เส้นทาง

Coach Tom Panya ที่ปรึกษางาน HR

🎯 ลูกน้องไม่ได้ต้องการหัวหน้าที่คอยจ้ำจี้แต่ต้องการ “ความคาดหวังที่ชัดเจน”เคยไหม?หัวหน้าคิดว่า...“เรื่องแค่นี้ น่าจะรู้น...
01/10/2026

🎯 ลูกน้องไม่ได้ต้องการหัวหน้าที่คอยจ้ำจี้

แต่ต้องการ “ความคาดหวังที่ชัดเจน”

เคยไหม?

หัวหน้าคิดว่า...

“เรื่องแค่นี้ น่าจะรู้นะ”

“ทำงานมานานแล้ว ทำไมต้องบอกทุกเรื่อง?”

“แค่นี้เอง ทำไมต้องให้ตาม?”

แต่ในมุมของลูกน้อง...

“แล้วหัวหน้าต้องการแบบไหนวะ?”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🧩 บางครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากลูกน้องไม่เก่ง

แต่เกิดจาก...

หัวหน้าคิดอย่างหนึ่ง
ลูกน้องเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง

หัวหน้าบอกว่า

“ทำให้ดีนะ”

ลูกน้องก็ทำเต็มที่

แต่พอส่งงานกลับโดนบอกว่า

“ยังไม่ดี”

แล้วลูกน้องก็ได้แต่งงว่า...

“ไม่ดีตรงไหน?”

จริง ๆ แล้วสิ่งที่ลูกน้องต้องการ
ไม่ใช่คำสั่งที่เยอะขึ้น

แต่คือ

🎯 ความคาดหวังที่ชัดขึ้น

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📌 ก่อนมอบหมายงาน ลองตอบให้ได้ 5 เรื่อง

1️⃣ ต้องการอะไร?

บอกให้ชัดว่า
ผลลัพธ์สุดท้ายต้องเป็นแบบไหน

ไม่ใช่แค่...

“ทำรายงานให้หน่อย”

แต่เป็น...

“ต้องการรายงานสรุปยอดขายเดือนนี้ พร้อมวิเคราะห์สินค้าที่ขายดีและขายตก”

ลูกน้องจะได้รู้ว่า
งานที่ต้องส่งหน้าตาเป็นอย่างไร

2️⃣ ต้องเสร็จเมื่อไร?

อย่าพูดแค่ว่า

“ขอเร็ว ๆ”

เพราะคำว่า “เร็ว” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน

บอกไปเลยว่า

“ขอภายในวันศุกร์ เวลา 16.00 น.”

จบ

ไม่ต้องให้ลูกน้องเดา

3️⃣ มาตรฐานที่ต้องการคืออะไร?

คำว่า

“เอาให้ดี”

ใช้ไม่ได้

เพราะ “ดี” ของหัวหน้า
กับ “ดี” ของลูกน้อง
อาจไม่เหมือนกัน

บอกให้ชัดว่า

ต้องครบอะไร
ต้องละเอียดแค่ไหน
ต้องตรวจอะไร
ต้องใช้รูปแบบไหน

4️⃣ อะไรคือเรื่องที่ห้ามพลาด?

บางงานมี 10 เรื่อง

แต่มี 2 เรื่องที่สำคัญมาก

หัวหน้าต้องบอกให้รู้ว่า

“สองเรื่องนี้ต้องเป๊ะ ห้ามพลาด”

ลูกน้องจะได้รู้ว่า
อะไรคือ Priority

5️⃣ ถ้าติดปัญหาต้องทำยังไง?

อย่าปล่อยให้ลูกน้องคิดว่า...

