คุณมีความรู้พอ ที่จะสอนให้เขาล่นฟุตบอล
อย่างมีความสุข เพิ่มทักษะ และนำไปสู่ระดับ
ที่สูงขึ้นได้หรือไม่?
เป้าหมาย ที่จะร่ำเรียนโค้ช คุณอยากที่จะได้รับ
หรืออ ยาก้ข้ามาเพื่อ สร้างรายได้ ในอนาคต?
CFFA
อบรมโค้ชฟุตบอลเบื้องต้น
25/11/2025
❤️⚽️🇹🇭
FA Thailand FA Thailand management system
21/08/2025
สโมสร FCB เปิดคัดตัว โอกาสให้ น้องๆ เด้กไทย อายุ 14 15 16 ปี ได้เข้าทีม ใน ฤดูกาลนี้ และส่งต่อให้กับเข้าสโมสรในทีสองต่อไปไม่มีค่าใช้จ่ายใดใด สามารถมาคัดได้ภายในวันพุธหน้าที่ 27 สิงหาณสนามอินเตอร์เนชั่นแนลเซนต์แอนดรูติดกับรถไฟฟ้าแบริ่งบางนา มาถึงสนามได้ตอน 4 โมงครึ่ง คนไหนสนใจสามารถคอมเม้นต์มาได้เลยและทิ้งเบอร์ติดต่อไว้เดี๋ยวจะดึงเข้า LINE กลุ่มเพื่อถามรายละเอียดเพิ่มเติมรายการนี้อยากให้เด็กบ้านบ้านได้เข้าร่วมเนื่องในโอกาสเฮโค้ชแอนดี้และร่วมด้วยโค้ชทอมที่ให้โอกาสน้องน้องเยาวชนได้มีโอกาสเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะเด็ก คนไหนฝีเท้าดีสนใจมีความมั่นใจมาได้เลยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคอมเม้นต์นี้ขอบคุณครับ
⚽️สโมสร FCB เปิดคัดตัว โอกาสให้ น้องๆ เด้กไทย
📍อายุ 14 15 16 ปี ได้เข้าทีม ใน ฤดูกาลนี้
และส่งต่อให้กับเข้าสโมสรในทีสองต่อไปไม่มีค่าใช้จ่ายใดใด
สามารถมาคัดได้ภายใน
📌วันพุธหน้าที่ 27 สิงหาคม 2025 ณ สนามอินเตอร์เนชั่นแนลเซนต์แอนดรู. ติดกับรถไฟฟ้าแบริ่งบางนา
📌มาถึงสนามได้ตอน 4 โมงครึ่ง
📕คนไหนสนใจสามารถคอมเม้นต์มาได้เลย
และทิ้งเบอร์ติดต่อไว้เดี๋ยวจะดึงเข้า LINE กลุ่ม
เพื่อถามรายละเอียดเพิ่มเติมรายการนี้อยากให้เด็กบ้านบ้านได้เข้าร่วมเนื่องในโอกาส เฮ..โค้ชแอนดี้และร่วมด้วยโค้ชทอม
ที่ให้โอกาสน้องน้องเยาวชนได้มีโอกาสเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต
โดยเฉพาะเด็ก คนไหนฝีเท้าดีสนใจมีความมั่นใจมาได้เลยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคอมเม้นต์นี้ขอบคุณครับ
10/08/2025
Love you too...♥️⚽️
📕บทเหมือนนิยายแรงบันดาลใจ
#บทที่1 : เด็กชายบ้านเล็ก ริมทางฝัน
แสงแดดยามเช้าในหมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ สาดส่องผ่านช่องไม้ของบ้านเก่า หลังคาสังกะสีผุพัง เสียงไก่ขันปลุกให้เด็กชายคนหนึ่งลืมตาขึ้น เขาชื่อ “นัท” เด็กชายคนที่สามในบรรดาพี่น้องสี่คนของครอบครัวยากจน พ่อและแม่เป็นคนต่างจังหวัด อาศัยแรงงานแลกเงินทุกวันเพื่อประทังชีวิต
