28/03/2026
ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร
สุขภาพของคุณ.. สำคัญเสมอ
และไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใด ๆ
เราก็พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ 24 ชั่วโมง 💙
#ร้านยากรุงเทพ #อยู่ข้างคุณเสมอ #ร้านยา24ชั่วโมง
24/01/2026
[บทเรียนนักเรียนหลังห้อง 2026 EP.2 ]
ห่างหายไปนานจากการเขียนบทความ หลังขอนแก่นมาราธอน
# # # บทเรียนราคาแพง และใจที่เกินร้อยที่ Pocari Sweat 21KM 🧠❤️🔥
> *“ความยากของการวิ่ง ไม่ใช่แค่ระยะทางตรงหน้า
> แต่คือการจัดการร่างกายที่พังยับเยินมาจากสนามก่อนหน้า”*
---
# # # จุดเริ่มต้น: หนี้ร่างกายจากขอนแก่น 🚗💨
หลังจบ **Khon Kaen International Marathon** เมื่อวันที่ 11 มกราคม
บททดสอบแรกไม่ได้อยู่ในสนาม… แต่อยู่บนถนน
การขับรถไป–กลับ **ขอนแก่น รวมไปกลับกว่า 7oo กิโลเมตร**
กลายเป็นหนี้ร่างกายก้อนใหญ่แบบไม่ทันจะคิด
ความล้าสะสม เริ่มแสดงอาการ
* ระบบย่อยอาหารรวนต่อเนื่อง 🥴
* กินได้น้อยแทบทั้งสัปดาห์ (พุงแพ่บ)
* พลังงานสะสมก่อนแข่งแทบไม่เหลือ
และทั้งหมดนี้… ตอนแรกคิดว่าไหว
ไปๆมาๆดันประเมินมันต่ำไปเอง 😖
---
# # # วันแข่ง: เมื่อระบบภายในเริ่ม “วางงาน” ⏰🔥
เช้าวันที่ **18 มกราคม**
ผมตื่น **ตี 2** ด้วยเวลานอนเพียง **4 ชั่วโมง**
กินกาแฟดำ กินขนมปัง สองแผ่น ตามด้วยเจล
ข้อดีหนึ่งเดียวคือ
ได้ออกตัว **Block A** เป็นครั้งแรก 🏁
Yesssssss
แต่ความได้เปรียบนี้อยู่กับผมไม่นาน
* กิโลเมตรที่ 8 อากาศอบอ้าวจนต้อง **ถอดปลอกแขน**
* Heart Rate พุ่งแตะ **188 bpm**
* และไหลขึ้นไปถึง **193 bpm** เป็นระยะ ๆ ❤️🔥 😱
ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่า
> “จากที่จะเอา sub2 คืนมาให้ได้ กลายเป็นวันนี้ไม่ใช่วันของตรูละ”
---
# # # วิกฤต “น้ำกระฉอกท้อง” (The Sloshing Effect) 🌊😖
ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 9
อาการ **ปวดท้องบิด** มาแบบไม่ให้ตั้งตัว
น้ำ(เกลือแร่) ที่จิบเข้าไปตามปกติ
ไม่ได้ถูกดูดซึม…
แต่มัน **กองอยู่เต็มท้อง** และกระฉอกทุกครั้งที่เท้าลงพื้น
สาเหตุชัดเจนมาก
👉 หัวใจทำงานหนักเกินไป
👉 เลือดถูกดึงไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขา
👉 ระบบย่อยอาหารถูก “ตัดไฟ”
นี่คือบทเรียนชีววิทยากลางสนามจริง ๆ
---
# # # วิเคราะห์ความแกร่ง ราย 2 KM 📊
| ระยะ (KM) | เพซ (min/km) | HR (bpm) | สถานะความรู้สึก |
