Chiangmai Active Care - Senior Activities & Rehab กายภาพบำบัด-สันทนาการ

Chiangmai Active Care - Senior Activities & Rehab กายภาพบำบัด-สันทนาการ

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Chiangmai Active Care - Senior Activities & Rehab กายภาพบำบัด-สันทนาการ, กีฬาและสันทนาการ, Chiang Mai.

27/06/2023

ทำอย่างไรถึงจะพาผู้สูงอายุที่ไม่มีแรงลุกยืนให้ขึ้นลงจากรถให้ง่ายและปลอดภัยทั้งผู้สูงวัยและคนดูแล 👍👍

26/06/2023

กระดานทรงโค้ง (Curved Transferring Board)

เหมาะสำหรับใช้เคลื่อนย้ายตัวผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือมีอาการอ่อนแรง อัมพฤกษ์-อัมพาต กระดูกหักหลังผ่าตัด ลุกยืนเคลื่อนย้ายตัวได้ลำบาก ฯลฯ สามารถใช้เคลื่อนตัวได้ทั้งระหว่างเตียงไปวีลแชร์หรือเก้าอี้ขับถ่าย (Commode chair) จากวีลแชร์ไปรถยนต์

รูปทรงกระดานแบบโค้งจะใช้งานได้สะดวกกว่ากระดานทรงตรงรูปแบบเก่า ใช้ได้กับวีลแชร์ทุกประเภททั้งแบบที่ถอดที่พักแขนไม่ได้ หรือมีปัญหาเคลื่อนตัวแล้วติดบริเวณล้อรถเข็น

การใช้กระดานลักษณะนี้ช่วยเรื่องความปลอดภัยและช่วยทุ่นแรงญาติ แต่ข้อสำคัญคือตัวผู้สูงอายุต้องสวมใส่กางเกงเพื่อไม่ให้ผิวหนังเสียดสีไปกับแผ่นกระดานขณะเคลื่อนย้ายตัว และต้องเลือกแผ่นกระดานที่แข็งแรงทนทานเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

Photos 13/08/2021

หลายคนมีคำถาม
ว่าจะทำยังไงไม่ให้สมองเสื่อม??

แม้ภาวะสมองเสื่อม มีโอกาสถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่พฤติกรรมของเรานั้น สำคัญกว่า



วิธีบำรุงสมองหรือชะลอการเสื่อมของสมองได้มีงานวิจัยตีพิมพ์ใน Lancet ปี 2020 เกี่ยวกับการป้องกันการเสื่อมของสมองว่ามีหลักการ 2 ข้อ ได้แก่ ป้องกันไม่ให้สมองเสียหาย และ พัฒนาสมองให้เชื่อมโยง



1. การป้องกันไม่ให้สมองเสียหาย ได้แก่

👉 ควบคุมความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง เช่น การงดสูบบุหรี่ การตรวจรักษาและควบคุมโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน ภาวะน้ำหนักเกิน (BMI>25)

👉 หลีกเลี่ยงยาที่มีผลเสียต่อสมอง

โดยมีข้อมูลไปในทางเดียวกันว่าคือ กลุ่มยาต้านโคลิเนอจิก (Anticholinergic Drugs ซึ่งใช้ในทางจิตเวช) มีผลเสียต่อสมองอย่างชัดเจน
ส่วนยานอนหลับกลุ่มเบนโซไดอาเซปีน (Benzodiazepine) มีงานวิจัยในอดีตพบว่า คนที่รับประทานยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการเสื่อมของสมองมากขึ้น และความเสี่ยงดังกล่าวจะค่อย ๆ ลดลงหลังจากหยุดยา

👉 หลีกเลี่ยงเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

โดยมีงานวิจัยค่อนข้างชัดเจนว่า ปริมาณที่ดื่มสัมพันธ์โดยตรงกับการทำงานของสมองที่แย่ลง
โดยคนที่ดื่มตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป หรือมากกว่า 8 Drinks / สัปดาห์
(เทียบได้กับการดื่มเบียร์ขวดใหญ่แอลกอฮอล์ 4-5% ประมาณ 4.5ขวด / สัปดาห์ หรือ
ไวน์ขวดใหญ่แอลกอฮอล์12% ประมาณ1.6ขวด / สัปดาห์ หรือ
เหล้ากลมแอลกอฮอล์40% ประมาณ ครึ่งกลม / สัปดาห์)
มีผลทำให้สมองทำงานถดถอยลงมาก
แต่ในกลุ่มที่ดื่มน้อย (น้อยกว่า 4 Drinks / สัปดาห์) มีหลายงานวิจัยพบว่าไม่ได้มีส่วนช่วยในการป้องกันสมองถดถอย แต่มีผลค่อนข้างชัดเจนในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ

ที่สำคัญมีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าคนที่เคยดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากแล้วลดลงมาจนถึงระดับน้อยจะมีการทำงานของสมองที่ดีขึ้นกว่าคนที่ไม่ลดปริมาณการดื่ม
ดังนั้นหากไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้วก็ไม่แนะนำให้เริ่มดื่ม แต่หากดื่มปริมาณมากแนะนำให้ลดลงมาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

👉 ป้องกันการกระทบกระเทือนที่สมอง เช่น สวมใส่หมวกนิรภัยขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์

