เส้นทาง เว็บไซต์

CO-HAND Personalized Healing : Experience Tailored
www.cohandasia.com

🌀 เวียนหัว ภาพสั่น เดินแล้วรู้สึกพื้นไม่แน่นบางครั้งปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คอ  แต่อาจอยู่ที่ระบบ Vestibularวันนี้ขอเล่าเคส...
07/09/2026

🌀 เวียนหัว ภาพสั่น เดินแล้วรู้สึกพื้นไม่แน่นบางครั้งปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คอ แต่อาจอยู่ที่ระบบ Vestibular

วันนี้ขอเล่าเคสหนึ่งครับ

👩🏻 สถาปนิกสาว อายุ 40 ปี

คนไข้มาด้วยอาการ เวียนศีรษะช่วงเช้าและกลางวัน

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ
เวลาเล่นมือถือแล้วเลื่อนหน้าจอเร็ว ๆ ภาพเหมือนสั่น เวลาเดินรู้สึกเหมือนพื้นไม่แน่น มองป้ายหรือตัวหนังสือบางครั้งไม่ชัด ยิ่งเดินแล้วหันศีรษะไปมา ภาพยิ่งเหมือนสั่น

จากประวัติพบว่า เคยมี Vestibular Neuritis เส้นประสาทหูชั้นในอักเสบ

เราเลยไม่ได้ประเมินเพียงว่า เวียนหัวไหม? โดยเคสนี้ไม่มีอาการปวดคอนะครับ มีแค่ตึงบ่า

แต่ต้องหาคำตอบว่า ระบบ Vestibular ทำงานอย่างไร

🔺เราเริ่มประเมินอาการและผลกระทบต่อชีวิต

🔺DHI = 78/100 คะแนนอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตค่อนข้างมาก
จึงต้องหาว่าอาการเวียนหัวและความไม่มั่นคงนี้ เกิดจากระบบใด และส่งผลต่อ function อย่างไร

🔺เริ่มตรวจ ตอนแรกขอแยก central กับ peripheral vestibular systemก่อน
พบ ว่า ทั้ง smooth persuit / Gaze-evoke / Saccadic ผล Negative
แปลอาจไม่ใช่เรื่องของ Central

🔺เริ่มตรวจ Vestibular VOR
-Head Impulse Test (HIT) พบ corrective saccade เมื่อหมุนศีรษะไปทางข้างขวา

แปลว่า VOR ของข้างขวาทำงานได้ไม่เพียงพอ เมื่อศีรษะเคลื่อนที่เร็ว ตาจึงรักษาภาพให้นิ่งได้ไม่ทัน

🔺Dynamic Visual Acuity (DVA)
พบว่า ความสามารถในการมองเห็นลดลงเมื่อศีรษะมีการเคลื่อนไหว ห่างกัน 4 บรรทัด จากการตรวจ จากChart R (ซึ่งปกติไม่ควรห่างเกิน2-3 บรรทัด

สอดคล้องกับอาการที่คนไข้บอกว่า เดินแล้วมองป้ายไม่ชัด หันหัวแล้วภาพเหมือนสั่น

นี่คือหนึ่งใน clue สำคัญของ VOR dysfunction

🔺ต่อมาเราตรวจ Balance & Gait

-mCTSIB
เมื่อเพิ่มความยากของ sensory condition พบว่า การควบคุม balance ลดลง

เมื่อข้อมูลจากการมองเห็น somatosensory ถูกลดลง ร่างกายต้องพึ่งพา vestibular input มากขึ้น
เมื่อไรที่หลับตา คนไข้จะเกิดการเซ โดยคนไข้ยืนหลับตาบนพื้นแข็ง 22 วินาที แล้วยืนบนพื้นโฟม ได้ 12 วินาที

-Tandem Gait
พบ การเดินต่อส้น ปลายเท้าไม่มั่นคง
สะท้อนปัญหาของ dynamic balance

-Fukuda Stepping Test
พบการ เบี่ยงไปทางขวา ข้างที่ตรวจพบ หมุนไป 27องศา ทางขวา

สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบในการประเมินความไม่สมดุลของ vestibular system

เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกัน
เราไม่ได้ดูแค่ คนไข้เวียนหัว แต่เห็นเป็น pattern ว่า

🤍✨สรุป

Head movement ส่งผลต่อ
VOR ทำงานไม่เพียงพอ ทำให้
ภาพไม่คงที่ ภาพสั่น มองไม่ชัด
ก็เลยทำให้ Dynamic balance ลดลง
ส่งผลต่อเดินและเคลื่อนไหวศีรษะได้ไม่มั่นใจ

เมื่อประกอบกับประวัติ Vestibular Neuritis และผลการตรวจ จึงเข้าได้กับ
ส่งผลต่อ Unilateral Vestibular Hypofunction

🔺✨แล้วเรารักษาอย่างไร

เป้าหมายไม่ใช่เพียง
ทำอย่างไรก็ได้ให้คนไข้ไม่เวียน
แต่คือการ กระตุ้นให้ระบบประสาทเกิด adaptation และสามารถใช้ vestibular information ได้ดีขึ้น

หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ
VOR Adaptation Exercise

เริ่มจากระดับที่เหมาะสมกับคนไข้ เช่น VOR x1 และค่อย ๆ progression ตาม symptom และ functional capacity

โดยออกแบบทั้ง
ในเคสนี้วางโปรแกรมให้ฝึก VOR วันละ 3–5 ครั้ง โดยปรับความยากตามอาการและผลการประเมิน

