KickTalk เพราะ ฟุตบอลมีเรื่องราว

KickTalk เพราะ ฟุตบอลมีเรื่องราว เพจ เกี่ยวกับ เรื่องราวของนักฟุตบอลในอดีต และ ปัจจุบัน

“ ผมนิวคาสเซิลหมดใจ - Lewis Hall ”"ตอนเด็กๆ ผมเคยมาทัวร์ชมสนามแห่งนี้ (St James’ Park) ครับ" เขากล่าว "จำไม่ได้แม่นว่าตอ...
06/10/2026

“ ผมนิวคาสเซิลหมดใจ - Lewis Hall ”

"ตอนเด็กๆ ผมเคยมาทัวร์ชมสนามแห่งนี้ (St James’ Park) ครับ" เขากล่าว "จำไม่ได้แม่นว่าตอนนั้นอายุเท่าไหร่ สมัยที่ผมอยู่ในทีมเยาวชนของ Chelsea พอแข่งเสร็จ ผมมักจะคอยเช็กผลการแข่งขันของ Newcastle หรือ บางทีก็ดูแค่รายชื่อผู้เล่น เพราะ ทีมเรามักจะแข่งก่อนพวกเขา“

"ผมดูเกมของพวกเขาทางทีวีมาตลอด และ พูดจริงๆ นะครับ ผมคิดเสมอว่าสักวันหนึ่งผมจะได้มาลงเล่นที่นี่ ผมไม่ได้คิดหรอกว่าจะได้มาเร็วขนาดนี้ในเส้นทางอาชีพ แต่ตอนนี้ผมมาอยู่ที่นี่แล้วและรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย”

"ผมภูมิใจกับทุกเกมที่ได้ลงเล่น ไม่เคยละเลย หรือมองข้ามความสำคัญของมันเลยครับ ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนของทีม และ เมืองแห่งนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเวลาเห็นว่าพอทีมชนะ บรรยากาศรอบเมืองมันยอดเยี่ยมแค่ไหน ผมมีความสุขจริงๆ ครับ"

Lewis Hall เพิ่งมีอายุครบ 22 ปี ไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาแทบจะไม่มีโอกาสได้เป็นข่าวพาดหัวตามหน้าสื่อต่างๆ เลย เมื่อถูกถามถึงชีวิตส่วนตัว ดาวเตะของนิวคาสเซิลรายนี้ก็เผยรอยยิ้มมุมปากออกมา

"ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว และ เพื่อนฝูงครับ" Lewis Hall ตอบ "บางครั้งเราก็ออกไปทานมื้อเย็น หรือ มื้อเช้าด้วยกัน หรือ ทำกิจกรรมอะไรทำนองนั้น“

"บางทีผมกับเพื่อนนักเตะอีกสองสามคนก็อาจจะไปออกรอบตีกอล์ฟกันบ้าง ผมชอบนะ มันช่วยให้ผมได้พักสมองจากเรื่องฟุตบอล ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ"

Lewis Hall เล่าเรื่องราวสมัยอยู่ Chelsea

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

05/10/2026

ชิโนลา ขอให้สาวๆ 2 คน มานวดให้เขาในช่วงสัปดาห์แรกที่นิวคาสเซิล 🤣

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

เฟร็ด เล่าว่า จอน ดูราน เคยปฏิเสธที่จะวิ่งตอนซ้อมเพราะ เขา "รวย" อยู่แล้ว:"คนที่เพี้ยนที่สุดที่ผมเคยเล่นด้วยเหรอ? ก็ ดูร...
05/10/2026

เฟร็ด เล่าว่า จอน ดูราน เคยปฏิเสธที่จะวิ่งตอนซ้อมเพราะ เขา "รวย" อยู่แล้ว:

"คนที่เพี้ยนที่สุดที่ผมเคยเล่นด้วยเหรอ? ก็ ดูราน ไง จอน ดูราน หมอนั่นไม่แคร์อะไรเลยสักอย่าง"

"พวกเราจะบอกเขาว่า 'ดูราน ไปซ้อมกันเถอะ ไปวิ่งกันหน่อยตรงนั้น' แต่เขาก็จะตอบกลับมาว่า 'ฉันรวยแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องวิ่ง' แล้วเขาก็เดินหนีไปที่ห้องพยาบาลเฉยเลย..."

"ต่อมาตอนที่เขาย้ายไปเซนิต ผมก็บอกเขาว่า 'นายจะได้เงินเยอะขึ้นอีกนะที่นั่น...'"

