25/08/2026
แปลเต็มๆ Soberano พูดอะไรบ้างในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
Soberano Jr ออกมาเปิดใจผ่านรายการ Informa และหลังจบโชว์ Domingo Familiar ที่ผานมา
ยาวหน่อยแต่เนื้อเน้นๆครับ
[JCR]: "Soberano เล่าให้เราฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น?"
[Soberano Jr]: "ผมจะตอบให้ชัดเจน Bandido เขาไม่พอใจที่ผมไปด่าเขาในไลฟ์สดอินสตราแกรม เขาไม่เก่งบนโซเชียลและขอพิสูจน์บนเวที ผมก็ทำได้ ผมไลฟ์สดในวันนั้นเพราะผมอยากตอบโต้เขา"
"Bandido นายนั่นแหละที่เป็นคนเริ่ม เขาเป็นคนแรกที่ต้องการมีปัญหา แมตซ์จบไปแล้วและเขาก็ยังพูดถึงวันนั้นไม่หยุดหย่อน"
"เขาบอกว่าผมปล้นโอกาสชนะ Grand Prix ไปจากเขา ขอโทษนะฮูลิโอ ( JCR ) แต่ผมไม่ได้ปล้นอะไรทั้งนั้น"
"ถ้าพวกเขาสามารถดูโชว์ย้อนหลังได้ เขาก็เป็นได้แค่เด็กเลี้ยงแกะ เขาฉีกหน้ากากผมก่อน ผมเป็นคนทำให้เราทั้งคู่โดนตัดสิทธิ์ออกจากแมตซ์ แต่ความจริงก็คือเขาเป็นคนเริ่มก่อน เพราะงั้นคนที่ปล้นโอกาสไป มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นแหละ รู้ไหมฮูลิโอ? เขานั่นแหละที่ทำให้ตัวเองโดนตัดสิทธิ์"
"เขาบอกว่าผมมาอยู่ตรงนี้ได้เพราะพ่อของผม ( Euforia ) ดีกว่าเขาที่ต้องรอถึง 15 ปี"
"'ไม่' ผมเข้าเมืองหลวงตอนอายุ 15 ข้อมูลนี้คุณหาเองได้ในอินเตอร์เน็ต ผมมาถึงเม็กซิโก ซิตี้เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2009 มันคือปีเดียวกันกับที่ Euforia กำลังเดินทางทัวร์ทั่วประเทศสเปน"
"ผมอยู่ที่เม็กซิโก ซิตี้คนเดียวหนึ่งเดือนไปโรงเรียนสลับกับมาฝึกกับ Talisman"
"ผมใช้ชีวิตด้วยตัวเดียวในเมืองหลวงด้วยวัย 15 ปี ผมได้เดบิวต์กับ CMLL ตอนอายุ 17 และ Euforia บอกว่าผมมีงานทำแล้วผมต้องจ่าย 1,000 เปโซทุกเดือนทั้งๆที่ผมอาศัยอยู่กับเขาเพราะไม่มีของฟรีในโลก"
"หนึ่งในประโยคที่ทำให้ผมเป็นผมในทุกวันนี้ ทุกครั้งที่ผมเปิดตู้เย็น ผมจะได้ยินเสียงพ่อตะโกนมาแต่ไกลว่า 'แกกำลังมองหาอะไร ถ้าแกไม่ทำอะไรเลย' ประโยคนั้นทำให้ผมอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้าเพราะไม่มีใครให้อะไรผมฟรีๆ"
"และไม่กี่เดือนก่อน ไม่ก็ปีหรือปีกว่า CMLL มาแจ้งข่าวสำคัญให้ผม ผมพูดเสมอว่ามันยากแค่ไหนตั้งแต่เริ่มต้น ทุกวันนี้พ่อของผมถูกลดระดับลง จนเขาได้ทำงานแค่เดือนละไม่กี่ครั้ง"
"หรือเพื่อนของผมเช่น Robin, Black Tiger เมื่อก่อนถ้าคุณขึ้นปล้ำในโชว์วันอังคารหรือวันอาทิตย์ คุณได้ค่าตัวแค่ 400-500 เปโซ เพราะงั้นสำหรับผมแล้วการจ่าย 1000 เปโซทุกเดือนเพื่อให้ได้อยู่ที่บ้านมันเหนื่อยมาก"
