Mcca LFC

Directions

Mcca LFC Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Mcca LFC, Sports League, จ. น่าน, London.

ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งข่าวสารของสโมสรลิเวอร์พูล แฟนเพจแห่งนี้ เน้นข่าวอัปเดตของทีม โดยจะเน้นที่บทสัมภาษณ์ของนักเตะ, ผจก.ทีม และคำพูดของสื่อที่ให้สัมภาษณ์โยงกับทีมเราเป็นหลัก, แอดมินเพจชื่ออังนะคะ Ynwa ❤️🙏

เจเรมี่ ฌาคเกต์ พูดถึงการรับมือเบรนท์ฟอร์ดในวันนี้ :"เกมนี้สำคัญสำหรับเรามาก ผู้จัดการทีมบอกพวกเราแล้วว่า เราต้องเจอกับเ...
17/10/2026

เจเรมี่ ฌาคเกต์ พูดถึงการรับมือเบรนท์ฟอร์ดในวันนี้ :

"เกมนี้สำคัญสำหรับเรามาก ผู้จัดการทีมบอกพวกเราแล้วว่า เราต้องเจอกับเกมที่หนักหน่วง และต้องสู้กันทุกพื้นที่ในสนาม ถึงจะมีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก แต่เราก็ซ้อมกันอย่างเต็มที่ และพร้อมสำหรับเกมๆนี้แล้ง

ผมคิดว่าเราแสดงให้เห็นแล้วในเกมที่ออสเตรียว่า เรากลับมาตั้งหลักได้ดีแค่ไหน ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการกลับมาคว้าชัยชนะให้ได้อีกครั้ง คราวนี้ต้องทำให้ได้ในพรีเมียร์ลีก

ส่วนตัวผมหวังว่าจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนี้ต่อไปได้ ช่วงที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แม้ฤดูกาลจะเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นานก็ตาม ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองให้สูงอยู่เสมอ

การปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีกเหรอ ? มีหลายอย่างที่แตกต่างกันอยู่เหมือนกัน แต่สำหรับผม สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเข้มข้นในการดวลกัน และการต่อสู้แบบตัวต่อตัว ไม่ใช่ความเข้มข้นของเกมโดยรวมตลอดทั้ง 90 นาทีหรอกนะ แต่เป็นการที่เราต้องรับมือกับสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวมากขึ้นตลอดทั้งเกม" เจเรมี่ ฌาคเกต์ กล่าว


Mcca LFC

อันโดนี อิราโอลา ยืนยันว่า ลิเวอร์พูลกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยให้ ริโอ เอ็นคูโมฮา เติบโตไปถึงขีดสุดของศักยภาพที่มีอยู...
17/10/2026

อันโดนี อิราโอลา ยืนยันว่า ลิเวอร์พูลกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยให้ ริโอ เอ็นคูโมฮา เติบโตไปถึงขีดสุดของศักยภาพที่มีอยู่ในตัว พร้อมยกย่องแข้งวัย 18 ปีรายนี้ว่าเป็นนักเตะระดับหัวกะทิ และมองว่าการก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษตั้งแต่อายุเท่านี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ

ริโอ ฉลองวันเกิดอายุครบ 18 ปี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนสร้างชื่อด้วยการเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับสามที่ลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษในเกมอย่างเป็นทางการ ต่อจาก จู๊ด เบลลิงแฮม และ เวย์น รูนีย์ หลังจากได้รับโอกาสลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่อังกฤษเอาชนะเช็กเกีย 2-0 เมื่อช่วงปลายเดือนก่อน

ผลงานของเจ้าหนูรายนี้ยังโดดเด่นต่อเนื่อง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เขามีส่วนช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกไปเอาชนะลาสก์ 6-3 ถึงประเทศออสเตรีย

อิราโอล่า ยอมรับว่า จุดเด่นของอดีตปีกเชลซีรายนี้เห็นได้ชัดอยู่แล้ว โดยเฉพาะความสามารถในการดวลตัวต่อตัวที่ทำให้แนวรับคู่แข่งรับมือได้ยาก ทว่าสิ่งที่สโมสรต้องการคือการต่อยอดพรสวรรค์เหล่านั้น พร้อมเติมเต็มส่วนที่ยังขาดหายไป

อิราโอล่า กล่าวว่า : "ผมคิดว่าเขารู้ดีว่าตัวเองมีคุณภาพในระดับที่เป็นเลิศในบางด้าน หากคุณต้องเลือกนักเตะสักคนเพื่อดวลตัวต่อตัว ริโอ คือหนึ่งในคนแรกๆที่คุณจะนึกถึง เพราะเขารับมือได้ยากมาก"

"ยังมีบางเรื่องที่เขาต้องพัฒนา โดยเฉพาะตอนที่ทีมไม่มีบอล เขาต้องปรับตัวให้เข้ากับความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีก ทั้งในเรื่องการปะทะ และการดวลกับคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเตะซึ่งก้าวขึ้นมาจากระดับเยาวชนต้องเจออยู่แล้ว

ตอนเล่นระดับเยาวชน คุณมักเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าคนอื่น แต่เมื่อก้าวขึ้นมาเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งมากๆ การเอาชนะในการดวลเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงอย่างนั้น ริโอ ก็พัฒนาขึ้นมาก

ร่างกายของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้น และผมคิดว่าตอนนี้เขาอยู่ในจุดที่ดี ผมเคยเห็นเขาเล่นมาก่อน และเราเคยเจอกับเขาสมัยที่ผมคุมบอร์นมัธด้วย สำหรับเรา การมี ริโอ อยู่ในทีมถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเขาเพิ่งอายุครบ 18 ปีเท่านั้น"

อิราโอล่า ยังมองว่า การที่ ริโอ ได้รับโอกาสสัมผัสเกมระดับทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นของเจ้าตัว :

"เขาได้ลงเล่นให้ทีมชาติไปแล้ว และนั่นไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับนักเตะวัยนี้ โดยทั่วไปแล้ว คุณมักจะเริ่มเล่นให้ทีมชาติเมื่ออายุย่างเข้าสู่วัยยี่สิบ ผ่านการเติบโต และมีวุฒิภาวะมากขึ้นในระดับหนึ่ง

เราต้องช่วยเขา ต้องพูดว่ามันถือเป็นเรื่องที่โชคดีสำหรับเรานะ เขายังไม่ใช่นักเตะที่พัฒนาจนสมบูรณ์แล้ว แต่เขายังเก่งขึ้นได้อีก เพราะเพิ่งอายุ 18 ปี ผมหวังว่าเราจะช่วยให้เขาผ่านกระบวนการพัฒนาเหล่านี้ไปได้" อันโดนี่ อิราโอล่า กล่าว

เราจะดวลกับเบรนท์ฟอร์ดในศึกพรีเมียร์ลีก, คืนนี้ 21.00 น.


