โค้ชปูแน่น SIX PACK Project

โค้ชปูแน่น SIX PACK Project โค้ชปูแน่น Real Gym Founder, Six Pax Lab CEO, Fitness Consultant, Hybrid Athlete , Wellness Specialist

“สะสมไขมัน…จากภาวะร่างกายจำศีล” เป็นเพราะร่างกายต้องเอาชีวิตรอดมีจริงไหม... หรือจริงๆ แล้วคุณแค่แอบกิน? มักจะมีคนเดินมาบ...
02/10/2026

“สะสมไขมัน…จากภาวะร่างกายจำศีล” เป็นเพราะร่างกายต้องเอาชีวิตรอดมีจริงไหม... หรือจริงๆ แล้วคุณแค่แอบกิน?

มักจะมีคนเดินมาบอกผมเสมอว่า “กินวันละนิดเดียวเองโค้ช แต่น้ำหนักไม่ลดเลย สงสัยร่างกายจำศีลและเข้าเข้าโหมดสะสมไขมัน (Starvation Mode) ไปแล้ว มิน่าล่ะกินอะไรก็อ้วน!”

ฟังดูน่าสงสารนะครับ... แต่ในทางสรีรวิทยา คำว่า "โหมดสะสมไขมัน" ที่เนรมิตพลังงานขึ้นมาเองแล้วกักเก็บไขมันไว้โดยไม่ยอมเผาผลาญ ทั้งๆ ที่ร่างกายได้รับพลังงานติดลบ... มันไม่มีอยู่จริงครับ

กฎข้อแรกของอุณหพลศาสตร์ (Law of Thermodynamics) ไม่เคยทรยศใคร พลังงานไม่สามารถสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้ ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ไขมันเพิ่มขึ้นได้ถ้าไม่มีพลังงานส่วนเกินเข้ามา

วันนี้ผมจะมาผ่าเคสนี้ด้วยวิทยาศาสตร์ครับว่า เวลาที่น้ำหนักคุณนิ่งทั้งๆ ที่คิดว่า "กินน้อยมากแล้ว" มันเกิดจาก BMR พัง หรือเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Caloric Creep กันแน่

________

แล้ว“ภาวะจำศีล”ในทางวิทยาศาสตร์คืออะไรกันแน่?

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่าเป็น "Starvation Mode" แท้จริงแล้วในทางชีวเคมีเราเรียกว่า Adaptive Thermogenesis หรือการปรับตัวของระบบเผาผลาญครับ

เมื่อเรารับพลังงานน้อยลงติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจะเริ่มเซฟพลังงานโดยการ
ลดอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) ลงเล็กน้อย

ลดพฤติกรรมการขยับตัวโดยไม่รู้ตัว (NEAT - Non-Exercise Activity Thermogenesis) เช่น นั่งนิ่งขึ้น ขยับตัวน้อยลง กะพริบตาน้อยลง

ร่างกายมีการปรับฮอร์โมน Thyroid และ Leptin ให้ต่ำลง เพื่อชะลอการใช้พลังงาน

แต่กระบวนการ Adaptive Thermogenesis นี้ สามารถลดการเผาผลาญของร่างกายลงได้เพียงแค่ประมาณ 10–15% เท่านั้นครับ
มันไม่เคยลดลงถึงขั้นทำให้ร่างกาย "หยุดเผาผลาญไขมันทั้งหมด" แล้วเปลี่ยนทุกอย่างที่กินเข้าไปให้กลายเป็นไขมันสะสมได้เลย

ถ้า Starvation Mode ทำให้อ้วนได้จริง... คนที่อดอยากในสภาวะทุพภิกขภัยก็คงต้องอ้วนลงพุงกันหมดแล้วจริงไหมครับ?

________

คำถามคือ... แล้วทำไมกินน้อยแต่น้ำหนักถึงไม่ลด?

จากงานวิจัยทางคลินิกหลายฉบับพบว่า คนส่วนใหญ่ที่เข้าใจว่าตัวเองอยู่ใน Starvation Mode มักจะตกเป็นเหยื่อของ 3 ปัจจัยนี้โดยไม่รู้ตัวครับ

1.Caloric Creep (การรั่วไหลของแคลอรีที่มองไม่เห็น)
คุณคิดว่าคุณกินวันละ 1,200 kcal... แต่ในความเป็นจริง คุณอาจกำลังกิน 1,800 kcal อยู่ก็ได้

น้ำจิ้มสุกี้คำโตๆ, น้ำนมที่ใส่ในกาแฟสด, ชิมขนมของเพื่อนครึ่งคำ, น้ำมันที่ใช้ผัดอาหาร, หรือการตักข้าวเผื่ออีกนิดหน่อย แคลอรีแฝงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ตกลงไปในท้องคุณโดยที่คุณไม่ได้บันทึกมันลงไปในแอปฯ

