08/09/2026
ผมได้ฟังบทสัมภาษณ์สั้น ๆ หนึ่งของ
Eileen Gu (กู่ อ้ายหลิง) นักกีฬา
"สกีฟรีสไตล์"(freestyle skiing) วัย 23 ปี
1
เธอเป็นเจ้าของสถิติ 6 เหรียญโอลิมปิก
จากการแข่งขัน 2 ครั้ง
(3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน)
ซึ่งนับได้ว่าประสบความสำเร็จสูงสุด
ชนิดที่ว่ายังไม่เคยมีใครทำได้
2
มีจุดหนึ่งที่ฟังแล้วขนลุกมาก
Eileen เล่าวิธีคิดหนึ่งของเธอซึ่ง
ประกอบไปด้วย 2 Mindset ย่อย
คือ
“I train like I’ve never won,
and I compete like I’ve never lost.”
“ฉันฝึกซ้อมเหมือนคนที่ไม่เคยชนะมาก่อน
และลงแข่งเหมือนคนที่ไม่เคยแพ้”
3
ฟังเร็ว ๆ อาจรู้สึกย้อนแย้ง
เหมือนการมองโลกในแง่ร้ายและดี
พร้อม ๆ กัน
แต่ถ้าคิดตามดี ๆ มันคือการ
"รักษาสมดุล" ไม่ให้ตัวเอง
สุดโต่งเกินไปสักทางครับ
ยังไง ?
4
Eileen เล่าว่า ตอนฝึกซ้อม
เธอจะเข้มงวดกับตัวเองมาก
คอยจ้อง "จับผิด" ตัวเองตลอด
ตั้งแต่ท่าที่คลาดเคลื่อนไปเพียงไม่กี่องศา
จนถึงจังหวะที่ออกตัวเร็วไปเพียงนิดเดียว
5
เพราะการคว้าแชมป์นั้นยาก
แต่การรักษาแชมป์ให้อยู่ต่อไปนั้น
ยากกว่ามาก
การฝึกซ้อมเสมือนตัวเองไม่เคยชนะมาก่อน
จึงทำให้เธอยังรู้สึกถ่อมตัว
และกระหายชัยชนะอยู่เสมอ
6
ผมว่าถ้าเป็นนักกีฬามือใหม่
การ "วางใจ" ให้ตัวเองคิดแบบนี้
อาจไม่ใช่เรื่องยากนัก
คนไม่เคยชนะ มักอยากชนะอยู่แล้ว
7
แต่ผมว่าสำหรับ Eileen ซึ่งคงไม่เกินเลย
ถ้าจะนับเธอเป็นระดับ GOAT
(Greatest of All Time)
การคงทัศนคตินี้ไว้ ไม่ง่ายเลยครับ
จัดว่าเหนือชั้น
8
นั่นคือ โหมดความคิดตอนเธอซ้อม
แต่ทีนี้ พอถึงเวลาลงแข่งขันจริง
เธอจะสับสวิตช์ เปลี่ยนความคิด
ไปอีกโหมดหนึ่ง
นั่นคือ การเชื่อมั่นอย่างหมดใจว่า
เธอคือคนที่ "เก่งที่สุด" ในสนามนี้
9
และคู่แข่งที่เหลือกำลัง "แย่งกันเป็นที่สอง"
เพื่อไม่ให้เกิดความลังเลขณะเล่น
จุดที่ผมว่าน่าสนใจที่สุด
คือ Eileen บอกว่า
เราไม่สามารถอยู่ในโหมดนั้น
ได้ตลอดเวลาครับ
10
เพราะความเชื่อที่ว่า
“ฉันเหนือกว่าทุกคน”
ถ้าเอามานอกสนามด้วย
มันอาจสร้าง Ego ที่อันตรายขึ้นมา
11
คงเพราะแบบนี้เอง
เธอจึงใช้ Mindset ตอนซ้อม
และตอนแข่งขันแตกต่างกันอย่างชัดเจน
(จะเรียกว่าตรงกันข้ามก็ได้)
12
เป็นวิธีคิดที่รักษาสมดุล
ไม่ให้ตัวเองสุดโต่งไปทางหนึ่งเกินไป
และน่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เธอ
ยืนระยะได้ขนาดนี้
13
ถ้าอยากนำวิธีคิดของ Eileen มาใช้
กับการทำงาน หรือ perform อะไรสักอย่าง
เราอาจต้องหมั่นคุยกับตัวเองในแต่ละช่วงเวลา
14
ตอนเตรียมตัวทำสิ่งต่าง ๆ
(เช่น ซ้อมพรีเซ็นต์ เตรียมพูดหน้าห้อง)
ให้หมั่นจับผิดตัวเองว่า
“มีจุดไหนที่เรายังต้องฝึกหรือแก้ไขได้อีก”
"อะไรที่จะทำให้ล้มเหลวบ้าง"
15
แต่ตอนลงมือจริง ๆ
(เช่น พรีเซนต์จริง อยู่บนเวที)
ก็ให้เชื่อมั่นไปเลยว่า
"ฉันสุดยอด ฉันทำได้"
“ฉันกำลังทำได้ดีที่สุดเท่าที่ซ้อมมา”
16
พอทุกอย่างจบลงก็ค่อยสลับมาโหมด
ประเมินตัวเองอีก
“อะไรที่ฉันทำได้ดี
และครั้งหน้าควรปรับตรงไหน”
17
ความท้าทายคือ
ระวังความคิดจะสลับกันครับ
คือกลายเป็น ตอนฝึกซ้อมดันประมาท
คิดว่า "ข้าเจ๋ง ข้าแน่"
18
และตอนลงมือทำจริงดันจับผิดตัวเองตลอด
กลายเป็นประหม่าไป
แบบนี้เละแน่นอน
(ผมเองนี่แหละ เป็นหลายครั้งเลย 🤣)
19
ผมคิดว่าวิธีคิดของ Eileen Gu นี้
ไม่ได้ใช้ได้กับนักกีฬาเท่านั้น
แต่ใช้ได้กับทุกคน
ที่อยากทำเรื่องไหนในชีวิตให้สำเร็จเลยครับ
น่านำไปใช้มาก
20
ตอนฝึก ถ่อมตัวเหมือนคนที่ไม่เคยชนะ
ตอนลงสนาม เชื่อมั่นเหมือนคนที่ไม่เคยแพ้
และเมื่อทุกอย่างจบลง
ก็วางทั้งชัยชนะและความผิดพลาดไว้ตรงนั้น
บางทีคนที่ยืนระยะได้ดีที่สุด
อาจไม่ใช่คนที่มั่นใจอยู่ตลอดเวลา
หรือคนที่จับผิดตัวเองเก่งที่สุด
แต่อาจเป็นคนที่รู้ว่า
เวลาไหนควรใช้ Mindset ไหน
และเมื่อไหร่ควรวางมันลงครับ
นี่คือสิ่งที่ผมตกผลึกได้
หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ
ขอบคุณบทสัมภาษณ์ Eileen Gu
ในรายการ On Purpose with Jay Shetty
#ตกผลึก