| --------- | ------------ | -------- | ------------------------------- |
| 0–2 | 5:30 | 171 | ออกตัวดี แม้นอนน้อย |
| 3–4 | 5:31 | 180 | HR ดีดเร็ว เข้าสู่โซนเหนื่อยจัด |
| 5–6 | 5:38 | 186 | พีคสุด แต่หัวใจทำงานหนัก |
| 7–8 | 5:57 | 185 | อากาศอบ แรงเริ่มหาย |
| 9–10 | 6:17 | 185 | ท้องแกว่ง น้ำกระฉอก |
| 11–12 | 6:01 | 187 | กัดฟันประคองอาการ |
| 13–14 | 6:28 | 182 | จุดวิกฤต เพซหลุดถึง 6:33 |
| 15–16 | 6:34 | 178 | ปวดทั้งตัว แต่ยังไม่หยุด |
| 17–18 | 6:12 | 182 | เริ่มฮึด น้ำเริ่มลงท้อง ดึงเพซกลับ |
| 19–21 | 6:16 | 180 | ประคองเข้าเส้นชัย |
---
# # # บทเรียนของนักเรียนหลังห้อง 🎓
ผมจบการแข่งขันที่เวลา **2:08:57** ⏱️
ห่างจากเป้าหมายปีนี้ **Sub 1:50** พอสมควร
แต่ในวันที่
* ร่างกายไม่พร้อม
* ระบบภายในพัง
* และใจต้องสู้กับสัญญาณเตือนทุกกิโลเมตร
การเข้าเส้นชัยได้ **เน้นเข้าร่วม ไม่เน้นเข้ารอบ**
ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ตราบใดที่เส้นชัยมีอาหารรออยู่ 🥹
(มีพี่ๆเห็นสภาพมาให้กำลังใจ)
---
# # # บทเรียนสำคัญ 🧩
✅ **Recovery สำคัญพอ ๆ กับการซ้อม **
✅ **อย่าประมาทการขับรถทางไกลหลังแข่ง**
✅ ความฟิตที่มีน้อยแล้ว จะยิ่งพังไปอีก ถ้าร่างกายยังไม่ฟื้น
✅ ใจเกินร้อย ก็แพ้ชีววิทยาได้เหมือนกัน
สนามนี้แพ้เวลา…
แต่ได้บทเรียนที่แพง และจำไปอีกนาน 💭
---
12/01/2026
2026 ตอนที่1 : กิโลพัง
ขอนแก่นมาราธอน 21K Running log
# # "กิโลพัง" 10 กิโลที่ยาวที่สุดในชีวิต 🏃♂️⏳
*เพราะบางครั้ง ระยะที่สั้นที่สุด
คือระยะที่ร่างกายไม่เคยอนุญาตให้เราวิ่ง*
---
# # # บทนำ: ก่อนปล่อยตัวที่ควรนอนต่อ 😴
สองวันก่อนแข่ง
ผมไปกิน **บุฟเฟ่ต์ชาบู** 🍲🐷
จัดดดดดดดดดไปเยอะเกิ้นนนน…
วันถัดมา
แน่นท้อง
กินอะไรก็เหมือนไม่ย่อย
ทั้ง 🤮ทั้งเฝ้า 🚽
ตกกลางคืนอาการดีขึ้น
ก็เลยคิดว่า
> “น่าจะไหวแล้วละ”
(แต่ที่บ้านบอก หมดซาภาพพักเถอะ)
เช้าวันแข่ง ตื่นตี 2 ครึ่ง กินขนมปังไปสองแผ่น คิดว่า
> “ระดับนี้ต้องไหวอยู่แล้วละ”
ออกมาถึงรูทแข่ง 3:25
จ๊อกมาโลครึ่ง 3:55
ยืนอยู่หน้าเส้นสตาร์ต ที่ Block C🎽
ร่างกายยังไม่เคยพูดคำว่า “พร้อม” แต่ใจก็คิดว่าเอาว่ะ!!
---
# # กม. 1–2
🫀⚠️
เพซยังไม่แรง
แต่หัวใจไม่สนใจเหตุผล HR ที่ไม่ควรขึ้น ก็ขึ้น
**HR พุ่งไป 181 ตั้งแต่กิโล 2** 💥
ซักพัก รู้สึกเสียวแว้บท้องด้านซ้าย เอ๊ะ นี่มัน ....