และเริ่มฝึกรวมกับหารฝึกทรงตัว
เดินต่อเท้า เน้นทำน้อยๆแต่ทำบ่อยๆ

เพราะ Vestibular Rehabilitation ไม่ใช่แค่ จำ Testสิ่งสำคัญคือเราต้องตอบให้ได้ว่า

ตรวจเจออะไร
ผลนั้นหมายความว่าอะไร
อธิบายอาการของคนไข้ได้หรือไม่
แล้วเราจะเลือก Exercise อะไร
และจะ Progress อย่างไร



#เวียนศีรษะ
#บ้านหมุน
#ภาพสั่น
#ทรงตัวไม่ดี
#นักกายภาพบำบัด
#กายภาพบำบัด

🧨🧨 ข้อเท้าพลิกบ่อย ยืนไม่มั่นคงในนักวิ่งวันนี้ขอมาแชร์ อาการที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา คือ “ข้อเท้าพลิก” Chronic Ank...
05/09/2026

🧨🧨 ข้อเท้าพลิกบ่อย ยืนไม่มั่นคงในนักวิ่ง
วันนี้ขอมาแชร์ อาการที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา คือ “ข้อเท้าพลิก” Chronic Ankle Instability (CAI)
ประวัติ
ชายอายุ 42 ปี
อาชีพ: เจ้าของธุรกิจ
BMI: ปกติ
กิจกรรมที่ชอบ: วิ่งเป็นประจำ (5 km/day)
🏃🏻‍♂️ Chief Complaint
เคสนักวิ่ง มีประวัติข้อเท้าพลิกซ้ำหลายครั้ง
ทุกครั้งหลังอาการปวดและบวมหาย ก็กลับไปวิ่งตามปกติ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือ
“ความรู้สึกว่าข้อเท้าไม่มั่นคง”
โดยเฉพาะเวลาวิ่งบนพื้นต่างระดับ เปลี่ยนทิศทาง หรือลงเท้าผิดจังหวะ จะรู้สึกเหมือนข้อเท้า “วูบ” หรือ “จะพลิก”
คำถามจึงไม่ใช่แค่
“ข้อเท้าแข็งแรงพอหรือยัง?” แต่คือ
“ร่างกายสามารถควบคุมข้อเท้าขณะรับแรงได้ดีแค่ไหน?”
📝 Physical Examination
🔺 1. Ankle Mobility
ประเมิน ankle dorsiflexion ด้วย Weight-Bearing Lunge Test เพื่อดูความสามารถในการเคลื่อนไหวของข้อเท้าขณะลงน้ำหนัก
🔺 2. Strength
ประเมินกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า โดยเฉพาะ plantarflexor และ evertor รวมถึง proximal control ของ hip/knee
🔺 3. Single-Leg Balance
เมื่อให้ยืนขาเดียวพบการควบคุมการทรงตัวลดลง โดยเฉพาะเมื่อเพิ่มความยากหรือลด visual input
🔺 4. Dynamic Balance
ประเมินด้วย Star Excursion Balance Test / Y-Balance Test เพื่อดู dynamic postural control
🔺 5. Hop & Landing
ประเมิน single-leg hop และ landing เพื่อดูความสามารถในการรับแรงและควบคุมข้อเท้าในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับการวิ่ง
🧠 Clinical Reasoning
ข้อเท้าพลิกซ้ำๆ ส่งผลให้เกิด Recurrent Sprain / Giving Way ทำให้การรับความรู้สึก Sensorimotor & Proprioceptive Deficit เป็นผลให้การทรงตัว (Balance & Dynamic Postural Control) ลดลง
เกิดการควบคุมการเคลื่อนไหวขณะวิ่งได้ยากขึ้น (Poor Control during Running / Landing)
สุดท้ายก็เกิด Recurrent Ankle Instability
⚠️ ความเสี่ยงหากไม่ฟื้นฟูให้เหมาะสม
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ “ข้อเท้าพลิกอีกครั้ง”
แต่คือการเข้าสู่วงจร ซึ่งอาจนำไปสู่
⁃ ข้อเท้าพลิกซ้ำ
⁃ ความมั่นคงและ proprioception ลดลง
⁃ ความสามารถในการรับแรงขาเดียวลดลง
⁃ วิ่ง/กระโดด/เปลี่ยนทิศทางได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
⁃ ความมั่นใจในการวิ่งลดลง
⁃ พัฒนาเป็น Chronic Ankle Instability
ดังนั้น “หายปวด” ไม่ได้แปลว่า “พร้อมกลับไปวิ่ง”
🎯 GOAL & TREATMENT PLAN
Short-Term Goal 0–4 Weeks
Restore Control & Capacity
เป้าหมายแรกคือทำให้ข้อเท้า “ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น”
⁃ ลด pain / swelling หากยังมี
⁃ ลด giving way
⁃ Restore ankle dorsiflexion
⁃ เพิ่ม ankle-foot strength
⁃ เพิ่ม proprioception & sensorimotor control
⁃ เพิ่ม Single-Leg Balance
⁃ เพิ่ม Dynamic Balance
⁃ ควบคุม Single-Leg Squat / Step-down ได้ดี
Long-Term Goal 4–12+ Weeks
Return to Running
เมื่อพื้นฐานดีขึ้น เป้าหมายจะเปลี่ยนจาก
“ยืนให้มั่นคง” เป็น “รับแรงให้มั่นคง” เราจะเริ่มฝึก
Single-Leg Control
Strength/ Hop/ Landing/ Multi-directional Movement/ Running
🎯 เป้าหมายคือสามารถรับแรงขาเดียว กระโดด ลงพื้น เปลี่ยนทิศทาง และเพิ่ม Running Load ได้โดย
⁃ ไม่มี Giving Way
⁃ ไม่มี Instability
⁃ ไม่มีอาการปวดเพิ่มหลัง Training
⁃ Balance & Hop performance ดีขึ้น
⁃ มีความมั่นใจในการวิ่ง
🏃🏻‍♂️ Return to Running
ก่อนกลับไปวิ่งเต็มรูปแบบ ควรดูร่วมกันทั้ง
Mobility /Strength/ Balance Hop/Landing Running Tolerance/ Confidence
เพราะการวิ่งคือการรับและส่งแรงด้วยขาข้างเดียวซ้ำ ๆ หลายร้อยถึงหลายพันครั้ง
ถ้าร่างกายยังควบคุมขาข้างเดียวไม่ได้ดี
การหายปวดเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการกลับไปวิ่งได้
📚 Evidence
Kawabata, Sora et al. “Ankle instability as a prognostic factor associated with the recurrence of ankle sprain: A systematic review.” Foot (Edinburgh, Scotland) vol. 54 (2023): 101963. doi:10.1016/j.foot.2023.101963
Martin, R. L., Davenport, T. E., Fraser, J. J., Sawdon-Bea, J., Carcia, C. R., Carroll, L. A., Kivlan, B. R., & Carreira, D. (2021). Ankle stability and movement coordination impairments: Lateral ankle ligament sprains revision 2021. Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy, 51(4), CPG1–CPG80. https://doi.org/10.2519/jospt.2021.0302
#รักษาที่ต้นเหตุ
#1เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้99เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนไป
🔺 The 1% that matters 🔺

