เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Libero Shoot เสน่ห์มนต์ขลัง ลูกหนังยุคคลาสสิก
(1)

📰 'ทีวี' ยอดโค้ช ยอดคน ผู้เสมือนพ่อ🏴󠁧󠁢󠁥󠁮󠁧󠁿  #ยูโรรำลึก     ขุนพลทัพสิงโตคำรามชุดตะลุยศึกยูโร'96 ในแผ่นดินแม่ของตนเอง ต่า...
24/09/2026

📰 'ทีวี' ยอดโค้ช ยอดคน ผู้เสมือนพ่อ
🏴󠁧󠁢󠁥󠁮󠁧󠁿 #ยูโรรำลึก

ขุนพลทัพสิงโตคำรามชุดตะลุยศึกยูโร'96 ในแผ่นดินแม่ของตนเอง ต่างเต็มไปด้วยนักเตะเก๋าประสบการณ์และมีความเป็นผู้นำอยู่ในทีมค่อนข้างเยอะพอสมควร

เดวิด ซีแมน - โทนี่ อดัมส์ - สจ๊วร์ต เพียร์ซ - พอล แกสคอยน์ - อลัน เชียเรอร์ ฯลฯ

แต่ในสายตาของ ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน ยอดปีกมหากาฬจาก ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ยุคทศวรรษ 1990 เขาเชื่อว่า ทั้งตัวเขาเองและทุก ๆ คนในทีม ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่า แท้ที่จริงแล้ว ใครคือผู้นำหมายเลข 1 ของทีมอังกฤษชุดนั้น

'ทีวี' เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ตำนานยอดกุนซือผู้ล่วงลับ คือ คน ๆ นั้นยังไงล่ะ

ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน รักโค้ชคนนี้มาก และเราจะมาดูกันว่า ทำไมแอนเดอร์ตันจึงรักยอดกุนซือผู้เสมือน “พ่อ” คนนี้เหลือเกิน
..

“เวลาที่เราพูดถึงผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ เวลาที่เราพูดถึงคนสักคนที่เป็น "ยอดคน"

“สำหรับผมแล้ว เรากำลังพูดถึง...เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์

“ไม่มีใครเทียบเขาได้เลยครับ ทั้งในแง่ของแท็กติก ในแง่ของการโค้ชชิ่งบนสนามซ้อม

“และในฐานะผู้จัดการที่ชอบซื้อใจคน รวมถึงตัวตนที่เขาเป็น ไม่มีใครที่สามารถขึ้นมาเทียบเคียงเขาได้เลยจริง ๆ

“เทอร์รี่เซ็นสัญญาดึงผมไปอยู่กับ สเปอร์ส ในตอนที่ผมอายุ 20 ขวบ

“ใจจริงตอนนั้น ผมไม่ได้อยากย้ายออกจากพอร์ทสมัธเลย

“แต่พอผมได้ลองคุยกับเขา ทุกอย่างก็เป็นอันจบ

“ผมจำได้ ผมถามเขาว่า สโมสรควักตังค์ซื้อผมไปเท่าไหร่?

“เขาบอกว่า 2 ล้านปอนด์

“แล้วผมก็ร้อง "ห๊ะ! อะไรนะ?" คือผมตกใจมาก และผมคิดว่า เขาน่าจะจับความรู้สึกผมตอนที่ผมอุทานออกไปได้ เพราะหลังจากนั้น เขาก็พูดกับผมว่า...

"นั่นคือมุมมองของเราที่มีต่อตัวนาย นายจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดได้ และตอนนี้นายกำลังเดินทางไปถึงจุดนั้นแล้ว"

“เขามีความเชื่อมั่นในตัวผมตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันเลย เขาไม่มีแม้แต่ข้อสงสัยในตัวผมแม้แต่น้อย

“ผมเดินหน้าต่อไปจนกระทั่งตัวเองมีปีที่สุดยอดมาก (1994/95) และนั่นล่ะครับ มันเป็นเพราะเขา

“ตอนที่เขาประกาศลาออกจากทีม (ในตำแหน่ง ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการของสเปอร์ส) ในฤดูร้อนปีถัดมา (1993)

“ผม…เสียใจมาก ๆ เสียใจจริง ๆ

“ผมจำได้ว่า ผมเคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อยู่ฉบับหนึ่งเหมือนกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพวกเขาถึงขั้นต้องลดทอนคำพูดที่ผมพูดออกไปแบบรุนแรงเลย

"เราจะลงแค่ว่า คุณเสียใจมาก ๆ แล้วกันนะครับ" นั่นคือสิ่งที่พวกเขาปรับคำพูดให้ผม และ...บ้าจริง ทำไมมันถึงทำผมอึดอัดใจแบบนี้กันได้นะ

“แต่จากการลาออกในครั้งนั้น ต่อมา เขาก็ได้งานคุมทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาคู่ควรอย่างยิ่ง

“และเทอร์รี่ก็มอบโอกาสให้ผมประเดิมสนามนัดแรกในยุคของเขา ในเกมเจอกับเดนมาร์ก ปี 1994 (9 มีนาคม)

“ผมจำได้ว่า ตอนเช้าวันแข่งจริง เรามีการประชุมทีมกันก่อนที่จะออกไปซ้อม และเทอร์รี่ก็ประกาศรายชื่อ 11 ตัวจริงตรงนั้นเลย พร้อมกับพูดว่า...

"เดี๋ยวเราจะขึ้นรถบัสกันแล้วนะ แต่เดี๋ยวก่อน เรายังมีเวลาอีกประมาณ 10-15 นาที ฉะนั้น ถ้าใครจำเป็น อยากโทรกลับไปหาครอบครัวที่บ้าน ตอนนี้ คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่พวกนายจะต้องโทรแล้วล่ะ"

“ผมไม่รู้นะ แต่...ผมคิดว่า ตอนเขาพูดประโยคนี้ เขาคงคิดถึงผมอยู่

“นัดนั้น น่าจะเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของผมแล้วล่ะครับ (อังกฤษชนะ 1-0)

“เทอร์รี่ทั้งแคร์และก็เป็นคนที่ใส่ใจกับทุกคนจริง ๆ

“และกับนักเตะ ผมเชื่อว่าทุกคนต่างรู้สึกและสัมผัสได้ถึงสิ่ง ๆ นั้น

“เขาจะทำให้อารมณ์ของคุณ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมเสมอ

“1 ปีก่อนที่ศึกยูโรจะระเบิดเปิดฉากขึ้น ผมต้องต่อสู้กับปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างหนัก

“แต่เขาก็ยังหาเวลามาพูดคุยกับผมเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอ และสนับสนุนให้ผมร่วมงานกับ เดฟ บัตเลอร์ นักกายภาพบำบัดที่สเปอร์ส สำหรับการรักษาตัวผม