ตั้งแต่จำความได้ในวัยเพียง 5 ขวบ นัทก็เห็นภาพเดิมซ้ำ ๆ พ่อกลับบ้านมาพร้อมกลิ่นเหล้าขมฉุน ดวงตาขุ่นมัว และเสียงตะคอกที่ตามมาด้วยความโกรธ พ่อไม่เคยมีเวลาเล่นหรือพูดคุยกับลูก ๆ มากไปกว่าคำสั่งเสียงแข็ง บางคืน…เสียงทะเลาะระหว่างพ่อกับแม่ดังลั่นไปทั่วบ้าน เสียงจานแตก เสียงร้องไห้ของแม่ และเสียงพ่อที่ตวาดดังก้องในหัวเด็กชาย
แม่ของนัทคือผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกสำหรับเขา แม้จะเหนื่อยล้าจากการขายของเลี้ยงลูกทั้งสี่ แต่ก็ยังฝืนยิ้มให้ลูก ๆ เสมอ นัทมักคอยช่วยแม่ในสิ่งที่ทำได้ ล้างจาน กวาดบ้าน หรือแม้กระทั่งวิ่งไปส่งของให้ลูกค้าใกล้ ๆ บ้าน ถึงแม้มือเล็ก ๆ จะสั่นเพราะความเหนื่อย แต่หัวใจเขากลับรู้สึกอบอุ่นที่ได้เป็น “กำลัง” ให้แม่
แต่แล้ววันที่แม่ทนไม่ไหวก็มาถึง หลังจากทะเลาะกันอย่างรุนแรงกับพ่อ แม่ก็จากไป…ไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งลูกทั้งสี่ไว้กับพ่อที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง บ้านแตกสาแหรกขาด พี่น้องต่างก็แยกย้ายไปตามทางของตัวเอง เหลือเพียงนัท เด็กชายวัยประถมที่ยังไม่รู้ว่าจะก้าวเดินไปทางไหน
โลกของเขาในตอนนั้นเหมือนมืดสนิท แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเด็กชายยังพอมีแสง…นั่นคือ “ฟุตบอล”
ครั้งแรกที่ได้สัมผัสลูกบอลเก่า ๆ ที่ยางแตกและด้ายขาด เขารู้สึกเหมือนพบเพื่อนสนิทคนใหม่ ทุกเย็นหลังเลิกเรียน นัทจะวิ่งไปที่สนามดินหน้าวัด เขาเล่นคนเดียวบ้าง เล่นกับเพื่อนบ้าง ฝึกเลี้ยงบอลจนฝุ่นคลุ้ง ฝึกยิงประตูจนรองเท้าผ้าขาด แม้ไม่มีใครสอน แต่เขากลับเรียนรู้จากการดูและลองทำด้วยตัวเอง
ความพยายามของเด็กชายไม่เคยหยุดอยู่ที่แค่ความสนุก ในทุกการแข่งขันเล็ก ๆ ระดับโรงเรียน เขามักถูกเลือกเป็นตัวแทนเสมอ และไม่นาน ความสามารถของเขาก็ไปเข้าตาครูพละ จนได้ทุนเรียนต่อในระดับมัธยม อุดมศึกษา และมหาวิทยาลัย โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนเลยตลอดเส้นทาง
จากเด็กชายบ้านยากจน นัทกลายเป็นนักกีฬาที่สร้างรายได้เล็ก ๆ จากการแข่งขัน เงินรางวัลเหล่านั้นไม่ได้มีมากมาย แต่ก็เพียงพอที่จะช่วยตัวเองและเก็บออมเล็กน้อย ความรู้สึกภูมิใจในวันที่ได้เห็นชื่อของตัวเองในประกาศรายชื่อนักกีฬาตัวแทนของสถาบัน ทำให้เขามั่นใจว่าทุกหยาดเหงื่อที่เคยเสียไปไม่เคยสูญเปล่า