“ถ้าถาม เดี๋ยวโดนมองว่าไม่เก่ง”

บอกให้ชัดไปเลยว่า

“ถ้าติดตรงไหน ให้แจ้งก่อนถึง Deadline ไม่ต้องรอจนงานเสร็จแล้วค่อยบอก”

แค่นี้ก็ลดปัญหาไปได้เยอะ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🔥 เพราะหัวหน้าที่พูดไม่ชัด

จะได้ลูกน้องที่ “เดาใจหัวหน้า”

วันนี้หัวหน้าบอกว่า

“เอาแบบนี้”

พรุ่งนี้เปลี่ยนเป็น

“ไม่ใช่แบบนี้”

มะรืนบอกว่า

“ทำไมไม่คิดเอง?”

ลูกน้องก็เริ่มไม่รู้แล้วว่า...

“ตกลงต้องทำแบบไหนกันแน่?”

สุดท้ายจากลูกน้องที่ควรใช้เวลาไปกับการทำงาน

กลายเป็นใช้เวลาไปกับการคิดว่า

“หัวหน้าจะเอาอะไร?”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💡 ความคาดหวังที่ชัดเจน
= ไม่ต้องคอยตามทุกเรื่อง

ถ้าลูกน้องรู้ว่า...

✅ เป้าหมายคืออะไร
✅ มาตรฐานคืออะไร
✅ Deadline เมื่อไร
✅ อะไรสำคัญ
✅ ติดปัญหาต้องแจ้งใคร

หัวหน้าก็ไม่จำเป็นต้องเดินตามจี้ทุกชั่วโมง

เพราะลูกน้องรู้แล้วว่า

“ฉันต้องส่งงานแบบไหน”

นี่ต่างหากที่เรียกว่า

“การให้อิสระบนความรับผิดชอบ”

ไม่ใช่...

❌ “สั่งทุกอย่างจนลูกน้องหายใจไม่ออก”

และไม่ใช่...

❌ “ปล่อยไปเลย แล้วค่อยมาด่าตอนงานไม่ตรงใจ”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🎯 จำง่าย ๆ

อย่าคาดหวังให้ลูกน้อง อ่านใจ

ถ้าคุณต้องการอะไร
👉 บอกให้ชัด

ถ้าต้องการมาตรฐานแบบไหน
👉 บอกให้ชัด

ถ้าต้องการให้เสร็จเมื่อไร
👉 บอกให้ชัด

เพราะลูกน้องไม่ควรต้องเก่งเรื่อง

“เดาใจหัวหน้า”

แต่ควรได้ใช้ความสามารถไปกับ

“ทำงานให้ตรงเป้าหมาย”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🚀 หัวหน้าที่สื่อสารความคาดหวังได้ชัด

ไม่จำเป็นต้องคอยตามงานตลอดเวลา

เพราะเมื่อคนทำงานรู้ว่า
ต้องทำอะไร / ทำให้ได้ระดับไหน / เสร็จเมื่อไร / และเมื่อมีปัญหาต้องทำอย่างไร

การบริหารจะเปลี่ยนจาก

“การตามงาน”

เป็น

“การให้อิสระบนความรับผิดชอบ”

💬 หัวหน้ารู้มั้ย? ทำไมลูกน้องต้องถามงานเดิมซ้ำ?“พี่ครับ งานนี้ต้องส่งวันนี้ใช่ไหมครับ?”หัวหน้าหันไปมองแล้วตอบว่า“ใช่ พี่...
30/09/2026

💬 หัวหน้ารู้มั้ย? ทำไมลูกน้องต้องถามงานเดิมซ้ำ?

“พี่ครับ งานนี้ต้องส่งวันนี้ใช่ไหมครับ?”

หัวหน้าหันไปมองแล้วตอบว่า

“ใช่ พี่บอกไปเมื่อวานแล้วไง”

ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง...

“พี่ครับ แล้วไฟล์นี้ต้องส่งให้ใครนะครับ?”

😮‍💨 เริ่มรู้สึกหงุดหงิดแล้วใช่ไหม?

บางครั้งหัวหน้าอาจคิดว่า

“ทำไมต้องถามซ้ำ? บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💭 แต่ลองมองอีกมุมหนึ่ง...

