เส้นทาง

One percent crew ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก One percent crew, ลีกกีฬา, Buriram

1%ที่ทุกคนมี อยากให้ทุกคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เริ่มทีละน้อยเอา 1% วันนี้ให้พรุ่งนี้ดีขึ้นกว่าเดิม ทุกคนที่ยังไม่เริ่ม หรือหมดไฟ อยากให้กลับมาหรือเริ่มทำทีละเล็กน้อย แต่สม่ำเสมอก็เพียงพอ

เราไม่ใช่นักกีฬาฟูลไทม์ แล้วจะซ้อมให้เหมือนนักกีฬาได้อย่างไร?🤔ความจริงคือ…⏱️เราไม่ได้มีเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อการฝึกซ้อมเรา...
05/10/2026

เราไม่ใช่นักกีฬาฟูลไทม์ แล้วจะซ้อมให้เหมือนนักกีฬาได้อย่างไร?🤔

ความจริงคือ…⏱️
เราไม่ได้มีเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อการฝึกซ้อม
เรามีงาน มีครอบครัว มีความรับผิดชอบ และมีชีวิตที่ต้องจัดการ

ดังนั้น เป้าหมายไม่ใช่
“ซ้อมให้เยอะที่สุด”
แต่คือ

“ใช้เวลาที่มีให้เกิดผลมากที่สุด”⏰️

นักกีฬาฟูลไทม์มีเวลาสำหรับ Training และ Recovery
แต่คนทำงานต้องบริหารทั้ง Training + Work + Life + Recovery

เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ “ตารางซ้อม”
แต่คือ การจัดการตัวเอง
---
1. จัดลำดับความสำคัญก่อน
ในแต่ละสัปดาห์ ให้คิดเป็น 3 ระดับ
A - สิ่งที่ “ต้องทำ”
คือ Session สำคัญที่สุดของสัปดาห์
เช่น
- Long Run
- Long Ride
- Threshold / Interval
- Brick
- Session ที่ตรงกับเป้าหมายการแข่งขัน

ถ้ามีเวลาน้อย ให้รักษา A Session ไว้ก่อน
B -สิ่งที่ “ควรทำ”
เป็น Session ที่ช่วยเติมความสมบูรณ์
เช่น
- Easy Run
- Recovery Ride
- Endurance Swim
- Strength Training

C - สิ่งที่ “ทำได้ถ้ามีเวลา”
เป็นโบนัส ไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืน
เช่น
- เพิ่มระยะ Easy
- Recovery เพิ่ม
- Mobility
- Strength เสริม
หลักง่าย ๆ
«ไม่มีเวลา ≠ ต้องยกเลิกทุกอย่าง
ให้ตัด C ก่อน → ตัด B → และพยายามรักษา A ไว้»

---

2. อย่าวางแผนจาก “เวลาว่าง”
ให้วางแผนจาก “เวลาที่แน่นอน”
คนทำงานมักคิดว่า«“ถ้าว่างเดี๋ยวค่อยซ้อม”»
สุดท้ายมักไม่ได้ซ้อม ให้ทำตรงกันข้าม
กำหนดเวลาซ้อมลงในชีวิตก่อน เช่น
06:00–07:00 Training
แล้วค่อยจัดงานอื่นรอบมัน
ตัวอย่าง

จันทร์
Recovery / Mobility
อังคาร
06:00–07:15 Quality Session

พุธ
06:00–07:00 Easy

พฤหัส
06:00–07:15 Quality Session

ศุกร์
Rest

เสาร์
Long Session

อาทิตย์
Long Session / Brick

เมื่อ Training ถูกกำหนดเป็น “นัดหมาย”
โอกาสที่จะทำสำเร็จจะสูงขึ้นมาก

---

3. ใช้หลัก “Hard Day / Easy Day”

ไม่จำเป็นต้องซ้อมหนักทุกวันเพื่อให้เก่งขึ้น
ร่างกายต้องการทั้ง
Stress → Adaptation → Recovery
ตัวอย่างง่าย ๆ
Hard > Easy > Easy > Hard > Easy > Long > Recovery»

