18/04/2017
Pro Pras golf school
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Pro Pras golf school, สปอร์ตคลับ, Bangna, Bangkok.
18/04/2017
พฤหัสคลับฟิตติ้ง Thursday's club fitting เรื่องของก้านไม้กอล์ฟ( Golf shaft) ก้านไม้กอล์ฟมีลักษณะและคุณสมบัติหลักอยู่ 4อย่าง (Four Main Golf Shaft Characteristics) คือ
1. ความแข็งของก้าน(Shaft Stiffness) 2. จุดหรือตำแหน่งยึดหยุ่น(Shaft Flex Point) 3. น้ำหนักของก้าน(Shaft Weight) 4. การบิดตัวของก้าน(Shaft Torque) ลักษณะทั้งสี่ข้อนี้ เป็นข้อมูลขั้นพื้นฐาน สำหรับคนทำไม้กอล์ฟและนักกอล์ฟควรรู้ ถึงรายละเอียดของก้านและความแตกต่างของก้านแต่ละชนิดก่อนการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนก้าน เช่น ก้านเดิมที่ใช้อยู่และก้านใหม่ที่จะนำมาใส่แทนก้านเดิม ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรและเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกก้านที่เหมาะสมกับการสวิงของนักกอล์ฟ
1. ความแข็งของก้าน(Shaft Stiffness) ผู้เขียนเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ ถึงค่าความแข็งของก้านมีค่าเป็นตัวอักษร เช่น X-S-R-A-L-J, และมีค่าเป็นตัวเลขเช่น 4.0-4.5-5.0-5.5 ถึง 7.5 หรือมากกว่าหรืออาจมีทั้งตัวเลขกับตัวอักษรร่วมกันเช่น R1-R2 เป็นต้น(สามารถค้นหาย้อนหลังได้จากบทความพฤหัสคลับฟิตติ้งนี้ได้ครับ)
2. จุดหรือตำแหน่งยึดหยุ่น(Shaft Flex Point) หรือที่นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า คิกพ๊อยต์(Kick Point)หรือเรียกอีกอย่างว่า Bending Point สำหรับจุดนี้มีตำแหน่งการดีดตัวของก้านอยู่สามตำแหน่งคือ Low Mid Hight บางผู้ผลิตเพิ่มเข้ามาเป็นMid low และ Mid hight ระวังนะครับตำแหน่งของ Hight ไม่ได้หมายความว่าอยู่บนสุดของก้าน และ Low ก็ไม่ได้หมายความว่าอยู่ต่ำสุด Mid ก็ไม่ได้อยู่ตรงกลางก้านขออุบไว้ก่อนครับ ว่าอยู่ตรงไหนครั้งหน้าครับเพราะต้องอธิบายถึงความสัมพันธ์และการทำงานของก้าน
3. น้ำหนักของก้าน(Shaft Weight) คือน้ำหนักของก้านก่อนการตัด (trim) และหลังทำการประกอบกับหัวสามารถตัดได้ทั้งความยาวให้เหมาะสม(Trim Butt) และตัดส่วนปลาย(Tip)แต่ต้องรู้ว่าTip Section ที่ทางผู้ผลิตกำหนดให้สามารตัดได้เท่าไร
4. การบิดตัวของก้าน(Shaft Torque) หรือที่เรียกกันว่าทอร์คนั้น เป็นค่าการบิดตัวของก้านที่กำหนดมาจากโรงงานผู้ผลิต เมื่อประกอบเข้าไปกับหัวและกริ๊บส่วนใหญ่ค่าคงที่มาจากโรงงานจะเปลี่ยนไป คลับฟิตเตอร์ต้องเข้าใจและอธิบายได้ครับส่วนใหญ่จะไม่รู้แต่การบิดตัวของไม้กอล์ฟขณะดาวน์สวิงนั้นเรียกว่า Twisting ครับรายละเอียดเยอะมากครับ ไว้ค่อยเรียบเรียงกันต่อไปครับ : ข้อเตือนใจครับทำสวิงให้ได้ก่อนที่จะทำไม้กอล์ฟครับ สวัสดีครับ