"แล้วเขาก็ตอบว่า 'ยิ่งเยอะยิ่งดี ยิ่งเยอะยิ่งดี'"

"เขาเป็นคนดีนะ ดูออกเลยว่าเด็กคนนี้จิตใจดี"

"แต่ตอนนั้นเขาอยู่ แอสตัน วิลลา แล้วก็ได้สัญญากับอัล-นาสเซอร์... เพื่อนเอ๊ย เป็นสัญญาที่เหลือเชื่อสุดๆ"

"เขาคงกว้านซื้อทั้งประเทศโคลอมเบียไปหมดแล้วมั้ง"

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

ถ้าพูดถึงนักเตะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2008/09 หลายคนอาจไม่อยากย้อนกลับไปนึกถึงมันมากนัก เพราะ สุดท้ายแล้วฤดูกาลนั้...
05/10/2026

ถ้าพูดถึงนักเตะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2008/09 หลายคนอาจไม่อยากย้อนกลับไปนึกถึงมันมากนัก เพราะ สุดท้ายแล้วฤดูกาลนั้นจบลงด้วยการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก

แต่ท่ามกลางฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย กลับมีนักเตะคนหนึ่งที่เดินเข้ามาแบบแทบไม่มีใครคาดหวัง และจากไปในฐานะหนึ่งในไม่กี่เรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นในปีนั้น

เขาคนนั้น คือ เซบาสเตียง บาสซง

บทความโดย สาลิกาบีบอย “คนดีคนเดิม”

ย้อนกลับไปช่วงซัมเมอร์ ปี 2008 บาสซง เดินทางมาจากฝรั่งเศส เพื่อทดสอบฝีเท้ากับนิวคาสเซิล ตอนนั้นเขาอายุ เพียง 22 ปี และ เล่นอยู่กับเม็ตซ์ เขาไม่ได้เดินเข้ามาในฐานะกองหลังชื่อดัง หรือ เป็นการเซ็นสัญญาที่แฟนบอลต้องจับตามองเป็นพิเศษด้วยซ้ำ

เรื่องราวของเขาค่อนข้างน่าสนใจ เพราะ เควิน คีแกน สนใจในตัวเขา แต่ยังอยากเห็นก่อนว่ากองหลังหนุ่มคนนี้จะปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้หรือไม่ บาสซง จึงต้องเข้ามาทดสอบฝีเท้ากับทีม และ ใช้เวลาเพียงไม่นานในการทำให้สโมสรตัดสินใจเก็บเขาเอาไว้

จากนักเตะที่เข้ามาทดสอบฝีเท้า กลายเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดของนิวคาสเซิลในฤดูกาลนั้น
ช่วงแรก บาสซง ถูกใช้งานในตำแหน่งแบ็กซ้ายอยู่บ้าง แต่ตำแหน่งที่ทำให้เราได้เห็นคุณภาพของเขาจริง ๆ คือ เซ็นเตอร์แบ็ก

จุดเด่นของบาสซง ไม่ได้อยู่ที่การเป็นกองหลังประเภทเข้าสกัดหนักทุกจังหวะ เขามีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และ การเล่นกับบอลที่ค่อนข้างดี ที่สำคัญ คือ ความเร็วของเขาช่วยแก้สถานการณ์เวลาที่แนวรับถูกเล่นงานด้วยบอลด้านหลังได้หลายครั้ง

สำหรับ นักเตะอายุ แค่ 22 ปี ที่เพิ่งย้ายจากฝรั่งเศสมาสัมผัสพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก การปรับตัวได้เร็วขนาดนั้นถือว่าน่าประทับใจมาก

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเขาในเวลานั้นแทบไม่ได้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเลย

ฤดูกาล 2008/09 ของนิวคาสเซิลเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ตั้งแต่ เรื่องผู้จัดการทีมไปจนถึงสถานการณ์ภายในสโมสร ทีมเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งฤดูกาล และ ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นจนถึงช่วงสุดท้าย

แต่ยิ่งทีมมีปัญหา บาสซง กลับยิ่งกลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นขึ้นมา (FBRef) รายงานว่า เขาลงสนามในพรีเมียร์ลีก 30 นัด และ รวมทุกรายการ 34 นัดในฤดูกาลเดียวของเขากับสโมสร

แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบ

(The Guardian) รายงานว่า บาสซง โดนใบแดงถึงสองครั้งในพรีเมียร์ลีก โดยใบแดงครั้งที่สองเกิดขึ้นในเกมกับฟูแล่มช่วงปลายฤดูกาล และ ทำให้เขาติดโทษแบนจนพลาดเกมสุดท้ายกับแอสตัน วิลล่า ซึ่งเป็นเกมที่นิวคาสเซิลต้องการผลการแข่งขัน เพื่อความอยู่รอด

