13/06/2026
สถิตในใจตราบนิรันดร์
น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
Pilates Studio for Private and Small Group class
พิลาทิส สตูดิโอ เน้นการสอนทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม เพียง 7 คน/คลาส
Pilates Reformer for Private and Group class, สตูดิโอพิลาทีสฝั่งธนบุรีให้บริการทั้งคลาสเรียนเดี่ยวและกลุ่ม
13/06/2026
สถิตในใจตราบนิรันดร์
น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
พบกับทีมของเราได้ที่ Booth H20 💙
มาพูดคุยเกี่ยวกับคอร์สเรียนพิลาทิส หรือคอร์สสอน Instructor สถาบัน Stott Pilates
หลักสูตรพิเศษ ✨ ISP (Injuries & Special Populations)
ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บและกลุ่มเฉพาะทางได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
✨ รับคำปรึกษาเกี่ยวกับเส้นทางการเรียน
✨ สอบถามรายละเอียดหลักสูตรได้โดยตรง
✨ รับส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ที่สมัครภายในงาน
โอกาสดีสำหรับผู้สอน Pilates ที่ต้องการต่อยอดความรู้และเพิ่มความมั่นใจในการดูแลลูกค้าหลากหลายเคสมากขึ้น
See you at Booth H20!
#พิลาทิสฝั่งธนบุรี #พิลาทิสบางแค
03/06/2026
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
01/06/2026
🚨 คอร์สที่ Pilates Instructor ไม่ควรพลาด!
คอร์สที่จะเพิ่มทักษะการสอนของคุณของครบเครื่องมากขึ้นครั้งแรกกับหลักสูตร
Injuries & Special Populations | 16–19 Aug 2026 |
✅เรียนรู้สาเหตุ ข้อจำกัด ข้อควรระวัง และการปรับโปรแกรมออกกำลังกายให้เหมาะสมสำหรับผู้มีอาการบาดเจ็บบริเวณ
✅ กระดูกสันหลัง
✅ หัวไหล่
✅ สะโพก
✅ เข่าและข้อเท้า
รวมทั้งเรียนรู้การออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายสำหรับนักเรียนกลุ่ม
✅ คนท้อง
✅ ผู้สูงอายุ
✅ คนที่มีภาวะ Fibromyalgia
เพื่อเพิ่มทักษะและต่อยอดการสอนเพื่อดูแลลูกค้าได้อย่างปลอดภัย
ต่อยอดทักษะการสอนที่จะทำให้คุณเข้าใจและดูแลนักเรียนได้อย่างลึกซึ้ง
✨ สอนโดย Lead IT Jeff One
✨ ได้รับการยืนยันจาก Head Quarter ว่าเป็นผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญและถ่ายทอดเนื้อหาได้ยอดเยี่ยม
👉🏻เพราะการเป็น Instructor ไม่ใช่แค่รู้ว่าต้องสอนอะไร แต่ต้องรู้ว่า “ควรปรับอย่างไร” ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลและแต่ละอาการบาดเจ็บ
📅 16–19 August 2026
📩 Inbox เพื่อรับรายละเอียดและสำรองที่นั่งก่อนเต็ม!
