08/02/2026
เคยมัยพยายามฮิลใจเท่าไหร่ก็แทบไม่พอ. แต่ก็ขอพยายามต่อไป. เราจะต้องทนแรงต้านหนักแค่ไหน. เราก็ต้องอยู่ต่อไปให้ได้. #ฟ้ากว้างทางแคบ
เพราะการฮิลใจ. ทำให้มีแรงใช้ชีวิตต่อไปได้ในวันพรุ้งนี้.
#เพราะทุกหน้าที่มีภาระ(กิจ)เป็นข้อกำหนด
#เห็นคุณของการดับและจงเห็นโทษของการเกิด
#ทุกคนมีหน้าที่. . #ทำขนมฮิลใจ.
https://www.facebook.com/share/v/18RpFFaALX/
ทวดบอกว่าการจะเกิดมาเป็นคนนั้นยาก. เรามีโอกาสดีที่จะสร้างบุญ และเป็นภพภูมิที่เลือกภพภูมิต่อไปได้ในกรรมที่ทำ. และความตั้งใจในภพชาตินี้แล้ว
พอกลับบ้านมายืนตรงนี้ก็จะระลึกถึงคำนี้เสมอ. คนอืนทำก็กรรมของเค้า. เราทำก็กรรมของเรา. บาปบุญคุณโทษแบ่งหรือแยกจากผู้ทำไม่ได้. ให้จงระมัดระวังการกระทำทุกลมหายใจ. เรายังต้องไปอีกหลายถพภูมิ. . . #ว่างบางขณะจิต
03/02/2026
The Flexitarian Market
กินแบบเราเบาที่โลก
🗓 21-22 กุมภาพันธ์ 2569
⏰ 9.30-20.00 น.
🗺️ ณ กินสคูล ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
ชวนผู้ใส่ใจอาหาร สุขภาพ และภูมิอากาศโลก มาช้อปปิ้งสรรพสิ่งที่เราตั้งใจเลือกสรรมาเสนอ มาอัปเดตสถานการณ์ความแปรปรวนของภูมิอากาศโลกและโอกาสที่เราจะกอบกู้ รวมถึงอัปเดตเทรนด์การกินที่ครบถ้วนด้านโภชนาการ เป็นมิตรต่อโลก และโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
🗣️ Talk & Workshop
21 ก.พ.
เวลา 10.30 น. The Flexitarian Brief เหตุผลที่ต้องลดเนื้อสัตว์อุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอาอากาศ กูรูด้านสุขภาพยั่งยืน สื่อมวลชนผู้ติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงตัวแทนชุมชนเกษตรกร อัปเดตสถานการณ์ด้านสุขภาพของผู้บริโภค โลกและชุมชน และแนวทางที่ทุกคนสามารถร่วมปฏิบัติการเพื่อชะลอวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลกครั้งใหญ่ให้เบาลง
เวลา 13.30 น. Local Diet Workshop อาหารพื้นบ้าน = Flexitarian มาร่วมกันแยกแยะองค์ประกอบของอาหารพื้นบ้าน อาหารของพี่น้องชาติพันธุ์ เพื่อยืนยันว่ากินแบบพื้นบ้านไทยก็รักโลกและดีต่อสุขภาพ โดยแม่ครัวชุมชนและนักกำหนดอาหาร
22 ก.พ.
เวลา 10.30 น. Round Table โอกาสของโลก โอกาสของเรา จากการปรับเปลี่ยนมากินโปรตีนพืชหลากหลาย ที่เรียกได้ว่าเป็น food เป็นโอกาสที่เราผู้บริโภค เกษตรกร ชุมชน เอกชน ธุรกิจ ร้านอาหาร ฯลฯ จะร่วมกันออกแบบวิถีการผลิต การค้าและการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน
เวลา 13.00 น. Flexitarian Food Design Workshop #กินแบบเราเบาที่โลก ออกแบบอาหาร 1 วันยืดหยุ่น กับนักกำหนดอาหาร
🛒 Shopping & Eating
The Flexitarian Market ถั่วและธัญพืชต่าง ๆ วัตถุดิบและอาหารพื้นบ้านจากเพื่อนมิตร ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ที่เน้นความหลากหลายและยั่งยืน และกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย
The Flexitarian Recipes 8 เมนู ไฮไลต์จากถั่วและพืชผักพื้นบ้าน โดย พี่น้องหลากหลายชาติพันธุ์ อาข่า ลาหู่ ไทใหญ่ ลีซู ปกาเกอะญอ ลัวะ ที่จะปรุงจำหน่ายในงานให้ทุกท่านได้ลองชิม
🍽️ ล้อง ลอง เทเบิ้ล The Flexitarian Dinner
บุฟเฟต์มื้อค่ำที่คุณจะได้อินกับ 8 สำรับน้ำพริก ผักจิ้ม ของแนม จาก 8 ชุมชนชาติพันธุ์ของภาคเหนือ ที่จะมารวมกันให้ได้ลิ้มรสในโอกาสเดียว มื้ออาหารที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายของภูมิปัญญาการปรุงการกิน และตระหนักร่วมกันว่าอาหารพื้นบ้านเรานี่แหละดีต่อสุขภาพและรักโลก นอกเหนือจากน้ำพริกแล้วก็ต้องกินกับข้าวพันธุ์พื้นบ้าน ตบท้ายล้างปากด้วยของหวานผลไม้ ครบจบมื้อ เคล้าเสียงดนตรีผ่อนคลาย (เปิดรับจำนวนจำกัด ราคาเพียง 499.-/ท่าน)
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
TEL. 062 537 3843 (คุณทราย)
#กินเปลี่ยนโลก #กินทุกวันเปลี่ยนโลกทุกวัน #เปลี่ยนโปรตีนเปลี่ยนโลก #ตามสั่งพลังพืช
03/02/2026
สองปรากฏการณ์สั่นสะเทือนฟากฟ้า: จาก "วงแหวนแห่งไฟ" สู่ "จันทรุปราคาเลือด" รับต้นปี 2026