วันที่หนักจริง ๆ ให้หนัก
วันที่เบา ให้เบาจริง
อย่าทำทุกวันอยู่ตรงกลางเพราะการซ้อมแบบ
“เหนื่อยนิด ๆ ทุกวัน”
อาจทำให้เราไม่สดพอสำหรับวันที่ต้องซ้อมคุณภาพ และไม่ฟื้นตัวเต็มที่

---

4. งานหนัก = Training Load อีกอย่างหนึ่ง
นี่คือสิ่งที่นักกีฬาที่ทำงานต้องเข้าใจมากที่สุด
ร่างกายไม่ได้แยกว่า
“ความเหนื่อยนี้มาจากวิ่ง หรือมาจากงาน”
ถ้าคุณทำงาน 10 ชั่วโมง
นอน 5 ชั่วโมง
เครียดจากงาน
เดินทาง
ประชุมทั้งวัน
ทั้งหมดคือ Stress ที่ร่างกายต้องรับ

ดังนั้นวันที่งานหนักมาก Training อาจต้องลดลง
นี่ไม่ใช่ความขี้เกียจ
แต่คือ Load Management

---

5. Recovery ไม่ใช่เวลาที่เสียไป
หลายคนคิดว่า
«“วันนี้ไม่ได้ซ้อม = เสียโอกาส”»
แต่สำหรับคนทำงานบางครั้ง
«“การไม่ซ้อม คือส่วนหนึ่งของการซ้อม”»
ถ้านอนน้อยมาก HR สูงผิดปกติ
ขาหนัก
ไม่มีแรง
สมองล้า
หรือมีอาการเจ็บ

อย่าพยายามเอาชนะ Training Plan
ให้ปรับ Session
เช่น

Planned
90 นาที Zone 2

Actual
«45–60 นาที Easy»

หรือ
Planned
Interval

Actual
Easy / Recovery

นี่คือการเป็นนักกีฬาที่รู้จักบริหารตัวเอง
ไม่ใช่การล้มเหลวตามแผน

---

6. ใช้ “Minimum Effective Dose”

เราไม่จำเป็นต้องมีเวลา 3 ชั่วโมงเพื่อให้ Training มีประโยชน์
ถ้าวันนี้มีเวลาแค่ 45 นาที
ก็ทำ 45 นาทีให้มีคุณภาพ

ตัวอย่าง
มีเวลา 30 นาที
Easy Run 30 นาที
ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำ

มีเวลา 45 นาที
Warm-up
- Quality
- Cool-down

มีเวลา 60 นาที
สามารถทำ Session ที่มีโครงสร้างได้อย่างสมบูรณ์

อย่าคิดว่า
“มีเวลาไม่พอ เลยไม่ซ้อม”

เปลี่ยนเป็น
“มีเวลาเท่านี้ แล้วอะไรคือสิ่งที่คุ้มที่สุด?”

---

7. อย่าพยายามชดเชย Training ที่พลาด
นี่เป็นกับดักของคนทำงาน

วันจันทร์ไม่ได้วิ่ง
วันอังคารงานยุ่ง
วันพุธจึงคิดว่า

«“วันนี้ต้องวิ่งเพิ่ม”»
แล้วใส่ Training หนักเข้าไป

จากนั้นวันพฤหัสเหนื่อย
วันศุกร์ซ้อมไม่ได้
สุดท้ายทั้งสัปดาห์พัง

หลักง่าย ๆ คือ
«พลาดแล้วให้กลับเข้าสู่แผน ไม่ใช่เอาความผิดพลาดมาทบเพิ่ม»

Training ที่หายไป
ปล่อยให้มันหายไป
สิ่งสำคัญคือ Consistency ระยะยาว

---

8. วางแผนเป็น “สัปดาห์” ไม่ใช่เป็น “วัน”

อย่ามองว่า
«วันนี้ฉันต้องทำอะไร?»