ลูกน้องอาจไม่ได้ “จำไม่ได้”

แต่อาจเป็นเพราะตอนที่หัวหน้าบอก
งานยังไม่ชัดเจนสำหรับเขา

บางทีหัวหน้าพูดตอนกำลังรีบ

บางทีมีข้อมูลหลายเรื่องพูดพร้อมกัน

บางทีลูกน้องไม่กล้าถาม
เพราะกลัวโดนมองว่า

“แค่นี้ก็ไม่รู้”

สุดท้ายเลยพยักหน้าว่า

“ครับพี่ เข้าใจแล้วครับ”

แต่พอกลับมานั่งทำงาน...

“เอ๊ะ...ต้องทำแบบไหนนะ?”

แล้วก็ต้องกลับมาถามใหม่

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🛠️ แล้วหัวหน้าควรทำยังไง?

แทนที่จะพูดว่า

“พี่บอกไปแล้วนะ”

ลองเปลี่ยนเป็น

👉 “ตรงไหนที่ยังไม่ชัด เดี๋ยวพี่อธิบายให้ใหม่”

จากนั้นให้ลูกน้อง เล่าสิ่งที่ตัวเองเข้าใจกลับมา

เช่น

“ลองบอกพี่หน่อยว่า งานนี้เราจะทำอะไร ส่งอะไร และส่งเมื่อไหร่”

วิธีนี้ทำให้หัวหน้ารู้ทันทีว่า
ลูกน้อง ไม่เข้าใจตรงไหน โดยไม่ต้องเดา

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📌 ถ้าเป็นงานที่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ

อย่าใช้การบอกปากเปล่าอย่างเดียว

ทำเป็น

✅ ตัวอย่างงาน
✅ Checklist
✅ ขั้นตอนสั้น ๆ

ให้เปิดดูได้

เพราะหัวหน้าที่ดีไม่ใช่หัวหน้าที่ทำให้ลูกน้อง

“ไม่ต้องถามเลย”

แต่คือหัวหน้าที่ทำให้ลูกน้อง

“กล้าถามเมื่อไม่เข้าใจ และค่อย ๆ ทำงานได้ด้วยตัวเอง”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

❤️ จำไว้ว่า...

“ลูกน้องถามซ้ำ อาจไม่ได้แปลว่าเขาไม่เก่ง
แต่อาจแปลว่าเรายังสื่อสารไม่ชัดพอ”

ครั้งหน้าถ้ามีคนถามเรื่องเดิมอีกครั้ง

ลองหยุดหงุดหงิดสัก 5 วินาที แล้วถามตัวเองว่า...

💭 “หรือจริง ๆ แล้ว เขายังไม่เข้าใจสิ่งที่เราต้องการ?”

📌 งานยังไม่เสร็จ แต่ลูกน้องตอบหัวหน้าว่า… “ใกล้แล้วครับ”ประโยคสั้น ๆ ที่บางครั้งทำให้หัวหน้าต้องลุ้นยิ่งกว่าดูบอลนาทีสุด...
18/09/2026

📌 งานยังไม่เสร็จ แต่ลูกน้องตอบหัวหน้าว่า… “ใกล้แล้วครับ”

ประโยคสั้น ๆ ที่บางครั้งทำให้หัวหน้าต้องลุ้นยิ่งกว่าดูบอลนาทีสุดท้าย 😅

หัวหน้าถามตอน 10 โมงเช้า

“งานตัวนี้ไปถึงไหนแล้ว?”

ลูกน้องตอบทันที

“ใกล้แล้วครับพี่”

หัวหน้าก็โอเค…
งั้นน่าจะเหลือไม่เยอะ

11 โมงผ่านไป
เที่ยงผ่านไป
บ่ายสองแล้ว

หัวหน้าถามอีกครั้ง

“เรียบร้อยหรือยัง?”

คำตอบเดิม

“ใกล้แล้วครับ”

จนกระทั่ง 4 โมงครึ่ง…

หัวหน้าถามว่า

“ขอดูหน่อยได้ไหม?”