Mcca LFC

รู้หรือไม่ว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ เจสัน คูมาส เคยเป็นคู่หูในแดนกลางของทีมเยาวชนลิเวอร์พูลมาก่อน ?สมัยนั้น เจอร์ราร์ด ...
16/10/2026

รู้หรือไม่ว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ เจสัน คูมาส เคยเป็นคู่หูในแดนกลางของทีมเยาวชนลิเวอร์พูลมาก่อน ?

สมัยนั้น เจอร์ราร์ด เป็นกองกลางที่วิ่งขึ้นลงทั่วสนาม คอยประคองสมดุลของทีมจากตำแหน่งที่ลึกกว่า ขณะที่ เจสัน ได้รับอิสระให้เติมเกมรุกอย่างเต็มที่ เจ้าตัวยังเคยยอมรับด้วยซ้ำว่า คนที่ไม่ค่อยคิดจะลงมาช่วยเกมรับน่ะคือตัวเขาเอง

แต่เส้นทางของทั้งคู่กลับแยกจากกัน เจสัน ย้ายไปทรานเมียร์ โรเวอร์ส เพราะไม่ชอบถูกจับไปเล่นริมเส้น ส่วน เจอร์ราร์ด ยังคงอยู่กับลิเวอร์พูล และกลายเป็น... สตีเว่น เจอร์ราร์ด อย่างที่เรารู้จักกัน

เวลาผ่านไปหลายสิบปี ลูอิส คูมาส ลูกชายของ เจสัน เติบโตมาจากอคาเดมีของทรานเมียร์ ก่อนเดินทางย้อนรอยเส้นทางของผู้เป็นพ่อ โดยเลือกที่จะมุ่งหน้าสู่ลิเวอร์พูล

สัปดาห์นี้ ลูอิส ในวัย 21 ปี กลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูลคนที่สองซึ่งอายุไม่เกิน 21 ปี ที่ทั้งยิงประตู และทำแอสซิสต์ในเกมๆเดียวของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกได้

ลูอิส คูมาส พูดถึงเกมกับลาสค์ลินซ์ที่ผ่านมาว่า :

"พูดตามตรง ผมแทบไม่ได้นอนเลย เอาแต่คิดถึงจังหวะนั้นซ้ำไปซ้ำมา ผมรู้สึกว่าตัวเองยิงได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ผู้รักษาประตูตัวใหญ่มาก แถมยังยืนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องพอดี

ผมรู้ว่า อเล็กซ์(อิซัค)จะกลับมาซ้อมได้ในเร็วๆนี้ ส่วน โคดี้ ก็น่าจะฟิตกลับมาในไม่ช้า ผมมีหน้าที่ต้องเดินหน้าต่อไป พยายามคว้าทุกโอกาสที่ได้รับให้ได้ นั่นเป็นโอกาสเดียวที่ผมมีในเกมนี้ และผมก็คิดตามตรงว่าตัวเองยิงได้ดีสุดๆแล้ว แต่ถ้าสุดท้ายบอลมันไม่เข้าประตู ผมคงจะผิดหวังมากจริงๆ"

ลูอิส คูมาส ยังพูดถึงการได้รับแจ้งว่าเขาทำลายสถิติของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ว่า : "จริงเหรอ ? นี่เป็นสถิติอย่างเป็นทางการแล้วใช่ไหม? ไม่เลวเลยนะ แล้วการได้มีชื่ออยู่เคียงข้างคนอย่างเขาก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย ว้าว ! นี้คือเรื่องระดับตำนานชัดๆ ผมอยากทำแบบนี้ให้ได้อีก"

"นี่ก็เป็นหน้าที่ของผมด้วย ผมต้องทำประตู และแอสซิสต์ให้ได้ ก่อนหน้านี้ผมยังไม่มีผลงานแบบนั้นเลย จนกระทั่งเกมกับลินซ์ การทำได้ทั้งสองอย่างจึงสำคัญกับผมมาก" ลูอิส คูมาส กล่าว


Mcca LFC

เจเรมี่ ฌาคเกต์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของลิเวอร์พูล จากการโหวตของแฟนบอล ✅ฌาคเกต์ กล่าวว่า : "มันเป็นความรู้...
16/10/2026

เจเรมี่ ฌาคเกต์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของลิเวอร์พูล จากการโหวตของแฟนบอล ✅

ฌาคเกต์ กล่าวว่า : "มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากที่แฟนบอลเลือกผม ผมอยากขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคน รวมถึงแฟนบอลที่มอบรางวัลนี้ให้ ผมมีความสุขมากจริงๆ"

อลิสซอน เบ็คเกอร์ กับความรู้สึกที่มีชื่ออยู่ในหนังสือรวมสุดยอดนักเตะตลอดกาลของลิเวอร์พูล :

“ขอบคุณมากนะ ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ มีนักเตะชั้นยอดมากมายอยู่ในนั้น การได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สโมสรแห่งนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ผมไม่คิดว่าจะมีรายชื่อไหนที่ทำให้ทุกคนพอใจได้ทั้งหมด เพราะนักเตะแต่ละคนต่างมีคุณภาพ มีความสำเร็จเป็นของตัวเองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักเตะในยุคปัจจุบันหรือคนที่สร้างประวัติศาสตร์ไว้ในอดีต ทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่น่าจดจำ

