ร่วมฉลองวันปิงปองโลก 23 เมษายน ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงการก่อตั้ง สหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) และการเฉลิมฉลองความสุขของชาวปิงปอง โดยเน้นความสนุกสนาน การมีส่วนร่วม "Table Tennis for All" และเป็นวันเกิดของท่าน Ivor Montagu ผู้ก่อตั้งสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ
🏓🎂🏓😊🏓🇹🇭🏓 P4
P4 Table Tennis & Fitness
"Becoming a CHAMPION” can not be bought Each person must make themselves a champion. "The winner i
16/04/2026
P4 Perception ep.7 : การบรรลุเป้าหมายระดับสูง
การเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันให้ประสบความสำเร็จระดับสูง นักกีฬาจะต้องได้รับการวางรากฐานด้านทักษะ ด้านร่างกายและความคิดจิตใจ อย่างเป็นลำดับขั้นตอนซึ่งต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
เปรียบเสมือนการสร้างอาคารสูง ตึกยิ่งสูงยิ่งต้องใช้เวลาในการสร้างรากฐานอย่างมั่นคง และเป็นขั้นตอนที่ “ดูเหมือนว่าจะเป็นการเสียเวลา..” จึงมีผู้ฝึกสอนและนักกีฬาจำนวนมาก ใช้วิธี “ลัดขั้นตอน” โดยการเน้นไปที่การพัฒนาเทคนิคทักษะโดยปราศจากการฝึกพื้นฐานการเคลื่อนไหวและปลูกฝังกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล ขาดการให้โอกาสนักกีฬาได้ใช้ความคิดที่เป็นตัวของตัวเอง ผู้ฝึกสอนเองก็ไม่มีเวลาในการสร้างรากฐาน ดังกล่าวให้กับนักกีฬา เพราะ ต้องการเห็นผลงานการแข่งขันอย่างรวดเร็ว และความใจร้อนของผู้ปกครองเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ในสังคมกีฬา
“หากต้องการได้ตึกสูง 100 ชั้น โดยวางรากฐานอาคารไว้เพียง 10 ชั้นนั้น..มันเป็นไปไม่ได้”
การพัฒนามาตรฐานความสามารถของนักกีฬาให้ก้าวไปได้ไกลกว่าที่ผ่านๆ มา จึงต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจของบุคคลทุกฝ่ายตั้งแต่ระดับนโยบาย (ผู้บริหารฯ) ลงมาจนถึงระดับปฏิบัติการ (ผู้ฝึกสอน นักกีฬา นักวิทย์ฯ) และฝ่ายสนับสนุน (ผู้ปกครอง, ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง) ที่จะต้องให้ความสำคัญและร่วมมือกันอย่างจริงจัง
ฝึกไป คิดไป P4
P4 Learning ep.80 : การตีให้ลงโต๊ะ..มาก่อนการตีให้แรง
จากหลักการดังกล่าว นักกีฬาเทเบิลเทนนิสทุกคนจึงต้องเรียนรู้วิธีการตีโต้ไปมาให้มีความต่อเนื่อง ก่อนการตีด้วยความรุนแรง
มีนักกีฬาจำนวนมากที่เน้นการบุกด้วยการท็อปสปิน (พุ่ง) ด้วยความรุนแรง (มากเกินไป) โดยไม่ได้สังเกตการหมุนและตำแหน่งของลูกขณะสัมผัสไม้ เช่น ลูก “หนัก” หรือลูกอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าเน็ต แต่ยังเลือกตีด้วยความรุนแรงมาก..สิ่งที่เกิดขึ้น คือ การตีเสียเอง เกมการเล่นขาดความต่อเนื่อง การพัฒนาต่อยอดความสามารถเกิดขึ้นได้ยาก
จากคลิปวีดีโอนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการตีท็อปสปิน “โค้ง” เน้นการใช้แรงแบบเสียดสีขณะไม้สัมผัสลูก ทำให้ลูกเกิดการหมุน และเคลื่อนที่เป็นวิถีโค้ง (ใช้ในกรณีที่ลูกเคลื่อนที่มาเป็นลูกหนักหรืออยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าเน็ต) ช่วยให้นักกีฬาตีลูกลงโต๊ะได้ง่ายและเป็นพื้นฐานสำคัญไปสู่การท็อปสปินให้มีความแน่นอนและความรุนแรงมากขึ้นอย่างเป็นลำดับ
“แรง..แต่ไม่ลง ไม่มีประโยชน์“
.ตีให้ลง ตีให้แม่น ทำซ้ำให้ได้..แล้วค่อยเพิ่มความรุนแรง
ฝึกไป คิดไป P4
P4 Learning ep.79 : ตีด้วยแขน..แต่ความสำคัญอยู่ที่ขา
การพัฒนาความสามารถของนักกีฬาในวัยเด็ก ผู้ฝึกสอนต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกาย การเคลื่อนที่และท่าทางการตีแต่ละทักษะที่กำลังฝึกซ้อมได้อย่างถูกต้อง มากกว่าการมุ่งเน้นที่ความแรงในการตีหรือแค่การตีให้ลงโต๊ะ (ตีด้วยแขน) เนื่องจากลำดับการใช้แรงในการตีที่ถูกต้องจะเริ่มจากร่างกายส่วนล่าง คือ จากกลุ่มกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาด้วยการ “งอ” หรือการย่อขา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า การตีโดยส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นฐานของการใช้แรงจากขามากกว่าการใช้แรงจากแขนในทันที
จากคลิปวีดีโอชุดนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาเทคนิคการตีแบคแฮนด์ *แต่ยังคงมุ่งเน้นให้นักกีฬา “ย่อขาก่อนตี” และเรียนรู้ขั้นตอนการออกแรงอย่างเป็นลำดับ มีการวางรากฐานการใช้แรงที่ถูกต้อง รวมทั้งการกระตุ้นด้วยแบบฝึกให้มีการเคลื่อนที่อยู่เสมอ เพื่อรองรับการพัฒนาเทคนิคต่างๆ ในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต
ดังนั้น ในขณะที่นักกีฬากำลังฝึกแต่ละทักษะ ซึ่งใช้ “แขน” ในการตี สิ่งที่ผู้ฝึกสอนจะต้องให้ความสำคัญควบคู่กับการฝึกทักษะ (ด้วยแขน) คือ การกระตุ้นให้นักกีฬา “ขยับเท้า” หรือมีการเคลื่อนที่เพื่อถ่ายน้ำหนักตัวและการรักษาสมดุลของร่างกายด้วย
การย่อขาก่อนตี นอกจากจะทำให้เกิด “แรงจากพื้น” (Ground Force) แล้ว ยังช่วยให้นักกีฬามี “จังหวะ” ในการตีที่สอดคล้องกับลักษณะการเคลื่อนไหวร่างกายที่จะต้องมีการถ่ายน้ำหนักตัวไปมา (ออกแรง ส่งแรง รับแรง ส่งแรงกลับ) ระหว่างเท้าทั้งสองข้างอยู่เสมอ ส่งผลในภาพรวมให้นักกีฬาสามารถรักษาสมดุลของร่างกายทั้งขณะอยู่กับที่และขณะเคลื่อนที่ได้ดียิ่งขึ้น การตีแต่ละครั้งก็จะมีประสิทธิภาพทั้งความต่อเนื่อง ความรุนแรง ความเร็วและยังสามารถทำซ้ำได้อย่างแน่นอนแม่นยำมากขึ้นด้วย
“ขา..พาร่างกายเข้าสู่ตำแหน่งการตี
ขา..จึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าแขน”
ฝึกไป เรียนรู้ไป P4
06/04/2026
P4 Perception ep.6 : ความรู้ + วินัย + ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง = ความสำเร็จ
“มีความรู้ มีวินัยและลงมือทำ คือ องค์ประกอบหลักของความสำเร็จ”
ความรู้ คือ พื้นฐานที่นำไปสู่การลงมือทำด้วยวิธีการที่ถูกต้อง