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่กำลังจะถึงนี้ มวลมนุษยชาติเตรียมจับตาปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ครั้งสำคัญที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องกันถึง 2 เหตุการณ์ ซึ่งนักดูดาวทั่วโลกต่างยกให้เป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
🌑 17 กุมภาพันธ์: อัญมณีแห่งแอนตาร์กติกา "สุริยุปราคาวงแหวน"
เริ่มต้นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ปรากฏการณ์ "วงแหวนแห่งไฟ" (Annular Solar Eclipse) จะปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า โดยดวงจันทร์จะเคลื่อนเข้าบดบังดวงอาทิตย์ในตำแหน่งที่ห่างจากโลกพอดี จนเกิดเป็นขอบแสงสว่างล้อมรอบดวงจันทร์คล้ายแหวนเพลิงอันรุ่งโรจน์
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้จะมีแนวคราสพาดผ่านพื้นที่ ทวีปแอนตาร์กติกา และมหาสมุทรตอนใต้เป็นหลัก สำหรับประเทศไทยนั้นน่าเสียดายที่ "ไม่สามารถรับชมได้ด้วยตาเปล่า" แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านเครือข่ายหอดูดาวทั่วโลกให้เราได้ชมความงามไปพร้อมกัน
🌕 3 มีนาคม: มหัศจรรย์วันมาฆบูชา "พระจันทร์เลือดเต็มดวง"
ห่างกันเพียงไม่กี่สัปดาห์ ในค่ำคืนวันที่ 3 มีนาคม โลกจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งมนต์ขลังกับ "จันทรุปราคาเต็มดวง" (Total Lunar Eclipse) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Blood Moon"
ความพิเศษสูงสุดสำหรับชาวไทย:
เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นตรงกับ "วันมาฆบูชา" พอดี โดยดวงจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลกจนเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐสว่างสไว ซึ่งในครั้งนี้ ประเทศไทยสามารถรับชมได้ทั่วประเทศ! ตั้งแต่ช่วงดวงจันทร์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเป็นต้นไป ถือเป็นภาพสิริมงคลที่หาชมได้ยากยิ่งที่ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์มาประจวบเหมาะกับวันสำคัญทางศาสนาเช่นนี้
ข้อควรระวัง: > * การชมสุริยุปราคา (หากเดินทางไปต่างประเทศ) ต้อง สวมแว่นตากรองแสงเฉพาะทางเท่านั้น
ส่วนจันทรุปราคาในคืนพระจันทร์เลือด สามารถรับชมได้ด้วยตาเปล่าอย่างปลอดภัยตลอดทั้งคืน
อย่าลืมเงยหน้ามองฟ้า! เพราะนี่คือบันทึกหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์ท้องฟ้าในปี 2026 นี้
#รู้รอบโลก #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความรู้
#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #วิทยาศาสตร์ #ข่าว #ข่าวต่างประเทศ #ทองคำ
03/02/2026
สตาร์ตอัปสหรัฐฯ คิดค้นเครื่องผลิตน้ำมันจากอากาศ ไม่ต้องง้อเชื้อเพลิงฟอสซิล ⛽🛢️
ในปัจจุบันที่โลกกำลังมองหาทางเลือกใหม่ของพลังงานสะอาด แอร์เซล่า (Aircela) บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีภูมิอากาศ (Climate Tech) จากสหรัฐฯ จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องผลิตน้ำมันเบนซินจากอากาศที่สามารถติดตั้งได้ในระดับครัวเรือน เพื่อมอบทางเลือกใหม่ในการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-neutral) ให้กับผู้คนทั่วโลก
✨ Aircela พัฒนาเครื่องจักรแบบโมดูล (Modular) ที่มีขนาดกะทัดรัด ซึ่งมีความโดดเด่นคือ
✅ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ผลิตน้ำมันเบนซินที่ไร้ฟอสซิล (Fossil-free) โดยการดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากชั้นบรรยากาศมาหมุนเวียนใช้ใหม่
✅ ใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์เดิมได้ทันที: น้ำมันที่ผลิตได้เป็นน้ำมันเบนซินเกรดมาตรฐาน (Motor-grade gasoline) ที่เข้ากันได้กับเครื่องยนต์และโครงสร้างพื้นฐานเดิม 100% โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์
✅ ปราศจากสารเจือปน: เชื้อเพลิงที่สังเคราะห์ขึ้นจะไม่มีส่วนผสมของเอทานอล, กำมะถัน หรือโลหะหนัก
⚙️ ระบบของ Aircela ใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยตรงจากอากาศ (Direct Air Capture: DAC) ร่วมกับกระบวนการทางเคมีที่แม่นยำ แบ่งออกเป็นขั้นตอนหลักดังนี้
