31/08/2026
แบรดลีย์ บาร์โคล่า เข้ามาใช้โควต้านักเตะที่ไม่ใช่โฮมโกรว์นช่องสุดท้ายของลิเวอร์พูลไปแล้ว นั่นทำให้สถานการณ์ในทีมตอนนี้กลายเป็นสูตร "เข้า 1 ออก 1"
หาก โคดี้ กัคโป ย้ายออก ตำแหน่งของเขาจะถูกแทนที่ด้วยผู้เล่นอย่าง อิสไมล่า ซาร์ หรือ ยานคูบา มินเตห์ แต่ยังไม่มีอะไรรับประกันว่าลิเวอร์พูลจะไม่มีการปล่อยผู้เล่นรายอื่นออกจากทีมอีก
เฟเดริโก้ เคียซ่า หรือ วาตารุ เอนโด ก็ยังเป็นชื่อที่ต้องจับตามองไปจนถึงวันสุดท้ายของตลาด ส่วนถ้า จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี ตัดสินใจย้ายออกไป ลิเวอร์พูลจะได้โควต้าเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตำแหน่งทันที
พูดง่ายๆคือ การเสริมทัพของลิเวอร์พูลในช่วงเวลาต่อจากนี้ ถ้าจะเสริม ก็ต้องดูด้วยว่า มีใครที่จะย้ายออกจากทีมได้บ้าง
Mcca LFC
31/08/2026
แบรดลีย์ บาร์โคล่า เปิดตัวกับลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าตัวเปิดใจว่านี่คือช่วงเวลาที่รอคอยมานาน :
บาร์โคล่า กล่าวว่า : "ผมภูมิใจมากที่ได้เล่นให้ลิเวอร์พูล ผมมีความสุขจริงๆ มันใช้เวลานานกว่าจะมาถึงวันนี้ แต่ตอนนี้ผมมีความสุขมากที่ได้เป็นนักเตะลิเวอร์พูล สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือการได้ลงสนาม ได้เล่นฟุตบอล และหวังว่าจะช่วยทีมคว้าความสำเร็จครั้งใหญ่ให้ได้"
"สิ่งแรกที่ผมอยากทำคือคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก นี่คือหนึ่งในความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม ผมอยากทำให้ได้ และอยากอยู่กับทีมนี้ไปอีกนาน นั่นคือเหตุผลที่ผมเซ็นสัญญาระยะยาว ผมหวังว่าจะได้ทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้”ฃ"
บาร์โคล่า เคยมีโอกาสลงเล่นที่แอนฟิลด์มาแล้วถึงสองครั้งในฐานะคู่แข่ง และสิ่งที่เขาจำได้ไม่ใช่แค่สนาม แต่คือเสียงของแฟนบอลลิเวอร์พูลที่กดดันคู่แข่งได้ตั้งแต่นาทีแรก :
"ผมเคยมีโอกาสเล่นที่สนามแห่งนี้สองครั้ง และได้สัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเอง ผมเห็นว่าแฟนบอลอยู่ข้างนักเตะลิเวอร์พูลมากแค่ไหน พอผมรู้ว่าลิเวอร์พูลสนใจในตัวผม ผมแทบไม่ต้องถามอะไรเลย ผมรู้ทันทีว่านี่คือสโมสรของผม
ที่นี่มีนักเตะฝีเท้าดีอยู่หลายคน เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมมาก แต่สิ่งที่ทำให้มันยากยิ่งกว่าเดิมคือแฟนบอล บรรยากาศในสนามวันนั้นมันสุดยอดจริงๆ วันนี้ผมรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เล่นให้ทีมนี้ มันมีความหมายกับผมมาก สิ่งเดียวที่ผมหวังคือได้ลงสนามให้เร็วที่สุด"
บาร์โคล่า ไม่ปิดบังว่าตัวเองแทบรอไม่ไหวแล้ว : "ผมอยากลงเล่น นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมรออยู่ ผมคิดว่ามันต้องเป็นช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อแน่นอน"
"ตอนที่ได้ยินว่าลิเวอร์พูลสนใจผม ผมย้อนนึกถึงบรรยากาศในสนามวันนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกมันกลับมาเลย และมันมีแต่ความสุขเมื่อพูดถึงการได้เล่นให้สโมสรแบบนี้"
เมื่อถูกถามว่าจะนำอะไรเข้ามาเติมให้ลิเวอร์พูล บาร์โคล่า ตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า : " ผมจะนำความเร็ว และความอันตรายเข้ามาสู่ทีม"
"ผมคิดว่าวิธีการเล่นของโค้ชกับสไตล์การเล่นของผมค่อนข้างคล้ายกัน ผมจึงน่าจะเข้ามาเติมสิ่งที่ทีมมีอยู่แล้วให้มากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมอยากทำ ผมคิดว่าตัวเองเหมาะกับพรีเมียร์ลีก ผมเคยเจอกับทีมจากพรีเมียร์ลีกมาหลายครั้ง และผมเชื่อว่าจุดแข็งของผมเหมาะกับฟุตบอลที่นี่มาก"
บาร์โคล่า ยังพูดถึง เจเรมี่ ฌาคเกต์ และ อูโก้ เอคิติเก้ สองนักเตะเพื่อนร่วมชาติของเขา : "ผมยังไม่รู้จัก ฌาคเกต์ เป็นการส่วนตัว แต่ผมได้คุยกับ อูโก้ ผมรู้จักเขาจากทีมชาติฝรั่งเศส รวมถึงตอนที่อยู่สโมสรเก่าของผม"
"เขารอให้ผมเซ็นสัญญาอยู่เลย เขาส่งข้อความมาหาผมบ่อยมาก ถามว่าผมจะมาหรือเปล่า ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และได้เล่นฟุตบอลด้วยกัน ผมบอกเขาไปแล้วว่า 'มันเรียบร้อยแล้ว'"
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ บาร์โคล่า ตัดสินใจมาลิเวอร์พูล คือความเชื่อมั่นที่ได้รับจาก อันโดนี่ อิราโอล่า :
"ผมได้คุยกับเขาหลายครั้ง เขาบอกว่าคุณภาพของผมจะเข้ามาเพิ่มอะไรบางอย่างให้ทีมได้มากจริงๆ เขาบอกว่าเขาคาดหวังจากผม และเชื่อมั่นในตัวผมนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมอยากมาที่นี่ เพราะเมื่อโค้ชเชื่อมั่นในตัวคุณ คุณก็มีโอกาสแสดงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาในสนาม มันเป็นเรื่องดีมากที่ได้ร่วมงานกับโค้ชฝีมือยอดเยี่ยมแบบนี้ "
คำถามสุดท้ายคือ เมื่อไหร่ที่แฟนบอลลิเวอร์พูลจะได้เห็นบาร์โคล่าลงสนาม เขาตอบว่า : " ถ้าเลือกได้ ผมพร้อมลงเล่นตั้งแต่ตอนนี้เลย ผมอยากลงให้เร็วที่สุด ช่วงปิดฤดูกาลผมทำงานหนักมาก พยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาสภาพร่างกายให้ดีที่สุด ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว"