"น้องๆรุ่นใหม่ที่พึ่งได้โอกาสเข้ามาปล้ำที่ CMLL ก็คงคิดเหมือนผม ทันทีที่คุณได้เดบิวต์ คุณไม่มีทางได้ทำงาน 3 วันต่อสัปดาห์ คุณอาจได้ทำงานที่นี่แค่เดือนละครั้ง ผมเคยต้องทำงานกับสัปเหร่อ ผมเคยต้องไปรับจ้างข้างถนน ผมเคยต้องทำงานกับคุณ Brazo de Oro หลายครั้ง งานที่ไม่เกี่ยวกับมวยปล้ำ"
"ผมเคยทอยหัวก้อยกับ Robin กับ Suicida ว่าวันนั้นใครจะเป็นคนได้โอกาสขึ้นปล้ำในตอนที่นักมวยปล้ำที่ถูกจองตัวไม่ยอมมาทำงาน เพราะงั้นแล้ว นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เราเรียกว่าเด็กเส้น"
"ผมบอกว่าเขา ( Bandido ) หักหลังบ้านเกิดของตัวเอง ที่ๆเขาเรียกมันว่าบ้าน ซึ่งมันคงเป็นบาดแผลทางจิตใจของเขา เขาพูดถึงอดีตของตัวเอง พูดถึงครอบครัว"
"เอาตรงๆคือผมไม่สนใจว่าเขาบอบช้ำแค่ไหน ผมไม่ใช่เพื่อนเขา ผมไม่ใช่นักจิตวิทยา ผมไม่ใช่จิตแพทย์ของเขา ผมกับเขา เราเป็นคู่แข่งกันบนสังเวียนเท่านั้น"
"ตอนอายุช่วง 17-18 ผมได้มีโอกาสฝึกกับนักมวยปล้ำมากมาย แต่พวกเขาไม่ได้ใจดี ผมถูกซ้อมราวกับเด็กไร้ทางสู้ ผมถูกจับเหวี่ยงทั่วเวทีราวกับกระสอบทราย พวกเขาต่างเป็นนักมวยปล้ำที่ฝีมือแต่พวกเขาไม่สอนผม พวกเขาไม่ให้อะไรผม จริงอยู่ที่ผมมีพ่ออยู่ข้างๆ แต่เขาไม่ใช่ประเภทคนเสิร์ฟอาหาร เขาไม่เคยพูดว่า "นี่ลูก กับข้าวของลูก" ผมต้องเอาตัวเองให้รอดในโลกที่แม้แต่คนแก่ยังมองเด็กไร้ประสบการณ์เป็นคู่แข่ง"
"นั่นคือเหตุผลที่เขา ( Bandido ) หันหลังให้ Arena Mexico หรือ Arena Coliseo ผมเรียกมันว่ามันคือการหักหลัง แม้แต่ Magia Bianca ลูกพี่ลูกน้องของเขา คนที่มาถึงที่นี่พร้อมผม คุณเห็นเขาหนีไปไหนไหมล่ะฮูลิโอ? เขายังอยู่ที่นี่และทำงานหนัก หรืออย่าง Templario ที่เป็นคนบ้านเดียวกัน Templario เขาอดทนต่อสู้แล้งเขาก็ได้เป็นคนแรกในหมู่เราที่สามารถเดบิวต์บนโชว์ใหญ่ได้"
"Bandido เคยถามผมว่าผมเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยม ทำไมผมถึงชอบออกมาปรามาสผู้คนไปทั่ว เพื่อเสียงเชียร์หรือเปล่า ผมจะตอบเขาตรงนี้"
"ไม่ ไม่เลย นี่เรียกว่า Lucha Libre และใน Lucha Libre ก็จะแบ่งออกเป็นสองฝั่งคือ Face กับ Heel ผมเป็น Face ที่ดีมากคนหนึ่ง แต่เมื่อผมต้องเจอกับนักมวยปล้ำอย่าง Mistico ฉันไม่เหมือนนาย Bandido ฉันไม่ก้มหัว ฉันไม่คุกเข่า หรือเอาลูกสาวขึ้นมาบนเวที ร้องไห้แล้วได้เสียงปรบมือ"
"ไม่ ในแมตซ์ต้องมีคนหนึ่งเป็น Face และอีกคนเป็น Heel ในตอนที่ผู้คนโห่ร้องใส่เพราะฉันต่อย Mistico แล้วฉันจะทำอย่างไรดี? ฉันก็ต่อย Mistico ให้แรงขึ้นเพื่อผู้คนจะได้โห่ร้องใส่ฉันดังขึ้นกว่าเดิมไง และแล้วตอนนี้ฉันได้รับแรงสนับสนุนจากแฟนๆที่ไม่เคยหักหลัง"