🤍 Contact
🤙🏻 Phone: 064 229 7991
📩 Inbox: m.me/337742299412608
✅ Line: https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location: https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎 โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
CO-HAND Physical Therapy Clinic




#ข้อเท้าพลิก

10 ปัญหาที่ Therapist มักเจอใน Vestibular Rehabilitation โดย เฉพาะ Vestibular Hypofunction คอร์สดีๆ จบครบในคราสเดียว สำห...
04/09/2026

10 ปัญหาที่ Therapist มักเจอใน Vestibular Rehabilitation โดย เฉพาะ Vestibular Hypofunction
คอร์สดีๆ จบครบในคราสเดียว สำหรับผู้สนใจหรือเป็นชาว vestibular rehab

🔺🧢THE VESTIBULAR GAP

From Hypofunction to Functional Recovery ตรวจได้ ทำเป็น ให้home program ได้

🤍🙌🏻คอร์สดีๆ สำหรับชาว Vestibular rehab
เพราะการทำ Vestibular Rehabilitation
ไม่ใช่แค่รู้ว่า Vestibular Hypofunction คืออะไร

แต่สิ่งสำคัญคือ
🔺ตรวจอย่างไร
🔺แปลผลอย่างไร
🔺ตัดสินใจอย่างไร
🔺ออกแบบการฝึกอย่างไร
🔺 Progress อย่างไร

คอร์สนี้พัฒนาจาก 3 แกนหลัก

CO-HAND Clinical Experience
ประสบการณ์จากการประเมินและรักษาเคส Vestibular จริงในคลินิก

Bárány Society Consensus & Classification
องค์ความรู้และแนวทางการจำแนกภาวะทาง Vestibular จาก Bárány Society

Clinical Application
เปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็น Clinical Decision และโปรแกรมฟื้นฟูที่ใช้ได้จริง

🎈🎯VESTIBULAR HYPOFUNCTION

From Test Clinical Decision Training

สอนโดย
กภ. พงศธร สีสุกดี

01 | อ่านผลตรวจให้เป็น

ไม่ใช่แค่รู้ว่า Positive / Negative
แต่ต้องรู้ว่า ผลตรวจนี้กำลังบอกอะไรเรา

-Head Thrust ข้างไหนมีปัญหา?
-Positive vs Negative แต่คนไข้ยังมี Oscillopsia ทำอย่างไร?
-Unilateral vs Bilateral Hypofunction
-DVA ใช้ผลตรวจเพื่อช่วย Clinical Decision อย่างไร?
-แยก Hypofunction ออกจาก BPPV / PPPD / Cervicogenic Dizziness

02 | เปลี่ยน “ผลตรวจ” เป็น “คำสั่งฝึก”

เมื่อรู้แล้วว่าคนไข้มีปัญหาอะไร
เราจะเลือกฝึกอะไร และไม่ควรฝึกอะไร?