สุดท้ายแล้ว นิวคาสเซิล แพ้ที่วิลล่า พาร์ค และ ต้องตกลงไปเล่นในแชมเปียนชิพ มันเป็นตอนจบที่เจ็บปวด และ น่าเสียดายที่บาสซงไม่มีโอกาสลงไปช่วยทีมในวันสุดท้าย

(วิกิพีเดีย) แต่การตกชั้นไม่ได้ทำให้ผลงานส่วนตัวของเขาถูกมองข้าม เพราะ ในฤดูกาลที่แทบทุกอย่างของ นิวคาสเซิล ดูผิดพลาด บาสซง กลับเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับคำชมมากที่สุด และ ได้รับการยกย่องเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรประจำฤดูกาล 2008/09

หลังจากทีมตกชั้น อนาคตของเขาก็แทบจะถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

บาสซง ต้องการเล่นฟุตบอลพรีเมียร์ลีกต่อ และ ในเวลานั้นสถานการณ์ของนิวคาสเซิลเองก็ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เขาเคยพูดถึงความวุ่นวายภายในสโมสร ทั้งเรื่องผู้จัดการทีม และ เจ้าของทีม ซึ่งทำให้การอยู่ต่อเป็นเรื่องยาก

(The Irish Times) เดือนสิงหาคม 2009 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จึงเข้ามาคว้าตัวเขาไปด้วยค่าตัวประมาณ 8 ล้านปอนด์ ถ้ามองเพียงระยะเวลา บาสซง อาจเป็นนักเตะนิวคาสเซิลแค่หนึ่งฤดูกาล

ไม่มีแชมป์ ไม่มีประตู ไม่มีช่วงเวลายิ่งใหญ่ที่ถูกเปิดย้อนดูซ้ำทุกปี และ ฤดูกาลเดียวของเขายังจบลงด้วยการตกชั้นอีกต่างหาก

แต่บางครั้ง การเป็นที่จดจำของแฟนบอลก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่กับสโมสรนานแค่ไหน

บาสซง เข้ามาในวันที่แทบไม่มีใครรู้จักชื่อของเขา ต้องเริ่มต้นด้วยการพิสูจน์ตัวเองตั้งแต่การทดสอบฝีเท้า ก่อนจะใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของทีม

และ นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมชื่อของ เซบาสเตียง บาสซง ยังมีพื้นที่เล็ก ๆ อยู่ในความทรงจำของแฟน นิวคาสเซิล มาจนถึงทุกวันนี้

เขาอาจไม่ได้อยู่ที่เซนต์ เจมส์ พาร์คนานพอที่จะกลายเป็นตำนาน แต่สำหรับหนึ่งในฤดูกาลที่มืดมนที่สุดของสโมสร บาสซง คือ หนึ่งในไม่กี่คนที่เดินออกจากสนามพร้อมกับคำพูดที่ว่า

อย่างน้อย…คนนี้ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแล้ว

เซบาสเตียง บาสซง กล่าวกับ SunSport ว่า "มันขึ้นอยู่กับว่าคุณย้ายไปนิวคาสเซิลตอนอายุเท่าไหร่ คุณกำลังมองหาอะไร และ สถานะชีวิตครอบครัวของนักเตะคนนั้นเป็นอย่างไร“

"ตอนที่ผมอยู่นิวคาสเซิลผมยังอายุน้อยมาก สำหรับผมแล้วมันถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมเลย”

"นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสชีวิตในสหราชอาณาจักร ผมยังหนุ่มยังแน่น และ เต็มไปด้วยพลัง ได้ออกไปสังสรรค์บ้าง และ ได้ใช้ชีวิตในเมืองนั้นอย่างเต็มที่“

"แต่ถ้าเป็นตอนนี้ ผมคงไม่เลือกไปอยู่ที่นิวคาสเซิลแล้ว เพราะ ชีวิตผมลงตัว และ มั่นคงขึ้น ผมกลายเป็นคนรักครอบครัวไปแล้ว และ คงไม่อยากไปใช้ชีวิตอยู่ในใจกลางเมือง"

นิวคาสเซิล อาจจะไม่มีกิจกรรมให้ทำมากนัก แม้จะเป็นเมืองที่ดี แต่เมื่อเทียบกับลอนดอน แมนเชสเตอร์ หรือ เบอร์มิงแฮมแล้ว... เวลาคนเราโตขึ้นก็มักจะอยากออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ หรือ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แต่ นิวคาสเซิล กลับเป็นที่ที่คุณคุ้นเคยไปเสียทุกซอกทุกมุม