"แน่นอนว่าโค้ชกับทีมแพทย์คงต้องใช้เวลาในการประเมิน แต่ถ้าถามความรู้สึกของผม ผมพร้อมแล้ว และอยากช่วยทีมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" แบรดลีย์ บาร์โคล่า กล่าว
Mcca LFC
31/08/2026
บาเลนเซียยังไม่ถอยจากความพยายามในการคว้าตัว ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ โดยวันนี้สโมสรได้ติดต่อหาลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อเดินหน้าเรื่องย้ายทีมให้ทันก่อนตลาดปิด
ทีมจากสเปนยอมขยับข้อเสนอในส่วนค่าเหนื่อยมากขึ้น พร้อมพยายามหาทางจัดโครงสร้างค่าเหนื่อยให้ลงตัวที่สุด
ทว่าดีลนี้มีอีกเรื่องให้ต้องคิด, เพราะหาก เอลเลียตต์ ย้ายมาจริง ค่าเหนื่อยของเขาจะกินพื้นที่ในโครงสร้างค่าใช้จ่ายของทีมไม่น้อย และอาจทำให้บาเลนเซียเดินหน้าคว้าผู้เล่นอีกคนได้ยากขึ้น เรื่องนี้กำลังถูกหยิบมาหารือกันภายในสโมสร
[ ดูเหมือนเจตนาของลิเวอร์พูลจะชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้มองว่า เอลเลียตต์ เหมาะกับแนวทางการทำทีมของ อิราโอล่า, สเตฟาน บายเซติช ใกล้บรรลุข้อตกลงกับเซลต้า บีโก้เช่นเดียวกัน ]
Mcca LFC
31/08/2026
เบื้องหลังดีล ลุคก้า บรูกห์มันส์ กับ ลิเวอร์พูล : จากค่าตัวรวม 30 ล้านปอนด์นั้น ตัวเลขส่วนที่จ่ายตายตัวอาจไม่ได้สูงถึงระดับที่มีการพูดกันก่อนหน้านี้ โดยเงินส่วนสำคัญของแพ็กเกจอยู่ในรูปของโบนัส และเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้มูลค่าดีลขยับขึ้นได้อีก แผนของลิเวอร์พูลในตอนนี้ชัดเจนว่า บรูกห์มันส์ จะถูกส่งกลับไปเล่นให้เกงค์ด้วยสัญญายืมตัว แผนนี้จะยังไม่เปลี่ยน เว้นเสียแต่ว่า จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี จะตัดสินใจย้ายออกจากทีมในช่วงเดดไลน์ของตลาด
31/08/2026
คริสตัล พาเลซ เรียกค่าตัว อิสไมล่า ซาร์ สูงถึง 75 ล้านปอนด์ หากลิเวอร์พูลต้องการดึงแนวรุกทีมชาติเซเนกัลไปเล่นที่แอนฟิลด์
ในไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ฝั่งพาเลซไม่พอใจกับสถานการณ์ที่ต้องเสียผู้เล่นในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย จึงยังไม่เร่งปิดดีล แถมพยายามยื้อเวลาเพื่อดันราคาให้สูงขึ้นไปอีก ตัวของ ซาร์ เองก็เริ่มกดดันต้นสังกัด เขาไม่มารายงานตัวกับทีม และแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการลงเล่นให้พาเลซอีกต่อแล้วไป
ในขณะที่ลิเวอร์พูลยังคงพิจารณาทั้งตัวของ ซาร์ และ ยานคูบา มินเตห์ ไปพร้อมๆกัน
[ อิสไมล่า ซาร์ คาดว่าจะฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ และกลับมาลงสนามได้ในช่วงต้นเดือนกันยายน ในขณะที่ ยานคูบา มินเตห์ จะต้องพักแข้งไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม "ในเบื้องต้น" ]
Mcca LFC
31/08/2026
ตามรายงานของ ฟุต เมอร์คาโต้ ลิเวอร์พูลบรรลุข้อตกลงกับสโมสรแซ็ง เอเตียน ภายใต้ดีลของ จีเลียน เอ็นเกสซาน (Djylian N’Guessan) กองหน้าชาวฝรั่งเศส วัย 18 ปี โดยจะย้ายเข้ามาร่วมทีมในซัมเมอร์หน้า ภายใต้ดีลมูลค่า 4.2 ล้านปอนด์
จากประวัติ เอ็นเกสซาน ถือเป็นดาวรุ่งที่โดดเด่นในเจนของเขา(เล่นคล้ายๆ เอลลี จูเนียร์ ครูปี) ตัวเด็กเล่นได้ทุกตำแหน่งในบทบาทของกองหน้า สูง 180 เซนติเมตร ถนัดเท้าขวา ปัจจุบันเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสรุ่น u20 (ถือสองสัญชาติ อีกประเทศหนึ่งคือไอเวอรี่โคสต์ ต้องรอดูในอนาคตว่าตัวเด็กจะเล่นทีมชาติชุดใหญ่ให้กับประเทศใด)
Mcca LFC
31/08/2026
ดีลของ ลูก้า บรูห์มันส์ คือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าลิเวอร์พูลกำลังวางหมากไว้ล่วงหน้าหลายก้าว สำหรับตำแหน่งที่สโมสรใหญ่ ๆ มักไม่ค่อยกล้าเสี่ยงอย่างตำแหน่งผู้รักษาประตู
ชื่อของ ลูก้า บรูห์มันส์ นายทวารดาวรุ่งวัย 18 ปีชาวเบลเยี่ยม รายนี้ อาจจะไม่คุ้นหูแฟนบอลมากนัก(รวมถึงเราเองด้วย) แกมีส่วนสูงถึง 199 เซนติเมตร และแม้จะยังไม่เคยผ่านเกมการแข่งขันในระดับที่มีความเข้มข้นสูงมากนัก แต่การที่เจ้าตัวอยู่ในความสนใจของสโมสรบาเยิร์น มิวนิก และรีล มาดริด ย่อมบ่งบอกว่า นั่นก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
บรูห์มันส์ เกิดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2008 มีเชื้อสายคองโกผสมเบลเยียม ก้าวแรกในโลกลูกหนังของเขาเริ่มต้นที่อะคาเดมีของพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาซบอกเคอาร์ซี เกงค์ ตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งไม่ใช่การเลือกแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเกงค์คือสโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นผู้รักษาประตูฝีมือดีป้อนวงการมาหลายรุ่น
