21/03/2024
3 เหตุผลที่ทำให้เทคฯ เอเชีย ไม่เป็นรองใคร
🤖 เมื่อพูดถึงเทคฯ หลายคนก็มักจะนึกถึงสหรัฐฯ เป็นความคิดแรก ๆ
แต่รู้หรือไม่ว่า “เอเชีย” ก็เป็นภูมิภาคที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน
เพราะปัจจุบันเอเชียก็มีบริษัทเทคฯ ที่หลากหลาย ตั้งแต่ธุรกิจที่เป็นผู้ผลิตไปจนถึงผู้ให้บริการในด้านเทคฯ ที่มีศักยภาพ
สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่าเทคฯ ในเอเชียนั้น มีความน่าสนใจอย่างไร
วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกัน…
1) โครงสร้างประชากร
เนื่องจากภูมิภาคเอเชียมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ส่งผลให้มีจำนวนประชากรกว่า 4,775 ล้านคน หรือนับเป็น 59.22% ของประชากรโลกทั้งหมด ซึ่งถือว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญคือ ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียได้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โครงสร้างทางสังคม รวมถึงมีสัดส่วนของกลุ่มคนวัยทำงานค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนชนชั้นกลาง ยังเป็นอีกส่วนสำคัญ ที่ส่งผลให้ความต้องการใช้สินค้าด้านเทคฯ เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยข้อมูลจาก World Data Lab ได้คาดการณ์ว่า กลุ่มคนชนชั้นกลางทั่วโลก จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 113 ล้านคน ซึ่งมีสัดส่วนมาจากเอเชียมากที่สุด
2) ศูนย์กลางในการวิจัย
ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าภูมิภาคเอเชียมีการพัฒนาทางด้านเทคฯ ตลอดเวลา โดยสังเกตได้จากปีที่ผ่านมา เอเชียมีสัดส่วนการจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับเทคฯ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะจีนที่ยื่นจดสิทธิบัตรมากที่สุด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3.1% เลยทีเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น หนึ่งในประเทศภูมิภาคเอเชียอย่างสิงคโปร์ ก็มีความน่าสนใจในเรื่องของระบบนิเวศที่เอื้อต่อสตาร์ตอัป นั่นจึงทำให้สตาร์ตอัปด้านเทคฯ เติบโตจนมีจำนวนมากกว่า 4,000 แห่ง
3) ความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน จาก 2 มหาอำนาจนั้น มีจุดเริ่มต้นจากการตอบโต้กันเรื่องมาตรการทางภาษี ทำให้เกิดสงครามการค้า จนกระทั่งนำไปสู่การแย่งชิงความเป็นผู้นำทางด้านเทคฯ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์
นั่นจึงทำให้จีนมีการผลักดันอุตสาหกรรมเทคฯ ภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาจากสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น
- รัฐบาลจีนเตรียมจัดตั้งกองทุนชิป มูลค่า 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาเทคฯ สู้กับสหรัฐฯ
- การตั้งเป้าหมายว่าจะพัฒนา AI ให้สามารถประมวลผลเร็วขึ้นอีก 50% ภายในปี 2568 ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาพรวมเทคฯ ในเอเชียอีกด้วย
จะเห็นว่าเทคฯ ในเอเชียนั้นมีข้อได้เปรียบ ตั้งแต่เรื่องของประชากร การคิดค้นและวิจัยเทคฯ ใหม่ ๆ ไปจนถึงการได้ประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ สะท้อนได้ว่านี่อาจเป็นโอกาสในการเติบโตของเทคฯ ในเอเชีย
ซึ่งในตอนนี้ทาง BBLAM ก็มีกองทุนรวมน้องใหม่👉 B-ASIATECH
ที่เน้นลงทุนในหุ้นเทคฯ ภายในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีความน่าสนใจดังนี้
✅ มีการกระจายการลงทุน
เน้นลงทุนในตลาดเอเชียที่พัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนา เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ในหุ้นประมาณ 60-90 ตัว ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในหลากหลายธีม
✅ มีความแตกต่าง
ผู้จัดการกองทุนจะหาบริษัทขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก จากนั้นก็จะเน้นเข้าลงทุนในระยะยาว
✅ มีผู้เชี่ยวชาญ
มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญจากทั่วโลก มาร่วมวิเคราะห์ในด้านปัจจัยพื้นฐาน หรือภาพรวมของอุตสาหกรรมเทคฯ ในเชิงลึก ก่อนที่จะเข้าไปลงทุน
📢 หากใครที่สนใจ กองทุน B-ASIATECH ห้ามพลาด !
