07/01/2015
ตกแต่งกล่องของขวัญแบบเก๋ๆ จากกระดาษสี...
วัสดุอุปกรณ์ : กระดาษสีลวดลายต่างๆ , กรรไกร หรือที่เจาะกระดาษทรงกลม, ริบบิ้น
วิธีทำ : นำกระดาษที่เตรียมไว้มาตัดหรือเจาะเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ตามต้องการ จากนั้นมาเจาะตรงกลางตามลักษณะภาพที่ 2-3 แล้วพับครึ่ง นำริบบิ้นมาสอดเข้าเรียงกัน 4-5 ชิ้น เสร็จแล้วก็นำไปผูกติดกล่องของขวัญ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย น่ารักมากๆเลยค่ะ ^o^
Cr.Pinterest
05/01/2015
วันนี้มีท่าบริหารห่างไกล #ข้อเสื่อม มาฝากค่ะ
ขอบพระคุณภาพจาก Siriraj Piyamaharajkarun Hospital
——————————————
สนใจ #ลดพุง #ลดไขมัน #ลดน้ำหนักหลังคลอด รบกวนฝากชื่อ เบอร์โทร ทักมาทาง inbox หรือ ข้อความ นะคะ
หรือคลิ๊กที่ลิ้งค์นี้เลยคร่า https://www.facebook.com/messages/behealthyonline
หรือ Add Line 🆔 : princesslingling
เดี๋ยวส่งรายละเอียดให้นะคะ
ขอบคุณค่ะ ^^
22/12/2014
แอดมินหลิง มาแนะนำ #ท่าลดพุง #ทำได้ที่บ้านค่ะ
floating-knee-tuck
------------------------
- เริ่มจากวางตัวตั้งฉากกับพื้น วางแขนทั้งสองให้ตั้งฉาก โดยขาอยู่ในท่าคุกเข่า
- ยกเข่าขวาสูงขึ้นจากพื้นประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วดันขาซ้ายไปด้านหลังในลักษณะเหยียดตรง แล้วดันกลับเขามาให้ชิดอกมากที่สุด โดยใช้กล้ามเนื้อท้อง (เข่าขวาจะต้องอยู่เหนือพื้นตลอดเวลา)
- ทำประมาณ 30 ครั้ง จากนั้นทำสลับข้างค่ะ
โค้ชหลิง
Line : princesslingling
----------------------------------------------
ไม่รู้จะลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีด้วยตัวเองอย่างไร???
ต้องการมีโค้ชส่วนตัวคอยดูแลเรื่องอาหาร พร้อมเครื่องดื่มช่วยเผาผลาญ ละลายไขมัน ชดเชยการออกกำลังกาย
ลดน้ำหนักได้ 1-3 กก. ต่อ 2 สัปดาห์แบบสบายๆ
สำหรับผู้ที่สนใจ ฝาก ชื่อ เบอร์โทร ทางข้อความ http://goo.gl/zRZkgb โค้ชหลิงจะติดต่อกลับไปให้ข้อมูลค่ะ :)
----------------------------------------------
Photo credit: Vanessa Rogers Photography
22/12/2014
#ท่าลดพุง #ทำได้ที่บ้านค่ะ :)
#ท่าถีบจักรยาน
- นอนราบลงกับพื้น เกร็งท้อง แล้วกดหลังส่วนล่างให้ติดกับพื้น วางมือทั้ง 2 ข้าง ไว้ที่ท้ายทอย
- หมุนตัวประมาณ 45 องศา แล้วดึงเข่าข้างซ้ายเข้ามาพร้อมดันศอกด้านขวาไปแตะที่หัวเข่า
เวลาหมุนตัวให้ใช้กล้ามเนื้อเป็นตัวหมุน อย่าใช้แค่ข้อศอกดัน
- ทำสลับข้าง โดยนับเป็น 1 ครั้ง
- ทำประมาณ 25 ครั้งค่ะ
สนใจ #อยากลดไขมัน #ลดพุง #คุมอาหารอย่างไรดี #ออกกำลังกายแบบไหน
ฝากชื่อ เบอร์โทร ไว้ใน inbox : http://goo.gl/zRZkgb
แล้วแอดมินหลิงจะติดต่อกลับไปให้ข้อมูลค่ะ ขอบคุณค่ะ :)
Line >> princesslingling
---------------------------------------
Thanks Image: popsugar.com
17/12/2014
วิธีที่ 1 การรับประทานอาหารที่มีกากใย หรือไฟเบอร์สูง อาทิเช่น เมล็ดธัญพืชต่างๆ ข้าวซ้อมมือ ผักใบสีเขียวสด เช่น คะน้า บรอกโคลี ผักพื้นบ้าน เช่น มะเขือเปราะ ผักกระเฉด ผักบุ้ง อาหารที่มีกากใยสูงเหล่านี้จะช่วยให้เราเคี้ยวนานขึ้นและพออาหารอยู่ในระบบทางเดินอาหารของเรา กากใยจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มได้นานขึ้น
