forestbook

forestbook

แชร์

ความเคลื่อนไหว รูปธรรมและแนวทางปฏิรูประบบจัดการทรัพยากร ทั้งในระดับพื้นที่และนโยบาย​ จ

เพจ forestbook
นำเสนอความเคลื่อนไหว รูปธรรม และแนวทางในการปฏิรูประบบการจัดการทรัพยากร ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย เพื่อความเข้าใจร่วมกันของทุกคนในสังคม
ดำเนินการโดย มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ (SDF)

22/04/2026

เป็นความก้าวหน้าและเป็นความหวังในการจัดการไฟป่าฝุ่นควันได้ไหม?
#สำนึกของชุมชนท้องถิ่นแบบนี้
#แนวทางแบบนี้
#นี่คือแผนปฏิบัติการของตำบลท่าผา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

🟢ทำ "แผน" จากล่างขึ้นบน จากความรู้สึกของชุมชนจริงๆ
🟢8 จาก 11 หมู่บ้านของตำบล มีมติ "ไม่ชิงเผา" ในพื้นที่ป่า
🟢พร้อมรับความเสี่ยง หากเกิดไฟ ต้องระดมสรรพกำลังเต็มที่เพื่อรับมือ

🟢ในส่วนพื้นที่ที่ "จำเป็น" ต้องใช้ไฟจริงๆ ใน "ช่วงประกาศห้ามเผาของจังหวัด" ต้องยื่นคำร้องลงระบบ FireD และต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
🟢"พื้นที่ป่าชุมชน" 26,182 ไร่ มีการยื่นขอบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพียง 310 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.2 ของพื้นที่ป่าที่ชุมชนดูแลทั้งหมด
🟢"พื้นที่เกษตร ไร่-นา-สวน" 26,161 ไร่ มีชาวบ้านยื่นขอใช้ไฟ 126 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเพียงร้อยละ 0.5 ของพื้นที่เกษตรทั้งตำบล

ตำบลท่าผาให้ความสำคัญกับ "แผน" ที่เกิดจากการวิเคราะห์และความต้องการของชุมชนเอง
เป็น "แผน" คู่ขนานซึ่งยอมรับการใช้ "ไฟจำเป็น"
และเห็นพ้องว่าต้องดูแลควบคุม "ไฟไม่จำเป็น" อย่างดีที่สุด

"ไฟจำเป็น" ซึ่งมีสัดส่วนไม่มากนัก ถือว่าจัดการง่าย เพราะมีข้อมูล มีชื่อผู้ยื่นขอชัด มีพิกัดชัด มีวันเวลาชัด เทศบาลสามารถสนับสนุนกำลังในการควบคุมจัดการได้

ความท้าทาย คือ "ไฟไม่จำเป็น"
#ไฟแอบจุด #ไฟลาม #ไฟที่ไม่อยู่ในกติกา
ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดวันไหน เวลาไหน ในพื้นที่ไหน
มีความเสี่ยงสูงหากเกิดในพื้นที่สูงชัน ควบคุมการลุกลามยาก
ยิ่งปีนี้ มติ 8 จาก 11 หมู่บ้าน ซึ่งขอเว้นวรรคไม่มีการชิงเผาจัดการเชื้อเพลิง ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร จะมีการสรุปบทเรียนอีกครั้งหลังฤดูไฟป่า

อย่างไรก็ตาม
ความน่าสนใจของตำบลท่าผาคือ การมี "แผน" ที่รอบด้าน ผ่านการคิดวิเคราะห์ และสอดคล้องบริบทของพื้นที่
สิ่งที่จะทำให้ "ชุมชน" และ "ท้องถิ่น" ก้าวหน้ากว่านี้
คือการสนับสนุนด้านต่างๆ ให้พวกเขาสามารถดำเนินการได้ตาม "แผน"
ทั้งในเรื่องของงบประมาณ องค์ความรู้ เทคโนโลยี รวมถึงการปลดล็อกระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โมเดลความสำเร็จ และปฏิบัติการในพื้นที่ระดับตำบล
เป็นคำตอบสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายมีความหวังในการออกจากปัญหานี้

#ไฟป่าฝุ่นควัน #แผนชุมชน #ตำบลจัดการไฟ
#ไฟจำเป็น #ไฟไม่จำเป็น


ขอบคุณ
สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ

30/03/2026

[Repost]