เวลาผ่านไป…จากวัยเด็กสู่ชายหนุ่ม จากชายหนุ่มสู่ผู้ใหญ่ ปัจจุบันในวัย 40-50 ปี นัทได้กลายเป็นโค้ชฟุตบอลอย่างเต็มตัว ทำงานที่เขารักและผูกพันมาตลอดชีวิต เขามีครอบครัวอบอุ่น และแม้เส้นทางชีวิตจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เขาไม่เคยลืมต้นทางของตัวเอง
ทุกครั้งที่เขาสอนเด็ก ๆ ในสนาม เขาไม่ได้สอนเพียงทักษะการเตะบอล แต่ยังสอนให้พวกเขารู้ว่า
📍“ชีวิตไม่สำคัญว่าคุณเริ่มจากตรงไหน แต่สำคัญว่าคุณเดินไปอย่างไร”
ในบางครั้งที่มีโอกาส เขายังกลับไปบ้านเกิด นำลูกฟุตบอล เสื้อผ้า หรือทุนการศึกษาไปมอบให้เด็ก ๆ ที่มีฝันเหมือนเขาในวันวาน เพราะเขารู้ดี…เพียงโอกาสเล็ก ๆ อาจเปลี่ยนทั้งชีวิตของใครบางคนได้
และนี่…คือเรื่องราวของเด็กชายบ้านเล็ก ที่ใช้หัวใจและความฝัน เตะลูกบอลฝ่าความมืด จนกลายเป็นแสงสว่างให้ตัวเองและคนรอบข้าง
✍️ “บทที่ 2” เป็นช่วงการต่อสู้ในวัยมัธยมและมหาวิทยาลัย ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเจ็บปวดจากการฝึก เพื่อให้เป็นนิยายสร้างแรงบันดาลใจทั้งเล่มได้เลยครับ
โอเคครับ งั้นผมจะต่อ บทที่ 2 ให้เป็นช่วงวัยมัธยมและมหาวิทยาลัย ที่เข้มข้นขึ้นทั้งในเชิงอารมณ์และแรงบันดาลใจ เพื่อให้เรื่องนี้อ่านต่อเนื่องเหมือนนิยายสร้างกำลังใจ
#บทที่2 : เส้นทางสู่สนามใหญ่
เสียงนาฬิกาปลุกเก่า ๆ ดังขึ้นตอนตีห้า นัทลุกจากที่นอนซึ่งเป็นเพียงเสื่อเก่า ๆ ปูบนพื้นไม้ เขารีบอาบน้ำในน้ำเย็นจัดจากโอ่งหน้าบ้าน ก่อนออกไปช่วยพ่อหาบน้ำและเก็บผักสวนครัวไปขายในตลาดเช้า แม้พ่อจะยังคงเมาและไม่ค่อยพูดกับเขา แต่การช่วยงานบ้านก็เป็นสิ่งที่เขาทำจนชิน ไม่เคยคิดว่ามันเป็นภาระ
หลังจากตลาดเช้า นัทจะคว้ากระเป๋านักเรียนและรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่พื้นแทบขาด วิ่งไปโรงเรียน ระหว่างวัน เขาเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ แต่สิ่งที่รอเขาอยู่ทุกบ่ายคือ ฟุตบอล
ในวัยมัธยม นัทเริ่มเจอคู่แข่งที่เก่งกว่า แข็งแรงกว่า และมีอุปกรณ์ดีกว่า รองเท้าสตั๊ดใหม่ ๆ เสื้อทีมครบชุด สนามหญ้าเรียบสวย ต่างจากเขาที่มีเพียงลูกฟุตบอลยางเก่าและชุดนักเรียนดัดแปลงเป็นชุดซ้อม แต่แทนที่จะท้อ เขากลับใช้สิ่งนั้นเป็นเชื้อเพลิงในใจ
📍“เราอาจไม่มีเหมือนเขา…แต่เรามีหัวใจ”