ซึ่งกองทุนนี้จะเปิดเสนอขายวันแรก (IPO) 19-25 มีนาคม 2567 สามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียง 500 บาทเท่านั้น
สามารถลงทุนผ่านโมบายแบงก์กิ้ง จาก ธนาคารกรุงเทพ ได้ที่ https://www.bangkokbank.com/.../Save-And.../Mutual-Funds...
หรือผ่าน BF Fund Trading จาก BBLAM ได้ที่ https://www.bblam.co.th/BFTTrade
หรือผ่านผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน:
บมจ.ธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333
บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง โทร. 0-2231-3777 และ 0-2618-1000
บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต โทร. 0-2777-8999
บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน โทร. 0-2638-5500
บจ.หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส โทร. 0-2680-1234
บมจ.หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) โทร. 0-2635-1700
บมจ.หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร โทร. 0-2305-9449
บจ.หลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) โทร. 0-2657-7000
บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี โทร. 0-2659-7000
บจ.หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟิโนโนมีนา โทร. 0-2026-5100 กด 1
บจ.หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ โทร. 0-2949-1000
บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) โทร. 0-2658-8889
บจ.หลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น โทร. 0-2095-8999
บจ.หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) 0-2009-8000
บจ.หลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ Line: .finance Email: [email protected]
บมจ.หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย)
โทร. 0-2351-1800
บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) โทร. 0-2658-5050
คำเตือน : การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น) / ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน / กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
21/03/2024
ตลาด IPO ไทยกลับมาสดใสแล้ว BKGI บริษัทไบโอเทค ปิดตลาด +169% จบด้วย P/E 82 เท่า..
และที่ราคา 4.4 บาทต่อหุ้น แสดงว่าตอนนี้ มูลค่าของบริษัทอยู่ที่ 2,640 ล้านบาท
โดยบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BKGI นั้น ประกอบกิจการห้องปฏิบัติการ และให้บริการการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์
สำหรับผลประกอบการบริษัท
ปี 2565 มีรายได้ 320 ล้านบาท มีกำไร 75 ล้านบาท
ปี 2566 มีรายได้ 247 ล้านบาท มีกำไร 32 ล้านบาท
สัดส่วนรายได้ปีล่าสุด มาจาก
-การตรวจคัดกรอบความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ 83.7%
-การตรวจวิเคราะห์กลุ่มโรคติดเชื้อ 9.2%
-งานด้านเทคโนโลยี และอื่น ๆ 7.1%
ซึ่งหากนำมูลค่าบริษัท มาหาร กำไรปีล่าสุด
ก็จะได้ค่า P/E ที่ถูกซื้อขายกันที่ 82.5 เท่า..
คำเตือน : โพสต์นี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูล ไม่ได้แนะนำให้ซื้อ หรือ ขาย แต่อย่างใด
การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน
20/03/2024
6 สินทรัพย์ที่กำลังอยู่ในช่วง "สูงสุดตลอดกาล" 1 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนเท่าไร
- แพลตฟอร์ม Blockdit Invest แอปโซเชียลแรก ที่ผู้ใช้สามารถให้ความเห็นต่อ หุ้นรายตัว ทั้งหุ้นไทย หุ้นอเมริกา
20/03/2024
แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น (BKGI) บริษัทตรวจวิเคราะห์พันธุกรรม ที่เตรียม IPO มีอัตรากำไรขั้นต้นเกือบ 50%..
19/03/2024
คืนนี้ Google หุ้นบวก 6% หลังมีข่าว Apple เจรจาเอา AI Gemini มาใช้
วันนี้มีข่าวใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยี โดยสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า
Apple กำลังเจรจากับ Google เพื่อนำโมเดล “Gemini” เทคโนโนยี Generative AI ของบริษัท ไปผนวกกับซอฟต์แวร์ของ Apple เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของ iPhone
ซึ่งถ้าดีลนี้สำเร็จ คาดว่า Apple จะนำ Gemini ไปเริ่มใช้งานครั้งแรกบน iOS 18
และข่าวนี้ ก็ทำให้ราคาหุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google ปรับตัวขึ้นทันที 6% ในคืนนี้
คิดเป็นมูลค่าบริษัทที่เพิ่มขึ้น 3.8 ล้านล้านบาท ในวันเดียว..