✅ การดักจับ CO2: ใช้พัดลมดูดอากาศผ่านสารละลาย (Liquid Sorbent) ที่มีส่วนประกอบของ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) เพื่อดึง CO2 ออกจากอากาศ
✅ การผลิตไฮโดรเจน: ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในการแยกโมเลกุลของน้ำ (Electrolysis) เพื่อสร้างไฮโดรเจนสะอาดในที่ตั้ง
✅ การสังเคราะห์น้ำมัน: นำ CO2 และไฮโดรเจนมาผสมกันจนเป็นเมทานอล จากนั้นจะผ่านกระบวนการเปลี่ยนเมทานอลให้เป็นน้ำมันเบนซิน (Methanol-to-Gasoline: MTG) เพื่อให้พร้อมใช้งาน
โดยเครื่องแต่ละยูนิตถูกออกแบบมาให้ดักจับ CO2 ได้ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อวัน และสามารถผลิตน้ำมันเบนซินได้ประมาณ 1 แกลลอนต่อวัน หากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
ปัจจุบัน Aircela อยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบในสภาพแวดล้อมจริงร่วมกับพันธมิตรกลุ่มแรก (Beta Partners) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพก่อนขยายผลสู่ระดับสากล โดยตั้งเป้าเริ่มวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในจำนวนจำกัดในบางพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาช่วงปลายปี 2026 สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนใน Waitlist เพื่อรับข้อมูลอัปเดตและสิทธิ์ในการเข้าถึงเครื่องก่อนใครผ่านทางเว็บไซต์ทางการ
อ่านเพิ่มเติมเป็นเว็บไซต์ TNN Thailand
#น้ำมันจากอากาศ #พลังงานสะอาด
02/02/2026
สวัสดีเดือน กุมภา 2569
เก็บภาพจันทร์เต็มดวง ในคืนแรกของเดือนกุมภาพันธ์มาฝากครับ 🌕
เล็งจะถ่ายลงตั้งแต่ช่วงค่ำแล้ว แต่ทั้งโดนตึกบัง กับโดนเมฆบังพอดี เลยเพิ่งมีโอกาสได้ถ่ายมาลงฮะ
ในอีกไม่นานจากนี้ มนุษย์จะกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งแล้ว! มารอร่วมลุ้นร่วมติดตามกันครับ 🚀🌕
#อวกาศน่ารู้
02/02/2026
'📅ปฏิทินเดือน กุมภา 69
ธนาคาร วันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมถึง ประเพณี เทศกาล วันสำคัญเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569
❌️ไม่มีวันหยุดราชการในเดือนนี้
ปฏิทินวันพระ เดือนกุมภาพันธ์ 2569
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3
วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 แรม 8 ค่ำ เดือน 3
วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 แรม 14 ค่ำ เดือน 3
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4
วันสำคัญ
2วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก / วันคุณปู่คุณย่า (ญี่ปุ่น) / วันเกษตรแห่งชาติ / วันคุณปู่คุณตา (ญี่ปุ่น) / วันนักประดิษฐ์
3วันทหารผ่านศึก ✅️✅️🍀🍀
4วันมะเร็งโลก
5วันนักพยากรณ์อากาศ
6วันชาเขียว
7วันโบกมือทักทายเพื่อนบ้าน
9วันทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ / วันพิซซ่า10วันอาสารักษาดินแดน
11วันหาเพื่อนใหม่
13วันวิทยุโลก / วันรักนกเงือก
14วันวาเลนไทน์❤️❤️❤️❤️❤️
15วันแห่งความโสด
17วันตรุษจีน🈴️🈴️🈴️
18วันกินไอติมแทนข้าวเช้า (ญี่ปุ่น) / วันดื่มไวน์แห่งชาติ
21วันภาษาแม่สากล
22วันแมวแห่งชาติ (ญี่ปุ่น)
24วันรบพิเศษ / วันศิลปินแห่งชาติ
26วันสหกรณ์แห่งชาติ
27วันโปเกมอน
#วันหยุดกุมภา69. #ปฏิทิน69
#วันหยุด69
#วังว่าน #วังว่านสมุนไพร
ไทยอินสยาม #ไทยอินสยาม
วังว่าน เพจตัวแทนจำหน่าย -เพจวังว่านสมุนไพร
#คูปองสมุดฉีก #ปฏิทินวันหนุด69
#สยามเจริญ
สมุดฉีกอักษรมงคลจีน เริ่มแจกลูกค้าที่สั่งของเพจนี้ตั้งแต่ 12-17กุมภานี้จ๊ะ
https://s.shopee.co.th/40ajBLicuC
02/02/2026
📗 เปลี่ยนกิ่งไม้ไร้ค่า เป็น "ถ่านไบโอชาร์" (Biochar) ก้อนดำมหัศจรรย์! อุ้มน้ำ เก็บปุ๋ย แก้ดินกรด 🌑
🧑🌾 ช่วงนี้ใครตัดแต่งกิ่งไม้ในสวน อย่าเผาทิ้งให้เกิดฝุ่น PM 2.5 เดี๋ยวรัฐบาลจะจับเอา วันนี้เพจเกษตร นานา ชวนมาแปรรูปขยะในสวน ให้กลายเป็น "ถ่านบำรุงดิน" ที่มีรูพรุนมหาศาล เอาไว้รองก้นหลุมหรือผสมดินปลูก ช่วยให้พืชทนแล้งได้ดีเยี่ยมครับ
🔰 สิ่งที่ต้องเตรียม
- เศษกิ่งไม้, ไม้ไผ่, หรือซังข้าวโพดแห้ง
- น้ำสะอาด
🔰 วิธีทำ
1. ขุดหลุมดินรูปกรวย (กว้างปากหลุม 1 เมตร ลึก 50-60 ซม.)