“ผมยังคงรักเมืองนี้ เพราะ ไม่มีใครเหมือนชาวจอร์ดี้ และ ไม่มีอะไรเทียบได้กับความรัก และ ความอบอุ่นที่คุณได้รับจากที่นั่น”

“ท้ายที่สุดแล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าคุณมองหาอะไรในฐานะปัจเจกบุคคล มากกว่าแค่ในฐานะนักฟุตบอล”

ด้วยข้อจำกัดด้านกฎระเบียบทางการเงิน ทำให้กลุ่มผู้บริหารชาวซาอุดีอาระเบียของนิวคาสเซิลไม่สามารถเพียงแค่ทุ่มเงินซื้อนักเตะ เพื่อแก้ปัญหาได้ อีกทั้ง บาสซอง ยังมองว่า ต่อให้มีข้อเสนอเรื่องเงินก้อนโตเข้ามา ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนใจซุปตาร์ของทีมได้อยู่ดี

“นักฟุตบอลมักจะจดจ่ออยู่กับเรื่องฟุตบอล และ พวกเขาก็สนใจว่าสโมสรมีวิสัยทัศน์ หรือ โปรเจกต์อย่างไร“

“ผมไม่คิดว่าเราจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการทุ่มเงินค่าจ้างสูงเกินจริง เพราะ มันมีขีดจำกัดอยู่เหมือนกัน เมื่อถึงจุดหนึ่ง เงินก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจอีกต่อไป เพราะ คุณเริ่มชินชากับมันแล้ว”

“แต่หากคุณสามารถสร้างโปรเจกต์ที่จับต้องได้จริงและ มีวิสัยทัศน์ที่คนส่วนใหญ่พร้อมจะเชื่อมั่น และคล้อยตาม นั่นแหละ คือ หนทางที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าว”

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

“โดนลอบยิงเกือบ 100 ครั้ง ใน 5 นัด ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในเกมรับนิวคาสเซิล ยุคแมททิอัส ไยสเลอร์”บทความโดย สาลิกาบีบอย “คนดีคน...
05/10/2026

“โดนลอบยิงเกือบ 100 ครั้ง ใน 5 นัด ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในเกมรับนิวคาสเซิล ยุคแมททิอัส ไยสเลอร์”

บทความโดย สาลิกาบีบอย “คนดีคนเดิม”

หลังผ่าน 5 นัดแรก นิวคาสเซิล ถูกคู่แข่งยิงถึง 97 ครั้ง หรือ เฉลี่ย 19.4 ครั้งต่อเกม ถือว่าสูงมาก สำหรับทีมที่ต้องการอยู่ในกลุ่มหัวตาราง

แม้ค่าโอกาสเสียประตูจากการยิงแต่ละครั้งจะอยู่เพียง 0.09 มันแสดงว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ไม่ได้ยิงจากจุดที่อันตรายมาก แต่ปัญหา คือ นิวคาสเซิล ปล่อยให้คู่แข่งได้ยิงบ่อยเกินไป ต่อให้แต่ละจังหวะมีโอกาสเป็นประตูน้อย เมื่อสะสมเกือบ 20 ครั้งต่อเกม ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

1️⃣ ความผิดพลาดส่วนบุคคล

หลายครั้งปัญหาเริ่มจากความผิดพลาดง่าย ๆ ของนักเตะ ทั้งการจ่ายบอล การจับบอล และ การสกัดไม่ขาด

อย่างจังหวะของ สเวน บอตแมน ที่เข้าใจไม่ตรงกับเพื่อนจนเสียบอล หรือ การเคลียร์บอลของแนวรับที่ไปตกบริเวณหน้าเขตโทษ ทำให้คู่แข่งได้ยิงซ้ำทันที

ปัญหา คือ ความผิดพลาดเหล่านี้มักเกิดตอนที่ทีมกำลังขึ้นเกม นักเตะกระจายตัวออกไปแล้ว เมื่อเสียบอลจึงเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งสวนกลับได้ง่าย

2️⃣ ลูกตั้งเตะ และ บอลจังหวะสอง

เกือบหนึ่งในสามของโอกาสยิงที่นิวคาสเซิลเสีย มาจากสถานการณ์ลูกตั้งเตะ

หลายครั้งแนวรับสามารถสกัดบอลแรกได้ แต่กลับเก็บ บอลจังหวะสอง ไม่ได้ บอลจึงกลับไปอยู่กับคู่แข่งและ ถูกเปิดหรือยิงเข้ามาใหม่

