มัณฑนา ปีนเขา Montana.Climb

มัณฑนา ปีนเขา Montana.Climb

แชร์

มัณฑนา แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินและเวชบำบัดวิกฤต

Photos from มัณฑนา ปีนเขา Montana.Climb's post 10/12/2024

วันภูเขานานาชาติเวียนมาถึงอีกครั้ง แต่ปีนี้ไม่มีรูปถ่ายภูเขามาให้ชมนะคะ ยังคงรักษาตัวอยู่

สหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 11 ธันวาคม เป็นวัน International Mountain Day เพื่อระลึกถึงความสำคัญของภูเขาต่อชีวิต และเพื่อเน้นย้ำโอกาสในการพัฒนาภูเขาเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก..,ตั้งแต่กกไปทริป Everest บาดเจ็บกลับมาก็อยู่แต่บ้านไม่ค่อยได้ไปไหนค่ะ หลังผ่าตัดแต่ละครั้งคุณหมอก็จะให้งดเดิน (ครั้งละหลายๆ เดือน) คิดถึงภูเขา คิดถึงธรรมชาติ คิดถึงความมีชีวิตชีวาที่หาได้ยากใน Modern World ก็เลยคิดหาวิธี reconnect กับธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องเดินออกไป…จนมาเจอกับวิดิฝโอสอนวาดรูปใน youtube เวลากกวาดภูเขาก็จะจินตนาการว่าถ้าเรากำลังปีนเขาลูกนี้เราจะตื่นกลัวแค่ไหน ความชื้นในอากาศ แรงลมเป็นอย่างไร หรือถ้าเรายืนอยู่จุดนี้จะรู้สึกอย่างไร ผ่อนคลายหรือหวาดหวั่น เป็นความจริงเสมือน…พากกออกสู่ธรรมชาติที่โหยหาอีกครั้ง และย้ำเตือนความสำคัญของธรรมชาติต่อชีวิต

ในช่วง 8 เดือนแรกหลังเกิดเหตุกกตั้งตัวไม่ได้เลย แค่ใช้ชีวิตรอดไปวันๆ อยู่บนเตียงเป็นหลัก ต้องทนกับความปวดรุนแรงตลอดเวลา พอพ้นช่วงนั้นมาได้ เริ่มขยับตัวออกมานั่งเก้าอี้ ก็ได้มาลองจับภู่กัน มองบวกคือถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้กกคงไม่มีโอกาสได้มาเรียนวาดรูป (ฟรีจาก youtube) และกกคิดแบบนี้จริงๆ นะคะ ภูเขายังสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสำหรับกกได้ และกกคิดไว้ว่าจะต้องมีชีวิตอยู่จนถึงทริปต่อไปให้ได้ค่ะ

จำหน่ายในราคาย่อมเยาว์ค่ะ
(บางภาพขายแล้วค่ะ)

24/08/2023

เสียงเพรียกจากภูเขา ตอนที่ 3

หลังจากที่ดิฉันได้ยินเสียงเรียกประหลาดจากสันเขา Urdokas ในปากีสถานจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็เกิดอาการวิตกจริตกับธารน้ำแข็ง Baltoro อย่างจับใจ ไม่กี่กิโลเมตรจากจุดนี้นักปีนเขาชื่อดัง Thor Kieser และ Scott Fisher ก็ได้พบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่ยังหาคำอธิบายไม่ได้เหมือนกัน

ยอดเขา K2 ยอดเขาสูงอันดับ 2 ของโลกยังคงเป็นความฝันอันหอมหวานของนักปีนเขาเสมอ แม้จะมีอัตราการเสียชีวิตมากถึง 23% (ปีนขึ้นไป 4 คน มีชีวิตกลับลงมาแค่ 3) ในปี 1986 มีเหตุการณ์ที่เรียกว่าคิมหันต์ทมิฬที่คร่าชีวิตนักปีนไปถึง 13 ชีวิต รวมถึง Julie Tullis นักปีนเขาชาวอังกฤษ Julie Tullis เป็นนักถ่ายทำภาพยนตร์การปีนเขาสูงที่ภูเขานังกาปาร์บัต เอเวอร์เรสต์ Broad Peak และ K2 จากสันเขาทิศเหนือ

