The First Thought Golf By Pro Sarkay

The First Thought Golf By Pro Sarkay

แชร์

โปรแอ๊งค์ | เศก วสุนธาราพร | Tour Pro & Golf Instructor | คนบ้ากอล์ฟ ที่ิอยากพานักกีฬาทำการตลาดเป็น

18/09/2024

ความสำเร็จของคนไม่ได้มากับดวง แต่เกิดขึ้นได้ด้วย
ไพ่ทาโร่ / ดูนรลักษณ์ / ป่าจื้อ / ฤกษ์ยาม / ดูลายมือ / ดูลายเท้า
ปล. วิทยศาสตร์ล้วน ไม่มีงมงาย 🤣

Photos from The First Thought Golf By Pro Sarkay's post 11/03/2022

YESS 💪💪 ในที่สุดก็สอบผ่าน
ได้เป็น Touring Pro อย่างเป็นทางการแล้วแล้ว 🎉🎉

75-73-73-73 (+6)

ไว้เดี๋ยวจะมาแบ่งปันบทเรียนที่ทำให้ก้าวข้าม และ สอบผ่าน
ในครั้งนี้ให้ฟังในโพสต่อๆไปนะครับ 🙌🙌

25/02/2021

น้องสมาร์ทกับการเรียนครั้งแรก พาลงเรื่อง set up แบบเข้าใจง่ายๆ สไตล์ Gorrilla Setup ครั้งเดียวตีบอล ได้ เกิน 30 หลา เป็นที่เรียบร้อย มาแบบไหนโปรแอ๊งค์จัดให้ครับ 😉
#โปรแอ๊งค์

24/05/2019

::: 19 คุณลักษณะของการเข้าถึง Oneness ที่แท้จริง :::

1. ตระหนักถึงความจริงว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่ไม่เกี่ยวโยงสัมพันธ์กับสิ่งอื่น

2. ไม่แปะป้ายสิ่งใดว่า ดี-ชั่ว ถูก-ผิด ขาว-ดำ อีกต่อไป

3. ไม่คิดเปลี่ยนผู้คนหรือสิ่งต่างๆให้เป็นอย่างที่เราคิด แต่จะมองอย่างลึกซึ้งที่เหตุปัจจัย และสร้างเหตุปัจจัยเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดี

4. มีความรักให้ทุกชีวิตโดยไม่แบ่งแยก

5. เห็นความงดงามอยู่รอบตัว ตระหนักถึงความน่าอัศจรรย์แห่งปัจจุบันขณะ

6. ตระหนักถึงที่ว่างอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตแผ่กว้างไพศาลข้างในตัวคุณ

7. เข้าใจตัวเอง โอบกอดตัวเองได้

8. เห็นว่าในตัวเรามีทั้งเมล็ดพันธุ์ที่ดีและไม่ดี และยอมรับเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดีในตัวเราได้

9. เข้าใจทุกข์ของตัวเราเอง เชื่อมต่อทุกข์ของเราเองกับผู้อื่นได้ จนอยากช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์

10. เข้าใจสิ่งที่ไม่ดีในตัวเรา ยอมรับมันได้ นำไปสู่การยอมรับสิ่งไม่ดีในตัวผู้อื่น กระทั่งกล้าให้อภัย

11. ยอมรับความแตกต่างมากขึ้น ไม่ได้มองว่ามันเป็นปัญหา

12. พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น เห็นว่าทุกข์ของผู้อื่นคือทุกข์ของเรา

13. เห็นว่าแม่ค้าขายกาแฟ แม่บ้านทำความสะอาดห้องน้ำ คุณลุงขายกับข้าว เป็นส่วนหนึ่งของคุณ ถ้าไม่มีพวกเขาก็ไม่มีคุณ

14. เราจะรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งที่เกื้อกูลการมีอยู่ของเรา เกื้อกูลการมีอยู่ของกันและกัน

15.เห็นตัวเราและสรรพสิ่งเป็นหนึ่งเดียวกันไม่แยกออกจากกัน

16. เข้าใจความรักที่แท้จริง ความรักที่ไปพ้นขั้วบวกและลบ ไม่มีพวกเรา-พวกเขา ไม่มีฉัน-ไม่มีเธอ มีแต่ความเป็นดั่งกันและกัน

17. หลุดพ้นจากความกลัวและความทุกข์ พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากทุกข์

18. เมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดีในตัวเราถูกเปลี่ยนแปลงจากฐานรากเผยให้เห็น True Mind - True Heart

19. เห็นทุกสิ่งตามที่เป็น ด้วยพลังแห่งสติ

. . . . . . .

ขอขอบคุณการแบ่งปันที่งดงามและมีค่า
โดย ครูบี - " หนึ่งวันกับความว่าง "
Juree Pipattanarangka

ที่มา
ข้อความจากบอร์ดเกม "Path to Oneness - ทางสู่หนึ่งเดียวกัน" (กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบ)

[ ปล. ใครเข้าถึงกี่ข้อกันแล้วบ้าง ? ]
[ ... ช่วยแบ่งปันในคอมเม้นท์ได้เลยนะคะ ^ ^ ]

08/03/2019

ไม่ได้หายไปไหนนะครับ สัปดาห์นี้ภารกิจเพียบเลย เดี๋ยวเขียน EP5 เสร็จ จะลงให้นะครับ

Photos from The First Thought Golf By Pro Sarkay's post 01/03/2019

EPISODE 4 "การประลองได้เริ่มขึ้นแล้ว"

หลุมแรกได้เริ่มขึ้นแล้ว...

"มึงอย่าลืมสิ...มึงมีกูอยู่...กูช่วยมึงได้...ถามกูได้" เขาพูดเตือนผม เมื่อถึงคิวผมขึ้นไปตี

ณ ช่วงเวลานั้น ผม....ตื่นเต้น และ กังวลมาก วันนี้เนื่องจากว่าผมกลับมาตีกับพี่ๆน้องๆ...ผมจึงตัดสินใจตีจากหมุดขาว ใจจริงตอนแรกอยากตีจากหมุดโปร ที่เคยตีบ่อยๆและคุ้นเคย แต่ผมก็ได้ตระหนักอย่างนึงว่า

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมใส่หัวโขน (อีโก้) ในการเบ่นกอล์ฟมาตลอด

ทุกครั้งที่ผมออกไปเล่น ผมจะต้องดูดี...

เสียหน้าไม่ได้ กูเป็นโปรนะเว้ย

ผมได้ตระหนักอย่างนึง จากภายในจิตใต้สำนึกว่า

จะเป็นโปรหรือไม่ใช่โปร มันไม่ได้อยู่ที่หัวโขน หรือ คำนำหน้าชื่อที่คนเค้าใช้เรียก
แต่มันอยู่ที่............

...ใครตีบอลลงหลุมได้น้อยครั้งได้อย่างสม่ำเสมอต่างหาก!!!!!

===========กลับมาที่ ทีออฟหลุมแรก==========

ผมเดินขึ้นทีออฟไป ด้วยความประหม่า ตื่นเต้น และ กังวล

ผมเลยถามเข้าไปภายในจิตใต้สำนึกของผมว่า....

"เห้ยมึง...เอาไงดีวะ ตีไงดี กูเบลออะ ทำไรไม่ถูก?"

"มึงใจเย็นๆนะพ กูอยู่กับมึง เรามาเริ่มกัน...มึงเห็นต้นไม้ที่มันโน้มลงมา ในแฟร์เวย์ต้นสีเข้มๆ ห่างออกไป ราวๆ 280 หลานั่นมั้ย?"

