เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

SDN Futsal No-L สร้างพื้นที่สร้างสรรค์เปิดเวทีให้นักกีฬาเยาวชนได้พัฒนา เพื่อให้เยาวชนห่างไกลอบายมุขทั้งปวงด้วย "กีฬา"

04/10/2026

โครงการรณรงค์ที่นำกีฬามาเป็นเครื่องมือ เจาะลึกไปทั่วประเทศไทยครบทุก 77 จังหวัด

เพราะโครงการเชื่อมั่นเสมอว่า "กีฬาคือเครื่องมือนำทาง"

ไม่รู้ว่าปีที่ 9 จะเกิดขึ้นไหม แต่ทุกสิ่งที่ทำมาเพื่อโอกาส และการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีให้แก่เยาวชน ...

SDN FUTSAL NO-L

#คัดค้านร่างกฎหมาย #สสส #กองทุนผู้สูงอายุ #กองทุนกีฬา

ปีหน้าอาจไม่ได้เห็นผ้าผืนนี้อีกแล้ว  เมื่อพื้นที่ปลอดภัยและความฝันของเด็กฟุตซอลรากหญ้า กำลังถูกลบหายไปด้วยเกมอำนาจทางการ...
04/10/2026

ปีหน้าอาจไม่ได้เห็นผ้าผืนนี้อีกแล้ว เมื่อพื้นที่ปลอดภัยและความฝันของเด็กฟุตซอลรากหญ้า กำลังถูกลบหายไปด้วยเกมอำนาจทางการเมือง

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เวที “SDN Futsal No-L Cup” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬาชิงถ้วยรางวัลทั่วไป แต่มันคือ “ความอิสระของพื้นที่ปลอดภัย” ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ทางด้านฐานะ สัญชาติ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบการศึกษา เป็นตั๋วใบเดียวที่พาเด็กๆ จากต่างจังหวัด จากชุมชนเปราะบางนับพันทีม ได้ก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำ มาโชว์ศักยภาพของร่างกาย ทักษะทางด้านกีฬาบนเวทีระดับประเทศ และเรียนรู้ทักษะปฏิเสธปัจจัยเสี่ยง รู้เท่าทันโทษของอบายมุข

จากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ ที่พวกเรากำลังเดินหน้าสู่ปีที่ 9 ของความสำเร็จในการใช้กีฬาเป็น “เกราะป้องกันอบายมุข” ให้กับเยาวชนไทย

แต่วันนี้ ความฝันของเด็กๆ กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อโครงสร้างเงินสนับสนุนจากกองทุน สสส. และระบบกองทุนสาธารณะถูกแทรกแซงและรื้อถอนจากนโยบายการจัดสรรงบประมาณที่ไร้ทิศทาง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขในเอกสารราชการ แต่มันคือความเสี่ยงที่ว่า “ปีที่ 9 ของ SDN Futsal No-L อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว” ถ้าพวกเรายังนิ่งเฉย

ถ้ารายการนี้หายไป ใครคือคนที่ต้อง “จ่ายราคาแพงที่สุด?”

ถ้าพื้นที่แห่งนี้ต้องปิดตัวลงเพราะงบประมาณถูกตัดทอน ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้มีอำนาจ แต่จะตกอยู่ที่

1. เด็กๆ กลับไปสู่จุดเสี่ยง พื้นที่สีเขียวที่เคยดึงพวกเขาให้ออกห่างจากอบายมุข จะหายไป เด็กกลุ่มเปราะบางนับหมื่นคนจะเคว้ง และเสี่ยงหลุดเข้าสู่วิถีชีวิตอบายมุขง่ายขึ้น หากเทียบจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น พื้นที่แสดงออกล้วนเกิดขึ้นในแถบพื้นที่ กทม. และปริมณฑล หรือตามหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น แล้วเด็กพื้นที่อื่นล่ะ ?