ในวันที่ 4 สิงหาคม 1986 Tullis ปีนถึงยอดเขา K2 และกลายเป็นสตรีชาวอังกฤษคนแรกที่พิชิตยอดเชา K2 สำเร็จ แต่ในขาลงเธอได้พลัดตกกระแทกจนทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือนและทำให้สูญเสียการมองเห็นบางส่วน แต่ก็ยังคงปีนลงมาถึงแคมป์ 4 (7900 เมตร) ซึ่งยังอยู่ใน Dead Zone หมายถึงมนุษย์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็นเวลานานหากปราศจากอุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่นออกซิเจนกระป๋อง สภาพอากาศเลวร้ายลงเรื่อยๆ ท่ามกลางพายุความเร็ว 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง Tullis และนักปีนคนอีก 6 คน ต้องติดอยู่ที่แคมป์ 4 จนกระทั่งออกซิเจนกระป๋องหมด อาหารหมด และแก้สหมด นั่นหมายถึงจะไม่มีน้ำดื่มและไม่มีความอบอุ่นใดๆ เหลืออยู่อีกเลย นักปีนที่ติดค้างบนแคมป์ 4 มีภาวะขาดพลังงาน เลือดข้นจากการขาดน้ำ ออกซิเจนในเลือดต่ำและแทบไม่มีสติสัมปชัญญะ Tullis เสียชีวิตที่แคมป์ 4 ในวันที่ 6-7 สิงหาคมด้วยภาวะสมองบวมและปอดบวมจากที่สูง ตามคำบอกเล่าของคู่ปีนเขาของเธอ ร่างของเธอไม่ถูกพบอีกเลย แผ่นป้ายโลหะระลึกถึงถูกวางไว้บนกองหินระดับ 5000 เมตรเหนือน้ำทะเล ใต้เงื้อมเงาของภูเขา K2

ในระหว่างช่วงการปีนเขา K2 ปี 1992 Thor Kieser และ Scott Fisher พักอยู่ที่เบสแคมป์ พวกเขาได้ยินเสียงวิทยุ เป็นเสียงผู้หญิง สำเนียงอังกฤษ “แคมป์ 4 ถึงเบสแคมป์ คุณได้ยินมั้ย เปลี่ยน” (Camp IV to Base Camp, do you read, over?) พวกเขารู้ดีว่าไม่มีใครอยู่เหนือเบสแคมป์ในเวลานั้น และไม่มีผู้หญิงอังกฤษในหมู่นักปีน แล้วเสียงเรียกจากวิทยุนั้นเป็นของใคร? เรื่องนี้อาจเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คิมหันต์ทมิฬในปี 1986 เลยก็ได้ ใครจะรู้

โปรดติดตาม “เสียงเพรียกจากภูเขา ตอนที่ 4”

เสียงเพรียกจากภูเขา ตอนที่ 1

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=524554905626941&id=102140154535087&mibextid=qC1gEa

เสียงเพรียกขากภูเขา ตอนที่ 2

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=525909035491528&id=102140154535087&mibextid=qC1gEa

ภาพภูเขา K2 จาก wikipedia

อ้างอิง

http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/magazine/6088868.stm #:~:text=Her%20body%20has%20never%20been,attempted%20such%20a%20feat%20before.

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Julie_Tullis

Mountain ghosts: otherworldly encounters in high places
Posted on August 10, 2017 by paranormalandsociety

https://en.m.wikipedia.org/wiki/1986_K2_disaster

17/08/2023

ไปเที่ยวเนปาลครั้งแรก ไป P**n hill แบบงงๆ ค่ะ ทำวีซ่า on arrival ที่สนามบินตริภูวัน ไม่ได้คาดหวังอะไร มีผู้ชายเดินมาเกาะแขนดิฉัน
เขาบอก “You ซื้อทัวร์ I สิ”
ดิฉันก็ตอบว่า “ได้ๆ” เป็นคนง่ายๆ

จบทริปเหมือนเปลี่ยนโลกทุกอย่างที่เคยรู้จัก ไม่เอาอีกแล้วโลก material world, material girl อยากหาผัวเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยม high altitude เช้ามาขายจาปาตีทาเนยทาน้ำผึ้ง บ่ายๆ ออกไปเดินดูดอกไม้กับภูเขา เย็นมาขายดัลบัท ปูที่นอนให้แขก

(เขียนจากเรื่องจริง, ภาพจาก google)

11/08/2023

สวัสดีก่อนวันหยุดนะคะ🥰
เพื่อนๆ ที่เดินทางขอให้ปลอดภัย เพื่อนๆ ที่ทำงานกกขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ กกมีของฝากสำหรับหยุดเช่นกัน บทสัมภาษณ์ยาวมาก+ละเอียดมาก เหมาะสำหรับอ่านช่วงหยุดยาว จากทีมข่าว The Momentum อุตส่าห์มาถ่ายถึงขอนแก่น ในบทความนี้มีทั้งเรื่องการเตรียมตัว ทัศนคติต่อการเดินทาง และความรู้สึกของกกที่ The Momentum ถ่ายทอดออกมาอย่างดีเยี่ยมเสมือนมานั่งกลางใจกกเลย อ่านบทสัมภาษณ์เต็มในลิงค์นี้ค่ะ