ให้มองว่า
«สัปดาห์นี้ฉันต้องได้อะไร?»
ตัวอย่างเป้าหมายหนึ่งสัปดาห์
- Swim 3 ครั้ง
- Bike 3 ครั้ง
- Run 4 ครั้ง
- Strength 2 ครั้ง
- Long Ride 1 ครั้ง
- Long Run 1 ครั้ง
- Quality Session 2 ครั้ง
- Rest 1 วัน

ถ้าวันพุธมีประชุมจนซ้อมไม่ได้ไม่เป็นไร
เรายังสามารถย้าย Session ไปวันอื่นได้
Plan ต้องมีความยืดหยุ่น แต่เป้าหมายต้องชัดเจน

---

9. ใช้กฎ 3 ข้อก่อนตัดสินใจว่าจะซ้อมหรือไม่

ก่อน Training ทุกครั้ง ให้ถามตัวเอง
1. วันนี้ร่างกายพร้อมไหม?
Sleep / HR / RPE / Muscle soreness

2. วันนี้ชีวิตมี Stress แค่ไหน?
งาน / เดินทาง / ครอบครัว / ความเครียด

3. Session วันนี้สำคัญแค่ไหน?
จากนั้นเลือก

Green
«ทำตามแผน»

Yellow
«ลด Volume หรือ Intensity»

Red
«Recovery / Rest»

นี่คือวิธีคิดแบบนักกีฬา
ไม่ใช่การทำตาม Training Plan แบบหุ่นยนต์

---

10. ตัวอย่างชีวิตจริงของคนทำงาน

สมมติว่าเราทำงาน
08:00–18:00
และมีเวลา Training ประมาณ 1–2 ชั่วโมงต่อวัน
สามารถจัดประมาณนี้ได้

วัน| เช้า| เย็น
จันทร์| Recovery| Mobility
อังคาร| Quality Run|
พุธ| Swim / Easy Bike|
พฤหัส| Quality Bike|
ศุกร์| Rest| Strength เบา
เสาร์| Long Bike + Brick| Recovery
อาทิตย์| Long Run| Mobility

ไม่จำเป็นต้องทำตามนี้ทุกคน
แต่ให้เข้าใจหลักว่า
*Quality + Easy + Recovery + Long

ต้องถูกจัดให้สมดุลกับชีวิตจริง

---

11. ถ้ามีเวลาน้อย ให้รักษา “แกนหลัก”

สมมติสัปดาห์นี้งานยุ่งมาก
จากเดิมตั้งใจซ้อม 10 ชั่วโมง
แต่มีเวลาเหลือ 6 ชั่วโมง

อย่าพยายามยัดทุกอย่างลงไป
เลือกสิ่งที่สำคัญที่สุด
เช่น
1. Quality Session
2. Long Session
3. Easy / Recovery
4. Strength

ตัดสิ่งที่มีความสำคัญรองลงมา
นี่คือการบริหาร Training ไม่ใช่การลดความตั้งใจ

---

12. สุดท้ายแล้ว “Consistency ชนะ Motivation”

เราไม่สามารถมีแรงบันดาลใจทุกวัน
วันที่อยากซ้อม เราซ้อม

วันที่ไม่อยากซ้อม
เราก็มีระบบที่ช่วยให้เราทำ

แต่ระบบที่ดีต้องมีความยืดหยุ่น
เพราะชีวิตจริงไม่เหมือน Training Camp
มีงาน
มีประชุม
มีครอบครัว
มีการเดินทาง
มีวันที่นอนไม่พอ
มีวันที่ร่างกายไม่พร้อม

นักกีฬาที่ดีจึงไม่ใช่คนที่ทำตามแผนได้ 100% ทุกวัน
แต่คือคนที่
*รู้ว่าเมื่อไหร่ควรผลักตัวเอง เมื่อไหร่ควรลด
และเมื่อไหร่ควรพัก