ผมรู้สึกดีใจมาก ที่ได้อยู่ในรายชื่อนี้ สำหรับเด็กคนหนึ่งที่เดินทางมาจากโนโว ฮัมบูร์โก เมืองที่อยู่ห่างไกล การได้มายืนอยู่ตรงนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก ขอบคุณจริงๆ" อาลี กล่าว

โจ โกเมซ ยอมรับว่าประหลาดใจ หลังมีชื่ออยู่ในหนังสือเล่มเดียวกัน : "พูดตามตรง ผมค่อนข้างตกใจเลย แต่ก็เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ผมไม่เคยมองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ได้มาแล้วจะมองข้ามไปได้"

"มันมีความหมายกับผมมาก ผมอยู่กับสโมสรแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ลิเวอร์พูลกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผมไปแล้ว สักวันหนึ่งผมจะหยิบหนังสือเล่มนี้ให้ลูกๆดู แล้วบอกพวกเขาว่าครั้งหนึ่งพ่อเคยเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแห่งนี้ ใช่ มันมีความหมายกับผมมากจริงๆ"

ส่วน โดมินิก โซบอสซ์ไล แอบแซวเพื่อนร่วมทีม เมื่อเห็นรายชื่อในหนังสือว่า : "รู้ไหมว่าอะไรทำให้ผมรู้สึกดีเป็นพิเศษเวลาเปิดหนังสือเล่มนี้ ? ผมมีชื่ออยู่เหนือแม็คก้าไงล่ะ ! สุดยอดไปเลย!" 😅


Mcca LFC

ลินดา ปิซซูติ เฮนรี เปิดใจถึง 16 ปีแห่งความผูกพันกับลิเวอร์พูลเธอกล่าวว่า : "16 ปีที่ผ่านมามีความหมายกับครอบครัวเรามากกว...
16/10/2026

ลินดา ปิซซูติ เฮนรี เปิดใจถึง 16 ปีแห่งความผูกพันกับลิเวอร์พูล

เธอกล่าวว่า : "16 ปีที่ผ่านมามีความหมายกับครอบครัวเรามากกว่าที่เคยคิดไว้"

"ตอนที่ จอห์น กับฉันได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของลิเวอร์พูล ภายใต้การบริหารของเฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป เมื่อปี 2010 ฉันไม่เคยรู้เลยว่าสโมสรแห่งนี้ เมืองแห่งนี้ และแฟนบอลทุกคน จะกลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตครอบครัวของเรามากขนาดไหน

16 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ เราปิดดีลเข้าซื้อสโมสรอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม ส่วนเกมแรกที่ฉันได้เข้าไปชมที่สนามคือวันที่ 4 พฤศจิกายน นัดนั้นทีมเอาชนะนาโปลี 3-1 จากการทำแฮตทริกแบบสุดพิเศษของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

แฟนบอลลิเวอร์พูลให้การต้อนรับฉันอย่างอบอุ่น คอยสนับสนุน และช่วยให้ฉันได้เรียนรู้วัฒนธรรมของสโมสรเก่าแก่แห่งนี้ นับจากวันนั้น เราผ่านทั้งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้อย่างหนักไปด้วยกัน บนเส้นทางที่เราพยายามพาสโมสรกลับมายืนอยู่ในจุดที่ควรอยู่ เราเคยเจอความผิดหวังที่ยากจะทำใจ ได้พบ และร่วมงานกับผู้คนที่ยอดเยี่ยม ได้เห็นลูกๆเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรักที่มีต่อลิเวอร์พูล

เรายังได้ฉลองความสำเร็จไปพร้อมกับสโมสร ได้เห็นถ้วยรางวัลมากมายถูกนำกลับมาตั้งในตู้เกียรติยศ ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพที่ฉันชอบมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าตลอดเวลานับตั้งแต่ปี 2010 เราผ่านอะไรมาด้วยกันบ้าง

ฉันมีความสุขที่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และธรรมเนียมของสโมสรแห่งนี้ ได้ฟังเรื่องราวจากแฟนบอล ร้องเพลงไปพร้อมกับทุกคนที่แอนฟิลด์ และมีโอกาสทำความรู้จักกับพวกคุณมากมาย ไม่ว่าจะได้พบกันโดยตรงหรือรับฟังเรื่องราวผ่านช่องทางต่างๆ

แฟนบอลลิเวอร์พูลต้อนรับเรา กล้าตั้งคำถามกับเรา สร้างเสียงหัวเราะให้เรา และคอยย้ำเตือนอยู่เสมอว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้สโมสรแห่งนี้พิเศษไม่เหมือนใคร

ฉันภูมิใจอย่างยิ่งกับผู้คนมากมายที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อลิเวอร์พูลตลอดหลายปีที่ผ่านมา และรู้สึกขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่ร่วมเดินทางเคียงข้างครอบครัวของเรา ชุมชนแห่งนี้มีความหมายมากจริงๆ

16 ปีที่เดินเคียงข้างกันมา ฉันรู้สึกขอบคุณจากใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดนี้ร่วมกับพวกคุณ

You'll Never Walk Alone ❤️❤️❤️"


Mcca LFC

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลขึ้นชื่อเรื่องการคว้านักเตะในราคาย่อมเยามาปั้นจนกลายเป็นแข้งระดับ 100 ล้านปอนด์ แต่ปัญหาที...
16/10/2026

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลขึ้นชื่อเรื่องการคว้านักเตะในราคาย่อมเยามาปั้นจนกลายเป็นแข้งระดับ 100 ล้านปอนด์ แต่ปัญหาที่ อันโดนี่ อิราโอล่า และคนก่อนหน้าอย่าง อาร์เน่ สลอท กำลังเผชิญอยู่ในช่วงหลังกลับเป็นเรื่องตรงกันข้าม นักเตะที่ถูกซื้อเข้ามาด้วยค่าตัวเกิน 100 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ กลับยังทำผลงานไม่สมราคา

ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลทุ่มเงินทะลุหลัก 100 ล้านปอนด์ถึงสามครั้ง เพื่อคว้าตัว โฟลเรียน เวียร์ตซ์, อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ แบรดลีย์ บาร์โคล่า มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวรวมโบนัส 364 ล้านปอนด์

ทั้งสามคนลงสนามรวมกัน 92 นัด แต่ทำประตูได้เพียง 18 ลูก ตัวเลขนี้อาจฟังดูน่าผิดหวัง ทว่าก็ต้องมองให้รอบด้าน เพราะสถานการณ์ของแต่ละคนไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว

แฮตทริกของ บาร์โคล่า ในเกมกลางสัปดาห์แสดงให้เห็นว่าเขากำลังค่อยๆยกระดับผลงาน หลังจากที่ออกสตาร์ตได้ไม่ดีนัก ส่วน อิซัค ต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บจนลงสนามได้ไม่ต่อเนื่องเมื่อฤดูกาลก่อน แต่หลังผ่านช่วงเตรียมทีมอย่างเต็มรูปแบบ เขาก็ทำประตูได้เท่ากับผลงานตลอดฤดูกาลก่อนแล้ว

แล้ว เวียร์ตซ์ ล่ะ ? นับตั้งแต่ย้ายมา โฟล ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 39 นั่นจึงไม่อาจใช้เรื่องอาการบาดเจ็บมาเป็นข้ออ้างได้อีกต่อไป และตอนนี้เขาก็ไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ที่เพิ่งเดินเข้าประตูสโมสรมาเมื่อวาน

คืนวันพุธที่ผ่านมา โฟล โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกชนะแอลเอเอสเค แชมป์ลีกออสเตรีย 6-3 ก่อนหน้านั้นในศึกแชมเปียนส์ลีก เขาก็ทำผลงานเข้าตาในเกมพบแอตเลติโก้ มาดริดมาแล้ว

คำถามคือ เหตุใดฟอร์มในเวทียุโรปจึงยังไม่สามารถถ่ายทอดออกมาในพรีเมียร์ลีกได้ ? ทีมงานของลิเวอร์พูลกำลังวางแผนอย่างไรเพื่อดึงศักยภาพที่แท้จริงของเขาออกมา ? และบรรดาผู้เชี่ยวชาญในเยอรมนี รวมถึง เจอร์เกน คล็อปป์ มองปัญหานี้อย่างไร ?

ตลอดเวลาที่ลงสนาม โฟล แสดงให้เห็นถึงชั้นเชิง และพรสวรรค์เป็นระยะ แทบไม่มีเกมไหนที่เขาไม่เผยให้เห็นว่าตัวเองมีฝีเท้าดีเพียงใด แต่สิ่งที่ทำให้เขาถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้งคือการรักษามาตรฐานการเล่นให้คงเส้นคงวา

เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าวถึง เวียร์ตซ์ หลังเกมที่ทีมแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนว่า :

"เวียร์ตซ์ ไม่เคยทำให้รู้สึกเลยว่าเขากำลังจะยิงประตูได้ คุณไม่ได้เดินออกจากสนามแล้วคิดว่าเขาพลาดโอกาสทอง หรือทำให้ผู้รักษาประตูต้องออกแรงเซฟ เกมนี้(กับซิตี้)ไม่มีจังหวะไหนเลยที่คุณรู้สึกว่าเขาจ่ายบอลให้เพื่อนหลุดเข้าไปทำประตูได้ หรือเกือบจะยิงได้ เขาแทบไม่มีความอันตรายในการทำประตูเลย

เขาจำเป็นต้องหลุดออกจากทีม ลิเวอร์พูลเล่นได้ดีอยู่พักใหญ่ก่อนที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก จะโดนใบแดง แต่ทีมกลับสร้างโอกาสไม่ได้สักครั้ง และนั่นคือเหตุผลที่คุณซื้อ เวียร์ตซ์ เข้ามา แต่เขาไม่ได้ช่วยทีมในเกมรับ และก็ไม่ได้สร้างอะไรให้ทีมในเกมรุกเช่นกัน" คาร์ราเกอร์ กล่าว

เมื่อค่าตัวสูงถึง 116 ล้านปอนด์ เสียงวิจารณ์เช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อผลงานในสนามยังไม่ใกล้เคียงกับความคาดหวัง

นับตั้งแต่ เวียร์ตซ์ ย้ายมาเล่นในอังกฤษ มีนักเตะพรีเมียร์ลีกถึง 87 คนที่สร้างโอกาสทองได้มากกว่าเขา ตามสถิติของ Opta ขณะที่กองกลางชาวเยอรมันสร้างโอกาสทองได้เพียง 5 ครั้ง หรือเฉลี่ยหนึ่งครั้งต่อการลงเล่น 7.8 นัด

ลองเปรียบเทียบกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งสร้างโอกาสทองได้ถึง 34 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วน รายาน แชร์กี ที่ลิเวอร์พูลเคยให้ความสนใจ ก่อนจะย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วยค่าตัวที่ต่ำกว่าค่าตัวของ เวียร์ตซ์ ถึง 81 ล้านปอนด์ ก็สร้างโอกาสทองไปแล้ว 22 ครั้ง

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า เวียร์ตซ์ ยังห่างไกลจากบทบาทเพลย์เมกเกอร์ที่ลิเวอร์พูลคาดหวังไว้มากแค่ไหน

ย้อนกลับไปในฤดูกาลสุดท้ายกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เวียร์ตซ์ ทำไป 16 ประตู กับอีก 15 แอสซิสต์ ในฤดูกาล 2024-25 ส่วนฤดูกาล 2023-24 ซึ่งทีมคว้าแชมป์ลีก เขาทำได้ 18 ประตู และ 20 แอสซิสต์

เขาคือหัวใจสำคัญของทีมภายใต้การคุมทัพของ ชาบี อลอนโซ่ ที่จบฤดูกาลโดยไม่แพ้ใครในทุกรายการแข่งขันภายในประเทศ แม็กซิมิเลียน ค็อค หัวหน้าผู้สื่อข่าวของ Abendzeitung เคยกล่าวกับ Daily Mail Sport ถึง เวียร์ตซ์ ในช่วงเวลานั้นว่า :