☎️065-746-6365
Line Official:
📍ผู้เข้าอบรมจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตร IMP หรือ IR มาแล้ว
20/05/2026
พบกับ บูธของ Three Studio Pilates ที่งาน Pilates Fest 2026 🎉
วันที่ 6-7 มิย. 2026 นี้
เติมความรู้ เติมพลัง และสนุกไปกับ Pilates Community ด้วยกันในงาน✨
ทั้ง Charity และ Workshop ที่น่าสนใจให้เข้าร่วมมากมาย
พร้อมแจกโค้ดส่วนลด PF26PARTNER ลดเพิ่ม 10% 🥰
แล้วเจอกันที่ Pilates Fest 2026 💙
Bangna
#พิลาทิสฝั่งธนบุรี #พิลาทิสบางแค
30/04/2026
🔥โค้งสุดท้าย Workshop จาก STOTT PILATES
เปิดโอกาสให้ทั้งผู้สอนและผู้สนใจพัฒนา
Movement ไม่จำเป็นต้องเคยเรียน STOTT
มาก่อนก็สามารถเข้าเรียนได้
✨ไม่ต้องเป็นครูพิลาทิสก็เรียนได้ค่ะ
Workshop นี้ เหมาะสำหรับ
" ทุกคน " ที่อยากดูแลร่างกายตัวเอง
เรียนเเล้วสามารถนำท่าไปฝึกต่อ ที่บ้านได้จริง
เข้าใจร่างกายมากขึ้นและออกกำลังกาย ได้อย่างปลอดภัย
หรือครูพิลาทิสที่ต้องการนำท่าไปต่อยอดการสอนในคลาสเรียนให้ดูมืออาชีพมากขึ้น
📆7 May 2026 / Seacon Bangkae
💰4,900 บาท / Workshop
🔥ลงครบ 3 หัวข้อมีส่วนลดพิเศษ
📩สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่เรียน ทักแชท หรือโทร
ที่เบอร์ 065-7466365
16/04/2026
จากประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับ พิลาทิส ว่าจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้แกนกลางจริงไหม จนถึงประเด็นต่างๆ แอดมินขอนำบทความดีๆมาฝากค่ะ
พิลาทิสก็เป็นการออกกำลังการรูปแบบนึง การจะฝึกพิลาทิสให้ได้ผลดี ประกอบด้วยหลายปัจจัย ครูและอุปกรณ์ก็เป็นปัจจัยสำคัญ
ทางสตูยังคงยึดมั่นในหลักการสอนพิลาทิส เพื่อดูแลสุขภาพของนักเรียนให้แข็งแรงขึ้น เข้าใจในร่างกายตัวเองมากขึ้นและลดโอกาสหรือบรรเทาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น และยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอนและอุปกรณ์ที่ต้องได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 11 ค่ะ
ขอบคุณบทความดีๆจากคลินิกกายภาพ Fixme ด้วยค่ะ 🙏❤️
https://www.facebook.com/share/p/14hqnnGudxs/?mibextid=wwXIfr
สรุป Pilates VS Weight Training / Strength ทางกายภาพแบบเอางานวิจัยมา Discuss กัน
คำศัพท์ที่ควรรู้ จะได้อ่านแบบเข้าใจง่าย
1. Local Muscle System (ระบบกล้ามเนื้อชั้นลึก)
นิยาม: กลุ่มกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงในระดับปล้องต่อปล้อง (Intersegmental Stability)
หน้าที่: ควบคุม Stiffness และ Neutral zone ของข้อต่อและความมั่นคงเฉพาะจุด ไม่ได้มีหน้าที่สร้างการเคลื่อนไหว (Movement) ในมุมกว้าง
ประเภทเส้นใยกล้ามเนื้อ Type I (Slow-twitch), Tonic fibers
ลักษณะเด่น: ทำงานแบบต่อเนื่อง (Tonic), มีแรงต่ำ (Low load), และทำงานล่วงหน้าก่อนขยับร่างกาย (Feed-forward)
ความทนทาน สูงมาก ทำงานต่อเนื่องได้นาน
ระบบควบคุม : Feedforward mechanism, ทำงานโดยอัตโนมัติ (subconscious) ควบคุมด้วยระบบสมองส่วนกลาง CNS โดยมี Muscle Spindle และ Golgi tendon organs ทำหน้าที่ส่งข้อมูลตำแหน่งและความตึงของข้อต่อกลับไปยังสมอง
ตัวอย่าง:
กลุ่มลำตัว: Transversus Abdominis, Deep Multifidus, Pelvic Floor.