"เห็นดิ แล้วไงต่อเพื่อน?" ผมถาม

"เนื่องจากลมไม่มี...มึงเล็งต้่นนั้นเลย"

"แล้วกูต้องตียังไงบ้างอะ? กูทำไรไม่ถูก" ผมตอบกลับไป

"มึงเลือก ตำแหน่งปักทีก่อน เดี๋ยวมึงเดินขึ้นไปบนทีออฟ เดี๋ยวมึงจะรู้เองว่าตรงไหนลงตัวที่สุด
ตามที่กูบอกเลยนะ หมุนใหล่ขวามาที่หลังคอ พร้อม กับ พับข้อศอกขวา แล้วตีเลยนะ ไม่ต้องกังวลว่า ลงไม้่ยังไง
เชื่อกูแอ๊งค์!!! ตีไปก่อน"

ผมเดินขึ้นทีออฟ ไป และ ผมก็มองหาจุดปักลูก และ ผมก็เจอจุดที่ลงตัวที่สุด... จุดที่ผมปักแล้ว มันทำให้ผมเล็งเข้าหาต้นไม้
ต้นนั้นได้ง่าย และ หนีอุปสรรคน้ำ ทั้งปวง.....
ผมซ้อมสวิงลม เหวี่ยงๆไม้ ทั้งหมด 2 ที แล้วผมก็เดินเข้าไป Set Up ที่ลูกกอลฺ์ฟ และ เค้าก็พูดว่า

"จำได้ใช่มั้ยว่า ยืนไงก็ได้ ที่ทำให้มึงรู้สึกว่า ลงตัว และ มั่นคงที่สุด!!! มันต้องไม่รู้สึกว่ามีแรงกด หรือ แรงต้านอะไรที่อยู่ที่ตีนมึงเลยนะ
และ ในเวลาเดียวกัน มันจะต้องไม่รู้สึกเบาสบายจนเกินไปด้วย เดี๋ยวความรู้สึกมึงจะบอกเองว่า ประมาณไหนถึงพอดี... ความรู้สกึแบบนี้
มันคือ สภาวะแห่งความสมดุล"

เมื่อผมเจอความรู้สีก ของสภาวะสมดุล มันเป็นการยืนตีบอลที่ผม นานๆจะรู้สึกแบบนี้ที ไม่รู้เหมือนกันครับว่า ที่ผ่านมาสอบโปรผ่านได้ไง!!!
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยเข้าถึงสภาวะนี้เลย ตั้งแต่ก่อนตีบอล พูดง่ายๆ เมื่อก่อน แค่เริ่มก็ไม่ใช่ละครับ

หลังจากที่ผมเจอสภาวะสมดุลเรียบร้อยแล้ว ผมก็เริ่มขึ้นไม้ทันที..............ใหล่ขวาเคลื่อนไปหลังคอ......พับข้อศอกขวา
....แล้วก็หวด.......เพี๊ยะะะะะะะะ........................
ผมตีโดนลูกแบบเนื้อๆ.....ลูกลอยขึ้นไปบนฟ้า แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ลูกกอลืฟนั้นพุ่งไปทางซ้ายของเป้า ตกลงพื้น ข้ามบ่อทรายบ
และวิ่งกระดอนเข้าไปหยุดในป่า......

มองจากไกลๆผมว่าก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรมาก และ หลังจากตีเสร็จผมก็เดินไปที่ลูก

"เป็นไงมึง...รู้สึกยังไงบ้าง หลังจากที่ตีออกไปแล้ว" เขาถามผม

"แม้งตีโดนเต็มๆและไกลด้วยอะมึง...งแต่มันไม่ตรงอะ" ผมตอบ

ณ ตอนนั้น เวลาเที่ยงพอดี แดดเริ่มร้อนขึ้น....ระหว่างเดินไป ผมสัมผัสได้ถึงไอดินที่ร้อนๆระเหยขึ้นมา
ความรู้สึกเหมือนถูกอบ.....เหมือนอยู่ใน ซึ้งนึ่งปู อะไรแบบนั้นเลย

"ไม่เป็นไร มึงนี่ก็ใจเญ้นๆหน่อย มึงจะให้ช็อตๆเดียวมาตัดสินการเล่นมึงทั้ง 18 หลุมเลยเหรอวะ?
กอล์ฟมันมี 18 หลุม ถ้ามึงจะติดดูดี กะอีแค่ช็อตๆเดียวที่คนดูเยอะๆ แล้วมันไม่ดีตามที่มึงคิดไว้
แล้วมึงบอกว่า การตีรอบนี้มันจะแย่าในแบบที่มึงชอบเป็นมาตลอด มันจะแย่จริงๆนะ
มึงจำไว้นะแอ๊งค์.......ถ้ามึงมัวแต่กลัวกูไม่ดีมากเท่าไร....มึงจะไม่เหลือดีไว้ให้ดู !!!!!

ยิ่งมึงสื่อสารอะไรลงในจิตใจซ้ำไปซ้ำมา....มึงจะได้สิ่งนั้น..เพราะมันคือสิ่งที่มึงร้องขอ
มนุษย์ทุกคนล้วนมี...อารมณ์ ต่างๆมากมาย เข้ามาขัดขวาง มันเลยทำให้การลงมือทำไม่ไหลลื่นไง
มึงยังจำภาพนี้ที่กู ฉายให้มึงดูก่อนออกรอบได้มั้ย
_______________________________________
| การรับรู้ทางร่างกาย (ซ้อม ทำซ้ำ มากพอ) |
| | | |
| | | |
=====รัก/โลภ/โกรธ/หลง/กลัว/คาดหวัง/อยากได้====
=====กลัวศูนย์เสีย/กลัวเสียตัง/กลัวเสียหน้า/ชะล้าใจ==
| |
| |
| การรับรู้ทางรู้จิตใจ (เชื่อใจ เข้าใจ) |
______________________________________

"จำได้ดิ.....แล้วกูจะเอาสิ่งที่คั่นกลางเหล่านี้อะ ไอ้พวก
=====รัก/โลภ/โกรธ/หลง/กลัว/คาดหวัง/อยากได้====
=====กลัวศูนย์เสีย/กลัวเสียตัง/กลัวเสียหน้า/ชะล้าใจ==
กูจะเอามันออกยังไงวะ?" ผมถามกลับไป

"ง่ายมาก....ทุกครั้งที่มึงมีความรู้สึก หรื ออารมณ์พวกนี้เข้ามา
มึงจะถูกโยนเข้าสู่ จิตสำนึกทันที และ กูกับมึงจะหยุดการสื่อสารกันชั่วขณะ
การใช้ชีวิตอยู่กับตรรกกะเหตุผล และ จิตใต้สำนึก ที่ถูกผูกติดกับอารมณ์ มันเป็นเหมือน
autopilot สำหรับชีวิตมนุษย์ เปรียบเหมือนเครื่องบินสมัยนี้...
เวลาที่เครื่องบินโดยสารจะบินจากประเทศไทย ไป อเมริกา...
เครื่องบิน จะถูกตั้งเส้นทางอัตโนมัติไว้แล้ว.....
ทุกครั้งที่....เครื่องบินออกนอกเส้รทางที่คอมพิวเตอร์ตั้งไว้เพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นเพราะ
สภาพอากาศที่แปรปรวน หรือ อะไรก็ตามแต่....เครื่องบินจะถูกลากกลับมาสู่เส้นทางเดิม