ชื่อที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักอย่าง ธีโบต์ กูร์ตัวส์ ก็ผ่านโรงเรียนแห่งนี้มาก่อน รวมถึง ไมค์ เพนเดอร์ส ที่ตอนนี้ก็เป็นความหวังของทีมชาติเบลเยียมเช่นกัน
ลูก้า บรูห์มันส์ ไม่ได้ค่อยๆไต่บันไดแบบช้าๆ เขาเริ่มฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 15 ปี ภายใต้การดูแลของ กาย มาร์เตินส์ โค้ชผู้รักษาประตูของสโมสร และได้ลงสนามให้ยอง เกงค์ ในชาลเลนเจอร์โปรลีกตั้งแต่วัย 16 ปีเท่านั้น ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาสัมผัสเกมทีมชุดใหญ่จนถึงวันนี้
ในวัย 18 ปี แกมีประสบการณ์ระดับอาชีพสะสมไปแล้วกว่า 40 นัด ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับผู้รักษาประตูในวัยเพียงเท่านี้
ก่อนหน้านี้เกงค์เคยยืนยันความมั่นใจในตัวเขาด้วยการต่อสัญญาในระยะยาว(ถึงปี 2028) ซึ่งเป็นระยะเวลาสูงสุดที่กฎหมายอนุญาตให้ทำกับนักเตะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือรูปร่าง ด้วยความสูงราวสองเมตรทำให้เขาครองพื้นที่ในกรอบเขตโทษได้อย่างน่าเกรงขาม แต่สิ่งที่ทำให้ บรูห์มันส์ ต่างจากผู้รักษาประตูตัวสูงทั่วไปคือปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วผิดจากรูปร่าง ซึ่งปกติแล้วนักเตะที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มักแลกความคล่องตัวไปกับความสูง แต่เขามีปฏิกิริยาที่ว่องไวเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับความสูงยาวของเขา
อีกจุดที่ถูกพูดถึงเสมอคือ "การเล่นบอลด้วยเท้า" ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของอะคาเดมีเกงค์อยู่แล้ว ตัวเลขความแม่นยำในการจ่ายบอลระยะไกลของเจ้าตัวถือว่าน่าประทับใจสำหรับนักเตะวัยเพียง 18 ปี และตรงกับปรัชญาฟุตบอลยุคใหม่ที่ต้องการผู้รักษาประตูที่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเกมรุก ไม่ใช่แค่คนที่ยืนรอเซฟลูกยิงอย่างเดียว
แต่ที่หลายฝ่ายให้น้ำหนักไม่แพ้เรื่องฝีเท้าคือความเป็นผู้นำ เขาเคยสวมปลอกแขนกัปตันให้เกงค์ ในยูธลีก ตั้งแต่อายุ 16 ปี และเป็นกัปตันทีมชาติเบลเยียมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีในศึกชิงแชมป์ยุโรป สำหรับผู้รักษาประตูแล้ว การมีอำนาจสั่งการในกรอบเขตโทษ กล้าตะโกนบอกทิศทางให้กองหลังที่อาวุโสกว่า คือคุณสมบัติที่หาไม่ได้จากการฝึกซ้อมเพียงอย่างเดียว มันต้องมาพร้อมกับบุคลิกที่นิ่ง และเชื่อมั่นในตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย
คำถามที่ตามมาคือ ลิเวอร์พูลจะเอาเด็กอายุ 18 ปี มาทำไม ในเมื่อทีมมีทั้ง อาลี, มาม่า, วู้ดแมน แถมยังมีนายทวารอนาคตไกลอย่าง เปคชี
อลิสซอน เบ็คเกอร์ ยังคงเป็นมือหนึ่งเมื่อเขาฟิต แต่สัญญาของเขากำลังเดินเข้าปีสุดท้าย และมีข่าวลือเรื่องการกลับไปเล่นในกัลโช่ เซเรียอา โผล่มาเป็นระยะ บวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่รบกวนเขามาหลายฤดูกาล ทำให้สโมสรจำเป็นต้องมีแผนสำรองไว้เสมอ
ส่วนคนที่ควรจะเป็นทายาทโดยตรงอย่าง มามาร์ดาชวิลี กลับกลายเป็นปมที่ซับซ้อนกว่าที่คาด นักเตะจอร์เจียรายนี้ไม่พอใจกับบทบาทตัวสำรองในถิ่นแอนฟิลด์(ตามข่าว) และมีรายงานว่าน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยื่นข้อเสนอเข้ามาก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิด แม้รายงานล่าสุดจะบอกว่า ลิเวอร์พูลทำสัญญาล่วงหน้ากับ บรูห์มันส์ เอาไว้ โดยเขาจะย้ายมาที่แอนฟิลด์ในฤดูกาลหน้า แต่ในมุมหนึ่ง นั่นสามารถมองได้ว่ามันเป็นการเตรียมการสำหรับอนาคตที่จะไม่มี อลิสซอน หรือ มามาร์ดาชวิลี(คนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคนในฤดูกาลหน้า)
รูปแบบของดีลแบบนี้บอกอะไรได้หลายอย่าง อย่างแรกคือค่าตัวมูลค่า 30 ล้านปอนด์ กับเด็กวัยเพียง 18 ปี ! มันสะท้อนความมั่นใจของฝ่ายสรรหานักเตะที่มองเห็นศักยภาพระยะยาวภายในตัวของเด็กคนนี้ได้เป็นอย่างดี
สอง มันเป็นดีลที่เราเอาชนะทั้งรีล มาดริด และบาเยิร์น มิวนิค ที่ต่างก็จับตามองเด็กคนนี้อยู่ โดยไม่ต้องแย่งตัวกันแบบตึงเครียดในนาทีสุดท้ายของตลาด และสามคือมันวางรากฐานให้สโมสรมีผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่เติบโตมากับปรัชญาการเล่นบอลจากแนวหลังได้ตรงตามความต้องการที่วางเอาไว้
ลูก้า บรูห์มันส์ อาจยังไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูแฟนบอลทั่วไปในวันนี้ แต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเด็กคนนี้อาจเริ่มเขียนบทแรกของเรื่องราวทั้งหมดที่แอนฟิลด์ และตอบข้อสงสัยของแฟนบอลเดอะค็อปได้ว่า ทำไมสโมสรจึงลงทุนกับเขาด้วยค่าตัวมหาศาลระดับนี้ .. หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ✅
ก็ยินดีต้อนรับ อย่างไม่เป็นทางกันแล้วกันนะ เจ้า ลูก้า บรูห์มันส์ 🙏❤️
Mcca LFC
31/08/2026
วันนี้ เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา, ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ จากมือหนึ่งผู้คว้า 5 แชมป์ สู่คนที่ถูกถีบออกจากทีมในวันเดียว !