อาการ:
* ปวดแน่นบริเวณกระเพาะอาหาร 😖
* ท้องเริ่มไม่สงบ
ตอนนั้นยังไม่หยุดวิ่ง รู้ตัวว่าต้องผ่อนลงก่อน
> เดี๋ยวดูอาการตัวเองอีกที
> .... แต่ เป้า beyond sub2 น่าจะจบแล้ว
---
# # กม. 3–5
เบาลงแต่ ปวดท้องยังอยู่
ความคิดหนึ่งโผล่ขึ้นมาในสมอง
> “จริง ๆ ควรนอนต่ออยู่โรงแรม แอร์เย็นๆ” 🛌
แต่ก็นะ มันทำไรไม่ได้แล้ว
เสื้อเบอร์อยู่บนตัว
ขาอยู่บนถนน
พร้อมกับลมเย็นๆให้ยืนหนาว
pace ตกลงไปเรื่อยๆ 7-8-9
---
# # กม. 6
# # # ถึงเวลาที่ต้องกินเจล 🍯😣
เดินที่ pace10
กินเจลตามแผน
แต่แผนนั้นไม่รู้ว่ากระเพาะจะรับเจลไหวมั้ยย
ผลลัพธ์:
* อีกซักพักปวดท้อง
* คลื่นไส้ 🤢
* รู้สึกว่าท้องมีแต่น้ำที่จิบมา💧
นี่ไม่ใช่ energy
แต่มันคือ **ภาระ หนักท้อง เหมือนพกน้ำถังลิตรไว้ที่พุง**
# # กม. 8–9
มองเห็นปั้มแต่ไกล แต่พุงหนักมาก
สองจิตสองใจจะเข้าห้องน้ำดีมั้ย
ก่ะกดหยุดนาฬิกา พักก่อน
แต่เฮ้ย ระหว่างแข่ง นิฝ่าาา
แวะปั้มบางจากไป
แอบอายนิดนึง แต่มันไม่ค่อยไหวละ
เข้าห้องน้ำไป เริ่มเซบ้านหมุนเบาๆ
ออกจากห้องน้ำ สูดอากาศ
ค่อยๆดีขึ้น
หลังออกมา
คิดแค่ว่า “กุต้องรอด กุต้องจบ”
---
# # กม. 10–11
# # # ตัวหนักทั้งตัว 🧱
ช่วงนี้คือจุดที่แปลกที่สุด
หนักไปทั้งตัว
เมื่อยไปทั้งตัว
เหมือนร่างกายไม่อยากขยับ
และตรงนี้เอง
ที่ผมรู้สึกชัดที่สุดว่า
หันไปดูนาฬิกา โหย 10KM ปาไป 1 ชั่วโมงครึ่ง
บร้าไปแล้ว
ถึงจุดกลับตัวพอดี
---
# # กม. 12-14
พยายามโฟกัสอย่างอืน
ดูคนรอบตัว
บางคนก็กัดฟันวิ่ง
บางคนก็วิ่งเหล่สาว
ไอ้เราก็ประคองวิ่งตอนลงเนิน สลับเดินตอนขึ้นเนิน
กินเจลก็ไม่ได้
ต้องต่อรองกับร่างกายสุดๆ
ปวด เมื่อย ไปทั้งตัว
อยู่ที่ pace8-9
---
# # กม. 14-20
เข้ามาในมหาลัย กองเชียร์เพียบ
กับรู้สึกอาการเริ่มดีขึ้นแล้ว
อัด pace 9-8-7 ขึ้นมาถึง pace6 ตอนโล 17 แล้วประคองไปจนโล 20
ตอนนั้นเริ่มสว่างแล้ว บรรยากาศ มข ดีมากๆ
---
# # ช่วงท้าย จนจบ
รู้ตัวว่าจบแน่นอนละ
อัด pace5 ช่วงลงเนิน แซง pacer 2:45
ก่อนเข้าเส้นชัย
ไปแบบสะบักสะบอมสุดๆ
# # # จบได้ แต่ไม่ควรทำซ้ำ (อีกแล้ววววว) 🏁
จบการแข่งขัน
โดยไม่พัง
ไม่ collapse
ไม่ต้องหาม 😮💨
โชคดีที่
* ไม่เร่ง
* ไม่ฝืนเพซ