จิตใจของเราก็เช่นกัน......มันง่ายมากที่มันจะถูกอารมณ์เหล่านี้ดึงกลับเข้าสู่โหมดเดิม เพราะ
เราอยู่กันบนความไม่รู้....แต่เมื่อเราสามารถเข้าถึงจิตใต้สำนึกได้ แบบที่มึงเจอกูได้แล้ว
หน้าที่ของมึงคือ จูนเส้นทางและตั้งระบบให้กับจิตใจใหม่ เหมือนกับ ที่ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ดูรวยและทำเงินง่าย
เบื้องหลังต้องผ่านช่วงเวลาที่สร้าง ฝึกฝน เรียนรู้ ทั้งนั้น พอระบบธุรกิจสร้างเสร็จ
พนักงานทุกคนใช้ระบบเป็น....ลูกค้าใช้ระบบเป็น...เงินมันก็เลยไหลมาง่ายๆ
การที่มึงจะเชื่อมกับกูได้สนิทแบบนี้ ก็เช่นเดียวกัน"

ผมถึงกับอึ้งไปเลย...ครับ ณ เวลานั้น แต่ผมก็ได้เริ่มเข้าใจแล้ว เวลาที่ทุกข์หรือติดอะไร แค่ถามเค้าเข้าไป

"และมึงรู้มั้ยแอ๊งค์ ไม่ใช่แค่มึงนะที่เข้าถึงจิตใต้สำนึกแบบกูได้ และ มันก็ไม่ใช่ทักษะพิเศษ หรือ ญานวิเศษอะไรทั้งสิ้น
แต่มันเป็นสิ่งที่คนทุกคน มีมันมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว แบบที่กูเคยบอกไป เพียงแต่ว่า เค้าไม่กล้าที่จะเชื่อมันแค่นั้นเอง
เพราะ คนทุกคนตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้ ถูกสอนให้เชื่อ กับทุกอย่าง ผ่าน ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้งสิ้น
เดี๋ยวกูจะเล่าให้มึงฟังต่อ......มึงตีช็อตนี้ก่อน.....มาเรามาดูกันว่าจะทำไงกันดี"

ผมเดินมาถึงจุดที่ลุกกอล์ฟผมหยุดอยู่.....อย่างที่เห็นตั้งแต่ ทีออฟ....ลูกผมอยู่ในป่า
มองไปข้างหน้า มันถูกบังมิดด้วยต้นไม้ ที่แตกกิ่งก้านสาขาออกมาอย่างแน่นทึบ ถึง 3 ต้น
มีช่องเล็กๆ...ที่ผมพอจะเสี่ยงตีแหวกออกไปได้
ในเวลาเดียวกัน....ผมก็สามารถที่จะเลือกที่จะเคาะวางออกมาข้างๆได้เช่นเดียวกัน
ผมเลือกไม่ถูกจริงๆ....

"เทเลอร์...เอาไงดีวะ? กูว่าจะเสี่ยงตีแหวกช่องแคบว่ะ มึงว่าไง?" ผมถาม

"แอ๊งค์....มึงคิดดีๆนะ นี่หลุมพาร์ 5 นะมึง มึงจะตีแหวกช่่องแคบเพื่อไร.....กูเข้าใจนะ ถ้าออกไปได้
มึงจะดูเทพมากในสายตาคนอื่น แต่สุดท้ายมันก็ต้องตี 3 ออนเหมือนกัน ใช่จริงอยู่นะ ที่ระยะมันจะเหลือขึ้นกรีนได้ง่ายกว่า
แต่มึคงลองคิดดูได้คุ้มเสียมั้ย? อย่าติดดูดีเพื่อน เดี๋ยวมึงจะไม่เหลือดีให้ดูนะ!!!!"

ณ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนโดนเพื่อนกระซวกใส่้มากครับ แต่เป็นการเตือนสติที่จริงใจมากๆ
"แล้วสรุปเอาไงดีอะมึง?" ผมถาม

"มึงเห็น ช่องข้างๆนี่มั้ย มันกว้างมากเลย มึงเอาเหล็ก 8 มาเคาะไปตรงนี้ วางบอลกลางลำตัวหน่อย
แล้วลองกะน้ำหนักมือ ดู เดี๋ยวมึงจะรู้เองว่าแค่ไหนคือ น้ำหนักมือที่เหมาะสม แล้วตีเลย!!! วางบอลไปตรงนั้นก่อน
แล้วมึงจะเหลือไม่ถึง 200 หลา ยังไงก็ 3 ออนได้เหมือนกัน เชื่อกู!!!!"

"โอเคๆๆ...เหล็ก 8 นะ" ผมลองที่จะเชื่อเค้าดู....ผมหยิบเหล้ก 8 ออกมา แล้ว ซ้อมสวิงไป 3 ครั้ง
และผมก็เจอน้ำหนักมือที่ คิดว่าน่าจะพอดี
ผมเข้า setup ตามที่เค้าบอก และ เน้นเรื่อง สภาวะสมดุล และ ผมก็ หวด...

ฉึบ.....ไม้โดนลูกกอล์ฟเนื้อๆ...ลูกกอล์ฟพุ่งออกจากหน้าไม้ พุ้งสูงระดับหัวเขา และ ตกห่างออกไปราวๆ 25 หลา
และวิ่งไปหยุดอยู่ที่ชายแฟร์เวย์ด้านขวา.....ตามที่เทเลอร์บอกไว้ เป๊ะ!!!!!

และผมก็เดินต่อไปที่ลูกเพื่อที่จะไปตีช็อตต่อไป....ในระหว่างที่เดินไป ผมมีความรู้สึกว่า
ช็อตต่อไปเนี่ย เท่าที่ผมมอง ผมว่าระยะมันน่าจะ 186 หลาได้...
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าทำไมต้อง 186 แต่ มันรู้สึกแบบนั้น

พอผมเดินถึงลูก เพื่อความแน่ใจ ผมก็หยิบกล้องวัดระยะขึ้นมาส่องดู
....ผมถึงกับตลึง...เพราะเลขที่ออก...คือ 186 หลา จริงๆ
แต่สิ่งที่แปลกกว่านั้นคือ...ปกติระยะนี้ ผมจะต้องตีเหล็ก 6
แต่ไม่รู้ทำไม...ความรู้สึกของผมมันบอกว่า ช็อตนี้มันต้องเหล็ก 7

"เห้ยมึง!!! ตีไงดีวะ....." ผมถาม
"มึงรู้สึกว่าไงล่ะ...."
"กูรู้สึกว่า กูต้องตีเหล็ก 7 ว่ะ แต่มึง...ระยะนี้ปกติกูตีเหล็ก 6 นะ เอาไงดี?" ผมถาม
"มึงลองทำตามที่มึงรู้สึกเมื่อกี้นี้ดู...เชื่อกู"

ผม ก็หยิบเหล็ก 7 ขึ้นมา สวิงลม 2 ที แต่ด้วยความที่ยังสงสัยในใจ ก็เลยถามอีกที

"มึง....เอาจริงดิ" ผมถาม
"เออ....มึงลองทำตามที่มึงรู้สึกเมื่อกี้นี้ดู...เชื่อกู"

และก็เป็นอีกครั้งที่ผมลองที่จะเชื่อเค้าดู....ผมหยิบเหล้ก 7 ออกมา แล้ว ซ้อมสวิงไป 3 ครั้ง
แต่เนื่องจากมีความลังเลในใจอยู่....เลยลืมเรื่องการเตรียมร่างกาย ให้อยู่ในสภาวะสมดุล
และผม...ก็ตีบอลออกไป
ช็อตๆนี้ มีอาการกระตุกเล็กน้อยตอนลากไม้ขึ้น เนื่องจากมีความกังวลอยู่ในใจ
ลูกกอล์ฟลอยออกไป ทางซ้ายของธง และ ตกลงบนพื้น แถวๆขอบกรีย
สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ!!! ระยะที่กะจากความรู้สึกคัร้งแรก และ เหล็กที่รู้สึกว่าต้องเลือกคือ เหล็ก 7
ที่ปกติไม่เคยตีถึงมาก่อน แต่เนื่องจากความรู้สึกบอกให้ตี...ก็เลยลองทำตามดู
ผลปรากฎว่า....ระยะเป๊ะเลย!!!! แค่ทิศทางไม่ตรงเท่านั้นเอง