-VOR x1 vs VOR x2 เลือกใช้เมื่อไหร่
-กำหนด Speed ของ Head Movement อย่างไร
- เลือก Target / Background / Visual Challenge
- Dose: Frequency / Intensity /Duration
- ประเมินอย่างไรว่าการฝึก “ง่ายไป” หรือ “หนักไป”

03 | Progression แบบมีเหตุผล

ไม่ใช่แค่ เพิ่มท่าไปเรื่อย ๆ

แต่ต้องรู้ว่า
เมื่อไหร่ควรเพิ่มระดับ และเพิ่มอะไร

และที่สำคัญ

เมื่อไหร่ควรหยุดเน้น VOR
แล้วเปลี่ยนไป Balance / Gait / Functional Training

เพราะเป้าหมายของ Vestibular Rehabilitation
ไม่ใช่แค่ทำให้ผลตรวจดีขึ้น

แต่คือ

ทำให้คนไข้กลับไปใช้ชีวิตและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

📅 23 กันยายน 2569
⏰ 18.00–21.00 น. | Live Online

🎥 เก็บคลิปย้อนหลัง 500 บาท
🔴 Live สดอย่างเดียว 300 บาท

สมัคร / ลงทะเบียน
ลงทะเบียน THE VESTIBULAR GAP⁠
ลิงค์ https://forms.gle/guNRNSyPG2wjzQsF7

คอร์สดีๆ จบครบในคราสเดียว สำหรับผู้สนใจหรือเป็นชาว vestibular rehab 🔺🧢THE VESTIBULAR GAPFrom Hypofunction to Functional ...
02/09/2026

คอร์สดีๆ จบครบในคราสเดียว สำหรับผู้สนใจหรือเป็นชาว vestibular rehab

🔺🧢THE VESTIBULAR GAP

From Hypofunction to Functional Recovery ตรวจได้ ทำเป็น ให้home program ได้

🤍🙌🏻คอร์สดีๆ สำหรับชาว Vestibular rehab
เพราะการทำ Vestibular Rehabilitation
ไม่ใช่แค่รู้ว่า Vestibular Hypofunction คืออะไร

แต่สิ่งสำคัญคือ
🔺ตรวจอย่างไร
🔺แปลผลอย่างไร
🔺ตัดสินใจอย่างไร
🔺ออกแบบการฝึกอย่างไร
🔺 Progress อย่างไร

คอร์สนี้พัฒนาจาก 3 แกนหลัก

CO-HAND Clinical Experience
ประสบการณ์จากการประเมินและรักษาเคส Vestibular จริงในคลินิก

Bárány Society Consensus & Classification
องค์ความรู้และแนวทางการจำแนกภาวะทาง Vestibular จาก Bárány Society

Clinical Application
เปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็น Clinical Decision และโปรแกรมฟื้นฟูที่ใช้ได้จริง

🎈🎯VESTIBULAR HYPOFUNCTION

From Test Clinical Decision Training

สอนโดย
กภ. พงศธร สีสุกดี

01 | อ่านผลตรวจให้เป็น

ไม่ใช่แค่รู้ว่า Positive / Negative
แต่ต้องรู้ว่า ผลตรวจนี้กำลังบอกอะไรเรา

-Head Thrust ข้างไหนมีปัญหา?
-Positive vs Negative แต่คนไข้ยังมี Oscillopsia ทำอย่างไร?
-Unilateral vs Bilateral Hypofunction
-DVA ใช้ผลตรวจเพื่อช่วย Clinical Decision อย่างไร?
-แยก Hypofunction ออกจาก BPPV / PPPD / Cervicogenic Dizziness

02 | เปลี่ยน “ผลตรวจ” เป็น “คำสั่งฝึก”

เมื่อรู้แล้วว่าคนไข้มีปัญหาอะไร
เราจะเลือกฝึกอะไร และไม่ควรฝึกอะไร?

-VOR x1 vs VOR x2 เลือกใช้เมื่อไหร่
-กำหนด Speed ของ Head Movement อย่างไร
- เลือก Target / Background / Visual Challenge
- Dose: Frequency / Intensity /Duration
- ประเมินอย่างไรว่าการฝึก “ง่ายไป” หรือ “หนักไป”

03 | Progression แบบมีเหตุผล

ไม่ใช่แค่ เพิ่มท่าไปเรื่อย ๆ

แต่ต้องรู้ว่า
เมื่อไหร่ควรเพิ่มระดับ และเพิ่มอะไร

และที่สำคัญ

เมื่อไหร่ควรหยุดเน้น VOR
แล้วเปลี่ยนไป Balance / Gait / Functional Training

เพราะเป้าหมายของ Vestibular Rehabilitation
ไม่ใช่แค่ทำให้ผลตรวจดีขึ้น

แต่คือ

ทำให้คนไข้กลับไปใช้ชีวิตและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

📅 23 กันยายน 2569
⏰ 18.00–21.00 น. | Live Online

🎥 เก็บคลิปย้อนหลัง 500 บาท
🔴 Live สดอย่างเดียว 300 บาท

สมัคร / ลงทะเบียน
ลงทะเบียน THE VESTIBULAR GAP⁠
ลิงค์ https://forms.gle/guNRNSyPG2wjzQsF7

👁️ CO-HAND @ Siriraj Ophthalmology Conference 2026“MODERN OPHTHALMIC PRACTICE”เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2026 CO-HAND ได้มีโ...
30/08/2026

👁️ CO-HAND @ Siriraj Ophthalmology Conference 2026

“MODERN OPHTHALMIC PRACTICE”

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2026 CO-HAND ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Siriraj Ophthalmology Conference 2026 ณ Grand Ballroom, Millennium Hilton Bangkok

สำหรับเรา การอัปเดตความรู้ด้านจักษุไม่ได้หมายความว่าเราจะมารักษาโรคตา แต่คือการ เข้าใจระบบการมองเห็นให้มากขึ้น เพื่อช่วยคัดกรอง เชื่อมโยงอาการ และส่งต่อคนไข้ได้เหมาะสม

เพราะในคลินิก เราพบคนไข้ที่มีทั้ง เวียนศีรษะ ภาพพร่า ภาพเบลอ ภาพซ้อน เดินแล้วภาพไม่อยู่นิ่ง และปัญหา Eye–Head Coordination ซึ่งบางครั้งไม่ได้เกิดจาก Vestibular หรือ Cervical เพียงระบบเดียว