วิธีที่ 2 การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ คนเราควรนอนหลับสนิทอย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง เพราะการนอนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ฮอร์โมนควบคุมความหิวที่ชื่อ “ฮอร์โมนเกรลิน” (Ghrelin Hormone) หลั่งออกมาไม่เป็นเวลา ทำให้เรารู้สึกหิวก่อนมื้ออาหาร เทคนิคที่ช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้นคือการทำให้ห้องมืดสนิทหลังปิดไฟ ปิดทีวีก่อนเวลานอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และการอ่านหนังสือเบาสมองก่อนนอน จะช่วยทำให้หลับสนิทอย่างอารมณ์ดี
วิธีที่ 3 การรับประทานอาหารกลุ่มโปรตีนให้เพียงพอ “ในมื้อเช้า” จากการศึกษาพบว่าการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนดีสูง อย่างเช่น ไข่ขาว เนื้อปลา เมล็ดถั่ว น้ำนมไขมันต่ำ เต้าหู้ถั่วเหลือง จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้นาน ไม่หิวจัดระหว่างวัน
วิธีที่ 4 การรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Glycemic Index) หมายถึง อาหารที่ร่างกายสามารถย่อยเป็นน้ำตาลได้อย่างช้า ๆ เมื่อน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นช้า ร่างกายจะค่อยๆ ปล่อยอินซูลินออกมาในกระแสเลือด เพื่อดึงน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ทำให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่มได้นานและไม่หิว อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการแปรรูป ผักต่างๆ เช่น บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักชี แตงกวา ผักสลัด หัวไช้เท้า ผักโขม ถั่วต่างๆ ผักคะน้า หอมหัวใหญ่ ฟักทอง มันเทศสีม่วง พริกไทย เห็ด และกระเจี๊ยบเขียว
วิธีที่ 5 ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ แนะนำให้หาขวดน้ำประจำตัวพกติดตัวไว้เสมอ ทั้งที่โต๊ะทำงาน ขณะออกกำลังกาย ที่โต๊ะอาหาร ข้างเตียงนอน เนื่องจากน้ำสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการย่อยอาหารให้เป็นพลังงาน การที่ร่างกายขาดน้ำจะทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหาร (Metabolism) ทำงานได้ช้าลงเราสามารถเพิ่มรสชาติและกลิ่นที่น่าสนใจให้น้ำเปล่าของเราได้ด้วยการสไลซ์มะนาวหรือขิงบางๆ ตามชอบ ใส่น้ำแข็งกับโซดาช่วยเพิ่มความสดชื่นและวิตามินไปในตัว
วิธีที่ 6 แปรงฟันด้วยยาสีฟันทุกครั้ง หลังมื้ออาหาร นอกจากจะช่วยให้สุขภาพปากและฟันดีขึ้นแล้วการแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหารเปรียบเสมือนจุดฟูลสต๊อปปิดท้ายประโยคภาษาอังกฤษ เป็นการสั่งให้สมองจดจำว่ามื้ออาหารนั้นๆ ได้สิ้นสุดลงแล้ว บอกสมองว่าเวลานี้เรารู้สึกอิ่มและร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอแล้วนั่นเอง
วิธีที่ 7 ออกกำลังกายทุกวันหลังเลิกงานอย่างน้อย 30 นาทีก่อนกลับบ้าน ก่อนออกไปทำงาน เตรียมเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกายติดรถไปด้วย เลือกฟิตเนสหรือสวนสาธารณะบนเส้นทางที่คุณจะต้องขับรถผ่านเพื่อกลับบ้าน แวะออกกำลังกายสัก 30 นาที ให้พอเหงื่อออก ทำให้ร่างกายของเราหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมา ซึ่งจะช่วยลดความรู้สึกหิวกระหายลงได้
วิธีที่ 8 กำจัดอาหารที่ไม่ส่งผลดี หรือไม่จำเป็นออกจากที่ทำงาน ครัวที่บ้าน หรือในรถของคุณให้หมด ขอย้ำว่าอย่าเสียดาย!! และอย่าทำร้ายเพื่อนสนิทด้วยการนำของเหล่านี้ไปฝาก ให้เลือกเก็บเอาไว้เฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น ผลไม้สด โดยพยายามวางไว้ในตู้เย็นบริเวณที่หยิบจับง่าย สำหรับในรถถ้าคุณกลัวว่าจะหิวระหว่างเดินทางผักแปรรูป อย่างเช่น มะเขือเทศอบแห้ง กระเจี๊ยบเขียวอบกรอบ ถือเป็นของกินเล่นแก้หิวที่ดีอย่างหนึ่ง