วินัย เป็นเรื่องของความนึกคิด ถึงสิ่งที่ “ควรทำ..แม้ในเวลาที่ไม่อยากทำ” เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ อันประกอบด้วยความเชื่อมั่น ความพยายาม การรับรู้ตนเอง การลงมือทำด้วยความจดจ่อ และการมีทัศนคติที่ถูกต้อง มีความรู้ความเข้าใจและเข้าถึงวิธีการปฏิบัติพร้อมทั้งความสามารถในการแก้ไขปัญหาไปในทิศทางที่ดีกว่าอยู่เสมอ
การลงมือทำ..อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง คือ สิ่งเดียวที่จะทำให้สิ่งที่คิด สิ่งที่เป็นความฝัน สิ่งที่เป็นเป้าหมายและจินตนาการต่างๆ มีโอกาสปรากฏเป็นความจริง
สำหรับวงการกีฬาที่มีการแข่งขันกันมากมายหลายระดับและมีเป้าหมายสำคัญ คือ การได้รับชัยชนะนั้น เป็นกระบวนการหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนามนุษย์ให้กลายเป็นผู้ที่มีคุณภาพทั้งด้านเทคนิคกีฬาที่เล่น ด้านร่างกายและความคิดจิตใจ
การเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันที่มีทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้ปกครองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างต้องผ่านการ “ทดสอบหัวใจของการเป็นนักสู้” ก่อนที่จะได้รับผลตอบแทนเป็นรางวัลหรือชัยชนะและความภาคภูมิใจ
บนเส้นทางของการฝึกซ้อมและแข่งขันของแต่ละชนิดกีฬา ล้วนแต่ต้องอาศัยการมีเป้าหมายและวิธีการปฏิบัติด้วยความทรหดอดทนที่มีความเข้มข้นไปตามระดับของเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเมื่อนักกีฬารวมทั้งผู้ฝึกสอนได้ผ่านการทดสอบในระดับที่มีความท้าทายมากพอ ความทรหดอดทนตลอดเส้นทางของการฝึกฝนนั้น จะกลายเป็นพื้นฐานและพลังในการบรรลุเป้าหมายด้านอื่นๆ ในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ เช่นกัน
เนื่องจาก ความสำเร็จในการเล่นกีฬา จะต้องผ่านการฝึกฝน การพิสูจน์ตนเอง การรักษาวินัยและความรับผิดชอบต่อเป้าหมายที่ตนเองตั้งไว้ ซึ่งวิถีดังกล่าว คือ วิถีเดียวกันกับการประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตทุกๆ ด้าน จึงมีคำกล่าวเกี่ยวกับการเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันว่า “กีฬา คือ โรงเรียนชีวิตที่แท้จริง”
ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในวงการกีฬาทุกๆ ท่าน โดยเฉพาะ ผู้ฝึกสอน จึงควรปลูกฝังแนวความคิดและแนวทางการพัฒนาความสามารถ ซึ่งเป็น “กระบวนการ” ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ หากต้องการผลลัพธ์เช่นไร ผู้นั้นย่อมจะต้องมีความรู้ มีวินัยและการลงมือปฏิบัติที่สอดคล้องกับระดับของเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
“ความสำเร็จ เปรียบเสมือนเงาของการสะสมสิ่งดีๆ ที่มากพอ..เมื่อเราหว่านเมล็ดพันธุ์เช่นไร ย่อมได้ผลผลิตเช่นเดียวกับที่เราหว่านมันลงไป“
ฝึกไป เรียนรู้ไป P4
23/03/2026
P4 Perception ep.5 : ความสำเร็จเป็นเรื่องของ “กระบวนการ”