เขาฝึกซ้อมทุกวัน บางครั้งซ้อมคนเดียวในสนามจนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ล้มแล้วลุกนับร้อยครั้ง ฝนตกก็ยังฝึก ลมหนาวก็ยังวิ่งรอบสนาม ความพยายามนั้นทำให้ครูพละและโค้ชทีมเห็นคุณค่า และมอบโอกาสครั้งใหญ่ให้—การไปแข่งขันตัวแทนจังหวัด
การแข่งขันครั้งนั้นคือสนามที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตนัทจนถึงตอนนั้น เขายังจำได้ดี…เสียงกองเชียร์ที่ดังก้อง ความตื่นเต้นที่หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา ทุกสายตาจับจ้องที่เขา แต่แทนที่จะหวาดกลัว เขากลับรู้สึกว่า
“นี่แหละ…ที่เราฝันไว้”
แม้ทีมจะไม่ชนะเลิศ แต่ฟอร์มการเล่นของนัททำให้โค้ชมหาวิทยาลัยสนใจ และเสนอโอกาสให้เขาเรียนต่อพร้อมทุนการศึกษาเต็มจำนวน
ชีวิตมหาวิทยาลัยสำหรับนัทไม่ง่าย เขาต้องแบ่งเวลาอย่างเข้มงวด ระหว่างเรียน วิ่งซ้อม และทำงานพิเศษเพื่อส่งเงินกลับบ้าน บางวันเขาซ้อมเสร็จตอนสองทุ่ม กินข้าวเพียงขนมปังกับน้ำเปล่า แล้วนั่งอ่านหนังสือใต้แสงไฟหอพักจนดึก
แต่ในทุกความเหนื่อย เขามีภาพหนึ่งอยู่ในใจ—แม่ที่ยิ้มอย่างภูมิใจ และคำพูดของตัวเองในวัยเด็กว่า
“เราต้องทำให้ได้”
ปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย นัทพาทีมคว้าแชมป์ระดับประเทศ และถูกเชิญให้เล่นในลีกกึ่งอาชีพ รายได้ที่ได้แม้ไม่มาก แต่สำหรับเขามันคือหลักฐานว่าความพยายามตลอดสิบกว่าปีไม่สูญเปล่า
นัทมองย้อนกลับไป…จากเด็กชายที่ยืนอยู่ในสนามดินหน้าวัด สู่ชายหนุ่มที่ยืนในสนามหญ้าสีเขียวขจี พร้อมเสียงกองเชียร์นับพัน เขารู้แล้วว่าความฝันนั้นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเลย ถ้าเราไม่หยุดวิ่งตามมัน
บทที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงวัยทำงานอาชีพโค้ชฟุตบอล การสร้างทีม การล้มเหลว การลุกขึ้นใหม่ และการตอบแทนสังคม ให้เรื่องนี้สมบูรณ์เป็น “นิยายแรงบันดาลใจ”
#บทที่3 : จากนักเตะ สู่โค้ชผู้ให้
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย นัทก้าวเข้าสู่โลกฟุตบอลกึ่งอาชีพเต็มตัว เขาเล่นให้กับสโมสรท้องถิ่น และบางครั้งก็ถูกเรียกไปช่วยทีมในลีกสูงกว่า เสียงเชียร์จากอัฒจันทร์ทำให้เขามีแรงสู้ในทุกแมตช์ แต่โลกฟุตบอลไม่เคยใจดีกับใครเสมอไป
เขาได้รับบาดเจ็บครั้งใหญ่ในช่วงอายุยี่สิบปลาย ๆ เอ็นเข่าขาด เส้นทางนักเตะอาชีพที่เขาฝันไว้เหมือนถูกปิดลงทันที วันนั้นเขานั่งมองรองเท้าสตั๊ดคู่โปรดด้วยน้ำตา ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแทบขาด
📍“ถ้าไม่ได้เล่นฟุตบอล…แล้วเราจะเป็นใคร?”