วิธีที่ 9 เคี้ยวหมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาล หลังมื้ออาหารเสมอ ถ้าคุณไม่สามารถแปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารทุกครั้ง สามารถใช้การเคี้ยวหมากฝรั่งแทนได้ การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยลดความอยากรับประทานของหวานหลังมื้ออาหารลงได้
วิธีที่ 10 รับประทานข้าวให้อิ่มทุกครั้งก่อนออกไปซื้ออาหารในตลาด หลีกเลี่ยงการไปร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เกตขณะที่คุณหิวจัด ควรไปหลังจากที่คุณรับประทานอาหารจนอิ่มแล้ว วิธีนี้จะช่วยให้คุณลดพฤติกรรมการซื้ออาหารด้วยอารมณ์หิว และให้เลือกซื้อเฉพาะอาหารที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพเท่านั้น แนะนำให้ใช้ตะกร้าแทนรถเข็นเพื่อจำกัดปริมาณอาหารที่จะซื้อในแต่ละครั้ง
มีการบันทึกสถิติเอาไว้ว่า ในช่วงหน้าหนาวของทุกๆ ปี สาวๆ มักจะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจากการที่ไม่อยากไปออกกำลังกาย รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มากขึ้น ทำให้น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยของสาวๆ สูงขึ้นเดือนละประมาณครึ่งกิโลกรัม ดังนั้นเราเป็นคนไม่ใช่หมี ไม่จำเป็นต้องกินเพื่อสะสมพลังงานในหน้าหนาว เรามาลองใช้ 10 วิธีข้างต้นของสาวเกาหลีกันดู เชื่อว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่ดีกับรูปร่างสวยๆ ของคุณผู้อ่านได้ไม่ใช่น้อย
16/12/2014
#โยคะท่าสามเหลี่ยม
ท่านี้จะช่วยให้สาวๆ มีน่องสวยได้รูป และกระชับกล้ามเนื้อต้นขาช่วงหลังค่ะ
1. เตรียมตัวด้วยการยืนตรง
2. ก้าวขาขวาไปข้างลำตัวและให้ก้าวยาวๆ
3. หายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ หายใจออก ย่อขาซ้ายลงให้อยู่ในลักษณะชันตั้งฉากกับพื้น ส่วนมือซ้ายให้วางลงด้านในของเท้าซ้าย
4. มือขวาเหยียดชี้ขึ้นฟ้า สายตาให้เล็งไปที่มือขวา
5. หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกแล้วลดมือขวามาวางไว้ด้านในของเท้าซ้าย ส่วนมือขวาเหยียดชี้ขึ้นฟ้า สายตาเล็งไปที่มือซ้าย
6. กลับมาอยู่ในท่าพักแล้วทำสลับข้าง
7. ทำซ้ำ 10 ครั้ง เท่ากับ 1 เซ็ต ทำ 3 เซ็ตต่อวัน
*** กรณีที่ต้องการทำแบบ Advance ให้เหยียดขาให้ตึงทั้ง 2 ด้าน (ขั้นตอนที่ 3 ไม่ต้องย่อขา) ซึ่งจะเห็นผลได้มากขึ้นค่ะ
14/12/2014
Overhead Triceps Exercise
จับดัมเบล แล้วเหยียดแขนตรงเหนือศรีษะ (1) จากนั้น งอแขนไปด้านหลังช้าๆ อย่างอแขนจนสุดนะคะ เอาแค่พอประมาณ ให้เป็นรูปตัว L (2) ทำเป็นเซตนะคะ 3 เซต กำลังดี เซตละ 10 – 15 ครั้ง ค่ะ
*ถ้าไม่มีดัมเบล เอาขวดน้ำขนาด 1-1.5 ลิตร ได้นะคะ ตามความพร้อมของร่างกายนะคะ
------------------------------------------
> #สุขภาพดี #ฟิต #เฟิร์ม #หน้าท้องแบนราบ คลิ๊ก www.thaihealthcarecenter.com/sampling
หรือฝากชื่อ เบอร์โทร ไว้ใน inbox : http://goo.gl/zRZkgb
แล้วโค้ชหลิงจะติดต่อกลับไปให้ข้อมูลค่ะ ขอบคุณค่ะ :)
#ลดน้ำหนัก #ลดความอ้วน #ลดต้นแขน #ลดต้นขา #ลดหน้าท้อง #ลดพุง #ลดสะโพก #ลดก้น #ออกกำลังกาย
08/12/2014
ดึงๆ ยืดๆ บริหารกล้ามเนื้อหลังไหล่!
