Alienเซียนของเจ๋งภาค1 พลังจักรวาล

Alienเซียนของเจ๋งภาค1 พลังจักรวาล

แชร์

แบ่งปันความรู้เรื่องกฎแห่งแรงดึงดูดและสัจธรรมสำหรับทุกท่าน

20/01/2025

"การเดินจงกรม" เป็นการเดินอย่างมีสติและรับรู้ภายในกาย ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้เมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลให้แก่กายและใจอย่างลึกซึ้ง

5 ประโยชน์แห่งการเดินจงกรมที่พระพุทธเจ้าทรงแจกแจง

1. ร่างกายอดทนต่อการเดินทาง
ความแข็งแรงของร่างกายเพิ่มขึ้น ทนทานต่อการเดินทางไกล ไม่เหนื่อยง่าย

2. จิตใจเข้มแข็ง พร้อมต่อการงาน
มีความอดทนสูง สามารถรับมือกับงานที่ต้องใช้ความเพียรได้ดี จิตใจมั่นคง

3. มีสุขภาพดี ห่างไกลความเจ็บป่วย
ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี โรคภัยเบียดเบียนได้ยาก

4. ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี
อาหารที่รับประทานย่อยง่าย ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

5. จิตใจสงบนิ่ง สมาธิตั้งมั่น
จิตที่สงบระหว่างเดินจงกรมจะมั่นคงยาวนาน เป็นฐานที่ดีของการภาวนา


☘ ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ค้นพบแล้วว่า การเดินจงกรมมีประโยชน์ที่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน ผ่านงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนหลักการนี้

🌿 สมองและจิตใจ

- กระตุ้นสมองส่วนหน้า เสริมสร้างสมาธิและความจำ
- ลดฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ทำให้จิตใจผ่อนคลาย
- วิจัยจาก UC Berkeley ชี้ว่า การเดินช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ลดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล
- งานวิจัย มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เผย: ลดการคิดฟุ้งซ่านได้ถึง 60%

❤ หัวใจและระบบหลอดเลือด

- เดินวันละ 30 นาที ลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ 19% (American Heart Association)
- ช่วยควบคุมความดันโลหิตและเพิ่มการไหลเวียนเลือด
- ลดไขมันสะสมในหลอดเลือด ช่วยให้หัวใจทำงานได้มีประสิทธิภาพ

🍃 ระบบย่อยอาหารและเผาผลาญ

- งานวิจัยจาก Diabetologia เผย: เดิน 15 นาทีหลังอาหาร ลดระดับน้ำตาลในเลือด
- กระตุ้นการย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด
- ช่วยเผาผลาญไขมันสะสม สู่สุขภาพที่ยั่งยืน

🦴 กล้ามเนื้อ กระดูก และการทรงตัว

- เสริมความแข็งแรงของกระดูก และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อ
- ช่วยลดความเสี่ยงกระดูกพรุน (Bone Journal)
- ฝึกการทรงตัว ลดการบาดเจ็บในผู้สูงวัย และบรรเทาปวดข้อ (Arthritis Foundation)

🧘 สุขภาพจิตที่สงบและสมดุล

- เพิ่มความสงบทางอารมณ์ เสริมการเจริญภาวนา
- ช่วยให้นอนหลับลึกและพักผ่อนได้เต็มที่ (Mindfulness Journal)

🚶 วิธีเดินจงกรมเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

1. เลือกเส้นทาง: ใช้ทางตรง 15-30 ก้าว

2. เดินอย่างมีสติ: รู้สึกตัวกับการเดิน หากรู้ว่าเผลอไปกับความคิด ก็แค่กลับมารู้สึกตัว

3. ความสบายคือหัวใจ : เดินให้ผ่อนคลาย ความสบายจะทำให้จิตเข้าสู่ความสงบ

4. เวลาแนะนำ: จริงๆทำได้ทุกเวลาที่สะดวก
- หลังอาหาร: ช่วยย่อยอาหาร
- ยามเช้า: เติมพลังให้วันใหม่
- ก่อนนอน: ผ่อนคลายความคิด ลดความฟุ้งซ่าน

5. ค่อยเป็นค่อยไป: เริ่มต้น 5-10 นาที เพิ่มเป็น 30 นาทีเมื่อพร้อม

❤ การปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

คุณสามารถฝึกเดินจงกรมได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น:

- เดินเล่นในสวนสาธารณะ ด้วยใจที่สงบ
- ใช้เวลาเดินช้าๆ รอบบ้านหลังอาหาร
- ตั้งสติ และเดินด้วยความรู้ตัว เมื่อรู้สึกวุ่นวายใจ

💪 เหตุผลที่การเดินจงกรม คือศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ

✅ เรียบง่าย: ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ

✅ เข้าถึงได้ทุกคน: เหมาะกับทุกวัยและทุกสภาพร่างกาย

✅ ผลลัพธ์ครบวงจร: เสริมสร้างสุขภาพกาย จิต และสมาธิ

📌 บทส่งท้าย: สัจธรรมที่พิสูจน์ได้

สิ่งที่นำเสนอในบทความนี้ เป็นเพียงการถ่ายทอดคำสอนของพระพุทธเจ้าในแง่มุมหนึ่ง ซึ่งท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือปฏิเสธในทันที

พระพุทธเจ้าทรงสอนเสมอว่า พระธรรมคำสอนของพระองค์เป็น "เอหิปัสสิโก"

ไม่ต้องเชื่อเพียงเพราะมีคนบอก หรือเพราะเป็นตำราเก่าแก่ แต่ให้ศึกษา ทดลองปฏิบัติ และพิสูจน์ด้วยตนเอง

การถกเถียงโต้แย้งโดยปราศจากการศึกษาและปฏิบัติจริง จะไม่นำไปสู่ประโยชน์ใด ๆ และอาจทำให้พลาดโอกาสอันล้ำค่าในการเข้าถึงความจริงที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ

ขอเชิญชวนท่านศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์ด้วยใจที่เปิดกว้าง และพิสูจน์ความจริงด้วยตัวของท่านเอง

เชิญแชร์เป็นธรรมทานได้ตามสะดวกครับ

13/01/2025

45 คำคมทรงพลังจาก Deepak Chopra แพทย์เฉพาะทางผู้เขียนหนังสือ The Seven Spiritual Laws of Success

ในโลกที่วิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณมักถูกมองว่าขัดแย้งกัน Deepak Chopra คือผู้ที่พยายามสร้างสะพานเชื่อมระหว่างสองฝั่งนี้ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อที่จบจาก All India Institute of Medical Sciences สู่การเป็นผู้นำทางความคิดด้านการแพทย์องค์รวมที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก

Chopra คือผู้ที่กล้าท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ ด้วยการผสานศาสตร์ตะวันออกอย่างอายุรเวทเข้ากับฟิสิกส์ควอนตัม สร้างมุมมองใหม่ต่อการเยียวยาที่มองมนุษย์ทั้งองค์รวม - กาย ใจ และจิตวิญญาณ

แม้แนวคิดของเขาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากวงการวิทยาศาสตร์กระแสหลัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำสอนของเขาได้จุดประกายความหวังและพลังให้ผู้คนนับล้านทั่วโลก สะท้อนผ่านวลีคมคายที่ลึกซึ้งกินใจ ชวนให้ขบคิดและตั้งคำถามกับชีวิต

ด้านงานเขียนหนังสือ "Ageless Body, Timeless Mind" (1993) ของเขาสร้างปรากฏการณ์ระดับโลก เมื่อเขาได้รับเชิญไปออกรายการ The Oprah Winfrey Show หนังสือขายได้ถึง 137,000 เล่มภายใน 24 ชั่วโมง และ 400,000 เล่มภายในสัปดาห์เดียว ตามด้วย "The Seven Spiritual Laws of Success" ที่ติดอันดับขายดีของ New York Times ยาวนานถึง 72 สัปดาห์ แนวคิดของเขาในหนังสือเหล่านี้ได้เปลี่ยนมุมมองของผู้คนต่อสุขภาพ ความสำเร็จ และการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

45 คำคมต่อไปนี้คือบทกลั่นแห่งปัญญาที่เขาสั่งสมมากว่า 40 ปี ผ่านการเป็นทั้งแพทย์ นักเขียน และครูผู้สอนการพัฒนาจิตวิญญาณ แต่ละประโยคล้วนมีพลังที่จะปลุกเร้าให้ผู้อ่านตระหนักถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเอง


1. "The most creative act you will ever undertake is the act of creating yourself."

"การกระทำที่สร้างสรรค์ที่สุดที่คุณจะทำคือการสร้างตัวตนของคุณเอง"


2. "When you make a choice, you change the future."

"เมื่อคุณตัดสินใจเลือก คุณกำลังเปลี่ยนแปลงอนาคต"


3. "Every time you are tempted to react in the same old way, ask if you want to be a prisoner of the past or a pioneer of the future."

"ทุกครั้งที่คุณถูกล่อลวงให้ตอบสนองแบบเดิมๆ จงถามตัวเองว่าคุณอยากเป็นนักโทษของอดีต หรือผู้บุกเบิกอนาคต"


4. "Instead of thinking outside the box, get rid of the box."

"แทนที่จะคิดนอกกรอบ จงกำจัดกรอบทิ้งไปเสีย"


5. "You must find the place inside yourself where nothing is impossible."

"คุณต้องค้นพบสถานที่ภายในตัวคุณที่ซึ่งไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้"


6. "In the midst of movement and chaos, keep stillness inside of you."

"ท่ามกลางความเคลื่อนไหวและความวุ่นวาย จงรักษาความเงียบสงบไว้ภายในตัว"


7. "Meditation is not a way of making your mind quiet. It is a way of entering into the quiet that is already there – buried under the 50,000 thoughts the average person thinks every day."

"การทำสมาธิไม่ใช่วิธีทำให้จิตใจสงบ แต่เป็นวิธีการก้าวเข้าสู่ความสงบที่มีอยู่แล้ว – ซึ่งถูกฝังอยู่ใต้ความคิด 50,000 ความคิดที่คนทั่วไปคิดในแต่ละวัน"


8. "To acquire true self power you have to feel beneath no one, be immune to criticism and be fearless."

"การได้มาซึ่งพลังแท้จริงของตน คุณต้องไม่รู้สึกด้อยกว่าใคร ไม่หวั่นไหวต่อคำวิจารณ์ และไร้ความกลัว"


9. "Walk with those seeking truth. Run from those who think they've found it."