กลายเป็นวงจรง่าย ๆ คือ

สกัดออก → คู่แข่งเก็บได้ → บุกซ้ำ → สกัดอีก → คู่แข่งเก็บอีก → ยิง

ดังนั้น การป้องกันลูกตั้งเตะไม่ได้จบแค่การเอาบอลแรกออกจากเขตโทษ แต่ต้องควบคุมพื้นที่รอบ ๆ เพื่อไม่ให้คู่แข่งเก็บบอลกลับมาได้ง่ายด้วย

3️⃣ การขึ้นเกมจากแดนหลังมีปัญหา

เมื่อเจอทีมที่ไล่กดดันสูง นิวคาสเซิล มักมีปัญหา เพราะ ระยะห่างระหว่างกองหลัง กองกลาง และ กองหน้ามากเกินไป

คนที่มีบอลจึงมีทางเลือกในการจ่ายน้อย และ สุดท้ายต้องเสี่ยงจ่ายผ่านการกดดัน หรือ เตะยาวขึ้นหน้า

ถ้าเตะยาวแล้วเก็บบอลจังหวะสองไม่ได้ คู่แข่งก็ได้บอลกลับมาบุกทันที

ที่สำคัญ เมื่อเสียบอล นักเตะนิวคาสเซิล อยู่ห่างกันจนไม่สามารถเข้าไปกดดัน เพื่อแย่งบอลคืนได้เร็วพอ

จากปัญหาตอน มีบอล จึงกลายเป็นปัญหาตอน ไม่มีบอล ในเวลาไม่กี่วินาที

4️⃣ การประกบตัวเปิดพื้นที่มากเกินไป

ระบบของ แมททิอัส ไยสเลอร์ เน้นการไล่กดดัน และประกบผู้เล่นคู่แข่งค่อนข้างชัดเจน

ข้อดี คือ สามารถสร้างแรงกดดันได้มาก แต่ข้อเสีย คือ คู่แข่งสามารถใช้การเคลื่อนที่ลากนักเตะนิวคาสเซิลหลุดออกจากตำแหน่ง

เมื่อมีผู้เล่นคนหนึ่งหลุดจากการกดดัน พื้นที่ด้านหลังก็เปิดทันที และ คู่แข่งสามารถพาบอลเข้าไปโจมตีได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น นิวคาสเซิล ต้องหาสมดุล ระหว่าง การตามประกบผู้เล่น กับ การรักษาพื้นที่และรูปทรงของทีม

5️⃣ พื้นที่หน้าเขตโทษเปิดมากเกินไป

เมื่อถอยมาตั้งรับในระบบ 4-4-2 กองกลางสองคนต้องดูแลพื้นที่กว้างมาก ทั้งช่วยด้านข้าง ปิดช่องตรงกลาง และ คอยป้องกันหน้าแนวรับ

เมื่อกองกลางคนหนึ่งถูกดึงออกจากตำแหน่ง จึงเกิดช่องว่างบริเวณหน้าเขตโทษ และ คู่แข่งสามารถเข้ามารับบอลหรือยิงได้ง่าย

นี่เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้นิวคาสเซิลถูกยิงจำนวนมาก แม้หลายครั้งจะเป็นการยิงจากนอกเขตโทษก็ตาม

6️⃣ ลูอิส ฮอลล์ และ การบล็อกลูกยิง

สิ่งที่ช่วยนิวคาสเซิลไว้ได้ไม่น้อย คือ การบล็อกลูกยิง โดยเฉพาะ ลูอิส ฮอลล์ ที่อ่านจังหวะ และ ปิดมุมได้ดี

แต่นี่ก็สะท้อนปัญหาอีกด้าน เพราะ ทีมที่ควบคุมเกมได้ดีไม่ควรต้องพึ่งการทิ้งตัวบล็อกครั้งแล้วครั้งเล่า

การบล็อกควรเป็นด่านสุดท้าย ไม่ใช่วิธีหลักในการหยุดคู่แข่ง

7️⃣ สิ่งที่ แมททิอัส ไยสเลอร์ ต้องแก้

ปัญหานี้จึงไม่ได้อยู่ที่กองหลังเพียงอย่างเดียว แต่มันเชื่อมโยงกันทั้งระบบ

ขึ้นเกมไม่ดี → เสียบอล → แย่งคืนไม่ทัน → คู่แข่งบุก → สกัดได้แต่เก็บบอลจังหวะสองไม่ได้ → คู่แข่งบุกซ้ำ → ถูกยิง