2. ใส่เศษไม้แห้งลงไปก้นหลุมเล็กน้อยแล้วจุดไฟ
3. เมื่อไฟติดดีแล้ว ให้ทยอยเติมกิ่งไม้ลงไปเรื่อยๆ (อย่าใส่ทีเดียวหมด เดี๋ยวไฟดับ) รอให้ไม้ชุดล่างติดไฟแดงวาบ แล้วค่อยเติมทับลงไป
4. เมื่อไม้ทั้งหมดกลายเป็นถ่านแดงๆ (ไม่มีควันขาวแล้ว) ให้รีบ "พรมน้ำ" หรือราดน้ำลงไปให้ทั่วหลุมเพื่อดับไฟทันที! (ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ห้ามปล่อยให้มอดเองจนเป็นเถ้าขาว)
5. เมื่อถ่านเย็นลง นำขึ้นมาตากลมให้แห้ง แล้วบดให้เป็นก้อนเล็กๆ พอประมาณ
🔰 การนำไปใช้
- ชาร์จถ่าน (สำคัญ) ก่อนใช้ให้นำถ่านไบโอชาร์ไปแช่ใน "ปุ๋ยน้ำหมัก" (เช่น ปุ๋ยปลา, จุลินทรีย์หน่อกล้วย) 1 คืน เพื่อให้ปุ๋ยเข้าไปอยู่ในรูพรุนของถ่าน
- รองก้นหลุม: ใส่ 1 กำมือรองก้นหลุมก่อนปลูกพืช ช่วยเก็บความชื้น
- ผสมดิน: ผสมในดินปลูก อัตราส่วน ถ่าน 1 ส่วน : ดิน 10 ส่วน ช่วยแก้ดินแน่น ดินเป็นกรด
🔰 ผลลัพธ์และข้อดี
- ประหยัดน้ำ: รูพรุนของไบโอชาร์ช่วยดูดซับน้ำไว้ในดิน พืชจึงทนแล้งได้นานขึ้น
- ปุ๋ยไม่หาย: ช่วยตรึงปุ๋ยไม่ให้ถูกชะล้างไปกับน้ำ พืชค่อยๆ ดูดกินได้นาน
- บ้านจุลินทรีย์: เป็นที่หลบภัยของจุลินทรีย์ฝ่ายดี ทำให้ดินมีชีวิต ร่วนซุย ไม่แน่นทึบ
🗣️ ปกติตัดกิ่งไม้แล้วเอาไปทิ้งที่ไหนกันครับ? ใครเคยลองเผาถ่านใช้เองบ้าง ยากไหม? มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ!
บทความโดย : เกษตร นานา
#เกษตรนานา #ถ่านไบโอชาร์ #แก้ดินเสีย #เกษตรนานา #เกษตรอินทรีย์
02/02/2026
ที่ญี่ปุ่นพวกเขาสร้างนิทรรศการขึ้นมาเหมือนเป็นบรรพชีวินวิทยาและวิทยาศาสตร์จริงๆ แต่ทุกอย่างอิงมาจากจักรวาลของโปเกมอนทั้งหมด
พวกเขานำซากดึกดำบรรพ์จริงมาจัดแสดงคู่กับโปเกมอนที่สร้างขึ้นในขนาดเท่าของจริง เพื่อเปรียบเทียบและให้ความรู้เกี่ยวกับบรรพชีวินวิทยา วิวัฒนาการ และระบบนิเวศในยุคก่อนประวัติศาสตร์
เป้าหมายคือการส่งเสริมความสนใจในวิทยาศาสตร์ โดยทำให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสำหรับทุกช่วงวัย
เป็นกลยุทธ์ที่ดีในการปลุกความสนใจต่อพิพิธภัณฑ์ไหม?