#มองจากนอกป่า เห็นไฟ เห็นฝุ่น เห็นวิกฤต
#มองจากชุมชนใจกลางป่า เห็นความทุ่มเท เสียสละ เป็นวีรกรรมของคนธรรมดาที่ช่วยดูแลปกป้องลมหายใจให้กับสังคม

คลิปนี้ ถ่ายทำตั้งแต่ปี 2562
กองกำลังลุ่มน้ำขาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่
ระดมพลทำแนวกันไฟเชื่อมเป็นเครือข่ายในพื้นที่ป่าชุมชนกว่า 116 กิโลเมตร
เสร็จจากการทำแนวกันไฟ ก็ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เข้าเผชิญเหตุ และเฝ้าระวังตลอดช่วงฤดูไฟ
ทำต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี และยังมีชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้มแข็งแบบนี้กระจายตัวอยู่ทั่วภาคเหนือ

ลุยกันเองในป่า จัดการกันเองในพื้นที่ ระดมทุนกันเองในชุมชน
เป็น story ที่คนภายนอกไม่ค่อยได้รับรู้หรือให้คุณค่า

เรื่องราว เรื่องเล่าของไฟป่าฝุ่นควันมีหลากหลาย
มุมมอง ความเห็น ก็แตกต่างตามประสบการณ์ของแต่ละคน และยิ่งโหมกระพือตามความร้อนแรงของสถานการณ์

แต่หากมองจากมุมของชุมชนที่ทุ่มเทขนาดนี้
สิ่งที่พวกเขาต้องการคือความเข้าใจ กำลังใจ รวมถึงแรงสนับสนุนให้สามารถทำได้ดีขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิม

สถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญทุกวันนี้
เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นวิกฤตระดับโลก และมีความสลับซับซ้อนเกินกว่าจะหาสูตรสำเร็จ หรือกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แต่สิ่งทีไม่อาจปฏิเสธได้คือ
ชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดป่า เป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
เจตจำนงแบบไหน? มาตรการแบบไหน? ชุดความรู้และเทคโนโลยีแบบไหน? ที่จะช่วยสร้างพลังเชิงบวกให้กับชุมชนคนธรรมดาได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

#ไฟป่า #ฝุ่นควัน
#ป่าชุมชน

17/03/2026


#ไฟในพื้นที่เกษตรอมก๋อย

โจทย์ยากที่ต้องแก้
🔴จะทำอย่างไร ในเมื่อชาวบ้านยังจำเป็นต้องใช้ไฟในการเตรียมแปลง เพราะที่ทำกินส่วนใหญ่เป็น "พื้นที่สูง" เป็น "ไร่หมุนเวียน" ซึ่งมีข้อจำกัดและวิธีการจัดการต่างจาก "พื้นที่ราบ"
🔴จะสื่อสารกับพี่น้องชาติพันธุ์อย่างไร ให้เกิดการยอมรับและเข้าใจสภาพปัญหาทั้งหมด
🔴จะใช้วิธีการไหน เมื่อจังหวัดมีนโยบายใช้แอปพลิเคชัน FireD แต่ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
🔴จะจัดลำดับ จัดคิว หรือเลื่อนคิวการใช้ไฟอย่างไร ให้สอดคล้องกับความต้องการ โดยเลี่ยงวันที่ค่าการระบายอากาศต่ำ และสอดคล้องกับสถานการณ์ PM2.5
🔴และที่สำคัญคือ เมื่อจำเป็นต้องจุดไฟ จะควบคุมอย่างไรให้เกิดผลกระทบ "น้อยที่สุด" ดับให้ไว ไม่ลามเข้าป่า

ความน่าสนใจคือ
ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อมก๋อยพยายามแก้โจทย์ และมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
🟢"ชาวบ้าน" ยอมให้ความร่วมมือมากขึ้น จากเคยใช้ไฟตามวิถี ปรับสู่ระบบลงทะเบียนเพื่อรอการอนุมัติ
🟢"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" เข้าใจบทบาทของตัวเองมากขึ้น
🟢"อำเภอ" ควบคุม กำกับ อำนวยการ ใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และหลักธรรมาภิบาล
🟢ทำความตกลงร่วมกันโดยใช้คอนเซปต์ "Fire Boss" เป็น "นายไฟ" ในการบัญชาการ มีการวางแผนเป็นระบบว่า จะสั่งให้ไฟเกิดขึ้น ณ จุดไหน? ขอบเขตแค่ไหน? วันเวลาไหน? จะใช้กำลังคนจากไหน? เท่าไร? ใช้เวลาแค่ไหน? มีการกำชับภารกิจชัดเจนว่าต้องไม่ลาม และต้องแล้วเสร็จก่อนค่ำ

