31/12/2022
สมุนไพรปรับผิวเนียนใส ลดหน้าท้องเห
สมุนไพรไทยแท้จากยาตำหรับในวังสมัยรัชกาลที่๕ เพื่อปรับสมดุลร่างกาย ดีทอกซ์ขับถ่ายของเสียตามหลักปรับธาตุทั้ง๔ของร่างกาย
- ปรับผิวเนียนใสสุขภาพดี
- ปรับการทำงานของร่างกาย ปรับเลือดลม ฟอกโลหิต ดีทอกซ์ภายใน
- ลดอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
- รักษาภูมิแพ้ที่ต้นเหตุ
- บำรุงอวัยวะอย่างถูกต้องตามหลักธรรมชาติ
31/12/2022
31/12/2022
ปีใหม่ ก็เหมือนกำแพงผืนใหม่ที่พร้อมให้ทาสีและใส่เรื่องราวของเราลงไป
สุขสันต์วันปีใหม่ 2023
A New Year is like a blank wall, and the brush is in your hands.
It is your chance to paint a beautiful story for yourself.
Happy New Year 2023.
Just grab a bucket!
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม และสั่งซื้อ online ได้ที่
Website : www.seejorakay.com
Line :
Call : 02-720-1112
02/09/2019
https://www.facebook.com/1556024734613755/posts/2395679283981625?sfns=xmwa
เนื้องอกในมดลูก โรคฮิตของสาววัยทำงาน ข้อมูลเบื้องต้นครบจบในรูปเดียว! สำรวจตัวเองกันนะคะสาวๆ
ข้อมูลเพิ่มเติมชมรายการพบหมอรามาฯ https://www.youtube.com/watch?v=J5s8Ok4kvmQ&t=442s
#รามาแชนแนลขับเคลื่อนสังคมไทยให้สุขภาพดี
04/08/2019
กินยาแก้ปวดบ่อยๆ เข่น พารา มีพิษสะสมทำร้ายตับนะคะ
บรรเทาอาการปวดด้วยการฝังเข็มรักษาดีกว่าค่ะ ไม่มีผลข้างเคียงทำร้ายอวัยวะภายใน
👍ขวัญแก้วคลินิก บางบัวทองมีแพทย์จีนที่จบแพทย์แผนจีนโดยตรงจากม.ชื่อดังtop3ของจีนออกตรวจและให้การรักษา คุณหมอเชี่ยวชาญโรคด้านระบบประสาทและสมอง
ขวัญแก้วคลินิก บางบัวทอง
•ฝังเข็ม แมะ จัดกระดูก ทุยหนา ครอบแก้ว
โดนแพทย์จีนปริญญาจากม.top3ของจีน(ประสบการณ์สูง)
•รักษาแบบองค์รวม โดยแพทย์แผนไทย
สนใจติดต่อ inbox ,Line id :hathaipatch.p ,0879836693
พาราเซตามอล
พาราเซตามอล หรือ อะเซตามิโนเฟน เป็นยาแก้ปวดลดไข้ ขนาดยาที่เหมาะสมคือ 10 - 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
แม้จะเป็นยาที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ไม่ควรใช้ยาพาราเซตามอลติดต่อกันนานเกิน 5 วัน เพราะอาจเกิดพิษต่อตับได้ หากจำเป็นต้องใช้นานกว่านี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
===============
่แค่followเรา
FB: Smart Consumer
IG/twitter:
07/06/2019
โรคกระดูกคอเสื่อมรักษาและบรรเทาได้โดยการฝังเข็มร่วมกับการปรับพฤติกรรมทำให้ผลการรักษาดียิ่งขึ้นค่ะ รีบรักษาตั้งแต่ต้นเหตุ ก่อนสายเกินแก้นะคะ
ระวัง!! นั่งก้มหน้าทำงานนานๆ
เสี่ยงเป็น "หมอนรองกระดูกคอเสื่อม"
รู้ทันและปรับพฤติกรรมก่อนเป็น Cervical Spondylosis
ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง หลายๆคนที่ต้องนั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน มีพฤติกรรมชอบบิดคอ หมุนคอ หรือการนั่งก้มหน้าทำงานเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
ผลการวิจัยจากออสเตรเลียพบว่า คนวัยทำงานใช้เวลานั่งระหว่างชั่วโมงทำงานเฉลี่ยวันละ 3.2 - 6.8 ชั่วโมง และมีคนทำงานออฟฟิศราว 55 - 66% ที่นั่งแช่อยู่ที่โต๊ะทำงานไม่ค่อยลุกขึ้นยืนหรือเดิน
นอกจากเหนื่อยกับการทำงานแล้วยังต้องเสี่ยงกับโรคที่แถมมาจากพฤติกรรมเหล่านี้ อย่าง Cervical Spondylosis หรือโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม
Cervical Spondylosis คือหนึ่งในโรคยอดฮิตของคนทำงานออฟฟิศ งานวิจัยพบว่า ช่วงวัยที่มีอายุระหว่าง 30 - 49 ปี เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้มากที่สุดโดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์ ระยะเวลา 1 ปี มีวัยทำงานที่มาพบแพทย์เพราะอาการคอหลังเสื่อมกว่า 30-50%
หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาจจะทำให้อาการหนักขึ้น คือลามไปกดทับเส้นประสาท ทำให้อาการปวดลามไปถึงแขน เริ่มมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง
สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม
1. การก้ม แหงนหรือสะบัดคอบ่อยๆ เป็นนิสัย
2. นั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องนานๆ
3. อุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลัง
เช็คลิสต์! อาการเหล่านี้คือ โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม
- ปวดบริเวณคอ ไหล่ และบ่า
- ปวดหรือชาลงตามบริเวณแขน ข้อศอก หรือนิ้วมือ
- ปวดหัว ปวดกระบอกตา และรู้สึกบ้านหมุน
- ขาตึงผิดปกติ รู้สึกโคลงเคลงเหมือนจะล้ม เดินก้าวสั้น
ผู้ที่เคยมีอาการปวดคอจะมีอาการปวดต่อเนื่อง สามารถเปลี่ยนเป็นอาการปวดคอแบบเรื้อรังได้ และอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การทํางานนอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการรักษายังสูงอีกด้วย
วิธีการรักษาโรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม อาการเบื้องต้นรักษาด้วยการทานยา การฉีดยา กายภาพบำบัด คลื่นวิทยุความถี่สูง และการผ่าตัด
ทางเลือกที่ดีควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการนั่งทำงานระหว่างวัน ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรค Cervical Spondylosis
1. จัดท่านั่งให้ถูกต้อง ควรให้ไหล่ตั้งตรงอยู่ในแนวเดียวกับสะโพก
2. เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ ไม่ควรนั่งทำงานท่าเดิมนานเกินไป
3. จัดโต๊ะทำงาน ให้หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา ปรับเก้าอี้ให้นั่งแล้วหัวเข่าอยู่ต่ำกว่าสะโพกเล็กน้อย และควรใช้เก้าอี้ทำงานที่มีที่พักแขน
4. ไม่ควรคุยโทรศัพท์โดยแนบไว้ระหว่างไหล่กับหู
5. ไม่ควรแบกหรือสะพายกระเป๋าหนักๆ ไว้บนไหล่ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง
เมื่อร่างกายมีอาการผิดปกติ ไม่ได้นำมาซึ่งความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียว แต่ว่ายังนำมาซึ่งโรคที่สามารถส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตได้ การรู้ทันโรคและป้องกันตั้งแต่ต้น ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ ด้วยการดูแลตัวเอง แค่ปรับเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ ในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม
เขียนโดย Pimpernel
ภาพโดย harachairthailand
ที่มา: bumrungrad/paolohospital/bloggang/วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบําบัด
#หมอนรองกระดูกคอเสื่อม
01/06/2019
10/04/2019
👍ขวัญแก้วคลินิก บางบัวทองมีแพทย์จีนที่จบแพทย์แผนจีนโดยตรงจากม.ชื่อดังtop3ของจีนออกตรวจและให้การรักษา คุณหมอเชี่ยวชาญโรคด้านระบบประสาทและสมอง
💕💕{*โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ }💕💕
-ฝังเข็มเฉพาะโรค1โรค/อาการ ครั้งละ 600.- 🔸พิเศษ!! คอร์ส2ครั้ง 1000.-
-ฝังเข็มรวมหลายโรค(เช่น ไมเกรน+ลดน้ำหนัก+หน้าใส) ครั้งละ 750.-
🔸พิเศษ!! คอร์ส 2ครั้ง 1300.-
*** โปรโมชั่นหมดสิ้นเดือนเมษานี้ค่ะ***
ขวัญแก้วคลินิก บางบัวทอง
•ฝังเข็ม แมะ จัดกระดูก ทุยหนา ครอบแก้ว
โดนแพทย์จีนปริญญาจากม.top3ของจีน(ประสบการณ์สูง)
•รักษาแบบองค์รวม โดยแพทย์แผนไทย
สนใจติดต่อ inbox ,Line id :hathaipatch.p ,0879836693
ทำไม! นักวิ่งควรบำบัดด้วยการฝังเข็ม
การฝังเข็ม หรือ “Acupuncture” เป็นหนึ่งในศาสตร์จีนที่ถูกใช้มายาวนาน
ความเชื่อมั่นในแพทย์แผนจีนทำให้ปัจจุบันการรักษาบำบัดด้วยการฝังเข็ม
ถูกนำมาใช้ในแวดวงกีฬามากขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าเข็มเล็กๆ เหล่านี้ช่วยรักษานักกีฬาปีกหักมานักต่อนัก
ฝังเข็มดีอย่างไร ?