---

สูตรจำง่ายสำหรับคนทำงาน
PLAN
วางแผนตามชีวิตจริง

PRIORITIZE
เลือก Session สำคัญก่อน

TRAIN
ซ้อมให้ตรงเป้าหมาย

RECOVER
นอน กิน และพักให้พอ

ADJUST
ชีวิตเปลี่ยน >Training เปลี่ยน

CONSISTENCY
ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ

*เราอาจไม่มีเวลาซ้อมเท่านักกีฬาฟูลไทม์
แต่เราสามารถบริหารตัวเองแบบนักกีฬาฟูลไทม์ได้*

และนั่นอาจเป็นความแตกต่างระหว่าง
“คนที่ออกกำลังกาย”
กับ
“คนที่กำลังฝึกตัวเองให้เป็นนักกีฬา”🔥✌️


1% แค่ลุกขึ้นมาซ้อม
1% มีความกล้า
1% ที่จะทำมันสำเร็จ
1% work hard
1% ก็เพียงพอ
#สิริกาญจน์คลินิกกายภาพบำบัด

Sat 3 Oct 2026รายการ BRU 10KMOne percent crew  มีนักกีฬาลงแข่งขันช่วยกันส่งแรงใจ เชียร์หนุ่มหล่อสาวสวยกันด้วยน้ายืนหน้าเ...
02/10/2026

Sat 3 Oct 2026
รายการ BRU 10KM
One percent crew มีนักกีฬาลงแข่งขัน
ช่วยกันส่งแรงใจ เชียร์หนุ่มหล่อสาวสวยกันด้วยน้า
ยืนหน้าเส้นกันไปเลยนะครับ เปิดก่อนไปเลบ😁

1% แค่ลุกขึ้นมาซ้อม
1% มีความกล้า
1% ที่จะทำมันสำเร็จ
1% work hard
1% ก็เพียงพอ
#สิริกาญจน์คลินิกกายภาพบำบัด
1percentGETUPandPRACTICE
CoachM

Plan เตรียมตัวสำหรับไปแข่ง FULL IRONMAN SWIM 3.8KM, BIKE 180KM,Run 42.2km 🏊‍♂️🚴‍♂️🏃‍♂️ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นบ้าง ร...
01/10/2026

Plan เตรียมตัวสำหรับไปแข่ง FULL IRONMAN
SWIM 3.8KM, BIKE 180KM,Run 42.2km 🏊‍♂️🚴‍♂️🏃‍♂️
ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นบ้าง ระหว่างซ้อมและตอนไปแข่งขัน
ผมจะอิงจากที่ผมใช้ ส่วนใครได้ถูกกว่าก็แล้วแต่สะดวก

สำหรับผมใช้เวลาเตรียมตัว 8-12เดือน แล้วแต่เวลาและการวางแผน

อุปกรณ์
-จักรยานราคาเริ่มตั้งแต่ 40k-500k ของผมไปๆมาๆรวม =210k ใช้ได้ยาวๆ 4-5ปีแล้ว
=Garmin970=22k
-ไมล์จักรยาน=5500
-หมวกจักรยาน =12k
-รองเท้าปั่น=14.7k
-รองเท้าวิ่ง =3คู่ 6000+7000+3000=16k
-Wetsuit ยุโรปส่วนใหญ่ใช้ =10k
-แว่นกันแดด =6500
-แว่นว่ายน้ำ=2000
-ชุดไตรกีฬา ชุดปั่น ชุดวิ่ง สำหรับซ้อมและแข่ง=10k
-ค่าสระว่ายน้ำรายเดือน =950×10=9500
-Fitness =ฟรีที่ทำงาน/บ้าน
-วิตามิน=3000/ด×10
-โปรตีนและเจลเกลือแร่ต่างๆ =ฟรีสปอนและมีซื้อเองใช้ฝึกซ้อมจะอยู่ราวๆ 2-3000บาท/เดือน×10
-กายภาพบำบัด= 0บาท สปอน #สิริกาญจน์คลินิกกายภาพบำบัด