ลูกน้องเปิดไฟล์ให้ดู

ปรากฏว่า…

ยังเหลืออีกเกือบครึ่งหนึ่ง

บางส่วนยังไม่ได้ทำ
บางข้อมูลยังไม่ได้เช็ก
บางจุดยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำอย่างไร

ตอนนั้นหัวหน้าคงไม่ได้โกรธแค่งานไม่เสร็จ

แต่จะรู้สึกว่า…

“ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่ายังเหลือเยอะ ทำไมไม่บอก?”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💬 เพราะคำว่า “ใกล้แล้วครับ” ของลูกน้อง

อาจหมายถึง

“กำลังทำอยู่”

แต่ในหัวของหัวหน้าอาจแปลว่า

“เหลืออีกนิดเดียว เดี๋ยวเสร็จ”

นี่จึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในออฟฟิศ

บางคนไม่ได้ตั้งใจโกหก

แต่ไม่กล้าพูดว่า…

“ผมยังทำไม่เสร็จครับ”
“ติดตรงนี้ครับ”
“ผมคิดว่าน่าจะไม่ทันครับ”
“ผมยังไม่เข้าใจวิธีทำบางส่วนครับ”

เพราะกลัวหัวหน้าจะมองว่าไม่เก่ง
กลัวโดนตำหนิ
หรือกลัวว่าหัวหน้าจะคิดว่าเอางานไม่อยู่

สุดท้ายเลยเลือกคำที่ปลอดภัยที่สุด…

“ใกล้แล้วครับ”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

⚠️ แต่สำหรับหัวหน้า…

ปัญหาไม่ใช่แค่ “งานช้า”

ปัญหาคือ หัวหน้าได้รับข้อมูลที่ไม่ชัดเจน จนวางแผนงานต่อไม่ได้

งานบางอย่างไม่ได้เสียหายเพราะทำช้า

แต่เสียหายเพราะ รู้ว่าช้าในวันที่ควรจะส่งแล้ว

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🛠️ แล้วหัวหน้าควรแก้อย่างไร?

อย่าถามแค่ว่า

“เสร็จหรือยัง?”

เพราะคำถามนี้เปิดช่องให้ตอบง่ายมากว่า…

“ใกล้แล้วครับ”

ลองเปลี่ยนเป็นคำถามที่ทำให้เห็นสถานะจริง

1️⃣ “ตอนนี้ทำถึงขั้นตอนไหนแล้ว?”

ให้ลูกน้องเล่าเป็นขั้นตอน
ไม่ใช่ตอบแค่เสร็จหรือไม่เสร็จ

2️⃣ “เหลืออะไรอีกบ้าง?”

คำถามนี้สำคัญมาก

เพราะคำว่า “ใกล้แล้ว” จะไม่มีความหมาย
ถ้าเราไม่รู้ว่า “ใกล้” แค่ไหน

3️⃣ “ติดปัญหาตรงไหนไหม?”

บางครั้งลูกน้องไม่ได้ขี้เกียจ

แต่ติดปัญหาแล้วไม่กล้าบอก

ถ้าหัวหน้าถามถูกจังหวะ
อาจเจอปัญหาตั้งแต่ตอนที่ยังแก้ทัน

4️⃣ “ถ้าให้ส่งภายใน 4 โมง จะทันไหม?”

ให้ลูกน้องประเมินเวลาเอง

ถ้าไม่ทัน จะได้รู้ก่อน
ถ้าทัน จะได้ตกลงเป้าหมายร่วมกัน

5️⃣ ขอให้รายงานเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือ Milestone

แทนที่จะตอบว่า

“ใกล้แล้วครับ”

ให้รายงานว่า

• ทำแล้ว 70%
• เหลือเช็กข้อมูล 20%
• รอข้อมูลจากอีกฝ่าย 10%
• คาดว่าจะเสร็จ 16.30 น.