👉 เลี่ยงการสัมผัสกับมลภาวะทางอากาศ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดทำลายของเซลล์สมอง

👉 รีบแก้ไขและรักษาปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน เนื่องจากการสูญเสียการได้ยินเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมได้เช่นกัน



2.การพัฒนาสมองให้เชื่อมโยง

📌 ฝึกฝนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเสมอ กระตุ้นการใช้สมองในส่วนที่ไม่คุ้นเคย หากทำแต่สิ่งเดิมๆจนคุ้นเคย การสั่งการอาจเปลี่ยนเป็นแบบอัตโนมัติโดยผ่านการคิดจากสมองน้อยลง

📌 ฝึกสมาธิและควบคุมอารมณ์เป็นประจำ

📌 เข้าร่วมกิจกรรมสังคม ส่งเสริมการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

📌 เล่นเกมฝึกสมอง (Cognitive training) เช่น หมากรุก อักษรไขว้ อ่านหนังสือ คิดเลข

📌 ออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เช่น การเดินต่อเนื่องอย่างน้อย30นาทีเป็นประจำทุกวัน

ซึ่งวิธีข้างต้น มีเพียงบางงานวิจัยที่สนับสนุนว่าช่วยชะลอและป้องกันการถดถอยของสมองได้ อย่างไรก็ตามวิธีเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือร่างกาย และยังอาจมีผลดีต่อระบบอื่น ๆ ในร่างกายอีกด้วย



🤷🤷 แล้วมีอาหารเสริมที่ช่วยป้องกันสมองเสื่อมไหม??

อาหารเสริมที่ส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าดีต่อสมอง เช่น วิตามินอี แปะก๊วย น้ำมันตับปลา วิตามินดี จากงานวิจัย วิตามินอีมีข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ไม่ได้ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมหรือความจำถดถอย
ในส่วนของน้ำมันตับปลา แปะก๊วย วิตามินบี และวิตามินดีนั้น ข้อมูลมีไม่มาก
แต่แนวโน้มเป็นไปในทางเดียวกันว่าไม่ได้มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคสมองเสื่อมเช่นกัน

📌 มีเพียงการรับประทานวิตามินบี 12 ร่วมกับโฟลิกที่พบว่าอาจสามารถช่วยพัฒนาความจำ
อย่างไรก็ตามผลนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญด้านอาการทางคลินิก



*** อาหารเมดิเตอร์เรเนียนกับสมอง ***

มีข้อมูลว่าการรับประทานอาหารประเภทเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) มีส่วนช่วยลดการอักเสบทั้งร่างกายและสมอง
มีงานวิจัยล่าสุดตีพิมพ์ลงวารสารการแพทย์ Alzheimer’s & Dementia เมื่อเดือนเมษายน 2563 ที่ช่วยยืนยันผลงานวิจัยต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ว่า
การรับประทานอาหารประเภทเมดิเตอร์เรเนียนนั้นช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองถดถอยได้จริง
และยังพบอีกว่าอาหารเมดิเตอร์เรเนียนในกลุ่มปลาสามารถชะลอภาวะสมองถดถอยได้อีกด้วย



อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยา หรือการเพิ่มศักยภาพสมองด้วยวิธีต่าง ๆ อาจไม่ได้ช่วยชะลอการถดถอยของสมองได้มาก
จึงเป็นที่มาของงานวิจัยสำคัญที่ใช้วิธีการทุกอย่างร่วมกัน
ซึ่งผลสรุปจากงานวิจัยดังกล่าวไปในทางเดียวกันว่ามีส่วนช่วยในการชะลอการถดถอยของสมองได้จริง



ดังนั้นสรุปหลักการง่าย ๆ ในการรักษาสุขภาพสมอง คือ
ไม่ทำให้สมองบาดเจ็บและพยายามเพิ่มศักยภาพของสมองอยู่เสมอ
ด้วยการหลีกเลี่ยงยาที่ทำให้สมองทำงานถดถอย
ควบคุมรักษาโรคประจำตัวให้ดี
ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ งดการสูบบุหรี่
มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
รักษาการได้ยินให้ดี
รับประทานอาหารที่ครบถ้วนและมีประโยชน์ต่อร่างกาย (เช่น อาหารเมดิเตอร์เรเนียน)
และออกกำลังกายชนิดแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ 3 – 5 ครั้งต่อสัปดาห์

เพียงเท่านี้ก็สามารถมีสุขภาพสมองที่ดีและไม่เสื่อมก่อนวัย



อ้างอิง : นพ.ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ
แพทย์อายุรกรรมระบบประสาทและแพทย์ผู้ชำนาญการด้านพฤติกรรมประสาทวิทยาและโรคสมองเสื่อม




สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด

?? แค่ขี้ลืม หรือเป็นอัลไซเมอร์


1.มีปัญหาเรื่องความจำ

🔴 อัลไซเมอร์ : ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมมักจะลืมสิ่งที่เพิ่งเรียนรู้ไป หรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยไม่สามารถนึกย้อนกลับไปได้

🟢 คนทั่วไป : ลืมว่าล็อคประตูบ้านหรือยัง ลืมนัดบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อมีหลายอย่างให้ต้องจัดการ


2.ทำกิจวัตรที่คุ้นเคยได้ยากขึ้น

🔴 อัลไซเมอร์ : พบว่าการจัดการเรื่องเงินยุ่งยากมากขึ้น หลงลืมขั้นตอนการเตรียมอาหาร การทำงานบ้าน การใช้โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า

