Seree Golf

Seree Golf

แชร์

Attentived Golfers Since 1996
Working Hours
Monday-Sunday
7:00AM - 10:00PM
Please contact 094-941

01/09/2026
14/06/2026

https://www.facebook.com/share/p/1CrLprAUnM/?mibextid=wwXIfr

ทำไมนักกอล์ฟชายไทย ถึงไปไม่ถึงจุดเดียวกับนักกอล์ฟหญิงไทย ?

เมื่อประเทศไทยสร้างมือ 1 โลกหญิงได้ 2 คน แต่ยังหาซูเปอร์สตาร์ฝั่งชายไม่เจอ

ถ้าถามว่า ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจกอล์ฟโลกหรือไม่ ?
คำตอบอาจจะ ยังไม่ใช่

แต่ถ้าถามเฉพาะ “กอล์ฟหญิง” หลายคนคงตอบว่า ใช่

ทุกวันนี้ประเทศไทยมีนักกอล์ฟหญิงระดับโลกเต็มไปหมด
ไม่ว่าจะเป็น Jeeno Thitikul, Patty Tavatanakit, Ariya Jutanugarn หรือ Moriya Jutanugarn

เรามีนักกอล์ฟที่ขึ้นเป็นมือ 1 โลก
มีแชมป์เมเจอร์
มีนักกอล์ฟที่ติด Top 10 โลกพร้อมกันหลายคน

แต่เมื่อหันกลับมามองฝั่งผู้ชาย
คำถามที่น่าสนใจคือ

“ทำไมเราถึงไม่เคยผลิตนักกอล์ฟชายระดับ Top 10 โลกได้เลย?”

แม้จะมีนักกอล์ฟเก่งจำนวนมาก

/// หนึ่ง : คู่แข่งของผู้ชาย "โหดกว่า" หลายเท่า ///

ความจริงข้อแรกที่หลายคนไม่อยากยอมรับคือ
มาตรฐานการแข่งขันของกอล์ฟชายและหญิงไม่เท่ากัน

ในกอล์ฟหญิง
ประเทศที่ครองความยิ่งใหญ่มักกระจุกตัวอยู่ไม่กี่ชาติ
เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไทย และบางส่วนของยุโรป

แต่ในกอล์ฟชาย การแข่งขันแทบเป็นสงครามโลก
สหรัฐฯ
ยุโรป
ออสเตรเลีย
ญี่ปุ่น
เกาหลีใต้
แอฟริกาใต้
ละตินอเมริกา

ต่างมีระบบผลิตนักกอล์ฟระดับโลกที่แข็งแกร่ง
จำนวนผู้เล่นที่มีศักยภาพในการคว้าแชมป์ PGA Tour มีมากกว่าฝั่งหญิงหลายเท่า

นั่นหมายความว่า
การเป็น Top 10 โลกของผู้ชาย ยากกว่าการเป็น Top 10 โลกของผู้หญิงอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ดูเหมือนเพดานของนักกอล์ฟชายไทย จะหยุดอยู่ตรงระดับหนึ่งเสมอ
และเมื่อพูดถึงกอล์ฟชายไทยในเวทีโลก

ชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึง ก็คือ ธงชัย ใจดี
ชายผู้เคยขึ้นไปถึงอันดับ 27 ของโลก
เป็นแชมป์เอเชียนทัวร์ 13 รายการ คว้าเงินรางวัลมหาศาล
และได้รับการยอมรับจากนักกอล์ฟทั่วโลก

ปัญหาคือ หลังจากธงชัยแล้ว
เราแทบไม่เห็นใครก้าวขึ้นไปถึงระดับนั้นอีกเลย

/// สอง : ไทยยังไม่มีระบบ NCAA แบบที่ผลิตดาวดังโลก ///

หากมองเส้นทางของนักกอล์ฟชายระดับโลกจำนวนมาก
จะพบจุดร่วมสำคัญ

พวกเขาผ่านระบบกอล์ฟมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา
NCAA ไม่ใช่แค่การแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย
แต่มันคือโรงงานผลิตนักกอล์ฟอาชีพ

ที่มีทั้งโค้ช
นักจิตวิทยาการกีฬา
นักโภชนาการ
ฟิตเนส และการแข่งขันเข้มข้นทุกสัปดาห์
นักกอล์ฟหญิงไทยจำนวนมากใช้เส้นทางนี้

แต่ฝั่งชายไทยยังมีจำนวนไม่มากนักที่สามารถผ่านระบบดังกล่าวและก้าวสู่ PGA Tour ได้อย่างเต็มตัว

/// สาม : Power Game พละกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ///

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน
กอล์ฟอาชีพโลกยังเป็นกีฬาที่ “ความแม่นยำ” มีน้ำหนักสูงมาก

นักกอล์ฟอย่าง Luke Donald, Jim Furyk หรือแม้แต่ธงชัยเอง
ไม่ได้ตีไกลที่สุด แต่ชดเชยด้วยการควบคุมลูกที่ยอดเยี่ยม