02/02/2026
ให้น้ำพืชหน้าแล้งอย่างไร ให้พืช “ใช้ได้จริง”
ไม่ใช่แค่ดินเปียก
หน้าแล้งไม่ใช่แค่ช่วงที่น้ำขาด แต่คือช่วงที่พืชเครียดที่สุด หลายสวนรดน้ำทุกวัน ดินชื้นสม่ำเสมอ แต่ใบยังเหี่ยว ยอดไม่เดิน รากไม่แข็งแรง ใช้น้ำมาก ต้นทุนสูง แต่ผลลัพธ์กลับเท่าเดิม เพราะปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ให้น้ำน้อยหรือมาก แต่อยู่ที่ว่าน้ำที่ให้ไปนั้น พืชเอาไปใช้ได้มากแค่ไหน
หลักคิดสำคัญของการให้น้ำหน้าแล้ง ไม่ใช่แค่รดให้ดินเปียกหรือให้น้ำตามตาราง แต่ต้องให้น้ำซึมถึง “รากที่ใช้งานจริง” เพราะพืชดูดน้ำและธาตุอาหารผ่านปลายรากฝอยเป็นหลัก หากน้ำหยุดอยู่แค่ผิวดิน หรือดินอุ้มน้ำไม่ได้ น้ำจะไม่ไปถึงโซนรากที่ทำงาน ส่งผลให้รากไม่เดิน พืชเกิดความเครียด แม้หน้าดินจะดูชื้น แต่พืชกลับแสดงอาการเหี่ยว ยอดชะงัก และการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น
เทคนิคให้น้ำหน้าแล้ง ให้พืชใช้ได้จริง
1. ให้น้ำลึกดีกว่าให้น้ำบ่อย
การรดน้ำตื้น ๆ เป็นประจำ ทำให้รากพืชลอยอยู่ใกล้ผิวดิน ไม่แข็งแรง และทนแล้งได้ยาก ทางที่ดีกว่าคือให้น้ำแต่ละครั้งให้ชุ่มลึกถึงระดับรากที่ใช้งาน เพื่อกระตุ้นให้รากเดินลึกและดูดน้ำได้มีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปไม้ผลควรให้น้ำซึมลึกประมาณ 30-50 เซนติเมตร ส่วนพืชผักอยู่ที่ราว 15-25 เซนติเมตร
2. ดูสภาพดินก่อนดูตารางรดน้ำ
การให้น้ำไม่ควรยึดตามตารางหรือเลียนแบบสวนอื่น เพราะดินแต่ละแปลงไม่เหมือนกัน ดินร่วนแห้งเร็วแต่ระบายน้ำดี ดินเหนียวชื้นนานแต่เสี่ยงรากขาดอากาศ ส่วนดินทรายน้ำผ่านเร็วและต้องเสริมอินทรียวัตถุ หลักสำคัญคือรดน้ำเมื่อดินเริ่มแห้ง ไม่ใช่รดตามเวลา
3. ให้น้ำในช่วงเวลาที่พืชรับได้ดีที่สุด
ช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะอุณหภูมิต่ำ การระเหยของน้ำต่ำ รากสามารถดูดน้ำไปใช้ได้เต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำช่วงกลางวันที่แดดจัด เนื่องจากน้ำระเหยเร็วและเพิ่มความเครียดให้พืชโดยไม่จำเป็น
4. ดินดี ช่วยประหยัดน้ำได้มาก
ดินที่มีโครงสร้างดีจะอุ้มน้ำได้นาน ระบายน้ำได้ และเอื้อต่อการหายใจของราก การเพิ่มปุ๋ยคอกที่สลายตัวดี ปุ๋ยหมัก และการคลุมดินด้วยฟาง ใบไม้ หรือหญ้าแห้ง จะช่วยลดการสูญเสียน้ำ ทำให้ใช้น้ำน้อยลง แต่พืชยังได้รับน้ำอย่างต่อเนื่อง
5. สังเกตพืช มากกว่าดูระบบน้ำ
พืชจะเป็นตัวบอกได้ดีที่สุดว่าน้ำที่ให้ไปนั้นเพียงพอหรือไม่ หากใบห้อยตั้งแต่ช่วงเช้า ใบเล็ก ยอดไม่เดิน หรือใบเขียวเข้มผิดปกติแต่ไม่แตกยอด แสดงว่าน้ำยังถูกใช้ได้ไม่ดี แต่เมื่อใบตั้งช่วงเช้า ยอดเดินสม่ำเสมอ และใบมีขนาดเหมาะกับพันธุ์ นั่นคือสัญญาณว่าพืชเริ่มเข้าสู่สมดุล
หน้าแล้งจะไม่ใช่เรื่องน่ากังวล หากเราเข้าใจว่าพืชไม่ได้แพ้เพราะน้ำน้อย แต่แพ้เพราะน้ำไปไม่ถึงรากที่ใช้งานจริง เมื่อปรับวิธีให้น้ำให้ถูกทาง ไม่เพียงช่วยลดการใช้น้ำและต้นทุนการดูแล แต่ยังช่วยให้พืชแข็งแรง รากเดินดี และพร้อมให้ผลผลิตได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
#ให้น้ำพืชหน้าแล้ง #จัดการน้ำอย่างถูกวิธี #น้ำถึงรากพืช #รากเดินพืชโต #ลดต้นทุนเกษตร #ดินดีพืชแข็งแรง #เกษตรมีระบบ #เกษตรเข้าใจพืช #สาระความรู้คนทำเกษตร #เกษตรกรไทย #เกษตรสัญจร
……………………………………
เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
02/02/2026
หน้าแล้ง ปลูกผักอะไรดี!!