* หยุดแผนกินเจล
***** ฟัง HR ระหว่างทาง 🫀
แต่ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า
> **รอด เพราะแก้เกม
> ไม่ใช่เพราะร่างกายพร้อม**
---
# # หลังแข่ง: ร่างกายพูดชัดกว่านาฬิกา 🛌
เข้ารูทปุ้ป เข้าไปหานักกายภาพปั้ปปป
ก่อนประคองร่างกลับโรงแรม
วันนี้
* กินได้แต่อารายเบาๆ 🥚🥬
* วันนี้ยังกินได้แต่อาหารอ่อน โจ๊ก 🍚
* ท้องยังมวน 10–20% 😕
* โกโก้ 2 วันนี้แอบใช้พลังเยอะ
นี่คือหลักฐานว่า
**สนามนี้ไม่จบที่เส้นชัย**
อันนี้ไม่เสียใจที่เอามาเล่า
เพราะนี่คือสนามที่สอนว่า
> **บางครั้ง ความกล้าจริง
> คือการยอมรับว่า “วันนี้ไม่ใช่วันของเรา”** ❤️
แล้วเก็บแรง
ไว้สำหรับวันที่ร่างกายพูดว่า
“ไปได้” 🌱
#นักวิ่งหัวใจร้อน
#นักวิ่งพลังโกโก้
#วิ่งให้สุดแล้วจบที่โกโก้
08/01/2026
♥️🥳
ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้ มาท้าทายตัวเองกับ ✨ January Weekend 10K Challenge ✨
วิ่งเก็บระยะให้ครบ 10 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 9-11 มกราคม 69
สวม Garmin แล้วออกไปขยับ รับช่วงปีใหม่อย่างมีเป้าหมาย แล้วรับแบดจ์ใหม่ มาอวดกัน!
วิธีเข้าร่วมการแข่งขัน
1) เปิดแอป Garmin Connect บนสมาร์ทโฟน
2) สร้างโปรไฟล์ของคุณบนแอป
3) ไปที่แถบเมนูด้านล่าง เลือกเมนู ‘Challenges’
4) ไปที่ Join a Badge Challenge และเลือกไอคอน January Weekend 10K Challenge
5) ออกไปวิ่งให้สุดรับวันหยุดกันเลย!
08/01/2026
หัวข้อ: "ทำไมยิ่งวิ่งช้า ยิ่งเก่งขึ้นได้? 🐢
8 ความลับที่โค้ชสอน จากคนวิ่งไม่เป็น ซ้อมจน ทะลุ Sub 2 สำเร็จ
หลังจากจบหลายๆสนามๆ มีหลายคนถามผมว่ามีเคล็ดลับยังไง? จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องการซ้อมหนักครับ แต่มันคือการเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ทั้งหมด วันนี้ผมสรุป 10 บทเรียนที่ทำให้ผมวิ่งสนุกขึ้นและเร็วขึ้นมาฝากครับ
1. 🐢 วิ่งช้าเพื่อ "ทลายกำแพง" ความอึด ข้อนี้สำคัญที่สุด! ตอนแรกผมไม่เข้าใจโค้ชเลยครับ สั่งให้วิ่งช้าจนน่าหงุดหงิด แถมพอยิ่งวิ่งช้า ค่า VO2 Max ใน Garmin ของผมก็ดันร่วงกราว จนผมเริ่มนอยด์ว่าร่างกายถดถอยหรือเปล่า?