🟢 คนทั่วไป : ผู้สูงอายุบางท่านต้องการความช่วยเหลือเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่คุ้นเคย หรือบางครั้งอาจทำหลายสิ่งพร้อมกัน ไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่ทำ เช่น คุยโทรศัพท์ขณะทำกับข้าว จนลืมว่าเปิดเตาแก๊สไว้


3.ปัญหาด้านการใช้ภาษา

🔴 อัลไซเมอร์ : หลงลืมคำศัพท์ง่ายๆ และใช้คำอื่นที่คนฟังยากจะเข้าใจ เช่น นึกคำว่า “แปรงสีฟัน” ไม่ออก ผู้ป่วยจะพูดว่า “อันที่ใช้ในปาก”

🟢 คนทั่วไป : ลืมชื่อคนที่ไม่ได้คุยกันนานๆ หรือคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย


4.สับสนเรื่องเวลาและสถานที่

🔴 อัลไซเมอร์ : หลงทางในเส้นทางที่คุ้นเคย ลืมว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและไปที่นั่นได้ยังไง ไม่รู้ว่าจะกลับบ้านยังไง

🟢 คนทั่วไป : บางครั้งอาจลืมว่าเข้าไปทำอะไรในห้อง ลืมว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร ลืมว่าวันนี้เป็นวันอะไรของสัปดาห์ ลืมว่าสองวันที่แล้วไปไหนมาบ้างแต่สามารถนึกย้อนกลับไปได้


5.ปัญหาเรื่องทักษะ

🔴 อัลไซเมอร์ : ผู้ป่วยอาจลืมวิธีการใส่เสื้อผ้า ลืมวิธีการนับเลข หรือลืมว่าตัวเลขคืออะไร เอาไว้ทำอะไร

🟢 คนทั่วไป : อาจมีปัญหาการคิดคำนวณเมื่อตัวเลขเยอะๆ


6.วางของผิดที่

🔴 อัลไซเมอร์ : วางของในที่ๆไม่เหมาะสม เช่น วางเตารีดในตู้เย็น วางนาฬิกาข้อมือไว้ในหม้อ

🟢 คนทั่วไป : ลืมว่าไปวางของไว้ที่ไหน


7.อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

🔴 อัลไซเมอร์ : อารมณ์แปรปรวนรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เฉยชา ก้าวร้าว สับสนขาดความมั่นใจ

🟢 คนทั่วไป : อารมณ์เปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่มากระตุ้น


8.สูญเสียความคิดริเริ่มทำสิ่งต่างๆ

🔴 อัลไซเมอร์ : ผู้ป่วยอาจกลายเป็นคนนิ่งเฉย ไม่ต้องการทำกิจกรรมที่ตนเคยชอบทำ นอนหลับมากกว่าที่เคย นั่งอยู่หน้าทีวีเฉยๆได้หลายชั่วโมง

🟢 คนทั่วไป : เมื่อรู้สึกเหนื่อย อาจต้องการพักหรือปลีกตัวออกจากผู้คน



อย่างไรก็ตาม หากอาการขี้ลืมของคุณส่งผลรบกวนชีวิตประจำวันมากเกินไปควรปรึกษาแพทย์เพื่อการดูแลที่เหมาะสม

และแนะนำให้บริหารสมอง ออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อชะลอความชรา โดยเราจะมาพูดถึงวิธีง่ายๆ ในการบริหารสมองกันในโอกาสต่อไป



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด

28/07/2021

?? ภาวะสมองเสื่อมมียารักษามั้ย ??
?? จะดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมยังไงให้เหมาะสม ??


ต้องว่ากันตามตรง ว่าภาวะสมองเสื่อมในขณะนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สามารถชะลอการดำเนินโรคให้ช้าลง ให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีอายุที่ยาวนานขึ้นได้

โดยปัจจุบันมียาที่ได้รับการรับรองในการรักษาภาวะสมองเสื่อม ซึ่งหวังผลช่วยลดพฤติกรรมที่ผิดปกติ โดยการเพิ่มสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้การรับรู้ภายในสมองดีขึ้น ได้แก่

💊 ยากลุ่ม cholinesterase inhibitors และ
💊 NMDA receptor antagonist

นอกจากนี้อาจมีการใช้ยาในกลุ่มจิตเวชร่วมด้วย กรณีผู้ป่วยมีอาการทางจิตเวช เช่น เห็นภาพหลอน สับสน ก้าวร้าว ปัญหาการนอนหลับ


นอกเหนือจากการใช้ยา สิ่งสำคัญคือการดูแลผู้ป่วยตามระยะของโรค และให้การฟื้นฟูกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดอย่างเหมาะสม


👉ระยะเริ่มต้น

ระยะนี้ผู้ป่วยยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่มีอาการหลงลืมบ่อย ผู้ดูแลควรเน้นให้ผู้ป่วยคงการทำกิจกรรมด้วยตัวเองให้มากที่สุดและช่วยเหลือเมื่อจำเป็น แนวทางการดูแล เช่น

- ปัญหาเดินหลงทาง (ดูบทความ 'ทำไม คนไข้อัลไซเมอร์ถึงชอบเดิน' https://web.facebook.com/ActiveCareChiangmai/photos/a.117206390131683/122667776252211/)