"เห้ย!!!!มึง....เอาจริงดิ กูตีถึงด้วยอะ ไม่อยากเชื่อเลย ทำไมที่ผมรู้สึก มันถึงออกมาเป็ะขนาดนี้" ผมถาม

และสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ตรงนี้ มันเป็นอะไรที่ เปิดกระโหลกผมมากๆ

"มันคือการเชื่อมโยงและเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่าง จิตสำนึก และ จิตใต้สำนึกอย่างกู
แต่มึงรู้ไรมั้ย...ว่าทำไมมึงถึงรู้สึกแบบนั้น"

"ทำไมวะ เพราะอะไร?...." ผมถาม

"มึงรู้มั้ยว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้สามารถสื่อการกันได้ ไม่ว่าจะเป็น
คน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ หรืออะไรก็ตามแต่ เพราะ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมี ต้นกำเนิดเหมือนกัน
คือ......พลังงาน หรือ ธาตุตั้งต้น เป็นสื่อกลาง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกมีสิ่งเหล่านี้ร่วมกัน
มันเลยสื่อสารผ่านสือ่กลางที่เรียกว่าพลังงาน.....มันไม่มีข้อจำกัดทางภาษาใดๆทั้งสิ้น

ไม่มีความบลำเอียง...ไม่มีความชอบ ไม่มีความไม่ชอบ พลังงานที่เป็นสารตั้งต้่นของทุกสิ่ง
จะสื่อสารและ เป็นในแบบที่เป็น ไม่มีศูนย์หาย ทุกสิ่งทุกอย่างเลยสื่อสารกันได้หมด
แต่ที่ผ่านมาในชีวตเรา.....เราถูกจำกัดและให้ใช้ชีวิตอยู่กับ การสื่อสารและรับรู้ผ่านประสามสัมผัส
ทั้ง 5 มาตลอด (ตา หู จมูก ลิ้่น สัมผัส) และ เรามักจะเชื่อทุกอย่างจากสิ่งเหล่านี้

มันเลยทำให้เราเกิดความลำเอียง และ หลงไปกับรูปรสกลิ่นเสียงได้...ทั้งๆที่เรารู้ลึกๆว่าอะไรดีไม่ดี
แต่เราก็ยังเลือกเพราะ เราถูกยึดติดกับสิ่งเหล่านี้...

เหตุการ์ณที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ที่มึงกะระยะถูก และ ความรู้สึกบอกให้ตีเหล็ก 7 นั่นอะ
จริงๆแล้ว มันคือ การสื่อสารจากธรรมชาติรอบด้าน ผ่านพลังงาน มาที่จิตใต้สำนึกของมึง ก็คึอกู
และทำให้มึงสามารถรับรู้ได้ อย่างเป็นกลาง ไม่มีลำเอียง

แต่ ณ ช่วงเวลาที่มึง ลังเล ว่าจะตีเหล็ก 6 และไม่เชื่ออย่างหมดใจ กับสิ่งที่กูสื่อสารกับมึง
เพราะเบื้องหลังการตัดสินใจ มึงถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวทั้งสิ้น....
มันเลยทำให้มึงลำเอียงในใจ....ลังเล และ เลือกไม่ถูก

ถ้ามึงไม่เชื่อว่า...เรื่องนี้เป็นจริง ที่ว่า...ทุกอย่างสามารถสื่อสารกันได้...มึงเคยได้ยินคำว่า
"ของชิ้นนี้ มันรอเจ้าของมั้ย" นี่แหละ มันอาจจะดูงมงาย แต่บอกเลยว่า ทุกอย่างถูกสื้อสารสื่อกลางที่เรียกว่า
"พลังงาน" ทั้งสิ้น...

ถึงลูกกอลืฟแล้วแอ๊งค์....มาลุยต่อเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อเรื่องนี้....

ผมเดินมาถึงลูกกอล์ฟ....งลูกนั้นตกอยู่ข้างกรีน ห่างจขากหลุมไปราวๆ 15 หลา
พื้นที่หน้าลูกกอล์ฟนั้น เรียบมากพอที่ทำให้ผม สามารถที่จะพัตต์ได้
ผมจึงตัดสินใจเลือกพัตเตอร์ทันที....

และผมก็ไม่รอช้าเริ่มเข้าไปดูไลน์ทันที...ผมดึงต้นขากางเกงขึ้น เพื่อให้ผมสะดวกต่อการนั่งยองๆลง
เพื่อที่จะทำให้ลงต่ำใกล้พื้นมากที่สุด และ จะได้เห็นไลน์ชัดขึ้น
ผมมองเส้นทางที่จะให้ลูกกอล์ฟไป....ผ่านการจินตนาการ
และ ผมก็เห็น.....ผมรู้สึกว่ามันน่าจะต้องเล็งไปทางซ้ายประมาณ 1 ศอก
พอลูกสวิ่งไปถึงกลางทางมันน่าจะหักขวากลับ
และ ที่ปากหลุม มันก็จะกลับเข้าสู่ไลน์เดิม
ด้วยความสงสัย อยากหาความมั่นใจ ผมเลยถามเทเลอร์


"มึงๆ ยังไงดีวะ ซ้ายดีมั้ย ?" ผมถาม

"จงเชื่อในสิ่งที่มึงเห็น และ สัมผัสในสิ่งที่มึงรูั้สึก แล้ว มึงจะรุ้เองว่ามึงต้องเลือกอะไร" เขาตอบ

ใจลึกของผมๆกำลังลังเลว่าผม จะเชื่อความคิดแรกดีมั้ย หรือ จะเชื่อความคิดที่ 2 ที่ ต้องเผื่อซ้ายน้อยลง

ด้วยความที่ผมยังคงลังเล...ผมเข้าไปยืนที่ลูกกอล์ฟ หา สภาวะสมดุล และ หาจุดเล็ง เพื่อให้ได้ตามความคิดแรก
แต่ในวินาทีสุดท้าย!!!! ผมเลือกที่จะดัดหน้าไม้กลับมา ให้ตรงกับความคิดที่ 2

ลูกกอล์ฟกลิ้งออกไปนอกไลน....แต่ยังดี ถึงแม้ลูกจะไม่ลงหลุม แต่ก็ใกล้พอที่ผม จะเขียมันลงหลุมในช็อตต่อไปได้ง่ายๆ
ผมขนลุกซุ่...พร้อมกับต่อว่าตัวเอง "แม้งเอ้ย!!! ทำไมกุไม่เชื่อความคิดแรกวะ"
ผมเดินไปถึงลุก เขี่ยลูกลงหลุม

ผมได้ พาร์!!!! ในหลุมพาร์ 5 นี้...ทั้งที่จริงๆ ถ้าผมเชื่อความคิดแรก ผมจะได้ เบอร์ดี้ ออก 4 (-1) ด้วยความสงสัย
ผมเลยถามเค้าไป
"เทเลอร์ๆ....กูน่าจะเชื่อความคิดแรกว่ะ" ผมบ่นด้วยความเสียดาย

"มึงจำไว้นะแอ๊งคฺ์.....ความคิดแรกมักถูกเสมอ เพราะ มันคือการสื่อสารจากธรรมชาติ ผ่านพลังงาน ที่ไม่มีความลำเอียงและ บิดเบือน
ไม่เป็นไรนะ ยังมีอีกตั้ง 17 หลุม ไมได้ตีมา 1 ปี เริ่มต้นได้ดีนะมึงเนี่ย....ปะๆๆๆต่อๆๆ "

ระหว่างนั้น....พี่ๆอีก 3 คน และ น้องอีกคน เดินไปถึงทีออฟ หลุม 11 ซึ่งเป็นหลุมที่ 2 ที่ผมเล่น..อากาศเริ่มร้อนขึ้นมากกว่าตอนเริ่มเสียอีก
จึงทำให้ผมเดินช้าลง........และผมก็มาถึงทีออฟหลุมที่ 11 เป็นหลุมพาร์ 3 ที่ล้อใรอบไปด้วยน้ำ ระยะ 150 หลา

หลุมนี้ผมมีประวัติที่ไม่ค่อยดีกับมันเท่าไร....