-ค่าสมัคร IRONMAN อิตาลี2026 840€ รวมใบอนุญาต=32K
-ค่าวีซ่า=4400
-ตั๋วเครื่องบินไปกลับรอบนี้/1คน =38.6K
-ค่า นน จักรยานไปกลับ =14.2k
-ค่า esim=1500
-ประกันเดินทาง= 2700
-ค่าเดินทางในประเทศรวมต่อคน = 7.4k
-ค่าที่พัก 10คืน =42k
-ค่ารูป 3400
อุปกรณ์ต่างๆ ถ้าคนไม่มีเลยแล้วซื้อทีเดียวจะหนักหน่อย
แต่ถ้าใครมีอะไรแล้วลองตัดสิ่งที่มีออกละเอาส่วนที่เหลือมาคำนวนดู ไปจบ IRONMAN ได้เลยครับ

ค่าใช้จ่ายมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนวัน ค่าครองชีพ และประเทศที่ไป



1% One percent crew

มีน้องๆเพื่อนๆ ทักมาถามแอดเยอะเลยว่าไปแข่ง IRONMAN ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหน และใช้เงินเยอะไหม อยากรู้ไว้เป็นแนวทางและแรงบั...
30/09/2026

มีน้องๆเพื่อนๆ ทักมาถามแอดเยอะเลยว่าไปแข่ง IRONMAN ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหน และใช้เงินเยอะไหม อยากรู้ไว้เป็นแนวทางและแรงบันดาลใจ

พรุ่งนี้แอดจะรวบรวมและเขียนบอกเล่าให้ฟัง ผ่านเพจ 1% นะครับ เผื่อใครอยากตั้งเป้าเพื่อไป IRONMAN

ยินดีกับ น้องธี ด้วยครับ🎉งานวิ่ง Buriram lawyer runระยะ 5km รางวัลอันดับที่ 4 รุ่นอายุถ้วยแรกมาแล้วเก่งมากครับ🔥 1% แค่ลุ...
27/09/2026

ยินดีกับ น้องธี ด้วยครับ🎉
งานวิ่ง Buriram lawyer run
ระยะ 5km
รางวัลอันดับที่ 4 รุ่นอายุ
ถ้วยแรกมาแล้วเก่งมากครับ🔥


1% แค่ลุกขึ้นมาซ้อม
1% มีความกล้า
1% ที่จะทำมันสำเร็จ
1% work hard
1% ก็เพียงพอ
#สิริกาญจน์คลินิกกายภาพบำบัด

เขากระโดงเทรล 2026 ยินดีกับนักวิ่งทุกคนด้วยครับระยะ13kmกู๋ช้าง  อันดับ 3รุ่นอายุ 40-49ปีแบงค์ อันดับ 2 รุ่นอายุ 30-39ปีร...
13/09/2026

เขากระโดงเทรล 2026 ยินดีกับนักวิ่งทุกคนด้วยครับ
ระยะ13km
กู๋ช้าง อันดับ 3รุ่นอายุ 40-49ปี
แบงค์ อันดับ 2 รุ่นอายุ 30-39ปี

ระยะ 25km
คิว อันดับ 1รุ่นอายุ 30-39ปี


1% แค่ลุกขึ้นมาซ้อม
1% มีความกล้า
1% ที่จะทำมันสำเร็จ
1% work hard
1% ก็เพียงพอ
#สิริกาญจน์คลินิกกายภาพบำบัด


🔔

เขากระโดงเทรล 2026ยินดีกับน้องต๊ะ อันดับ 1รุ่นอายุ🎉ระยะ 13kmยินดีกับน้องริช ด้วยครับ🎉เทรลแรกและงานวิ่งงานแรก ระยะ 7km 1%...
13/09/2026

เขากระโดงเทรล 2026
ยินดีกับน้องต๊ะ อันดับ 1รุ่นอายุ🎉ระยะ 13km

ยินดีกับน้องริช ด้วยครับ🎉
เทรลแรกและงานวิ่งงานแรก ระยะ 7km


1% แค่ลุกขึ้นมาซ้อม
1% มีความกล้า
1% ที่จะทำมันสำเร็จ
1% work hard
1% ก็เพียงพอ
#สิริกาญจน์คลินิกกายภาพบำบัด


🔔

ที่อยู่

Buriram
31000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ One percent crew โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์