"เขาควบคุมเกม และกำหนดจังหวะการเล่นได้ เขาทำให้ผมนึกถึง อันเดรส อิเนียสต้า เป็นนักเตะที่ฉลาดมาก และมีความคิดสร้างสรรค์สูง เขายังทำประตู และแอสซิสต์ได้ด้วย นั่นทำให้เขาเป็นนักเตะที่ครบเครื่อง"

แต่แฟนบอลลิเวอร์พูลยังไม่ได้เห็น เวียร์ตซ์ ในเวอร์ชันนั้นอย่างเต็มตา ความมั่นใจของเขาดูเหมือนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลายครั้งเจ้าตัวเล่นไปตามจังหวะของเกมโดยขาดความเด็ดขาด และมักตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะสำคัญ

บางครั้งควรจ่ายบอล เขากลับเลือกยิง บางครั้งควรตัดสินใจจบสกอร์ เขากลับมองหาเพื่อนเพื่อเล่นต่อ ตัวอย่างที่ชัดเจนเกิดขึ้นในเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อ เวียร์ตซ์ เลือกยิงทั้งที่ทำได้ไม่ดีนัก จนเพื่อนร่วมทีมแสดงความไม่พอใจออกมาให้เห็น มิลอส เคอร์เคซ สะบัดแขนด้วยความหงุดหงิด บาร์โคล่ากางแขนออก ส่วน กราเฟนแบร์ก ก็ถอนหายใจอย่างแรง !

ภาพเหล่านั้นอาจเป็นเพียงอารมณ์ชั่วขณะในสนาม แต่ก็สะท้อนความคาดหวังที่ทุกคนมีต่อผู้เล่นค่าตัวมหาศาลรายนี้ได้เป็นอย่างดี

การที่ไม่สามารถดึงศักยภาพจากนักเตะค่าตัวแพงออกมาได้ กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ อาร์เน่ สลอท ต้องเสียตำแหน่งกุนซือ หากเขาไม่ได้ใช้เงินถึง 446 ล้านปอนด์ หลังพาทีมคว้าแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน แฟนบอลอาจให้อภัยกับผลงานที่ตกลงไปมากกว่านี้ แต่เมื่อสโมสรลงทุนมหาศาล ความคาดหวังย่อมสูงตามไปด้วย ท้ายที่สุด แฟนบอลส่วนใหญ่หันหลังให้กุนซือชาวดัตช์ และต้องการเห็นเขาออกจากตำแหน่ง

อิราโอล่า ทำผลงานได้น่าประทับใจในหลายด้านนับตั้งแต่เข้ามารับงาน แต่จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไขปริศนา เวียร์ตซ์ ไม่สำเร็จ ทางเลือกหนึ่งคือการปรับเปลี่ยนผู้เล่นสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเพลย์เมกเกอร์ชาวเยอรมัน

ระบบของกุนซือชาวบาสก์ใช้กองกลางตัวรับหนึ่งคน กองกลางเบอร์ 8 หนึ่งคน และกองกลางตัวรุกหมายเลข 10 อีกหนึ่งคน ซึ่งตำแหน่งสุดท้ายเป็นของ เวียร์ตซ์ ทว่าบางช่วงของฤดูกาลนี้ คู่กองกลางที่ยืนลึกลงไปกลับทับพื้นที่กันเอง จนทำให้สมดุลของทีมเสียไป

เกมกับแอลเอเอสเคเมื่อวันพุธ ซึ่ง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ โดมินิก โซบอสซ์ไล ไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง กลายเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ แม็ค อัลลิสเตอร์ ได้พัก ส่วน โซบอสซ์ไล มีอาการบาดเจ็บ

การส่ง เทรย์ นีโอนี ลงเล่นร่วมกับ กราเฟนแบร์ก ทำให้แดนกลางของลิเวอร์พูลดูลงตัวขึ้น และเปิดพื้นที่ให้ เวียร์ตซ์ เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม แน่นอนว่า หลายคนอาจมองข้ามข้อสังเกตนี้ เพราะคู่แข่งเป็นเพียงแอลเอเอสเค แต่การจับคู่ระหว่าง นีโอนี กับ กราเฟนแบร์ก ก็ดูเหมือนช่วยแก้ปัญหาเรื่องสมดุลในแดนกลางได้จริง

เทรย์ กำลังมีลุ้นออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก ในเกมที่ลิเวอร์พูลจะไปเยือนเบรนท์ฟอร์ดวันเสาร์นี้ ขณะที่ กราเฟนแบร์ก จะติดโทษแบน และไม่สามารถลงเล่นได้

ไฮโก เนิดเดอเรอร์ หัวหน้าผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ Bild อธิบายถึงความแตกต่างที่ เวียร์ตซ์ ต้องเผชิญหลังย้ายจากเยอรมนีมาอังกฤษว่า :

"ความแตกต่างสำคัญระหว่างบุนเดสลีกากับพรีเมียร์ลีกคือพื้นที่ที่เขาได้รับ ตอนอยู่เลเวอร์คูเซน เขามักมีพื้นที่ให้เลี้ยงบอล และหาจังหวะยิงสวยๆได้มากกว่านี้ เขาจะปรับตัวได้ แต่ต้องใช้เวลานานกว่าที่พวกเราทุกคนคิดไว้ บางทีเมื่อมีผู้จัดการทีมคนใหม่ เขาก็ต้องเรียนรู้วิธีเล่นตามแนวทางของทีมอีกครั้ง ข้อได้เปรียบสำคัญของเขาคือความฉลาดในการเล่น และการเล่นบอลจังหวะเดียวที่ยอดเยี่ยม" ผู้สื่อข่าวของบิลด์ กล่าว