การใช้ไฟในพื้นที่เกษตรของอมก๋อย
พยายามสร้างระบบการบริหารจัดการที่คำนึงถึง "ความเป็นธรรม" สำหรับแต่ละฝ่าย
เกษตรกร "ใช้ไฟได้" แต่ต้องปรับตัว ปรับวิธีการ และคำนึงถึงผลกระทบโดยรวม

พัฒนาการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
อาจจะยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่อยู่ในทิศทางบวก
และสามารถบวก+++ ได้อีก หากมีความต่อเนื่องของนโยบาย และช่วยกันประคับประคองทิศทางนี้
รวมถึงการพัฒนาระบบโดยรวมให้โปร่งใส ตรวจสอบได้

"ถ้าเราบอกสังคม แล้วมีภาพการทำงานให้เห็น ผมเชื่อว่าสังคมจะยอมรับ"
คำพูดของนายอำเภอในคลิปนี้คือบทสรุปที่ดีที่สุด

#การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เกษตร
#อมก๋อย #ความเป็นธรรม


ขอขอบคุณ
สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ

25/02/2026

#เป็นคนรุ่นใหม่
#เป็นผู้ใหญ่บ้านมือใหม่
#บ้านอยู่อมก๋อย
#ชีวิตใกล้ชิดป่า
#อยากปลูกกาแฟในป่า
#อยากสร้างเศรษฐกิจสีเขียว
#อยากช่วยให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้

ทุกวันนี้
มีผู้นำรุ่นใหม่อย่าง “เตชินท์ ประยูรยินดี” จำนวนไม่น้อย
มีวิสัยทัศน์ ไฟแรง เอาจริงเอาจัง เป็นความหวังทั้งของคนในชุมชนและสังคมโดยรวม

แม้ตอนนี้ อาจยังไม่แข็งแกร่ง และต้องสู้อีกยาว
แต่ “ความฝัน” ชัดเจน คือ อยากสร้างเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรอย่างยั่งยืน ช่วยดูแลป่า ลดไฟ ลดฝุ่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว

ชวนฟังแนวคิด และร่วมส่งกำลังใจให้คนรุ่นใหม่ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลปกป้องอนาคตสำหรับทุกคนครับ

#ผู้นำรุ่นใหม่ #อมก๋อย
#เศรษฐกิจสีเขียว #ป่าชุมชน


ขอบคุณ
สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ
สมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเชียงใหม่
มูลนิธิใจกระทิง

19/12/2025

#10ข้อชวนคิด
#ที่พักถูกกฎหมายในเขตอุทยาน

การจัดการท่องเที่ยวในเขตป่า มีหลายแง่มุมให้ชวนคิด
โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งมีชุมชนดั้งเดิมอาศัยอยู่

"การท่องเที่ยว" เป็นโอกาสของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ในขณะเดียวกัน ก็เป็นข้อกังวลสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบ่อยครั้งพัฒนาเป็นความขัดแย้ง

เส้นทางการต่อสู้ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาของกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์การเกษตร ที่พักดอยอินทนนท์ มี "ข้อชวนคิด" ทั้งสำหรับชุมชนที่ต้องการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสำหรับหน่วยงานต่างๆ

1.
ผู้ประกอบการที่พักที่บ้านขุนกลางบนดอยอินทนนท์ เคยขัดแย้งรุนแรงกับอุทยานฯ ถึงขั้นมีการเตรียมรื้อถอน เพราะในระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อนุญาตให้ทำได้แค่เพียงการเกษตร

2.
แต่โดยบริบทและข้อเท็จจริง
ดอยอินทนนท์เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับต้นๆ ของประเทศ
"การท่องเที่ยว" เป็นเรื่อง "ปกติธุระ" ของที่นี่ (ใช้พื้นที่น้อยกว่าการทำเกษตร และเป็นมิตรกับธรรมชาติมากกว่า)
โดยชุมชนมีการจัดการท่องเที่ยวและทำที่พัก ตั้งแต่ก่อนประกาศใช้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562