2.Weekend Overeating (หลุดมื้อเสาร์-อาทิตย์)
จันทร์ ถึง ศุกร์ คุณคุมอาหารเป๊ะมาก คุมไว้ที่ 1,200 kcal/วัน (รวม 5 วัน = 6,000 kcal)

แต่พอถึงเสาร์-อาทิตย์ คุณคิดว่าตัวเอง "กินน้อยมาทั้งสัปดาห์แล้ว ขอรางวัลหน่อย" ปาร์ตี้หมูกระทะ ชาไข่มุก จัดไปวันละ 3,000 kcal (รวม 2 วัน = 6,000 kcal)
เฉลี่ยออกมาทั้งสัปดาห์ คุณได้รับพลังงานวันละ 1,700 kcal ซึ่งมันเท่ากับ TDEE (พลังงานที่ใช้ต่อวัน) ของคุณพอดีเป๊ะ! น้ำหนักมันถึงไม่ยอมกระดิกไปไหนไงครับ

3.Water Retention (การบวมน้ำ)
เวลาที่คุณกินน้อยลงและซ้อมหนักขึ้น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) สูงขึ้น ซึ่งคอร์ติซอลจะส่งผลให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวหนัง ร่างกายของคุณอาจจะกำลัง "ลดไขมัน" อยู่จริงๆ แต่ถูกน้ำหนักของน้ำที่บวมขึ้นมาบดบังเอาไว้บนตาชั่ง

_______

วิธีแก้เกมเมื่อน้ำหนักนิ่ง สไตล์โค้ชปูแน่น

ถ้าคุณรู้สึกว่ากินน้อยแล้วแต่น้ำหนักนิ่งเกิน 2–3 สัปดาห์ อย่าเพิ่งตกใจว่าระบบเผาผลาญพังครับ
ให้ลองทำตามนี้

1. ชั่งน้ำหนักอาหารก่อนกิน
เลิกใช้สายตากะเอาครับ ใช้ตาชั่งดิจิทัลชั่งน้ำหนักอาหารจริงๆ สัก 1–2 สัปดาห์ คุณจะตกใจกับปริมาณแคลอรีที่แท้จริงที่กินเข้าไป

2. เพิ่มกิจกรรม NEAT ในระหว่างวัน
อย่าโฟกัสแค่การเข้ายิม Real Gym 1 ชั่วโมงแล้วกลับไปนั่งแช่บนเก้าอี้ทั้งวัน เดินให้ได้วันละ 8,000–10,000 ก้าว การขยับตัวเล็กๆ น้อยๆ ทั้งวันนี่แหละคือเตาเผาพลังงานที่แท้จริง

3. เติมโปรตีนคุณภาพสูงให้ถึง
การทานโปรตีนให้ถึงตามความต้องการ ช่วยรักษาอัตราการเผาผลาญ (Thermic Effect of Food) และปกป้องมวลกล้ามเนื้อไม่ให้ฝ่อหายไปในระหว่างช่วงลดไขมัน

4. ทำ Diet Break หรือ Refeed
ถ้าคุณคุมอาหารเป๊ะมาเกิน 8-12 สัปดาห์แล้วจริงๆ การดันแคลอรีกลับขึ้นไปเท่ากับระดับ maintenance สัก 1 สัปดาห์ จะช่วยลดระดับ Cortisol เติมไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ และทำให้ร่างกายเลิกรักษาน้ำไว้ใต้ผิวหนังครับ

_______

เลิกโทษว่าร่างกายเข้าโหมดจำศีล แล้วกลับมาซื่อสัตย์กับแคลอรีที่คุณกินเข้าไปจะดีกว่าครับ

สรีรวิทยาของมนุษย์ไม่เคยโกหก หากคุณสร้าง Calorie Deficit ได้จริง ร่างกายไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดึงไขมันสะสมออกมาใช้

ดังนั้นซ้อมเวทให้มีคุณภาพ คุมโภชนาการให้แม่นยำ นอนหลับให้ลึก แล้วผลลัพธ์ที่คุณต้องการมันจะปรากฏขึ้นมาเองครับ

ก่อนจะตัดสินว่าระบบเผาผลาญพัง
ลองหันมาดูแลตัวเองแบบละเอียดๆดูก่อนครับ
รับประกันว่าแก้ปัญหาได้ง่ายกว่าการเดาเยอะเลย

—โค้ชปูแน่น

02/10/2026

วิธีไม่ทำให้เป็นบ้าจากการทำเพจ…โพสต์แล้วก็ลืมมันไปซะ!

01/10/2026

HMB สารอาหารต้านการสลายกล้ามเนื้อที่คน 40+ ต้องรู้จัก!

01/10/2026

“สุขภาพ”…คือเครื่องมือสู้วิกฤติที่ทรงพลังที่สุด!