ศาสตร์แพทย์จีนเชื่อว่า อาการ “ปวดเมื่อย” หรือ “เจ็บปวด” เกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของ ‘ชี่’ ภายใน รวมถึงการอุดกั้นของ ‘เลือด-ลม’ ในจุดต่างๆ ของร่างกาย สาเหตุเกิดได้จากตั้งแต่การกินอาหาร ความเครียด การใช้ร่างกายไม่สมดุล ไปจนถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ทำอย่าง จนเกิดเป็นความเสื่อม ร่างกายจะฟ้องผ่านอาการทางกาย การฝังเข็มเป็นการใช้เข็มขนาด 0.18 – 0.30 มิลลิเมตร เข้าไปในจุดต่างๆ ของร่างกาย เพื่อบำบัดและจัดการกับต้นตอที่สามารถนำไปสู่การเกิดโรคที่ร้ายแรงขึ้นในอนาคต
แพทย์แผนจีนจะใช้เข็มขนาดต่างๆ ปักลงไปตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นตำแหน่ง ‘แทนอวัยวะ’ จุดประสงค์ก็เพื่อ ‘ระบาย’ (เลือด - ลม อุดกั้น) หรือ ‘บำรุง’ ร่างกายขึ้นอยู่กับแพทย์จีนเป็นผู้พิจารณา โดยแพทย์จะกระตุ้นเข็มในจุดต่างๆ เหล่านั้นด้วยมือ หรือใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าโวลต์ต่ำ ช่วยกระตุ้นประมาณ 20-30 นาที
นักวิ่งควรได้ลองฝังเข็ม
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งบาดเจ็บ หรือไม่บาดเจ็บ การฝังเข็มก็เป็น “ทางเลือก” การฟื้นบำรุงร่างกายนักกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจ นักวิ่งส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการยืดเหยียดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ นานวันไปก็สามารถสะสมแต้มความเสื่อม และฟ้องผ่านความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว มีข้อบ่งชี้เช่น นอนหลับไม่สนิท กระสับกระส่าย ต่อให้คิดเองว่าเราใช้ร่างกายส่วนล่าง (Lower Body) ในการวิ่ง คงไม่มีผลมากมายต่อส่วนบน แต่ความจริงแล้ว กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายโยงในสัมพันธ์กันและมีผลต่อกัน
สำหรับนักวิ่งบาดเจ็บ นอกจากรักษาด้วยการฝังเข็มแล้ว แพทย์พิจารณาใช้เครื่อง ‘ไบโอ สเปตรัม’ (Bio-Spectrum) ฉายเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปช่วยกล้ามเนื้อในจุดที่ตึงอยู่ให้คลายตัวได้ นอกจากนี้แพทย์จีนยังพิจารณาการฝังเข็มร่วมกับการรักษาที่เรียกว่า การครอบแก้ว (Cupping Therapy) แต่ทั้งหมดนั้นต้องเป็นการรักษาแบบต่อเนื่อง ไม่มีศาสตร์ไหนช่วยได้ข้ามคืน
รักจะวิ่ง ก็ควรดูแลตัวเองอย่างดี
วิ่งด้วยกัน แข็งแรงไปด้วยกัน
บทความนี้ อนุญาตให้แชร์ได้ตามสะดวก
Original post โดย #นักวิ่งสายสุขภาพที่อยากวิ่งด้วยความสุขและไม่บาดเจ็บ