3.
เพื่อคลี่คลายปัญหา จึงเกิดการรวมกลุ่มและหาช่องทาง
สิ่งสำคัญลำดับแรก คือ การร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดทำ "แผนแม่บท" เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นแนวคิด ทิศทาง และรูปแบบในการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (โดยสอดคล้องกับมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดทำแผนบริหารจัดการร่วมกันอยู่แล้ว)

"แผนแม่บท" มีการจัดโซนนิ่ง มีการกำหนดสัดส่วนพื้นที่สีเขียว มีการตั้งกฎกติกาที่ยอมรับร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องสมาชิกที่ #ต้องเป็นคนในชุมชนเท่านั้น #ไม่ให้นายทุนจากภายนอกเข้ามามีบทบาท

4.
เมื่อ "แผนแม่บท" ชัดเจนและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย
ชุมชนจึงเดินเรื่องขออนุญาตการทำที่พักจากผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบจากอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ช่องทางตามกฎหมายที่เปิดช่องไว้ คือ กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดให้สถานที่พักที่มีห้องพักไม่เกิน 8 ห้อง รวมผู้พักไม่เกิน 30 คน สามารถจดแจ้งเป็น "ที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม" ได้

5.
อย่างไรก็ตาม การยื่นจดแจ้งต้องมีเอกสารยืนยันสิทธิในที่ดินมาประกอบ
ในกรณีของพื้นที่อุทยาน แม้จะมีการสำรวจการถือครองที่ดินรายแปลงไปแล้ว แต่ถึงตอนนี้ ยังไม่เอกสารรับรองออกมา

โชคดีที่บ้านขุนกลาง มีการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติการใช้ที่ดิน โดยเทศบาลตำบลบ้านหลวงอยู่ก่อนแล้ว จึงสามารถใช้เอกสารนี้มาประกอบการดำเนินการได้

6.
สรุปกลยุทธ์สำคัญในการเดินหน้าเรื่องนี้
คือการบูรณาการและประสานงานกับทุกฝ่ายโดยยึด "แผนแม่บท" เป็นเครื่องมือหลักสร้างบรรยากาศของการร่วมไม้ร่วมมือโดยเห็นเป้าหมายเดียวกัน

7.
กระบวนการทั้งหมด ยาวนานถึง 6 ปี
จนในที่สุดก็ได้รับ "หนังสือรับแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม" อย่างเป็นทางการ

8.
การได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ช่วยให้ชุมชนเดินหน้าอย่างมั่นใจ และเปิดโอกาสให้ลูกหลานคนรุ่นใหม่ในการจัดการท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ ได้มาตรฐาน ยั่งยืน และสอดคล้องกับโลกยุคใหม่

9.
บทเรียนจากขุนกลาง อินทนนท์
เป็นแนวทางเพื่อปรับใช้กับบริบทของพื้นที่อื่น ทั้งในพื้นที่ คทช. หรือชุมชนในเขตอุทยาน
เริ่มจากการชวนคิด ชวนวางแผน ชวนดำเนินการ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลายาวนานถึง 6 ปีเหมือนที่นี่

10.
อย่างไรก็ตาม
พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 ยังมีรายละเอียดทางกฎหมายอีกมากมายที่ยังเป็นอุปสรรค มีการจำกัดสิทธิ์ และสร้างความขัดแย้งกับชุมชน

กระบวนการเดินหน้าของบ้านขุนกลาง
จึงดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งการปรับใช้กฎระเบียบในส่วนที่เป็นประโยชน์เพื่อปลดล็อกปัญหา ในขณะเดียวกัน ก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอปรับแก้กฎหมายอุทยานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในอนาคต

#ที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม #บ้านขุนกลาง #อินทนนท์
#พรบอุทยานแห่งชาติ2562


ขอบคุณ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ

17/11/2025

#แสนไหไปต่อ
#สู้ด้วยข้อมูล
#เพื่อสิทธิที่ดินในเขตอุทยาน

สู้เพื่อสิทธิมานาน
หลายพื้นที่ท้อและเหนื่อย
หลายพื้นที่มองไม่เห็นทางออก
แต่ ต.แสนไห อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ยืนยันเดินหน้าต่อ
ประสานทุกฝ่าย ไม่รอ และไม่ยอมจำนน