- หลงลืมบ่อย ให้เขียนป้ายช่วยเตือนให้ทำกิจกรรมต่างๆ ติดในบริเวณที่มองเห็นได้ชัด

- กระตุ้นพัฒนาสมองและความจำโดยการฝึกจำหน้าคน ฝึกทายสิ่งของ อ่านหนังสือ เล่นเกมปริศนาใบ้คำ อักษรไขว้ ทำงานฝีมือ งานศิลปะและดนตรี

- ความเสี่ยงเรื่องพลัดตกหกล้ม ควรปรับสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้สูงอายุ ไม่วางข้าวของเกะกะ ควรให้มีทางเดินในบ้านที่ชัดเจน ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของชิ้นใหญ่ในบ้านเพราะจะสร้างความไม่คุ้นชิน


👉ระยะกลาง

ระยะนี้ผู้ป่วยเริ่มมีปัญหาด้านการตัดสินใจและอารมณ์ การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน แนวทางการดูแล เช่น

- หากผู้ป่วยมีอารมณ์โมโหก้าวร้าว ให้สังเกตเพื่อหาสาเหตุของพฤติกรรมนั้นว่าสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เช่น เสียงดังเกินไป คนพลุกพล่านเกินไป แล้วหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมนั้น

- ใช้เทคนิคการเบี่ยงเบนความสนใจ เปลี่ยนเรื่องพูดคุย ให้คำชมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี และหยุดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์

- ให้ทำกิจวัตรประจำวันที่พอทำได้ให้มากที่สุด เช่น ทานอาหาร อาบน้ำ ปัสสาวะอุจจาระ โดยผู้ดูแลคอยสังเกตและระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ หลังผู้ป่วยทำกิจกรรมนั้นๆ ให้ผู้ดูแลสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง

- เลือกกิจกรรมกระตุ้นสมองที่ไม่ซับซ้อน เช่น ระบายสี จับคู่ อ่านบัตรคำสั้นๆ หรือกิจกรรมงานบ้านโดยให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในขั้นตอนง่ายๆ เช่น การทำอาหาร ให้ผู้ป่วยช่วยล้างผัก ตอกไข่ นวดแป้ง การช่วยงานบ้าน เช่น เช็ดจาน เช็ดโต๊ะ ผู้ดูแลควรสังเกตกิจกรรมที่ผู้ป่วยยังสามารถทำได้และส่งเสริมให้ทำอย่างสม่ำเสมอ

- ปัญหาการนอนหลับ พยายามจัดบรรยากาศที่เงียบสงบ ปิดไฟเมื่อถึงเวลานอน ระวังอันตรายจากสัตว์รบกวน เช่นมด ยุง เพิ่มกิจกรรมในตอนกลางวันให้มากขึ้นเพื่อลดการนอนตอนกลางวัน


👉ระยะท้าย

ผู้ป่วยระยะนี้จะสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง แนวทางการดูแล เช่น

- เมื่อผู้ป่วยเคลื่อนไหวเองได้ลดลง ควรดูแลเรื่องการทำกายภาพบำบัดขยับเคลื่อนไหวข้อต่อ เพื่อป้องกันข้อติด การพลิกตะแคงตัวเพื่อป้องกันแผลกดทับ

- ปัญหาการกลืน เลือกอาหารอ่อน ป้อนพอดีคำ ไม่ป้อนขณะผู้ป่วยนอน ให้นั่งหรือปรับหัวเตียงสูงทุกครั้งเมื่อจะทานอาหารหรือดื่มน้ำ หากพบว่าผู้ป่วยไม่สามารถกลืนอาหารได้เอง ควรประสานกับแพทย์เพื่อประเมินเรื่องการให้อาหารผ่านสายยางต่อไป

- พยายามฟื้นฟูสมองส่วนที่ยังเหลืออยู่โดยการกระตุ้นผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า (ดูบทความ 'ผู้ป่วยสมองเสื่อมขั้นรุนแรง ควรให้ทำกิจกรรมอะไรดี?' https://web.facebook.com/story.php?story_fbid=120830616435927&id=116867920165530&paipv=1)

- ดูแลด้านจิตใจให้ผู้ป่วยมีความสุขและคงความภาคภูมิใจในความเป็นมนุษย์ไปตลอดระยะของโรค



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด

11/07/2021

📌📌📌คอร์สเรียนฟรี 📌📌📌
เรื่องการพัฒนาทักษะสำหรับผู้ดูแลในการสร้างความสุขให้ผู้สูงอายุ (Skill Development for Caregivers to Create the Elderly Happiness)
โดย อ.นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

10/10/2020

?? แค่ขี้ลืม หรือเป็นอัลไซเมอร์


1.มีปัญหาเรื่องความจำ

🔴 อัลไซเมอร์ : ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมมักจะลืมสิ่งที่เพิ่งเรียนรู้ไป หรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยไม่สามารถนึกย้อนกลับไปได้

🟢 คนทั่วไป : ลืมว่าล็อคประตูบ้านหรือยัง ลืมนัดบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อมีหลายอย่างให้ต้องจัดการ


2.ทำกิจวัตรที่คุ้นเคยได้ยากขึ้น

🔴 อัลไซเมอร์ : พบว่าการจัดการเรื่องเงินยุ่งยากมากขึ้น หลงลืมขั้นตอนการเตรียมอาหาร การทำงานบ้าน การใช้โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า