"จงเดินไปกับผู้แสวงหาความจริง จงวิ่งหนีจากผู้ที่คิดว่าตนพบความจริงแล้ว"


10. "If you try to get rid of fear and anger without knowing their meaning, they will grow stronger and return."

"ถ้าคุณพยายามกำจัดความกลัวและความโกรธโดยไม่เข้าใจความหมายของมัน มันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและกลับมาอีก"


11. "When mind, body, and spirit are in harmony, happiness is the natural result."

"เมื่อจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณอยู่ในความสมดุล ความสุขคือผลลัพธ์ตามธรรมชาติ"


12. "What keeps life fascinating is the constant creativity of the soul."

"สิ่งที่ทำให้ชีวิตน่าหลงใหลคือความคิดสร้างสรรค์อันไม่สิ้นสุดของจิตวิญญาณ"


13. "Whatever relationships you have attracted in your life at this moment, are precisely the ones you need in your life at this moment. There is a hidden meaning behind all events, and this hidden meaning is serving your own evolution."

"ความสัมพันธ์ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตคุณในขณะนี้ คือสิ่งที่คุณต้องการพอดี มีความหมายซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกเหตุการณ์ และความหมายที่ซ่อนอยู่นี้กำลังรับใช้การพัฒนาของคุณ"


14. "Obstacles are opportunities in disguise."

"อุปสรรคคือโอกาสที่แฝงตัวมา"


15. "The best use of imagination is creativity. The worst use of imagination is anxiety."

"การใช้จินตนาการที่ดีที่สุดคือการสร้างสรรค์ การใช้จินตนาการที่แย่ที่สุดคือความวิตกกังวล"


16. "Fear is the memory of pain. Addiction is the memory of pleasure. Freedom is beyond both."

"ความกลัวคือความทรงจำของความเจ็บปวด การเสพติดคือความทรงจำของความสุข อิสรภาพอยู่เหนือทั้งสองสิ่ง"


17. "A quiet mind is more important than a positive mind."

"จิตใจที่สงบสำคัญกว่าจิตใจที่คิดบวก"


18. "The Ego, however, is not who you really are. The ego is your self-image; it is your social mask; it is the role you are playing. Your social mask thrives on approval. It wants control, and it is sustained by power, because it lives in fear."

"อัตตาไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของคุณ อัตตาคือภาพลักษณ์ของตัวเอง เป็นหน้ากากทางสังคมที่คุณสวม เป็นบทบาทที่คุณแสดง หน้ากากทางสังคมของคุณเติบโตด้วยการยอมรับ มันต้องการการควบคุม และดำรงอยู่ด้วยอำนาจ เพราะมันอยู่ในความกลัว"


19. "What you pay attention to grows. If your attention is attracted to negative situations and emotions, then they will grow in your awareness."

"สิ่งที่คุณให้ความสนใจจะเติบโต ถ้าความสนใจของคุณถูกดึงดูดไปยังสถานการณ์และอารมณ์เชิงลบ สิ่งเหล่านั้นก็จะเติบโตในความรับรู้ของคุณ"


20. "What other people think of you is not your business. If you start to make that business your business, you will be offended for the rest of your life."

"สิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณ ถ้าคุณเริ่มทำให้มันเป็นเรื่องของคุณ คุณจะรู้สึกบาดเจ็บไปตลอดชีวิต"


21. "Real bliss is to have peace of mind."

"ความสุขที่แท้จริงคือการมีความสงบในจิตใจ"


22. "If you want to be happy, make someone else happy. If you want to find the right person in your life, be the right person. If you want to see change in the world, become the change you want to see."

"ถ้าคุณอยากมีความสุข จงทำให้คนอื่นมีความสุข ถ้าคุณอยากพบคนที่ใช่ในชีวิต จงเป็นคนที่ใช่ ถ้าคุณอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในโลก จงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คุณอยากเห็น"


23. "Love without action is meaningless and action without love is irrelevant."

"ความรักที่ไร้การกระทำนั้นไร้ความหมาย และการกระทำที่ไร้ความรักนั้นไร้ค่า"


24. "Everyone is acting from his own level of consciousness. This is all we can ask of ourselves or anyone else. However hurtful someone is, he is doing the best he can, given the limits of his consciousness."

"ทุกคนกระทำจากระดับจิตสำนึกของตน นี่คือทั้งหมดที่เราสามารถขอจากตัวเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าใครจะทำร้ายเพียงใด เขากำลังทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้ภายใต้ข้อจำกัดของจิตสำนึกของเขา"


25. "Be happy for no reason, like a child. If you are happy for a reason, you're in trouble, because that reason can be taken from you."

"จงมีความสุขโดยไม่ต้องมีเหตุผล เหมือนเด็กน้อย ถ้าคุณมีความสุขเพราะเหตุผลบางอย่าง คุณกำลังมีปัญหา เพราะเหตุผลนั้นอาจถูกพรากไปจากคุณได้"


26. "In the process of letting go you will lose many things from the past, but you will find yourself."

"ในกระบวนการปล่อยวาง คุณจะสูญเสียหลายสิ่งจากอดีต แต่คุณจะพบตัวตนที่แท้จริงของคุณ"


27. "To define yourself is to limit yourself. Without labels you remain the infinite being."

