าต้องแก้ไขปัญหาและข้อบกพร่องต่างๆ อย่างจริงจังครับ”
หลังจากฤดูกาล 2025 จบลง "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นำประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับปรุงแก้ไขและเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลต่อไปทันที
# นักแข่งผู้ไม่ยอมแพ้ ความพยายามไม่สูญเปล่า
"ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาวางแผนเตรียมความพร้อมในฤดูกาล 2026 อย่างเข้มข้น นักแข่งไทยร่วมงานกับนักจิตวิทยาการกีฬาเพื่อพัฒนาระบบความคิด อารมณ์ และความมั่นใจโดยมีเป้าหมายเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดออกมาใช้ในการแข่งขันระดับโลก เจ้าตัวมีการควบคุมน้ำหนักอย่างเข้มงวดและฝึกซ้อมเพื่อสร้างความแข็งแรงของร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ภาพของ "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ปั่นจักรยานระยะทางกว่า 70-100 กิโลเมตร หรือการซ้อมวิ่งอย่างต่อเนื่องกลายเป็นสิ่งที่คุ้นตาในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา และที่สำคัญเจ้าตัวฝึกฝนภาษาอังกฤษและสเปนเพื่อใช้สื่อสารกับทีมงานให้ดีขึ้น
ทันทีที่ฤดูกาล 2026 เริ่มต้นขึ้นสิ่งที่ "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ เตรียมความพร้อมมาอย่างเป็นขั้นตอนต่อเนื่องก็แสดงผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อสามารถคว้าโพเดียมอันดับที่ 3 มาครองได้ 2 รายการนั่นคือ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 เฆเรซ ราวด์ เรซ 1 (Red Bull MotoGP Rookies Cup 2026 Jerez Round Race 1) และ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 ซัคเซนริง ราวด์ เรซ 1 (Red Bull MotoGP Rookies Cup 2026 Sachsenring Round Race 1) ด้านรายการเอฟไอเอ็ม โมโตทรี จูเนียร์ จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ (FIM Moto3 Junior World Championship) นักแข่งไทยก็ทำผลงานดีไม่แพ้กันเก็บคะแนนสะสมมาครองได้อย่างต่อเนื่อง
“เป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมมากครับ ผมสามารถคว้าโพเดียมมาได้ 2 รายการในเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ แต่ผมก็ยังอยากที่จะพัฒนาผลงานให้ดีขึ้นไปอีกครับ ผมอยากคว้าแชมป์ให้ได้และทำคะแนนให้อยู่ในอันดับท็อปของทั้งสองรายการ การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลถือว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญเลยครับโดยเฉพาะการได้นักจิตวิทยาการกีฬาและนักโภชนาการมาดูแลอย่างเป็นขั้นตอนช่วยผมได้เยอะมากครับ”
ผลงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของ "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นั่นจึงทำให้เจ้าตัวได้รับโอกาสครั้งสำคัญจากฮอนด้า ทีม เอเชีย (Honda Team Asia) ให้ลงทำการแข่งขันศึกเอฟไอเอ็ม โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ (FIM Moto3 World Championship) สนามที่ 12 รายการบริติช กรังด์ปรีซ์ 2026 (British Grand Prix 2026) เมื่อวันที่ 7-9 สิงหาคม 2026
# บู๊เดือดเปิดตัวสุดแกร่งเก็บคะแนนสะสมแรกระดับโมโตทรี
การแข่งขันเอฟไอเอ็ม โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ (FIM Moto3 World Championship) รายการบริติช กรังด์ปรีซ์ 2026 (British Grand Prix 2026) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา "ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ทำเวลารอบคัดเลือกได้ 02:12.209 นาที ออกสตาร์ทลำดับที่ 22 จากนักแข่งทั้งหมด 25 คน โดยจะทำการแข่งขันทั้งหมด 15 รอบ
เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมเร่งแซง “กีโด ปีนี” นักแข่งจากประเทศอิตาลีของทีมเลโอพาร์ด เรซซิ่ง (Leopard Racing) และ “ดาบิด กอนซาเลซ” นักแข่งจากประเทศสเปนของทีมลิควี โมลี ไดนาโวลต์ อินแทคจีพี (Liqui Moly Dynavolt Intact GP) ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 20
รอบที่ 2 “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ถูก “ดาบิด กอนซาเลซ” แซงคืนกลับไปส่งผลให้ต้องขยับมาอยู่อันดับที่ 20 จากนั้นในช่วงท้ายรอบดังกล่าวก็มาถูก “กีโด ปีนี” แซงคืนไปอีกคัน แต่นักแข่งไทยยังคงมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้และสามารถแซง “ดาบิด กอนซาเลซ” กับ “มัตเตโอ แบร์เตลเล” นักแข่งจากประเทศอิตาลีของทีมเลเวลอัพ - เอ็มทีเอ (LevelUp – MTA) ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 20 อีกครั้ง
จากนั้นท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงอันดับสุดดุเดือด “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ก็มาถูก “มัตเตโอ แบร์เตลเล” และ “ดาบิด กอนซาเลซ” แซงคืนกลับไป ส่งผลให้นักแข่งไทยต้องขยับมารั้งอันดับที่ 22 เมื่อการแข่งขันดำเนินเข้าสู่รอบที่ 3
รอบที่ 4 “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ แซง “ดาบิด กอนซาเลซ” ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 21 จากนั้นทั้งคู่ก็ผลัดกันแซงไปมาหลายครั้งจนเมื่อการแข่งขันดำเนินมาถึงรอบที่ 6 “อาเดรียน ครูเซส” นักแข่งจากประเทศสเปนของทีมซีไอพี กรีน เพาเวอร์ (CIP Green Power) และ “ฮาคิม ดานิช” นักแข่งจากประเทศมาเลเซียของทีมอิออน เครดิต - เอ็มที เฮลเมตส์ - เอ็มเอสไอ (Aeon Credit - MT Helmets - MSi) เกิดพลาดล้มส่งผลให้นักแข่งไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 19
ช่วงท้ายรอบที่ 6 “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ก็มาถูก “ดาบิด กอนซาเลซ” เบียดแซงขึ้นไปส่งผลให้นักแข่งไทยต้องขยับมาอยู่อันดับที่ 20 อีกครั้ง
รอบที่ 7 “สกอตต์ อ็อกเดน” นักแข่งจากประเทศสหราชอาณาจักรของทีมซีไอพี กรีน เพาเวอร์ (CIP Green Power) เกิดพลาดล้มขณะเข้าโค้งส่งผลให้ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 19 อีกครั้งและตามหลัง “ดาบิด กอนซาเลซ” แบบกระชั้นชิด
รอบที่ 9 “คอร์แม็ก บูแคนัน” นักแข่งจากประเทศนิวซีแลนด์ของทีมโค้ด มอเตอร์สปอร์ตส์ (Code Motorsports) เกิดพลาดล้มที่โค้ง 3 ส่งผลให้ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 18 และยังคงตามกดดัน “ดาบิด กอนซาเลซ” อย่างต่อเนื่อง
การแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องจนถึงรอบที่ 14 “ริวเซ ยามานากะ” นักแข่งจากประเทศญี่ปุ่นของทีมอิออน เครดิต - เอ็มที เฮลเมตส์ - เอ็มเอสไอ (Aeon Credit - MT Helmets - MSi) เกิดพลาดล้มส่งผลให้ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 17
รอบสุดท้ายขณะที่การแข่งขันกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด “ไบรอัน อูเรียร์เต” นักแข่งจากประเทศสเปนของทีมเรดบูล เคทีเอ็ม อาโย (Red Bull KTM Ajo) เกิดรถสะบัดพลาดล้ม ส่งผลให้ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 16 มีลุ้นคะแนนสะสมเต็มตัว
“ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ พยายามยกระดับความเร็วอย่างต่อเนื่องโดยเจ้าตัวตามกดดัน “มาร์โก โมเรลลี” นักแข่งจากประเทศอาร์เจนติน่าของทีมซีเอฟโมโต อัสปาร์ (CFMoto Aspar) อย่างหนักก่อนจะแซงได้สำเร็จในช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน ส่งผลให้นักแข่งไทยจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 15 เก็บคะแนนสะสมไป 1 คะแนน
โดย “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ กล่าวถึงผลงานในครั้งนี้ว่า