แต่แทนที่จะยอมแพ้ นัทเลือกอีกเส้นทาง—เส้นทางของ โค้ช
เขาเริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมเยาวชนในสโมสรเล็ก ๆ ทำทุกอย่างตั้งแต่เก็บลูกบอล จัดกรวยซ้อม ไปจนถึงดูแลน้ำให้เด็ก ๆ บางคนอาจมองว่าเป็นงานเล็กน้อย แต่สำหรับนัท นี่คือโอกาสในการเรียนรู้ และได้อยู่กับสิ่งที่รัก
ตลอดหลายปี เขาศึกษาอย่างจริงจัง เข้าอบรมโค้ชตามหลักสูตรต่าง ๆ จนได้ใบอนุญาตระดับสูง เขาฝึกวางแผนการซ้อม ศึกษาแท็กติก และเรียนรู้จิตวิทยาการเป็นผู้นำเด็ก เยาวชนที่เคยกลัวบอล กลายเป็นนักเตะที่กล้าเล่น กล้าที่จะฝัน
เมื่อก้าวสู่ช่วงวัย 40 ปี นัทมีทีมของตัวเองในฐานะหัวหน้าโค้ช เขาไม่ได้สอนเพียงการเตะบอล แต่สอนให้เด็ก ๆ เข้าใจคุณค่าของความพยายาม การเคารพกติกา และการทำงานเป็นทีม
ทุกครั้งที่เขาเห็นเด็กยิ้มเวลาได้ลงสนาม มันทำให้เขานึกถึงตัวเองในวัย 5 ขวบ—เด็กชายที่เคยยืนอยู่ข้างสนามรอแม่เลิกงาน
นอกจากการทำทีม เขายังจัดโครงการฟุตบอลฟรีให้เด็กในชุมชน แบ่งปันเสื้อผ้า รองเท้า และลูกบอลให้เด็กที่ขาดโอกาส เพราะเขารู้ดีว่า โอกาสเพียงครั้งเดียว…อาจเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต
ปีหนึ่ง เขาพาเด็กทีมหนึ่งจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ไปแข่งระดับจังหวัด แม้ทีมจะไม่ได้แชมป์ แต่เด็กคนนั้นได้รับทุนการศึกษาต่อ—ภาพรอยยิ้มและน้ำตาของครอบครัวเด็กคนนั้น ทำให้นัทรู้ว่าการเป็นโค้ชคือการได้เห็นคนอื่นก้าวข้ามกำแพงของตัวเอง
ปัจจุบัน เขายังคงตื่นเช้าทุกวันเพื่อไปสนามฟุตบอล เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และเสียงลูกบอลกระทบพื้นยังคงเป็นดนตรีที่เขารักที่สุด
และทุกครั้งที่มีคนถามว่า
📍“โค้ชเคยเสียใจไหม ที่ไม่ได้เป็นนักเตะอาชีพใหญ่ ๆ เหมือนในฝัน?”
เขามักยิ้มและตอบว่า
📍“ไม่เคย…เพราะทุกวันนี้ผมได้ทำสิ่งที่สำคัญกว่า—ได้ส่งต่อความฝันให้คนอื่น”
บทที่ 4 เป็นตอนจบแบบอิ่มหัวใจ ที่เล่าถึงการมองย้อนอดีต การให้อภัยพ่อแม่ และการฝากข้อคิดถึงคนรุ่นหลัง ให้เรื่องนี้สมบูรณ์เป็น “นิยายกำลังใจ”
#บทที่4 ให้เป็นตอนจบที่อิ่มหัวใจและทิ้งข้อคิดแรงบันดาลใจ เหมือนนิยายที่อ่านแล้วปิดเล่มด้วยรอยยิ้มและน้ำตาเล็ก ๆ ครับ
#บทที่4 : ย้อนกลับบ้าน
เย็นวันหนึ่ง หลังจบการซ้อมฟุตบอล นัทนั่งอยู่บนม้านั่งริมสนาม มองพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ค่อย ๆ เบาลงเมื่อทุกคนกลับบ้านไปหมด เหลือเพียงเขากับความเงียบที่อบอุ่น