หากอนุมานว่า ถ้า อลิสซอน เบ็คเกอร์ ทำพลาดจนเสียประตูในเกมถัดไป แล้ว อันโดนี่ อิราโอล่า ตัดสินใจดร็อปเขา ก่อนเซ็นผู้รักษาประตูเข้ามาทีเดียวสองคนเพื่อแทนที่ ?
มันคือเรื่องที่ฟังดูแทบจะเป็นไปไม่ได้
อลิสซอน คือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของโลก และเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ประสบความสำเร็จที่สุดของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกถือกำเนิดขึ้น แต่เมื่อ 25 ปีก่อน ลิเวอร์พูลเคยทำเรื่องที่ใกล้เคียงกันนี้มาแล้ว และคนที่ต้องรับชะตากรรมคือ ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์
ย้อนกลับไปปี 1999 ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของ เชราร์ อุลลิเยร์ ทำลายสถิติค่าตัวผู้รักษาประตูในอังกฤษด้วยการจ่าย 4 ล้านปอนด์คว้าตัวนายทวารชาวดัตช์มาจากวิเทสส์ อาร์เน็ม
ตัวเลขนั้นอาจดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 65 ล้านปอนด์ที่ลิเวอร์พูลจ่ายให้โรม่า เพื่อคว้าตัว อลิสซอน ในปี 2018 แต่ในเวลานั้น 4 ล้านปอนด์คือสถิติ
เวสเตอร์เฟลด์ เป็นหนึ่งในเจ็ดนักเตะที่ อุลลิเยร์ ดึงเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งใช้งบประมาณรวมราว 30 ล้านปอนด์เพื่อสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และเขาก็ได้รับตำแหน่งมือหนึ่งทันที
แต่ความจริงคือ ลิเวอร์พูลไม่ได้ต้องการ เวสเตอร์เฟลด์ เป็นตัวเลือกแรก เพราะแท้จริงแล้ว เป้าหมายแรกของพวกเขาคือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซาร์
ฟาน เดอร์ซาร์ เล่าให้ FourFourTwo ฟังว่า :
"ตอนที่ผมออกจากอาแจ็กซ์ในปี 1999 ผมเดินทางไปลิเวอร์พูล และคุยกับ อุลลิเยร์ ผมได้ชมสนามแอนฟิลด์ รวมถึงพบประธานสโมสร และนักเตะอีกสองสามคน ผมคิดอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อยูเวนตุสเข้ามา ผมรู้สึกว่าการไปเล่นที่อิตาลีน่าจะเป็นความท้าทายที่ใหญ่กว่า"
ฟาน เดอร์ซาร์ เลือกย้ายไปที่ยูเวนตุสด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ นั่นทำให้ลิเวอร์พูลหันไปหา เวสเตอร์เฟลด์ แทน และเรื่องราวนั้นเริ่มต้นจากเกมหนึ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นการออดิชันเสียด้วยซ้ำ
ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ ย้อนเล่าว่า : "เอ็ดวิน มีส่วนกับการย้ายทีมของผมจริงๆ ลิเวอร์พูลมีรายชื่อผู้รักษาประตูอยู่หลายคนเพื่อแทนที่ เดวิด เจมส์ ในปี 1999 และ เอ็ดวิน คือเป้าหมายอันดับหนึ่ง"
"พวกเขาเดินทางไปอัมสเตอร์ดัมเพื่อดูเขาเล่นให้อาแจ็กซ์เจอกับทีมของผม(วิเทสส์) เราชนะ 1-0 และผมเล่นได้ดี"
เมื่อ ฟาน เดอร์ซาร์ เลือกยูเวนตุส อุลลิเยร์ จึงเดินทางมาหา เวสเตอร์เฟลด์ ถึงอพาร์ตเมนต์ในเมืองอาร์เน็ม
เวสเตอร์เฟลด์ เล่าต่อไปว่า : "ผมแทบไม่ต้องคิดอะไร ผมตอบตกลงทันที ผมเป็นแฟนลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว และเราเซ็นสัญญากันที่สนามบินในอัมสเตอร์ดัม"
"เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเดินทางไปบราซิลกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และได้ประเดิมสนามให้ทีมชาติพบกับบราซิล มันเป็นสัปดาห์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผม"
ฟาน เดอร์ซาร์ ยังแซวเพื่อนร่วมทีมชาติว่าเขาควรขอบคุณตัวเองเสียด้วยซ้ำที่ทำให้ เวสเตอร์เฟลด์ ได้ย้ายไปลิเวอร์พูล
สองปีต่อมา ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ 5 รายการ ขณะที่ ฟาน เดอร์ซาร์ ยังไม่ได้แชมป์อะไรกับยูเวนตุส ก่อนจะย้ายไปฟูแล่ม เวสเตอร์เฟลด์ จึงย้อนถามเพื่อนว่า : "ไม่เสียใจใช่ไหม เอ็ดวิน?"