กิจกกรรมการสัมมนาฯ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เพื่อการส่งมอบแนวทางการพัฒนานักกีฬา (ซึ่งมีผู้ปกครองและผู้ฝึกสอนเป็นผู้อยู่ใกล้ชิด) ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และได้เล่นกีฬาอย่างมีความสุข (มากขึ้น)
โดยการใช้กีฬาเป็น “เครื่องมือ” ในการฝึกฝนตนเองให้กลายเป็นผู้ที่มีวินัย มีความพยายาม มีความอดทนและมีความเข้าใจว่า ความก้าวหน้าหรือความสำเร็จเป็นเรื่องของ “กระบวนการ” ในการพัฒนาตนเองจนสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
ฝึกไป เรียนรู้ไป P4
16/03/2026
ขอเชิญชวนผู้ปกครองนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมการสัมมนาฯ เพื่อการแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาความสามารถของนักกีฬาให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายและได้เล่นกีฬาอย่างมีความสุข..ครับ
ฝึกคิด ก่อนฝึกซ้อม P4
20/02/2026
ศูนย์ฝึก DONIC Table Tennis Academy เปิดรับสมัครผู้สนใจ เข้าร่วมฝึกซ้อมและพัฒนาความสามารถตั้งแต่ระดับพื้นฐานสู่การเป็นนักกีฬาระดับแข่งขัน โดยแบ่งการฝึกซ้อมออกเป็น 3 กลุ่มตามตารางด้านล่างครับ
ฝึกไป คิดไป P4
17/02/2026
P4 Perception ep.4 : “ความคาดหวัง” แปรผันตรง กับ “ความกดดัน”
ความคาดหวัง “แปรผันตรง” กับความกดดัน หมายความว่า หากมีความคาดหวังต่ำ ความกดดันก็จะต่ำ หากมีความคาดหวังที่สูงขึ้น ความกดดันก็จะมีมากขึ้น ความคาดหวังยิ่งสูง ความกดดันจึงยิ่งสูงตามไปเหมือนเงาตามตัว
สำหรับการเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันย่อมต้องมีความคาดหวัง โดยเฉพาะ ความคาดหวังเรื่องชัยชนะ หากปราศจากความต้องการที่จะได้รับชัยชนะ ย่อมไม่ใช่เป้าหมายโดยทั่วไปของการแข่งขันกีฬา
เมื่อมีความคาดหวัง ย่อมมีความกดดัน
เมื่อไม่มีความคาดหวัง ย่อมไม่มีความกดดัน
เมื่อไม่มีความกดดัน ย่อมไม่เกิดความพยายาม
เมื่อไม่มีความพยายาม ย่อมไม่มีความก้าวหน้า
เมื่อไม่มีความก้าวหน้า ย่อมไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งขันที่เก่งกว่าได้
*ข้อสังเกต คือ สิ่งใดก็ตามที่นักกีฬาทำได้โดยไม่ต้องอาศัยความพยายาม สิ่งนั้นย่อมเป็นสิ่งที่นักฬาผู้นั้นทำได้อยู่แล้ว และเมื่อแค่ทำในสิ่งที่ทำได้อยู่แล้วย่อมไม่ส่งผลดีต่อการพัฒนาตนเอง ในทางกลับกัน สิ่งใดที่ต้องอาศัยความพยายาม สิ่งนั้นย่อมทำได้ไม่ง่ายนัก สิ่งใดที่ต้องการความพยายามสูง แล้วนักกีฬาสามารถทำสิ่งนั้นได้ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ ความก้าวหน้า เมื่อมีความก้าวหน้าจึงมีโอกาสชนะคู่แข่งขันที่เก่งกว่าได้