ปัญหาที่ดินในเขตป่า เรื้อรังยาวนาน
ผ่านหลายยุค หลายนโยบาย แต่ยังไม่ถึงปลายทางที่แต่ละฝ่ายคาดหวัง
"ชาวบ้าน" ยังไม่ได้สิทธิสมบูรณ์
"อุทยาน/ป่าสงวนฯ" ยังทำไม่ได้ตามเป้าหมาย
"สังคม" ยังได้ยินปัญหาความขัดแย้งไม่จบสิ้น

โจทย์ยากคือ
ทำอย่างไรให้ "ข้อมูลการถือครองที่ดิน" ตรงกับข้อเท็จจริงและเป็นปัจจุบันมากที่สุด
ทั้งเรื่องรูปแปลง ขอบเขต ชื่อผู้ถือครอง

ที่ผ่านมา
พื้นที่ "แสนไห" ผ่านการสำรวจและจัดทำข้อมูลมา 3 ยุค ได้ข้อมูล 3 ชุด

#ชุดแรก สำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41
#ชุดสอง สำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติที่ดินรายแปลง โดย อปท. ร่วมกับภาคประชาสังคม เมื่อปี 57-58
#ชุดสาม เป็นข้อมูลสำรวจการถือครองตาม พ.ร.บ.อุทยาน 2562 มาตรา 64

หากไม่สามารถหลอมรวมข้อมูลทั้ง 3 ชุดเข้าด้วยกัน #ก็ไปต่อไม่ได้

กรณีผู้แจ้งเดิมเสียชีวิต จะทำอย่างไร?
จะจัดการกับเงื่อนไข(ที่กำหนดขึ้นภายหลัง) ว่าถือครองได้รายละไม่เกิน 20 ไร่อย่างไร?
กรณีการเปิดพื้นที่ทำกินใหม่หลังปี 57 จะดำเนินการแบบไหน?

"แสนไห" เป็นพื้นที่ปฏิบัติการที่ทุกฝ่ายลงมาช่วยกันหาแนวทางเพื่อ #ก้าวข้ามข้อจำกัด
ออกแบบกลไก - ทดลองทำ - เจอปัญหา - หาทางออก
โดยคาดหวังว่า หากที่นี่สำเร็จและได้รับการยอมรับ
จะเป็นโมเดลเพื่อนำไปปรับใช้จัดการปัญหาในพื้นที่อื่นต่อไป

#แสนไห #เวียงแหง #ที่ดินในเขตอุทยาน


ขอบคุณ
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาแผนแก้ไขและรับมือปัญหา PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ (Comprehensive Local Environmental Action and Response for Chiangmai)

05/11/2025

#1ปี5ครั้ง
#ปลุกพลังเครือข่ายป่าชุมชน

"เราจัดงานสมัชชาป่าชุมชนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 เพื่อนผมอยู่ จ.ระยอง โทรมาถามผมว่า ป่าชุมชนภาคเหนือ อะไรกันนักกันหนา ในเฟซก็ดัง เห็นมีสื่อออกมาเยอะ เราจัดสมัชชาที่ภาคเหนือ แต่ไปดังไปเขย่าถึงต่างจังหวัด"
นี่คือส่วนหนึ่งของคำกล่าวรายงานในพิธีเปิดสมัชชาฯ ครั้งที่ 5 โดยณรงค์เดช บุญมาอูป กำนันตำบลแม่ทา

🟢นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป่าชุมชน เมื่อปี 2562 ถึงตอนนี้ปี 2568 แต่ละชุมชน ยังมีความเข้าใจกฎหมายไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน การจัดการป่าของแต่ละชุมชน อยู่ในสภาวะขาดทิศทาง ต่างคนต่างทำ

🟢จึงเป็นที่มาของการจัดงาน "สมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเชียงใหม่" เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสัญจรจัดเวทีในอำเภอต่างๆ ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา

🟢ครั้งแรก มกราคม 2568 ช่วงหน้าหนาว เครือข่ายป่าชุมชนตำบลแม่วิน อ.แม่วาง รับเป็นเจ้าภาพ
🟢ครั้งที่สอง กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเข้าสู่ฤดูฝุ่น ชวนขึ้นไปจัดงานทางโซนเหนือของเชียงใหม่ที่เมืองชายแดน อ.เวียงแหง
🟢ครั้งที่สาม มีนาคม 2568 ลงมาโซนกลางของจังหวัดที่ ต.แม่ทา/ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของประวัติศาสตร์การต่อสู้เรื่องป่าชุมชน
🟢ครั้งที่สี่ หลังฤดูฝุ่น พฤษภาคม 2568 ชวนกันไปถอดบทเรียนในผืนป่าชุมชนโซนใต้ที่ อ.อมก๋อย
🟢ครั้งที่ห้า ล่าสุด หน้าฝน ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้ง 7 ตำบล 8 อปท. ของอำเภอแม่แจ่ม รับเป็นเจ้าภาพ