ตอนนั้นไม่มีใครคิดว่าลิเวอร์พูลจะต้องเสียใจที่เลือก เวสเตอร์เฟลด์ เช่นกัน, อย่างน้อยก็ในช่วงแรก
เวสเตอร์เฟลด์ เข้ามาอยู่หลังแนวรับชุดใหม่ที่มี ซามี ฮูเปีย และ สเตฟาน อองโชซ์ เป็นคู่เซ็นเตอร์ ฤดูกาล 1999/00 เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 36 นัด เก็บคลีนชีตได้ 14 เกม มีเพียงเอ็ด เดอฮุย ของเชลซีที่ทำได้มากกว่า
เขาพลาดการได้ลงสนามครบทุกนัดเพราะใบแดงในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้เมื่อเดือนกันยายน 1999 เกมนั้นเขามีเรื่องกับ ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส ถึงขั้นถูกไล่ออกจากสนามทั้งคู่
เวสเตอร์เฟลด์ เล่าว่า : "มันเป็นเกมที่น่าหงุดหงิด เราตามหลัง 0-1 ก่อนหน้านั้นผมมีปากเสียงกับ เจฟเฟอร์ส ไปแล้ว ผมเรียกเขาว่า 'เยอรมัน' ! หลังจากที่เขาล้มง่ายเกินไป ครึ่งหลังเราก็ทะเลาะกัน จนสุดท้ายโดนใบแดงทั้งคู่"
วันรุ่งขึ้น เวสเตอร์เฟลด์ ยังต้องเข้าพบ อุลลิเยร์ เขาคิดว่าคงโดนตำหนิแน่ๆ แต่กลับไม่ใช่ :
"วันรุ่งขึ้น อุลลิเยร์ เรียกผมไปที่ห้องทำงาน ผมคิดในใจว่า 'เอาล่ะ มาแล้วสินะ' ! แต่ อุลลิเยร์ บอกกับผมว่า 'แน่นอนว่าผมไม่ชอบเห็นนักเตะโดนใบแดง แต่คุณแสดงให้เห็นถึงบุคลิก คุณต้องรักษาสิ่งนี้เอาไว้ คุณแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความต้องการเอาชนะ เราเห็นได้เลยว่าดาร์บี้แมตช์มีความหมายกับคุณแค่ไหน และผมต้องการนักเตะแบบนี้' จากบทสนทนากับผู้จัดการทีมในครั้งนั้น มันทำให้ผมเดินออกจากห้องด้วยรอยยิ้มเลยล่ะ" เวสเตอร์เฟลด์ กล่าว
ลิเวอร์พูลจบฤดูกาลด้วยการเสียเพียง 30 ประตู น้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่ผลงานช่วงท้ายฤดูกาลทำให้พวกเขาพลาดตั๋วแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลต่อมาจึงกลายเป็นปีที่ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง
ลิเวอร์พูลคว้า ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และยูฟ่า คัพ ในฤดูกาลเดียว พร้อมคว้าสิทธิ์กลับไปเล่นแชมเปียนส์ลีก เวสเตอร์เฟลด์ ลงสนาม 61 จาก 63 เกมในฤดูกาลนั้น
ในนัดชิงลีก คัพ เขากลายเป็นฮีโร่ด้วยการเซฟจุดโทษของ แอนดี้ จอห์นสัน ในช่วงดวลจุดโทษ ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ เขาเล่าว่า :
"การได้เป็นผู้รักษาประตูที่โดดเด่นในช่วงดวลจุดโทษเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ผมจำได้ว่า แอนดี้ จอห์นสัน ประหม่ามากก่อนยิงลูกสำคัญ ผมรู้ว่าเขาชอบยิงไปมุมไหน และเขาก็ยิงไปทางนั้นจริงๆ หลังเซฟได้ ผมบ้าไปเลย"
ปีนั้นลิเวอร์พูลคว้า 5 แชมป์ แต่ในขณะที่ทีมกำลังเดินหน้าเต็มที่ อนาคตของเขา กลับเริ่มสั่นคลอน ! เมื่อข่าวลือเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ อุลลิเยร์ เริ่มหมดความอดทนกับ เวสเตอร์เฟลด์ ความผิดพลาดเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น
หนึ่งในนั้นคือเกมที่ลิเวอร์พูลพบเชลซีที่เขาชกบอลเข้าประตูตัวเอง อีกเกมคือรอบชิงยูฟ่า คัพ ที่ลิเวอร์พูลเอาชนะอลาเบส 5-4
ข่าวเรื่องการคว้าตัว เจอร์ซี ดูเด็ค และ คริส เคิร์กแลนด์ เริ่มดังขึ้น ! ลิเวอร์พูลเชื่อมโยงกับ เคิร์กแลนด์ มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2001 ด้วยซ้ำ
เวสเตอร์เฟลด์ จึงออกมาพูดถึงสถานการณ์นั้นว่า : "ผมได้รับการยืนยันจาก อุลลิเยร์ ว่าลิเวอร์พูลยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอให้ คริส เคิร์กแลนด์ ผมเชื่อในสิ่งที่ผู้จัดการทีมบอก และดีใจที่ได้ยินแบบนั้น"
"ตราบใดที่เราไม่ได้ซื้อ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซาร์ หรือ ปีเตอร์ ชไมเคิล ผมก็ไม่กังวล เพราะผมไม่สนใจว่าใครจะนั่งเป็นตัวสำรอง ผมมั่นใจในตัวเองมาก และจะไม่ยอมให้ใครแย่งตำแหน่งของผมไปตราบเท่าที่ผมยังมีสัญญากับลิเวอร์พูล"
คำพูดนั้นสะท้อนความมั่นใจของเขา แต่ก็สะท้อนอีกด้านหนึ่งเช่นกัน, เวสเตอร์เฟลด์ กำลังรู้สึกว่าตัวเองต้องต่อสู้กับเสียงวิจารณ์อยู่ตลอดเวลา เขาเคยยอมรับในปี 2000 ว่ามุกตลกเกี่ยวกับความผิดพลาดของตัวเองเริ่มส่งผลต่อสภาพจิตใจ :
"บางคนคิดว่าการล้อผู้รักษาประตูเป็นเรื่องสนุก แต่ผมเริ่มเบื่อแล้ว ถ้ามีใครทำแก้วเบียร์ตกอยู่ห่างจากผมสองเมตร คุณพนันได้เลยว่าจะมีคนฉลาดๆ สักคนถามว่า 'ใช่ เวสเตอร์เฟลด์หรือเปล่า?' แม้แต่บุรุษไปรษณีย์ยังเอาด้วย 'ระวังอย่าทำจดหมายหล่นนะ' เขาพูดแบบนั้นกับผมเลย ผมไม่ชอบคำพูดพวกนี้ และมันไม่ได้ช่วยในเรื่องของความมั่นใจเลย"
บางคนถึงขั้นบอกเขาว่าโชคดีที่มี ฮูเปีย กับ อองโชซ์ ยืนอยู่ข้างหน้า : "ทัศนคติแบบนั้นมันงี่เง่ามาก อีกคนบอกว่าเขาเป็นแฟนลิเวอร์พูลมาหลายปี แล้วถามผมว่าผมรู้จริงหรือเปล่าว่าการเป็นนักเตะลิเวอร์พูลหมายความว่าอย่างไร"
"ผมว่ามันเหลือเชื่อ และเป็นคำพูดที่ดูถูกกันมาก ผมไม่เคยมีปัญหากับคำวิจารณ์ ถ้ามันเป็นคำวิจารณ์ที่สมเหตุสมผล"