ผมจะสร้างประวัติศาสตร์กับหลุมนี้ในครั้งนี้ยังไง...ผมและเทเลอร์จะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ได้มั้ย....และสิ่งที่ผมจะได้เรียนรู้ในแบบ
ที่ไม่เคยรู้มาก่อนมีอะไรต่อบ้าง

ติดตามต่อในวันพรุ่งนี้นะครับ.....

เจอกันวันพรุ่งนี้นะครับ



#แอ๊งค์

01/03/2019

ขอเวลานิดนึงนะครับ EP 4 เขียนจบแล้ว เน็ตล่มหายเรียบ
เดี๋ยวเขียนเสร็จแล้วจะมาลงให้นะครับ

27/02/2019

EPISODE 3 "การรับรู้ทางร่างกายและจิตใจ แก้ YIPS"

"เดี๋ยวก่อน.....กูมีอะไรจะบอกมึงนิดนึง"

"อะไรของมึงวะ" ผมตอบกลับไปด้วยความหงุดหงิด จนต้อง เบรคไม้กอล์ฟ ตอน Downswing กันเลยทีเดียว

"เวลามึงขึ้นไม้ มึงคิดแค่ 2 อย่างพอ อย่างแรก ดึงใหล่ขวาให้ไปอยู่หลังคอ อย่างที่2 คือ พับข้อศอกขวาด้วยในเวลาเดียวกัน"
เขากล่าว

ผมก็ไม่รอช้า..รีบทำตามทันที....
จนผมก็เริ่ม Downswing ในแบบของผม....

ชึ้บบบบบบบ.........เสียงไม้กระทบลูก สัมผัสได้เลลยว่าเป็นช็อตที่ตีโดนลูกได้ดีในระดับหนึ่ง...

แต่พอหันไปดู ลูกก็ลอยไปอย่างสวยงาม แต่ไปทางซ้ายเป้า

"ตีต่อไปมึง....ลองแต่ง....การ Set Up ดู จำไว้นะว่า ยืนไงก็ได้ ที่ทำให้มึงรู้สึกว่า ลงตัว และ มั่นคงที่สุด!!! มันต้องไม่รู้สึกว่ามีแรงกด หรือ แรงต้านอะไรที่อยู่ที่ตีนมึงเลยนะ และ ในเวลาเดียวกัน มันจะต้องไม่รู้สึกเบาสบายจนเกินไปด้วย เดี๋ยวความรู้สึกมึงจะบอกเองว่า อะไรแค่ไหน....."

"โอเค....เดี๋ยวลองดู" ผมกล่าว

ผมลองตีลูกกอล์ฟที่เหลือ อีก 4 ลูก ผลงานแต่ละลูกนั้นก็มีดีบ้างเสียบ้าง แต่ลูกสุดท้ายเป็นลุกที่ผม รู้สึกว่าทุกอย่างใกล้เคียงคำว่า Perfect สุดละ

ช็อตนั้นผมตีโดนบอลเนื้อๆ...ลูกสอยออกไปอย่างสวยงาม และ ตกใกล้ๆธงห่างออกไปจากธงอีก เพียง 5 ฟุต

ผมเริ่มติดใจ จึงรีบเดินไปเก็บลูกมาอย่างเร่งรีบ เพื่อที่จะได้ซ้อมอีก.... ทันใดนั้นเอง เขาก็บอกผมว่า...

"พอก่อนมึง....มึงตีได้แล้ว ที่เหลือไปตีเอาในสนาม"

"กูเพิ่งตีได้ลูกแรกเองที่มันเจ๋งๆ กูอยากจำความรู้สึกนี้และทำซ้ำได้" ผมเถียงกลับไป

"เดี๋ยวกูจะเป็นคนช่วยมึงทวนเอง และ จะคอยบอกมึงเองว่าต้องทำไงบ้างเพื่อให้ได้แบบนี้" เขากล่าว


"มึงรู้ไรมั้้ย แอ๊งค์ การรับรู้ของคนอะ มึงเคยได้ยินคนเขาพูดว่า..........อย่าจำ......แต่ต้องเข้าใจ...มั้ย?"

"เคยนะ ทำไมเหรอ? แล้วมันเกี่ยวไรวะ?" ผมถามกลับไปแบบมีอารมณ์

"มันมี 2 อย่างที่เราต้องเข้าใจคือ อย่างแรก.......
การรับรู้ทางกายภาพ.......อย่างที่สอง........
การรับรู้ทางจิตใจ"

"การับรู้ทางกายภาพ เกิดจากการเคลื่่อนไหวทางร่างกาย ซ้อมเพื่อให้จำ ทำเพื่อให้เข้าใจ"

"เวลาที่มึงเข้าไปซ้อมในสนามไดรฟ มัน คือการ ที่ทำให้กายหยาบของมึง......เคยชิน......มึงต้องเข้าใจก่อนว่า ทุกๆการเคลื่อนไหว ทุกๆประสบการ์ณมึงจำได้หมด.......ไม่เชื่อมึงลองนึกถึงตอนที่มึงหัดกินข้าวใหม่ๆสิ ตอนมึงเป้นเด็ก มึงใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะหยิบช้อนขึ้นมาทานข้าวได้....

แต่เนื่องจากว่า.....การกินข้าว คือ หนึ่งสิ่งที่ทำให้ชีิวิตมนุษย์อยู่รอด เด็กจึงต้องทำซ้ำบ่อยๆเพื่อให้เค้าสามารถกินข้าวได้ด้วยตัวเองเพื่อเอาตัวรอด จนวันนึงเด็กสามารถกินข้าวได้เองถูกมั้ย?"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน นี่กูมาตีกอล์ฟ มึงกำลังเพ้อเจ้ออะไร?" ผมตอบกลับไปด้วยความหงุดหงิดปนกับความงง

"ใช่...กูรู้มันฟังดูไม่เกี่ยวอะไรกันเลย แต่มึงลองดูดีๆนะ.....
ในการกินข้าวของเด็ก....มันคือการทำซ้ำที่ปราศจาก ตรรกกะ สมองเราตอนนั้นยังไม่เติบโตพอที่จะคิดเป็นเหตุเป็นผล....
สิ่วที่เด็กทำคือ.....สัญชาติญานล้วนๆ!!! หรือ พูดอีกอย่างนึง คือ มันคือ การลงมือทำจาก จิตใต้สำนึกล้วนๆ"

"แต่พอเราโตขึ้นมา เรามักถูกสอนให้คิดอะไรเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น.......ใช่จริงอยู่ที่ความคิดเป็นเหตุผลเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชีวิตมนุษย์.....แต่ในทางกลับกันมันก็ส่งผลเสียมากเช่นเดียวกัน...ถ้ามึงใช้มันผิดเวลา เพราะมันจะทำให้เราไร้ ความเป็น อิสระ"


"มึงเคย...เห็นคนที่เค้า พัตตกอล์ฟแล้ว YIPS มั้ย?"

"เคยดิ" ผมบอก

ปล.สำหรับท่านที่ยังไม่ได้เล่นกอล์ฟ YIPS คืออาการคล้ายชักกระตุกจากการพัตตกอล์ฟ คือ พัตต์แรงกว่าปกติผิดกว่าที่ตั้งใจไว้เยอะมาก หรือ ภาษาวัยรุ่นอย่างเรามักชอบเรียกว่า "ลั่น!!!"


