28/11/2025
Rehab Coach Thailand รุ่นที่ 2 เปิดรับสมัครแล้ว!
หลักสูตรเชิงปฏิบัติที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับทักษะ การฟื้นฟูการเคลื่อนไหว (Movement Rehabilitation) แบบใช้งานจริง เรียนเข้าใจง่าย เน้น Step-by-Step พร้อมฝึกปฏิบัติทุกบทเรียน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดอาชีพด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย
เหมาะสำหรับ
• เทรนเนอร์
• ผู้ช่วยกายภาพบำบัด
• ครูพิลาทิส / ครูโยคะ
• ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการประเมินและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวอย่างมืออาชีพ
สิ่งที่จะได้เรียนรู้
• การประเมินร่างกายเบื้องต้น
• การวิเคราะห์การเคลื่อนไหว
• การออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูแบบเป็นระบบ
• การใช้เทคนิคฟื้นฟูแบบมืออาชีพ
• ลงมือฝึกจริงทุกหัวข้อ
เรียนรวมกว่า 70 ชั่วโมง
จบหลักสูตรสามารถต่อยอดทำงานด้านฟิตเนส การฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และงานโค้ชได้ทันที
รับจำนวนจำกัดเพียง 10 ท่านเท่านั้น
อัตราค่าลงทะเบียน
• ราคาเต็ม 35,000 บาท
• Early Bird 25,900 บาท (สมัครภายใน 31 ธันวาคม 2025)
พิเศษ! สมัครพร้อมกัน 2 ท่าน รับส่วนลดเพิ่มอีก 10%
รองรับการชำระด้วยบัตรเครดิต
มัดจำเพียง 50% ที่เหลือชำระวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026
สมัคร / สอบถาม
โทร. 02-120-4553
LINE:
สถานที่เรียน: Exclusive Rehab Clinic
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/r57Gp5Hf9HB6PncM8
21/09/2025
Case Study ACL ขาด (บางส่วน) และ อาการลูกสะบ้าย้อย (Patellar Instability / Patellar Subluxation or Dislocation)
การฝึกปฏิบัติ
นักเรียน Rehab Coach ได้ฝึกการติดเทป รอบข้อเข่า โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดแรงกดที่ข้อเข่า กระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบเข่าทำงานได้ดีขึ้น และเพิ่มความมั่นคงของข้อเข่าในการเคลื่อนไหว
ความหมายของภาวะลูกสะบ้าย้อย
ลูกสะบ้าย้อย คือ ภาวะที่กระดูกสะบ้า (Patella) เคลื่อนออกจากร่องข้อเข่า (Trochlear groove) ไม่อยู่ในแนวตรงปกติ อาจเป็นการเคลื่อนบางส่วน (Subluxation) หรือเคลื่อนออกทั้งหมด (Dislocation) ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวดและความไม่มั่นคงของข้อเข่า
อาการที่พบบ่อย
รู้สึกเหมือน “เข่าหลุด” หรือ “สะบ้าย้อย” โดยเฉพาะเวลาลุกนั่ง ย่อตัว หรือเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว
เจ็บเข่าเฉียบพลัน โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าและด้านข้างของหัวเข่า
เข่าบวม มีน้ำในข้อหลังการบาดเจ็บ
เคลื่อนไหวเข่าได้ไม่เต็มช่วง (Range of Motion ลดลง)
ได้ยินเสียง “ดังแกร๊ก” หรือมีอาการ “เข่าล็อก” ระหว่างเคลื่อนไหว
หากเกิดซ้ำบ่อย จะมีความรู้สึกไม่มั่นคงของข้อเข่า และเกิดความกลัวว่าจะหลุดซ้ำ
ในกรณีเรื้อรัง อาจส่งผลให้กระดูกอ่อนใต้สะบ้าเสื่อม (Chondromalacia Patellae)
การประยุกต์ใช้ในการฝึกนักเรียน Rehab Coach
กรณีศึกษานี้เหมาะสำหรับการเรียนรู้และฝึกทักษะจริง โดยนักเรียนได้ฝึกการติดเทปรอบข้อเข่าเพื่อ ลดแรงกดต่อข้อเข่า
ออกกำลังกาย กระตุ้นและปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อรอบสะบ้า โดยเฉพาะ Vastus Medialis Oblique (VMO)