“แล้วจากนั้น ผมก็ใช้เวลาหลายสิบชั่วโมงเลย ในการอยู่ร่วมกับเดฟ

“และวันที่ศึกยูโรดำเนินมาถึง ผมก็รู้ตัวว่า ตัวเองนั้นพร้อมแล้ว สำหรับการออกไปผจญภัยในช่วงซัมเมอร์ที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม

“ทีมชุดนั้น เต็มไปด้วยนักเตะเลือดผู้นำทั้งนั้นเลยครับ

“ตั้งแต่ โทนี่ อดัมส์ และ อลัน เชียเรอร์ ไปจนถึง พอล อินซ์ กับ สจ๊วร์ต เพียร์ซ

“แต่สายตาทุกดวงต่างจ้องมองไปที่เทอร์รี่กันหมด

“พวกเขาทุกคนรู้อยู่แก่ใจ ว่าเขาคือเจ้านาย เราทุกคนต่างตั้งใจฟังอย่างดีกับทุก ๆ คำที่เขาพูดออกมา

“และเวลาที่เขาทำสิ่งต่าง ๆ บนสนามซ้อม ทุกคนในสนามก็จะเข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อทันที

“เขาเปลี่ยนรูปแบบการเล่น จากเกมสู่เกม เปลี่ยนผังระบบการเล่น และทุกคนก็เข้าใจตรงกันหมด

“เขารักการโค้ชชิ่ง เขารักการพัฒนานักเตะให้เก่งขึ้น ๆ เขารักการชนะในเกมฟุตบอล และเขาก็รักที่จะได้เห็นนักเตะทุกคนมีรอยยิ้มเปื้อนบนหน้า

“แต่แน่นอน เขาเองก็มีมุมที่เข้มงวดเด็ดขาดให้เราเห็นอยู่เหมือนกัน

“แล้วประเด็นที่เขาพูดออกมา มันมักจะถูกต้องอยู่เสมอ และนักเตะทุกคน ต่างก็รับรู้ในเรื่องนั้นดีและก็ทำใจยอมรับมันในที่สุด

“เราออกสตาร์ททัวร์นาเมนต์ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ

“เราเสมอกับสวิตเซอร์แลนด์ 1-1 มีพวกเราหลายคนเลยที่คิดว่า เกมต่อไป ตัวเองคงจะต้องถูกดร็อปไปนั่งเป็นตัวสำรองแน่ ๆ

“จากนั้น เราก็มีการประชุมกันภายในทีม และเขาก็พูดขึ้นมาเลยว่า...

"ผมคงไม่ต้องบอกพวกคุณหรอกนะ ว่านั่นมันยังดีไม่พอ และเราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก แต่...ผมเชื่อใจพวกคุณนะ สัปดาห์หน้าเราจะใช้นักเตะชุดเดิมลงสนามอีกครั้ง"

“นั่นล่ะครับ สถานการณ์ ณ ตอนนั้น ในวินาทีนั้น พอคุณได้ฟังแบบนี้แล้ว คุณจะรู้สึกดีขึ้นมาก ๆ จริง ๆ

“คราวนี้ คุณกลับไปที่สนามซ้อม และคุณก็จะเริ่มมีความกระหายที่อยากจะลงสนามเพื่อออกไปคว้าชัยชนะในนัดต่อไปให้ได้ ด้วยความรู้สึกที่แทบจะอดใจ จนรอไม่ไหวแล้ว ที่จะให้เกมวันนั้นดำเนินมาถึงเร็ว ๆ

“เกมเจอกับสกอตแลนด์ มันไม่ได้เป็นเกมที่มหัศจรรย์อะไรขนาดนั้นนะ แต่พอเรายิงประตูที่ 2 ได้ปุ๊ป บรรยากาศทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปโดยปริยาย ทั้งในสนาม ในประเทศ และในห้องแต่งตัว

“ส่วนเกมกับเนเธอร์แลนด์ ผมบอกตามตรงเลยว่า ผมไม่เคยเจอเกมไหนเหมือนเกมนี้มาก่อนเลย

“คุณลืมไปเลยว่า ตัวเองนั้นวิ่งพล่านไปทั่วสนามเยอะแค่ไหน เพราะมันดูไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าเลย

“และจากนั้น พอเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง คุณนำฮอลแลนด์อยู่ 4-0 (สุดท้าย จบที่ 1-4) และคนทั้งสนามก็ร้องเพลง "Football's coming home"

“ผมคิดว่านั่นคือคืนที่...มันเป็นเหมือนบทสรุปทุกอย่างเกี่ยวกับตัว 'เทอร์รี่' เลยล่ะ

“ใช่ครับ มันสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเขา และคืนนั้นมันก็เป็นค่ำคืนที่พิเศษแบบเหลือเชื่อมาก ๆ

“ฟอร์มการเล่นของเราในนัดรอบรองชนะเลิศ อันนั้นก็ยอดเยี่ยมมากเหมือนกัน

“ดีพอ ๆ กับที่เราเจอกับเนเธอร์แลนด์เลยล่ะครับ ในมุมมองของผม

“แต่ผลการแข่งขันมันกลับเป็นเหมือนหมัดฮุกสองดอกที่ซ้ำเติมเราเลยนะ

“การพ่ายแพ้ในเกมนั้น ใช้เวลานานมาก กว่าเราจะฟื้นตัวกลับมาได้ และมันไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เลยเกี่ยวกับเรื่องนี้

“แถมนั่นยังเป็นเกมนัดสุดท้ายของเทอร์รี่ด้วย และเขาก็ผิดหวังจริง ๆ ที่ตัวเขาเอง ไม่สามารถอยู่คุมพวกเราต่อในเทศกาลฟุตบอลโลกครั้งต่อไปได้อีกแล้ว

“ประเด็นที่ผมจะสื่อก็คือ มันมีอยู่ภาพหนึ่งที่คุณจะไม่สามารถเห็นสิ่งเหล่านั้นในตัวเขาได้เลย ถ้าคุณไม่ได้เห็นด้วยตาของคุณเอง

“ห้องแต่งตัวคืนนั้น ภาพที่เราเห็นจากตัวเขา คือความเป็น "พ่อคน"

“เขาเลือกเอาภาพนั้นของตัวเองออกมาให้ทุกคนได้เห็นอีกครั้งหนึ่ง เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาเป็นมาตลอด และเป็นวิธีที่เขาปฏิบัติกับผู้คนทุกคนที่เขาพบเจอ

“แม้แต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด เขาก็ยังหาคำพูดที่ถูกต้องมาพูดกับเราได้เสมอ

“อย่างที่ผมบอกไปครับ ใช่! เขาคือกุนซือผู้ยิ่งใหญ่

“แต่ให้ตายสิ เขาเองก็เป็น ยอดคนผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยเหมือนกันนะ”
..