2. โอกาสจากภูธรสู่เมืองหลวงถูกปิดตาย เด็กต่างจังหวัดที่ไม่มีเงินทุน ไม่มีเส้นสาย จะหมดโอกาสสร้างชื่อเสียงและใช้ฟุตซอลเป็นสะพานยกระดับชีวิต ความเหลื่อมล้ำทางโอกาสจะถ่างกว้างขึ้นกว่าเดิม เพราะบางครั้งพวกเค้ามีศักยภาพ มีความสามารถ แต่สิ่งที่ขาดคือคำว่า “โอกาส”

3. แรงใจของ “โค้ชชุมชน” มอดดับ โค้ชที่ยอมควักเนื้อเหนื่อยยากเพื่อปั้นเด็กหลังห้องให้เป็นคนดีของสังคม ให้มีแมวมองได้เห็นโอกกาส และได้เปลี่ยนเด็กที่หลงผิดให้กลับมาใช้กีฬาเป็นตัวนำทาง จะขาดแรงสนับสนุนและขาดเวทีให้เด็กๆ ได้พิสูจน์ตัวเอง

เราจะปล่อยให้ความฝันของเด็กถูกผู้ใหญ่ตัดงบ เพียงเพราะคำว่า “ทำไมภาคประชาสังคมต้องมาจัดรายการแบบนี้ หน้าที่พวกคุณหรือ?”

เมื่อกีฬาฟุตซอลคือหนึ่งในเครื่องมือสร้างอนาคตเยาวชน ความฝันของเด็กคนหนึ่งที่เห็นรุ่นพี่ออกไปโลดแล่นบนเวทีโลก อย่างฟุตซอลชิงแชมป์โลก ฝันได้เล่นลีกอาชีพ ได้มีโอกาสเข้าเรียนต่อโรงเรียนดังๆในโควต้านักกีฬา แต่การเมืองที่ไร้ทิศทางกำลังทำลายพื้นที่เยาวชน

ในฐานะคนรักฟุตซอล โค้ช นักกีฬา และผู้ปกครองที่เห็นคุณค่าของการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน เราจะยอมให้ปีที่ 9 ต้องปิดฉากลงเพียงเพราะเกมการเมืองและการบริหารที่เน้นการควบอำนาจ จริงๆหรือ?

ถึงเวลาส่งเสียงบอกสังคมและผู้มีอำนาจว่า "อย่าปล่อยให้อนาคตเยาวชนและกองทุนสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนต้องพังทลาย" ช่วยกันรักษาพื้นที่นี้ไว้ เพื่อให้ปีที่ 9 และปีต่อๆ ไป เด็กไทยยังคงมีรอยยิ้มและอนาคตในสนามฟุตซอล

ถึงแม้เราจะเป็นเพียงแค่ภาคประชาสังคม แต่ทุกปีของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยพื้นที่นี้ เราคิดเสมอว่า “กีฬาคือเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงเยาวชน ให้หลุดพ้นจากวงโคจรอบายมุข” เพราะหากกีฬาถูกควบคู่กับกิจกรรมเสริมสร้างทักษะรู้เท่าทัน ทักษะการปฏิเสธ ทราบถึงผลเสียที่ถูกต้องของอบายมุข และการได้รับแรงบันดาลใจจากไอดอลของพวกเขา สิ่งเหล่านี้ล้วนจะส่งผลให้เยาวชนเติบโตไปเป็น “ภูมิคุ้มกัน” ที่แข็งแกร่งของสังคม และเป็นอนาคตของชาติที่ไม่ถูกกลืนหายไปกับความเปราะบางหรือเกมการเมืองใดๆ

ร่วมลงชื่อคัดค้านการรวบอำนาจกองทุนได้ที่

https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=632

ภายในวันที่ 14 ต.ค. 69 นี้

#คัดค้านร่างกฎหมาย #สสส #กองทุนผู้สูงอายุ #กองทุนกีฬา

เมื่อ "อิสรภาพของกองทุนสาธารณะ" ถูกดึงเข้าสู่เกมการเมือง อนาคตเด็กเยาวชน และสังคมไทย ที่เราต้องกังวลร่วมกันเมื่อสังคมกำล...
03/10/2026

เมื่อ "อิสรภาพของกองทุนสาธารณะ" ถูกดึงเข้าสู่เกมการเมือง อนาคตเด็กเยาวชน และสังคมไทย ที่เราต้องกังวลร่วมกัน

เมื่อสังคมกำลังจับตาร่างกฎหมายแก้ไขเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ของ 4 องค์กรและกองทุนสำคัญของประเทศ ทั้ง สสส. (กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ), กองทุนไทยพีบีเอส (Thai PBS), กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF), และกองทุนผู้สูงอายุ ซึ่งเดิมทีขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินจากภาษีบาป (สุรา-ยาสูบ) เพื่อสร้างความเป็นอิสระและคล่องตัวในการทำงานเพื่อสังคม