“การได้มาแข่งขันในระดับโมโตทรีเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากๆ ครับ ผมได้เรียนรู้การเตรียมตัวของนักแข่งตั้งแต่ช่วงก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง และหลังแข่งครับ ผมได้เรียนรู้เรื่องการเซตติ้งและการบริหารจัดการยางที่เป็นความท้าทายของเรซนี้ครับ และที่สำคัญผมได้เห็นและเก็บข้อมูลกลยุทธ์ของนักแข่งระดับดาวรุ่งของโลก”
“ผมดีใจมากๆ ที่ได้แข่งเวทีระดับโลกอย่างโมโตทรี ผมเองเริ่มต้นมาจากโมโตครอสก่อนที่จะได้รับโอกาสจากไทยฮอนด้าที่คอยสนับสนุนผมมาตลอดจนมาถึงบันไดขั้นแรกของความฝันที่จะเป็นนักแข่งโมโตจีพี ที่สำคัญขอขอบคุณทีมงานทุกคนและแฟนๆ กับทุกกำลังใจที่มอบให้นะครับ”
และนี่คือเรื่องราวของ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นักแข่งผู้ไม่เคยยอมแพ้และมุ่งมั่นจะพิสูจน์ตัวตนจนคว้าคะแนนสะสมศึกเอฟไอเอ็ม โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ (FIM Moto3 World Championship) รายการ บริติช กรังด์ปรีซ์ 2026 (British Grand Prix 2026) มาครองได้สำเร็จ
เรามาร่วมกันแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจให้กับ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ไปด้วยกันครับ เพราะทุกเรื่องราวของนักกีฬาไทยจะไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
# # สรุปผลงานของ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ รายการ เอฟไอเอ็ม โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ # #
อันดับที่ 15 : 🇬🇧 รายการ บริติช กรังด์ปรีซ์ 2026 (1 คะแนน)
# # สถิติผลงานโพเดียมของ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ # #
** รายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ (Red Bull MotoGP Rookies Cup) **
🥉อันดับที่ 3 : 🇪🇦 รายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 เฮเรซ ราวด์ เรซ 1
🥉อันดับที่ 3 : 🇩🇪 รายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 ซัคเซนริง ราวด์ เรซ 1
** รายการอิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ (Idemitsu Asia Talent Cup) **
🥉อันดับที่ 3 : 🇹🇭 รายการอิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2024 บุรีรัมย์ ราวด์ เรซ 2
** รายการเอฟไอเอม เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ คลาส SS600 (FIM Asia Road Racing Championship - SS600) **
🥉อันดับที่ 3 : 🇮🇩 รายการ เอฟไอเอม เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 มัลดาลิกา ราวด์ เรซ 2
🥉อันดับที่ 3 : 🇲🇾 รายการเอฟไอเอม เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 เซปัง ราวด์ เรซ 1
🥉อันดับที่ 3 : 🇹🇭 รายการเอฟไอเอม เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 บุรีรัมย์ ราวด์ 2 เรซ 2
Publish Date : 19-08-2026
Founder & Content Creator : Tissana Tanaklang (Tenkung)
Co-Founder & Account Executive : Piyawalee Amnouywiboonphon (Ying)
Co-Founder : Lalita Suwanpathumlert (Farren May)
Graphic Designer : Kasidech Padkasem (Fair)
Special Thank : Honda Racing Thailand
#เต้นคุง #แฟนพันธุ์แท้เอเชียนเกมส์ #กีฬา
17/08/2026
พังทลายตำนานดราม่า "ดาวิเด้ บริวิโอ้" เปิดความจริงเบื้องหลัง "กำแพงกั้นพิท" ของ รอสซี่-ลอเรนโซ่ ที่แท้ไม่ใช่เรื่องของอีโก้