ความเข้มข้นของการสร้างเครือข่ายตลอด 1 ปีที่ผ่านมา
มีการพบปะแลกเปลี่ยนกัน 5 ครั้ง แต่ละครั้ง ใช้พลังความร่วมมือของหลายฝ่าย
เกิดบทเรียน องค์ความรู้ และข้อเสนอทางนโยบายต่างๆ มากมาย

และที่สำคัญคือ เกิด "มิตรภาพ" ของเครือข่าย ซึ่งช่วยให้มองเห็น "เป้าหมาย" ตรงกัน
และเห็น "อุปสรรค" ที่ต้องร่วมกันยกระดับให้ก้าวหน้าขึ้น

🟢ครั้งที่ 6 เร็วๆนี้
จะเป็นเวทีสมัชชาระดับจังหวัด จัดกันกลางเมืองเชียงใหม่
โดยรวบรวมประเด็นและข้อเสนอสำคัญจาก 5 ครั้งที่ผ่านมา
รวมถึงเป็นพื้นที่สื่อสารเพื่อขยายเครือข่าย และสร้างความร่วมมือกับองค์กรภาคีต่างๆ
วัน เวลา สถานที่ และรายละเอียดต่างๆ จะแจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ

#ป่าชุมชน #สมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเชียงใหม่


ขอบคุณ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาแผนแก้ไขและรับมือปัญหา PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ (Comprehensive Local Environmental Action and Response for Chiangmai)

18/10/2025

#เสียดายทศพล

ถ้าจะหานักปกครองที่เข้าใจพื้นที่ มีความสามารถ มี passion และเป็นความหวังของการแก้ปัญหาซึ่งมีความสลับซับซ้อนในพื้นที่แม่แจ่ม
"ทศพล เผื่อนอุดม" คือหนึ่งในรายชื่อลำดับต้นๆ ที่หลายฝ่ายให้การยอมรับ

ผ่านประสบการณ์ 10 ปี ในการทำความเข้าใจรากเหง้าของปัญหาและลงมือปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง

ปี 58-59 เป็นนายอำเภอแม่แจ่ม กับผลงาน "แม่แจ่มโมเดล" เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า ฝุ่น PM 2.5 มีการจัดทำฐานข้อมูล แยกแยะพื้นที่ป่ากับพื้นที่อยู่อาศัยและทำกิน จนสามารถพัฒนาเป็นการรับรองสิทธิ์ คทช. ในทุกวันนี้

ปี 66-67 ย้ายกลับมาเป็นรองผู้ว่าฯเชียงใหม่ ริเริ่มในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์พลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม

6 กันยายน 2568 ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ เตรียมพร้อมเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ ชุมชน ท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ รวมถึงภาควิชาการและภาคเอกชน พร้อมให้ความร่วมมือ
ด้วยการนำของหัวเรือใหญ่ซึ่งได้ใจทุกฝ่าย ทำให้เริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี
แต่...หลังปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าฯ ได้เพียง 40 วัน
ที่ประชุม ครม. 14 ตุลาคม 2568 มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง (ย้ายไปเป็นผู้ตรวจการกระทรวงมหาดไทย)

ความ "เสียดาย" ที่เกิดขึ้น
ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล
แต่ "เสียดาย" โอกาสของคนแม่แจ่มที่ต้องอยู่ในวังวนของกระบวนการแก้ไขปัญหา และต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจกับผู้บริหารคนใหม่

และที่สำคัญคือ
"เสียดาย" โอกาสของประเทศในการสร้างโมเดลของการแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในคลิปนี้
เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 (หลังเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ 14 วัน)
ผู้ว่าฯทศพล กลับไปเยี่ยมคนแม่แจ่มอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมในพิธีมอบสมุด คทช. โดยให้สัญญากับคนแม่แจ่มว่าจะเร่งรัดและสานต่อความฝันของทุกคนให้คืบหน้ามากที่สุด
แต่คำสั่งย้ายด่วน ทำให้ทุกอย่างต้องสะดุดลงชั่วคราว