ในวัย 50 ปี นัทมีครอบครัวที่อบอุ่น ภรรยาที่เข้าใจ และลูกชายที่เริ่มเล่นฟุตบอลเหมือนเขา ชีวิตอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขารู้สึกเต็มใจและเต็มหัวใจ
แล้ววันหนึ่ง เขาตัดสินใจกลับไปยังบ้านเก่าในหมู่บ้านที่เคยอยู่ในวัยเด็ก บ้านไม้หลังนั้นยังคงยืนอยู่ แม้จะทรุดโทรมไปมาก ข้างบ้านมีเถาวัลย์เลื้อยพันเหมือนกาลเวลาที่คลุมทับความทรงจำ
ที่นั่น…เขาได้เจอกับพ่อที่ชราภาพ เดินไม่ค่อยไหว ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวในวัยหนุ่มกลับหม่นลงตามกาลเวลา พ่อมองเขานิ่ง ก่อนพูดเพียงสั้น ๆ
📍“ขอโทษ…ที่พ่อไม่เคยเป็นพ่อที่ดี”
หัวใจของนัทสั่นสะท้าน ภาพวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดไหลย้อนกลับมา แต่แทนที่เขาจะโกรธ เขากลับยิ้มบาง ๆ และตอบว่า
📍“ไม่เป็นไรพ่อ…ถ้าไม่มีวันนั้น ก็อาจไม่มีผมวันนี้”
คืนนั้นเขานั่งคุยกับพ่อถึงเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ปนกับน้ำตา มันไม่ใช่การลบอดีต แต่เป็นการยอมรับและปล่อยวาง
หลังจากนั้น นัทพาพ่อมาอยู่ด้วยกันที่บ้านในเมือง เขายังคงทำหน้าที่โค้ชฟุตบอล แต่ทุกครั้งที่มองไปที่ข้างสนาม เขาจะเห็นพ่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ เกาะรั้วสนาม คอยมองลูกชายสอนเด็ก ๆ อย่างเงียบ ๆ
วันหนึ่ง หลังการซ้อม เด็กคนหนึ่งถามเขาว่า
📍“โค้ชครับ ทำไมโค้ชถึงอยากสอนเด็ก ๆ พวกเรา?”
นัทหันไปมองเด็กคนนั้นแล้วพูดว่า
📍“เพราะเมื่อก่อน โค้ชเคยเป็นเด็กที่ไม่มีใครสอน…และโค้ชไม่อยากให้ใครต้องยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว”
#ข้อคิดฝากผู้อ่าน
ชีวิตอาจเริ่มจากศูนย์ หรือแม้ติดลบ แต่สิ่งสำคัญคือการไม่หยุดก้าว เมื่อเรามีโอกาสได้ยืนในที่สว่าง จงอย่าลืม #หันกลับไปส่งไฟฉายให้คนที่ยังเดินอยู่ในความมืด เพราะบางครั้ง…การให้โอกาสเพียงครั้งเดียว อาจเปลี่ยนเส้นทางทั้งชีวิตของใครสักคนได้
......
#เรื่องจริงอาจมีเสริมแต่งให้ดูหน้าอ่าน
16/06/2025
พาโค้ชไทย🇹🇭 ไปดูงานสโมสร ที่ญี่ปุ่น🇯🇵 20 ท่าน
ราคาเพียง 30,000 บาท/ท่าน
-> ตั๋วเครื่องบิน
-> ที่พัก
-> อาหาร
-> ค่าเดินทาง
-> ชุดเดินทางดูงาน🇹🇭🇯🇵
โดยทีมงานระดับชาติ ที่ใครๆ ไม่สามารถทำได้ นอกจากทีมงานฝ่ายจัดในครั้งนี้ #ครั้งแรกในประเทศไทย
7 วัน กับการเดินทางเรียนรู้ งานโค้ชญี่ปุ่น (ล่ามแปล)
พร้อมดูสนาม Main stadium japan
->มีใบประกาศจากสโมสรญี่ปุ่น
สโมสรอาชีพเจลีก : กับ Coach janpan way #ยังไม่เปิดเผย
🇯🇵 สิ่งสำคัญคือประสบการณ์ ในการเรียนรู้ได้มากกว่าที่เราคิด เปิดประสบการณ์ใหม่ ที่โค้ชไทยได้มีโอกาสน้อย...นิด...