"ถ้าเค้าใช้จิตสำนึก หรือสมองที่เต็มไปด้วยเหตุผลในการพัตต์ มันจะทำให้เกิด YIPS เพราะเบื้องลึกมันมาจาก ความคาดหวัง และ ความกลัวอันมากโขล้วนๆ.......สิ่งที่เค้าทำหลังจากที่จบการเล่นในวันนั้น เค้า.......ก็จะกลับไปซ้อมมันมากขึ้นๆๆๆๆ"


"เพราะเค้าคิดว่าร่างกายมันยังไม่จำ และ ยังดีไม่มากพอ อย่างที่กูบอกไป การทำซ้ำ จะช่วยส่งเสริม การรับรู้ทางร่างกายที่มากขึ้น และ การรับรู้ทางร่างกายที่มากขึ้น จะทำให้เราเข้าสู่การรับรรู้ทางจิตใจที่ดีขึ้นด้วย"


"อ้าว.....แล้ว ถ้าการรับรู้ทางจิดใจที่ดีขึ้น ทำไมคนเหล่านั้นซ้อมมาเยอะ แต่ทำไมยัง YIPS อยู่อะ? ในเมื่อมึงบอกว่า

การทำซ้ำ จะช่วยส่งเสริม การรับรู้ทางร่างกายที่มากขึ้น และ การรับรู้ทางร่างกายที่มากขึ้น จะทำให้เราเข้าสู่การรับรรู้ทางจิตใจที่ดีขึ้นด้วย"


"มึงดูภาพนี้นะ

ตามความเป็นจริงมันต้องเป็นแบบนี้
_______________________________________
| การรับรู้ทางร่างกาย (ซ้อม ทำซ้ำ มากพอ) |
| | | |
| | | |
| V |
| การรับรู้ทางรู้จิตใจ (เชื่อใจ เข้าใจ) |
______________________________________

ในสภาวะปกติ...เมื่อทำซ้ำมากพอ...จะเกิด การรับรู้ทางร่างกาย ที่มากขึ้น ใน มันก็จะทำให้ การรับรู้ทางรู้จิตใจ เพิ่มขึ้นในจำนวนที่เท่าๆกันด้วย สถานการ์ณแบบนี้ เมื่อมันเกิดขึ้น มันจะเหมือนกับ เปิดก๊อกน้ำ หรือที่ฝรั่งชอบเรียกว่า "Flow" นั้นเอง


ในสภาวะแบบนี้ มนุษย์จะสามารถสร้างผลลัพธ์ได้สูงสุด..จนบางทีงงว่า ทำได้ไง"

"ถ้าเป็นแบบนี้ คนแม้งก็สำเร็จหมดแล้วดิ ทุกคนคงตี อันเดอร์กันหมด เป็นแชมป์กันหมดแล้วเมิงงงง" ผมสวนกลับไป


"ใจเย็นเพื่อน กูกำบังจะให้มึงกูภาพนี้" แล้วเขาก็ฉายภาพนี้ขึ้นมาใน จิตใต้สำนึกผม

_______________________________________
| การรับรู้ทางร่างกาย (ซ้อม ทำซ้ำ มากพอ) |
| | | |
| | | |
=====รัก/โลภ/โกรธ/หลง/กลัว/คาดหวัง/อยากได้====
=====กลัวศูนย์ฺเสีย/กลัวเสียตัง/กลัวเสียหน้า/ชะล้าใจ==
| |
| |
| การรับรู้ทางรู้จิตใจ (เชื่อใจ เข้าใจ) |
______________________________________

มึงเห็นมั้ย รัก/โลภ/โกรธ/หลง/กลัว/คาดหวัง/อยากได้
กลัวศูนย์ฺเสีย/กลัวเสียตัง/กลัวเสียหน้า/ชะล้าใจ และ อารมณ์อื่นๆ


สิ่งเหล่านี้ล้วนขับเคลื่อนเบื้องหลังด้วย ความกลัวทั้งสิ้น...
และเมื่อนั้น เราจะไม่สามารถ ทำอะไรได้ไหลลื่นได้อีก


นักกอล์ฟที่ประสบความสำเร็จ หรือ ผู้สุดยอดในสายอาชีพทุกๆสายอาชีพ ไม่ได้แปลว่าเค้าจะไม่เจอกับสิ่วเหล่านี้ เค้าเจอกันหมด!!!

เพียงแต่ว่าเค้ารู้วิธีการออกจากมันต่างหาก......


"วิธีนั้นคืออะไรวะ?" ผมถาม

"ง่ายมาก.....วิธีการก็คือ เขื่อในคนข้างในของมึง" เขาบอกผม

"เชี้ยยย...แล้วมันเป็นยังไงวะ แล้วถ้าคนอื่นเค้ารู้เรื่องนี้ เค้าจะหาว่ากูบ้ามั้ยเนี่ย ฮะ?" ผมสวนกลับไป


"อ่อ...ไม่แปลกหรอก เพราะมึงลองดูดีๆสิ ทุกสายอาชีพคนสำเร็จมันมีน้อยเหลือเกิน และในคนจำนวนน้อยนั้น เค้ารู้เรื่องนี้ มันคือ การที่มึงคุยกับกูได้อยู่ตอนนี้ไง ถ้าคนทุกคนเข้าถึงสิ่งนี้กูบอกเลย โลกจะไม่มีวันเป็นแบบนี้แน่นอน และ ความสำเร็จจะมีได้กับคนทุกคน"


"กูถึงบอกมึงไง....มึงเชื่อกูนะแอ๊งค์...มึงอยากตีดี...เดี๋ยวกูจะบอกมึงเองว่าต้องทำยังไงบ้าง"


และผมก็เดินมาถึงทีออฟ หลุมแรกของผม ตอนนั้นผมก็ได้เจอพี่ๆอีก 3 คน และ น้องชายอีก 1 คน

พอถึงคิวผมตี..ตอนนั้นผมก็ตื่นเต้นและตัดสินใจทำอะไรไม่ถูกเพราะ มัวแต่คืิดว่า จะทำอย่างไรดี ไม่ได้จับไม้กอล์ฟมานาน

และแล้วก็มีเสียงเรียกผมจากจิตใต้สำนึกออกมาว่า

"มึงอย่าลืมสิ...มึงมีกูอยู่...กูช่วยมึงได้...ถามกูได้"


คำถามที่ผมถามคืออะไร....ช็อตแรกของผมผลงานเป็นอย่างไร....การตีกอล์ฟของผมที่ห่างเหินไป 1 ปี จะจบแบบไหน....

ติดตามต่อในวันพรุ่งนี้นะครับ.....

เจอกันวันพรุ่งนี้นะครับ



#แอ๊งค์

27/02/2019

EPISODE 2 "เชื่อแบบหมดใจ"

ผมเดินต่อไปที่ทีออฟหลุมแรก...ที่สนามวอเตอร์มิลล์

ปล. ผมเริ่มสตาร์ทที่หลุม 10 ดังนั้นผมขอให้ผู้อ่านทุกคนเข้าใจตรงกันว่า หลุม 10 คือหลุม 1 ละกันนะครับ

ในระหว่างนั้นเอง..ผมก็ได้ทำการเดินไปที่ทีออฟ...ผมมีความรู้สึกว่ามันน่าจะยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะได้ออกรอบจริงๆ

ทันใดนั้นเอง เสียงจากจิตใต้สำนึกของผมก็พูดขึ้นมาว่า
"แอ๊งค์ มึงไปตีบอลสักหน่อยมั้ย?"