#แม่แจ่มโมเดล #ผู้ว่าทศพล

28/09/2025

🟢คทช.แม่แจ่ม
ก้าวหน้ามาได้ 80%
ปรากฏข้อบกพร่องที่ต้องเร่งปรับปรุงอีก 20%

🟢กลางปี 2565 ถึงต้นปี 2566
เป็นช่วงที่มีความเข้มข้นสูงสุด
กรมป่าไม้ ยอมรับข้อมูลที่ดินรายแปลงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยให้กระบวนการเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถเร่งรัดในการรับรองสิทธิ์ได้ทั้งอำเภอแม่แจ่ม การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ถนน ไฟฟ้า แหล่งน้ำ เริ่มเดินหน้า

🟢หลังจากนั้น
มีการทยอยมอบสมุดคู่มือประจำตัวให้กับผู้ครอบครองแต่ละแปลง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา
มีพิธีมอบเพิ่มเติมอีก 5,768 ราย 12,304 แปลง เป็นพื้นที่ทั้งสิ้น 53,536 ไร่

🟢ความรู้สึกของชาวบ้านในวันรับสมุด คทช.
แม้จะยินดีที่ได้รับเอกสารรับรองสิทธิ์ให้สามารถอยู่อาศัยและทำกินได้ตามกฎหมาย
แต่ในความยินดี ยังมีข้อกังวลอีกมากมาย เนื่องจากความไม่ชัดเจนหลายประการ

รายละเอียดในสมุด รูปแปลง พิกัด แปลงข้างเคียง
#ต้องชัดเจนขึ้น

กรณีพื้นที่ตกหล่น/พื้นที่ทำกินที่มีสภาพป่าไม้ทรงพุ่มปกคลุม
#จะมีแนวทางอย่างไร

กรณีไร่หมุนเวียน
#ใช้กรอบมาตรการไหน

กรณีปลูกได้ตัดได้
#ต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขระเบียบขั้นตอนเพื่อสร้างแรงจูงใจ

พื้นที่หลังปี 2557
#ต้องมีกระบวนการตรวจสอบร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอีกครั้ง

การกำหนดระยะเวลาโครงการ 30 ปี
#สร้างความไม่มั่นใจให้กับเกษตรกร

เงื่อนไขแนบท้าย เช่น การกำหนดให้ปลูกไม้ยืนต้น 50% 70%
#ควรปรับปรุงใหม่

ระบบข้อมูลที่ทันสมัยและศูนย์ GIS ระดับอำเภอ
#จำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง

🟢ข้อเสนอทั้งหมดนี้
มีความสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนท้องถิ่น
หากแม่แจ่มไม่สามารถปรับแก้ข้อติดขัดอีก 20% นี้ให้ก้าวหน้าขึ้น
ก็ยากที่จะเป็นโมเดลให้กับพื้นที่อื่นซึ่งกำลังตั้งคำถามกับแนวทางของ คทช.

#คทช #แม่แจ่มโมเดล


ขอบคุณ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่)
กรมป่าไม้
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
จังหวัดเชียงใหม่
โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาแผนแก้ไขและรับมือปัญหา PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ (Comprehensive Local Environmental Action and Response for Chiangmai)

16/09/2025

#เดินหน้าทุกตำบล #ป่าชุมชนแม่แจ่ม

🟢ประกาศชัด
"ทุกชุมชนที่มีพื้นที่ป่า เราจะขับเคลื่อนป่าชุมชน"

🟢เจตนารมณ์ชัด
"รวมพลังทั้ง 7 ตำบล 8 อปท. สร้างเครือข่ายป่าชุมชนอำเภอแม่แจ่ม"

🟢ตัวเลขชัด
"ขึ้นทะเบียนไปแล้ว 88 ชุมชน 67,340 ไร่ จากนี้จะเร่งดำเนินการทั้งการขอขยายเขตเพิ่มเติม และการจัดตั้งป่าชุมชนใหม่"

🟢ปมปัญหาชัด
"การจัดตั้งป่าชุมชนใน #พื้นที่เตรียมการอุทยาน จะดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน? อย่างไร?"