🔎 4 เรื่องที่น่าสนใจและนำกลับมาใช้กับ CO-HAND

1. Strabismus Screening (การคัดกรองภาวะตาเข/ตาไม่ตรง)

Screening ไม่ใช่ Diagnosis

การคัดกรองช่วยให้เรามองเห็นความผิดปกติได้เร็วขึ้น แต่ต้องมีการตรวจยืนยันโดยผู้เชี่ยวชาญ

มีความสำคัญในคนไข้ที่มี
- เวียนหัว
- ภาพซ้อน
- Visual Instability (ภาพไม่มั่นคงขณะเคลื่อนไหว)
- อ่านแล้วล้า
- เดินแล้วรู้สึกภาพไม่อยู่นิ่ง
- Eye–Head Coordination (การทำงานประสานกันระหว่างตากับศีรษะ) ผิดปกติ

หากพบความผิดปกติ อาจต้องประเมิน Oculomotor Function (การควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตา) ร่วมกับ Vestibular System (ระบบการทรงตัว) และพิจารณาส่งต่อ

2. GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) กับประเด็นด้านการมองเห็น

GLP-1 receptor agonists เป็นยาที่มีบทบาทในการควบคุมเบาหวานและน้ำหนัก

ประเด็นที่น่าสนใจคือมีการศึกษาความสัมพันธ์กับ NAION (Non-Arteritic Anterior Ischemic Optic Neuropathy ภาวะเส้นประสาทตาขาดเลือดบริเวณด้านหน้า) ซึ่งเป็นภาวะที่พบไม่บ่อย

สำหรับนักกายภาพ สิ่งสำคัญคือ รู้จักยาและอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับการมองเห็น โดยเฉพาะเมื่อคนไข้มีโรคประจำตัวและมี Visual Complaint (อาการผิดปกติด้านการมองเห็น) ร่วมด้วย

3. DED (Dry Eye Disease โรคตาแห้ง)

Dry Eye ไม่ได้หมายถึง “น้ำตาน้อย” เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ

Ocular Surface (พื้นผิวตา) ,Inflammation (การอักเสบ) ,Etiological Drivers (ปัจจัยที่ขับเคลื่อนโรค) , Visual Function (การทำงานของการมองเห็น)

อีกเรื่องที่นักกายภาพควรรู้คือ ยาหยอดตาบางชนิดสามารถทำให้ภาพเบลอชั่วคราวได้

💧 Artificial Tears (น้ำตาเทียม)
เช่น Carboxymethylcellulose, Hypromellose, Sodium Hyaluronate
อาจทำให้ตามัวชั่วคราว โดยเฉพาะสูตรที่มีความหนืดสูง

💧 Eye Gel / Ointment (เจลหรือขี้ผึ้งป้ายตา)
ให้ความชุ่มชื้นได้นาน แต่สามารถทำให้ภาพเบลอได้ชัดเจน

💧 Cyclosporine Ophthalmic (ยาหยอดลดการอักเสบ) และ Lifitegrast Ophthalmic
อาจทำให้ระคายเคือง และมี Visual Disturbance (ความผิดปกติของการมองเห็น) หลังหยอดได้

ดังนั้นถ้าคนไข้บอกว่า
“ช่วงนี้ตาพร่า แล้วก็เวียนหัว”

อย่าลืมถามว่า ใช้ยาหยอดตาอะไรอยู่ และอาการเกิดสัมพันธ์กับเวลาที่หยอดหรือไม่

4. EDOF (Extended Depth of Focus เลนส์ที่ขยายช่วงระยะการโฟกัส)

เป็นเทคโนโลยีของ IOL (Intraocular Lens — เลนส์แก้วตาเทียม) ที่ออกแบบมาเพื่อขยายช่วงการมองเห็นให้ต่อเนื่องมากขึ้น

มองไกล มองกลาง มองคอมพิวเตอร์ มองใกล้บางระยะ

ช่วยลดการพึ่งพาแว่นในบางระยะ และอาจมี Dysphotopsia (อาการรบกวนทางการมองเห็น เช่น Halo/Glare) น้อยกว่า Multifocal บางรูปแบบ

สำหรับ CO-HAND สิ่งที่น่าสนใจคือ คนไข้ที่ผ่านการผ่าตัดต้อกระจกหรือเปลี่ยน IOL อาจมีการปรับตัวของระบบการมองเห็น ซึ่งควรนำมาพิจารณาเมื่อประเมินอาการเวียนหัวหรือ Visual Instability

🧠 CO-HAND ขอสรุป

“ตาไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้เรามองเห็น แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวและการทรงตัว”

ดังนั้นเมื่อคนไข้มาด้วย

เวียนหัว ภาพพร่า ภาพซ้อน เดินแล้วภาพไม่อยู่นิ่ง อ่านแล้วล้า ปวดศีรษะ

เราอาจต้องมองให้กว้างกว่า คอ หรือหูชั้นใน เพียงอย่างเดียว

เพราะการดูแลคนไข้ที่ดี ไม่ใช่แค่รู้ว่า “เรารักษาอะไรได้”
แต่ต้องรู้ด้วยว่า “อะไรที่เราควรส่งต่อ” ครับ

🔺🧢THE VESTIBULAR GAPFrom Hypofunction to Functional Recovery ตรวจได้ ทำเป็น ให้home program ได้ 🤍🙌🏻คอร์สดีๆ สำหรับชาว Ve...
28/08/2026