ดังนั้น หากผู้ฝึกสอน นักกีฬาและผู้ปกครอง ได้ทำความเข้าใจสิ่งที่เป็นธรรมชาติของการเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ความกดดันที่เคยถูกตีความว่า เป็นตัวการในการทำให้นักกีฬาต้องผิดหวังมานักต่อนักนั้น อาจเป็นเพราะ การมีความคิดด้านลบหรือมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือขาดการไตร่ตรอง ขาดการทำความรู้จักและความเข้าใจ ถึงที่มาและประโยชน์ของ “ความกดดัน” ก็เป็นได้ ซึ่งหากจะมองในมุมที่เป็นจริงตามธรรมชาติอีกด้านหนึ่งให้ดีแล้ว จะพบว่า
“ความกดดันเป็นตัวช่วยให้นักกีฬาเก่งขึ้น..ไม่ใช่ตัวทำลาย”
ความกดดัน เกิดจาก ความอยากได้ (อยากได้ชัยชนะ รวมถึงความอยากได้สิ่งต่างๆ ในชีวิต)
ความกดดัน เกิดจาก ความกลัวว่าจะไม่ได้ (ชัยชนะหรือสิ่งที่อยากได้)
ความกดดัน เกิดจาก ความกลัวการขาดการยอมรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่มนุษย์ถูกค่านิยมทางสังคมตีตราไว้ โดยไม่รู้ตัวว่า ชนะ คือ ดีและจะได้รับการยอมรับ ทั้งที่ในการแข่งขันกีฬามากมายที่ ผู้แพ้ ก็ได้รับการยอมรับเช่นกัน (ผู้แพ้บางคน ได้รับการยอมรับมากกว่าผู้ชนะก็มีให้เห็นอยู่เสมอ)
ความกดดัน เกิดจาก ความกลัวเสียหน้า เนื่องจากการเอาผลการแข่งขัน คือ การชนะ ไปผูกติดกับหน้าตาหรือความเป็นตัวตนของตัวเองมากจนเกินจริง ยกตัวอย่างเช่น ไม่ว่านักกีฬาจะชนะหรือพ่ายแพ้ ย่อมไม่เกี่ยวกับเรื่องของความดีงามหรือความสามารถด้านอื่นๆ นักกีฬาทุกคนยังคงเป็นนักสู้ที่ดีได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะ ความสามารถด้านการเรียน หน้าที่การงานยังคงดำเนินต่อไปด้วยดีได้โดยไม่เกี่ยวกับผลลัพธ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้
“แพ้ชนะ เป็นเรื่องของการแข่งขันกีฬา ไม่ใช่เป็นเรื่องของการตัดสินความสามารถทั้งหมดของผู้คน”
ความกดดัน เกิดจาก ความคิดเพียงด้านเดียว ด้วยความคิดที่ว่า อยากได้ชัยชนะ แต่ไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้ ซึ่งในการแข่งขันกีฬานั้น ไม่มีผู้ใดชนะอย่างถาวร แพ้ชนะ คือ สิ่งที่อยู่เคียงคู่กัน
ดังนั้น หากนักกีฬาไม่ได้ทำความเข้าใจเรื่องของความกดดันด้วยความคิดและจิตใจที่พร้อมจะเรียนรู้ความจริงดังกล่าวแล้ว ความกดดันจะส่งผลทำให้นักกีฬา “ลืมสิ่งที่ต้องทำ” ไปชั่วขณะที่กำลังแข่งขัน เพราะมัวแต่มีความคิดความกังวลใจว่า จะไม่ได้รับชัยชนะอย่างที่ได้คาดหวังไว้
ถึงแม้ว่า ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในวงการกีฬา มันเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายนักที่นักกีฬาทุกคนจะควบคุมความกดดันให้เกิดประโยนช์กับตนเองในขณะแข่งขันได้เป็นอย่างดี แต่หากนักกีฬาได้มีความพยายามในการเรียนรู้และทำความเข้าใจ เพื่อใช้ความกดดันให้เกิดประโยชน์อย่างสม่ำเสมอแล้ว ความสามารถในการควบคุมความกดดันจะมีมากขึ้น โอกาสในการแสดงฝีมือที่มีออกมาได้อย่างเต็มความสามารถก็จะมีมากขึ้นอย่างแน่นอน
คำแนะนำบางอย่างเกี่ยวกับวิธีการฝึกความคิดเพื่อควบคุมความกดดัน ได้แก่