สิ่งที่ต้องแก้ คือ ทำให้ผู้เล่นยืนใกล้กันมากขึ้น ลดความผิดพลาดในการขึ้นเกม เก็บบอลจังหวะสองให้ดีขึ้น และ ไม่ปล่อยให้การตามประกบทำลายรูปทรงของทีม

ตัวเลข 97 ครั้ง ใน 5 นัด จึงเป็นคำเตือนสำคัญ แม้คู่แข่งส่วนใหญ่จะยิงจากจุดที่ไม่ได้อันตรายมากก็ตาม

เพราะ หากปล่อยให้คู่แข่งยิงเกือบ 20 ครั้งทุกเกม สุดท้ายย่อมมีทั้งลูกแฉลบ ความผิดพลาด หรือ จังหวะที่คู่แข่งยิงได้อย่างยอดเยี่ยมเกิดขึ้น

โจทย์ของ แมททิอัส ไยสเลอร์ จึงไม่ใช่เพียงว่า

“ทำอย่างไรให้คู่แข่งยิงไม่เข้า”

แต่ต้องแก้ให้ถึงต้นเหตุว่า

“ทำอย่างไรไม่ให้คู่แข่งได้ยิงตั้งแต่แรก”

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

“ความปวดร้าว - Warren Barton“เผยความปวดร้าว และ สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดกับนิวคาสเซิล วอร์เรน บาร์ตัน อดีตกองหลังระดับตำน...
05/10/2026

“ความปวดร้าว - Warren Barton“

เผยความปวดร้าว และ สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดกับนิวคาสเซิล วอร์เรน บาร์ตัน อดีตกองหลังระดับตำนานของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ได้ร่วมพูดคุยในรายการ Weekend Sports Breakfast ทางช่อง talkSPORT โดยเปิดใจถึงเรื่องราวในอดีตสมัยที่เขาลงเล่นในถิ่นเซนต์เจมส์พาร์ก พร้อมเผยถึง "สิ่งที่น่าเสียดายและเสียใจที่สุด" ในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของเขา ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ยังคงติดอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้

ช่วงเวลาทองภายใต้การนำของ เควิน คีแกน ในยุค 1990s นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ได้รับฉายาว่า "The Entertainers" จากสไตล์การเล่นที่เกมบุกตื่นตาตื่นใจ โดยมี เควิน คีแกน เป็นผู้จัดการทีม บาร์ตันคือหนึ่งในกำลังสำคัญของแผงหลังในยุคนั้น และพวกเขาก็เข้าใกล้การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1995/96 อย่างมากด้วยการนำเป็นจ่าฝูงห่างถึง 12 แต้ม
ความเสียดายที่ไม่สามารถคว้าแชมป์เพื่อแฟนบอล
บาร์ตันได้เปิดเผยว่า สิ่งที่สร้างความเจ็บปวดและเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สุดสำหรับเขา ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่คือการที่ไม่สามารถนำถ้วยแชมป์มามอบให้แก่ "กองทัพทูนอาร์มี่" หรือแฟนบอลนิวคาสเซิลผู้จงรักภักดีได้สำเร็จ ทั้งที่ทีมมีโอกาสดีที่สุดและโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งซีซั่น

ความพ่ายแพ้ และ การถูกแมนฯ ยูไนเต็ด แซงคว้าแชมป์ไปในครั้งนั้น เป็นบาดแผลทางใจที่เขาระบุว่า "มันยังคงอยู่กับผมตลอดมา" และ ทุกครั้งที่มองย้อนกลับไป เขายังคงรู้สึกเสียดายอย่างมากที่ไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์และตอบแทนแฟนบอลที่ให้การสนับสนุนอย่างยิ่งใหญ่ในยุคนั้นได้

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

“ดาวรุ่งสเปนที่นิวคาสเซิลยอมรอ เพื่ออนาคตที่อาจคุ้มค่า - อันโตนิโอ กอร์เดโร”ถ้าพูดถึงชื่อ อันโตนิโอ กอร์เดโร ในหมู่แฟนนิ...
05/10/2026

“ดาวรุ่งสเปนที่นิวคาสเซิลยอมรอ เพื่ออนาคตที่อาจคุ้มค่า - อันโตนิโอ กอร์เดโร”

ถ้าพูดถึงชื่อ อันโตนิโอ กอร์เดโร ในหมู่แฟนนิวคาสเซิลตอนนี้ หลายคนอาจยังไม่ได้รู้สึกผูกพันกับเขามากนัก เพราะ นับตั้งแต่ย้ายมาเป็นนักเตะของสโมสร เขายังไม่ได้มีโอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในเกมอย่างเป็นทางการเลย