ฤดูกาล 2001/02 เริ่มต้นโดยไม่มี เวสเตอร์เฟลด์ ในเกมคัดเลือกแชมเปียนส์ลีกกับฮาก้า และเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดฤดูกาลกับเวสต์แฮม เขากลับมาเป็นตัวจริงในเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ซึ่งลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ได้ทั้งสองรายการ
จากนั้นเขาได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาลที่พบโบลตัน และเกิดความผิดพลาด ! ลูกยิงไกลของ ดีน โฮลด์สเวิร์ธ ไหลลอดตัวเขาเข้าไปในช่วงท้ายเกม และลิเวอร์พูลแพ้ 1-2
แม้ อุลลิเยร์ จะออกมาบอกกับทีมว่าอย่าโทษ เวสเตอร์เฟลด์ แต่ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลก็กำลังหาผู้รักษาประตูคนใหม่
แล้ววันที่ 31 สิงหาคม 2001 ก็มาถึง.. มันเป็นวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย และลิเวอร์พูลเซ็นสัญญากับ เจอร์ซี ดูเด็ค จากนั้นยังเซ็น คริส เคิร์กแลนด์ เพิ่มอีกคน เป็นสองคน ในวันเดียวกัน
เชราร์ อุลลิเยร์ กล่าวว่า : "เป้าหมายของเราคือการเสริมความแข็งแกร่งให้ทุกตำแหน่ง การได้ผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่มีอนาคตอย่าง เคิร์กแลนด์ รวมถึงผู้รักษาประตูทีมชาติที่มีประสบการณ์อย่าง ดูเด็ค จะช่วยยกระดับทีมของเราอย่างมาก"
สำหรับ เวสเตอร์เฟลด์ นั่นไม่ใช่การเสริมทีม แต่มันคือการตัดสินชะตาของเขา และที่เลวร้ายที่สุดคือ เขาไม่ได้รู้ตัวมาก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น : "ผมโกรธมากจนคิดจะเลิกเล่นฟุตบอล"
เวสเตอร์เฟลด์ กำลังรับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ตอนที่ข่าวการย้ายทีมของ ดูเด็ค และ เคิร์กแลนด์ มาถึง เขาแทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน :
"ผมเสียใจ และโกรธมาก อุลลิเยร์ เคยสัญญาว่าผมจะเป็นมือหนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมต้องการคุยกับผู้จัดการทีมก่อนเกมนัดต่อไป ถ้าคุณซื้อใครสักคนด้วยเงินจำนวนมาก คุณคงไม่คิดว่าเขาจะนั่งเป็นตัวสำรองหรอก"
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ และรอคำตอบ เพราะเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น อุลลิเยร์ ยังบอกเขาว่าเขาคือมือหนึ่ง เวสเตอร์เฟลด์ ถึงขั้นโทรศัพท์ไปปรึกษา ฟาน เดอร์ซาร์
เวสเตอร์เฟลด์ กล่าวต่อไปว่า : "ตามคำพูดของ อุลลิเยร์ ผมเปิดเผยความลับในห้องแต่งตัว และเขาบอกว่าผมพูดมากเกินไป แต่ผมพูดถึงสโมสรในแง่ดีมาตลอด และไม่เคยเปิดเผยความลับอะไรเลย"
เมื่อกลับจากภารกิจทีมชาติ เขาเดินเข้าไปคุยกับ อุลลิเยร์ แล้วได้รับคำตอบที่เลวร้ายที่สุดกลับมาว่า :
"เขาบอกผมว่าผมคือผู้รักษาประตูอันดับสามของทีม เขาบอกว่าผมยังสามารถซ้อมกับทีมชุดใหญ่ได้ แต่วันเสาร์ผมจะต้องนั่งบนอัฒจันทร์ ผมโกรธมาก เรามีความคิดเห็นต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะกลับไปคุยกันอีกแล้ว ตั้งแต่นี้ไป ผมจะหาสโมสรใหม่ ผมไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ลิเวอร์พูลต่อ ตราบใดที่ อุลลิเยร์ ยังเป็นผู้จัดการทีม"
และนั่นคือจุดจบของเขาที่แอนฟิลด์ เขาไม่เคยลงเล่นให้ลิเวอร์พูลอีกเลย, หลายปีต่อมา เวสเตอร์เฟลด์ ย้อนเล่าเหตุการณ์นั้นให้ FourFourTwo ฟังว่า :
"ผมไม่อยากเชื่อเลย ผมบอกเขาว่าผมลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมากกว่า 100 เกม และคว้า 5 แชมป์ในหนึ่งปี เขาบอกว่าเขาต้องการผู้รักษาประตูที่ไม่ทำพลาด ผมจึงตอบกลับเขาไปว่า 'คุณจะไม่พบผู้รักษาประตูแบบนั้นหรอก ฟังนะ คุณจะไม่พบผู้รักษาประตูที่ไม่เคยทำพลาด"
ประโยคสั้นๆ แต่บอกทุกอย่าง เพราะผู้รักษาประตูไม่มีทางไม่พลาด คำถามจึงไม่ใช่ว่าเขาจะพลาดหรือไม่ แต่คือหลังจากพลาดแล้ว สโมสรจะมองเขาอย่างไร สำหรับ เวสเตอร์เฟลด์ ลิเวอร์พูลเลือกมองเขาเป็นอดีต
"ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจ" เวสเตอร์เฟลด์ให้สัมภาษณ์กับ Planet Football
"ตั้งแต่วันแรก อุลลิเยร์ บอกผม และบอกสื่อว่าผู้รักษาประตูต้องใช้เวลาปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษ ผมโดนวิจารณ์เหมือนผู้รักษาประตูทุกคน เพราะตำแหน่งนี้ต้องเจอแรงกดดันมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อเล่นให้ลิเวอร์พูล ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองรับแรงกดดันไม่ไหว แต่ผมได้ยินเสียงวิจารณ์เหล่านั้น"
เขามองว่าตัวเองกำลังพัฒนาขึ้นด้วยซ้ำ, ปีแรก ลิเวอร์พูลมีแนวรับดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก ปีที่สอง พวกเขาคว้าแชมป์สามถ้วย แต่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวกลับเปลี่ยนสถานะของเขา :
"ผมทำพลาดหนึ่งครั้ง จากนั้นเดินทางไปเล่นให้ทีมชาติ และลิเวอร์พูลซื้อผู้รักษาประตูเข้ามาสองคนแทนที่จะเป็นหนึ่ง มันเป็นเรื่องหนักสำหรับผมมาก ถ้าพวกเขาซื้อมาแค่คนเดียว ต่อให้เป็น ดูเด็ค ผมก็ยังสู้เพื่อตำแหน่งของตัวเองได้