การประกาศปรับเปลี่ยนให้ต้องพึ่งพิง “งบประมาณรายจ่ายประจำปี” แทน อาจถูกมองในมุมของการจัดระเบียบวินัยการคลัง แต่ในมุมมองเชิงคุณภาพและผลกระทบระยะยาว นี่คือจุดเปลี่ยนที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งว่า เมื่อเงินอยู่ในกำมือการเมือง ความอิสระและการพัฒนาสังคมจะเหลืออะไร

ผลกระทบเชิงโครงสร้าง เมื่อ 4 กองทุนหลักถูกผูกติดกับ “งบประมาณประจำปี”

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเลขในบัญชี แต่หมายถึง “เส้นเลือดใหญ่” ที่หล่อเลี้ยงสุขภาวะ สื่อสาธารณะ โอกาสของเยาวชน และสวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งจะได้รับผลกระทบทางตรง ดังนี้

1. สูญเสีย "ความเป็นอิสระ" และตกเป็นเบี้ยล่างของเกมการเมือง เมื่อเม็ดเงินไม่ได้ถูกันสัดส่วนอัตโนมัติจาก ภาษีสุรา-ยาสูบ เพื่อทำภารกิจเฉพาะด้านอีกต่อไป แต่ต้องรอการจัดสรรจากงบประมาณประจำปี องค์กรเหล่านี้จะถูกลดทอนอำนาจต่อรองและความคล่องตัว ภารกิจที่เคยทำได้ต่อเนื่องยาวนานอาจสะดุดลงทันทีหากเปลี่ยนขั้วอำนาจ หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง

2. อนาคตเด็กและเยาวชนถูกลดทอนความสำคัญ
- สสส. และกองทุนกีฬา คือเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยดึงเด็กและเยาวชนให้ออกห่างจากอบายมุข สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ และลดความเหลื่อมล้ำในระดับรากหญ้า เมื่อเม็ดเงินไม่มั่นคง โครงการสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศย่อมสั่นคลอน เด็กกลุ่มเปราะบางคือผู้ที่ต้องรับกรรมจากความเปราะบางนี้โดยตรง

3. สื่อสาธารณะ (Thai PBS) ที่ไร้เกราะคุ้มกันการครอบงำ การตัดรายได้เฉพาะตัว แล้วโยกเข้าสู่ระบบงบประมาณ ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ถึง “เสรีภาพของสื่อสาธารณะ” ที่ควรยืนหยัดเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง หากผู้มีอำนาจสามารถใช้กระเป๋าเงินเป็นเครื่องมือชี้นำทิศทางข่าวสารได้ เสียงสะท้อนของประชาชนรากหญ้าจะถูกปิดตายหรือไม่

4. ความมั่นคงของ “ผู้สูงอายุ” ที่แขวนอยู่บนความไม่แน่นอน กองทุนผู้สูงอายุที่ต้องดูแลสวัสดิการและการยังชีพของผู้สูงอายุรายได้น้อย หากต้องพึ่งพางบประมาณที่ผันแปรตามความจำกัดของรัฐในแต่ละปี ความมั่นคงในบั้นปลายชีวิตของประชาชนนับล้านคนจะมีความแน่นอนได้อย่างไร?

ทางรอดของสังคม ทำไมเราถึงต้องส่งเสียง

ทรัพยากรเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “คืนกำไรจากปัญหา (สุรา-ยาสูบ) สู่การสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม” การดึงโครงสร้างเหล่านี้เข้ามาอยู่ใต้ความผันผวนของการเมืองและการจัดสรรงบประมาณแบบปีต่อปี เท่ากับการทำลาย “เกราะคุ้มกันสังคม” ที่ใช้เวลาสร้างสมมาตรนับทศวรรษ

- เด็กและเยาวชน ต้องการพื้นที่เติบโตที่มั่นคง ไม่ใช่ความไม่แน่นอนจากนโยบายผู้ใหญ่
- สุขภาวะ สื่อสาธารณะ และสวัสดิการ ต้องยืนหยัดได้ด้วยเจตนารมณ์เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อเกมอำนาจ

“เมื่อโครงสร้างหลักของประเทศสั่นคลอน คนที่เสียอนาคตไม่ใช่แค่นักกีฬาหรือเด็กกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คืออนาคตของประเทศไทยทั้งระบบ เพราะ อิสระทางการนำเสนอและอนาคตของเยาวชน ไม่ใช่พื้นที่ต่อรองทางการเมือง เพื่อใช้อำนาจในการควบคุม

วันนี้แอดมินจึงขอเชิญชวน โค้ช ผู้ปกครอง และน้องๆนักกีฬา เข้าไปกดลงชื่อคัดค้านการรวบอำนาจกองทุนเหล่านี้ ภายใน 14 ต.ค. นี้

ไทยพีบีเอส: https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php...
สสส.:https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php...
กองทุนผู้สูงอายุ: https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php...
กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ: https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php...