"การนิยามตัวเองคือการจำกัดตัวเอง ไร้ซึ่งป้ายกำกับ คุณคงความเป็นอนันต์"


28. "Pursue excellence, ignore success. Success is a by-product of excellence."

"ไล่ตามความเป็นเลิศ ไม่สนใจความสำเร็จ ความสำเร็จเป็นเพียงผลพลอยได้ของความเป็นเลิศ"


29. "The goal is to be the observer of your thoughts and not let your thoughts control you."

"เป้าหมายคือการเป็นผู้สังเกตความคิดของคุณ ไม่ใช่ปล่อยให้ความคิดควบคุมคุณ"


30. "Relinquish your attachment to the known, step into the unknown, and you will step into the field of all possibilities."

"สละความยึดติดกับสิ่งที่รู้ ก้าวเข้าสู่สิ่งที่ไม่รู้ และคุณจะก้าวเข้าสู่สนามแห่งความเป็นไปได้ทั้งหมด"


31. "The secret of attraction is to love yourself. Attractive people judge neither themselves nor others."

"ความลับของการดึงดูดคือการรักตัวเอง คนที่น่าดึงดูดไม่ตัดสินทั้งตัวเองและผู้อื่น"


32. "Trust that your soul has a plan, and even if you can't see it completely, know that everything will unfold as it is meant to."

"เชื่อมั่นว่าจิตวิญญาณของคุณมีแผนการ และแม้ว่าคุณจะมองไม่เห็นทั้งหมด จงรู้ว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปตามที่ควรจะเป็น"


33. "We are the universe pretending to be individuals."

"เราคือจักรวาลที่แสร้งทำเป็นปัจเจกบุคคล"


34. "I create my success from within."

"ฉันสร้างความสำเร็จจากภายใน"


35. "EVERYTHING that happens in the universe starts with an INTENTION."

"ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในจักรวาลเริ่มต้นด้วยความตั้งใจ"


36. "The reason that ego and love are not compatible comes down to this: you cannot take your ego into the unknown, where love wants to lead. If you follow love, your life will become uncertain, and the ego craves certainty."

"เหตุผลที่อัตตาและความรักเข้ากันไม่ได้คือ: คุณไม่สามารถนำอัตตาไปสู่สิ่งที่ไม่รู้ซึ่งเป็นที่ที่ความรักต้องการจะนำพาไป ถ้าคุณตามความรัก ชีวิตคุณจะไม่แน่นอน และอัตตาต้องการความแน่นอน"


37. "Life is a field of unlimited possibilities."

"ชีวิตคือสนามแห่งความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด"


38. "You believe that you live in the world, where in fact the world lives within you."

"คุณเชื่อว่าคุณอาศัยอยู่ในโลก แต่ความจริงแล้วโลกอาศัยอยู่ภายในคุณ"


39. "If you change your relationship with time, you will change your life. The most important time of your life is right now."

"ถ้าคุณเปลี่ยนความสัมพันธ์กับเวลา คุณจะเปลี่ยนชีวิตของคุณ เวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณคือตอนนี้"


40. "When the material, psychological and spiritual dimensions are brought into balance, life becomes whole."

"เมื่อมิติทางวัตถุ จิตวิทยา และจิตวิญญาณถูกนำมาสู่ความสมดุล ชีวิตจะครบบริบูรณ์"


41. "The universe has much bigger plans for you than you ever dreamed of for yourself."

"จักรวาลมีแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คุณเคยฝันไว้สำหรับตัวเอง"


42. "Awakening is not changing who you are, but discarding who you are not."

"การตื่นรู้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตัวตนของคุณ แต่เป็นการทิ้งสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของคุณ"


43. "Synchronicity is God sending us messages anonymously."

"การประจวบเหมาะคือข้อความที่พระเจ้าส่งถึงเราโดยไม่เปิดเผยตัวตน"


44. "Success, wealth, good health and nurturing relationships are by-products of happiness, not the cause."

"ความสำเร็จ ความมั่งคั่ง สุขภาพดี และความสัมพันธ์ที่งอกงามเป็นผลพลอยได้ของความสุข ไม่ใช่สาเหตุ"


45. "No matter what the situation, remind yourself 'I have a choice.'"

"ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร จงเตือนตัวเองว่า 'ฉันมีทางเลือก'"


===========================

[ The Seven Spiritual Laws of Success ]


แก่นแท้ของปรัชญาที่ Deepak Chopra ได้กลั่นออกมาเป็นหนังสือ "The Seven Spiritual Laws of Success" ที่พลิกโฉมมุมมองเรื่องความสำเร็จไปอย่างสิ้นเชิง

Chopra เสนอว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการทำงานหนัก การวางแผนที่แม่นยำ หรือความทะเยอทะยานอันแรงกล้า แต่มาจากความเข้าใจธรรมชาติพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ และการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับกฎของธรรมชาติ 7 ประการ:

1. กฎแห่งศักยภาพบริสุทธิ์ (The Law of Pure Potentiality) - ให้เวลากับความเงียบ การทำสมาธิ และการเป็นประจักษ์พยานต่อปัญญาในทุกสรรพสิ่ง