หากต้องการเห็น เวียร์ตซ์ ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด อิราโอล่า อาจต้องสร้างระบบโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง ที่เลเวอร์คูเซน เวียร์ตซ์ คือผู้เล่นคนสำคัญในระบบ 3-4-2-1 เขาได้รับอิสระในการเคลื่อนที่ เชื่อมเกม และสร้างสรรค์โอกาสในพื้นที่อันตราย โดยไม่ต้องคอยหลบทางให้เพื่อนร่วมทีม

ลองนึกถึงบทบาทที่ โคล พาลเมอร์ และ มอร์แกน โรเจอร์ส เคยได้รับภายใต้การทำงานของ อลอนโซ่ ที่เชลซี พวกเขาเป็นผู้เล่นที่ทีมเปิดพื้นที่ให้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่

แต่ที่ลิเวอร์พูล เวียร์ตซ์ กลับต้องเจอกับสถานการณ์ที่เพื่อนร่วมทีมเข้ามาใช้พื้นที่เดียวกัน จนบางครั้งเขาไม่สามารถเล่นในแบบที่ตัวเองถนัดได้ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในอังกฤษ ในเยอรมนีก็มีการถกเถียงกันอย่างมากว่าเหตุใด เวียร์ตซ์ จึงดูเล่นได้ดีขึ้นเมื่อ จามาล มูเซียล่า ดาวเด่นของบาเยิร์น มิวนิก ไม่ได้ลงสนาม

คำตอบส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่การแบ่งพื้นที่กันในสนาม เมื่อทั้งคู่ไม่ต้องแย่งพื้นที่กันเอง และไม่มีใครถูกบังคับให้ถ่างออกไปยืนริมเส้นฝั่งซ้าย พวกเขาก็มีอิสระที่จะเล่นในตำแหน่งที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า

อิราโอล่า ต้องการให้ เวียร์ตซ์ เล่นประสานงานกับ อิซัค อย่างใกล้ชิด โดยให้กองกลางชาวเยอรมันขยับเข้าไปใกล้กองหน้าชาวสวีเดน ดึงตัวประกบ เปิดพื้นที่ และเชื่อมเกมกันด้วยการเล่นต่อบอลสั้นในแบบที่กองหน้ากับเพลย์เมกเกอร์เคยทำกันมา

ก่อนที่ อิซัค จะได้รับบาดเจ็บ มีสัญญาณว่าทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ในสนามกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี ก่อนจะต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง เวียร์ตซ์ เองก็พยายามปรับสภาพร่างกายให้รับมือกับความหนักหน่วงของพรีเมียร์ลีกได้ดีขึ้น โดยเพิ่มน้ำหนักตัวราว 9 ปอนด์ในฤดูกาลที่ผ่านมา

ภายในทีมยังเชื่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างจะค่อยๆลงตัว และ เวียร์ตซ์ จะพิสูจน์ให้แฟนบอลอังกฤษเห็นว่าเหตุใดเขาจึงเป็นหนึ่งในนักเตะที่หลายสโมสรต้องการตัวเมื่อ 18 เดือนก่อน

อิราโอล่า กล่าวถึง เวียร์ตซ์ และ บาร์โคล่า ในสัปดาห์นี้ว่า :

"บางครั้งเรามัวแต่ให้ความสำคัญกับตัวเลขมากเกินไป อย่างเกมของ แบรดลีย์ เมื่อวันก่อน เขามีจังหวะที่ดีหลายครั้ง แต่เราเปลี่ยนมันเป็นประตูไม่ได้ แบรดลีย์ กับ โฟล เป็นนักเตะที่ผมเชื่อมั่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์"

เหตุผลที่ฟังดูเรียบง่ายที่สุด แต่ก็อาจเป็นคำอธิบายที่ตรงจุดที่สุดสำหรับปัญหาของ เวียร์ตซ์ คือเรื่องสภาพจิตใจ และความมั่นใจ เขาเคยเป็นดาวเด่นของวงการฟุตบอลเยอรมัน แต่เมื่อย้ายมาอังกฤษ สถานะที่เคยได้รับกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ที่ลิเวอร์พูล เขาต้องพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางนักเตะชั้นนำมากมาย แทนที่จะเป็นศูนย์กลางของทีมเหมือนสมัยอยู่เลเวอร์คูเซน

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ เวียร์ตซ์ ย้ายเข้ามาในช่วงที่ห้องแต่งตัวลิเวอร์พูลกำลังเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่จากการจากไปอย่างน่าเศร้าของ ดิโอโก้ โชต้า บรรยากาศเช่นนั้นย่อมทำให้ผู้เล่นใหม่ปรับตัวเข้ากับทีมได้ยากขึ้น

เวียร์ตซ์ เองก็มีฤดูกาลที่ไม่น่าพอใจเมื่อปีก่อน เช่นเดียวกับนักเตะหลายคนในทีม และตอนนี้เขากำลังพยายามเรียกความมั่นใจกลับคืนมา เขาลงเล่นร่วมกับ อิซัค ไปเพียง 1,084 นาที ความเข้าใจระหว่างทั้งคู่จึงยังต้องใช้เวลาพัฒนา ส่วนการประสานงานกับ บาร์โคล่า ก็มีโอกาสดีขึ้นได้อีก เมื่อได้เล่นด้วยกันอย่างต่อเนื่อง

สัญญาณในช่วงหลังบ่งบอกว่า เวียร์ตซ์ กำลังค่อยๆดีขึ้น แต่สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูล พัฒนาการเพียงเล็กน้อยยังไม่เพียงพอ พวกเขาต้องการเห็นผลงานที่สม่ำเสมอ และสมกับค่าตัวของเขา

มีรายงานว่า เจอร์เกน คล็อปป์ ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่คุมทีมชาติเยอรมนี ยังคงติดต่อกับ เวียร์ตซ์ อย่างสม่ำเสมอ และส่งข้อความถึงกองกลางรายนี้หลังจบทุกเกมของลิเวอร์พูล เนิดเดอเรอร์ ผู้สื่อข่าวจาก Bild เล่าถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่า :