✍️ #ดาร์เรนแอนเดอร์ตัน เขียน
🔖 #ปรากลิเบอโร่ แปลและเรียบเรียง
❤ 📚
📸

“ตอนที่พี่ ๆ น้อง ๆ บอกผมว่า ผมคือคนที่เล่นบอลได้เก่งที่สุดในบ้าน ทันใดนั้น ผมก็รู้ตัวเองทันทีว่า…ผมว่าผมสามารถสร้างชีวิ...
17/09/2026

“ตอนที่พี่ ๆ น้อง ๆ บอกผมว่า ผมคือคนที่เล่นบอลได้เก่งที่สุดในบ้าน ทันใดนั้น ผมก็รู้ตัวเองทันทีว่า…ผมว่าผมสามารถสร้างชีวิตจากเกมฟุตบอลที่ผมรักได้แล้วล่ะ”

ซิโก้ หนึ่งในขุนพลกองทัพแซมบ้าชุดตะลุยศึกฟุตบอลโลกปี 1982 ที่หลายคนว่ากันว่า ดีที่สุดชุดหนึ่งของทีมชาติบราซิลตลอดกาล จะมาเล่าบทสรุปในแต่ละบทแต่ละตอนของชีวิตตัวเขาว่า วีรบุรุษลูกหนังที่ได้รับสมญานามว่า “เปเล่ขาว” นั้น ผ่านอะไรมาบ้าง นับตั้งแต่ตอนเป็นเด็กมาจนกระทั่งทุกวันนี้

…

⚽ โตไปจะเป็น “ยอดนักเตะ”

ผมรู้ว่า วันหนึ่งตัวเองจะเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จได้ ก็คือตอนที่…ผมเล่นบอลได้เก่งกว่าพี่ชายของผมทุกคนครับ

การที่จะพูดเรื่องแบบนี้เมื่อสัก 50 ปีก่อน มันอาจจะจินตนาการยากสักหน่อยนะ แต่พวกพี่ ๆ เขาต่างเป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วยกันทั้งหมด และตอนที่เราเตะบอลกันตามท้องถนนในบราซิล มันก็เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก ที่ผมดันเล่นได้ดีกว่าพวกเขา

จากนั้น พอครอบครัวบอกกับผมว่า ผมเก่งที่สุด และจับผมไปเล่นกับพวกเด็กที่โตกว่า เพราะเห็นว่าผมนั้นเก่งเกินรุ่น นั่นแหละครับ มันคือตอนที่ผมได้เห็นและรับรู้แล้วว่า ตัวเองนั้น สามารถที่จะต่อยอดเส้นทางนี้ให้ไปได้ไกลได้ และน่าจะเป็นหนทางในการทำมาหากินสำหรับการเลี้ยงชีพในอนาคต อันเกิดมาจากการได้เล่นฟุตบอล ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรักได้
..

🇧🇷 วีรบุรุษลูกหนังแห่งฟลาเมงโก้

ช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุด ก็คือตอนที่ผมอยู่ฟลาเมงโก้เลยครับ

ผมเคยลงสนามในฐานะนักเตะ และผ่านการคุมทีมในฐานะเทรนเนอร์มาแล้วทั่วโลก แต่บทชีวิต เรื่องราว (อันเป็นตำนาน) ของผมจริง ๆ มันอยู่ที่ฟลาเมงโก้

ผมย้ายออกจากที่นั่นในช่วงเวลาที่ตัวเองกำลังอยู่ในฟอร์มที่พีคที่สุด แล้วไปเล่นให้ อูดิเนเซ่ ในศึก เซเรีย อา ซึ่งที่นั่น ผมได้รับการโหวตยกย่อง ให้เป็น “นักเตะหมายเลข 1 ของโลก” จากนิตยสารหลายฉบับมาก

แต่ทุกสิ่งที่ผมทำได้ในฐานะนักเตะ มันเกิดขึ้นได้ก็เพราะช่วงเวลาของผม ในตอนที่อยู่กับ ฟลาเมงโก้ ล้วน ๆ เลยครับ
..

🏥 อาการบาดเจ็บทำพิษ

วันที่ฟุตบอลทำหัวใจผมแตกสลายมากที่สุด ก็คือวันที่ผมได้รับบาดเจ็บที่สนามมาราคาน่าครับ

ตอนนั้น ผมเล่นให้กับฟลาเมงโก้ เข่าผมเจอปัญหาหนักมาก นั่นจึงส่งผลระยะยาวให้ผมต้องประกาศแขวนสตั๊ดในอีกไม่กี่ปีต่อมา

ตอนนั้นผมเพิ่งย้ายออกจากอูดิเนเซ่มาได้ใหม่ ๆ เลย และเหตุการณ์ครั้งนั้น มันคืออาการบาดเจ็บครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับบาดเจ็บมาทั้งหมด ทุกวันนี้ ไอ้แผลพวกนั้นมันยังคงทรมานอยู่ในตัวผมอยู่ ผมผ่าตัดไปแล้วถึง 6 ครั้ง แต่มันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาสมบูรณ์

ความจริงที่ผมต้องรับรู้เลยในวินาทีนั้นก็คือ ผมไม่สามารถลงเล่นต่อไปได้อีกแล้ว และมันเป็นเรื่องที่ผมต้องใช้เวลาสักพักใหญ่เลยครับ กว่าที่ตัวเองจะทำใจยอมรับมันได้
..

⭐ ดีด้า ยอดนักเตะในดวงใจ
​
ฮีโร่ลูกหนังคนโปรดในวัยเด็กของผม คือ ดีด้า ครับ

เขาเล่นให้กับฟลาเมงโก้ และก็สวมเสื้อหมายเลข 10 ซึ่งเป็นเบอร์ที่ผมได้ใส่ในเวลาต่อมา

ฟุตบอลโลกปี 1958 ที่สวีเดน ดีด้าลงเล่นเป็นตัวจริง ส่วนเปเล่นั่งเป็นตัวสำรองของเขาอีกที

ดีด้าสำหรับผมแล้ว เขาคือฮีโร่ที่เป็นตำนานของฟลาเมงโก้ ซึ่งทุกคนที่นั่น ไม่มีใครจะไม่รู้จักเขา

ผมคิดว่าคำแรกที่ผมพูดได้ต่อจากคำว่า ‘พ่อ’ กับ ‘แม่’ ก็คือคำว่า ‘ดีด้า’ นี่แหละครับ
..
​
🔥 ฟุตบอล มันต้องสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ
​
ถ้าผมสามารถเนรมิตเปลี่ยนแปลง 1 สิ่งในยุทธจักรลูกหนังนี้ได้ ผมอยากให้ ‘ฟุตบอล’ ลดความเป็นธุรกิจลงครับ

ลดเรื่องการหาเม็ดเงินเข้าตัวที่มันสูงมาก ๆ แล้วหันมาใส่ใจในการเล่นให้มันดูสนุกมากขึ้นแทน นักเตะสมัยนี้ เท่าที่ผมดู หลายคนดูกังวลเรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องผู้หญิง ซึ่งมันมากเกินไป

ฟุตบอลควรจะเป็นสิ่งที่ ‘ความตื่นเต้น เร้าใจ’ ควรมาเป็นอันดับหนึ่งก่อน ไม่ใช่เรื่องอื่นเลย
..