และอื่นๆ
#สนใจ ทักอินบ๊อกสอบถามเพิ่มเติม
ติดตามได้ที่เพจนี้ เพจเดียว : CFFA
25/04/2025
3 วัน 2000 uาn อบรมโค้ช ได้ที่ จังหวัด พิษณุโลก สนาม ปองปาณ สเตเดี้ยม
- ค่าอาหาร เที่ยง 3 มื้อ
- ค่ากาแฟ ขนมเบรค น้ำดื่ม
- ค่าใบประกาศ
- ค่าเสื้อเข้าอบรม 2 ตัว
เนื้อหาใหม่ 2025 New update
อบรม วันที่ 16-18 พฤษภาคม 2568 นี้
สนใจสอบถาม :
โทร. 0992698989
จัดสัมนาเชิงวิชาการ แลกเปลี่ยน ความรู้ "โค้ช"
1 วัน 8:00 - 15:00 น. รับจำนวน 30 ท่าน
โดยมีเนื้อหาแลกเปลี่ยน เชิงวิชาการฟุตบอล ระดับโลก
และแนวทางในการเป็นโค้ช มืออาชีพ FIFA
#แขกรับเชิญ
⚽️🇹🇭 นำโดยอดีตโค้ชฟุตบอลทีมชาติไทย
⚽️🇹🇭 นักวิชาการ FIFA FOR SINGAPORE🇮🇩
⚽️🇹🇭📕 แผนการเขียนโปรแกรมการฝึก รายวัน รายเดือน รายปี
⚽️🇹🇭 แนวทางพัฒนาเยาวชน ให้ไปสู่ความเป็นเลิศในกีฬาฟุตบอล
......
สิ่งที่ได้รับ👉📕⚽️
-> อาหารกลางวัน 1 มื้อ
-> เสื้อยืด 1 ตัว FIFA FOR SINGAPORE
-> อุปกรณ์ ในการเขียน แบบฝึก
-> กาแฟ ขนมเบรค
-> CERTIFICATR FIFA FOR SINGAPORE
.......
มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กัน ใน 1 วัน
ท่านละ 1,500 บาท
#วันเสาร์ สนามใจฟ้าอคาเดมี เดือนมิถุนายน 2025 นี้
รับจำนวน 30 ท่าน หรือ สมัครจนครบจำนวน ...
.....
สนใจทักแชท อินบ๊อกสอบถาม
จัดสัมนาเชิงวิชาการ แลกเปลี่ยน ความรู้ "โค้ช"
1 วัน 8:00 - 15:00 น. รับจำนวน 15 ท่าน
โดยมีเนื้อหาแลกเปลี่ยน เชิงวิชาการฟุตบอลไทย
และแนวทางในการเป็นโค้ช มืออาชีพ
แขกรับเชิญ
⚽️🇹🇭 อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย 2 ท่าน #ความลับ
⚽️🇹🇭 นักวิชาการ โภชนาการ กับ วิทยาศาสตร์กีฬา
⚽️🇹🇭📕 แผนการเขียนโปรแกรมการฝึก รายวัน รายเดือน รายปี
⚽️🇹🇭 แนวทางพัฒนาเยาวชน ให้ไปสู่ทีมชาติ
......
สิ่งที่ได้รับ👉📕⚽️
-> อาหารกลางวัน 1 มื้อ
-> เสื้อยืด 1 ตัว
-> อุปกรณ์ ในการเขียน แบบฝึก
-> กาแฟ ขนมเบรค
-> แบบฝึกที่เขียน นำมาทำ log book #ขายได้
-> การวิเคราะห์ เกม หรือ ดูเกมให้เข้าใจง่ายเบื้องต้น
.......
มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กัน ใน 1 วัน
ท่านละ 1,000 บาท
#วันเสาร์ กทม. ยังไม่ระบุสถานที่
รอจนกว่า สมัครจนครบจำนวน ...
.....
สนใจทักแชท อินบ๊อกสอบถาม
08/04/2025
Singapore AFC
จะเปิดรับ โค้ช อคาเดมี ไปทำงาน? ที่สิงห์โปร
ใครบ้าง ที่จะสนใจไปทำงาน พร้อมเรียน License เพิ่มเติม...
ทุกๆอย่างย่อมมีการลงทุนเสมอ
License AFC
#ณรงค์สังเกตุ
ขอแสดงความเสียใจ กับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้...
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10150