"เวียร์ตซ์ กับ คล็อปป์ สนิทกันมาก คล็อปป์ มองว่า เวียร์ตซ์ เป็นผู้เล่นที่เขาต้องการพัฒนาอย่างจริงจัง ตอนอยู่ในการฝึกซ้อม ทั้งคู่พูดคุยกันบ่อยครั้ง คล็อปป์ คอยช่วยเหลือเขา และเคยพูดต่อสาธารณะด้วยว่าต้องการช่วยพัฒนา เวียร์ตซ์ ให้ดียิ่งขึ้น

แนวทางการเล่นของ คล็อปป์ เหมาะกับ เวียร์ตซ์ มาก และจะช่วยลิเวอร์พูลได้ด้วย เพราะ อิราโอล่า ก็พยายามนำแนวทางที่คล้ายกันมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเพรสซิงหรือเรื่องอื่นๆ สำหรับฟุตบอลในรูปแบบนั้น เวียร์ตซ์ เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมาก

ลองดูเกมที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมนีกับเซอร์เบีย ซึ่งเขาทำได้ทั้งประตู และแอสซิสต์ คุณจะเห็นว่าเมื่อเขามีพื้นที่ และอิสระในการเล่น เขาสามารถเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมากๆได้

เขาจะแสดงให้เห็นแบบนั้นกับลิเวอร์พูลเช่นกัน เพียงแต่ต้องให้เวลาเขาอีกสักหน่อย การที่ คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีมชาติเยอรมนีก็น่าจะช่วยเขาได้ไม่น้อย"

เนิดเดอเรอร์ มองว่า ความแตกต่างระหว่าง เวียร์ตซ์ ในอดีตกับปัจจุบันอาจอยู่ที่วิธีคิดของเจ้าตัวด้วย :

"ตอนอยู่เลเวอร์คูเซน เขาแทบไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ลงไปเล่นตามธรรมชาติของตัวเอง แต่ตอนนี้ความมั่นใจของเขาหายไป บางทีเขาอาจคิดมากเกินไปด้วยซ้ำ ทั้งคู่คุยโทรศัพท์กัน แม้ในช่วงที่ไม่มีโปรแกรมทีมชาติ ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็น เวียร์ตซ์ ที่ดีขึ้นในอนาคต มันจะเกิดขึ้นแน่นอน

ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ เวียร์ตซ์ เพียงคนเดียว ทุกคนต้องพัฒนาไปด้วยกัน และเรียนรู้ว่าจะเล่นร่วมกันอย่างไร เวียร์ตซ์ เป็นนักเตะที่เล่นเพื่อทีม เขาไม่ได้ต้องการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ผมมั่นใจว่าเขาจะกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูล" ผู้สื่อข่าวจาก Bild กล่าว

ฝั่งทีมงานของลิเวอร์พูลเองก็เชื่อเช่นนั้น สโมสรเซ็นสัญญากับ เวียร์ตซ์ เป็นเวลาห้าปี และเมื่อสัญญาสิ้นสุดลงในปี 2030 พวกเขาหวังว่าแฟนบอลจะเข้าใจอย่างแท้จริงว่า เหตุใดนักเตะคนนี้จึงได้รับการยกย่องให้เป็นซูเปอร์สตาร์ และมีค่าตัวสูงถึงระดับที่สโมสรยอมทุ่มเงินคว้าตัวมา

สำหรับ เวียร์ตซ์ สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้อาจไม่ใช่การพยายามพิสูจน์ตัวเองในทุกจังหวะ แต่คือการกลับมาเล่นอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำได้ และหาจุดลงตัวกับเพื่อนร่วมทีมให้เจอ

เพราะพรสวรรค์ที่ทำให้ลิเวอร์พูลยอมจ่ายเงินมหาศาลนั้นไม่ได้หายไปไหน คำถามมีเพียงว่า ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าทุกคนจะได้เห็นมันอย่างเต็มที่ในเครื่องแบบของลิเวอร์พูล


Mcca LFC

เวอร์จิล ฟานไดค์ ร่วมกับนักเตะจากหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก สนับสนุนแคมเปญ No Room For Racism ประจำฤดูกาลนี้ เพื่อรณรงค์ให้...
16/10/2026

เวอร์จิล ฟานไดค์ ร่วมกับนักเตะจากหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก สนับสนุนแคมเปญ No Room For Racism ประจำฤดูกาลนี้ เพื่อรณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญของความหลากหลายในวงการฟุตบอล พร้อมย้ำว่าการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งต้องรับผิดชอบเพียงลำพัง

เฟอร์จิล ฟานไดค์ กล่าวว่า : "การได้เป็นตัวแทนของชุมชนที่ผมเติบโตมา ทั้งใน และนอกสนาม มีความหมายกับผมมาก ผมภูมิใจที่มีเชื้อสายซูรินาม และดัตช์ การได้แสดงตัวตน และยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมาตลอด เป็นความรู้สึกที่ดีมาก"

"ผมคิดว่าเด็กๆควรได้เห็นบุคคลต้นแบบที่มีพื้นเพหรือรูปลักษณ์คล้ายกับพวกเขา เพื่อให้พวกเขารู้ว่าตัวเองก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทุกอย่าง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร หรือมีหน้าตาแบบไหนก็ตาม" กัปตัน กล่าว


Mcca LFC

ตามรายงานของ เจมส์ เพียร์ซ : ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงเดือนมกราคมของลิเวอร์พูลมีแนวโน้มจะเงียบเหงา ! เมื่อถึงเวลานั้น อูโก้ ...
16/10/2026

ตามรายงานของ เจมส์ เพียร์ซ : ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงเดือนมกราคมของลิเวอร์พูลมีแนวโน้มจะเงียบเหงา ! เมื่อถึงเวลานั้น อูโก้ เอกิติเก้, คอเนอร์ แบรดลีย์ และ โจวานนี่ เลโอนี น่าจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง หลังจากที่พักยาวจากอาการบาดเจ็บ การกลับมาของทั้งสามคนจะช่วยเพิ่มทั้งตัวเลือก และความลึกให้กับขุมกำลังของ อันโดนี่ อิราโอล่า ได้