แต่สุดท้ายผมจึงเข้าใจ: ความเร็วทำให้เราวิ่งเท่ แต่ความอึดจะทำให้เราวิ่งจบ * การวิ่งช้าคือการขยาย "ถังน้ำมัน" ให้ใหญ่ขึ้น ถ้าถังน้ำมันเล็ก ต่อให้เร่งเครื่องเก่งแค่ไหน น้ำมันหมดก่อนถึงเส้นชัยครับ (แต่น่าเบื่อนิดนึงนะแรกๆเพราะเราไม่ชิน + โดนแซง)
Note: VO2MAX Zone2 นี่คือ max ตอนที่เราพูดคุยได้ ฮัมเพลง ได้ ลองเก็บสถิติ เฉลี่ยๆครับ (ถ้าเอาตามนาฬิกาเป๊ะๆ บางทีมันเบาไป)
2. 🛌 "วันพัก" คือวันที่ร่างกายอัปเกรด อย่ารู้สึกผิดที่ไม่ได้วิ่งครับ เพราะกล้ามเนื้อเราจะแข็งแรงขึ้นตอนเรานอน ไม่ใช่ตอนเราฝืนวิ่งจนล้า
3. ⚠️ ฟังเสียง "จี๊ด" มากกว่าเสียง "ใจ" ใจเราบอกว่าไหว แต่ถ้าขามันเจ็บแปลบ ให้หยุดทันทีครับ การฝืนวิ่งตอนเจ็บคือความประมาท ไม่ใช่ความกล้าหาญ แล้วก็โดนสอบมาด้วยว่า วิ่งแล้วอีกวันต้องไปทำงานไหว
4. 💧 จิบน้ำก่อนจะคอแห้ง ร่างกายเราเริ่มขาดน้ำก่อนจะหิวน้ำเสมอครับ จิบทีละนิดทุก 2-3 กม. จะช่วยลดอาการตะคริวและหน้ามืดได้ดีที่สุด
5. 🏋️♂️ วิ่งอย่างเดียว... ระวังเข่าพัง การเวทขาและแกนกลางลำตัว คือการสร้าง "เกราะ" ให้ข้อต่อ ช่วยให้ท่าวิ่งเรานิ่งและประหยัดแรงไปได้เยอะมาก
6. 👟 รองเท้าดี ไม่ต้องแพงที่สุด แต่ต้อง "ใช่" ที่สุด หารองเท้าที่เข้ากับรูปเท้าเรา มันคือการลงทุนเพื่อถนอมเข่าและข้อเท้าในระยะยาวครับ
(เอาแบบนิ่มๆ ถนอมข้อ ถนอมเข่า ถ้าเราน้ำหนักเยอะ ครับ)
7. 🥗 อย่ารอให้ "ผอม" แล้วค่อยเริ่มวิ่ง 📉 เลิกเช็กน้ำหนัก ให้เช็ก "ความฟิต" น้ำหนักอาจจะไม่ลดทันใจ แต่ถ้าคุณวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่หอบ นั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเลขบนตาชั่งครับ
8. ❤️ วินัยชนะทุกสิ่ง ไม่มีใครเก่งตั้งแต่วันแรกครับ สิ่งที่แยก "นักวิ่ง" ออกจาก "คนทั่วไป" คือการกล้าสวมรองเท้าออกไปวิ่งในวันที่เราขี้เกียจที่สุด
(แต่ก็ไม่ต้องถึงขั้นตึงไปตลอดเวลา ถ้าไม่คิดจะเป็นนักกีฬา น้าาาาคับ)
สรุปสั้นๆ ออกไปวิ่ง และรักษาความสม่ำเสมอให้เป็นนิสัย แม้วันที่ตัวเลขในนาฬิกาจะดูขัดใจไปบ้าง แต่ถ้าเรา "อึด" พอ... เส้นชัยไหนๆ ก็แค่ปากซอยครับ!
