ชมรมฟุตบอลราชาธิวาส

ชมรมฟุตบอลราชาธิวาส

แชร์

It is the page for communication of Rajadhivas's soccer club activity both currently student and old

Photos from Royal Barges National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี's post 20/08/2026
20/08/2026

🙏🙏🙏

ในโลกมนุษย์นี้คิดให้ดีๆ มีอยู่ ๓ ไม่
๑.ไม่แน่
๒.ไม่ได้ดั่งใจ
๓.ไม่มีอะไรสมบูรณ์
(ธรรมคำสอนหลวงปู่)
สมเด็จพระญาณวชิรมงคล
(หลวงปู่ลือชัย คุณวุฑฺโฒ)

19/08/2026

แนวทางการให้คำแนะนำเรื่องรองเท้าฟุตบอลเยาวชนที่ถูกต้อง

กรณีรองเท้าฟุตบอลราคาแพงหรือราคาถูก เป็นคนละเรื่องกับวินัยในการซ้อม ไม่ควรหยิบยกมาพูดเปรียบเทียบกันในที่สาธารณะ เพราะอาจทำให้เด็กเสียความมั่นใจได้ ทั้งที่ความสามารถไม่ได้วัดกันที่ราคาของอุปกรณ์

เพราะบางทีเด็กไม่รู้หรอกว่ารองเท้าคู่เท่าไหร่ เด็กแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าค่าเรียนและค่าเดินทาง ค่าที่พักไปแข่งขันกับอะคาเดมี่เท่าไหร่ การไปพูดถึงเรื่องราคารองเท้าว่าใช้แพง สิ่งนี้อยู่นอกเหนือกว่าเด็กที่ต้องรู้

แต่สิ่งที่เด็กต้องรู้เบื้องต้นคือ รูปเท้าตัวเองเป็นแบบไหน ลองใส่แล้วเจ็บเท้าไหม พื้นสนามที่ซ้อมอยู่ควรใช้รองเท้าฟุตบอลปุ่มแบบไหน และสนามที่จะไปแข่งพื้นสนามเป็นแบบไหน ต้องใช้รองเท้าฟุตบอลปุ่มแบบไหน

สิ่งที่ควรนำมาพูดให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์และปลอดภัยกับเด็กมากกว่า คือเรื่องการเลือกรองเท้าให้ถูกต้อง

หลักการที่ 1: ให้เน้นการเลือกรองเท้าให้ถูกกับชนิดพื้นสนามและรูปแบบเท้าของผู้ใช้งานเป็นหลัก

รองเท้าที่ดีที่สุด ไม่ใช่รองเท้าที่แพงที่สุด แต่คือรองเท้าที่ปลอดภัยและเหมาะกับผู้สวมใส่

1. เลือกให้ถูกกับชนิดพื้นสนาม

นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

สนามหญ้าจริง ดินนุ่ม หรือสนามแฉะหลังฝนตก: ควรใช้ปุ่มแบบ FG หรือ SG ซึ่งเป็นปุ่มใบมีดสูง ช่วยให้ยึดเกาะพื้นนุ่มได้ดี ไม่ลื่นล้ม
สนามหญ้าเทียม ตามโรงเรียนและสนามเช่าทั่วไป: ควรใช้ปุ่มแบบ AG หรือ TF ซึ่งเป็นปุ่มสั้น กระจายตัวจำนวนมาก ช่วยลดแรงกระแทกที่หัวเข่าและข้อเท้า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าในเด็กที่ใส่ปุ่มยาวไปเล่นหญ้าเทียม
สนามปูน พื้นแข็ง หรือสนามฟุตซอล: ควรใช้รองเท้าพื้นเรียบแบบ IC หรือ Turf เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรใช้ปุ่มใบมีด
2. เลือกให้ถูกกับรูปแบบเท้าของผู้ใช้งาน

เท้าเรียว หน้าเท้าแคบ: ควรเลือกรองเท้าทรงสลิมที่กระชับเรียว เพื่อไม่ให้เท้าขยับในรองเท้าจนเกิดการเสียดสี
เท้าบาน หน้าเท้ากว้าง: ควรเลือกรองเท้าที่มีรุ่นหน้ากว้าง หรือมีสัญลักษณ์ Wide เพื่อไม่ให้บีบนิ้วเท้าจนเล็บม่วงหรือเป็นตาปลา
หลักสำคัญที่สุดคือขนาด: ต้องเลือกไซส์ที่พอดี เผื่อปลายเท้าประมาณครึ่งเซนติเมตร ไม่กัดส้น ไม่บีบข้าง ใส่แล้ววิ่งได้สบาย
การให้ความรู้แบบนี้ เด็กทุกคนสามารถนำไปใช้ได้จริง และไม่ทำให้ใครรู้สึกด้อยค่า