🟢 คนทั่วไป : ผู้สูงอายุบางท่านต้องการความช่วยเหลือเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่คุ้นเคย หรือบางครั้งอาจทำหลายสิ่งพร้อมกัน ไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่ทำ เช่น คุยโทรศัพท์ขณะทำกับข้าว จนลืมว่าเปิดเตาแก๊สไว้


3.ปัญหาด้านการใช้ภาษา

🔴 อัลไซเมอร์ : หลงลืมคำศัพท์ง่ายๆ และใช้คำอื่นที่คนฟังยากจะเข้าใจ เช่น นึกคำว่า “แปรงสีฟัน” ไม่ออก ผู้ป่วยจะพูดว่า “อันที่ใช้ในปาก”

🟢 คนทั่วไป : ลืมชื่อคนที่ไม่ได้คุยกันนานๆ หรือคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย


4.สับสนเรื่องเวลาและสถานที่

🔴 อัลไซเมอร์ : หลงทางในเส้นทางที่คุ้นเคย ลืมว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและไปที่นั่นได้ยังไง ไม่รู้ว่าจะกลับบ้านยังไง

🟢 คนทั่วไป : บางครั้งอาจลืมว่าเข้าไปทำอะไรในห้อง ลืมว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร ลืมว่าวันนี้เป็นวันอะไรของสัปดาห์ ลืมว่าสองวันที่แล้วไปไหนมาบ้างแต่สามารถนึกย้อนกลับไปได้


5.ปัญหาเรื่องทักษะ

🔴 อัลไซเมอร์ : ผู้ป่วยอาจลืมวิธีการใส่เสื้อผ้า ลืมวิธีการนับเลข หรือลืมว่าตัวเลขคืออะไร เอาไว้ทำอะไร

🟢 คนทั่วไป : อาจมีปัญหาการคิดคำนวณเมื่อตัวเลขเยอะๆ


6.วางของผิดที่

🔴 อัลไซเมอร์ : วางของในที่ๆไม่เหมาะสม เช่น วางเตารีดในตู้เย็น วางนาฬิกาข้อมือไว้ในหม้อ

🟢 คนทั่วไป : ลืมว่าไปวางของไว้ที่ไหน


7.อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

🔴 อัลไซเมอร์ : อารมณ์แปรปรวนรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เฉยชา ก้าวร้าว สับสนขาดความมั่นใจ

🟢 คนทั่วไป : อารมณ์เปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่มากระตุ้น


8.สูญเสียความคิดริเริ่มทำสิ่งต่างๆ

🔴 อัลไซเมอร์ : ผู้ป่วยอาจกลายเป็นคนนิ่งเฉย ไม่ต้องการทำกิจกรรมที่ตนเคยชอบทำ นอนหลับมากกว่าที่เคย นั่งอยู่หน้าทีวีเฉยๆได้หลายชั่วโมง

🟢 คนทั่วไป : เมื่อรู้สึกเหนื่อย อาจต้องการพักหรือปลีกตัวออกจากผู้คน



อย่างไรก็ตาม หากอาการขี้ลืมของคุณส่งผลรบกวนชีวิตประจำวันมากเกินไปควรปรึกษาแพทย์เพื่อการดูแลที่เหมาะสม

และแนะนำให้บริหารสมอง ออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อชะลอความชรา โดยเราจะมาพูดถึงวิธีง่ายๆ ในการบริหารสมองกันในโอกาสต่อไป



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด

05/10/2020

?? ทำไม ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ถึงชอบเดิน


การเดินอย่างไร้จุดหมายเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไปในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ และผู้มีภาวะสมองเสื่อมประเภทอื่นๆ

ผู้ป่วยจะมีแรงผลักดันให้ต้องขยับ ต้องเดิน ต้องเคลื่อนไปที่ไหนซักที่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะดูสับสนและไร้จุดหมาย อาจเกิดจากเหตุผลต่างๆ เช่น:

- ความกลัว มองหาความปลอดภัย

- สิ่งแวดล้อม เช่น เสียงดัง คนพลุกพล่าน

- รู้สึกไม่สบายตัว เช่น หิว เบื่อ ร้อน เจ็บปวด

- อาการเห็นภาพหลอนเวลาใกล้ค่ำ (sundowning phenomenon)

- นาฬิกาชีวภาพของร่างกายถูกรบกวน

- มีพลังงานมากเกินไป

- งานที่เคยทำในอดีตเกี่ยวข้องกับการเดิน


แต่ในบางกรณี การเดินของผู้ป่วยก็มีจุดหมายที่เฉพาะเจาะจง เพียงแต่จุดหมายนั้นไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน เช่น เดินเพราะเชื่อว่าจะต้องไปขึ้นรถประจำทางไปทำงาน เดินเพื่อจะหาทางกลับบ้านทั้งที่ตนเองนั้นอยู่ที่บ้าน


⚡️ วิธีการลดพฤติกรรมชอบเดิน

1.จัดให้ผู้ป่วยได้ออกกำลังกายเป็นประจำหรือกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหว ให้ได้ใช้พลังงานไปกับการออกกำลังกาย

2.เบี่ยงเบนความสนใจเมื่อผู้ป่วยจะเริ่มเดิน เช่น ให้เครื่องดื่ม ให้ดูอัลบั้มรูปภาพ เปิดเพลง