เจอกันที่ขอนแก่นมาราธอนครับ! 🏃♂️🔥
#วิ่งเปลี่ยนชีวิต #เทคนิควิ่ง #จากบางแสนสู่ขอนแก่น #วินัยชนะทุกอย่าง
05/01/2026
ถ้ามีใครบอกผมเมื่อต้นปีว่า
**ผมจะกลายเป็นคนที่รีวิวรองเท้าวิ่งได้เป็นฉากๆ**
ผมคงหัวเราะกลับไปแน่นอน 😅
เพราะจุดเริ่มต้นของปี 2025
มันมีแค่เหตุผลง่ายๆ คำเดียวคือ
> **“อยากวิ่งแบบไม่ปวด”** 😖🤕
แต่พอมองย้อนกลับไปวันนี้
รองเท้าทุกคู่ที่ผ่านเท้าผม
มันไม่ใช่แค่ “อุปกรณ์”
แต่มันคือ **บทเรียน** ที่สอนให้ผมรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น
นี่คือสรุป **มหากาพย์รองเท้าวิ่ง 2025** ของผมครับ 👇
---
# # 1️⃣ จุดเริ่มต้นของการ “ซ่อม” ร่างกาย
ทุกอย่างเริ่มช่วงคริสต์มาส 2024
ผมตัดสินใจลงทุนกับ **ASICS Nimbus 26**
ด้วยเป้าหมายเดียวคือ *ดูแลข้อเท้า*
ผลลัพธ์คือ
✅ ปวดข้อเท้าหาย
❌ แต่ความปวดดันย้ายบ้านไปอยู่หน้าแข้ง น่อง และตาตุ่มแทน
ตรงนี้เองที่ผมเริ่มเข้าใจว่า
> รองเท้าที่ดี ไม่ใช่แค่ “หนานุ่ม”
> แต่ต้อง **พอดีกับไดนามิกการวิ่งของเรา**
---
# # 2️⃣ สายซัพพอร์ต & Daily ที่ไว้ใจได้
ปีนี้เรียกได้ว่าผม **ไล่ ASICS แทบครบไลน์**
**👟 Kayano 30 & 31**
– สำหรับผม รุ่น 30 คือที่สุด
– 31 ใหม่กว่า แต่ฟีลไม่โดนเท่า
– สุดท้ายส่งต่อ 30 ให้ป๊า เพราะช่วยเรื่องเข่า ข้อ ได้ดีจริง
**👟 Superblast 2**
– *Universal Shoe* ของแท้
– ถ้าใครถามว่า “ควรมีคู่เดียวซื้ออะไร”
→ ผมจิ้มคู่นี้ให้แทบทุกคน น้องๆจัดไปสองคน
**👟 Novablast 5**
– ได้มาเพราะโดนป้ายยา + ป้ายลด 😅
– กลายเป็นคู่สำรองที่หยิบใส่ได้สบายใจเสมอ และท้ายสุดใส่ในชีวิตประจำวัน( daily training , weight , walking)
---
# # 3️⃣ เมื่อความเร็วเริ่มครอบงำ (Speed / Interval)
พอเริ่มจริงจัง
คำว่า “เร็วขึ้น” ก็เริ่มดังในหัว
**⚡ ASICS Magic Speed 4**
– รองเท้าที่สอนผมเรื่อง *Rocker Geometry*
– ช่วงแรกคือวิ่งไม่ออก ปวดน่องสุดๆ
– จนเข้าใจว่า…
> ถ้าไม่กด Pace ระดับ 4 (Sub-5)
> รองเท้าคู่นี้จะไม่โชว์พลังเลย
(กว่าจะเข้าใจ เกือบจบปี)
**⚡ Ving Elite 2.0**
– Minimal / Sandals คู่แรกที่พา “แตะสนาม”
– ฟีลอิสระมาก ใส่ไปงานเทรล
– แต่… โดนกัดหนัก เลยจบเส้นทางกับมันไวเกิ้นนน
---
# # 4️⃣ เพื่อนยากในวันที่ฝนไม่เป็นใจ
**🌧 Ving Nirun**
– ตอนซื้อยอมรับเลยว่า *เสียดายเงิน*