🔺🧢THE VESTIBULAR GAP

From Hypofunction to Functional Recovery ตรวจได้ ทำเป็น ให้home program ได้

🤍🙌🏻คอร์สดีๆ สำหรับชาว Vestibular rehab
เพราะการทำ Vestibular Rehabilitation
ไม่ใช่แค่รู้ว่า Vestibular Hypofunction คืออะไร

แต่สิ่งสำคัญคือ
🔺ตรวจอย่างไร
🔺แปลผลอย่างไร
🔺ตัดสินใจอย่างไร
🔺ออกแบบการฝึกอย่างไร
🔺 Progress อย่างไร

คอร์สนี้พัฒนาจาก 3 แกนหลัก

CO-HAND Clinical Experience
ประสบการณ์จากการประเมินและรักษาเคส Vestibular จริงในคลินิก

Bárány Society Consensus & Classification
องค์ความรู้และแนวทางการจำแนกภาวะทาง Vestibular จาก Bárány Society

Clinical Application
เปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็น Clinical Decision และโปรแกรมฟื้นฟูที่ใช้ได้จริง

🎈🎯VESTIBULAR HYPOFUNCTION

From Test Clinical Decision Training

สอนโดย
กภ. พงศธร สีสุกดี

01 | อ่านผลตรวจให้เป็น

ไม่ใช่แค่รู้ว่า Positive / Negative
แต่ต้องรู้ว่า ผลตรวจนี้กำลังบอกอะไรเรา

-Head Thrust ข้างไหนมีปัญหา?
-Positive vs Negative แต่คนไข้ยังมี Oscillopsia ทำอย่างไร?
-Unilateral vs Bilateral Hypofunction
-DVA ใช้ผลตรวจเพื่อช่วย Clinical Decision อย่างไร?
-แยก Hypofunction ออกจาก BPPV / PPPD / Cervicogenic Dizziness

02 | เปลี่ยน “ผลตรวจ” เป็น “คำสั่งฝึก”

เมื่อรู้แล้วว่าคนไข้มีปัญหาอะไร
เราจะเลือกฝึกอะไร และไม่ควรฝึกอะไร?

-VOR x1 vs VOR x2 เลือกใช้เมื่อไหร่
-กำหนด Speed ของ Head Movement อย่างไร
- เลือก Target / Background / Visual Challenge
- Dose: Frequency / Intensity /Duration
- ประเมินอย่างไรว่าการฝึก “ง่ายไป” หรือ “หนักไป”

03 | Progression แบบมีเหตุผล

ไม่ใช่แค่ เพิ่มท่าไปเรื่อย ๆ

แต่ต้องรู้ว่า
เมื่อไหร่ควรเพิ่มระดับ และเพิ่มอะไร

และที่สำคัญ

เมื่อไหร่ควรหยุดเน้น VOR
แล้วเปลี่ยนไป Balance / Gait / Functional Training

เพราะเป้าหมายของ Vestibular Rehabilitation
ไม่ใช่แค่ทำให้ผลตรวจดีขึ้น

แต่คือ

ทำให้คนไข้กลับไปใช้ชีวิตและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

📅 23 กันยายน 2569
⏰ 18.00–21.00 น. | Live Online

🎥 เก็บคลิปย้อนหลัง 500 บาท
🔴 Live สดอย่างเดียว 300 บาท

สมัคร / ลงทะเบียน
ลงทะเบียน THE VESTIBULAR GAP⁠
ลิงค์ https://forms.gle/guNRNSyPG2wjzQsF7

เวียนหัวเหมือนกัน แต่สาเหตุอาจไม่เหมือนกัน แล้วคุณล่ะ ทีมไหนกันครับ หลายคนคิดว่าอาการเวียนหัวรักษาเหมือนกันหมดแต่จริง ๆ ...
24/08/2026

เวียนหัวเหมือนกัน แต่สาเหตุอาจไม่เหมือนกัน แล้วคุณล่ะ ทีมไหนกันครับ

หลายคนคิดว่าอาการเวียนหัวรักษาเหมือนกันหมด

แต่จริง ๆ แล้ว การตรวจให้ถูก สำคัญกว่าการรีบรักษา

เพราะผู้ป่วย 2 คน อาจมีอาการคล้ายกัน แต่สาเหตุและการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

👀เริ่มจาก : ลองเช็กตัวเอง

ทีม 🅰️ หลับตาแล้วแย่

-หลับตาอาบน้ำแล้วโคลง
-เดินในที่มืดไม่มั่นใจ
-หลับตาแล้วยืนไม่ค่อยอยู่

👉 มักเกี่ยวข้องกับระบบหูชั้นในและการทรงตัว

ทีม 🅱️ ลืมตาแล้วแย่
-เดินห้างแล้วมึน
-คนเยอะ รถเยอะ ลายพื้นเยอะ แล้วเวียนหัว
-มองภาพเคลื่อนไหวแล้วไม่สบาย

👉 มักเกี่ยวข้องกับการพึ่งพาการมองเห็นมากเกินไป (Visual Dependence) ซึ่งพบได้ในผู้ป่วย PPPD หลายราย

🩺 : นักกายภาพแยกอย่างไร

เราไม่ได้ถามแค่ว่า
“เวียนหัวไหม?”