หากย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ยุคทองของ MotoGP ภาพจำที่คลาสสิกและเป็นที่เล่าขานมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คงหนีไม่พ้นสงครามเย็นภายในพิทของทีมโรงงาน Yamaha ระหว่าง "เดอะด็อกเตอร์" วาเลนติโน่ รอสซี่ แชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ และ "ไอ้หนุ่มสปาร์ตัน" ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ รุกกี้สายเลือดใหม่ที่ก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจ ภาพของ "กำแพงกั้นกลาง" ที่ถูกสร้างขึ้นมาแบ่งแยกพื้นที่ของทั้งสองฝั่งอย่างชัดเจน กลายเป็นสัญลักษณ์ของความบาดหมางและการห้ำหั่นกันเองในทีมเดียวกัน
ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา แฟนมอเตอร์สปอร์ตและสื่อมวลชนต่างเชื่อฝังหัวว่า กำแพงนี้คือความต้องการของรอสซี่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อข่มขวัญ ปิดกั้นข้อมูล และแสดงความเป็นใหญ่เหนือเพื่อนร่วมทีมหน้าใหม่
แต่ล่าสุด เรื่องราวที่ถูกเล่าต่อกันมานับทศวรรษกลับถูกพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อ ดาวิเด้ บริวิโอ้ อดีตผู้จัดการทีมคู่บุญของ Yamaha และรอสซี่ในยุคนั้น ได้ออกมาเปิดเผยความจริงเบื้องหลังการสร้างกำแพงกั้นพิทอันลือลั่นนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งคำตอบของเขามันได้ทำลายมายาคติเรื่องดราม่าอีโก้ของนักแข่งไปจนหมดสิ้น
บริวิโอ้ ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า การตั้งกำแพงกั้นระหว่างรอสซี่และลอเรนโซ่นั้น "ไม่ใช่ความต้องการของวาเลนติโน่ รอสซี่" แต่อย่างใด จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของมันไม่ได้มาจากความเกลียดชังหรือสงครามจิตวิทยา แต่มันเกิดจากปัญหาทางเทคนิคและสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของวงการยางแข่งในฤดูกาล 2008 ล้วนๆ
บริบทในปี 2008 คือปีที่สงครามยางกำลังดุเดือดถึงขีดสุด รอสซี่ที่เพิ่งเจ็บช้ำจากการพลาดแชมป์โลก ตัดสินใจทุบโต๊ะขอย้ายค่ายไปใช้ยาง Bridgestone ที่กำลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรง
ในขณะที่ ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ ซึ่งเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นรุกกี้ ถูกกำหนดให้ต้องใช้ยาง Michelin ตามสัญญากับทีม การมีรถแข่ง Yamaha YZR-M1 สองคันที่ใช้ยางคนละยี่ห้ออยู่ในพิทเดียวกัน จึงกลายเป็นฝันร้ายด้านการจัดการความลับทางเทคโนโลยี
บริวิโอ้อธิบายว่า แบรนด์ยางทั้งสองค่ายคือคู่แข่งที่ห้ำหั่นกันเอาเป็นเอาตาย ข้อมูลโครงสร้างยาง อุณหภูมิ ไปจนถึงเซ็ตอัพของแชสซีส์ที่ต้องปรับให้เข้ากับยางแต่ละยี่ห้อ ถือเป็นความลับขั้นสุดยอดระดับคอขาดบาดตาย
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้วิศวกรของ Michelin และ Bridgestone มองเห็นข้อมูลเทเลเมทรี หรือล่วงรู้เซ็ตอัปของอีกฝั่ง การสร้าง "กำแพงกั้นพิท" จึงเป็นทางออกเชิงวิศวกรรมเพียงทางเดียวที่จะรักษาสภาพแวดล้อมที่เป็นความลับ ให้กับทั้งสองแบรนด์ยางได้
แม้บริวิโอ้จะยอมรับว่า ในตอนนั้นรอสซี่เองก็คงไม่ได้ใส่ใจหรือเดือดร้อนอะไรกับการมีกำแพงกั้น เพราะมันก็ช่วยให้เขาทำงานในพื้นที่ของตัวเองได้อย่างเป็นส่วนตัว แต่มันก็ชัดเจนว่าต้นขั้วของการออกคำสั่งสร้างกำแพง ไม่ได้มาจากคำขาดของแชมป์โลกชาวอิตาเลียนเพื่อใช้กีดกันเด็กใหม่แต่อย่างใด
เรื่องราวนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีเลยว่า ในโลกอันซับซ้อนของ MotoGP บางครั้งสิ่งที่คนนอกมองเห็นเป็นดราม่าสุดเข้มข้นของการเมืองในพิท หรือสงครามจิตวิทยาระหว่างยอดนักบิด แท้จริงแล้วมันอาจเริ่มต้นมาจากเหตุผลทางวิศวกรรมและเรื่องของธุรกิจสปอนเซอร์เพียวๆ
เพียงแต่วิถีของสื่อและแฟนๆ ได้หยิบเอากำแพงทางกายภาพนั้น มาโรยหน้าด้วยอคติและปั้นแต่งให้มันกลายเป็นตำนานสงครามเย็นที่ขายดีที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขันเท่านั้นเอง