ในยุคนั้น การตีไกลถือเป็นข้อได้เปรียบ
แต่ยังไม่ใช่เงื่อนไขบังคับของความสำเร็จ

คุณสามารถสู้กับคนที่ตีไกลกว่าคุณ 30 หลาได้
ถ้าคุณตีแฟร์เวย์แม่นกว่า
ตีเหล็กดีกว่า
และพัตต์ดีกว่า

แต่โลกกอล์ฟปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว

** ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหาร PGA ประจำภาคพื้นเอเชีย ตั้งคำถามไปว่า “คุณคิดว่า นักกอล์ฟชายไทยจะมีโอกาสกลับไปติดอันดับ Top ของโลกได้หรือไม่”

คำตอบที่ได้รับกลับมา น่าสนใจมาก
เขาบอกว่า ยุคนี้คือยุคของ Power Game

ถ้ามอง Top 20 ของโลกในปัจจุบัน
เราจะพบว่านักกอล์ฟส่วนใหญ่มีร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก

ไม่ว่าจะเป็น Scottie Scheffler, Rory McIlroy, Bryson DeChambeau หรือ Ludvig Åberg

สิ่งที่เหมือนกันคือ
พวกเขาตีไกล
และไม่ใช่แค่ไกล
แต่ไกลแบบควบคุมได้

เทคโนโลยีข้อมูลสมัยใหม่พิสูจน์ให้เห็นว่า
การตีไกลขึ้น 20-30 หลา
ช่วยลดความยากของช็อตถัดไปอย่างมหาศาล

เหล็ก 9 ย่อมง่ายกว่าเหล็ก 5
เวดจ์ย่อมง่ายกว่าเหล็กกลาง

ทุกอย่างเริ่มต้นจากระยะทีช็อต
ดังนั้น “พลัง” จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญกว่าที่เคย

ผมสรุปจากคำตอบคน PGA ไม่ได้บอกชัดว่า ชายไทยจะไปได้ไกลไหม แต่เสมือนบอกว่า ยังพัฒนาและต่อยอดได้

ตัดกลับมาที่นักกอล์ฟไทยล่ะ?

ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่ง
คนไทยโดยเฉลี่ยมีสรีระเล็กกว่าชาติตะวันตก
ทั้งส่วนสูง
มวลกล้ามเนื้อ
และพละกำลัง

แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ฝึกได้
แต่จุดเริ่มต้นอาจไม่ได้เท่ากัน

ถ้านักกอล์ฟอเมริกันอายุ 18 ปี สูง 190 เซนติเมตร หนัก 85 กิโลกรัม
กับนักกอล์ฟไทยอายุเท่ากัน สูง 172 เซนติเมตร หนัก 65 กิโลกรัม
ต้นทุนทางกายภาพย่อมต่างกัน

โลกกอล์ฟยุคใหม่จึงอาจไม่เป็นมิตรกับนักกอล์ฟเอเชียเท่าในอดีต

แต่ถ้าบอกว่านี่คือปัญหาของไทยเพียงประเทศเดียว ก็คงไม่ถูก
เพราะทั้งเอเชียกำลังเจอเรื่องเดียวกัน

ลองมองรายชื่อ Top 20 โลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
นักกอล์ฟเอเชียมีน้อยมาก

ญี่ปุ่นมี Hideki Matsuyama
เกาหลีใต้เคยมี Sungjae Im
แต่จำนวนโดยรวมยังน้อยกว่าฝั่งยุโรปและอเมริกาอย่างชัดเจน

นี่สะท้อนว่า โจทย์ไม่ได้อยู่แค่เรื่องพรสวรรค์
แต่อยู่ที่โครงสร้างการแข่งขันด้วย

/// สี่ : เรามีระบบสร้างนักกอล์ฟ แต่ยังไม่มีระบบสร้าง "ซูเปอร์สตาร์ชาย" ///

หากมองกอล์ฟหญิงไทย สิ่งที่เกิดขึ้นหลังยุคโปรเมคือ
เด็กผู้หญิงจำนวนมากเริ่มเชื่อว่าพวกเธอสามารถไปถึง LPGA ได้จริง

มีต้นแบบให้เห็น มีเส้นทางให้เดินตาม
มีความสำเร็จให้ศึกษา

แต่ฝั่งชาย
เรายังไม่มีนักกอล์ฟไทยคนใดที่ประสบความสำเร็จใน PGA Tour ระดับเดียวกัน

ผลคือ แรงบันดาลใจยังไม่ถูกส่งต่อในระดับเดียวกัน
และระบบยังขาด "คนเปิดประตู"

//// ห้า : เงินทุนและโอกาสแข่งขัน ////

การพัฒนานักกอล์ฟชายไปสู่ PGA Tour ใช้ต้นทุนมหาศาล
ทั้งการเดินทาง
การเก็บคะแนน
การเล่นทัวร์รอง
การใช้ทีมงาน
การสร้างประสบการณ์ในต่างประเทศ