ติดเทปเพื่อเพิ่มความมั่นคง ลดโอกาสการเคลื่อนซ้ำของสะบ้า
ส่งเสริมการฟื้นฟูให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้มั่นใจมากขึ้น
09/09/2025
การเก็บเคส ฝึกงาน ของนักเรียน Rehab Coach รุ่นที่ 1
หัวใจสำคัญของการเรียนในรุ่นนี้ ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ภายในห้องเรียนหรือการทำข้อสอบ แต่คือการได้ลงมือฝึกปฏิบัติจริงกับผู้รับบริการ หรือ คนไข้ ซึ่งเรียกว่า “การเก็บเคส”
• นักเรียนทุกคนต้องเก็บเคสให้ครบตามที่หลักสูตรกำหนด (อย่างน้อย 15 ชั่วโมง)
• แต่ละเคสต้องบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด ตั้งแต่การซักประวัติ การตรวจ การวิเคราะห์ปัญหา ไปจนถึงการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟู
• จุดประสงค์คือให้นักเรียนได้ฝึกกระบวนการคิด การวางแผน และการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็น Rehab Coach ที่มีคุณภาพ
06/09/2025
จบแล้ว! หลักสูตร Rehab Coach รุ่นที่ 1
ขั้นตอนการผ่านหลักสูตร
• เรียนแบบตัวต่อตัว 5 ชั่วโมง เพื่อปูพื้นฐานอนาโตมี
• เรียนเป็นกลุ่ม 40 ชั่วโมง
• ฝึกงานที่คลินิก เก็บเคสอย่างน้อย 15 ชั่วโมง
• เข้าสอบปรนัย 100 ข้อ และสอบปฏิบัติ แบบตัวต่อตัว
เมื่อผ่านครบทุกขั้นตอน จึงจะได้รับใบรับรอง (Certificate) และก้าวสู่การเป็น Rehab Coach ตัวจริง
สำหรับผู้ที่สนใจ รุ่นที่ 2 สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เพจ
Exclusive Rehab Clinic Gym & Pilates By หมออั๋น
31/08/2025
วันที่ 4 : Rehab Coach Thailand รุ่นที่ 1
หัวข้อการเรียนวันนี้คือ การออกแบบโปรแกรมฟื้นฟู (Rehab Program Design)
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการเป็น Rehab Coach คือการวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับอาการและความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละคน
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ ได้แก่
• หลักการวิเคราะห์ร่างกายและปัญหาการเคลื่อนไหว (Movement Analysis)
• การประเมินอาการบาดเจ็บและการเลือกท่าฝึกที่เหมาะสม
• วิธีการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล (Individualized Program Design)
• การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบการฝึกเพื่อช่วยการฟื้นฟู
• การฝึกปฏิบัติจริง ทั้งในบทบาทผู้ฝึกสอนและผู้ฝึก เพื่อเข้าใจมุมมองทั้งสองด้าน
การเรียนในวันนี้เต็มไปด้วยการลงมือทำจริง ได้ฝึกการสังเกต การปรับแก้ท่าฝึก และการออกแบบแผนการฟื้นฟูที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งก้าวที่ทำให้ Rehab Coach Thailand มั่นใจว่าผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปใช้จริงได้ครบทั้งการวิเคราะห์ ออกแบบ และการฝึกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ
30/08/2025
วันที่ 3 : Rehab Coach Thailand รุ่นที่ 1
หัวข้อการเรียนวันนี้คือ การติดเทปเพื่อบำบัด
หนึ่งในทักษะสำคัญที่ต้องใช้ในการช่วยลดอาการบาดเจ็บ ฟื้นฟู และป้องกันการกลับมาเจ็บซ้ำของลูกค้า
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ ได้แก่
• หลักการพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้
• เทคนิคการติดเทปเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (Inhibition)
• เทคนิคการติดเทปเพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ (Facilitation)