ถึงอย่างนั้น ลิเวอร์พูลก็พร้อมขยับทันที หากมีโอกาสที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในตลาด เหมือนเมื่อเดือนมกราคมปี 2022 ที่ จูเลียน วอร์ด เดินหน้าอย่างรวดเร็ว จนปาดหน้าท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คว้าตัว หลุยส์ ดิอาซ มาร่วมทีมได้สำเร็จ

ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หรือปัจจัยสำคัญ(เช่นอาการบาดเจ็บของนักเตะแกนหลัก)


Mcca LFC

วิลล์ ไรต์ เปิดเผยถึงความคาดหวัง พร้อมแนวทางสู่ทีมชุดใหญ่ โดยยกเอา ลูอิส คูมาส เป็นแรงบันดาลใจ พร้อมตั้งเป้าที่จะพัฒนาตั...
16/10/2026

วิลล์ ไรต์ เปิดเผยถึงความคาดหวัง พร้อมแนวทางสู่ทีมชุดใหญ่ โดยยกเอา ลูอิส คูมาส เป็นแรงบันดาลใจ พร้อมตั้งเป้าที่จะพัฒนาตัวเอง ให้เป็นได้มากกว่าการเป็นกองหน้าธรรมดาคนหนึ่ง !

วิลล์ ไรต์ กล่าวในวันนี้ว่า : "แน่นอน ผมต้องทำงานหนักต่อไปเหมือนที่ ลูอิส ทำ รวมถึงเพื่อนๆอีกหลายคนอย่าง แชมโบ้ (ลุค แชมเบอร์ส)กับ เจมส์ แม็คคอนเนลล์ ด้วย"

"เวลาพวกเขากลับมา(หลังจากการมีส่วนร่วมกับการแข่งขันของทีมชุดใหญ่) ปมก็ถามพวกเขาว่าเป็นยังไงบ้าง พวกเขาบอกว่าทุกคนที่นั่นทำงานหนักกันหมด นั่นคือมาตรฐานที่เราต้องพยายามไปให้ถึง

แรงจูงใจของผมมีอย่างเดียวคือการก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ผมอยากเข้าไปฝึกซ้อมร่วมกับทีม ผมอยากเรียนรู้จากนักเตะอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ อูโก้ เอกิติเก้

ผมก็หวังว่าผลงานของผมจะเข้าตาเฮดโค้ชนะ ช่วงต้นฤดูกาลผมกำลังทำผลงานได้ดี สิ่งสำคัญคือต้องรักษาฟอร์มนี้เอาไว้ให้ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำแฮตทริกให้สโมสร แน่นอนว่าผมเป็นกองหน้าที่ทำประตูได้ แต่ผมก็อยากพัฒนาตัวเองให้เป็นนักเตะที่เล่นได้ครบเครื่องมากกว่านี้ด้วย"

วิลล์ ไรต์ เผยสิ่งที่ อันโดนี่ อิราโอล่า ถ่ายทอดให้กับผู้เล่นจากทีมเยาวชนว่า :

"หัวใจสำคัญคือพลังในการเล่น และการเพรสซิ่ง เจอร์เกน คล็อปป์ มีแนวทางที่เน้นการไล่กดดันคู่แข่งในจังหวะที่เหมาะสมอยู่แล้ว และผู้จัดการทีมคนปัจจุบันก็เหมือนกันทุกอย่าง เขาชอบทีมที่เล่นด้วยความกระตือรือร้น

สำหรับผม ช่วงปรีซีซั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับระบบการเล่นแบบใหม่ เลยต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่บ้าง แต่พอได้ดูเกม ได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมหลายคน ผมก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น

ระบบนี้ทำให้ผมมีเครื่องมือมากขึ้นสำหรับการพัฒนาตัวเอง และเพิ่มโอกาสที่จะทำผลงานได้ดีเมื่อก้าวขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่" วิลล์ ไรต์ กล่าว


Mcca LFC

ลิเวอร์พูลกำลังวางแผนสร้างความร่วมมือระยะยาวกับบรรดาสโมสรในยุโรป เพื่อเปิดทางให้ดาวรุ่งฝีเท้าดีของทีมได้พัฒนาตัวเองอย่าง...
16/10/2026

ลิเวอร์พูลกำลังวางแผนสร้างความร่วมมือระยะยาวกับบรรดาสโมสรในยุโรป เพื่อเปิดทางให้ดาวรุ่งฝีเท้าดีของทีมได้พัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่

จูเลียน วอร์ด ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร เป็นหัวหอกในการผลักดันแผนนี้ โดยลิเวอร์พูลต้องการหาสโมสรที่ไว้วางใจได้สำหรับการส่งนักเตะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในแง่คุณภาพการฝึกสอน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต

แทนที่จะปล่อยดาวรุ่งย้ายไปเล่นยืมตัวกับสโมสรใหม่ในทุกๆปี ลิเวอร์พูลอยากสร้างความสัมพันธ์กับทีมกลุ่มเดิมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่านักเตะจะได้รับการดูแลที่เหมาะสม ทั้งเรื่องแนวทางการฝึกซ้อม และวัฒนธรรมภายในทีม เป้าหมายคือการวางเส้นทางพัฒนาฝีเท้าที่ชัดเจน ให้ดาวรุ่งได้ลงสนามจริง และเติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่สโมสรเชื่อมั่นได้เต็มที่

เปโดร มาร์เกส ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาฟุตบอลของ FSG เข้ามารับผิดชอบดูแลอะคาเดมีลิเวอร์พูล งานสรรหาดาวรุ่งจากทั่วโลก และโครงการพัฒนานักเตะของสโมสร

ขณะที่ เดวิด วูดไฟน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกีฬา และ แบร์รี ฮันเตอร์ หัวหน้าแมวมอง ยังคงทำหน้าที่ในตำแหน่งเดิม เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องรื้อโครงสร้างเดิมของสโมสรใหม่ทั้งหมด


Mcca LFC

Address

จ. น่าน
London

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Mcca LFC posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Share

Category