มีท่าบริหารหลังและไหล่ด้วยยางยืดง่ายๆ ไว้ทำระหว่างทำงานหรืออยู่ที่บ้านมาฝากค่ะ ท่าบริหารเหล่านี้ ควรทำ 3-4 รอบ วันละ 15-20 ครั้ง และพัก 1 นาทีต่อรอบ ลองทำกันดูนะคะ :)
----------------------------------
#หุ่นดี #สุขภาพดี #เริ่มต้นวันนี้ #มีโค้ชแนะนำ
สำหรับผู้ที่สนใจ Inbox: ฝาก ชื่อ เบอร์โทร
ทางข้อความ http://goo.gl/zRZkgb
Line ID: princesslingling
#ลดพุง #ลดอ้วน #ลดไขมัน #ลดน้ำหนัก #หุ่นฟิต
----------------------------------
ขอบคุณ : www.thaihealthcenter.org
26/11/2014
PR-571 FAT GRIPZ(มีสินค้าพร้อมส่งค่ะ) | ออนไลน์อุ๊ปซ์ !
PR-571 FAT GRIPZ(มีสินค้าพร้อมส่งค่ะ)GET BIG with FAT GRIPZ!Weight Lifting - Strength Training - PowerliftingFat Gripz are being used by thousands of athletes and military around the world for weight lifting, strength training and powerlifting, including
19/11/2014
#โซเดียมคืออะไร
#โซเดียม คือ เกลือแร่ (สารอาหาร) ชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยโซเดียมจะทำหน้าที่ควบคุม ความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิต ให้อยู่ในระดับปกติ ช่วยในการทำงาน ของประสาทและกล้ามเนื้อ (รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจด้วย) ตลอดจนการดูดซึมสารอาหาร บางอย่าง ในไตและลำไส้เล็ก
โซเดียมที่เราบริโภคกันเป็นประจำก็คือโซเดียมที่อยู่ในรูปของ เกลือแกง (เกลือ มีส่วนประกอบอยู่ ๒ อย่าง คือโซเดียมกับคลอไรด์) น้ำปลา ซึ่งมีรสเค็ม แต่ยังมีอาหารอีกมากชนิดที่ไม่มีรสเค็ม แต่มีโซเดียม แฝงอยู่สูงมาก ชนิดที่หลายคนคาดไม่ถึง จึงเป็นความจำเป็นที่เราทุกคน ต้องรู้ว่าอาหารชนิดใดบ้าง ที่มีโซเดียมสูง เพื่อจะได้ไม่เผลอกินเพลินจนเจ็บป่วย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าคนไทยกินเกลือ ที่มีอยู่ ในอาหารและเครื่องปรุงรส โดยเฉลี่ยวันละประมาณ ๗ กรัม นี่เป็นคำตอบว่าทำไมคนไทย จึงป่วย ด้วยโรค จากการกินเพิ่มขึ้นทุกวัน
#อาหารที่มีโซเดียม ได้แก่
๑. อาหารธรรมชาติ หลายคนอาจ เพิ่งทราบว่าโซเดียมมีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติแทบทุกชนิด โดยอาหารจาก เนื้อสัตว์ต่างๆ จะมีโซเดียมสูง ส่วนอาหารธรรมชาติที่มีโซเดียมต่ำ ได้แก่ ผลไม้ทุกชนิด ผัก ธัญพืชและถั่วเมล็ดแห้ง และเนื้อปลา ซึ่งอาหารสดเหล่านี้มีปริมาณโซเดียมที่เพียงพอ กับความต้องการของร่างกาย โดยไม่จำเป็นต้อง เรียกหาเครื่องปรุงรสใดๆ เลย (นอกจากความอยาก หรือกิเลสส่วนตัวเรียกร้อง)
๒. อาหารแปรรูปหรือการถนอมอาหาร ได้แก่ อาหารกระป๋องทุกชนิด อาหารหมักดอง อาหารเค็ม อาหารตากแห้ง เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ปลาร้า ผักดอง ผลไม้ดอง เป็นต้น