2. กฎแห่งการให้ (The Law of Giving) - หมุนเวียนพลังแห่งความมั่งคั่งด้วยการให้และรับ ทั้งวัตถุ ความรัก และความซาบซึ้ง

3. กฎแห่งกรรม (The Law of Karma) - ทุกการกระทำสร้างพลังงานที่จะสะท้อนกลับมาในรูปแบบเดียวกัน

4. กฎแห่งความพยายามน้อยที่สุด (The Law of Least Effort) - ยอมรับสิ่งต่างๆ ตามที่เป็น รับผิดชอบต่อสถานการณ์ และปล่อยวางการปกป้องมุมมองของตน

5. กฎแห่งเจตนาและความปรารถนา (The Law of Intention and Desire) - ในทุกความตั้งใจและความปรารถนามีกลไกแห่งการบรรลุผลแฝงอยู่

6. กฎแห่งการปล่อยวาง (The Law of Detachment) - ให้อิสระแก่ตนเองและผู้อื่นที่จะเป็นในสิ่งที่เป็น ปล่อยให้ทางออกผุดขึ้นเอง

7. กฎแห่งธรรมะ (The Law of Dharma) - เราแต่ละคนมาปรากฏในร่างกายนี้เพื่อทำภารกิจบางอย่างให้สำเร็จ

เมื่อเราเข้าใจและประยุกต์ใช้กฎเหล่านี้ ทุกความปรารถนาสามารถเป็นจริงได้ เพราะกฎเดียวกันนี้ที่ธรรมชาติใช้สร้างป่า ดวงดาว และร่างกายมนุษย์ ก็สามารถนำพาเราไปสู่การบรรลุความปรารถนาที่ลึกที่สุดได้เช่นกัน




31/12/2024

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงถาม"พล.อ.อ.หะริน หงสกุล"ว่า"คนเราหายใจเข้าออกนาทีละกี่ครั้ง"

พล.อ.อ.หะริน : “คงประมาณ 18 ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า”

ในหลวง ร.9 : “ชั่วโมงละกี่ครั้ง”

พล.อ.อ.หะริน : “ประมาณ 1,080 ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า”

ในหลวง ร 9 : “วันหนึ่งเล่า”

พล.อ.อ.หะริน: “ตอนนี้ข้าพระพุทธเข้าต้องขอพระราชทานใช้เครื่องคิดเลข พระพุทธเจ้าข้า ประมาณ 26,000ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า”

ในหลวง ร.9 : “ปีหนึ่งล่ะ”

พล.อ.อ.หะริน : “ประมาณเก้าล้านสี่แสนหกหมื่น พระพุทธเจ้าข้า”

ในหลวง ร.9 : “แล้วหกสิบปี”

พล.อ.อ.หะริน : “ห้าร้อยหกสิบแปดล้าน พระพุทธเจ้าข้า”

ในหลวง ร.9 : “ลมหายใจนี่ซื้อเขามาหรือเปล่า เสียภาษีหรือเปล่า”

พล.อ.อ.หะริน : (งงไปพักหนึ่ง)“เปล่า!พระพุทธเจ้าข้า”

ในหลวง ร.9 : “แล้วได้อะไรบ้างจากลมหายใจเกือบห้าร้อยเจ็บสิบล้านครั้ง เสียแรงเป็นลูกศิษย์เอกของหลวงปู่(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)ตั้งแต่เกิดมาหายใจทิ้งหายใจขว้างไปหลายร้อยล้านครั้งแล้ว”

พล.อ.อ.หะริน : (ยังงงอยู่)

ในหลวง ร. 9 : “นั่งรถมาทำงานและกลับบ้าน ก็ไม่ต้องขับเองมีคนขับให้ แล้วทำไมไม่ใช้ลมหายใจให้เป็นประโยชน์ มัวแต่ไปคิดอะไร ดูแม่ค้าทะเลาะกันข้างถนน ดูจราจรจับคนไม่สวมหมวกกันน็อค ดูเจ๊กขายก๋วยเตี๋ยว ดูเด็กขายพวงมาลัยแล้วได้อะไรบ้าง”

พล.อ.อ.หะริน : (นั่งนิ่ง)

ในหลวง ร. 9 : “ทีนี้!หัดใช้ลมหายใจให้เป็นประโยชน์เสียบ้าง เวลาไม่มีอะไรทำก็ภาวนาอานาปาณสติไป หายใจเข้า ภาวนา “พุท” หายใจออก ภาวนา “โธ” วันหนึ่งก็ทำสมาธิได้เหลือหลาย ไม่เอาลมหายใจที่ได้มาฟรีๆไม่เสียภาษี ไปทิ้งขว้างเสียเปล่าๆเดือนละไม่รู้กี่ล้านครั้ง”

ส่วนหนึ่งจากบทความเรื่อง"พ่อหลวง-หลวงพ่อ" โดย พล.อ.อ.หะริน หงสกุล.