กลุ่มคอ : **กลุ่มกล้ามเนื้อใต้ท้ายทอย (Suboccipital Muscles) ซึ่งมีความหนาแน่นของ Muscle spindles (ตัวรับความรู้สึกจากการยืด) สูงที่สุดในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีผลต่อ Proprioceptive สูงมาก ใครที่มีเวียนศรีษะและการทรงตัว มัดนี้สำคัญ , กลุ่มกล้ามเนื้อคอด้านหน้าชั้นลึก (Deep neck flexor)
2. Global Muscle System (ระบบกล้ามเนื้อชั้นตื้น)
นิยาม กลุ่มกล้ามเนื้อที่อยู่ตื้น เห็นได้ชัดเจนจากภายนอก ข้ามผ่านหลายข้อต่อ
หน้าที่หลัก สร้างแรงบิดเพื่อการเคลื่อนไหว (torque production) เช่น การเดิน การวิ่ง การยกของ หรือการก้มตัว
ประเภทเส้นใยกล้ามเนื้อ Type II (Fast-twitch), Phasic fibers กล้ามเนื้อที่มี TypeII มากกว่า 51%
ความหนาแน่นของ Muscle Spindles ต่ำกว่าระบบชั้นลึก ทำให้มี proprioceptive feedback ไปสมองน้อยกว่า
ความทนทาน: ต่ำ อ่อนล้าง่ายกว่า
ระบบควบคุม: ภายใต้อำนาจจิตใจ (conscious), ตอบสนองต่อทิศทาง
ตัวอย่าง:
กลุ่มลำตัว : Re**us Abdominis,External Obliques,Erector Spinae,Latissimus Dorsi,Quadratus Lumborum
ref: Bergmark A. (1989) Stability of the lumbar spine. A study in mechanical engineering. (ผู้ให้คำนิยามคนแรก) **
Richardson, Jull, Hodges และ Hides(1999) Therapeutic Exercise for Spinal Segmental Stabilization
กล้ามเนื้อทั้ง 2 กลุ่มนี้ทำงานแยกกันได้ไหม?
1.ในทางสรีรวิทยาและการเคลื่อนไหวที่เป็น #ปกติ กล้ามเนื้อทั้ง 2 กลุ่มนี้
#ไม่สามารถทำงานแยกขาดจากกันได้ แต่จะทำงานสอดประสานกันในรูปแบบที่เรียกว่า "ความร่วมมือของกล้ามเนื้อ" (Muscle Synergy) เพื่อให้การเคลื่อนไหวมีประสิทธิภาพ
2.แต่เมื่อระบบ Neuromuscular ระบบทำงานระหว่างประสาทกับกล้ามเนื้อทำ #ไม่ปกติ เช่น
2.1 การบาดเจ็บและอุบัติเหตุ (Trauma/Injury): เมื่อเกิดการบาดเจ็บที่ข้อต่อ เส้นเอ็น หรือเนื้อเยื่อรอบๆ ร่างกายจะมีกลไกป้องกันตัวที่เรียกว่า Arthrogenic Muscle Inhibition (AMI) ซึ่งเป็นปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ที่สั่งให้กล้ามเนื้อรอบข้อต่อนั้นหยุดทำงานชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่ม
2.2 กล้ามเนื้อชั้นลึกหยุดทำงานหรือทำงานลดลงอย่างเฉียบพลันหลังการบาดเจ็บหรือการผ่าตัด inflammation, Swlling การมีน้ำหรือเลือดคั่งในข้อต่อจะเพิ่มความดันภายในข้อ (Intra-articular pressure) ซึ่งไปกระตุ้นตัวรับความรู้สึก (Mechanoreceptors) ให้ #ส่งสัญญาณยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อชั้นลึกที่ทำหน้าที่ประคองข้อต่อ
2.3 ความเจ็บปวด (Pain): ความปวดส่งสัญญาณไปยังไขสันหลังและสมอง ซึ่งจะไปรบกวนสัญญาณประสาทสั่งการ (Motor drive) ทำให้ความสามารถในการหดตัวของกล้ามเนื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ตัวกล้ามเนื้อเองจะไม่ได้บาดเจ็บโดยตรงก็ตาม
2.4 พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle): การอยู่ในท่าทางเดิมนานๆ เช่น การนั่งทำงานทั้งวันโดยไม่มีการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย ทำให้ระบบประสาทขาดการกระตุ้นกล้ามเนื้อชั้นลึกจนความเร็วในการกระตุ้นตอบสนองลดลง และฝ่อลีบ(Disuse atrophy)ไปตามกาลเวลา
2.5 ความล้าสะสม (Fatigue): เมื่อร่างกายล้าจนถึงขีดสุด กลไกการประคองข้อต่อด้วยกล้ามเนื้อชั้นลึกอาจหยุดทำงานกะทันหัน ทำให้ร่างกายต้องหันไปใช้กล้ามเนื้อชั้นตื้นเข้ามาแบกรับภาระแทน