แบบนี้หัวหน้าจะเห็นภาพทันที

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🎯 หัวหน้าที่ดีไม่ได้ต้องการให้ลูกน้องพูดว่า “งานเสร็จแล้วครับ” ตลอดเวลา

แต่ต้องการให้ลูกน้องกล้าพูดความจริงว่า

“ตอนนี้ยังไม่เสร็จครับ และนี่คือสิ่งที่เหลืออยู่”

เพราะงานที่ยังไม่เสร็จ…

ยังแก้ได้

แต่ถ้าหัวหน้ารู้ว่างานยังไม่เสร็จตอนใกล้ถึงเวลาส่งแล้ว

บางครั้งสิ่งที่เสียไปไม่ได้มีแค่เวลา

แต่อาจกระทบทั้งทีม
ลูกค้า
และงานที่ต้องทำต่อจากงานนั้น

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💡 ดังนั้น ถ้าลูกน้องพูดว่า…

“ใกล้แล้วครับ”

อย่าเพิ่งตอบว่า

“โอเค งั้นเสร็จแล้วบอกพี่นะ”

ลองถามต่ออีกนิดว่า…

“ใกล้แค่ไหนครับ เหลืออะไรอีกบ้าง?”

คำถามเดียวนี้
อาจทำให้หัวหน้าเห็นความจริงของงานได้เร็วกว่าที่คิด

🔎 ลูกน้องทำงานช้าอย่าเพิ่งถามว่า “ทำไมช้า?”เพราะคำถามนี้อาจทำให้คุณได้คำตอบแต่ไม่ได้ทำให้คุณรู้ว่า “อะไรทำให้งานช้า”ก่อน...
17/09/2026

🔎 ลูกน้องทำงานช้า
อย่าเพิ่งถามว่า “ทำไมช้า?”

เพราะคำถามนี้อาจทำให้คุณได้คำตอบ
แต่ไม่ได้ทำให้คุณรู้ว่า “อะไรทำให้งานช้า”

ก่อนจะตำหนิลูกน้อง
ลองเช็ก 7 เรื่องนี้ก่อน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

1. งานชัดเจนหรือยัง?

ลูกน้องรู้หรือไม่ว่า
“ต้องทำอะไร” และ “ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร”

2. เป้าหมายและกำหนดเวลาชัดหรือไม่?

ถ้าไม่ได้บอกว่างานต้องเสร็จเมื่อไร
ลูกน้องอาจไม่ได้มองว่างานนั้นเร่งด่วน

3. ลูกน้องมีข้อมูลและเครื่องมือครบหรือยัง?

บางครั้งไม่ได้ทำช้า
แต่กำลังรอข้อมูล รออนุมัติ หรือรอคนอื่นส่งงาน

4. งานยากเกินระดับความสามารถหรือไม่?

ถ้าเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อน
ลูกน้องอาจใช้เวลาเรียนรู้มากกว่าที่หัวหน้าคาดไว้

5. มีงานอื่นแทรกอยู่หรือไม่?

คนหนึ่งคนอาจไม่ได้มีแค่งานที่คุณกำลังติดตาม
แต่อาจกำลังรับผิดชอบหลายงานพร้อมกัน

6. ขั้นตอนการทำงานมีปัญหาหรือไม่?

บางครั้งคนไม่ได้ช้า
แต่ “กระบวนการทำงานช้า”

ต้องรอหลายขั้นตอน หลายคน
หรือมีการแก้งานซ้ำ

7. ลูกน้องกำลังติดปัญหาอะไรอยู่หรือไม่?

บางคนไม่กล้าบอกหัวหน้าว่าติดปัญหา
จึงเลือกเงียบและพยายามแก้เองจนเสียเวลา

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💬 แทนที่จะถามว่า

❌ “ทำไมช้า?”

ลองเปลี่ยนเป็น

✅ “ตอนนี้งานอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว?”

✅ “มีอะไรที่ทำให้งานติดอยู่ไหม?”

✅ “มีข้อมูลหรืออะไรที่ต้องให้พี่ช่วยไหม?”

✅ “ถ้าจะให้งานเสร็จตามกำหนด ตอนนี้ติดตรงไหน?”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🎯 หน้าที่ของหัวหน้า

ไม่ใช่แค่ถามว่า
“ทำไมงานยังไม่เสร็จ?”