หลักการที่ 2: สิ่งที่ควรพูดเน้นย้ำมากกว่าเรื่องรองเท้า

เรื่องรองเท้าใช้เวลาอธิบายเพียง 2 นาทีก็เพียงพอ แต่มีอีก 3 เรื่องที่ผู้ฝึกสอนควรใช้เวลาพูดให้มาก เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของเยาวชน

1. ระเบียบวินัยในการซ้อม

ควรเน้นให้มาก เรื่องการมาตรงเวลา การตั้งใจฟังคำสั่ง การจัดเก็บรองเท้าและอุปกรณ์ด้วยตนเอง การเคารพเพื่อนร่วมทีม สิ่งเหล่านี้สำคัญกว่ายี่ห้อของรองเท้า

2. ระเบียบวินัยในการกินตามหลักโภชนาการและการพักผ่อนเมื่อกลับถึงบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีการให้ความรู้

ด้านโภชนาการ: เด็กที่ซ้อมหนัก กลับถึงบ้านควรได้รับอาหารที่ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ คือ ข้าว ไข่ เนื้อสัตว์ และนม ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือน้ำอัดลม ก่อนการซ้อมในช่วงเย็น ควรรับประทานอาหารรองท้อง เช่น นม 400 มิลลิลิตร และกล้วย 1 ลูก
ด้านการพักผ่อน: ควรนอนหลับให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน เช่น เข้านอนเวลา 21:30 น. และตื่น 05:30 น. เพื่อให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนมาซ่อมแซมกล้ามเนื้อขา หากนอนดึก วันรุ่งขึ้นจะไม่มีแรงทั้งเรียนและซ้อม
3. ความรับผิดชอบด้านการเรียน

ฟุตบอลอาจไม่ได้เป็นอาชีพของทุกคน แต่การศึกษาต้องสำเร็จ ควรปลูกฝังให้นักกีฬามีความรับผิดชอบในการเรียน ส่งการบ้านตรงเวลา ไม่ติด 0 หรือ ร รู้จักการแบ่งเวลาระหว่างการเรียนและการฝึกซ้อม

สรุป

กรณีรองเท้าฟุตบอลราคาแพงหรือราคาถูก เป็นคนละเรื่องกับวินัยในการซ้อม ไม่ควรหยิบยกมาพูดเปรียบเทียบกัน เพราะทำให้เด็กเสียความมั่นใจและไม่เกิดประโยชน์

สิ่งที่เด็กต้องรู้คือรูปเท้าตัวเองเป็นแบบไหน ใส่แล้วเจ็บหรือไม่ และพื้นสนามที่ซ้อมและที่จะไปแข่งขันเป็นแบบไหน ต้องใช้รองเท้าปุ่มแบบใดจึงจะปลอดภัย

และควรใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสอนเรื่องระเบียบวินัยในการซ้อม ระเบียบวินัยในการกินและการพักผ่อน และความรับผิดชอบด้านการเรียน ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของนักกีฬาที่ดีในอนาคต

15/08/2026

พอเวลาผ่านไป
เราจะเติบโตขึ้น
ไปเป็นคนใหม่เสมอ

จากเด็กที่เคยร้องไห้
จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง

ถึงแม้บ้างครั้งจะแอบร้องไห้
แต่เราจะอดทนเก่งขึ้น
และผ่านมันไปได้ทุกครั้ง

จากเด็กที่เอาแต่ใจ
เราจะเรียนรู้ว่าโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา
เราต่างหากที่ต้องเรียนรู้
วิธีหมุนไปกับสิ่งรอบตัว

จากเด็กที่เคยไม่เก่ง
พอเติบโตขึ้นเราจะเก่งในแบบของเรา
และมีเส้นทางเป็นของตัวเอง
ที่ไม่ใช่เหมือนที่ใครหลายคน
คาดหวังไว้ตอนที่เรายังเด็ก

"หกล้ม ลุกขึ้น เรียนรู้ และเติบโต"
นิยามสั้น ๆ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน
เราจะต้องโตขึ้นและก้าวต่อไปเสมอ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10300