– ใส่ครั้งแรกกับ BS10 คือทรมานระดับน่องร้าว
แต่พอเจอวันฝนตกหนักจริงๆ
คู่นี้กลับกลายเป็น **Hero แบบไม่รู้ตัว**
> ไม่กลัวเปียก
> ไม่กลัวลื่น
> หยิบใส่ได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ
> ใส่ไป 500km ได้แล้ว
---
# # 5️⃣ สมรภูมิ “คาร์บอน” และขีดจำกัดของตัวเอง
ปีนี้ได้ลองรองเท้าแข่งตัวท็อป 3 แบรนด์
และได้บทเรียนต่างกันชัดเจน
**🏆 Puma Deviate Nitro Elite 3**
– *The Chosen One* ของผม
– พาเข้า Puma Camp
– วิ่งเกิน 200 กม. พื้นยังแน่น
– เข้ากับสรีระผมที่สุดในปีนี้
**⚠️ Xtep 160X 7.0**
– บทเรียนคำว่า **Over Spec**
– รีวิวดีแค่ไหน ถ้าสปีดเราไม่ถึง
→ แผ่นคาร์บอนจะกลายเป็นภาระทันที 😭
**✨ Hoka Rocket X3**
– คู่ปิดท้ายปี
– ฟีล *Smooth* แบบอธิบายยาก
– เป็นการส่งท้ายปี 2025 ที่ “ลงตัว” มากก (ลองเทสตอนไปจอยตามงานวิ่งหลายรอบ)
---
# # 🎯 บทเรียนเรื่องรองเท้า
> รองเท้าที่แพงที่สุด
> หรือดีที่สุดตามรีวิว
> **อาจไม่ใช่รองเท้าที่เหมาะกับเราที่สุด**
การรู้จัก
• Pace ของตัวเอง
• จุดอ่อนของร่างกาย
• เลือกรองเท้าให้ถูกกับเท้าตัวเอง
(รองก่อนจะดี หรือเน้นราคาก็วัดใจในเน็ต)
คือกุญแจที่ทำให้
**วิ่งสนุกขึ้น และบาดเจ็บน้อยลง**
(แต่ถ้าทำสุขภาพการเงินน้อยลงด้วยนะ)
03/01/2026
Cocoa runner completely has a place!
Visit:
Cocoa Runner
Cocoa Runner นักวิ่งหัวใจร้อน | นักวิ่งพลังโกโก้
03/01/2026
FROM DEBUT TO SUB2 SURVIVOR (2025)
จากคนที่
Half Marathon ครั้งแรก ยังไม่รู้จักคำว่า Pace , Sub
สู่การเป็นนักวิ่งที่
ยืน Sub2 และจบ Full Marathon แรกได้สำเร็จ
นี่ไม่ใช่บทความสร้างแรงบันดาลใจ
แต่คือ Log การพัฒนา ของนักเรียนหลังห้องที่แท้ทรู🥳
ลองไปอ่านฉบับเต็มใน comment ครับ
#นักวิ่งหัวใจร้อน
#นักวิ่งพลังโกโก้
#วิ่งให้สุดแล้วจบที่โกโก้
02/01/2026
1:59:26 ⏱️ ตัวเลขที่พิสูจน์ว่า 'วินัย' คำนวณได้
จากคนวิ่งเอาสุขภาพ สู่การทำ Half Marathon Sub 2 ครั้งแรกในงาน Garmin Run 2025 ผมไม่ได้ใช้แค่แรงวิ่ง แต่ผมใช้การบริหาร Pace เหมือนการบริหาร Risk
✅ Data Summary:
Distance: 21.1 km
Net Time: 1:59:26
Avg Pace: 5:40 min/km
ทำไมต้องซีเรียสกับตัวเลข? เพราะในสนามวิ่ง (และในสนามชีวิต) 'Pace' คือสิ่งเดียวที่เราควบคุมได้ บันทึกการวิ่งฉบับเต็มในคอมเม้นต์
"