แต่จะประเมินว่า
✔️ หลับตาแล้วเป็นอย่างไร
✔️ ลืมตาแล้วเป็นอย่างไร
✔️ เดินตรงไหม
✔️ ระบบหูชั้นในทำงานดีหรือไม่
✔️ สมองกำลังพึ่งสายตามากเกินไปหรือเปล่า

เพราะผลการตรวจจะนำไปสู่การรักษาที่แตกต่างกัน

🏃 : การรักษาก็ต่างกัน

หากเป็นผู้ที่ระบบหูชั้นในทำงานลดลง
เราจะเน้น

✅ ฝึกการควบคุมสายตา (Gaze Stabilization / VOR)
✅ ฝึกทรงตัวโดยลดการพึ่งสายตา เช่น หลับตา
✅ ฝึกให้สมองเรียนรู้การใช้ข้อมูลจากระบบอื่นมากขึ้น

หากเป็นผู้ที่ไวต่อภาพและสิ่งเร้าทางสายตา (Visual Dependence / PPPD)

เราจะเน้น

✅ ค่อย ๆ ฝึกเผชิญสิ่งเร้าทางสายตา
✅ ฝึกการหายใจและลดความตึงตัวของระบบประสาทเมื่อเหมาะสม
✅ ฝึกเดินในสภาพแวดล้อมจริง เช่น ห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน

❤️ จำไว้ว่า

เวียนหัวที่เดินห้างไม่ได้
ไม่จำเป็นต้องรักษาแบบเดียวกับ
เวียนหัวที่หลับตาแล้วเสียการทรงตัว

การรักษาที่ตรงกับสาเหตุ
ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วกว่า และกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

👇 ลองคอมเมนต์หน่อยครับ

🔵 A = หลับตาแล้วแย่
🔴 B = เดินห้าง คนเยอะ ภาพเยอะแล้วแย่
🟣 C = เป็นทั้งสองแบบ

ทีม CO-HAND จะช่วยอธิบายว่าอาการของคุณ น่าจะอยู่ในกลุ่มไหน
และควรตรวจอะไรเพิ่มเติม

1%ที่จะทำให้99%เปลี่ยนไป
🔺The 1% that matters🔺

🤍Contact
🤙🏻 Phone : 064 229 7991
📩 Inbox : m.me/337742299412608
✅ Line : https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location : https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
Co-hand Physical Therapy Clinic
#ไมเกรนเกิดจากอะไร #ยาแก้ไมเกรน
#ไมเกรนห้ามกินอะไร #ไมเกรนคืออะไร #วิธีรักษาไมเกรน #เวียนหัวคลื่นไส้พะอืดพะอมบ้านหมุนวิธีแก้ #ตื่นนอนแล้วเวียนหัววิธีแก้ #อาการบ้านหมุนหายเองได้ไหม #รักษาอาการเวียนหัว #รักษาอาการบ้านหมุน #นอนตกหมอนปวดคอ #นอนตกหมอนปวดคอกี่วันหาย #ปวดคอบ่าไหล่ข้างเดียว #ปวดคอนอนตกหมอน #รักษาอาการปวดคอ

📝🏋🏻‍♂️ จากการเรียนออกกำลังกาย…สู่การพัฒนาวิธีที่เหมาะกับร่างกายของแต่ละบุคคล วันนี้ของมาอัพเดตการไปอบรม ในหัวข้อ“Correct...
24/08/2026

📝🏋🏻‍♂️ จากการเรียนออกกำลังกาย…สู่การพัฒนาวิธีที่เหมาะกับร่างกายของแต่ละบุคคล วันนี้ของมาอัพเดตการไปอบรม ในหัวข้อ
“Corrective exercise for lower extremities”
ในวันที่ 22-23 August 2026 🚶🏻‍♂️🏃🏻‍♂️
สิ่งที่ได้เรียนรู้นอกจากเนื้อหาแล้ว
เป็นสิ่งที่ย้ำเราว่า การออกกำลังกายที่ดี
อาจไม่ใช่แค่การรู้ว่า “ท่าไหนเล่นกล้ามเนื้อมัดไหน”
แต่คือการเข้าใจว่า
ร่างกายของแต่ละคนควรเริ่มจากตรงไหน และควรพัฒนาไปถึงไหน
🏃🏻‍♂️ ที่ผ่านมา ทางคลินิกโคแฮนด์เองก็เรียนรู้และพัฒนารูปแบบการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแนวคิด Corrective Exercise ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการให้ทำท่าออกกำลังกายทันที
🙌🏻 แต่เริ่มจาก
“การประเมิน”
🙌🏻 เพราะคนที่เคยปวดหลัง
คนที่เคยผ่าตัด
คนที่มีคอเสื่อม หลังเสื่อม หรือเข่าเสื่อม
อาจไม่ได้ต้องการ “ท่าออกกำลังกายที่เหมือนกัน”
🙌🏻 สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่า
ร่างกายตอนนี้อยู่ตรงไหน
มีข้อจำกัดอะไร
อะไรที่ควรระวัง
และอะไรคือสิ่งที่ควรพัฒนา
จากนั้นการวางลำดับการฝึก เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
🔺 เริ่มจากสิ่งที่ร่างกายทำได้
🔺 สร้างพื้นฐาน
🔺 เพิ่มความหนัก
🔺 เพิ่มความซับซ้อน
พาไปสู่ความสามารถที่มากกว่าเดิม
การเพิ่มน้ำหนักจึงไม่ใช่แค่
“วันนี้ทำได้ 10 kg พรุ่งนี้ต้อง 15 kg”
🙌🏻🏋🏻‍♂️ แต่คือการเลือก ความหนักที่เหมาะสมกับช่วงเวลานั้น เพื่อให้ร่างกายได้เรียนรู้ ปรับตัว และแข็งแรงขึ้นอย่างมีเป้าหมาย
เราอยากพาร่างกายไปในจุดที่
แกร่งกว่าเดิม
เคลื่อนไหวได้ไกลกว่าเดิม
และกลับไปใช้ชีวิตได้มากกว่าเดิม
อีกหนึ่งแนวคิดที่เราให้ความสำคัญ คือการมองร่างกายแบบ เชื่อมโยงกัน
⛓️⛓️‍💥เพราะร่างกายไม่ได้ทำงานแยกเป็นส่วน ๆ
การเคลื่อนไหวหนึ่งครั้ง อาจเกิดจากการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อหลายกลุ่ม ผ่านระบบการเชื่อมโยงที่เรียกว่า Muscle Sling
ดังนั้น เวลาประเมินหรือออกแบบการฝึก เราจึงไม่ได้มองแค่
“กล้ามเนื้อมัดนี้อ่อนแรงไหม?”
แต่ถามต่อว่า
มันทำงานร่วมกับส่วนอื่นอย่างไร?
การเคลื่อนไหวทั้งหมดมีประสิทธิภาพแค่ไหน?
เราจะฝึกให้ร่างกายทำงานร่วมกันได้ดีขึ้นอย่างไร?
เพราะสุดท้ายแล้ว
เป้าหมายของการออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่การทำให้ “กล้ามเนื้อแข็งแรง”
แต่คือการทำให้ “ร่างกายแข็งแรงขึ้นทั้งระบบ เพื่อสามารถกลับไปทำตามเป้าหมายของแต่ละคนได้”
และนี่คือสิ่งที่เรายังคงเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาต่อไปในทุกวัน เพื่อให้การออกกำลังกายของแต่ละคน
ไม่ใช่แค่ “ทำได้”
แต่เป็น การพัฒนาไปสู่สิ่งที่ทำได้มากกว่าเดิม 🤎
#รักษาที่ต้นเหตุ
#1เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้99เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนไป
🔺 The 1% that matters 🔺