🇯🇵 โค้ชทีมชาติญี่ปุ่น
​
ช่วงเวลาที่ผมภาคภูมิใจที่สุด คือตอนที่ตัวเองได้เป็นโค้ชให้กับทีมชาติญี่ปุ่นครับ

พวกเขาเริ่มต้นจากศูนย์จริง ๆ นักเตะที่ผมคุม บางคนยังต้องปลีกเวลาจากการทำงานที่โรงงานเพื่อมาฝึกซ้อมกับทีมอยู่เลย

แต่ในตอนนี้ ปัจจุบัน นักเตะญี่ปุ่นกำลังสร้างความแตกต่างหลายอย่างให้คนทั่วทั้งยุโรปได้เห็น

ตอนที่ผมไปเล่นให้ทีม (ซุมิโทโมะ ในเวลานั้น ปัจจุบันคือ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส) ในศึกเจลีก 2 เมื่อหลายปีก่อน พวกเขายังมีเก้าอี้พับตั้งตรงข้างสนามอยู่เลยนะครับ

และพอผมได้ก้าวเท้าเข้าไปคุมทีมชาติ เราได้แชมป์เอเชีย (ปี 2004) และเก็บชัยชนะได้ 11 จาก 12 นัดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก (เยอรมนี 2006) ซึ่งถือเป็นสถิติเลยทีเดียว

มันทำให้ตัวผมในทุกวันนี้ รู้สึกตื้นตันใจและก็ภูมิใจเอามาก ๆ ที่ได้เห็นเด็ก ๆ ที่เราเคยช่วยฟูมฟักปลูกปั้นหลายคน พัฒนาโตขึ้นมา จนกลายเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าระดับคุณภาพคับสนามไปแล้ว
..

📋 3 สิ่งบ่งบอกตัวตน…ซิโก้
​
แพสชัน-ความมุ่งมั่น-ความอดทน นี่คือ 3 คำที่อธิบายถึงความเป็นตัวผมได้ดีที่สุดครับ
..

🥇 โอลิมปิก มิวนิค 1972
​
เรื่องที่ผมเสียใจที่สุด คือ ผมพลาดโอกาสในการไปเล่น โอลิมปิก เกมส์ ปี 1972 ที่มิวนิค ครับ

กับทีมชาติบราซิล ตอนนั้นในรอบคัดเลือก ผมเล่นดีมาก แถมยังได้ซัดประตูชัยใส่อาร์เจนติน่าด้วย ซึ่งเป็นลูกที่ช่วยพาเราเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายสำเร็จ ผมทำได้แบบนั้นเลย แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ผมกลับไม่มีชื่อถูกเรียกติดทีม

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมว่าผมควรจะตั้งคำถามและโต้แย้งในการตัดสินใจครั้งนั้นของโค้ชให้มากกว่านี้อีกสักหน่อยครับ
..

⚽ ความสนุกกับลูกฟุตบอล
​
หนึ่งในเคล็ดลับที่ยกระดับทักษะฟุตบอลสไตล์แซมบ้า ก็คือ การสนุกกับลูกฟุตบอลครับ

เราต้องทำให้ตัวเองรู้สึกว่า มันคือของเล่น เราต้องสนุกไปกับมัน ลองทำสิ่งใหม่ ๆ กับมันเยอะ ๆ ถ้าอันไหนไม่ได้ผล ก็อย่าเพิ่งด่วนยกธงขาว ยอมแพ้

ฟุตบอล มันเป็นเรื่องของการลองผิดลองถูก และเป็นเรื่องของความสุขที่เราได้รับจากการรู้จักลองทำกับมันด้วยตัวเองครับ
..

👟 ฟุตซอล+ฟุตบอล
​
นักเตะบราซิลระดับท็อปทุกคน ต่างผ่านการเล่นทั้งฟุตซอลและฟุตบอลมาด้วยกันทั้งนั้น มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่เราจะต้องเล่นฟุตบอลให้มันออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย

เนย์มาร์, แจร์ซินโญ่, โรนัลดินโญ่, โรนัลโด้, ริเวลลิโน่ พวกเขาเหล่านี้ที่เป็นตำนาน ล้วนผ่านการเล่นทั้งในสนามฟุตซอลมาแล้วทั้งนั้นครับ และพวกเขาก็เอาทักษะเหล่านั้นมาปรับ เพื่อให้เข้ากับการเล่นในสนามฟุตบอล 11 คน ให้ได้
..

​📸 ความทรงจำ

สิ่งเดียวที่ผมไม่อยากให้มันหายไปจากชีวิตผมเลย คือ ความทรงจำของผม

มันเป็นสิ่งที่มีค่ามาก และเราต้องดูแลรักษามันเอาไว้ให้ดีอยู่ตลอดเวลาครับ
..

👑 ความยิ่งใหญ่
​
ถ้าผมขอพรตอนนี้ได้ 1 ข้อ

ผมอยากทำให้ฟลาเมงโก้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง! ครับ
..

🎹 นักเปียโน
​
ถ้าผมไม่ได้เป็นนักฟุตบอล ผมคงได้เป็น ‘นักเปียโน’ ไปแล้วมั้งครับ

แม่ผมเป็นคนที่ชอบให้ลูก ๆ เล่นเปียโนมาก และผมกับพี่ ๆ น้อง ๆ อีก 5 คน ก็จะถูกแม่บังคับให้ฝึกเล่นอยู่เสมอ

ผมเป็นน้องคนสุดท้องในบ้าน แม่เลยตั้งใจเคี่ยวเข็ญให้ผม ต้องเล่นให้เก่งให้ได้

ผมเรียนรู้คอร์ดทั้งหมดเลยครับ และตัวเองก็เล่นได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

แต่ผมไม่คิดว่าตอนนี้ ตัวเองจะยังเล่นได้อยู่นะ!

…

แฟน ๆ ท่านไหนที่ร่วมสมัยทันดู ซิโก้ ร่ายมนต์ในสังเวียนหญ้า ลองเขียนหรือพิมพ์มาบอกสักหน่อยนะครับ ว่า “เปเล่ขาว” นั้น เก่งมากแค่ไหน?