แต่บางครั้ง การเซ็นสัญญาที่น่าสนใจที่สุดก็ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเตะที่ถูกซื้อมาเพื่อใช้งานทันที

บทความโดย สาลิกาบีบอย “คนดีคนเดิม”

กอร์เดโร อาจเป็นหนึ่งในการเดิมพัน เพื่ออนาคตของนิวคาสเซิล

ย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ ปี 2025 นิวคาสเซิลประกาศคว้าปีกดาวรุ่งชาวสเปนรายนี้ หลังสัญญาของเขากับมาลากาหมดลง ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 18 ปี แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ประสบการณ์ของเขาไม่ได้เหมือนเด็กอายุ 18 ทั่วไป เพราะ ผ่านฟุตบอลชุดใหญ่มาแล้วถึง 60 นัด ในทุกรายการกับมาลากา ทำไป 7 ประตู 9 แอสซิสต์

ฤดูกาล 2024/25 ยิ่งทำให้ชื่อของเขาได้รับความสนใจมากขึ้น เขาลงเล่นในลีกระดับสองของสเปน 39 นัด ทำได้ 6 ประตู และ ยังเป็นนักเตะทีมชาติสเปนระดับเยาวชนอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่ทำให้กอร์เดโรเป็นเด็กที่น่าจับตามอง คือ เขาไม่ได้มีเพียงเทคนิคแบบนักเตะสเปน เท่านั้น แต่เป็นปีกที่กล้าเล่น กล้าพาบอลไปข้างหน้า และ สามารถสร้างบางอย่างขึ้นมาในพื้นที่สุดท้ายได้

ก่อนย้ายมาอังกฤษ เขายังเคยสร้างหนึ่งในช่วงเวลาที่แฟนมาลากาน่าจะจำไปอีกนาน เมื่อยิงประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมเพลย์ออฟกับกิมนาสติก เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 ประตูนั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพามาลากาเลื่อนชั้นกลับสู่เซกุนดา ดิวิซิออน

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมนิวคาสเซิลถึงมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเด็กคนนี้

พอล มิตเชลล์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกีฬาของนิวคาสเซิลในเวลานั้น บอกชัดเจนว่ากอร์เดโร เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ และ มีศักยภาพสูง ขณะที่ตัวนักเตะเองเลือกนิวคาสเซิล เพราะ ต้องการก้าวไปให้สูงกว่าเดิม แม้ในตอนนั้นจะได้รับความสนใจจากหลายทีมในสเปน และ ยุโรปก็ตาม

แต่สโมสรไม่ได้รีบร้อนโยนเขาเข้าสู่พรีเมียร์ลีกทันที

หลังย้ายมาในเดือนกรกฎาคม 2025 กอร์เดโร ถูกส่งให้เวสเตอร์โลในลีกเบลเยียมยืมตัว เป้าหมายค่อนข้างชัด คือ ให้เด็กอายุ 18 ปี ได้สัมผัสฟุตบอลชุดใหญ่ต่อเนื่อง และ เติบโตในสภาพแวดล้อมใหม่

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาในเบลเยียมไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง

เขาได้รับโอกาสค่อนข้างจำกัด ก่อน นิวคาสเซิล จะตัดสินใจดึงตัวกลับในช่วงปลายปี 2025 หลังลงสนามให้เวสเตอร์โล เพียง 8 นัด ในทุกรายการ จากนั้นสโมสรเปลี่ยนแผนด้วยการส่งเขากลับสเปนไปอยู่กับกาดิซในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล

และ การตัดสินใจครั้งนั้นดูจะเหมาะกับเขามากกว่า

กับ กาดิซ กอร์เดโรได้กลับมาเล่นในลีกที่ตัวเองคุ้นเคย ได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น และ จบช่วงครึ่งฤดูกาลด้วยการลงเล่น 21 นัด พร้อมทำ 3 ประตู ผลงานดังกล่าว ทำให้นิวคาสเซิลเลือกส่งเขากลับไปอยู่กับกาดิซอีกครั้งตลอดฤดูกาล 2026/27

ตรงนี้แหละที่ทำให้เรื่องราวของ กอร์เดโร กับ นิวคาสเซิล น่าสนใจ

เพราะ จนถึงวันนี้ เขายังไม่ได้สร้าง “ช่วงเวลาของตัวเอง” ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก เลยด้วยซ้ำ