#คัดค้านร่างกฎหมาย #สสส #กองทุนผู้สูงอายุ #กองทุนกีฬา

02/10/2026
มากกว่าคำว่า “แชมป์” แต่คือการสร้างโอกาส เมื่อกีฬากลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย และความร่วมมือของคนในพื้นที่กลายเป็นพลังให้เยาว...
02/10/2026

มากกว่าคำว่า “แชมป์” แต่คือการสร้างโอกาส เมื่อกีฬากลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย และความร่วมมือของคนในพื้นที่กลายเป็นพลังให้เยาวชน

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE ลีกฟุตซอลเยาวชนภายในจังหวัดบึงกาฬ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานราชการจังหวัดบึงกาฬ ชมรมสถานศึกษาจังหวัดบึงกาฬ เครือข่ายผู้ฝึกสอน THE COACH ภาคประชาสังคมในจังหวัดบึงกาฬ และ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคอีสานตอนบน

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มีเพียงการแข่งขันเพื่อค้นหา “แชมป์” แต่คือการร่วมกันสร้าง “พื้นที่สร้างสรรค์ที่ปลอดภัยปัจจัยเสี่ยง” ให้เยาวชนได้ใช้เวลาอยู่กับกีฬา ได้พบเพื่อน ได้เรียนรู้ ได้แสดงความสามารถ และมีพื้นที่ที่ช่วยลดโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงรอบตัว

ตลอดการแข่งขัน เด็ก ๆ ไม่ได้เรียนรู้เพียงเรื่องทักษะฟุตซอล แต่ยังมีกิจกรรมที่สอดแทรกความรู้เรื่อง เหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า การพนัน และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อให้กีฬาไม่ได้สร้างเพียงนักกีฬา แต่ช่วยสร้างทักษะชีวิตและการรู้เท่าทันให้กับเยาวชนไปพร้อมกัน และสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้น คือ การต่อยอด เมื่อคนในพื้นที่เห็นตรงกันว่า เยาวชนบึงกาฬควรมีพื้นที่ให้เล่นกีฬาอย่างต่อเนื่อง เวทีการแข่งขันจึงไม่ได้จบลงเพียงแค่แชมป์ แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุย การรวมพลัง และการสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีเวทีพัฒนาศักยภาพต่อไปในอนาคต

สำหรับผลการแข่งขันในปีนี้

🏆 แชมป์ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา
🥈 รองชนะเลิศ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ
🥉 อันดับ 3 และทีมมารยาทยอดเยี่ยม โรงเรียนบุ่งคล้านคร

ขอแสดงความยินดีกับทุกทีม และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้สนามแห่งนี้เกิดขึ้น

“เพื่อนกันมันส์โนแอล ใช้พลังกีฬา สร้างพลังบวก รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง”

#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #เพื่อนกันมันส์โนแอล #บึงกาฬ

สานต่อพลังเยาวชน กิจกรรมค่าย "เพื่อนกันมันส์โนแอล" (SDN Futsal No-L) ไม่ใช่แค่การแข่งขันกีฬา แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันแล...
28/09/2026

สานต่อพลังเยาวชน กิจกรรมค่าย "เพื่อนกันมันส์โนแอล" (SDN Futsal No-L) ไม่ใช่แค่การแข่งขันกีฬา แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันและเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์

ครั้งนี้เราเดินทางกันมาที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว เพื่อมาต่อยอดกิจกรรม SDN FUTSAL NO-L เสริมสร้างทักษะความรอบรู้ การรู้จักสังเกตุ และการเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นโอกาสด้วยพลังของเยาวชน ผ่านกิจกรรม

- ปลุกพลังทีมเวิร์กและค้นหาตัวตน น้องๆ ได้ร่วมทำกิจกรรมกลุ่มสร้างความสัมพันธ์ เพื่อฝึกฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม การทำงานเป็นทีม ตลอดจนการตระหนักรู้ถึงพิษภัยและสิ่งยั่วยุรอบตัว เช่น บุหรี่ไฟฟ้าและแอลกอฮอล์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนานและสร้างสรรค์

- เรียนรู้จากโค้ช เพื่อร่วมรับฟังเส้นทางระหว่างทางกว่าจะมาเป็นโค้ชที่สอนพวกเค้าจนถึงทุกวันนี้ ผ่านเสวนา “โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ” เพื่อสร้างความตระหนักรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน

- พลิกโฉมพื้นที่เสี่ยง สู่พื้นที่สร้างสรรค์ ไฮไลต์สำคัญที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้วางแผนกิจกรรมลงพื้นที่จริงปฏิบัติภารกิจ “หาจุดเสี่ยง เพื่ออาสาพัฒนาปิดความเสี่ยง” ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าโรงเรียน ห้องน้ำ หรือมุมลับตาต่างๆ หรือพื้นที่ในชุมชน เพื่อปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคนในโรงเรียน

เพราะเยาวชนไม่ได้เป็นแค่นักกีฬา แต่พวกเขาคือกำลังสำคัญในการสังเกต หาสาเหตุ แก้ไขปัญหา และป้องกันจุดเสี่ยงรอบตัว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน

#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #เพื่อนกันมันส์โนแอล

จากแสงสีเมืองหลวงสู่หัวใจเด็กภูธร เส้นทางและอุดมการณ์ของ “อาจารย์มงคล แหวนตราพันธ์”บนเส้นทางสายกีฬา หลายคนมักมองหาความสำ...
25/09/2026

จากแสงสีเมืองหลวงสู่หัวใจเด็กภูธร เส้นทางและอุดมการณ์ของ “อาจารย์มงคล แหวนตราพันธ์”

บนเส้นทางสายกีฬา หลายคนมักมองหาความสำเร็จที่ปลายทาง ผ่านถ้วยรางวัล เกียรติยศ และชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาเยาวชนหลายคน มีเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ อาจารย์มงคล แหวนตราพันธ์ จากเด็กต่างจังหวัดผู้มีความฝันเรียบง่าย สู่การเป็นโค้ชผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทุกรูปแบบ ทั้งการเป็นผู้ตัดสิน การบุกเบิกทีมในแดนใต้ การคุมทีมเผชิญหน้ากับโรงเรียนมหาอำนาจในเมืองหลวง จนกระทั่งตัดสินใจหันหลังให้ความสะดวกสบาย เพื่ออุทิศตนสร้างเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลให้มีอนาคต

จุดเริ่มต้นของเด็กหนุ่มผู้มีความฝัน

ชีวิตในวัยเด็กของอาจารย์มงคลเติบโตมาด้วยความเรียบง่าย ท่ามกลางความตั้งใจที่อยากจะเรียนพลศึกษาและฝึกฝนกีฬาเป็นทุนเดิม แม้ในยุคนั้นกีฬาฟุตซอลจะยังไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน แต่เขาก็ทุ่มเทเล่นกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งฟุตบอล วอลเลย์บอล และกีฬาอื่นๆ ด้วยความคิดเรียบง่ายในวัยเด็กว่า

“ทำยังไงก็ได้ ให้ได้เรียนพลศึกษา แล้วก็ได้ฝึกสอนกีฬา”

ด้วยความที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารกีฬา ติดตามทั้งเรื่องฟุตบอลนักเรียน ทีมชาติ และกีฬาประเภทต่างๆ ทำให้ความรู้รอบตัวด้านกีฬานั้นฝังรากลึกอยู่ในใจเสมอมา แม้ในตอนเด็กจะเล่นกีฬาไม่เก่งนัก แต่การคลุกคลีผ่านการอ่านและค้นคว้าก็กลายเป็นรากฐานสำคัญ ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านพลศึกษา ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาได้เข้าสู่วิชาชีพผู้ฝึกสอนกีฬาอย่างเต็มตัว

ก้าวแรกบนเส้นทางโค้ชและการลับคมในเมืองกรุง

จุดพลิกผันครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออาจารย์มงคลผ่านการอบรมและสอบจนได้เป็นผู้ตัดสินฟุตซอลรุ่นที่ 1 ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อปี พ.ศ. 2547 ช่วงเวลานั้น กรมพลศึกษาได้จัดการแข่งขันขึ้นที่สนามคลอง 6 ซึ่งมีโรงเรียนจากส่วนภูมิภาคอย่าง โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีเดินทางมาร่วมแข่งขัน การพบกันครั้งนั้นทำให้ทีมงานและนักกีฬาจากแดนใต้เห็นแววและชักชวนให้เขาเดินทางไปช่วยทำทีม

"ตอนนั้นโรงเรียนเทพมิตรศึกษายังไม่เคยมีฟุตซอล ผมถือเป็นผู้ฝึกสอนฟุตซอลคนแรกของโรงเรียนเลยก็ว่าได้"