แต่เมื่อมีสองคนเข้ามา เรื่องก็จบลง พวกเขาไม่แม้แต่จะพาผมไปมีส่วนร่วมในเกมแชมเปียนส์ลีกนอกบ้านในฐานะผู้รักษาประตูอันดับสาม ตอนนั้นคุณรู้ทันทีว่าตัวเองคือมือสี่ มันเป็นฝันร้าย ไม่มีอะไรให้ผมทำต่อเลย ไม่มีโอกาสกลับมาอีก พวกเขาทำให้มันชัดเจนมาก ผมคิดว่ามันโหดร้าย แต่คุณจะทำอะไรได้ล่ะ ? ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้"
เวสเตอร์เฟลด์ ย้ายออกจากลิเวอร์พูล ในเดือนธันวาคม 2001 โดยเซ็นสัญญากับรีล โซเซียดาด ด้วยค่าตัว 3.4 ล้านปอนด์
แต่ก่อนหน้านั้น เขาเคยคิดจริงจังถึงการแขวนถุงมือ : "ช่วงเวลานั้นมืดมนที่สุดในอาชีพของผม ตลาดซื้อขายเพิ่งปิด และผมต้องนั่งดูเกมในบ้านจากอัฒจันทร์ แถมไม่ได้เดินทางไปเล่นแชมเปียนส์ลีกด้วย"
หลายปีต่อมา เขาจึงได้รู้เหตุผลว่าทำไมลิเวอร์พูลถึงเซ็นผู้รักษาประตูสองคนในวันเดียว เดิมทีสโมสรต้องการเพียง ดูเด็ค แต่เกิดปัญหาขึ้นระหว่างการตรวจร่างกาย ลิเวอร์พูลจึงต้องการยกเลิกการย้ายทีม
ทว่าเฟเยนูร์ดยืนยันให้ดีลเดินหน้าต่อ ลิเวอร์พูลจึงหันไปคว้า เคิร์กแลนด์ จากโคเวนทรีด้วย แต่สำหรับ เวสเตอร์เฟลด์ เหตุผลนั้นไม่ได้ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นสมเหตุสมผลขึ้นเลย :
"ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ให้ผมสู้เพื่อตำแหน่ง แทนที่จะทำแบบนั้น อุลลิเยร์ กลับถีบผมออกไปอย่างไร้ความปรานี ผมถึงขั้นคิดจะเลิกเล่นฟุตบอลด้วยซ้ำ"
จากความแค้น สู่การให้อภัย, เวลาผ่านไปหลายปี ความรู้สึกของ เวสเตอร์เฟลด์ ที่มีต่อ อุลลิเยร์ ค่อยๆเปลี่ยนไป ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้งในเกมการกุศลของทีมตำนานลิเวอร์พูล อุลลิเยร์ เดินเข้ามากอดเขา และทักทายเหมือนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน
เวสเตอร์เฟลด์ ยอมรับว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยเกลียดชายคนนี้มาก แต่ภรรยาของเขาช่วยทำให้มุมมองเปลี่ยนไป :
"ผมไม่ชอบ อุลลิเยร์ อยู่เป็นเวลานาน แต่ภรรยาของผมบอกว่า 'จงขอบคุณเขาที่พาคุณไปสู่สโมสรในฝัน คุณได้เล่นให้ลิเวอร์พูลก็เพราะเขา' ! ผมจึงเลือกยึดติดกับความคิดนั้น"
บางที นั่นอาจเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องราวของ ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ กับลิเวอร์พูล เขาไม่ได้จากแอนฟิลด์ในแบบที่ต้องการ ไม่ได้รับโอกาสต่อสู้เพื่อตำแหน่ง ไม่ได้รับคำอธิบายที่เขาคิดว่าสมควรได้รับ
และในคืนหนึ่ง ชีวิตของเขาจากมือหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์ 5 ใบ กลายเป็นผู้รักษาประตูอันดับสี่โดยแทบไม่มีโอกาสแก้ตัว แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังได้ใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตกับลิเวอร์พูล
หลังย้ายออกไป เขาเล่นให้รีล โซเซียดาด, พอร์ทสมัธ, อัลเมเรีย, สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม, มอนซา และอาแจ็กซ์ เคปทาวน์ ก่อนแขวนถุงมือในปี 2013
และยังมีเรื่องที่ฟังดูย้อนแย้งที่สุดในอาชีพหลังการอำลาลิเวอร์พูลของเขา เขาเคยย้ายไปเล่นให้ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2005 เวสเตอร์เฟลด์ นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่พอร์ทสมัธ หลังจากที่ แฮร์รี เรดแนปป์ เข้ามาปรับทีมใหม่
วันหนึ่งเขากำลังนั่งแท็กซี่ไปดูเชลซีพบบาร์เซโลน่า แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายคือ เดวิด มอยส์ :
"ผมต้องการผู้รักษาประตู คุณช่วยผมได้ไหม?" มอยส์ กล่าวในไทม์ไลน์นั้น
เอฟเวอร์ตันมีผู้รักษาประตูติดโทษแบนสองคน อีกคนบาดเจ็บ มอยส์ จึงขอยืมตัวเขามาช่วยทีมหนึ่งเดือน คำตอบแรกของ เวสเตอร์เฟลด์ คือ : "ได้สิ แน่นอนเลย" !
แต่ทันทีที่วางสาย เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า : "ฉิหายแล้ว ผมกำลังจะไปเอฟเวอร์ตัน!"
เขาไม่รู้ว่าจะได้รับการต้อนรับแบบไหน แต่กลับไม่มีปัญหาอะไรเลย แฟนเอฟเวอร์ตันต้อนรับเขาอย่างดีตั้งแต่วันแรก แฟนลิเวอร์พูลเองก็ไม่ได้โกรธเขา เพราะทุกคนรู้ว่า เวสเตอร์เฟลด์ ไม่ได้เป็นคนเลือกเดินจากแอนฟิลด์ไป เขาถูกบังคับให้เดินออกมา
บางทีฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ ผู้รักษาประตูอาจพลาดหนึ่งครั้ง ผู้จัดการทีมอาจเปลี่ยนใจหนึ่งครั้ง และสโมสรอาจตัดสินใจครั้งเดียว
แต่สำหรับคนที่ยืนอยู่ระหว่างเสาประตู การตัดสินใจนั้นอาจเปลี่ยนทั้งอาชีพ
ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ รู้เรื่องนี้ดีที่สุด เพราะ 25 ปีก่อน เขาเคยเป็นมือหนึ่งของลิเวอร์พูล และในวันเดียวกันนั้นเอง เขาก็กลายเป็นคนที่สโมสรไม่ต้องการอีกต่อไป
Mcca LFC
31/08/2026
ความคืบหน้าเรื่อง ลุคก้า บรูห์มันส์ กับ ลิเวอร์พูล :
มีข้อมูลเพิ่มเติมจาก ชาช่า ทาโวริเอรี่ "ที่อ้างว่า" ลุคก้า บรูห์มันส์ นายทวารชาวเบลเยียมกำลังเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการตรวจร่างกาย เนื่องจากเวลาที่เหลือในตลาดซื้อขายกำลังบีบเข้ามาทุกที !