พวกนี้ส่งผลให้กลไกการสั่งการล่วงหน้า (Feedforward mechanism) เสียไป ทำให้ข้อต่อขาดความมั่นคงและต้องพึ่งพาการเกร็งชดเชยจากกล้ามเนื้อชั้นตื้น (Global muscles) ซึ่งนำไปสู่การปวดเรื้อรังและปัญหาโครงสร้างร่างกายในระยะยาว
Pilates VS Strength Training ในการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง
Best Exercise Options for Reducing Pain and Disability in Adults With Chronic Low Back Pain: Pilates, Strength, Core-Based, and Mind-Body. A Network Meta-analysis (2022)
link: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35722759/
งานนี้ Fixme เคยเขียนไปแล้วอ่านได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1bEskEMzte/
งานวิจัยระดับ Network Meta-analysis (NMA) ที่น่าสนใจมากชิ้นหนึ่งตีพิมพ์ในวารสาร JOSPT ปี 2022 งานนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจาก 118 การทดลองทางคลินิก (RCTs) รวมกลุ่มตัวอย่างกว่า 9,710 คน เพื่อหาคำตอบว่าการออกกำลังกายแบบไหน "ดีที่สุด" สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง Chronic Low Back Pain - CLBP
กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ใหญ่อายุ 18-65 ปี ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังนานตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
ประเภทการออกกำลังกายที่เปรียบเทียบ: แบ่งออกเป็น 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ แอโรบิก (Aerobic), แรงต้านหรือความแข็งแรง (Strength), แบบผสมผสาน (Combined), การฝึกแกนกลางลำตัว (Core-based), วิธีแมคเคนซี (McKenzie), พิลาทิส (Pilates), การยืดเหยียด (Stretching) และกาย-จิต (Mind-body)
การวิเคราะห์ข้อมูล: ใช้ค่า SUCRA (Surface Under the Cumulative Ranking Curve) เพื่อจัดลำดับความน่าจะเป็นว่าการออกกำลังกายวิธีใดให้ผลดีที่สุด
เนื่องจากงานวิจัยนี้ได้มีการระบุ "รายชื่อท่า" หรือ "ท่ามาตรฐาน" (Specific Exercises) ออกมาเป็นข้อๆ แต่ให้นิยาม Pilates กับ Strength
ดังนี้
Pilates: เน้นการควบคุมลำตัว จัดระเบียบร่างกาย และสร้างการตระหนักรู้ Body and Postural awarness ควบคู่กับรูปแบบการหายใจเฉพาะ
Strength: มุ่งเน้นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเอวและเชิงกรานเพื่อรักษาความมั่นคงของกระดูกสันหลังขณะเคลื่อนไหวแขนขา
ความต่าง: พิลาทิสให้ความสำคัญกับความละเอียดอ่อนในการควบคุมและการหายใจ ส่วนการฝึกความแข็งแรงจะเน้นพละกำลังในการพยุงโครงสร้าง
ผลการศึกษา (Results)
Pilates (พิลาทิส): เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในการลดความเจ็บปวด (SUCRA 93%) และการลดความทุพพลภาพ (เพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน) (SUCRA 98%) นำโด่งมาที่ 1
Strength (การฝึกความแข็งแรง): เรื่องลดปวด Strength มาเป็นอันดับที่ 4 แต่ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงอันดับที่2 โดยเฉพาะในการลดความทุพพลภาพ (SUCRA 77.7%) ซึ่งเหนือกว่า การออกกำลังกายอย่างอื่น เช่น การควบคุมแกนกลางอย่างเดียว(Core base) การทำแอโรบิก และการยืดเหยียด
ผู้เขียนได้อภิปรายเหตุผลเบื้องหลังความสำเร็จในการแก้ไข CLBP ของแต่ละวิธีไว้ประมาณนี้
Pilates (พิลาทิส):
เน้นความมั่นคงและการควบคุมบริเวณลำตัว (Trunk stability and control)
ให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบท่าทาง (Posture alignment) และความตระหนักรู้ในร่างกาย (Body awareness)