ปลูกผักตามฤดูกาล หัวใจสำคัญสู่พืชผักงาม ปลอดภัย และสร้างรายได้
การปลูกผักให้ได้ผลผลิตดี มีคุณภาพ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค "ฤดูกาล" คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด การเลือกชนิดพืชให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในช่วงเวลานั้นๆ จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีเร่งโต ทำให้ได้ผักที่แข็งแรงและมีรสชาติดี
วันนี้จะพาไปเจาะลึกเคล็ดลับการเลือกปลูกผักใน ฤดูแล้งนี้ว่าควรปลูกอะไร และมีเทคนิคการดูแลอย่างไรบ้าง
ฤดูร้อน (หน้าแล้ง) สู้แดด เน้นพืชทนทาน ใช้น้ำคุ้มค่า
สภาพอากาศที่ร้อนจัดและแสงแดดแรงในหน้าแล้ง เป็นความท้าทายของเกษตรกร แต่ก็มีพืชหลายชนิดที่ชอบแสงแดดและสามารถเติบโตได้ดี
เคล็ดลับการดูแล
หัวใจสำคัญคือ "การให้น้ำ" แม้จะเลือกพืชทนแล้ง แต่การรดน้ำอย่างสม่ำเสมอในช่วงเช้าและเย็นเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในดินและให้ความชุ่มชื้นแก่ต้นพืช
ผักที่เหมาะสำหรับปลูกในหน้าแล้ง
เน้นกลุ่มพืชกินผล พืชหัว และพืชตระกูลเถาที่ทนทานต่อแสงแดด ได้แก่
🌿 กลุ่มไม้ผลและเถา แตงโม, ฟักทอง, แฟง, บวบ, มะระ, แตงร้าน, แตงกวา, ถั่วฝักยาว, ถั่วพู, มะเขือเปราะ
🥔 กลุ่มพืชหัว มันเทศ
🥬 ผักใบที่พอปลูกได้ ผักบุ้งจีน, ผักกาดหอม, คะน้า, ผักชี, ต้นหอม (อาจต้องมีการพรางแสงช่วยบ้างใน ช่วงที่แดดจัดที่สุด)
ขอให้สนุกกับการลงสวนปลูกผักครับ 🥦🥬🌽
02/02/2026
📣สำหรับคูปองสมุดฉีก ที่รอบส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แวะมาปจังรับได้ก่อน 16กุทภา69. นี่น่ะค่ะ. หากลูกค้าเพตecolove ได้รับรางวัล. ทางเพจเพิ่มชุดทำพวงกุญแจฝาขวดน้ำ♻️ ไปอีก 1 รางวัลด้วยเด้อ
02/02/2026
[เมื่อ ‘ความจิ๋ว’ กลายเป็นปัญหา ‘ใหญ่’]
ขวดซอสโชยุรูปปลาจุกฝาสีแดงที่ถูกแถมมากับซูชิคำโปรด ภาพจำแห่งความสะดวกสบายที่คนทั่วโลกคุ้นตากันดี ทว่าภายใต้รูปร่างที่น่ารักและใช้งานจริงเพียงไม่กี่วิกลับซ่อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมรุนแรงกว่าที่คิด เพราะบรรจุภัณฑ์เหล่านี้คือต้นเหตุของขยะพลาสติกทั่วโลกถึง 40% ซึ่งหากนับเฉพาะเจ้าปลาก็ถูกใช้ไปแล้วกว่า 8,000-12,000 ล้านตัว นับตั้งแต่ปีที่มันถูกผลิตขึ้นมา
แม้พวกมันจะทำจากพลาสติกที่รีไซเคิลได้ แต่ด้วยขนาดที่เล็กเกินกว่าเครื่องจักรในโรงงานคัดแยกจะจัดการได้ถูกต้อง ทำให้ส่วนใหญ่จึงมักลงเอยในหลุมฝังกลบและตกค้างในธรรมชาตินานหลายร้อยปี ซ้ำร้ายพลาสติกเหล่านี้กลับไม่ได้หายไปไหน แต่แตกตัวเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ กลายเป็น ‘ไมโครพลาสติก’ ที่ปนเปื้อนอยู่ในทุกย่อมหญ้า ตั้งแต่ร่องลึกก้นสมุทร ยอดเขาเอเวอเรสต์ และที่น่ากังวลที่สุดคือ ใน ‘สมอง’ ของมนุษย์เราเอง
ด้วยเหตุนี้ เพื่อหยุดวงจรขยะที่แก้ไม่ตก รัฐเซาท์ออสเตรเลียจึงประกาศห้ามใช้และขายซอสรูปปลาพลาสติกอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ถือเป็นมาตรการต่อเนื่องจากการสั่งแบนบรรจุภัณฑ์อื่นๆ เช่น ถุงพลาสติก หลอด และแก้วกาแฟที่มีผลไปก่อนหน้านี้
[อัพเกรดร่างใหม่ด้วยวัสดุยั่งยืนที่ย่อยสลายได้เอง]
เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน คู่หูนักออกแบบชาวออสเตรเลีย Angus Ware และ Jeffrey Simpson จากสตูดิโอ Heliograf เจ้าของงานออกแบบ ‘Light Soy’ โคมไฟขวดซอสรูปปลาสะท้อนปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ได้กลับมาสานต่ออุดมการณ์รักษ์โลกอีกครั้ง
ในครั้งนี้พวกเขาจับมือร่วมกับ Vert Design พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ อย่าง ‘Holy Carp!’ หลอดหยดซอสรูปปลาที่ผลิตจาก ‘ชานอ้อย’ โดยเพิ่มความทนทานด้วยการเคลือบไขธรรมชาติ ทำให้สามารถใส่น้ำซอสได้นานถึง 48 ชั่วโมง ได้โดยไม่ยุ่ยเสียหายและปลอดภัยไร้สารเคมีตกค้าง
นอกจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยเพิ่มอรรถรสความหอมและสดใหม่ให้กับมื้ออาหาร โดยให้ร้านอาหารสามารถเติมโชยุสดๆ ที่หน้าร้านก่อนส่งให้ลูกค้า แทนการใช้ซอสบรรจุสำเร็จรูปจากโรงงาน และที่สำคัญหลังใช้งานเสร็จ ผู้บริโภคสามารถทิ้งลงในถังหมักปุ๋ยในครัวเรือนหรือฝังกลบในสวนหลังบ้านได้ทันที ซึ่งจะย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติได้เองภายในเวลาเพียง 4-6 สัปดาห์
นี่อาจจะเป็นมาตรฐานใหม่ของบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้เราเพลิดเพลินกับมื้ออาหารได้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสบายใจที่ไม่ต้องทิ้งภาระไว้ให้โลกใบนี้อีกต่อไป
[FunFact: เปิดเบื้องหลังขวดซอสรูปปลาสุดไอคอนิก]
‘โชยุไท’ ขวดพลาสติกใส่ซีอิ๊วรูปปลา ถูกคิดค้นขึ้นหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย เทรุโอะ วาตานาเบะ ผู้ก่อตั้งบริษัท Asahi Sogyo ได้หันมาใช้นวัตกรรมพลาสติกผลิตซองซอสแทนวัสดุดั้งเดิมอย่างเซรามิกหรือแก้วที่มีราคาสูงและแตกหักง่าย
เบื้องหลังรูปทรงปลานั้นไม่ใช่แค่ความน่ารัก แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับซูชิและซาชิมิโดยเฉพาะ ที่สำคัญปลาที่เป็นต้นแบบก็ไม่ใช่ปลาธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็น ‘ปลาไท’ หรือปลากระพงแดงญี่ปุ่น ที่ชาวเกาะยกให้เป็น ‘ราชาแห่งปลา’ และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เพราะคำว่า ‘ไท’ (鯛) พ้องเสียงกับคำว่า ‘เมเดะไต’ (めでたい) ที่แปลว่า น่ายินดีหรือเป็นมงคล จึงเป็นวัตถุดิบที่นิยมนำมาเสิร์ฟในงานเฉลิมฉลองที่เป็นมงคลนั้นเอง
///
ขอบคุณข้อมูลจาก
t.ly/H0EPx
t.ly/QhI5o
t.ly/hl2R2
📚 TCDC COMMONS Creative Food ห้องสมุดอาหารสร้างสรรค์ 📚
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาได้ที่ Tel. 02 321 2288
# #สิ่งแวดล้อม #ขวดซอสรูปปลา
https://www.facebook.com/share/186ies7oy5/
[เมื่อ ‘ความจิ๋ว’ กลายเป็นปัญหา ‘ใหญ่’]
ขวดซอสโชยุรูปปลาจุกฝาสีแดงที่ถูกแถมมากับซูชิคำโปรด ภาพจำแห่งความสะดวกสบายที่คนทั่วโลกคุ้นตากันดี ทว่าภายใต้รูปร่างที่น่ารักและใช้งานจริงเพียงไม่กี่วิกลับซ่อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมรุนแรงกว่าที่คิด เพราะบรรจุภัณฑ์เหล่านี้คือต้นเหตุของขยะพลาสติกทั่วโลกถึง 40% ซึ่งหากนับเฉพาะเจ้าปลาก็ถูกใช้ไปแล้วกว่า 8,000-12,000 ล้านตัว นับตั้งแต่ปีที่มันถูกผลิตขึ้นมา