3.หมั่นสังเกตช่วงเวลาที่ผู้ป่วยเริ่มเดิน ซึ่งมักจะเป็นเวลาที่ใกล้เคียงกันในแต่ละวัน แล้วเตรียมกิจกรรมไว้ให้ผู้ป่วยทำในช่วงเวลานั้นเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ อาจให้ช่วยทำงานเล็กๆน้อยๆเท่าที่ทำได้ เช่น พับผ้า กวาดใบไม้ เช็ดจาน

4.ซ่อนสิ่งของที่กระตุ้นให้อยากออกไปเดิน เช่น เสื้อคลุม เสื้อกันฝน ร่ม กุญแจ กระเป๋าถือ รองเท้า จดหมายที่ต้องเอาออกไปส่ง

5.อำพรางประตูโดยเอาวอลเปเปอร์มาติด หรือติดม่านที่ประตู เอาที่กั้นลูกบิดประตูมาใช้

6.สังเกตพฤติกรรมการเริ่มออกเดินของผู้ป่วยว่าสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เช่น เสียงดังเกินไป คนพลุกพล่านเกินไป แล้วปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมนั้น


💥 จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย

1.หากมีบริเวณบ้าน จัดเตรียมบริเวณให้ปลอดภัยสำหรับการเดิน และเดินเป็นเพื่อนถ้าเป็นไปได้ เพราะการเดินนั้นนับว่ามีประโยชน์ตราบใดที่สิ่งแวดล้อมปลอดภัย และผู้ป่วยมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อดี ไม่เสี่ยงล้ม

2.ผู้ป่วยอาจหลงทางแม้แต่ในบ้านของตนเอง ควรติดป้ายบอกสถานที่ เช่นห้องต่างๆ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยสับสน ติดป้ายห้ามเข้าบริเวณที่ไม่ปลอดภัย

3.กรณีล็อคประตู ไม่ควรปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่คนเดียวภายในบ้าน เพราะผู้ป่วยจะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้หากมีเหตุฉุกเฉินเช่นไฟไหม้ หรือภาวะวิกฤติทางสุขภาพ ควรมีคนอยู่ด้วยเสมอ

4.เปิดไฟทางเดินในบ้านไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุกรณีผู้ป่วยเดินออกจากห้องตอนกลางคืน

5.ติดระฆังไว้ที่ประตูบ้าน เพื่อให้ผู้ดูแลทราบเมื่อผู้ป่วยแอบเปิดออก

6.ให้ผู้ป่วยมีข้อมูลติดต่อไว้กับตัว อาจเป็นสายรัดข้อมือ เข็มกลัด สำหรับกรณีพลัดหลง ผู้พบเห็นสามารถช่วยเหลือได้ หรืออาจนำเทคโนโลยี GPS เข้ามาใช้

7.อัพเดทรูปถ่ายผู้ป่วยทุกๆวัน เผื่อใช้ประกาศตามหาในกรณีที่ผู้ป่วยเดินหายออกจากบ้าน

8.แจ้งเพื่อนบ้านไว้ล่วงหน้าให้ทราบถึงรูปร่างลักษณะหน้าตาของผู้ป่วย และหากเพื่อนบ้านพบเห็นผู้ป่วยอยู่นอกบ้านคนเดียวให้รีบแจ้งทันที


การป้องกันและเตรียมวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไว้คนเดียว


เพื่อความปลอดภัยของคนที่คุณรัก



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด

Photos 02/10/2020

💥 7 ระยะของโรคอัลไซเมอร์


ระยะที่ 1
มีอาการหลงลืมเล็กน้อย เหมือนกับอาการขี้ลืมในคนทั่วไป


ระยะที่ 2
หลงลืมบ่อยขึ้น หาของที่เก็บไว้เองไม่เจอ เริ่มนึกคำพูดบางคำไม่ค่อยออก แต่อาการยังไม่ชัดเจน


ระยะที่ 3
หลงลืมคำศัพท์บางอย่าง เลือกใช้คำพูดไม่ถูก สมรรถภาพการทำงานแย่ลง ความจำระยะสั้นแย่ลง ถามคำถามเดิมซ้ำๆ วางของแล้วลืมที่ หาของไม่เจอเป็นประจำ โดยส่วนใหญ่แล้วคนใกล้ตัวมักจะเริ่มสังเกตถึงความผิดปกติด้านความจำของผู้ป่วยได้ในระยะที่ 3


ระยะที่ 4
ผู้ป่วยจะไม่สามารถจัดการเรื่องซับซ้อนได้ เช่น เรื่องเงิน เตรียมมื้ออาหาร การเตรียมยา ทำงานบ้าน หลงทางในเส้นทางที่คุ้นเคย ความจำระยะสั้นแย่ลงมากขึ้น จดจำวันที่ไม่ได้ ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ในระยะนี้แพทย์มักจะวินิจฉัยได้ว่าผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อม