"นายบอกว่าฉันปรามาสผู้ชมในสนาม ฉันขึ้นไปบนเวทีแล้วเอาแต่ปรามาสคนไปทั่ว ก็มันคือสิ่งที่ Heel ทำ ปรากฏตัวเพื่อตอบรับเสียงโห่ร้อง"
"ฉันไม่เหมือนนายที่ไม่มาทำงานที่ Arena Coliseo เพราะจะไปขึ้นปล้ำในสมาคมที่ตายไปแล้ว ที่ที่นายบอกว่านายไปตามหาความฝัน"
"ตอนที่ฉันยังอยู่โรงเรียนฝึกมวยปล้ำ เพื่อนร่วมคลาสต่างหัวเราะ เยาะเย้ยที่ฉันใส่รองเท้าผ้าใบขาดและชุดตัวเดิมแทบทุกวันเพราะฉันไม่มีเงิน"
"แต่ Bandido ดูฉันตอนนี้สิพวก ไม่ ไม่ ไม่เลย ฉันไม่ได้ออกไปไหน ฉันซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ต่อ CMLL ฉันซื่อสัตย์ต่อเด็กคนหนึ่งที่มีคุณปู่เป็นนักมวยปล้ำ ฉันซื่อสัตย์ต่อเด็กคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเก่า คาดหวังสายโทรศัพท์จาก CMLL ฉันซื่อสัตย์ต่อเด็กหนุ่มคนนั้น"
"และดูฉันตอนนี้สิ ฉันกลายเป็นความภาคภูมิใจของ Lucha Libre ฉันไม่ใช่กระแสทางผ่าน ฉันกลายเป็นนักมวยปล้ำที่เก่งและประสบความสำเร็จในสมาคม"
"สำหรับฉันมันง่ายมากที่ฉันจะทิ้ง CMLL ตั้งแต่ปี 2018 ตอนที่ทุกสมาคมทั่วโลกต้องการตัวฉัน แต่ไม่ ฉันยังอยู่ที่นี่เพราะฉันซื่อสัตย์กับแฟนคลับ ซื่อสัตย์กับสมาคมที่มอบโอกาสให้ฉันเมื่อ 15 ปีก่อน"
"ฉันเติบโตมากับ Lucha Libre ส่วนสิ่งที่นายเรื่องว่า 'Pro Wrestling' มันไร้ตัวตนสำหรับฉัน สำหรับฉันมีแค่ Lucha Libre เท่านั้นและฉันเป็นนักมวยปล้ำ นั่นคือเหตุที่ฉันยังนั่งอยู่ตรงนี้ ฉันไม่ใช่นักเพ้อฝัน"
"พวกเขาทาบทามตัวฉัน แต่ฉันไม่ไปไหนเพราะฉันมีความสุขกับที่นี่ เพราะฉันต้องการเป็นจุดสูงสุดของ CMLL จุดสูงสุดของเม็กซิโก จุดสูงสุดของ Arena Mexico เหมือนที่เด็ก 8 ปวดคนนั้นที่มีความฝันเพราะรายการกีฬาตรงหนัา"
"ฉันไม่ได้ทิ้งเรือที่พาฉันขึ้นฝั่ง ฉันยังคงยืนหยัดกับ CMLL และใช่ ถ้าฉันเป็นคนแบบนาย ฉันคงออกไปจาก CMLL นานแล้ว"
"ดูอย่างลูกๆของคุณ Blue Panther ทุกคนต่างมีชื่อเสียงกันหมดแล้ว ลูกของคุณ Felino ก็เหมือนกันหรือ Atlantis Jr คนที่ผมเคยปล้ำด้วยตั้งแต่สมัยเป็นได้แค่รองคู่เปิดโชว์ เป็นคู่แรกๆของโชว์"
"เราก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงได้ด้วยสามารถของเราเอง เพราะเราไม่เคยพลาดคลาสฝึก เรามีความสม่ำเสมอ เราชนะใจผู้ชมในสนามได้ เราก้าวข้ามเสียงวิจารณ์และเราคู่ควรกับทุกตำแหน่งที่ผู้คนยกย่อง"
"และตอนนี้นายก็จำไว้ให้ขึ้นใจ นายกำลังมองมาที่ความภาคภูมิใจของ Lucha Libre คนที่นายไม่มีวันเป็นได้"