แต่ต้องหาคำตอบให้ได้ว่า

“อะไรคือสาเหตุที่ทำให้งานไม่เดิน?”

เมื่อรู้สาเหตุแล้ว
จึงค่อยตัดสินใจว่าเป็นเรื่องของ

คน / งาน / กระบวนการ / ทรัพยากร / หรือการบริหารจัดการ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💡 หัวหน้าที่ดีไม่ได้รีบหาคนผิด
แต่รีบหาสาเหตุของปัญหา

02/09/2026

#ทีมบิ้วดิ้งรูปแบบใหม่....
📌 กิจกรรมสนุกสนาน
📌 เกมแปลกใหม่...ไม่ซ้ำ
📌 ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อย
📌 ไม่ต้องใช้ร่างกายหนักๆ
แต่เป็นเกมที่...ทุกคนในทีมจะได้
✅ ช่วยกันคิด วางแผน
✅ พูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น
✅ เสนอไอเดีย
✅ สื่อสาร ประสานงาน แบ่งหน้าที่ ..
📌 ได้สาระจาก Workshop
✅ Workshop สบายๆ ไม่เครียด
✅ ได้รู้จักตัวเอง เข้าใจคนอื่น
✅ รู้วิธีการปรับตัว และทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ..
👉 ทีมบิ้วดิ้งที่ทุกคนจะได้มากกว่าแค่ความสนุก
และองค์กรได้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้......
เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรให้พร้อมทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิ์ภาพ ..
📌 สำหรับองค์กรที่สนใจ..จัดกิจกรรมทีมบิ้วดิ้งกับโค้ชต้อม....
👉 เพียงท่านแจ้งข้อมูลดังนี้
1. ชื่อองค์กร
2. ชื่อ + เบอร์โทร ผู้ติดต่อประสานงาน
3. วัน เวลา สถานที่จัดกิจกรรม
4. จำนวนผู้เข้าร่วม ..
💌 ส่งข้อมูลมาทางอินบ็อกซ์..ได้เลยครับ
แอดมินจะประสานงานให้ โค้ชต้อมติดต่อกลับหาท่านทันที ..
#ขอบคุณที่สนใจครับ
#จัดทีมบิ้วดิ้ง
#วิทยากรทีมบิ้วดิ้ง
#กิจกรรมทีมบิ้วดิ้ง
#โค้ชต้อมปัญญา

 #ทีมบิ้วดิ้งรูปแบบใหม่....📌 กิจกรรมสนุกสนาน.เกมแปลกใหม่...ไม่ซ้ำ📌 ไม่ต้องวิ่งไม่ต้องเหนื่อย.ไม่ต้องใช้ร่างกายหนักๆ แต่เ...
02/09/2026

#ทีมบิ้วดิ้งรูปแบบใหม่....
📌 กิจกรรมสนุกสนาน.เกมแปลกใหม่...ไม่ซ้ำ
📌 ไม่ต้องวิ่งไม่ต้องเหนื่อย.ไม่ต้องใช้ร่างกายหนักๆ
แต่เป็นเกมที่...ทุกคนในทีมจะได้
✅ ช่วยกันคิด วางแผน
✅ พูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น
✅ เสนอไอเดีย
✅ สื่อสาร ประสานงาน แบ่งหน้าที่ ..
📌 ได้สาระจาก Workshop
✅ Workshop สบายๆ ไม่เครียด
✅ ได้รู้จักตัวเอง เข้าใจคนอื่น
✅ รู้วิธีการปรับตัว และทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ..
👉 ทีมบิ้วดิ้งที่ทุกคนจะได้มากกว่าแค่ความสนุก
และองค์กรได้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้......
เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรให้พร้อมทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิ์ภาพ ..
📌 สำหรับองค์กรที่สนใจ..จัดกิจกรรมทีมบิ้วดิ้งกับโค้ชต้อม....
👉 เพียงท่านแจ้งข้อมูลดังนี้
1. ชื่อองค์กร
2. ชื่อ + เบอร์โทร ผู้ติดต่อประสานงาน
3. วัน เวลา สถานที่จัดกิจกรรม
4. จำนวนผู้เข้าร่วม ..
💌 ส่งข้อมูลมาทางอินบ็อกซ์..ได้เลยครับ
แอดมินจะประสานงานให้ โค้ชต้อมติดต่อกลับหาท่านทันที ..
#ขอบคุณที่สนใจครับ
#จัดทีมบิ้วดิ้ง
#วิทยากรทีมบิ้วดิ้ง
#กิจกรรมทีมบิ้วดิ้ง
#โค้ชต้อมปัญญา