ระยะที่ 5
มีความบกพร่องของความจำในระดับปานกลาง ผู้ดูแลต้องให้การช่วยเหลือการทำกิจวัตร เช่น การเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม บางคนอาจใส่เสื้อผ้าชุดเดิมซ้ำๆ หลายวัน ผู้ป่วยมักมีอารมณ์แปรปรวน เช่น โมโห ซึมเศร้า หรือสับสน ผู้ป่วยอาจเริ่มจดจำใบหน้าหรือชื่อของคนในครอบครัวไม่ได้ ความจำถดถอยย้อนกลับไปสมัยหนุ่มๆ หรือแม้กระทั่งสมัยเด็ก อยู่กับเรื่องราวในอดีต หลงลืมว่าคนที่ตายไปแล้วยังมีชีวิตอยู่ ในระยะนี้ผู้ดูแลต้องมีความเข้าใจและอดทนเป็นอย่างมาก อาจทำให้ผู้ดูแลเกิดความเครียด สภาพจิตใจแย่ลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล


ระยะที่ 6
มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะ อุจจาระ ต้องใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ สูญเสียความสามารถการดูแลตนเอง เช่น แต่งตัวเองไม่ได้ หากให้ทำเองอาจใส่เสื้อผ้ากลับด้าน ใส่แขนเสื้อไม่ถูก ใส่กางเกงขาเดียว ผู้ดูแลต้องทำกิจวัตรประจำวันให้ผู้ป่วย อารมณ์แปรปรวนรุนแรง ผู้ป่วยอาจหลงลืมเรื่องราวในอดีต หรือแม้กระทั่งชื่อตัวเอง


ระยะที่ 7
ระยะสุดท้ายของอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยต้องการการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง มีปัญหาการพูดสื่อสาร การดูแลมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตามที่ได้กล่าวไปในโพสต์ก่อนหน้า


หากผู้ดูแลมีความเข้าใจในการดำเนินโรค ก็ย่อมจะให้การดูแลได้อย่างเหมาะสมกว่า โดยเราจะมาพูดถึงเรื่องการดูแลอย่างละเอียดกันอีกครั้งในโอกาสต่อไป

และเมื่อเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น เราก็จะมีความเห็นอกเห็นใจ ให้การดูแลด้วยใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุด



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด
#รับจัดกิจกรรมสันทนาการและเกม #คลาสออกกำลังกายในผู้สูงอายุ
#บริการทำกายภาพบำบัดที่บ้าน #เชียงใหม่

Sensory Pouches for Dementia Care 01/10/2020

?? ผู้ป่วยสมองเสื่อมขั้นรุนแรง ควรให้ทำกิจกรรมอะไรดี


ในผู้ป่วยสมองเสื่อมขั้นรุนแรงที่ไม่สามารถสื่อสารหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้ป่วยอาจถูกละเลย ไม่ได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสม ทำให้อาการยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ

แม้จะมีภาวะสมองเสื่อม แต่ผู้ป่วยก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากเรา เมื่อถูกละเลย ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกเศร้า กังวล อ้างว้าง แต่ไม่สามารถบอกให้เรารู้ได้


ดังนั้น การให้ผู้ป่วยระยะนี้ได้ทำกิจกรรมถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยเล่นกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การรับกลิ่น การรับรส และการสัมผัส


👀 การมองเห็น เช่น ให้ดูรูปครอบครัว หรือจัดให้มีรูปครอบครัวอยู่ในบริเวณที่ผู้ป่วยมองเห็นได้ เปิดหน้าต่างให้สามารถมองเห็นวิวภายนอกหรือหาวอลเปเปอร์ธรรมชาติสวยงามมาติดที่ผนัง


👂 การกระตุ้นการได้ยิน เช่น พูดคุยด้วยบ่อยๆ (แม้บางครั้งผู้ป่วยอาจไม่ได้ตอบสนองมากนัก) เปิดเพลง หรือร้องเพลงให้ฟัง บ่อยครั้งพบว่าผู้ป่วยสามารถร้องตามเพลงที่ตนคุ้นเคยได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยมักตื่นตัวเมื่อได้ยินเสียงสัตว์ อาจลองเปิดเสียงสัตว์ให้ฟังแล้วให้ทายว่าเป็นเสียงของอะไร


👃 การรับกลิ่น เช่น ให้ดมดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม กลิ่นหอมของอาหาร กลิ่นสมุนไพร กลิ่นอโรม่า แล้วลองทายว่าเป็นกลิ่นอะไร


👅 การรับรส ผู้ป่วยมักจะตอบสนองต่อรสหวานและความเย็นได้ดี เช่น ไอศกรีม อาจลองให้ผู้ป่วยทายว่าสิ่งที่กำลังกินคืออะไร


🤝 การสัมผัส เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะเชื่อมโยงผู้ป่วยกับผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นการจับมือ โอบกอด การนวด หวีผมให้ เพื่อแสดงความรักความเอาใจใส่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอุ่นใจ นอกจากนี้ สามารถให้ลองสัมผัสพื้นผิวต่างๆ เช่น บีบฟองน้ำ ลูบขนสัตว์ บีบลูกบอลยาง หรืออาจหาถุงซิป ใส่สิ่งของต่างกันไว้ในแต่ละถุง เช่น สำลี ทราย ข้าวสาร ลูกปัด กระดุม เจล สำหรับให้ผู้ป่วยบีบจับกระตุ้นการรับความรู้สึก
(ดูวิธีการทำถุงกระตุ้นการรับความรู้สึกได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=xBusq3TDXxQ )