แฟนบอลยังไม่เคยเห็นเขาลงสนามในพรีเมียร์ลีกด้วยเสื้อขาวดำ แต่ในอีกมุมหนึ่ง นิวคาสเซิล ก็ยังไม่ได้เลิกเชื่อในตัวเขา สโมสรเลือกใช้เวลา ให้เขาออกไปเล่นจริง เจอทั้งช่วงเวลาที่ไม่เป็นไปตามแผนในเบลเยียม และ ช่วงเวลาที่ดีขึ้นหลังกลับไปสเปน

อย่าลืม กอร์เดโร เกิดวันที่ 14 พฤศจิกายน 2006 เพราะ ฉะนั้นเขายังมีเวลาอีกมากในการพัฒนาตัวเอง ไม่ต้องเร่งอะไรมาก

บางทีเราจึงไม่ควรรีบถามว่า “ทำไมเขายังไม่ได้เล่นให้นิวคาสเซิล?”

แต่อาจต้องถามว่า “เมื่อถึงวันที่เขากลับมา เขาจะพร้อม สำหรับ นิวคาสเซิลมากแค่ไหน?”

เพราะ การเซ็นสัญญากับดาวรุ่งไม่จำเป็นต้องให้ผลตอบแทนทันทีเสมอไป บางคนต้องใช้เวลาหนึ่งปี สองปี หรือ มากกว่านั้น กว่าจะพร้อม สำหรับ ระดับพรีเมียร์ลีก

อันโตนิโอ กอร์เดโร ยังไม่ใช่เรื่องราวของความสำเร็จ และ ก็ยังเร็วเกินไปที่จะเรียกว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่ผิดพลาด

เรื่องราวของเขากับนิวคาสเซิล เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

และ บางที วันหนึ่งเด็กหนุ่มที่ นิวคาสเซิล คว้าตัวมาจาก มาลากาโดยไม่ต้องจ่ายค่าตัว อาจกลับมาที่ไทน์ไซด์ในฐานะนักเตะที่พร้อมกว่าตอนที่เดินเข้าประตูสโมสรครั้งแรกมากก็ได้

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

04/10/2026
04/10/2026

ยินดีด้วย … พัค

ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ "พัค ซึง-ซู" ปีกดาวรุ่งชาวเกาหลีใต้ของเรา

ทีมฟุตบอลเกาหลีใต้คว้าแชมป์เอเชียนเกมส์ได้ถึง 4 สมัยติดต่อกัน... ได้แก่ปี 2014, 2018, 2022 และ 2026

ซึ่งนักกีฬาทีมชาติเกาหลีใต้ที่คว้าเหรียญทองรายการนี้จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นการเกณฑ์ทหารตามกฎหมายของประเทศ

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

“ ไม่กล้าวิจารณ์ - อูไน เอเมรี ”อูไน เอเมรี มองว่าทุกสโมสรต่างมีข้อจำกัดของตัวเอง โดยเฉพาะ แอสตัน วิลลา ที่ต้องรับมือกับ...
03/10/2026

“ ไม่กล้าวิจารณ์ - อูไน เอเมรี ”

อูไน เอเมรี มองว่าทุกสโมสรต่างมีข้อจำกัดของตัวเอง โดยเฉพาะ แอสตัน วิลลา ที่ต้องรับมือกับกฎการเงินอย่างเข้มงวด จนจำเป็นต้องขายนักเตะ และ ปรับโครงสร้างสัญญาเพื่อให้เป็นไปตามกฎ แม้ว่าทีมกำลังอยู่ในช่วงที่ประสบความสำเร็จก็ตาม

เอเมรี มองว่า Financial Fair Play มีขึ้น เพื่อให้แต่ละสโมสรใช้จ่ายตามรายได้จริง และ ป้องกันการใช้เงินเกินตัว พร้อมกล่าวว่าหลายสโมสรเคยตั้งงบประมาณสูงเกินความเป็นจริง และ ตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นกำลังเริ่มปรากฏออกมา

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้วิจารณ์กรณีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยตรง และ ยังแอบชื่นชมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ว่าในบางช่วงพวกเขาแทบไร้เทียมทาน

สิ่งที่คำพูดของเอเมรีสะท้อนออกมาชัดที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องของแมนฯ ซิตี้ แต่เป็นความทะเยอทะยานของวิลลา ที่ต้องการลดช่องว่างกับสโมสรระดับท็อป แม้ในตอนนี้จะยังมีศักยภาพทางการเงินไม่เท่ากันก็ตาม

#นิวคาสเซิล #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล #คลิปบอล #ฟุตบอล

Address

Greenwich Notting Hill
London
B376HE

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when KickTalk เพราะ ฟุตบอลมีเรื่องราว posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Share