30/09/2026

ลดไขมัน+สร้างกล้าม สไตล์คนโบราณ!

28/09/2026

5 สัญญาณชี้ชัด…คุณหลุดพ้นความเป็นมือใหม่แล้ว!

27/09/2026

สารหมัศจรรย์ที่มาจากการเล่นเวท…ช่วยชะลอวัยและต้านมะเร็ง!

ขอบพระคุณชาว 40+ ทุกท่านที่ไว้ใจ Leucine จาก Six Pax Lab ของโค้ชปูแน่นเสมอมาครับ🥰
27/09/2026

ขอบพระคุณชาว 40+ ทุกท่านที่ไว้ใจ Leucine จาก Six Pax Lab ของโค้ชปูแน่นเสมอมาครับ🥰

อายุเกิน 40 แล้ว ทำไมสร้างกล้ามยากกว่าเดิม ทั้งที่กินโปรตีนและออกกำลังกายเหมือนเดิม?

หลายคนเริ่มสังเกตว่า…

❌ กล้ามเนื้อขึ้นช้ากว่าเมื่อก่อน
❌ ฟื้นตัวจากการฝึกช้าลง
❌ กินโปรตีนแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าร่างกายตอบสนองไม่เต็มที่
❌ ถ้าหยุดฝึกเพียงไม่นาน กล้ามเนื้อและความแข็งแรงลดลงเร็ว

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าคนอายุ 40+ สร้างกล้ามเนื้อไม่ได้ครับ แต่เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้ออาจตอบสนองต่อโปรตีนและการฝึกได้น้อยลง ภาวะนี้เรียกว่า “Anabolic Resistance”

ตลอดเวลาที่ผมศึกษาและดูแลคนวัย 40+ ผมเห็นความสำคัญของ “Leucine” มากขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะ Leucine ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของโปรตีน แต่เป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ทำหน้าที่เสมือน “สวิตช์” ส่งสัญญาณให้ร่างกายเริ่มกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนกล้ามเนื้อ หรือ Muscle Protein Synthesis

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับ Leucine สำหรับคนวัย 40+ โดยเฉพาะคนที่กำลัง…

✅ ฝึกเวทเพื่อสร้างหรือรักษามวลกล้ามเนื้อ
✅ อยู่ในช่วงลดไขมันและไม่อยากเสียกล้าม
✅ รับประทานโปรตีนในแต่ละมื้อไม่มาก
✅ ต้องการดูแลความแข็งแรงเพื่อใช้ชีวิตในระยะยาว

หลายคนรู้จัก BCAA แต่สิ่งที่ควรรู้คือ Leucine เป็นกรดอะมิโนตัวสำคัญในกลุ่ม BCAA ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งสัญญาณกระตุ้นการสร้างโปรตีนกล้ามเนื้อ

การเลือก L‑Leucine แบบเดี่ยวจึงเป็นการโฟกัสไปที่กรดอะมิโนตัวหลักโดยตรง และสามารถนำไปเติมในมื้อที่มีโปรตีน เพื่อช่วยให้มื้อนั้นมี Leucine ถึงระดับที่เหมาะสมมากขึ้น

แต่ผมต้องย้ำอย่างตรงไปตรงมาว่า…

Leucine ไม่ใช่ยาวิเศษ และไม่สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้เพียงลำพัง

ผลลัพธ์ที่ดีต้องเกิดจาก 3 สิ่งร่วมกัน

1. โปรตีนและพลังงานที่เพียงพอ
2. การฝึกเวทอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
3. Leucine ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนสัญญาณการสร้างกล้ามเนื้อ

นี่คือเหตุผลที่โค้ชปูแน่นเห็นความสำคัญของ Leucine ที่มีต่อคนอายุ 40+ เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงมีกล้ามสวยขึ้นในวันนี้ แต่คือการรักษามวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และคุณภาพชีวิตให้ได้นานที่สุดครับ

💪 SIX PAX LAB L‑LEUCINE
100% Instant L‑Leucine
กรดอะมิโนจำเป็นสำหรับผู้ที่จริงจังกับการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ

📩 สอบถามวิธีรับประทานและสั่งซื้อ
LINE OA:

🛒 สั่งซื้อผ่าน Shopee
👉 https://th.shp.ee/1WxGQMYC

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ควรรับประทานร่วมกับอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

#วัย40Plus #สร้างกล้ามเนื้อ #รักษามวลกล้ามเนื้อ #เวทเทรนนิง

25/09/2026

อยากเบิร์นไขมันหนักๆที่บ้าน…ต้องลองท่านี้!

25/09/2026

สะโพกหัก…เรื่องสยองของผู้หญิงที่ไม่ออกกำลังกาย!

ที่อยู่

เรียลยิม สาขาซาฟารี
Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โค้ชปูแน่น SIX PACK Projectผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์