อาจารย์มงคลเล่าย้อนความหลังถึงการหอบกระเป๋าลงใต้ไปปักหลักทำงานนานถึง 3 ปีเต็ม ในฐานะผู้บุกเบิกที่ต้องสร้างทีมขึ้นมาจากศูนย์ ช่วงแรกของการทำทีมยอมรับว่ายังไม่ประสบความสำเร็จทันที อาศัยใช้วิธี "ครูพักลักจำ" เฝ้าสังเกตและเรียนรู้เทคนิคจากปรมาจารย์แถวหน้าของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์บุญเลิศ เจริญวงศ์, อาจารย์สมชาติ พิทักษ์วงศ์ จากปทุมคงคา และอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ จากสุรศักดิ์มนตรี

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ที่แดนใต้ อาจารย์มงคลได้ขยับขยายเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อรับหน้าที่ดูแลทีมฟุตซอลที่ โรงเรียนพรตพิทยพยัต การคุมทีมท่ามกลางโรงเรียนมหาอำนาจลูกหนังขาสั้นถือเป็นโจทย์ที่หินและกดดันมาก แต่ด้วยความใกล้ชิดและการดูแลนักกีฬาในความดูแลกว่า 80 ชีวิตอย่างทั่วถึง ทำให้ทีมของเขาสามารถขับเคี่ยวและเอาชนะทีมใหญ่ๆ ได้ในหลายครั้ง จนสร้างชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์

พลิกฟื้นรากหญ้า สู่ภารกิจสร้างดาวฟุตซอลภูธร

แม้จะใช้ชีวิตในเมืองหลวงจนสุดท้ายได้เข้ามาคุมทีมวิทยาลัยราชพฤกษ์ และทำงานในฐานะโค้ชที่วิทยาลัยราชพฤกษ์มายาวนานร่วม 10 ปี จนอยากที่จะมองหาความสงบและกลับไปทำอาชีพเกษตรกรรมที่จังหวัดชัยภูมิ แต่ด้วยความรักและศรัทธาในกีฬาฟุตซอล เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยกับ ท่านผู้อำนวยการวิชัย จำพันธุ์ แห่ง โรงเรียนโค้งน้ำตับวิทยาคาร อาจารย์มงคลจึงเริ่มต้นเปิดคอร์สฝึกซ้อมเล็กๆ ในวันเสาร์-อาทิตย์ จนกระทั่งตัดสินใจลงมือทำอย่างจริงจัง

การทำทีมในโรงเรียนหมู่บ้านขนาดเล็กที่มีเด็กซ้อมไม่ถึง 15 คนในตอนแรก และต้องเจอความพ่ายแพ้ถูกถล่มยับเยินนับสิบลูกในยามไปแข่งขัน ไม่ได้ทำให้เขาย่อท้อ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบ้านหลังใหม่ให้เด็กๆ ด้วยความอดทนและประสบการณ์ที่มี จนสามารถยกระดับทีมจนโด่งดังในระดับประเทศผ่านรายการ SDN คว้ารองแชมป์ประเทศไทยด้วยการแพ้ทีมโรงเรียนราชวินิตมัธยมอย่างสุดมันส์ ชื่อของทีมโรงเรียนโค้งน้ำตับวิทยาคาร ก็กลายเป็นทีมที่ทั่วประเทศให้ความสนใจ และรับรู้ถึงเรื่องความพยายามของทั้งเด็กและโค้ช

บ้านหลังใหม่ที่โรงเรียนมารีอุปถัมภ์ชัยภูมิ โอกาสที่ต่อเนื่องเพื่ออนาคตเด็ก

เนื่องจากโรงเรียนโค้งน้ำตับวิทยาคารเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่มีการเรียนการสอนถึงแค่ ม.3 เมื่อเด็กจบการศึกษาและต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง สถิติชี้ชัดว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไปต่อได้ ส่วนที่เหลือต้องเลิกเล่นและเสี่ยงต่อการหลุดลอยไปสู่วังวนอบายมุข อาจารย์มงคลจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ โรงเรียนมารีอุปถัมภ์ชัยภูมิ ซึ่งมีระดับชั้นเรียนต่อเนื่องไปจนถึง ม.6 เพื่อให้เด็กๆ ได้พัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง

การย้ายมาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก ท่านบาทหลวงวีระศักดิ์ จันทรังษี ผู้บริหารโรงเรียน ที่มอบทุนเรียนฟรี สนับสนุนเบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง และเปิดไฟเขียวให้เด็กๆ ได้ออกไปแข่งขันเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งดูแลเอาใจใส่เรื่องความประพฤติ ห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด และอบายมุขต่างๆ ผ่านการบริหารเวลาและระบบหอบห่อด้วยความเข้าใจ

มากกว่าเรื่องกีฬา คือการดูแลชีวิตเยาวชน

อาจารย์มงคลเปิดเผยว่าตนเองเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และไม่เล่นการพนันมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าในครอบครัวจะมีคุณพ่อที่ดื่มและชอบมีปัญหาทะเลาะ ขัดแย้ง แต่ประสบการณ์เหล่านั้นกลับเป็นบทเรียนที่ทำให้ตนเองเลือกเส้นทางชีวิตที่สะอาด การที่ผู้ฝึกสอนเป็นแบบอย่างที่ดีและใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง ย่อมส่งผลเชิงบวกต่อวิธีคิดและการปฏิบัติตัวของเด็กๆ ในความดูแล

นอกจากการฝึกซ้อมทักษะกีฬาอย่างเข้มข้นแล้ว อาจารย์มงคลยังให้ความสำคัญกับการดูแลเอาใจใส่เรื่องความประพฤติและชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ ในหอพักอย่างใกล้ชิด ทุกๆ วันก่อนจะปล่อยให้เด็กๆ แยกย้ายกันพักผ่อน จะมีการอบรมและสั่งสอนอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องการห่างไกลจากอบายมุข เช่น บุหรี่ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน) กัญชา ยาบ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ ไม่เพียงแต่เป็นนักกีฬาเก่ง แต่ต้องเป็นคนดีและมีวินัยในชีวิตด้วย

จากประสบการณ์ยาวนานในการคลุกคลีกับกีฬาฟุตซอล อาจารย์มงคลมองว่ากีฬานี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการดึงดูดเด็กๆ ให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงและอบายมุขต่างๆ พื้นที่สนามฟุตซอลที่มีอยู่หลากหลายในชุมชนไม่เพียงแต่ช่วยสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างตัวตน สร้างวินัย และดึงเด็กๆ ให้หลุดพ้นจากสิ่งมัวเมา มุ่งสู่การเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพและอนาคตที่ดี หากชุมชนหรือโรงเรียนให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อมกีฬาอย่างจริงจัง จะช่วยให้เด็กๆ เหนื่อยล้าจากการฝึกฝน จนไม่มีเวลาหรือโอกาสไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด การแข่งมอเตอร์ไซค์แว้น หรือการมั่วสุม

สะท้อนมุมมอง โค้ชผู้สร้างเด็กภูธร

เรื่องราวของอาจารย์มงคล แหวนตราพันธ์ สะท้อนให้เห็นว่า บทบาทที่แท้จริงของผู้ฝึกสอนกีฬาไม่ได้วัดกันที่จำนวนถ้วยแชมป์บนตู้โชว์ในโรงเรียนชื่อดังเสมอไป แต่อยู่ที่ความเสียสละและความตั้งใจจริง

การใช้กีฬาฟุตซอลเป็นเกราะคุ้มกัน ดึงเด็กๆ จากความเสี่ยงรอบตัว ให้หลุดพ้นจากอบายมุข และใช้ความทุ่มเทด้วยหัวใจความเป็นครู ปั้นแต่งเด็กภูธรธรรมดาให้กลายเป็น "ดาว" ที่มีระเบียบวินัย มีภูมิคุ้มกัน และพร้อมก้าวออกไปพึ่งพาตนเองและสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน

อาจารย์มงคล แหวนตราพันธ์

#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #ชัยภูมิ

สานต่อพลังเยาวชน กิจกรรมค่าย "เพื่อนกันมันส์โนแอล" (SDN Futsal No-L) ไม่ใช่แค่การแข่งขันกีฬา แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันแล...
24/09/2026

สานต่อพลังเยาวชน กิจกรรมค่าย "เพื่อนกันมันส์โนแอล" (SDN Futsal No-L) ไม่ใช่แค่การแข่งขันกีฬา แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันและเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์

การเตะฟุตซอลไม่ได้มีแค่เรื่องในสนาม ค่ายนี้จึงชวนน้องๆ เยาวชนนักกีฬาฟุตซอล (อายุ 12-18 ปี) โค้ช ครู รวม 60 ชีวิต มาผนึกกำลังร่วมกันสร้างการตระหนักรู้เรื่องภัยจากแอลกอฮอล์และบุหรี่ไฟฟ้า ณ โรงเรียนเทศบาล 3 สามัคคีวิทยาคาร จังหวัดอุบลราชธานี ผ่านกิจกรรม