🟢กลยุทธ์ชัด
"1.สร้างทีมผู้นำ จัดตั้งกลไกเครือข่ายระดับอำเภอ 2.จัดทำระบบฐานข้อมูล 3.สร้างความเข้าใจเรื่องระเบียบกฎหมาย 4.สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย"

🟢เป้าหมายชัด
"สร้างพื้นที่สีเขียว สร้างเศรษฐกิจสีเขียว"

🟢เมื่อทุกอย่างชัด
ทั้งเจตนารมณ์ ทั้งปมปัญหา ทั้งเป้าหมาย
จากนี้ไป จึงเป็นโจทย์ท้าทายอย่างยิ่งว่าคนแม่แจ่มจะทำได้อย่างที่ตั้งใจแค่ไหน? และแต่ละภาคส่วนจะเข้ามามีบทบาทหนุนเสริมได้อย่างไร?

#ป่าชุมชน #พรบป่าชุมชน2562
#เครือข่ายป่าชุมชนอำเภอแม่แจ่ม


หมายเหตุ
เนื้อหาในคลิป สรุปจากเวทีขับเคลื่อนสมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนอำเภอแม่แจ่ม เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568

ขอบคุณ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

03/09/2025

#ดูแลอย่างดี #แต่สุดท้ายอาจกลายเป็นพื้นที่อุทยาน

🟢ป่าชุมชนบ้านเฮาะ
“30 กว่าปีก่อน เราหยุดทำไร่หมุนเวียนบางส่วน ดูแลจัดการจนกลายเป็นป่า ก็เลยอยากขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชน เพราะถ้าปล่อยไว้ ไม่ทำอะไร ถ้าอุทยานประกาศทับ เราก็จะทำอะไรไม่ได้”

🟢ป่าชุมชนบ้านปางหินฝน
“เมื่อก่อนภูเขามีแต่ก้อนหิน แต่ชุมชนดูแล ไม่มีการเผา จนป่าเริ่มเขียว มีชะนี มีความอุดมสมบูรณ์ จนถูกประกาศเป็นพื้นที่เตรียมการอุทยาน ชุมชนอยากเอากลับคืนมาเป็นป่าชุมชน ไม่อย่างนั้น เราจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับสิ่งที่เราดูแลมาตั้งแต่บรรพบุรุษ”

🟢ป่าชุมชนบ้านไร่
“ทุกปีที่ผ่านมา มีไฟเกิดเมื่อไรก็ต้องไปดับ เราก็รักษาดูแลอยู่ตลอด ซึ่ง 5,000 กว่าไร่ที่จะเตรียมประกาศเป็นอุทยาน เราอยากหวงแหนให้ชาวบ้านได้ดูแล เรามีบุคลากรชาวบ้าน 700 กว่าคน ถ้ามีโครงการดีๆ มีขวัญกำลังใจให้ชาวบ้าน มีภาครัฐเข้ามาร่วม มีภาคีเครือข่ายเข้ามาเสริม จะทำให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพ”

🟢พื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของทั้ง 3 ชุมชน(ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม) เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของชุมชนในเขตป่าอีกจำนวนมากซึ่งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน คือมีโอกาสที่จะถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

🔴ก่อนจะกลายเป็นอุทยาน
โดยข้อเท็จจริงแล้ว บางชุมชน มีขอบเขตพื้นที่ป่าที่ดูแลจริงหลักหมื่นไร่หรือหลายพันไร่ แต่ในอดีต มีการขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนไว้เพียงหลักสิบหรือหลักร้อยไร่

แต่หลังมี พ.ร.บ.ป่าชุมชน 2562 หากชุมชนต้องการ "ขยายแนวเขตเพิ่ม" สามารถ “ทำได้” (แม้พื้นที่นั้นจะถูกประกาศเป็นพื้นที่เตรียมการอุทยานไปแล้วก็ตาม) โดยเงื่อนไขสำคัญคือ ชุมชนต้องได้รับการประเมินและพิสูจน์ว่าที่ผ่านมาสามารถดูแลจัดการป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

🟢บทบาทท้องถิ่น
แม้ชุมชนสามารถใช้สิทธิ์ตามกฎหมายป่าชุมชนได้
แต่การจัดทำข้อมูล แนวเขต รวมถึงเอกสารและการประสานงานต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาคีเครือข่ายต่างๆ จึงมีบทบาทสำคัญมากในการหนุนเสริมทุกขั้นตอน ซึ่งที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยวางเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

#ป่าชุมชน #พระราชบัญญัติป่าชุมชน2562
#พื้นที่ทับซ้อนอุทยาน


ขอบคุณ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Chiang Mai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Chiang Mai
50200