พฤหัสคลับฟิตติ้งเรื่องของGrip กริพเป็นส่วนเดียวที่ติดกับอุปกรณ์กอล์ฟที่นักกอล์ฟสามารถจับต้องได้ขณะที่สวิง ตั้งแต่ต้นจนจบการสวิง ลักษณะของกริพจะเป็นรูปทรงกลมเรียวยาวส่วนที่ใหญ่ที่สุดคือส่วนที่อยู่ด้านบนเรียกว่า BUTT มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่แตกต่างกันไป ขนาดมาตรฐาน ของกริบกับขนาดมือของนักกอล์ฟชายจะอยู่ที่.600 หรือ.560 ของนักกอล์ฟหญิงหรือผู้ที่มีมือที่เล็กการทำ Custom fitting Grip (CFG) เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละบุคคล ถึงขนาด และชนิดของกริบที่ใช้เกิดจากความชอบและความถนัด ที่แตกต่างกันทั้งชนิดและรูปแบบ ส่วนใหญ่กริบที่ติดมากับชุดเหล็กหรือหัวไม้นั้นได้มีการออกแบบให้มี ขนาดที่พอเหมาะกับขนาดของมือโดยเฉลี่ยของนักกอล์ฟ ถือว่าเป็นขนาดมาตรฐาน ซึ่งกำหนดจากขนาดของส่วนท้ายของก้าน (Butt) ส่วนใหญ่จะมีขนาด.600 จำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้กริพที่มีขนาดเท่ากับก้านคือ.600ถ้าใช้ที่มีขนาดเล็กกว่าจะขยายตัวทำให้กริพมีขนาดใหญ่ขึ้นเพราะความหนาของเนื้อยาง ตรงข้ามถ้าใช้ขนาดที่ใหญ่ขึ้นก็จะหลวมและต้องพันกระดาษเพิ่มขึ้นทำไห้น้ำหนักและค่าของswing weight เปลี่ยนไป สำหรับขนาดของ Butt มาตรฐานส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ .600 .580 และ .560 ส่วนน้ำหนักของกริบก็จะมีน้ำหนักให้เลือกตามความต้องการ ชนิดของกริบลักษณะของกริบจะมีอยู่สองชนิด คือ RIB GRIP คือกริบที่มีสันเป็นแนวให้ลงร่องกับนิ้วมือในการจับและ ROUND GRIP ที่มีลักษณะกลมนักกอล์ฟสามารถจับได้ และกำหนดการจับให้หน้าไม้เปิดปิดได้โดยไม่ติดกับแนวสันของ RIB GRIP น้ำหนักของกริบที่ผลิตออกมาจากแหล่งเดียวกันใช้วัสดุเดียวกันแบบเดียวกัน จะมีความแตกต่างของน้ำหนักของกริบแต่ละอันไม่เท่ากัน อยู่ที่บวกลบไม่เกิน 4-5 กรัม การเลือกใช้น้ำหนักกริบที่เหมาะสม ทำให้น้ำหนักสวิงเวดจ์เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ดังนั้นการเพิ่มหรือลดสวิงเวจด์สามารถเพิ่มหรือลดน้ำหนักได้ทั้งสวิงเวดจ์และโทเทิลเวดจ์ (Swing weight and total weight) เป็นการปรับแต่งพื้นฐานอย่างง่ายๆด้วยตนเองและได้ผลดีในระดับหนึ่ง .....สวัสดีครับ
พฤหัสคลับฟิตติ้งสัปดาห์ที่ห้าครับ ขอเล่าย้อนหลังถึงคราวเมื่อยังสอนโครงการบริหารจัดการกอล์ฟ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหงตั้งแต่รุ่นแรก(2547) ได้เขียนตำราประกอบการเรียนการสอนทั้งหมด สามเล่ม คือ GF301 พื้นฐานการออกแบบและซ่อมสร้างไม้กอล์ฟ GF302 การตัดแต่งไม้กอล์ฟ GF 307 การจัดการร้านกอล์ฟ สำหรับการสอนที่มหาวิทยาลัยแสตมป์ฟอร์ด หัวหินได้เขียนอีกเล่มคือ GM109 Technique of Golf Swing หนังสือทั้งสราเล่มได้รวบรวมและเขียนถึง ทฤษฏี และนำประสบการณ์ในการทำงานด้านกีฬากอล์ฟ เรียบเรียงออกมาเป็นตำราเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน หนังสือทั้งสราเล่มได้ทำการจดลิขสิทธ์ และมีหมายเลข ISBN ตั้งแต่ปี 2549 พรบ. ลิขสิทธ์ฉบับใหม่ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 4 สค 58 ที่ผ่านมา ย่อมคุ้มครองหนังสือทั้งสี่เล่มด้วยครับ ควบคุมถึงบทความที่เขียนในหนังสือออนกรีนในคอลลัมน์ Equipment ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับการคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อใช้เนื้อหาหรือภาพเพื่อเป็นประโยชน์ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งนั้น ต้องขอความกรุณาแจ้งก่อนนำไปเผยแพร่ด้วยนะครับ ผู้เขียนไม่ได้รังเกียจหรือปิดกั้นยินดีที่จะให้นำไปใช้เพื่อการศึกษาและเป็นการให้ความรู้ ต่อวงการกอล์ฟต่อไป พบกันใหม่พฤหัสหน้าครับ