- ปลุกพลังทีมเวิร์กและค้นหาตัวตน น้องๆ ได้ร่วมทำกิจกรรมกลุ่มสร้างความสัมพันธ์ ด้วยกิจกรรม "ดอกไม้ 3 กลีบ" และกิจกรรมจำลองการสร้างบ้าน เพื่อฝึกฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม การทำงานเป็นทีม ตลอดจนการตระหนักรู้ถึงพิษภัยและสิ่งยั่วยุรอบตัว เช่น บุหรี่ไฟฟ้าและแอลกอฮอล์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนานและสร้างสรรค์

- ตระหนักรู้สู่การลงมือทำ เรียนรู้ผ่านสื่อสร้างแรงบันดาลใจและกิจกรรม "หน้ากากไอดอล" เพื่อสะท้อนแนวคิดการปกป้องตนเอง พร้อมทั้งฝึกทักษะการสังเกต วิเคราะห์ และมองหาจุดเสี่ยงรอบตัว

- พลิกโฉมพื้นที่เสี่ยง สู่พื้นที่สร้างสรรค์ ไฮไลต์สำคัญที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้วางแผนกิจกรรมลงพื้นที่จริงปฏิบัติภารกิจ "อาสาพัฒนาจุดเสี่ยง" ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าโรงเรียน ห้องน้ำ หรือมุมลับตาต่างๆ เพื่อปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคนในโรงเรียน

เพราะเยาวชนไม่ได้เป็นแค่นักกีฬา แต่พวกเขาคือกำลังสำคัญในการสังเกต หาสาเหตุ แก้ไขปัญหา และป้องกันจุดเสี่ยงรอบตัว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน

#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #เพื่อนกันมันส์โนแอล

หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยทราบว่า SDN FUTSAL NO-L ที่มีการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ครบ 77 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ทีมงานทั้งหมดนั้น...
23/09/2026

หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยทราบว่า SDN FUTSAL NO-L ที่มีการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ครบ 77 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ทีมงานทั้งหมดนั้น 80% ล้วนแต่เป็นผู้หญิง 15% เป็น LGBT และ 5% คือผู้ชาย

ปฏืเสธไม่ได้เลยว่าความสำเร็จทั้งหมดล้วนมาจากบุคคลที่ไม่ได้มีความรู้เพื่อกีฬา แต่เล็งเห็นถึงความเลื่อมล้ำ ความไม่พร้อม ปัญหาของอบายมุข จึงเกิดการตั้งใจทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อเยาวชนทุกจังหวัดในประเทศไทย

"พี่เอ้" รัชชนนท์ พูลมิน คือหนึ่งในทีมงานฝ่ายจัดที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องกีฬาฟุตซอลเช่นกัน แต่พี่เอ้ตั้งใจศึกษา ตั้งใจประสานพื้นที่ ซึ่งพี่เอ้ พูดเสมอว่า "ฟุตซอลภาคตะวันตก" ปัญหาเยอะมาก หาทีมยากมาก หาคนช่วยยากสุดๆ แต่พี่เอ้ก็ไม่เคยยอมแพ้ และพยายามเข้าหาทุกหน่วยงานในแต่ละจังหวัดโซนภาคตะวันตก จนจัดกิจกรรมนี้มาครบ 8 ปี เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในพื้นที่

วันนี้ "พี่เอ้" ได้จากพวกเราไปแล้ว แต่แอดมินเชื่อเสมอว่าสิ่งที่พี่เอ้ทำมาทั้งหมดจะไม่สูญเปล่า ครู โค้ช น้องๆนักกีฬา ผู้ใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันตก จะนึกถึงและคิดถึงพี่เอ้เสมอ

เราจากกันแค่เพียงร่างกาย แต่ทุกความสงจำของพี่เอ้ จะอยู่ในใจพวกเราเสมอ

หลับให้สบายครับ "พี่เอ้"รัชชนนท์ พูลมิน ผู้ประสานงานเยาวชน สคล.ภาคตะวันตก และฝ่ายจัด SDN FUTSAL NO-L ภาคตะวันตก

#สสส #สคล

ที่อยู่

110/287-288 หมู่ ซอยโพธิ์แก้วแยก 4 ถนนโพธิ์แก้ว แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม
Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ SDN Futsal No-L โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SDN Futsal No-L:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่