[JCR]: "เรานึกภาพไม่ออกเลยเลยว่าแมตซ์ระหว่าง Soberano Jr และ Bandido จะยอดเยี่ยมแค่ไหน"
[Soberano Jr]: "ผมไม่ต้องการขึ้นปล้ำกับเขาเพื่อเข็มขัด ROH World Championship ผมไม่สนใจเข็มขัดเส้นนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว แม้เขาบอกว่ามันเป็นเข็มขัดแชมป์ที่เก่าแก่"
"ผมเติบโตมากับมวยปล้ำของจริง เขาเคยถือเข็มขัดแชมป์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก Mexican National Welterweight ซึ่งคุณก็ปฏิเสธไม่ได้ฮูลิโอ"
"และนายบอกว่าฉันไม่รู้โลกภายนอก บอกว่าฉันไม่รู้จักคนแบบ Chris Jericho แน่นอนฉันรู้จักเขา เขามาที่ Arena Mexico ในช่วง 90s เพื่อเรียนรู้ศาสตร์ของ Lucha Libre"
"คนที่นายยกย่อง Bryan Danielson เขาคุกเข่าในวันที่เขาเข้ามาถึง Arena Mexico และร้องไห้กลางเวทีของ Arena Mexico"
"เหล่านักมวยปล้ำที่นายนับถือ พวกเขาต่างยกย่องและเคารพวัฒนธรรมของเรา ซึ่งมันทำให้ฉันเศร้าใจที่นายเป็นชาวเม็กซิกันแท้ มีวัฒนธรรมที่สวยงามที่เรียกว่า Lucha Libre แต่กลับออกไปข้างนอกแล้วยกย่องสิ่งที่เรียกว่า Pro Wrestling"
"เข็มขัดที่ฉันได้ถือ ( Mexican National Welterweight ) คือเส้นเดียวกันกับที่ Fishman, Lizmark, Blue Demon และอีกนับไม่ถ้วนทั้ง 77 คนเคยถือ และรู้อะไรไหม ฉันคือคนที่เข้าใกล้สถิติของ Karloff Lagarde ที่ครองแชมป์แชมป์ได้นานที่สุด มากกว่าใครๆ"
"ทีนี้ก็จะมีคนบอกว่าผมแทบไม่ป้องกันแชมป์ ผมป้องกันมัน 10 ครั้งแต่ดูสิว่าผมได้สู้กับใครบ้าง 3 จาก 10 คือยอดตำนานอย่าง Negro Casas ผมสู้กับยอดฝีมืออย่าง Templario, Barbaro Cavernario, Titan หรือแม้แต่ลูกพี่ลูกน้องของ Bandido อย่าง Magia Bianca เข้าอินเตอร์เน็ตไปเช็คดูได้เลยจะได้รู้ว่าผมไม่ได้โกหก"
"เพราะงั้นผมจึงไม่สนใจแชมป์ของเขา การได้ขึ้นปล้ำในโชว์วันครบรอบ 93 ปีนั้นแหละที่สำคัญที่สุด ผมจะโชว์ให้เขารู้ว่าใครคือเจ้าของบ้านตัวจริง"
"ผู้คนจะกล่าวหาว่าผมหาแสงและเพ้อฝัน ซึ่งมันบ่งบอกว่าพวกเขาไม่รู้อะไรเลย ถ้าพวกคุณรู้ว่าปฏิเสธบ่อยแค่ไหน ปฏิเสธสายโทรศัพท์จากชายตาขาวและชายพ่นน้ำ"
"ผมปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาเชิญผมไปที่โชว์สำคัญของเขา แต่สำหรับผมแล้วโชว์ที่สำคัญคือโชว์วันครบรอบที่ Arena Mexico นั้นคือโชว์ที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ตัวผม แต่สำหรับวงการ Lucha Libre ด้วยซ้ำ"
"ไม่ว่าใครจะพูดอะไร ผมไม่ไปที่ไหนทั้งนั้น ผมเป็น Luchador ตลอดชีวิตและความภาคภูมิใจของผมไม่ได้มีไว้ขาย"