วันนี้ได้คุยกับ Ben Rod ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราคิดว่าเราเก่งเราทำเองได้โดยขาดความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน สมาคมกอล์ฟทั้งหมดและที่สำคัญที่สุดคือ โรงเรียนสอนกอล์ฟ ผู้สอนกอล์ฟที่ยังคิดที่จะได้ประโยชน์จากเยาวชนมากกว่าจะให้เยาวชนได้ประโยชน์ ด้วยการร่วมมือร่วมใจจากทุกๆฝ่าย Junior world คราวนี้คงบอกอะไรได้หลายอย่างถึงความร่วมมือร่วมใจว่ามีและขาดอะไรบ้าง Ben บอกกับผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัดคือการทำงานเป็นทีมและความเป็นมืออาชีพในการที่จะนำเยาวชนเพื่อให้ถึงเป้าหมายในอนาคตมากกว่าการสร้างภาพแล้วเอาประโยชน์มาเป็นผลงานของตนเอง Thanks Ben
"พฤหัสคลับฟิตติ้ง"สัปดาห์นี้ ต่อจากอาทิตย์ที่แล้วการทำคลับฟิตติ้งที่นิยมกันในปัจจุบันเปรียบเหมือนลมที่พัดผ่านแล้วก็หายไป การทำฟิตติ้งนักกอล์ฟมีนักกอล์ฟน้อยมากที่เข้าใจและพยายามที่จะปรับอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับตนเองด้วยสาเหตุหลักๆคือ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำ และไม่มั่นใจว่าผู้ทำจะมีความรู้จริง ประการสุดท้ายกลัวว่าขายต่อไม่ได้ราคาจึงไม่อยากดัดแปลง หรือตัดแต่งให้แตกต่างจากเดิมที่ผู้ผลิตผู้ออกแบบได้กำหนดค่าที่ออกมาส่วนใหญ่แล้วมักจะเลือกค่าความแข็งอ่อนของก้านให้เหมาะสมกับผู้เล่นหรือที่เราเรียกว่า Flex
พฤหัสนี้เรามาเริ่มกันที่เรื่องของ Flex ท่านนักกอล์ฟส่วนใหญ่จะรู้จักกันดีเรื่องของ Flex คือค่าวัดความแข็งของก้านม้กจะเรียกกันตามตัวอักษร เช่น
A: amateur J: Junior L:Lady เป็นความแข็งในระดับชั้นของนักกอล์ฟส่วนใหญ่บ้านเราจะไม่ค่อยจะเห็น Flex:A ความจริงแล้วระดับความแข็งอ่อนของ A จะใกล้เคียงกับ R (Regular) ซึ่งนักกอล์ฟมือใหม่หรือนักกอล์ฟสมัครเล่นและผู้ที่มีสวิงสปีด(Swing Speed)ที่ค่อนข้างจะต่ำถึงปานกลาง S (Steff) ระดับความแข็งจะสูงหรือแข็งกว่าก้าน R เหมาะกับนักกอล์ฟที่มีสวิงสปีดที่เร็วและความแข็งแรงการยืดหยุ่นของร่างกายที่ดีและ X (Extra stiff) เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่แข็งแรงและมีสวิงสปีดที่สูงเช่นนักกอล์ฟอาชีพเพราะมีขนาดความแข็งที่มากที่สุดอาจถึงขั้นที่ต้องมาใช้ก้าน XX ปัจจุบันนี้ได้มีผลิตก้าน SR (Stiff-Regular) กำหนดให้มีความแข็งอยู่ระหว่างกึ่งกลางของ R กับ S สำหรับนักกอล์ฟที่ไม่สามารถจะตี ก้าน R และก้าน S ได้ คือคิดว่าตี R ก็อ่อน ตี S ก็แข็งไป (เรื่องของจิตนะครับบ้างก็แก้ตัวว่าขอเดินสายกลางบ้างครับสาธุ.....)และ ระดับความแข็งที่ XS (Extra Stiff) ก็เช่นเดียวกับ RS ระดับความแข็งที่ออกมาของ XS นี้ก็เช่นกันยิ่งหลอนมากสำหรับนักกอล์ฟที่แข่งกันตีก้านที่แข็งกว่ากัน ตี X ก็ไม่ไปตี S ก็อ่อนก็บอกเลยครับบริษัทใหญ่เขาไม่ผลิตออกมาแล้วครับจะมีสูงกว่า X ก็จะเป็น XX เลยครับ XS นั้นไม่มีแล้วครับ สำหรับท่านนักกอล์ฟที่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ระดับความแข็งเท่าไรท่านสามารถวัดสวิงสปีดได้จากเครื่องวัดสวิงสปีดครับ แต่.....