แม้พวกมันจะทำจากพลาสติกที่รีไซเคิลได้ แต่ด้วยขนาดที่เล็กเกินกว่าเครื่องจักรในโรงงานคัดแยกจะจัดการได้ถูกต้อง ทำให้ส่วนใหญ่จึงมักลงเอยในหลุมฝังกลบและตกค้างในธรรมชาตินานหลายร้อยปี ซ้ำร้ายพลาสติกเหล่านี้กลับไม่ได้หายไปไหน แต่แตกตัวเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ กลายเป็น ‘ไมโครพลาสติก’ ที่ปนเปื้อนอยู่ในทุกย่อมหญ้า ตั้งแต่ร่องลึกก้นสมุทร ยอดเขาเอเวอเรสต์ และที่น่ากังวลที่สุดคือ ใน ‘สมอง’ ของมนุษย์เราเอง
ด้วยเหตุนี้ เพื่อหยุดวงจรขยะที่แก้ไม่ตก รัฐเซาท์ออสเตรเลียจึงประกาศห้ามใช้และขายซอสรูปปลาพลาสติกอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ถือเป็นมาตรการต่อเนื่องจากการสั่งแบนบรรจุภัณฑ์อื่นๆ เช่น ถุงพลาสติก หลอด และแก้วกาแฟที่มีผลไปก่อนหน้านี้
[อัพเกรดร่างใหม่ด้วยวัสดุยั่งยืนที่ย่อยสลายได้เอง]
เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน คู่หูนักออกแบบชาวออสเตรเลีย Angus Ware และ Jeffrey Simpson จากสตูดิโอ Heliograf เจ้าของงานออกแบบ ‘Light Soy’ โคมไฟขวดซอสรูปปลาสะท้อนปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ได้กลับมาสานต่ออุดมการณ์รักษ์โลกอีกครั้ง
ในครั้งนี้พวกเขาจับมือร่วมกับ Vert Design พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ อย่าง ‘Holy Carp!’ หลอดหยดซอสรูปปลาที่ผลิตจาก ‘ชานอ้อย’ โดยเพิ่มความทนทานด้วยการเคลือบไขธรรมชาติ ทำให้สามารถใส่น้ำซอสได้นานถึง 48 ชั่วโมง ได้โดยไม่ยุ่ยเสียหายและปลอดภัยไร้สารเคมีตกค้าง
นอกจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยเพิ่มอรรถรสความหอมและสดใหม่ให้กับมื้ออาหาร โดยให้ร้านอาหารสามารถเติมโชยุสดๆ ที่หน้าร้านก่อนส่งให้ลูกค้า แทนการใช้ซอสบรรจุสำเร็จรูปจากโรงงาน และที่สำคัญหลังใช้งานเสร็จ ผู้บริโภคสามารถทิ้งลงในถังหมักปุ๋ยในครัวเรือนหรือฝังกลบในสวนหลังบ้านได้ทันที ซึ่งจะย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติได้เองภายในเวลาเพียง 4-6 สัปดาห์
นี่อาจจะเป็นมาตรฐานใหม่ของบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้เราเพลิดเพลินกับมื้ออาหารได้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสบายใจที่ไม่ต้องทิ้งภาระไว้ให้โลกใบนี้อีกต่อไป
[FunFact: เปิดเบื้องหลังขวดซอสรูปปลาสุดไอคอนิก]
‘โชยุไท’ ขวดพลาสติกใส่ซีอิ๊วรูปปลา ถูกคิดค้นขึ้นหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย เทรุโอะ วาตานาเบะ ผู้ก่อตั้งบริษัท Asahi Sogyo ได้หันมาใช้นวัตกรรมพลาสติกผลิตซองซอสแทนวัสดุดั้งเดิมอย่างเซรามิกหรือแก้วที่มีราคาสูงและแตกหักง่าย
เบื้องหลังรูปทรงปลานั้นไม่ใช่แค่ความน่ารัก แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับซูชิและซาชิมิโดยเฉพาะ ที่สำคัญปลาที่เป็นต้นแบบก็ไม่ใช่ปลาธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็น ‘ปลาไท’ หรือปลากระพงแดงญี่ปุ่น ที่ชาวเกาะยกให้เป็น ‘ราชาแห่งปลา’ และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เพราะคำว่า ‘ไท’ (鯛) พ้องเสียงกับคำว่า ‘เมเดะไต’ (めでたい) ที่แปลว่า น่ายินดีหรือเป็นมงคล จึงเป็นวัตถุดิบที่นิยมนำมาเสิร์ฟในงานเฉลิมฉลองที่เป็นมงคลนั้นเอง
///
ขอบคุณข้อมูลจาก
t.ly/H0EPx
t.ly/QhI5o
t.ly/hl2R2
📚 TCDC COMMONS Creative Food ห้องสมุดอาหารสร้างสรรค์ 📚
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาได้ที่ Tel. 02 321 2288
# #สิ่งแวดล้อม #ขวดซอสรูปปลา