การควบคุมความกดดัน ด้วยการมีสติ คือ การรับรู้อยู่เสมอว่า ณ ขณะนั้นๆ หรือ ณ ปัจจุบันนั้น ตนเองกำลังทำอะไร เช่น กำลังจะลงแข่งขัน ก็จะต้องเตรียมความพร้อมด้านร่างกายให้เพียงพอ มีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับวิธีการ เช่น การเสิร์ฟ การบุก หรือแผนการเล่นต่างๆ ที่จะใช้ในการแข่งขัน หรือกำลังจะเสิร์ฟลูกหนัก ก็จะต้องคิดถึงวิธีการเสิร์ฟลูกหนักที่ว่านั้น ว่าต้องทำอย่างไร เป็นต้น
การควบคุมความกดดัน ด้วยการมีสมาธิ คือ การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำ แล้วคิดถึงลำดับขั้นตอนวิธีการทำสิ่งนั้นตามที่เคยฝึกซ้อมมา เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็กลับไปคิดถึงวิธีการแก้ไขในการตีครั้งต่อไป มากกว่าการหงุดหงิดหัวเสียกับความผิดพลาดที่ผ่านมา
การควบคุมความกดดัน ด้วยความพยายามทำสิ่งนั้นให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ในการแข่งขันก็เช่นกัน “ไม่มีเกมใดสมบูรณ์แบบ” นักกีฬาทุกคนย่อมมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในขณะแข่งขันอยู่เสมอ จึงไม่จำเป็นต้องทำทุกสิ่งให้ถูกต้องสมบูรณ์ (ซึ่งไม่มีอยู่จริง)
การควบคุมความกดดัน ด้วยหลักคิดที่ว่า “ดีกว่า..ได้เสมอ” เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นหรือแม้กระทั่งการแสดงความสามารถได้อย่างยอดเยี่ยมนั้น ย่อมสามารถพัฒนาและทำให้ดีกว่าได้อีก การแก้ไขและการพัฒนาโดยการมุ่งเน้นไปที่ วิธีการ จึงช่วยให้นักกีฬาแสดงความสามารถได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้น คือ ตัวอย่างในการควบคุมความกดดัน ด้วยการให้ความสำคัญไปที่ “กระบวนการ” มากกว่าการให้ความสำคัญเรื่องผลลัพธ์ ถึงแม้ว่า ผลลัพธ์ คือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องการ แต่ทุกคนต้องทำความเข้าใจใหม่ด้วยว่า “ผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังกระบวนการ” หากต้องการผลลัพธ์ที่ดี จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดบางอย่างเช่น แทนที่จะมีความกดดันหรือความกังวลใจไปที่ผลลัพธ์ว่า จะทำได้ไม่ดีหรือไม่ชนะ แต่ต้องคิดและหาคำตอบแล้วลงมือทำอย่างสุดความสามารถจากคำถามที่ว่า “จะต้องทำอย่างไรบ้าง..หากตนเองต้องการทำให้ได้ดีหรือเป็นผู้ชนะ..”
จึงกล่าวได้ว่า “เก่งขึ้นได้เพราะมี..ความกดดัน”
ขนาดของความสำเร็จขึ้นอยู่กับ..ระดับของความคิด
“สิ่งที่อยู่ในหัว..เป็นตัวกำหนดสิ่งที่อยู่ในมือ”
ฝึกคิด ก่อนฝึกซ้อม P4
ขอขอบคุณผู้ปกครองทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ได้ร่วมกันจัดงานเลี้ยงปีใหม่ กันอีกครั้ง..
บรรยากาศอบอุ่น ดีต่อใจเช่นเคย..ปีใหม่ปีนี้เรามาใช้แนวคิด
“ดีกว่า..ได้เสมอ”
ด้วยการสนับสนุนกันและกันให้ลงมือทำเรื่องต่างๆ ให้ดีกว่า..ที่ผ่านมากันนะครับ
ฝึกไป คิดไป P4
ขอขอบคุณ คุณพ่อบอย (พ่อพัตเตอร์)
สำหรับคลิป VDO ครับ❤️
Happy World Table Tennis Day🏓🏓
23 April 2025
P4
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
ถนน นางลิ้นจี่
Bangkok
10120