• การติดเทปเพื่อช่วยการทำงานของข้อเข่า ข้อเท้า และกล้ามเนื้อสำคัญ
• การฝึกลงมือจริงในการติดเทปกับคู่ฝึก เพื่อเข้าใจการใช้งานในสถานการณ์จริง
การเรียนวันนี้เต็มไปด้วยทั้งทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทุกคนมั่นใจว่าสามารถนำความรู้ไปใช้ในการฟื้นฟูและการดูแลลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทำให้ Rehab Coach Thailand ครบเครื่องทั้งความรู้และทักษะด้านการฟื้นฟู
26/08/2025
อุบัติเหตุเกิดได้ทุกเมื่อ Rehab Coach ต้องพร้อมเสมอ
โดยเฉพาะเมื่อต้องดูแล ผู้สูงวัย หรือคนใกล้ตัว
ในการเรียน หลักสูตร Rehab Coach Thailand รุ่นที่ 1
ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้และฝึกการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน เช่น
• การกู้ชีพเบื้องต้น (CPR) และการใช้เครื่อง AED
• การช่วยเหลือเมื่อมีการสำลัก อาหารติดคอ หรือจมน้ำ
• การดูแลบาดแผลและการทำแผลเบื้องต้น
• การดามกระดูกและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกวิธี
ไม่ใช่แค่เพื่อใช้กับลูกค้า แต่ยังสามารถช่วยเหลือ ครอบครัว คนที่บ้าน หรือคนรอบข้าง ได้จริงในสถานการณ์ไม่คาดคิด
23/08/2025
วันแรก : Rehab Coach Thailand รุ่นที่ 1
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตั้งใจและพลังบวกจากผู้เข้าร่วมทุกคน
หัวข้อการเรียนวันนี้คือ Instrument Assisted Soft Tissue Mobilization (IASTM)
เทคนิคการใช้เครื่องมือช่วยในการจัดการกับเนื้อเยื่ออ่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่โค้ชสาย Rehab ต้องมี เพื่อช่วย ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
Instrument Assisted Soft Tissue Mobilization (IASTM) คือเทคนิคการบำบัดเนื้อเยื่ออ่อนโดยใช้เครื่องมือช่วย (มักเป็นโลหะหรือพลาสติกชนิดพิเศษ) แทนการใช้นิ้วหรือมือเปล่า เครื่องมือเหล่านี้มีขอบโค้งมนและถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้บำบัดสามารถตรวจพบและจัดการกับจุดยึดติด (adhesion), พังผืด (scar tissue), หรือการหนาตัวของ fascia ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักการทำงาน
• เครื่องมือจะช่วยขยายแรงจากผู้บำบัดให้ลึกขึ้นในชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อ
• กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองในบริเวณที่รักษา
• ช่วยให้ร่างกายเกิดการอักเสบเล็กน้อย (controlled microtrauma) เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่
• เพิ่มความยืดหยุ่นของพังผืดและเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อและกล้ามเนื้อดีขึ้น
ประโยชน์
• ลดความตึงและปวดจากพังผืดหรือ adhesion
• เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ (ROM)
• ช่วยการฟื้นฟูหลังการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น
• ลดอาการเรื้อรัง เช่น tendinopathy, plantar fasciitis, carpal tunnel syndrome
• ใช้ร่วมกับการยืดเหยียด (stretching) และการออกกำลังกายบำบัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ข้อควรระวัง
• ไม่ควรใช้กับผู้ที่มีโรคเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
• หลีกเลี่ยงการใช้บนแผลเปิด บริเวณติดเชื้อ หรือการอักเสบเฉียบพลัน
• ควรทำโดยผู้ที่ได้รับการอบรมเฉพาะด้านเท่านั้น