✍️ #ปรากลิเบอโร่
📚 (มีนาคม 2015)
📸 #ฟุตบอลโลก

📰 ฟริทซ์ วัลเทอร์ กับชื่อที่เหมือนตำนาน🇩🇪  #ย่ำยุทธจักรบุนเดสลีกา       ฟริทซ์ วัลเทอร์ กัปตันแชมป์โลกปี 54 กับ ฟริทซ์ ว...
16/09/2026

📰 ฟริทซ์ วัลเทอร์ กับชื่อที่เหมือนตำนาน
🇩🇪 #ย่ำยุทธจักรบุนเดสลีกา

ฟริทซ์ วัลเทอร์ กัปตันแชมป์โลกปี 54 กับ ฟริทซ์ วัลเทอร์ ดาวยิงค่าย วัลด์โฮฟ มันน์ไฮม์ และเฟาเอฟเบ ชตุ๊ตการ์ท มีความเกี่ยวข้องอะไรกันอย่างไร?

คำตอบ คือ ไม่!

แต่เรื่องราวระหว่างทั้ง 2 คนนี้ แน่นอนว่าต้องมีให้ถูกพูดถึงต่อไปเหมือนกัน

สมัยที่ ฟริทซ์ วัลเทอร์ เล่นอยู่รัง ซึดเวสท์ชตาดิออน

เทรนเนอร์หนวดงาม เคล้าส์ ชลัปป์เนอร์ ผู้พามันน์ไฮม์กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ ทราบดีว่า การที่ลูกทีมของเขาคนนี้ มีชื่อเหมือนตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศ ผู้พาเยอรมันตะวันตกประกาศศักดาด้วยการเป็นแชมป์โลกสมัยแรกของชาติในปี 1954 มันมีความกดดันถาถมเข้ามาเยอะแค่ไหน

ดังนั้น เพื่อเป็นการลดแรงกดดันตรงนี้ ในช่วงแรก ๆ ชลัปป์เนอร์ จึงเลี่ยงการเรียกชื่อจริงของเขา โดยเปลี่ยนเป็น "ฟริทซ์ ชมิดท์" (อันหลังผู้เขียนไม่ทราบจริง ๆ ว่ามาจากอะไร) แทน

แต่พอมาถึง ณ จุด ๆ หนึ่ง จาก "ฟริทซ์ ชมิดท์" ชลัปป์เนอร์ก็เรียกเหลือแค่ "ฟริทซ์" เฉย ๆ แล้ว

"แรงกดดันจากชื่อนี้ จริง ๆ มันคลายออกไปจากใจผมตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เรายังเล่นอยู่ในลีกาสองแล้วล่ะครับ"

มาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านบางท่าน คงอยากจะทราบแล้วว่า 2 คนนี้ เคยพบปะตัวเป็น ๆ แล้วสัมผัสสนทนากันหรือไม่?

"กับคุณฟริทซ์ วัลเทอร์ ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับท่านมากครับ

"นี่อีกสัก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ผมมีภารกิจต้องไปแจกลายเซ็นร่วมกับท่านด้วยที่เมือง บึห์ล และ บรึห์ล

"ผมว่าท่านเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากนะครับ ท่านทั้งนอบน้อมถ่อมตนและก็ติดดินเอามาก ๆ ดังนั้น นี่จึงถือเป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดจริง ๆ"

ต่อลึกลงไปอีก สุดท้าย ฟริทซ์ วัลเทอร์ คือฮีโร่ลูกหนังหมายเลข 1 ของเขาหรือไม่?

"เปล่าครับ ฮีโร่ของผม คือ แกร์ด มึลเลอร์ และมันเป็นแบบนั้นมาโดยตลอด

"พูดไปแล้ว มันอาจจะดูผมคลั่งไคล้แกร์ดมาก ๆ แต่มันคือเรื่องจริงครับ"
..

✍️ #ปรากลิเบอโร่
📚 (ฉบับวางจำหน่าย 3 พ.ย. 1983)
📸 #บุนเดสลีกา

เต็ม 10 คุณให้เท่าไหร่?? 💯 กับการที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จับ มาร์ค ฮิวจ์ส 💥 และ เอริก คันโตน่า 👑 มาเป็นคู่หูแดนหน้า...
15/09/2026

เต็ม 10 คุณให้เท่าไหร่?? 💯 กับการที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จับ มาร์ค ฮิวจ์ส 💥 และ เอริก คันโตน่า 👑 มาเป็นคู่หูแดนหน้าของผีแดงในยุคปีแรก ๆ ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

​สำหรับ "สปาร์กี้" มาร์ค ฮิวจ์ส แล้ว "ก็องโต้" ไม่ใช่เป็นเพียงซูเปอร์สตาร์ ⭐ หรือรุ่นน้องในทีมอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาคือครู 👨‍🏫 เพราะ...

​คันโตน่า คือกองหน้าคนแรกที่ฮิวจ์สเคยร่วมงานด้วยแล้วมีสไตล์การเล่นแบบ “ชอบสอดหาพื้นที่” 🏃‍♂️💨 ซึ่งฮิวจ์สไม่เคยพบเห็นมาก่อน ตลอดระยะเวลาที่อยู่รัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด มานานนม

​"สมัยที่ผมยังค้าแข้งอยู่ โดยปกติ ทีมส่วนใหญ่จะเน้นใช้ระบบการเล่น 4-4-2 เป็นหลัก ใช่มั้ยครับ คือ มีกองหน้าคนหนึ่งลงมาล้วงบอล และอีกคนจะวิ่งเติมขึ้นหน้า แล้วจากนั้น เราก็จะประสานงานกันไปตามจังหวะของเกม 🔄

​"หน้าที่หลักของผม คือการเล่นแบบ “หันหลังให้ประตู” ผมมองว่า บทบาทของตัวเองนั้น คือการเก็บบอลไว้กับตัว

"เวลาที่ผมครองบอล ผมจะใช้วิธีการบดเบียดคู่ต่อสู้แล้วเอาชนะด้วยพลังแรงปะทะของผม และก็จะคอยเป็นตัวเชื่อมเกมให้เพื่อนในทีมเล่นได้ง่ายมากขึ้น 🤝

​"แต่คันโตน่า กลับไม่ใช่นักเตะประเภทแบบนั้น

"เขาจะเป็นคนที่คอยมองหาพื้นที่ว่างที่เขาสามารถขึ้นไปสร้างความแตกต่างได้ตลอดเวลา 🔍✨

"และถ้าเขาได้บอลในพื้นที่ระหว่างไลน์อย่างที่คนฟุตบอลสมัยนี้เรียกกันแล้วล่ะก็...เขาจะกลายเป็นจอมแสบตัวอันตรายของคู่แข่งโดยทันที 🔥

​"นอกจากนี้ เขาก็ยังรู้จักปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเองให้มีความหลากหลายด้วย

"บางครั้ง เขาก็ขึ้นมายืนขนาบข้างผม ไม่ก็ถอยลงไปยืนต่ำกว่าผมตั้ง 20 หรือ 30 หลา จนผมแอบคิดในใจขึ้นมานิดนึงนะว่า “เฮ้ย นี่เราควรจะมีคู่หูยืนข้าง ๆ ด้วยไม่ใช่หรอกรึ?” 🤔😅