🤍 Contact
🤙🏻 Phone: 064 229 7991
📩 Inbox: m.me/337742299412608
✅ Line: https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location: https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎 โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
CO-HAND Physical Therapy Clinic

THE ONLY ONE BODYบ้านเปลี่ยนได้ แต่ร่างกายเปลี่ยนไม่ได้ 🏠🧍🏻‍♂️ขอบคุณ PropertyGuru Thailand ที่เปิดโอกาสให้ CO-HAND ได้เข...
22/08/2026

THE ONLY ONE BODY

บ้านเปลี่ยนได้ แต่ร่างกายเปลี่ยนไม่ได้ 🏠🧍🏻‍♂️

ขอบคุณ PropertyGuru Thailand ที่เปิดโอกาสให้ CO-HAND ได้เข้าไปแบ่งปันความรู้และทำกิจกรรมกับบุคลากร ในเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด “การขยับร่างกายในสังคมการทำงานออฟฟิศ”

เพราะในแต่ละวัน เราอาจใช้เวลา 8–10 ชั่วโมงอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
นั่งประชุม นั่งทำงาน นั่งเดินทาง
จนบางครั้ง เราอาจลืมไปว่า

ร่างกายของเราก็มีชีวิต และต้องการการดูแลเหมือนกัน

บ้านเปลี่ยนได้
โต๊ะทำงานเปลี่ยนได้
เก้าอี้เปลี่ยนได้
แต่สิ่งหนึ่งที่เราเปลี่ยนไม่ได้ คือ “ร่างกายของเรา”

สิ่งที่เราอยากชวนทุกคนกลับไปคิด ไม่ใช่แค่ ❌ “นั่งยังไงถึงจะไม่ปวด”
แต่คือ✅ “วันนี้เราได้ขยับร่างกายมากพอหรือยัง?”

การขยับตัวระหว่างวัน ไม่จำเป็นต้องเป็นการออกกำลังกายหนัก ๆ เสมอไป
เพียงแค่ ลุก เดิน เปลี่ยนท่า ยืด หรือขยับร่างกายเป็นระยะ ก็ช่วยลดเวลาที่เราอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป และเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพระบบกล้ามเนื้อและกระดูกในชีวิตประจำวันได้

เพราะเป้าหมายไม่ใช่
“ไม่ให้ร่างกายปวดเลย”

แต่คือการสร้างนิสัยให้เรา
“ฟังร่างกาย และดูแลมันก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น”

ขอบคุณ PropertyGuru และผู้เข้าร่วมทุกคนที่ให้ความสนใจ ร่วมกิจกรรม ร่วมสนุก และเปิดใจทดลองขยับไปพร้อมกับเรา ❤️

หวังว่าหลังจากวันนี้
ทุกครั้งที่นั่งทำงานนาน ๆ
จะมีใครสักคนถามตัวเองว่า…

“ถึงเวลาขยับร่างกายหรือยัง?”

THE ONLY ONE BODY
ดูแลร่างกาย เพราะเรามีแค่ร่างเดียว

#กายภาพบำบัด #ออฟฟิศซินโดรม #ขยับร่างกาย #สุขภาพคนทำงาน

ที่อยู่

No. 10, Soi 7, Hua Mak Subdistrict, Bangkok
Bang Kapi
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ CO-HAND โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์