ผมก็งงแล้วถามกลับไปข้างในว่า

"ไหนมึงบอกว่า มึงไม่ให้กูซ้อมไง" ผมบอกกลับไป

"ใครพูด...กูไม่เคยพูดกับมึงสักคำว่าไม่ให้มึงซ้อม...มึงถามกูก่อนหน้านี้ว่ามึงจะได้ซ้อมมั้ย? กูแค่บอกว่าเดี๋ยวมึงก็รู้เอง"

ช่วงเวลานั้น...ผมงงมาก รู้สึกทำตัวไม่ถูก และทันใดนั้นก็เสียงจากจิตใต้สำนึกก็บอกผม

"มึงกำลังงงใช่มั้ย..ว่าต้องทำไงต่อ?"

"เออ...กูงงทำไรไม่ถูกจริงๆ"

"ถ้ามึงอยากรู้มึงก็หัดถามดิ..ใช้จิตสำนึกกับสมองคิดมึงจะคิดอะไรออกวะ...เพราะมันมีแต่เหตุผลและตัวตนอยู่ในนั้น?"

ทันใดนั้นผมก็คิดได้ว่า เออว่ะ ทำไมกูไม่ถามวะ มันง่ายแค่นั้นเอง

"แล้วกูต้องทำอะไรต่อ" ผมถาม

"มึงให้แคดดี้มึงลากถุงไปตรงลานซ้อมลูกสั้นที่หน้าสนาม..ถึงตรงนั้นมึงเอาลูกกอล์ฟออกมา 5 ลูกพอ พร้อมกับเวจ 54 ของมึง"

"เหรอวะ...ใช่เหรอ" ผมถาม

"มึงเชื่อกูแอ๊งค์..มึงอยากตีดีไม่ใช่เหรอ..กูบอกมึงอยู่นี่ไงว่ามึงต้องทำอะไร..ขอเพียงอย่างเดียว.....เชื่อกูหมดใจได้มั้ย?"

"ได้ซิ..กูเชื่อมึง" ผมบอกกลับไปทั้งๆที่
ลึกๆแล้วผมยังไม่เชื่อซะทีเดียว เพราะมันฟังดูไร้เหตุผลสิ้่นดีที่จะต้องมาเชื่ออะไรแบบนี้

ระหว่างที่ผมเดินไปถึงลานซ้อมลูกสั้นกับแคดดี้ ผมก็คิดกับตัวเองว่า

"เหี้ยเอ้ย....กูกำลังบ้าใช่มั้ยนี่อยู่ๆกูต้องมาเชื่อเสียงอะไรก็ไม่รู้"

"มึงไม่บ้าหรอก...มึงฟังนะแอ๊งค์ ถ้ามึงเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เค้าอาจจะหาว่ามึงบ้า แต่กูบอกเลยว่านี่ คือคนๆเดียวที่มีอยู่ในตัวของผู้ยิ่งใหญ่หลายๆคน......
คนที่ทำให้ โทมัส เอดิสัน ผลิตหลอดไฟจนคนเรามีหลอดไฟใช้ได้....
...........คนเดียวกับที่...................
พี่น้องตระกูลไรท์ สร้างเครื่องบินได้
กูไม่ใช่คนวิเศษ....กูคือคนที่อยู่ข้างในตัวของมึง.....
มนุษย์ทุกคน....มีคนๆนี้ติดตัวมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว เพียงแต่เค้าไม่เชื่อ...."
...........อ้อ....และก็เป็นคนเดียวกับที่.......ทำให้ Vijay Singh ไม่ต้องมีโค้ช ไม่เชื่อมึงไปดูผลงานเขาละกัน......

"เออ..กูก็แอบไม่เชื่อนะตอนแรก แต่ถามจริงเหอะ... เพราะอะไรวะ" ผมถาม

"เดี๋ยวกูจะค่อยๆเล่าให้มึงฟังเองระหว่างที่เราออกรอบกัน แต่ตอนนี้กูขอให้มึงเชื่อกู...แบบ 100% ก่อนได้มั้ย?..........อ่อกูลืมบอก.....กูชื่อ Taylor นะ"

"เดี๋ยวๆๆๆๆ....มึง....มี....ชื่อ...ด้วย...เหรอ..."
ผมถามกลับไป

"ใช่กูชื่อ Taylor กูคือ จิตวิญญานของมึง"

"กูว่ามันน่าจะไปกันใหญ่แล้วนะ....มึงมีชื่อ....แล้วมึงก็บอกให้กูเชื่อมึง....ทั้งๆที่เราเพิ่งคุยกันมาได้ 2 วัน
..และมึงก็บอกว่า....คนที่ยิ่งใหญ่ในโลกหลายๆคนเค้ามีคนแบบมึงอยู่....
แล้วที่คุยกับมึงอยู่ตอนนี้คืออะไรวะ?
กูงงไปหมดแล้ว?" ผมถามกลับไปด้วยความกระวนกระวาย สงสัยอย่างถึงที่สุด

"เอางี้....มึงเชื่อกูได้มั้ย...ถ้าสิ่งที่มึงเชื่อกูวันนี้ มันไม่ทำให้มึงค้นพบ..เรียนรู้..อะไรใหม่ๆ...หรือแม้แต่ไม่ทำให้มึงดีขึ้นมึงไม่ต้องเชื่อกูอีกเลย.....แต่กูขอวันนี้วันเดียว...มึงให้กูได้มั้ย?" เขาถามผม

"โอเค....ก็ได้......." ผมตอบกลับไป ทั้งๆที่ลึกๆผมรู้สึกขัดแย้งมาก


และทันใดนั้นเอง!!! ผมกับแคดดี้ ก็เดินมาถึงลานซ้อมลูกสั้น ที่มีความยาวราวๆ 100 กว่าหลา ทมีกรีนกว้าง ประมาณ 20 หลา จากชายน้ำมาจนถึงถนนที่รถจะวิ่งเข้าคลับเฮาส์สนามกอล์ฟ....
มีบ่อทราย รายล้อมกรีนนี้อยู่รอบทิศ....บนกรีนมีธงสีเหลืองปักอยู่ 2 ธง....ด้านซ้ายของกรีน 1 อัน....ด้านขวาของกรีนอีก 1 อัน....

มีลมแผ่วๆอ่อนๆพัดผ่าน...บวกกับแสงแดดที่ร้อนขึ้น....ผมสัมผัสได้ถึงไอดินที่ร้อนๆที่ระเหยขึ้นมาจากพื้น...

ผมมองลงไปที่พื้น..หญ้าที่อยู่บนพื้นดินที่มีความไม่แข็งไม่อ่อน..สีของดินเป็นดินสีดำๆผสมกับกินสีแดงๆ มันทำให้ผมรับได้เบื้องต้นเลยว่า พื้นตรงนี้แข็งแน่นอน!!!