ทั้งนี้ หากเทียบราคาหุ้น จากต้นปี จนถึงตอนนี้
Alphabet เป็นหนึ่งในหุ้นที่ราคาแทบไม่ไปไหนเลย ต่างจากบริษัทเทคอื่น ๆ ที่ได้อานิสงส์จากการบูมของยุค AI ทั้งทางตรงและทางอ้อม
เช่น
ARM +74%
Nvidia +85%
AMD +33%
Meta +39%
Microsoft +11%
Amazon +15%
TSMC +37%
เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องความสามารถการแข่งขันในสรภูมิ AI ที่ Alphabet (Google) อาจไม่ใช่ผู้นำ และกำลังตามหลังคนอื่นอยู่ โดยเฉพาะ ChatGPT ของ OpenAI ที่มีพี่ใหญ่ Microsoft หนุนหลัง
อย่างไรก็ตาม จากข่าววันนี้ที่ Apple กำลังจะหันไปจับมือกับ Google
ก็อาจสื่อให้เห็นว่า เทคโนโลยี AI ของ Google ก็ไม่ได้เป็นรองใคร..
19/03/2024
ทำไม ญี่ปุ่น จะขึ้นดอกเบี้ย สวนทางกับประเทศอื่น ๆ ที่กำลังจะลด ?
ในช่วงนี้ ราคาทองคำ รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งเหตุผลหนึ่งมาจากการที่กระแสเงินกำลังไหลออกจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) กำลังพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
เมื่อพี่ใหญ่อย่างสหรัฐฯ กำลังจะลดดอกเบี้ย หลายประเทศทั่วโลก ก็เริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อเตรียมปรับลดดอกเบี้ยของตัวเองเช่นกัน
นอกจากเพื่อป้องกันความผันผวนของค่าเงินที่เกิดจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศแล้ว
อีกประเด็นก็เพราะว่าเงินเฟ้อในหลาย ๆ ประเทศเริ่มปรับตัวลดลงแล้ว ประกอบกับบางประเทศพบสัญญาณเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวลง จึงหันมามองนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายขึ้นนั่นเอง
แต่สำหรับประเทศญี่ปุ่น ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก กลับสวนกระแส เพราะธนาคารกลางของญี่ปุ่น (BOJ) กำลังหาทางปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี..
ทำไมญี่ปุ่น ถึงจะเพิ่มดอกเบี้ย สวนทางกลับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ที่ผ่านมา ธนาคารกลางในหลายประเทศ ต่างปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสู้กับเงินเฟ้อระดับสูงซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก
แต่ญี่ปุ่นกลับดำเนินนโยบายที่ตรงกันข้าม ด้วยการไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แถมยังให้คงดอกเบี้ยนโยบายติดลบเอาไว้
ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า เงินเฟ้อคือสิ่งที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นรอคอยมานาน..
เนื่องจาก ญี่ปุ่นต้องต่อสู้กับภาวะเงินฝืดมากว่า 2 ทศวรรษ จากวิกฤติฟองสบู่ครั้งใหญ่ในอดีต ทำให้คนญี่ปุ่นไม่กล้าใช้เงิน อีกทั้งเศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ไปไหนเลย
ซึ่งในช่วงปี 1990 ถึงปี 2020 ญี่ปุ่นประสบกับภาวะเงินฝืด มากถึง 14 ปี จนมีคำเรียกว่า “Lost Decades”
ธนาคารกลางของญี่ปุ่น หรือ BOJ จึงไม่ขึ้นดอกเบี้ยเลยมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และคงดอกเบี้ยติดลบมาตั้งแต่ปี 2016 เพื่อให้คนนำเงินออกมาใช้ แทนที่จะฝากธนาคาร
และอีกเหตุผลที่ทำให้ BOJ ไม่ขึ้นดอกเบี้ย ก็เพราะตั้งแต่อดีต รัฐบาลญี่ปุ่นก่อหนี้จำนวนมาก เพื่อนำมาใช้จ่ายทั้งด้านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และสวัสดิการทางสังคม จนมีหนี้สินต่อ GDP กว่า 250% ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในโลก
ทำให้หากขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอ รัฐบาลที่มีหนี้มาก ก็จะมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มตามไปด้วย
การกดดอกเบี้ยให้ต่ำไว้ จึงเป็นแนวทางที่ดำเนินการมานาน
ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่เงินเฟ้อก่อตัวขึ้นทั่วโลก จากผลของการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ และการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงล็อกดาวน์ จนทำให้หลายประเทศต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในภายหลัง เพื่อสู้กับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่ตัวเลขเงินเฟ้อในญี่ปุ่น กลับเป็นเงินเฟ้อแบบอ่อน ๆ โดยหากไปดูตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น เทียบกับสหรัฐฯ จะพบว่า
- อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่น
2021 : -0.2%
2022 : 2.5%
2023 : 3.2%
- อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ
2021 : 4.7%
2022 : 8.0%
2023 : 4.1%
จะเห็นว่า เงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่ในระดับอ่อน ๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นระดับที่เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจ จนเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดเรื้อรังแล้ว
ทำให้ในปี 2023 BOJ ไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเลย แถมยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายติดลบไว้ต่อเนื่อง
แต่ฝั่งธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง จนถึงระดับ 5.25 - 5.50% เพราะเจอเงินเฟ้อสูงถึง 8%
อีกทั้งเมื่อเงินเฟ้อที่มาจากต้นทุนการผลิตและบริการสูงขึ้น ผลที่ตามมาคือ ราคาสินค้าและบริการในประเทศปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทำให้ผลประกอบการของภาคเอกชนดูดีขึ้น รัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้น GDP ของประเทศขยายตัว
ส่งผลต่อยอดหนี้ต่อ GDP ลดลง เพราะหนี้สินที่เป็นเงินต้นจะ Fix อยู่ที่เดิมตามมูลค่าเงินที่กู้
สรุปคือ ทั้งภาษีที่เก็บได้มากขึ้น และ GDP ที่โตขึ้น ช่วยให้รัฐบาลญี่ปุ่น มีหนทางลดระดับหนี้ที่สูงซึ่งสะสมมานานหลายปี
ดังนั้น เงินเฟ้อในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนสิ่งที่ญี่ปุ่นรอคอยมาอย่างยาวนาน
แล้วทำไมในตอนนี้ ญี่ปุ่นถึงกำลังจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ?
ตัดมาที่ปัจจุบัน เงินเฟ้อในหลายประเทศเริ่มอ่อนตัวลง เศรษฐกิจและการจ้างงานเริ่มซบเซา หลายประเทศก็เริ่มพูดถึงการปรับลดดอกเบี้ยให้ต่ำลง
อย่าง FED เองก็บอกชัดเจนว่า น่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ ซึ่งก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศอื่นได้ลดดอกเบี้ยตาม
แต่ญี่ปุ่นกลับสวนกระแส ด้วยการพูดถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี โดยจุดประสงค์หนึ่งคือเพื่อรักษาระดับค่าเงินเยน ไม่ให้อ่อนค่าจนเกิน
เพราะแม้ว่าค่าเงินที่อ่อนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่น และสหรัฐฯ จะดีต่อการส่งออกและท่องเที่ยว
แต่ก็ส่งผลลบต่อการนำเข้า เพราะทำให้ต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าปริมาณเท่าเดิม
โดยเฉพาะพลังงาน ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศไม่มีทรัพยากรพลังงาน เลยต้องนำเข้าเป็นหลัก
อีกประเด็นคือ ราคาพลังงานในญี่ปุ่น ยังมีเงินอุดหนุนของรัฐบาลช่วยกดราคาไว้ให้ต่ำ ซึ่งเมื่อการอุดหนุนจบลง เงินเฟ้อในประเทศก็จะพุ่งสูงขึ้นไปอีก
สรุปแล้ว ด้วยสถานการณ์ที่ญี่ปุ่นกำลังเจอ คือ หลุดจากเงินฝืด และต้องสู้กับเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นอีก จนถึงการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินเยน
จึงผลักดันให้ BOJ พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบ 17 ปี สวนทางกลับประเทศอื่น ๆ ที่กำลังพูดถึงการลดดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อได้ปรับลดไปก่อนแล้ว นั่นเอง..
08/01/2019
Eu ja não sei oque fazer a unica coisa que mim banzela São os meus nigas
02/01/2018
-O que um fantasma disse para o outro? Você acredita em gente?