ค่าตัวของผู้รักษาประตูรายนี้จะอยู่ที่ 30 ล้านปอนด์
สถานการณ์ของ บรูห์มันส์ ยังขึ้นอยู่กับอนาคตของ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ หากนายทวารชาวจอร์เจียตัดสินใจย้ายไปเล่นกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ บรูห์มันส์ จะย้ายเข้าร่วมทีมลิเวอร์พูลในทันที
แต่ถ้า มามาร์ดาชวิลี่ ไม่ได้ย้ายออกจากแอนฟิลด์ในตลาดรอบนี้ คาดว่า บรูห์มันส์ จะอยู่กับสโมสรเกงค์ในรูปแบบการยืมตัวหนึ่งฤดูกาล
พูดง่ายๆคือ ลิเวอร์พูลเดินเกมเผื่อไว้สองทางนั่นล่ะ
[ รออัปเดตเพิ่มเติม เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ]
Mcca LFC
31/08/2026
ตำแหน่งกองกลางของ โดมินิก โซบอสซ์ไล กำลังถูกตั้งคำถามจากแฟนบอลลิเวอร์พูลมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนเริ่มเรียกร้องให้ อันโดนี่ อิราโอล่า เปลี่ยนบทบาทของเขา !
ฤดูกาล 2025/26 โซบอสซ์ไล คือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูล หรืออาจพูดได้เต็มปากว่าเขาคือคนที่ดีที่สุดของทีมด้วยซ้ำ ในวันที่เพื่อนร่วมทีมหลายคนต้องดิ้นรนกับฟอร์มการเล่น ดาวเตะฮังการีกลับรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ได้แทบตลอดทั้งปี
เขายังเป็นคนยิงจุดโทษสำคัญช่วงท้ายเกม ช่วยให้ลิเวอร์พูลเสมอนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในเกมเปิดฤดูกาล ทว่าหลังผ่านไปเพียงสองนัดแรกของซีซั่นใหม่ โซบอสซ์ไล กลับกลายเป็นหนึ่งในจุดที่น่ากังวลของทีม
อิราโอล่า ขยับเขาลงมาเล่นลึกกว่าเดิม และตรงนั้นเองที่ข้อจำกัดด้านเกมรับของ โซบอสซ์ไล ถูกเปิดให้เห็นชัดขึ้น เขาไม่ได้อ่านเกมรับได้ละเอียดพอสำหรับตำแหน่งที่ต้องคอยปิดพื้นที่หน้ากองหลัง แถมการยืนตำแหน่งของเขายังส่งผลต่อสมดุลของทีมโดยรวม
บนโลกออนไลน์ แฟนบอลลิเวอร์พูลจำนวนไม่น้อยจึงเริ่มมองไปไกลถึงขนาดว่า บางที โซบอสซ์ไล ควรไปเล่นแบ็กขวาอย่างถาวร น่าจะเกิดประโยชน์ต่อทีมมากกว่า !
การที่แฟนบอลบางส่วนเริ่มหันมาพูดถึง โซโบ ในฐานะแบ็กขวา ไม่ใช่เรื่องที่ลิเวอร์พูลควรดีใจมากนัก เพราะมันสะท้อนปัญหาอีกด้านของทีม โดยเฉพาะสถานการณ์ของ เจเรมี่ ฟริมปง ที่เริ่มกลายเป็นเครื่องหมายคำถามมากขึ้นไปทุกที
ถึงอย่างนั้น โซโบ ก็มีคุณสมบัติหลายอย่างที่ทำให้เขาเล่นตรงนั้นได้
ฤดูกาลก่อนเขาเคยถูกขยับไปยืนด้านขวาเป็นระยะ และเกมกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ก็แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเติมเกมขึ้นไปได้ดี มีพลังในการวิ่งทะลุแนวรับ และเปิดพื้นที่ริมเส้นให้ทีมได้อย่างมีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม โซโบ เพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่กับลิเวอร์พูล และคงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเชื่อว่าเขาตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับสโมสรแห่งนี้เพื่อกลายเป็นแบ็กขวาอย่างเต็มตัว
สิ่งที่ อิราโอล่า ต้องแก้ให้ได้จึงน่าจะเป็นเรื่องบทบาทในแดนกลางมากกว่า บางทีคำตอบอาจไม่ได้ซับซ้อนถึงขั้นต้องจับเขาถอยไปเป็นกองหลัง แต่อาจเป็นการขยับกลับไปเล่นทางขวาในแนวรุก
บทบาทลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเจ้าตัว และลิเวอร์พูลเองก็เคยใช้แนวทางใกล้เคียงกันในอดีต ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2005/06 สมัยที่ ราฟาเอล เบนิเตซ เคยวาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไปไว้ทางฝั่งขวา
สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนหลังผ่านสองเกมแรกคือ ลิเวอร์พูลไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์ในแดนกลางดำเนินต่อไปแบบนี้ได้
ทีมกำลังขาดการควบคุมพื้นที่ คู่แข่งเจาะผ่านแดนกลางได้ง่ายเกินไป และเมื่อ โซบอสซ์ไล ต้องรับผิดชอบเกมรับในตำแหน่งที่ไม่ใช่จุดแข็งของตัวเอง ปัญหาก็ยิ่งชัดขึ้น
บางทีการแก้ปัญหาอาจไม่ใช่การเปลี่ยนตัวนักเตะ แต่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งของทีม
สำหรับ อันโดนี่ อิราโอล่า นี่คือโจทย์ที่ต้องตอบให้ได้ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปไกลกว่านี้
[ วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือไม่ต้องคิดเยอะค่ะ นำเข้าแบ็กขวาแบบพร้อมใช้งานซักคน และทำความเข้าใจกับ โซโบ โดยตรงว่าเขาควรมีบทบาทอย่างไรในสนาม คุณภาพเขามีอยู่แล้ว แค่กำหนดว่ากองกลางแต่คนควรยึดหน้าที่ใดเป็นภารกิจหลัก และเล่นอย่างไร เพื่อทีมจะได้ประโยชน์จากเขา และปิดจุดอ่อนของเขาได้มากที่สุด ]
Mcca LFC