๓. เครื่องปรุงรสชนิดต่างๆ เช่น เกลือ (ทั้งเกลือเม็ดและเกลือป่น) น้ำปลา (ซึ่งจะมีปริมาณของเกลือ แตกต่างกันคือ ร้อยละ ๒๓-๓๕) ซอสปรุงรสที่มีรสเค็ม (เช่น ซีอิ๊วขาว เต้าเจี้ยว น้ำบูดู กะปิ ปลาร้า ปลาเจ่า เต้าหู้ยี้ รวมทั้งซอสหอยนางรม) ซอสปรุงรสที่ไม่มีรสเค็มหรือเค็มน้อย (เช่น ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำจิ้มต่างๆ ที่มีรสเปรี้ยวๆ หวานๆ ซอส เหล่านี้แม้จะมีโซเดียมปริมาณไม่มากเท่าน้ำปลา แต่คนที่ต้องจำกัดโซเดียมก็ต้องระวังไม่กินมากเกินไป)
๔. ผงชูรส แม้เป็นสารปรุงรสที่ไม่มีรสเค็ม แต่ก็มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วยประมาณร้อยละ ๑๕ และที่เรารู้ๆ กันอยู่ก็คือ อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ที่ขายในท้องตลาด มักมีการเติมผงชูรสลงไป แทบทุกชนิด เพื่อให้อาหารมีรสอร่อยขึ้น หรือแม้การปรุงอาหารในบ้าน หลายครัวขาดผงชูรสไม่ได้เลย (ความอร่อยนี้เป็นสิ่งเสพติดที่มีโทษต่อสุขภาพ)
๕. อาหารกระป๋องต่างๆ เช่น ผลไม้กระป๋อง ปลากระป๋อง และอาหารสำเร็จรูปต่างๆ ขนมกรุบกรอบ เป็นถุง เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้มีการเติมเกลือหรือสารกันบูด ซึ่งมีโซเดียมในปริมาณที่สูงมาก
๖. อาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น บะหมี่ โจ๊ก ข้าวต้ม ซุปต่างๆ ทั้งชนิดก้อนและชนิดซอง
๗. ขนมต่างๆ ที่มีการเติมผงฟู (Baking Powder หรือ baking Soda) เช่น ขนมเค้ก คุกกี้ แพนเค้ก ขนมปัง ซึ่งผงฟูที่ใช้ในการทำขนมเหล่านี้มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ (โซเดียมไบคาร์บอเนต) รวมถึงแป้งสำเร็จรูป ที่ใช้ทำขนมเองก็มี โซเดียมอยู่ด้วย เพราะได้ผสมผงฟูไว้แล้ว
๘. น้ำและเครื่องดื่ม น้ำฝนเป็นน้ำที่ปราศจากโซเดียม แต่น้ำบาดาลและน้ำประปามีโซเดียมปนอยู่บ้าง ในจำนวนไม่
มากนัก ส่วนเครื่องดื่มเกลือแร่ยี่ห้อต่างๆ มีการเติมสารประกอบของโซเดียมลงไปด้วย เพราะมี จุดประสงค์ ให้เป็นเครื่องดื่ม สำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่สูญเสียเหงื่อมาก ส่วนน้ำผลไม้บรรจุกล่อง ขวด หรือกระป๋อง ก็มักมีการเติมสารกันบูด (โซเดียมเบนโซเอต) ลงไปด้วย ทำให้น้ำผลไม้เหล่านี้ มีโซเดียมสูง วิธีหลีกเลี่ยงคือดื่ม น้ำผลไม้สดจะดีกว่า