"มึงเอาลูกกอล์ฟออกมา 5 ลูกพอ พร้อมกับเวจ 54 ของมึง แล้วตีบอลไปที่ธงซ้่ายนั่น...." เขาบอกผม

"แล้วกูต้องตีไงวะ กูลืมหมดแล้วอะ....กูไม่ได้ซ้่อมมาปีนึงนะเว้ย" ผมบอกกลับไป

"มึงยืน address ไงก็ได้ ที่ทำให้มึงรู้สึกว่า ลงตัว และ มั่นคงที่สุด!!! มันต้องไม่รู้สึกว่ามีแรงกด หรือ แรงต้านอะไรที่อยู่ที่ตีนมึงเลยนะ และ ในเวลาเดียวกัน มันจะต้องไม่รู้สึกเบาสบายจนเกินไปด้วย เดี๋ยวความรู้สึกมึงจะบอกเองว่า อะไรแค่ไหน..... และ ขึ้นไม้มึงจินตนาการว่า มึง ดึงหัวใหล่ขวาไปที่หลังคอมึง" เขาบอกผม

"แล้วลงไม้ละ?" ผมถามกลับไป

"เดี๋ยวว่ากัน...กูจะบอกมึงต่อเอง....มึงลองตีก่อน"

ผมก็เริ่ม Set Up ร่างกาย และ Address เขาบอกดู ผมเจอจุดที่ผมคิดว่า ลงตัว และ มั่นคงที่สุด!!! มันต้องไม่รู้สึกว่ามีแรงกด หรือ แรงต้านอะไรที่อยู่ที่เท้าของผม.......จุดที่ผมเรียกมันว่า...ความลงตัว

เมื่อจับความรู้สึกนั้นได้ปั้ป....ผมเริ่มขึ้นไม้ตามที่เขาบอกผมทันที...และผมก็เริ่ม Downswing ในแบบของผม แตก่อนที่ผมจะ Downswing ก็มีเสียงนึงพูดกับผมออกมา

"เดี๋ยวก่อน.....กูมีอะไรจะบอกมึงนิดนึง"

คำตอบจะเป็นอย่างไร....อะไรจะเกิดขึ้นกับผม....อะไรที่ทำให้ผมต้องมาลานซ้อมแห่งนี้....

ติดตามต่อในวันพรุ่งนี้นะครับ.....

เจอกันวันพรุ่งนี้นะครับ



#แอ๊งค์

26/02/2019

ผมกลับมาแล้ว....

หนึ่งปีที่ไม่ได้จับไม้ กับสิ่งที่เหลือเชื่อทีเกิดขึ้น (5 Birdies)

หลังจากที่ผม ห่างเกินจากการตีกอล์ฟไป 1 ปีเต็ม

ไม่ได้จับไม้กอล์ฟ....ไม่ได้ซ้อม...ไม่ได้ตีลูกกอล์ฟ

ถึงแม้ว่าด้วยชีวิตจะเต็มไปด้วยภาระ และ การงาน

แต่ก็ไม่มีวันไหนเลย ที่ผมไม่คิดถึงกอล์ฟ....

จนกระทั่งเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 24 กพ ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปออกรอบอีกครั้ง

การออกรอบครั้งนี้ผมได้เรียนรู้ และ ค้นพบหลายอย่างที่ผมไม่เคยหาคำตอบได้มาก่อน

ก่อนหน้านี้ผมคิดเสมอว่า....ทุกครั้งที่ผมออกไปเล่น
.....ผมจะต้องดูดี.......
.....ผมจะเสียหน้าจากการตีไม่ดีไม่ได้.......
....ผมจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มันออกมาดี.......

สำหรับคราวนี้...มันแตกต่าวออกไป เหมือนโชคชะตา จักรวาลกำลังสอนอะไรบางอย่างกับผม

ผมเดินทางไปถึงสนามกอล์ฟ Watermill นครนายก โดยที่ผมไม่ได้ซ้อม เพราะ สนามนั้น ซ่อมอยู่และ ซ้อมไม่ได้

อย่างที่ผู้ที่ยิ่งใหญ่ในหลากหลายสายอาชีพเคยกล่าวไว้...
......ความเก่งมันอยู่ในตัวของทุกคน......

ผมได้มีโอกาสค้นพบบุคคลคนนึง และ คนๆนั้นอยู่ในตัวผมมาตลอด

......เค้า คือ........จิตใต้สำนึกของผม.........

ใจเย็นๆก่อนนะครับ.....นี่ไม่ใช่คอร์สสัมนา ที่จะบอกคุณว่า

คุณจะพูดกับตัวเองว่า "YES YES YES กูทำได้อะไรอย่างนั้น"

_____มัน_____ไม่_____ใช่!!!!!!!!

ทุกๆท่าน มีสิ่งเหล่านี้ติดตัวมาตลอด และ เค้าสื่อสารกับคุณอยู่ตลอดเวลา
.....จริงๆนะครับ....ตลอดเวลา!!!!!!!!

เพียงแต่เราไม่เคยฟังเขาเลยจริงๆ

ถ้าพูดให้ง่ายกว่านั้นอีกก็คือ.......ความคิดแรกนั้นถูกเสมอ!!!!

กลับมาเหตุการ์ณที่สนามวันนั้น......ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะต้องทำไงดี เพราะ ผมจะต้องออกรอบทั้งๆที่ผมไม่ได้ซ้่อมกอลฺ์ฟมา 1 ปี!!!

ผมเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย....เพราะลึกๆแล้วผมกลัว...

สิ่งที่ผมทำตอนนั้นคือ.....ถามคำถามกับตัวเอง

"กูจะทำอย่างไรดี?"

และ ไม่นาน ก็๋มีคำตอบจากในนั้นออกมาว่า

"มึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูจะเป็นคนบอกมึงเอง"

และ ผมกับพี่ๆ ก็พากันเดินไปที่ ทีออฟหลุมแรก เพื่อเตรียมออกรอบ....

จิตสำนึก....และ....จิตใต้สำนึกนั้น สื่อสารกับเราตลอดเวลา

แต่สิ่งที่จะพาเราไปถูกทางเสมอคือ.....จิตใต้สำนึก...

ผมเชื่อว่าหลายท่านที่อ่านมาถึงจุดนี้...คงอยากจะทราบกันแล้วว่า

อะไรจะเกิดขึ้นต่อ.....

สิ่งที่ผมจะเล่าต่อในครั้งหน้า...มันจะทำให้ทุกท่าน

ได้พบกัยสิ่งมหัศจรรย์หลายๆอย่าง.....ไม่ใช่เพียงแค่การเล่นกอล์ฟ

แต่เป็นทุกเรื่องของชีวิต

เจอกันครั้งหน้านะครับ



#แอ๊งค์

01/01/2019

🎉สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆทุกคนนะครับ🎉
🐷🐷🐷🐷🐷ปีหมู🐷 🐷🐷🐷🐷
❤️ขอให้ทุกท่าน เจอแต่เรื่องหมูๆนะครับ
❤️ใครตีกอล์ฟขอให้สกอร์ลด 10 สโตรค กินเพื่อน 10 ป๊อยขึ้น
❤️ขอให้ทุกใครที่เจอเรื่องหนักขอให้เบา
❤️ใครที่เจอเรื่องเบาขอให้หาย
❤️มีแต่สิ่งดีๆคนดีๆเข้ามาในชีวิต
❤️ใครที่มีคู่แล้วขอให้ครองรักกันนานๆ💑
❤️🚶🏼‍♂️ใครที่โสดขอให้เจอคู่ชีวิตที่ดี.ที่พากันเจริญ..อยู่กันจนแก่เลยนะครับ💃🏼🚶🏼‍♂️ .💑
❤️ใครทำธุรกิจขอให้ทำมาค้าขึ้น หยิบจับทุกอย่างเป็นเงินทอง💵
❤️ใครที่รับราชการขอให้ตำแหน่งขึ้นแบบก้าวกระโดด💵
❤️ใครที่เทรด หุ้น และ ฟอเรก จอให้เทรดได้กำไร 100%+ ในปีนี้ และ เข้ากี่ไม้ก็ถูกทุกทาง📈📉
❤️ใครมีหนี้ขอให้ปลดหนี้

❤️ขอให้ทุกคนสมหวังในทุกๆสิ่ง เจอแต่เรื่องจริงไม่ใช่เรื่องหลอก อยากจะบอกว่ารักทุกคน ❤️

💦ขอให้ท่านชายทุกท่าน แข็ง มีแรง และ มีน้ำยาตลอดไป💦

ขอให้ทุกคนสุขสมหวัง มีความสุขในปีนี้แบบ สุดๆไปเลย นะครับ 😉

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10170