หลายประเทศมีระบบสนับสนุนระดับชาติหรือมหาวิทยาลัยที่แข็งแรง
ขณะที่นักกอล์ฟไทยจำนวนไม่น้อยยังต้องพึ่งพาครอบครัวเป็นหลัก
ทำให้หลายคนไปไม่ถึงจุดที่ศักยภาพควรพาไป

แต่ข่าวดีคือ ประเทศไทยอาจกำลังเข้าใกล้คำตอบ
หากย้อนกลับไป 20 ปี

คนไทยก็เคยถามคำถามเดียวกันกับกอล์ฟหญิง
"เราจะมีมือ 1 โลกได้จริงหรือ?"
สุดท้ายคำตอบคือ ได้
และได้ถึงสองครั้ง

วันนี้ฝั่งชายกำลังเริ่มมีดาวรุ่งที่น่าสนใจมากขึ้น
มีนักกอล์ฟเยาวชนที่ได้รับการจับตามองในระดับนานาชาติ
มีผู้เล่นที่กำลังเดินตามเส้นทาง NCAA
และมีระบบเยาวชนที่แข็งแรงกว่ายุคก่อนอย่างมาก

บางทีคำถามอาจไม่ใช่ว่า
"นักกอล์ฟชายไทยจะไปถึงระดับโลกได้หรือไม่"
แต่อาจเป็นเพียง

"เมื่อไร"

/// บทสรุป ///

ความแตกต่างระหว่างกอล์ฟชายและกอล์ฟหญิงไทย
อาจไม่ได้อยู่ที่พรสวรรค์

แต่อยู่ที่โครงสร้างการแข่งขัน ระดับคู่แข่ง เส้นทางพัฒนา และระบบสนับสนุนที่แตกต่างกัน

กอล์ฟหญิงไทยพิสูจน์แล้วว่า ประเทศไทยสามารถสร้างนักกอล์ฟระดับโลกได้

โจทย์ของวงการในวันนี้
จึงไม่ใช่การพิสูจน์ว่าเราทำได้หรือไม่

แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นกับนักกอล์ฟชายเช่นเดียวกัน

เพราะหากวันหนึ่งมีนักกอล์ฟชายไทยก้าวขึ้นไปยืนบนเวที PGA Tour ในฐานะผู้เล่นระดับ Top ของโลก
มันจะไม่ใช่ความสำเร็จของคนคนเดียว

แต่มันจะเป็นหลักฐานว่า
วงการกอล์ฟไทยเติบโตขึ้นอีกขั้นอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว
ผมไม่ได้คิดว่านักกอล์ฟชายไทยไม่มีทางขึ้นไปถึงระดับโลก

ตรงกันข้าม ผมคิดว่าเรามีพรสวรรค์มากพอ
และยังคงตามหาผู้สืบทอดของธงชัย ใจดี อยู่จนถึงวันนี้....

18/02/2025

ยินดีกับโปรเจมส์ ด้วยนะครับ

https://www.facebook.com/share/p/1BLqHRAZjM/?mibextid=wwXIfr

“โปรเจมส์” เนติพงศ์ ศรีทอง ที่เพิ่งจะได้รองแชมป์ “สิงห์ ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส ครั้งที่ 25” ที่ขอนแก่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ยังคงฟอร์มเยี่ยมต่อเนื่องด้วยการคว้าแชมป์ในรอบคัดเลือก คว้าตั๋วลุยกอล์ฟดีพีเวิลด์ทัวร์ รายการ Porsche Singapore Classic ในเดือนมีนาคม 2568

ในการเล่นรอบคัดเลือก 18 หลุม ในวันนี้ (18 ก.พ.68) ณ สนาม Laguna National Golf Resort Club พาร์ 72 ที่จะให้สิทธิ์กับ 3 นักกอล์ฟนั้น เนติพงศ์ ทำสกอร์ 3 อันเดอร์ เข้าเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอีกสองคนที่ได้สิทธิ์ได้แก่ ชินนิชิ มิซูโนะ ที่ได้อันดับสองหลังชนะเพลย์ออฟอีก 2 นักกอล์ฟ และ ไบรเดน ลี ซึ่งจบอันดับ 5 แต่ได้สิทธิ์ในฐานะนักกอล์ฟสมัครเจ้าถิ่นที่มีผลงานดีที่สุด

การแข่งขัน Porsche Singapore Classic จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 มีนาคม 2568 โดยชิงเงินรางวัลรวม 2.5 ล้านเหรียญฯ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


66 Moo 7 Baromrajchonnee Road Talingchan Talingchan
Bangkok
10170

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 22:00
อังคาร 07:00 - 22:00
พุธ 07:00 - 22:00
พฤหัสบดี 07:00 - 22:00
ศุกร์ 07:00 - 22:00
เสาร์ 07:00 - 22:00
อาทิตย์ 07:00 - 22:00