​"แต่เขาเป็นคนที่ฉลาดจริง ๆ ครับ เขาเข้าใจและอ่านเกมได้ทะลุปรุโปร่ง และรู้ดีว่า จังหวะไหน ตัวเองควรทำอะไร จึงจะสามารถสร้างผลกระทบต่อเกมได้มากที่สุดในแต่ละสถานการณ์ 🎯

​"การที่ผมได้เฝ้าสังเกตและพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะทำนั้น มันเลยทำให้ผมได้พัฒนาสไตล์การเล่นของตัวเองไปในตัวด้วย 📈✨

​"ดังนั้น ทุกวันนี้ ผมจึงรู้สึกขอบคุณเขาเสมอ ๆ เลยครับ ที่สอนเรื่องฟุตบอลเหล่านั้นให้แก่ผม" 🙏❤️

​แล้วแฟน ๆ ล่ะครับ โดยเฉพาะแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 😈

อะไรคือสิ่งที่​คันโตน่า เข้ามามอบ เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาอะไรให้ปีศาจแดงกลายเป็นยอดทีมแห่งยุคบ้างในยุคของเขา?? 🏆✨

​ลองพิมพ์คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครัช 💬👇

✍️ #ปรากลิเบอโร่
📚
📸 #พรีเมียร์ลีก

แมตช์เดียวที่ผมได้มีโอกาสดูลีลาการเป็นยอดนายทวารของ ลูเด็ก มิคลอชโก้ ของเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ก็คือแมตช์ที่ ขุนค้อน 🔨 ยันเส...
14/09/2026

แมตช์เดียวที่ผมได้มีโอกาสดูลีลาการเป็นยอดนายทวารของ ลูเด็ก มิคลอชโก้ ของเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ก็คือแมตช์ที่ ขุนค้อน 🔨 ยันเสมอ ปีศาจแดง 😈 1-1 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 1994/95 🏆

ลุง ย.โย่ง เอกชัย นพจินดา 🎙️ ซึ่งเป็นคนพากย์เกมวันนั้น สลับไปมากับอีกคู่...ลิเวอร์พูล 🔴 ปะทะ แบล็คเบิร์น 🔵⚪

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 🔴 - แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 🔵⚪ ใครจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ชิพ 94/95? 👑

นัดสุดท้ายวันนั้น วันที่ 14 พ.ค. 1995 📅 ผลลัพธ์หลังกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา ⚽ ทุกอย่างจะเป็นคำตอบเอง

ลุงโย่งบอกว่า แมนฯ ยูฯ นัดนี้ มีแค่ทางเดียวคือต้องชนะเท่านั้น พวกเขาจึงจะเป็นแชมป์! 🔥

และผลจากการเซฟอุตลุต 🧤 ของนายทวารฝั่งขุนค้อน

ผลจากการที่ลุงโย่งพูดชื่อเขาบ่อยมาก

นั่นจึงทำให้ผมได้รู้จักตำนานวีรบุรุษลูกหนังแห่งอัปตัน ปาร์ค 🏟️ เลือดเช็กคนนี้ 🇨🇿 ที่มีชื่อว่า...

"ลูเด็ก มิคลอชโก้"

หลังจาก ไบรอัน แม็คแคลร์ โขกตีเสมอเป็นต้นไป เราเห็น มาร์ค ฮิวจ์ส ยิงก็แล้ว ลี ชาร์ป ยิงก็แล้ว

และยิ่งเห็น แอนดี้ โคล ซึ่งผมเดาว่า วันนั้น น่าจะเป็นวันที่เขาใช้โอกาสเปลืองมากที่สุดนัดหนึ่ง ยิงเท่าไหร่ก็เจาะไม่เข้า ❌ และไม่มีทางผ่านมือ มิโกลชโก เข้าไปเป็นประตูได้เลย 🧱

เวสต์แฮม ถ้าไม่ได้ มิกโลชโก วันนั้น ผมว่า แมนยูน่าจะยิงเป็นพรุนมากกว่านี้ครับ ⚽💥 แล้วคงซิวแชมป์พรีเมียร์ชิพ "แฮตทริก" 🏆🏆🏆 ไปครองเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เป็นผลสำมะเร็จแล้ว

ก็ไม่แปลก ที่หลายปีต่อมา ที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาไปที่สนามซ้อมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วเจ้าหน้าที่สนามบางคนดันจำเขาได้ พร้อมกับบอกความในใจให้ฟังว่า... 💬

"ผมก็อยู่ในสนามวันนั้นด้วยนะ ผมจำเกมนั้นได้ และผม แม่ม...เกลียดคุณแบบสุดสุดเลยล่ะ!" 😅😅

ชื่อของคุณ ฝีมือของคุณ ความทุ่มเทของคุณ และเสียงที่ลุงโย่งพากย์ชื่อคุณ มันติดหูผมมาตั้งแต่เด็กจนทุกวันนี้จริง ๆ 📺✨

นับแต่นี้ต่อไป ผมคงจะระลึกถึงคุณด้วยการกลับไปหยิบเทปนัดนั้นมาเปิดอีกครั้ง 📼 แล้วตั้งใจดูไปพร้อมกับฟังเสียงฮีโร่ของผมพากย์ชื่อคุณ และบรรยายสรรพคุณ "เหนือคำบรรยาย" ของคุณนะครับ ⚽❤️

ด้วยรักและอาลัยยิ่ง จากใจฮะ 🖤🕊️

✍️ #ปรากลิเบอโร่
📸 #พรีเมียร์ลีก
🕯 #เวสต์แฮม #ลูเด็คมิคลอชโก้

13 ก.ย. 2569 ครบรอบ 1 ปี กับ พีพีทีวียังจำวันนี้เมื่อปีที่แล้วได้ดี จริง ๆ ถ้าตามกำหนด ช่วงนั้น ผมต้องเริ่มงานวันที่ 15 ...
13/09/2026

13 ก.ย. 2569 ครบรอบ 1 ปี กับ พีพีทีวี

ยังจำวันนี้เมื่อปีที่แล้วได้ดี จริง ๆ ถ้าตามกำหนด ช่วงนั้น ผมต้องเริ่มงานวันที่ 15 แต่...พี่โดม โปรดิวเซอร์ หัวหน้าผมอีกหนึ่งคน อยากให้ผมมาดูการทำงานของพวกพี่ ๆ ซะก่อน โดยเฉพาะ การคุมรายการถ่ายทอดสด

2 เกมวันนั้นที่พีพีทีวีถ่ายทอดสด คือ บุนเดสลีกา เยอรมัน คู่ ไฮเดนไฮม์-ดอร์ทมุนด์ กับ ไบเยิร์น มึนเช่น-ฮัมบวร์ก

งานที่ผมทำวันนั้น คือ เขียนบาร์ตัววิ่งด้านล่างจอ คอยอัปเดตผลการแข่งขัน

อยู่จนจบ ตี 1 ครึ่ง ความรู้สึกที่เข้ามาในใจอย่างแรกเลยคือ...เราแฮปปี้นะ แฮปปี้มาก ๆ เลย

และหลังจากนั้น...โอ้โห!