เป็นหนึ่งในพระราชดำรัสของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” หรือในหลวงรัชกาลที่9 ที่ทรงมีต่อเหล่าบรรดาหนึ่งในข้าราชบริพานผู้สนใจฝึกฝนการทำวิปัสสนาสมาธิ จากพระราชดำรัสนี้ทำให้ได้ทราบว่าในหลวง ร.9 ของเราท่านทรงเป็นผู้ฝึกสมาธิในแนวทางอาปาณสติ ซึ่งคือการกำหนดรู้ลมหายใจนั่นเองและจากใจความในพระราชดำรัส พอจะอนุมานได้ว่าท่านคงฝึกจนถึงระดับเชี่ยวชาญจนอาจจะสำเร็จได้ฌานในขั้นใดขั้นหนึ่งซึ่งถ้าหากเป็นปุถุชนคนธรรมดาคงกล่าวได้ว่าเป็นระดับเกจิอาจารย์เลยทีเดียว ในเรื่องการเรียนสมาธิของในหลวงรัชกาลที่9นั้น พระองค์ได้เคยประทานสัมภาษณ์ให้กับ ผู้สื่อข่าวต่างชาติอย่าง BBC เอาไว้ว่า.

ผู้สื่อข่าว BBC : “การทำสมาธิมีความสำคัญต่อการบรรลุถึงระดับนี้แค่ไหน.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช : “การทำสมาธิ เป็นธรรมปฏิบัติที่สำคัญมาก เพราะว่าคุณต้องเริ่มจากจิตที่มีสมาธิ จิตต้องนิ่ง เพื่อที่จะได้เกิดความสงบ อาจจะไม่ใช่ความสงบอันยาวนาน แต่เป็นความสงบชั่วขณะที่จะช่วยให้คุณได้เห็นในหลายๆสิ่ง ได้เข้าถึงความสงบที่แท้จริง จากนั้นด้วยจิตที่สงบนี้ คุณจะสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้อย่างกระจ่างชัดขึ้น”

ขอขอบคุณ บทสัมภาษณ์จาก BBC – Soul of a Nation.

30/12/2024

#10แก่นสัจธรรม_ที่อับราฮัมฮิกส์สอน 👩‍🏫

1. คุณคือส่วนขยายทางกายภาพของพลังงานต้นกำเนิดไร้รูป(Non-Physical) 💫

2. คุณมาที่นี่ในร่ายกายนี้ เพราะคุณเลือกที่จะมา 👫

3. พื้นฐานชีวิตของคุณคือความอิสระ และจุดประสงค์ของชีวิตคุณคือความปิติสุข 💓

4. คุณคือผู้สร้าง คุณสร้างจากทุกความคิดของตัวเอง 💬

5. ทุกสิ่งที่คุณสามารถคิดและจินตนาการถึงมันได้ สิ่งนั้นมันเป็นของคุณ
ในการที่คุณจะเป็น ทำ และมีสิ่งนั้น 🚀

6. เมื่อคุณเลือกความคิดของตัวเอง อารมณ์ความรู้สึกของคุณจะเป็นตัวนำทาง 🌠

7. จักรวาลรักคุณ และรู้ความต้องการที่คุณส่งออกไป 🌌

8. จงผ่อนคลาย เพื่อเข้าสู่ความผาสุกตามธรรมชาติที่คุณมีอยู่แล้ว
และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดีเสมอ(All is Well) 🏖

9. คุณคือผู้เลือกที่จะคิด ในหนทางความสุขของตัวเอง 🌈

10. คุณไม่สามารถตายได้ คุณคือชีวิตที่เป็นนิรันดร์ 😇

#สัจธรรมแปลให้แล้ว
#อับราฮัมฮิกส์ภาษาไทย

30/12/2024

ของขวัญ ที่มอบให้ตัวเอง
ในปี2025 เริ่มต้นปีใหม่

มีпฎ 5 ข้อ ของชีวิตคน
ที่จะทำให้เรามีความสุข
ไปตลอดกาล

1. Get a move on
ก้าวต่อไปข้างหน้า
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
จะผิดหวัง เจ็บปวด จะสูญเสีย เราต้องก้าวต่อไปข้างหน้าได้ ไม่มีเสียเวลาคร่ำครวญ ไม่ “แคร์” อะไรทั้งนั้น ไปที่สิ่งที่เราต้องการในชีวิต ต้องไม่มีอะไร “หยุด” หรือ “ขวางหน้า” เราได้

2. Let it go
อะไรผ่านแล้วก็จงให้ผ่านไป อย่าจมปลัпกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว จบไปแล้ว ทิ้งเป็นอดีตไป เราต้องอยู่กับปัจจุบัน ทำอนาคตให้ดีที่สุด ทุกวินาทีที่เราอยู่กับอดีต เราเพียง “หายใจ” เราไม่ได้ ใช้ ชีวิต

3. Follow your heart
ทำตามหัวใจเรียпร้อง อย ากเป็นแบบไหน อย ากไปที่ไหน ไป อย ากทำอะไร ทำ ไม่มีใครบอпว่า “ง่าย” ที่จะทำทุกอย่างที่เราต้องการ แต่จุดเริ่มต้นคือ “ตัดสินใจ” เรามีอิสระ ไม่มีอะไร กักขัง เราได้ นอกจาก “เงื่อนไข” และ “ขีดจำกัด” ที่เราสร้างให้ตนเอง

4. Think positive
เชื่อมโยงทุกอย่างกับความคิดบวก ทุกเหตпารณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนเอาความคิดบวกมาเชื่อมโยงได้ หาเหตุผลที่ทำให้เรา “ขอบคุณ” ที่มันเกิดขึ้น