ใช้รูปแบบการหายใจที่เฉพาะเจาะจง (Specific respiratory pattern)
ใช้แนวคิด ชีวจิตสังคม (Biopsychosocial approach) ซึ่งช่วยจัดการกับปัจจัยด้านจิตใจที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดได้ดี
Strength และ Core-based:
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเอวและเชิงกราน (Lumbopelvic muscles) ซึ่งช่วยรักษาเสถียรภาพของกระดูกสันหลังขณะเคลื่อนไหวแขนขา
ปรับปรุงรูปแบบการสั่งการของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular recruitment patterns) ให้ทำงานสอดประสานกัน
Mind-body (กาย-จิต):
ช่วยเพิ่มความอดทนต่อความเจ็บปวด (Pain tolerance)
ลดความกลัวการเคลื่อนไหว (Kinesiophobia) และลดปัจจัยทางจิตสังคม เช่น ความวิตกกังวล ความซึมเศร้า และความเครียดจากการทำงาน
#อีกงานที่เปรียบเทียบผลการกระตุ้นกล้ามเนื้อแกนกลาง
A Comparative Study On Core Muscle Activation In Collegiate Athletes: Pilates Versus Traditional Strength Training (Nov 2025)
(การศึกษาเปรียบเทียบการกระตุ้นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวในนักศึกษานักกีฬาอายุ 18-25ปี พิลาทิส (Pilates) เทียบกับการฝึกความแข็งแรงแบบดั้งเดิม (Traditional Strength Training)
link : https://www.researchgate.net/publication/397992603_A_Comparative_Study_On_Core_Muscle_Activation_In_Collegiate_Athletes_Pilates_Versus_Traditional_Strength_Training
โดย
1. กลุ่มประชากรและตัวอย่าง (Participants)
ผู้เข้าร่วมการวิจัยเป็นนักศึกษานักกีฬาที่มีสุขภาพดีจำนวนทั้งหมด 68 คน
มีช่วงอายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี
แบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 34 คน โดยใช้วิธีการสุ่ม (Randomly assigned)
มีการกระจายจำนวนเพศชายและเพศหญิงในแต่ละกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน
2. โปรแกรมการฝึก (Intervention Protocols)
ทั้งสองกลุ่มเข้ารับการฝึกเป็นเวลาทั้งหมด 8 สัปดาห์.
ฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ (Supervised sessions).
กลุ่มที่ 1 (Pilates Group): ฝึกโปรแกรมพิลาทิสบนเสื่อ (Mat-based Pilates) เริ่มต้นจากท่าพื้นฐานและค่อย ๆ เพิ่มระดับความยากไปสู่ท่าขั้นสูง. เน้นการทรงตัวของแกนกลางลำตัว การควบคุมลมหายใจ และการจัดระเบียบร่างกาย
1.1 The Hundred: ท่าพื้นฐานที่เน้นความทนทานของกล้ามเนื้อหน้าท้องและการควบคุมลมหายใจ
1.2 Roll-Up: ท่าที่เน้นความแข็งแรงของหน้าท้องและการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง
1.3 Double-Leg Stretch: ท่าที่ฝึกการรักษาความมั่นคงของแกนกลางลำตัวขณะเคลื่อนไหวแขนและขา
กลุ่มที่ 2 (Strength Training Group): ฝึกโปรแกรมความแข็งแรงแบบดั้งเดิม โดยเน้นการเพิ่มแรงต้าน (Resistance) และจำนวนครั้ง (Repetitions) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ
โดยใช้ทั้งน้ำหนัก Free weights และเครื่องออกกำลังกาย (Machines) ซึ่งประกอบไปด้วยท่าหลัก ๆ ได้แก่
Squats : ท่าฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนล่าง
Deadlifts : ท่าฝึกที่เน้นกล้ามเนื้อChain ส่วนหลังและแกนกลางลำตัว Leg Presses : ท่าฝึกกล้ามเนื้อขาโดยใช้เครื่อง Abdominal Crunches การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยเฉพาะ
แล้วมาชี้วัดด้วย
Core Endurance (ความทนทานของกล้ามเนื้อแกนกลาง): วัดจากระยะเวลาที่สามารถทรงตัวในท่า Plank Hold (หน่วยเป็นวินาที)