โดยภาพรวมจะเห็นว่าอาหารปรุงแต่ง มาก อาหารแปรรูปที่ผ่านกระบวนการต่างๆ จะมีโซเดียมสูง ดังนั้น ถ้ากินอาหารแปรรูป หรืออาหารสำเร็จรูปมากหรือบ่อยเท่าไหร่ เราก็จะได้รับโซเดียมส่วนเกิน วันละเยอะแยะ มากมาย ทั้งที่ความจริงแล้ว ร่างกายต้องการเกลือ ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะร่างกายไม่สามารถทนรับเกลือ ในปริมาณมากๆ ได้ โดยเฉพาะทารกและเด็กเล็ก ที่ไม่สามารถ ขับถ่ายโซเดียมได้ดี เท่ากับผู้ใหญ่ ดังนั้นพ่อแม่จึงไม่ควรเติมเกลือในอาหารของลูกเล็กๆ หรือซื้ออาหาร สำเร็จมาให้ลูกกิน (ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ) ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขเอง ก็มีประกาศในเรื่องนี้ อย่างเคร่งครัด ที่ห้ามผู้ผลิตเติมเกลือหรือสารประกอบโซเดียมใดๆ ในอาหารเด็ก (แต่ก็ต้องระวัง เพราะอาจจะมีหลงหู หลงตาไปบ้าง)
#กินเกลือให้น้อยลง
อย่างที่ได้ทราบกันแล้วว่าอาหารหลายชนิดมีเกลือ "ซ่อนเร้น" อยู่ ดังนั้นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยลดการบริโภค เกลือลงคือ พยายามใช้เกลือ (น้ำปลา หรือซีอิ๊ว) ให้น้อยลงในการประกอบอาหาร หรือปรุงรสเวลากิน และอย่าลืมอ่านฉลากอาหาร ต่างๆ ทุกครั้งก่อนซื้อมากิน หรือคนที่ อ่านฉลากเสมอบางคน ก็ดูแค่เพียง ปริมาณแป้ง ไขมัน หรือน้ำตาลเท่านั้น แต่ลืมดูปริมาณของโซเดียม โดยทั่วไปฉลากอาหาร มักระบุปริมาณเกลือในรูปปริมาณโซเดียม วิธีเทียบหาปริมาณเกลือคือ ถ้าหน่วยของโซเดียม ที่ให้มา เป็นกรัม (ก.) ให้คูณด้วย ๒.๕ แต่หากหน่วยเป็นมิลลิกรัม (มก.) ให้คูณด้วย ๒.๕ แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้ มาหารด้วย ๑,๐๐๐ ปริมาณโซเดียมที่คนเราต้องการคือ วันละ ๐.๕ - ๒.๓ กรัม
อาหารเค็มจัดหรืออาหารที่มีโซเดียม สูง กำลังก่อให้เกิดโรคกับผู้คนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ โรคความดันโลหิตสูง ที่ได้ชื่อว่าเป็น "ฆาตกรเงียบ" เพราะมันมาแบบเงียบๆ แบบไม่มีสัญญานเตือน และกว่าจะรู้ตัว ก็ปรากฏว่า เป็นโรคความดันโลหิต สูงไปเสียแล้ว โรคนี้เป็นแล้วไม่หายขาด ขึ้นอยู่กับ การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยรายใด มีวินัยในการกินตามที่แพทย์แนะนำ ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ อย่างปกติสุขตามอัตภาพ แต่หากละเลยการดูแลตัวเอง ในที่สุดก็ จะมีโรคอื่นแทรกซ้อนตามมาอีก มากมาย และเมื่อนั้นความสุขในชีวิตก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ เพราะมีความทุกข์ ทรมานจากโรคต่างๆ มาเบียดเบียน
ทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่อยากเจ็บป่วย หรือเป็นโรคอยู่แล้วและอยากให้อาการดีขึ้น คือ ต้องหัดกินอาหาร รสจืดให้ได้ เป็นปกติ กินอาหารรสจัดให้น้อยลง แล้วจะรู้ว่า รสจืดก็มีความอร่อย... อร่อยแบบจืดๆ
# ข้อมูลบางส่วนจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine
----------------------------------------------------------------------