- ได้เป็นนักข่าวภาคสนามครั้งแรก นัดชิงฯ 7 สี หมอนทอง vs ชัยนาท ที่สนามศุภฯ (พี่นก หัวหน้าพี่ชายต่างสกุลที่แสนดีให้โอกาส และเป็นการทำที่...ต้องไปทำแบบกองโจร!)

- ได้รู้จักการเก็บฟุตภาพ การถ่ายภาพ จากสนามแข่งจริง ๆ

- ได้ตัดต่อ เทปรายการ Home of Football, Home Of Sport Weekend เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ โดยมีพี่โดมเป็นครู

- ได้พากย์ spot โฆษณากีฬาให้กับสถานีหลายตัวมาก ๆ (พี่บิ๊ก+พี่โดม เป็นโปรดิวซ์ให้)

- ได้พากย์สารคดีฟุตบอล (บุนเดสลีกา เยอรมัน เรื่อง ลูอิส ดิอาซ)

- ได้พากย์บอลครั้งแรก ที่สนามใจฟ้า ลพบุรี ศึก JSE Japan Challenge Cup 2026

- ได้คุมรายการถ่ายทอดสดที่สถานี ทั้ง บุนเดสลีกา, ไทยไฟต์ลีก, ไทยไฟต์ใหญ่, มวยรากหญ้า ฯลฯ

- ได้รู้จักการเอาสินค้า Product Placement ไปวางในรายการถ่ายทอดสด (ช่วงซีเกมส์ 2025 ไทยเป็นเจ้าภาพ) พร้อมกับการแข่งกับเวลา

- ได้รู้จักการเขียนสคริปต์, การวางรันดาวน์, การเขียน CG Bar

- ได้ออกหน้ากล้องบ่อยขึ้น

- ได้มีโอกาสคิวรายการทั้ง Arena 36, PPTV Sport Club และล่าสุดที่รับไม้ต่อจากพี่ฟลุ๊ค 'จารย์หลา' คือ After Match

- ได้เป็นพิธีกรสำหรับงานฉลองครบรอบ 12 ปี พีพีทีวี

และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ทำให้ได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตการทำงานมากขึ้น ๆ
..

ดีใจครับ ที่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมานี้ กับการเป็น co-Producer ฝั่ง Production Sports ไม่มีวันไหนเลยที่รู้สึกท้อหรือเหนื่อยกับงานที่ได้รับมอบหมาย

ไปทำงานแต่ละวัน ๆ เหมือนได้เจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่ทุกชั่วโมง

ขอบคุณพี่ ๆ และครูบาอาจารย์ทุกคนเลยครับ ที่เมตตาเด็กคนนี้ ที่ได้ร่วมงานกัน และทุกคน คือคนที่เข้ามาทำให้ชีวิตการทำงานของผมมีความหมายมาก ๆ

ขอบคุณพี่บี แหลมสิงห์ พี่ชายที่รักของผม ที่เป็นสะพานเชื่อมให้ผมได้ก้าวเข้ามาทำงานที่นี่และได้ร่วมงานกับพี่ ซึ่งผมมีความสุขมาก ๆ ขอบคุณพี่ที่โทรมาถามผมทุกวันเลยนะฮะ ในตอนที่ลุ้นว่า ผมจะได้ทำที่นี่มั้ย 🏆

ขอบคุณพี่นก, พี่ป๊อป, พี่โดม, พี่น้อง, พี่บิ๊ก, พี่อาร์ต, พี่คม, พี่เบส, พี่นุ่น, พี่ไบรท์, พี่ฟลุ๊ค 'จารย์หลา', พี่เบ็ค ทุกคนจากฝั่ง Production Sports มาก ๆ ฮะ ที่เมตตา โอบอุ้ม และสอนงานทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งงานเบื้องหน้า-เบื้องหลังแก่น้องคนนี้ครับ

ขอบคุณพี่นิหน่า, พี่ซีน, พี่ ๆ ที่สตู และ...และ...พี่ ๆ คนอื่นทุกคนเลยครับ ที่เมตตาผมและให้เกียรติแก่เด็กคนนี้ครับผม

ดีใจที่ได้พบและร่วมงานกับทุกคนนะฮะ

ผมจะตั้งใจทำให้ปีที่ 2 กับพีพีทีวี เป็นปีที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมฮะ

ขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจอ่านข้อความของผม มาจนถึงบรรทัดนี้ฮะ ขอบคุณจริง ๆ ฮะ 🙏❤

เป็นเกียรติมาก ๆ ฮะ

#ปรากลิเบอโร่
#พีพีทีวี36

08/09/2026

ดีใจสุดสุดครับ ที่ได้รับมอบหมายให้ลงเสียง spot โฆษณา ถ่ายทอดสด ลา ลีกา สเปน คู่แรก ผ่านทาง PPTVHD36 ขอบคุณพี่ ๆ ในทีม Production Sports มาก ๆ ครับ ที่หยิบยื่นโอกาสดี ๆ ให้ครับ โดยเฉพาะการได้ลง spot กีฬาแต่ละตัวที่ผ่านมาครับผม 🇪🇸

#ลาลีกา
#ดูฟรีลีกแชมป์โลก #ปรากลิเบอโร่

📰 คล็อปป์ถึงมูเซียล่า "ทุกอย่างต้องใช้เวลา"🇩🇪  #ปักธงไชยค่ายอินทรีเหล็ก     ดูจากบทสัมภาษณ์ที่ เยือร์เก้น คล็อปป์ พูดถึง...
29/08/2026

📰 คล็อปป์ถึงมูเซียล่า "ทุกอย่างต้องใช้เวลา"
🇩🇪 #ปักธงไชยค่ายอินทรีเหล็ก

ดูจากบทสัมภาษณ์ที่ เยือร์เก้น คล็อปป์ พูดถึง จามาล มูเซียล่าในแต่ละประเด็นแล้ว เหมือนพ่อที่เป็นห่วงลูกมาก ๆ จริง ๆ

เมื่อคืน ถ้าใครได้ดูฟุตบอลบุนเดสลีกา นัดเปิดฤดูกาล 2026/27 ที่อัลลิอันซ์ อาเรน่า แล้ว เอฟเซ ไบเยิร์น มึนเช่น กด เฟาเอฟเบ ชตุ๊ตการ์ท ไปถึง 5-1 ผ่าานทางช่อง AIS Play จะเห็นว่า บุนเดสเทรนเนอร์ เยือร์เก้น คล็อปป์ เดินทางเข้ามาชมเกมในนัดนี้ด้วย