มองให้ ทะลุ ถึง “สิ่งที่ดีที่สุด” ที่เราจะเรียนรู้จากมันได้ อย่าเอาแต่เชื่อมโยงกับความคิดลบ จะทำให้เรา “ตาบอด” ต่อความสวยงามของชีวิตได้

5. Carelessness
ไม่แคร์อะไรที่ไม่จำเป็น คนจะมองเราเช่นไร จะคิดว่าเราเป็นอย่างไร จะพูดถึงเรายังไง จะวิจๅรณ์การใช้ชีวิตของเรายังไง ไม่จำเป็นต้อง “แคร์” เพราะชีวิตเป็นของเรา ชีวิตที่ “สั้น” เกินกว่าเราจะไม่ทำอะไรที่มีความสุข

จงใช้ชีวิตให้เป็น ของขวัญ
ไม่ใช่ใช้มันลงโทษตัวเอง

พลังบวก🌹
รักตัวเอง🌹
ข้อคิด🌹
กำลังใจ🌹

Cr. sha re-si

Julia Roberts เคยกล่าวไว้ว่า

"เมื่อผู้คนทิ้งคุณ จงปล่อยพวกเขาไป โชคชะตาของคุณไม่เคยผูกไว้กับคนที่ทิ้งคุณไป และมันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดี มันหมายถึงบทบาทของพวกเขาในเรื่องราวของคุณจบลงแล้ว "

ประโยคนี้ทําให้เรานึกถึงความจริงที่เรามักจะหลงลืม

ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเราที่จะคงอยู่ตลอดไป ผู้คนเข้ามาในชีวิตเราด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เพื่อสอนบทเรียน แบ่งปันประสบการณ์ หรือเดินไปกับเราในบางฤดูกาล

แต่เมื่อพวกเขาจากไป มันเป็นสิ่งสําคัญที่จะตระหนักว่าส่วนของพวกเขาในการเดินทางของเราได้รับการเติมเต็มแล้ว และเส้นทางของเราจะต้องแตกต่าง

✨ เสียงสะท้อนจากจิตตื่นรู้
~Wake up Never dies ~

2025
ณ ห้วงเวลานี้
คุณได้ทำงานอย่างหนักเพื่อบ่มเพาะความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มขึ้นทั้งในตัวคุณและโลกใบนี้
ชีวิตที่คุณดำเนินอยู่ในปัจจุบันเป็นเพียงหนึ่งในจังหวะก้าวของบทกวีอันยาวไกลที่คุณได้เรียบเรียงมาในหลากหลายภพชาติ จงรับรู้และจดจำเถิด ว่าความพยายามอันทรงพลังที่คุณได้กระทำเพื่อเรียกคืนแสงสว่าง
และรักษามันไว้นั้น กำลังเผยโฉมออกมาให้เห็นได้ชัดเจน
กว่าที่เคย

เตรียมใจให้พร้อมสำหรับการตื่นรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ในตัวคุณ ความพยายามทั้งหมดได้ผลิดอกออกผลเป็นแสงสว่างแห่งความจริงที่กำลังฉายส่อง คุณไม่ใช่เพียงผู้สังเกตการณ์ แต่เป็นผู้สร้าง เป็นผู้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่จารึกไว้ในแก่นจิตวิญญาณของคุณ

ทุกวัน มีผู้คนจำนวนมากตื่นรู้ ต้องขอบคุณคุณและผู้ปฏิบัติงานแห่งแสง (Lightworkers)
ทั้งหลาย ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม พวกคุณกำลังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความเป็นมนุษย์กับความศักดิ์สิทธิ์ จักรวาลกำลังสนับสนุนคุณ
อย่างไม่หยุดยั้ง
ขณะที่คุณก่อร่างสร้างเสถียรภาพให้แก่ชีวิต ครอบครัว ชุมชน และโลก คุณกำลังขับเคลื่อนเจตจำนงที่ยิ่งใหญ่จากวิถีแห่งอดีตกาล และเปิดประตูสู่ความเป็นจริงใหม่ที่กำลังปรากฏ

อย่าละสายตาจากความจริงในวันข้างหน้า ความเปลี่ยนแปลงที่คุณสร้างไว้ได้บรรลุถึงจุดที่พร้อมจะเผยตัวแล้ว แต่จงตระหนักว่า นี่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทั้งความแน่วแน่ในหัวใจและความเข้มแข็งของจิตวิญญาณ จงเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น เพราะโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากจิตสำนึกระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว

ในเส้นทางนี้ คุณจะถูกท้าทายให้พิจารณาความเชื่อที่คุณเคยยึดถือไว้อย่างลึกซึ้ง เสียงของการตื่นรู้กำลังดังขึ้น เรียกร้องให้เกิดการสลายโครงสร้างเก่าๆ และสร้างพื้นที่ให้กับความเป็นไปได้ใหม่ เมื่อคุณเดินเคียงคู่กับกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ จงวางใจว่าคุณได้รับการนำทางไปยังที่ที่คุณควรอยู่ และในเวลาที่เหมาะสม

ขอให้ยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่สูงส่งของโลกที่คุณปรารถนา และจดจำว่าทุกสิ่งที่คุณเห็นคือภาพลวงตา เมื่อถึงเวลาที่ผู้คนมากพอร่วมแรงใจยึดมั่นในวิสัยทัศน์เดียวกันนี้ ภาพลวงตาจะเลือนหาย และแสงแห่งความเป็นไปได้ใหม่จะส่องประกาย

นี่คือการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษยชาติและจักรวาลเคยเฝ้ามอง จงก้าวเดินด้วยความมั่นใจและสง่างาม ขี่กระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง และจงอย่าลืมว่า คุณคือผู้สร้างแห่งโลกใหม่ที่กำลังเบ่งบานอยู่ตรงหน้า.