02/09/2026

#บรรยายสรุปทีมบิ้วดิ้ง
#วิทยากรทีมบิ้วดิ้ง
#ทีมบิ้วดิ้ง

ลูกน้องเก่งกับงาน แต่บริหารอารมณ์ตัวเองไม่ได้🧠 หัวหน้าจะแก้ยังไง?ลูกน้องบางคนเป็นคนที่“เก่งมากเรื่องงาน แต่ยากมากเรื่องอ...
02/09/2026

ลูกน้องเก่งกับงาน แต่บริหารอารมณ์ตัวเองไม่ได้
🧠 หัวหน้าจะแก้ยังไง?

ลูกน้องบางคนเป็นคนที่
“เก่งมากเรื่องงาน แต่ยากมากเรื่องอารมณ์”

ทำงานเร็ว
แก้ปัญหาเก่ง
มีความรับผิดชอบ
เป็นคนที่ทีมขาดไม่ได้

แต่เมื่อเจอสถานการณ์กดดัน…

• โกรธง่าย
• พูดแรงเมื่อไม่พอใจ
• รับ Feedback ไม่ได้
• หงุดหงิดแล้วลงกับเพื่อนร่วมงาน
• เวลาเกิดปัญหามักโทษคนอื่น
• อารมณ์ขึ้นลงจนคนในทีมไม่กล้าเข้าหา

คำถามคือ…

หัวหน้าควรจัดการอย่างไร?

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

⚠️ สิ่งที่หัวหน้าไม่ควรทำ

❌ มองข้าม เพราะ “เขาเก่งและผลงานดี”
❌ ดุด่าต่อหน้าคนอื่น
❌ บอกว่า “ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้” โดยไม่บอกว่าต้องทำอย่างไร
❌ ตัดสินว่าเป็นคนมีปัญหา

เพราะปัญหาไม่ใช่แค่เรื่อง “นิสัย”

แต่เป็นเรื่องของ พฤติกรรมที่ส่งผลต่อทีมและการทำงาน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🎯 1. แยก “ความเก่ง” ออกจาก “พฤติกรรม”

ต้องทำให้ลูกน้องเข้าใจว่า

ผลงานที่ดี ≠ พฤติกรรมทุกอย่างถูกต้อง

คนหนึ่งสามารถเก่งเรื่องงาน
และในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาทักษะด้านอารมณ์ได้

หัวหน้าจึงควรพูดให้ชัดว่า

“พี่เห็นนะว่าเราทำงานเก่งและรับผิดชอบมาก
แต่มีบางพฤติกรรมเวลาที่เราเครียดหรือไม่พอใจ
ที่เริ่มส่งผลกระทบกับคนในทีม
พี่อยากช่วยให้เราแก้เรื่องนี้ เพราะมันสำคัญกับการเติบโตของเรา”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💬 2. Feedback ที่ “พฤติกรรม” ไม่ใช่ “ตัวตน”

อย่าพูดว่า

❌ “เราเป็นคนอารมณ์ร้อน”

เพราะกำลังตีตราตัวตน

ให้พูดว่า

✅ “เมื่อวานตอนประชุม พอมีคนเสนอวิธีที่แตกต่างจากเรา เราพูดเสียงดังและตัดบทเขา ทำให้เขาไม่ได้อธิบายต่อ”