ประเด็นหนึ่ง นอกจากภาพรวมของเกมนัดนี้ ฟอร์มการเล่นของเหล่าบรรดานักเตะทีมชาติเยอรมัน และบลา...บลา แล้ว ที่ถูกนำมาพูดถึงด้วยเหมือนกัน คือเรื่องของ จามาล มูเซียล่า

เป็นลมวูบในสนามไป 2 ครั้ง อันเนื่องมาจากภาวะโรคลมชักแบบไม่รุนแรงและความผิดปกติของระบบประสาท ในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น ชนะไลพ์ซิช 3-1 และชนะไฮเดนไฮม์ 4-2

แน่นอน ทุกคนเป็นห่วง รวมถึงตัวคล็อปป์ด้วย "สถานการณ์แบบนี้ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกครับ"

เมื่อเหตุการณ์ออกมาเป็นแบบนี้ มีหรือที่บุนเดสเทรนเนอร์คนนี้ ที่มีหัวอกความเป็นพ่ออยู่ในหัวใจเต็ม ๆ จะไม่ลงมือทำอะไร

เขาต่อสายตรงถึงมูเซียล่าทันทีอย่างไม่รีรอ "ผมส่งข้อความเสียงไปหาเขาก่อน เพราะเขายังไม่รู้จักอะไรกับผมมาก่อนเลย

"และแน่นอนว่า เขาไม่มีเบอร์ผมด้วย

"ถ้าผมโทรหาเขาตรง ๆ ผมคงต้องโทรซ้ำ ๆ อยู่ 3 วัน กว่าเขาจะรับสายได้มั้ง"

ข้อความเสียงที่ตรงไป เราอยากรู้เหมือนกันว่า เนื้อหาในนั้น คล็อปป์พูดอะไรกับไอ้ลูกชายวัย 23 ปี คนนี้บ้าง

"มันเป็นการให้กำลังใจจากผมถึงเด็กหนุ่มอย่างจามาลครับ

"ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนต่างเห็นตรงกันหมดในเรื่องนี้ แค่ตอนนี้ มันยังไม่ถึงเวลานั้นเท่านั้นเอง

"และผมแค่อยากจะช่วยยกความกังวลเรื่องนั้นออกไปจากใจของเขา กับคำถามที่ว่า การที่มันออกเป็นแบบนี้ มันจะมีผลกระทบอะไรต่อตัวเขาในอนาคตมั้ย ซึ่งแน่นนอน มันไม่มีผลกระทบอะไรอยู่แล้ว

"ผมช่วยเขาได้มากที่สุดก็เท่านี้แหละครับ"

บอสรับประกันด้วยความเชื่อมั่นเกินร้อยอีกว่า ทุกอย่างของมูเซียล่า จะกลับมาเข้าที่เข้าทางอย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้งในอีกไม่ช้านี้แน่นอน

"เขากลับมาอยู่ในฟอร์มเก่งของตัวเองแล้วครับ แว็งซ็องต์ กงปานี คือคนที่ยืนยันเรื่องนี้กับตัวผมเอง

"ตอนนี้ร่างกายของเขาอยู่ในสภาพที่ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ"

สิ่งสำคัญที่สุด ที่คล็อปป์มองเห็นในสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน คือเรื่องของการมี "น้ำอดน้ำทน"

"เราต้องให้เวลากับเขาอย่างเต็มที่ รวมถึงตัวเขาเอง ก็ต้องให้เวลากับตัวเองด้วย

"เพราะนักเตะดาวรุ่งจริง ๆ ส่วนใหญ่จะไม่ได้มีปัญหาอะไรมากเลย ยกเว้นแค่อย่างเดียว คือ พวกเขามักจะใจร้อน

"และในสภาวะแบบนี้ คุณจะใจร้อนไม่ได้เด็ดขาด

"แต่ผมเชื่อว่า เขาอยู่กับสโมสรที่ใช่ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มันเพอร์เฟกต์แล้ว

"และเราเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่เพอร์เฟกต์นั้นด้วย โดยการพูดกับเขาแค่เพียงว่า "ไอ้หนู รักษาตัวให้หายดีนะ!" และหลังจากนั้น ประตูทีมชาติ ก็จะเปิดกว้างรอต้อนรับเขาอยู่เสมอครับ"

คล็อปป์ มีกำหนดจะประกาศรายชื่อขุนศึกนักเตะทีมชาติชุดแรกของเขาในวันที่ 17 กันยายน นี้ ก่อนที่กองทัพอินทรีเหล็กจะไปรวมตัวชุมนุมกัน ที่แคมป์เก็บตัว แฮร์โซเกิ้นเอารัค เพื่อเตรียมเปิดฉากทำศึก เนชั่นส์ ลีก ที่จะพบกับ...

🇳🇱 เนเธอร์แลนด์ (24 กันยายน)
🇬🇷 กรีซ (27 กันยายน)
🇷🇸 เซอร์เบีย (1 ตุลาคม)

และออกไปเจอกรีซ 🇬🇷 อีกทีในนัดเยือน 4 ตุลาคม

ส่วนชื่อของ จามาล มูเซียล่า จะมีติดไปด้วยมั้ยนั้น

ขอให้แฟนเยอรมันทั้งหลาย ให้กำลังใจและติดตามเรื่องนี้ต่อไปให้ดีอย่างใกล้ชิดครับ..

✍️ #ปรากลิเบอโร่
📚 #บุนเดสลีกา
📸

🤔  #หมอนี่คุ้นๆหน้า ใครหว่า? 👀 ภาพที่ 6เฉลย : ฮันส์-เกอ๊อร์ก ชวาร์เซ่นเบ๊ค (เอฟเซ ไบเยิร์น มึนเช่น - 1979)✍️  #ปรากลิเบอ...
28/08/2026

🤔 #หมอนี่คุ้นๆหน้า ใครหว่า? 👀 ภาพที่ 6

เฉลย : ฮันส์-เกอ๊อร์ก ชวาร์เซ่นเบ๊ค (เอฟเซ ไบเยิร์น มึนเช่น - 1979)

✍️ #ปรากลิเบอโร่
📸 #บุนเดสลีกา

🤔  #หมอนี่คุ้นๆหน้า ใครหว่า? 👀 ภาพที่ 5เฉลย : เอวัลด์ ลีเนิ่น (โบรุสเซีย เมินเช่นกลัดบัค - 1979)✍️  #ปรากลิเบอโร่   📸   ...
27/08/2026

🤔 #หมอนี่คุ้นๆหน้า ใครหว่า? 👀 ภาพที่ 5

เฉลย : เอวัลด์ ลีเนิ่น (โบรุสเซีย เมินเช่นกลัดบัค - 1979)

✍️ #ปรากลิเบอโร่
📸 #บุนเดสลีกา

ที่อยู่

ภาษีเจริญ
Bangkok
10160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Libero Shoot โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Libero Shoot:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่