ข้อความนี้เป็นการใช้ภาษาสัญลักษณ์และสำนวนที่ลึกซึ้ง เพื่อสะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณ ที่มนุษย์กำลังเผชิญ โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกว่า Lightworkers หรือ ผู้ปฏิบัติงานแห่งแสง ซึ่งหมายถึงบุคคลที่มีภารกิจในการช่วยยกระดับจิตสำนึกของโลกให้สูงขึ้น

คำอธิบายใจความสำคัญ

1. ความเปลี่ยนแปลงภายใน
และภายนอก

ข้อความกล่าวถึงการทำงานหนักของผู้คนในการบ่มเพาะแสงสว่างในตัวเองและในโลกใบนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในระดับปัจเจกและระดับสังคม

2. การตื่นรู้และความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง

การรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมต่อกับพลังแห่งจักรวาล ผู้คนกำลังตื่นขึ้นมารับรู้บทบาทของตนในฐานะผู้สร้าง (Creators) และตระหนักว่าความพยายามในอดีตของพวกเขาไม่ได้สูญเปล่า

3. บทบาทของ Lightworkers

กลุ่มผู้ปฏิบัติงานแห่งแสงมีบทบาทสำคัญในการนำแสงสว่างมาสู่โลก ผ่านการยึดมั่นในความดีงามและการส่งต่อพลังงานเชิงบวก พวกเขาไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่มีเครือข่ายของผู้คนที่แบ่งปันจุดมุ่งหมายเดียวกัน

4. ความเปลี่ยนแปลงของโลก

โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากจิตสำนึกระดับเก่า (ที่อาจเต็มไปด้วยความกลัวหรือความขัดแย้ง) ไปสู่ระดับใหม่ (ที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ) กระบวนการนี้อาจทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างโลกใหม่

5. การปล่อยวางและยึดมั่นในวิสัยทัศน์

ข้อความกระตุ้นให้ผู้อ่านมองทุกสิ่งเป็นเพียง "ภาพลวงตา" ในแง่ที่ว่า สิ่งที่เราเคยยึดมั่นในโลกเก่าอาจไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป การยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของโลกที่เราปรารถนาอย่างแน่วแน่ จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านนี้สำเร็จลุล่วง

6. บทบาทของจักรวาล

มีการกล่าวถึง "จักรวาล" และ "อาณาจักรที่สูงส่ง" ที่กำลังทำงานร่วมกับมนุษยชาติ ซึ่งสะท้อนแนวคิดที่ว่า เราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่มีพลังงานหรือสิ่งมีชีวิตในมิติอื่นคอยสนับสนุน

7. ศรัทธาและการเตรียมพร้อม

การเตรียมตัวด้วยจิตใจที่มั่นคงและศรัทธาในเส้นทางของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ข้อความนี้เตือนให้ผู้อ่านเชื่อมั่นในพลังของตัวเองและกระบวนการที่เกิดขึ้น

8. การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเร็วและรุนแรง ข้อความเตือนว่าเราต้องปรับตัวให้ทันและยึดมั่นในความตั้งใจดี เพื่อก้าวให้ทันกับโลกที่กำลังพัฒนา

สารสำคัญ

บทความนี้เปรียบเสมือนคำปลอบโยนและชี้แนะแก่ผู้ที่อยู่
ในกระบวนการของการตื่นรู้ (Spiritual Awakening) มันส่งเสริมให้ผู้อ่านตระหนักถึงบทบาทของตัวเองในฐานะผู้สร้างโลกใหม่ ผ่านการยอมรับความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง การเชื่อมต่อกับจักรวาล และการยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่ดีงาม ขณะเดียวกันก็ให้กำลังใจว่าทุกคนจะได้รับการสนับสนุนจากจักรวาลอย่างเหมาะสมในการเดินทางนี้.

Cr.Thanks photo

25/07/2024

🔥มันคือพลังงานเท่านั้น ทุกอย่างคือพลังงานไม่ใช่การลงมือทำ

*มีแต่การลงมือทำจากแรงบันดาลใจเท่านั้น ที่อะไลน์เม้นกับพลังงานต้นกำเนิด*

ดังนั้น ทำตัวเองให้อยู่ในจุดรับพลังงานจากจักรวาล และจักรวาลจะส่งสิ่งปรารถนามาให้คุณ

❤"It's all about energy everything's about energy nothing's about action only act in inspiration to that kind of energy, get yourself tuned in tapped in turned on get yourself to the point where you must have it and the universe must give it to you"

#อับราฮัมฮิกส์
#สัจธรรมแปลให้แล้ว
#จิตวิญญาณ

10/07/2024
ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10230