หลักการคือ

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง → ผลกระทบ → สิ่งที่ต้องการให้เปลี่ยน

จะทำให้ลูกน้องรับ Feedback ได้ง่ายกว่า

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🔍 3. ชวนหาว่า “อะไรเป็น Trigger”

บางคนไม่ได้อารมณ์เสียตลอดเวลา
แต่มีบางสถานการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์

เช่น

• งานเร่ง
• ถูกตำหนิ
• งานผิดจากที่วางแผน
• ลูกน้องทำงานช้า
• คนอื่นไม่ทำตามมาตรฐาน
• รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม

หัวหน้าควรถามว่า

“สังเกตไหมว่าอะไรทำให้เราเริ่มควบคุมอารมณ์ยาก?”

เพราะถ้ารู้ Trigger
ก็เริ่มวางวิธีรับมือได้

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🛑 4. สร้าง “กติกาเมื่ออารมณ์ขึ้น”

อย่าหวังว่าแค่บอกว่า
“ใจเย็น ๆ” แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

ต้องมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน

อารมณ์เริ่มขึ้น
↓
หยุดการสนทนา
↓
ขอเวลาสงบสติ
↓
กลับมาคุยใหม่

ตัวอย่าง

“ตอนนี้ผมเริ่มไม่โอเค
ขอพัก 10 นาทีก่อน
แล้วเรากลับมาคุยเรื่องนี้กัน”

นี่คือ การควบคุมอารมณ์
ไม่ใช่การเก็บอารมณ์

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🤝 5. ให้เขารับผิดชอบผลกระทบของพฤติกรรม

ถ้าเผลอพูดแรงกับเพื่อนร่วมงาน

อย่าให้เรื่องจบแค่

❌ “คราวหน้าระวังนะ”

แต่ควรให้เขาเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบ เช่น

ขอโทษ → อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น → ปรับพฤติกรรม → สร้างความสัมพันธ์กลับมา

เพราะการเป็นคนเก่ง
ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดกับคนอื่น

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📈 6. ติดตามผล ไม่ใช่คุยครั้งเดียวแล้วจบ

เรื่อง Emotional Management ต้องใช้เวลา

หัวหน้าอาจนัด One-on-One ทุก 2–4 สัปดาห์ แล้วถามว่า

• ช่วงนี้มีสถานการณ์ไหนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น?
• มีสถานการณ์ไหนที่ยังหลุด?
• Trigger ที่เจอบ่อยที่สุดคืออะไร?
• วิธีไหนที่ช่วยได้?
• ครั้งหน้าจะลองเปลี่ยนอะไร?

นี่จะเปลี่ยนจากการ “ตำหนิ”
เป็นการ “พัฒนาทักษะ”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🎯 สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับหัวหน้า

อย่าคิดว่า

“เขาเก่ง งานดี ก็ปล่อยไปเถอะ”

เพราะวันนี้เขาอาจทำงานเก่งคนเดียว

แต่ถ้าเขาต้องขึ้นเป็นหัวหน้าในอนาคต
สิ่งที่ต้องใช้ไม่ใช่แค่ Technical Skill

แต่ต้องมีทั้ง

เก่งงาน + เก่งคน + บริหารอารมณ์ตัวเอง

เพราะคนที่เก่งที่สุดในทีม
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีที่สุด

แต่หัวหน้ามีหน้าที่ช่วยให้เขา
เก่งขึ้นทั้งเรื่องงาน และเรื่องการทำงานร่วมกับคนอื่น

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💡 จำไว้ว่า…

คนเก่งที่บริหารอารมณ์ได้
จะกลายเป็นกำลังสำคัญของทีม

แต่…

คนเก่งที่บริหารอารมณ์ไม่ได้
อาจกลายเป็นคนที่ทำให้ทีมเก่งน้อยลง

01/09/2026

#ทีมบิ้วดิ้ง
#กิจกรรมสร้างทีม
#สร้างความสัมพันธ์ใรองค์กร

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Coach Tom Panya โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่