ท่านสามารถวัดได้จากความรู้สึกของท่านได้แม่นยำไม่แพ้เครื่องวัดอาจดีกว่าด้วยครับ เพราะกอล์ฟมาจากความรู้สึกด้วยตัวของท่านเองเพียงแต่ท่านต้องยอมรับและไม่ทำให้ก้านที่แข็งกว่ามาหลอนท่านต่อไปครับเพราะความแข็งอ่อนของก้านมาจากความรู้สึก(Feelling) และผลจากการสวิงของท่านนักกอล์ฟเองครับ.....พบกันใหม่พฤหัสบดีหน้าครับของคุณที่ติดตามครับ
Alexเมื่อสองปีกว่าตอนนี้เป็นหนุ่มแล้วครับ
13/07/2015
หนังสือมีคุณค่าเสมอ รื้อชั้นหนังสือเจอหนังสือเก่าแก่ที่หอบหิ้วมาจากร้านมือสองที่ Chandler Arizona ใกล้กับห้าง Walmart ที่จำได้เพราะมีเล่มเดียว และแย่งกันกับ ฉันฐิสต์หรือชาร์ลเพื่อนคนไทยสัญชาติอเมริกัน หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี1966และรีปรินส์เมื่อปี1984 ลองนับเวลาดูครับ ทุกวันอังคารจะเอาเรื่องดีๆจากหนังสือ classic เล่มนี้มาให้อ่านกันครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม
13/07/2015
มีของเล่นใหม่มาให้ทดสอบขอบคุณNIKE
สิ่งแรกในการพิจารณาเพื่อ ทำการปรับแต่งอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับผู้เล่นคือ สวิง สวิงมีลักษณะที่แตกต่างกันทั้งที่สามารถมองเห็นและไม่สามารถเห็นได้ถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคล Clubfitter หรือ Clubmaker ต้องมีความเข้าใจในพื้นฐานการสวิงที่ถูกต้องจึงจะสามารถวิเคราะห์และนำผลมาทำการปรับแต่งอุปกรณ์ ลักษณะทางกายภาพของนักกอล์ฟเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างจังหวะของการสวิงหรือที่เราเรียกว่า Tempo ก็มาจากความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกายที่แตกต่างกัน ทำให้ความสามารถในการสวิงและจังหวะสวิงของนักกอล์ฟแตกต่างกัน นอกเหนือจากมุมและเส้นทางสวิงตั้งแต่เริ่มต้นจากการจรดลูก(Address) จนถึงจุดสูงสุดขณะ Back swing และมุมที่เปลี่ยนไปขณะ Down swing ก่อนเข้าถึงจุด Impact เมื่อหน้าไม้กระทบกับลูกในมุมที่ถูกจุดกึ่งกลางของหน้าไม้ Sweet spot ไม่ได้หมายความว่าจะให้นักกอล์ฟตีให้ถูกจุดกึ่งกลางหน้าไม้(Sweet spot) ด้วยความพยายามที่จะทำ แต่ต้องอยู่ในแนวสวิงที่เป็นธรรมชาติโดยไม่มีการปรับแต่งมุมด้วยการใช้มือหรือส่วนใดของร่างกาย จึงจะเป็นรูปแบบของการสวิงที่ถูกต้อง ดังนั้นอุปกรณ์ที่มีวางขายจึงต้องมีคำว่าStandard คือมาตรฐาน จะแตกต่างกันบ้างก็คือ Loft angle,Lie angle และความยาวของไม้กอล์ฟที่ไม่แตกต่างมากนัก สำหรับชุดเหล็กส่วนอื่นที่นอกเหนือจากนี้แล้วเป็นลักษณะของการออกแบบที่เพิ่มขึ้นให้สวยงามหรือเพื่อชดเชย(forgiveness) ความผิดพลาด ดังนั้นส่วนต่างๆที่ประกอบขึ้นเป็นไม้กอล์ฟอันหนึ่ง แต่ละส่วนมีชื่อที่เรียกว่าอะไรและคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างไร ขอนำมาเสนอในครั้งต่อไปครับ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangna
Bangkok