แม้จะสื่อสารได้ยาก แต่ผู้ป่วยก็สามารถรับรู้ได้ผ่านแววตา สีหน้า น้ำเสียง การสัมผัส ในขณะพูดคุย


เพราะเนื้อหาของการสื่อสารไม่ใช่สิ่งสำคัญ

ความรู้สึกในขณะนั้นต่างหาก ที่เราใส่ใจ ♥️



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด
#รับจัดกิจกรรมสันทนาการและเกม #คลาสออกกำลังกายในผู้สูงอายุ
#บริการทำกายภาพบำบัดที่บ้าน #เชียงใหม่

Sensory Pouches for Dementia Care Template and Instructions: http://www.goldencarers.com/ Thanks for watching! Song: "GREEN LEAVES" by Jason Shaw (http://www.audionautix.com)

Photos from Chiangmai Active Care - Senior Activities & Rehab กายภาพบำบัด-สันทนาการ's post 29/09/2020

การออกกำลังกายอาจกลายเป็นเรื่องยากเมื่อเราอายุมากขึ้น

ด้วยข้อจำกัดด้านร่างกาย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีกำลังวังชาเหมือนสมัยหนุ่มสาว ไม่สามารถออกกำลังกายได้แบบที่เคย และไม่รู้ว่าต้องออกกำลังกายยังไงให้เหมาะสมกับตนเอง ออกกำลังกายผิดวิธีก็บาดเจ็บ ไม่ออกกำลังกายเลยก็จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเรื่อยๆ


วันนี้เรามีท่าออกกำลังกายง่ายๆ นำมาฝากกัน ญาติหรือผู้ดูแลสามารถนำไปใช้กับผู้สูงอายุที่ตนดูแลได้ โดยควรทำเป็นประจำอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

ท่าเหล่านี้จะช่วยรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวข้อต่อ ฝึกการทรงตัว ลดความเสี่ยงของการล้มได้

ในหลายท่าจะใช้เก้าอี้ในการออกกำลังกาย เก้าอี้ที่ใช้ควรเลือกตัวที่มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่มีล้อ ไม่มีพนักวางแขนเพราะอาจกีดขวางการเคลื่อนไหวของแขน เมื่อนั่งเก้าอี้แล้ว เท้าสองข้างต้องวางราบกับพื้นได้


การแต่งกาย สวมใส่ชุดหลวม เบาสบาย เตรียมน้ำดื่มไว้ใกล้ตัว อย่ากลั้นหายใจขณะออกกำลังกาย


สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน และผู้ที่มีโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูความเหมาะสมของการออกกำลังกาย

Stay fit, stay young 💪



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด
#รับจัดกิจกรรมสันทนาการและเกม #คลาสออกกำลังกายในผู้สูงอายุ
#บริการทำกายภาพบำบัดที่บ้าน #เชียงใหม่

Photos from Chiangmai Active Care - Senior Activities & Rehab กายภาพบำบัด-สันทนาการ's post 28/09/2020

ผู้ป่วยสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ บอกไม่ได้อย่างที่ใจคิด ทำอย่างไร??

ผู้สูงอายุที่มีโรคสมองเสื่อมในระยะท้าย อาจมีปัญหาเรื่องการพูด การนึกคำศัพท์ไม่ออก ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างที่ใจต้องการ จนอาจเกิดอาการโมโห หงุดหงิด ไม่ได้ดั่งใจในตัวเอง นำไปสู่ภาวะเครียด และการถดถอยของโรคที่แย่ลงเรื่อยๆ


หนึ่งในตัวช่วยเพื่อลดปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแล นั่นคือการใช้บัตรแสดงความรู้สึก โดยให้ผู้สูงอายุชี้คำศัพท์ตามที่ตนเองรู้สึก เพื่อบอกสิ่งที่ต้องการให้ผู้ดูแลทราบ

นอกจากนี้ ยังใช้ประโยชน์ได้ในผู้ที่มีความบกพร่องของกล่องเสียง ผู้พิการทางการพูด รวมไปถึงผู้ป่วยที่เจาะคอด้วยเช่นกัน


วันนี้ Active Care นำบัตรแสดงความรู้สึกมาให้ดูเป็นตัวอย่างดังภาพ
ท่านใดที่สนใจดาวน์โหลดไฟล์บัตรแสดงความรู้สึกสำหรับนำไปปริ๊นท์ใช้งาน เมื่อท่านกดไลค์เพจแล้วให้ส่งข้อความมาแจ้งความจำนงเพื่อขอรับไฟล์ได้ฟรี! (ไฟล์ .pdf)


นอกจากนี้ ผู้ดูแลสามารถทำบัตรแสดงความรู้สึกได้เอง โดยเลือกคำพื้นฐานทั่วไปในชีวิตประจำวัน สั้น กระชับ เข้าใจง่าย ใช้ตัวหนังสือขนาดใหญ่ อาจมีภาพประกอบที่บ่งบอกถึงสิ่งนั้นได้อย่างชัดเจน และแนะนำให้ทากาวติดกับกระดาษแข็ง เช่น กล่องลัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน ยืดอายุการใช้งาน



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 099-3549853
พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักกายภาพบำบัด
#รับจัดกิจกรรมสันทนาการและเกม #คลาสออกกำลังกายในผู้สูงอายุ
#บริการทำกายภาพบำบัดที่บ้าน #เชียงใหม่

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Chiang Mai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Chiang Mai

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00