Abdominal Strength (ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง): วัดจากจำนวนครั้งในการทำ Sit-Up ภายในเวลา 1 นาที
Dynamic Balance (การทรงตัวขณะเคลื่อนไหว): วัดจากระยะการเอื้อมตัว หรือ Balance Reach Distance (หน่วยเป็นเซนติเมตร) เพื่อดูความสามารถในการควบคุมตำแหน่งของร่างกาย
ผลงานวิจัย : ทั้ง2 กลุ่มทำได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนเข้าโปรแกรม แต่ Pilates ทำได้ดีกว่าโดย
ความทนทานของแกนกลางลำตัว (Plank Hold): กลุ่ม Pilates ทำเวลาได้เฉลี่ย 79.48 วินาที ในขณะที่กลุ่ม Strength ทำได้ 68.31 วินาที
ความแข็งแรงของหน้าท้อง (Sit-Ups): กลุ่ม Pilates ทำได้เฉลี่ย 34.32 ครั้ง/นาที ส่วนกลุ่ม Strength ทำได้ 29.27 ครั้ง/นาที
การทรงตัว (Balance Reach): กลุ่ม Pilates เอื้อมได้ระยะเฉลี่ย 78.74 เซนติเมตร เทียบกับกลุ่ม Strength ที่ทำได้ 74.40 เซนติเมตร
ผู้เขียนวิเคราะห์เรื่อง สาเหตุที่ทำให้ผล Pilates ดีกว่าอาจเป็นเพราะ
1. พิลาทิสเน้นการกระตุ้นกล้ามเนื้อรักษาความมั่นคงชั้นลึก (TrA, Multifidus) เป็นพื้นฐานผ่านการควบคุมลมหายใจและจุดศูนย์กลางร่างกาย
2.รูปแบบการเคลื่อนไหวหลากทิศทาง (Multi-planar) ฝึกแกนกลางให้เสถียรภายใต้แรงกดดันที่เปลี่ยนแปลง ต่างจากการฝึกเวทที่เน้นการทำงานแยกส่วนในแนวตรง
3.การฝึกแบบแรงต้านต่ำแต่จำนวนครั้งสูงช่วยพัฒนาความทนทานของกล้ามเนื้อได้โดยตรง พร้อมทั้งลดการเกิดความล้าสะสมในช่วงต้นของการฝึก เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประสานกันของระบบประสาท (Neuromuscular coordination) และระบบ Proprioceptive ส่งผลให้การทรงตัวเชิง Function ดีกว่าการเน้นสร้างแรงสูงสุดเพียงอย่างเดียว
#สรุป
Pilates และ Weight Training เราอาจดูที่เป้าหมายของแต่ละคน ต้องการลดปวด ต้องการสร้างความมั่นใจในการเคลื่อนไหว ต้องการเพิ่มพละกำลัง ต้องการดูแลสุขภาพระยะยาว บางทีไม่จำเป็นต้องหาว่าอะไรที่สุดแต่หาว่าเราทำร่วมกันอย่างไร? จะได้ประโยชน์สูงสุด เพราะว่าร่างกายไม่ได้มีแค่เรื่อง Biomechanic แต่มีเรื่อง Biopsychosocial โมเดลที่มองว่า"ความเจ็บป่วย" และ "สุขภาพ" ของมนุษย์ไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางกายภาพหรือโรคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ชีวภาพ (Bio), จิตวิทยา (Psycho) และ สังคม (Social)
อยากลอง Discuss ประเด็นไหนควบคู่งานวิจัยลอง คุยกันได้นะครับ
08/04/2026
*ประกาศแจ้งวันหยุดยาวช่วงเทศกาล สงกรานต์ 2569*
สตูดิโอจะปิดทำการตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน - 17 เมษายน 2569
และจะกลับมาเปิดให้บริการในวันที่ 18 เมษายน 2569
ทั้งนี้ทุกท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ตามช่องทางออนไลน์ Facebook หรือ Line : หรือ โทรได้ที่เบอร์ 065-746-6365 ค่ะ
Announcement: Songkran Holiday Closure 2026
Our studio will be closed for the Songkran Festival from April 13 to April 17, 2026.
We will resume operations on April 18, 2026.
For inquiries regarding our courses, feel free to reach out to us via Facebook, Line: ,
or call us at 065-746-6365
06/04/2026
๖ เมษายน วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์
| จันทร์ | 09:30 - 20:30 |
| อังคาร | 10:00 - 20:30 |
| พุธ | 10:00 - 20:30 |
| พฤหัสบดี | 09:30 - 20:30 |
| ศุกร์ | 10:00 - 20:30 |
| เสาร์ | 08:30 - 16:00 |
| อาทิตย์ | 08:30 - 12:00 |