🙏🏾🙏🏾🙏🏾

“เวลาที่มีใครมาบอกว่าเราเป็นผู้หญิงคนที่ 2 หรือคนไทยคนที่ 5 ที่ปีนเอเวอเรสต์สำเร็จ ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เพราะเราไม่อยากให้เรื่องเพศมาจำกัดความเป็นมนุษย์ของคนคนหนึ่ง”

ที่จุดสูงสุดของยอดเขาเอเวอเรสต์ หรือ 8,848 เมตร จากระดับน้ำทะเลซึ่งถูกเรียกว่า Death Zone หรือ ‘เขตมรณะ’ มัณฑนา ถวิลไพร หรือ หมอกุ๊กไก่ อดีตแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินและแพทย์เวชบำบัดวิกฤตจากขอนแก่น กลายเป็นคนไทยคนที่ 5 ที่สามารถพิชิตได้สำเร็จ

ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกได้ เพราะมันเรียกร้องความทุ่มเททุกด้านและจิตวิญญาณที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง และแน่นอนว่ามันมีราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งบางครั้งอาจหมายถึงชีวิต

อ่านบทสัมภาษณ์ ‘เส้นทางเหนือความตาย และความหมายแห่งจิตวิญญาณ ของแพทย์ไทยผู้พิชิตเอเวอเรสต์’ ได้ทาง https://themomentum.co/theframe-everest-trekking/

เรื่อง: ชยพล ทองสวัสดิ์
ภาพ: นราธร เนตรากูล

#เอเวอเรสต์ #ปีนเขา #มัณฑนาถวิลไพร

Photos from EQ's post 03/08/2023

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ
ช่วงนี้จะเริ่มมีมีบทสัมภาษณ์ของกกจากสำนักข่าวต่างๆ ออกมานะคะ พี่ๆ นักข่าว/นักเขียนแต่ละท่านทุ่มเทมาก แต่ละท่านก็มีคำถามต่างกัน บางครั้งกกก็ไม่เคยฉุกคิดในแง่มุมนี้เหมือนกัน🤣 การได้ราวมงานกับพี่ๆ สนุกและให้ประสบการณ์แปลกใหม่ทีเดียวเชียว…เอิ้วๆ โดยเฉพาะพี่ Patchara Na Nakorn จาก Exotic Quixotic ก็ได้ถามคำถามที่กกคิดไม่ถึงและก็อยากแร์กับเพื่อนๆ เหมือนกันค่ะ

เรียนเชิญอ่านบทความเต็มในลิงค์นะคะ
ไม่ใช่ลิงค?มิจฉาชีพ กดได้🤣

16/07/2023

8 นาที กับ 8 ปี และ 8848 เมตร
ขอบพระคุณ BBC Thai ที่ให้โอกาสถ่ายทอดเรื่องราวค่ะ

Photos from มัณฑนา ปีนเขา Montana.Climb's post 17/03/2023

วันนี้กกมีตัวอย่างการเลือกซื้อประกันการเดินทางสำหรับ altitude มากกว่า 4500 เมตร ของปี 2023 มาฝากกันค่ะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อทาง Global Rescue ในโพสต์นี้กกใส่ข้อมูลเสมือนจะไป trekking หรือ peak climbing ในเนปาลเพื่อสืบราคาค่ะ

เพื่อที่จะได้รับการ evacuation + travel insurance จะต้องซื้อ 2 steps

Step 1
ซื้อ Global Rescue membership ในส่วนนี้เน้น evacuation ใส่ข้อมูลการเดินทางของเรา ถ้าเดินทางบ่อยแนะนำซื้อ membership รายปีไปเลยจะถูกกว่าซื้อแยกค่ะ ในส่วนนี้คือการซื้อบริการ rescue เพื่อไปส่งที่โรงพยาบาล ไม่รวมค่ารักษาพยาบาล

Choose add on
-High altitude evacuation เมื่อเดินทางไปที่สูงมากกว่า 4500 เมตร
-Security package ถ้าต้องการ extraction ร่วมด้วย (อาจไม่จำเป็นในสถานการณ์ปกติ)

เมื่อเลือกการเดินทาง 30 วัน ร่วมกับ
High altitude evacuation ราคาอยู่ที่ 644 USD
Security package ด้วย 893 USD

Step 2
ซึ่งอยู่หน้าถัดไป เขาจะถามว่าต้องการซื้อ travel insurance ด้วยไหม (Global Rescue ขายร่วมกับ IMG) ผลประโยชน์ในส่วนนี้ก็คล้ายคลึงกับประกันการท่องเที่ยวทั่วไป เช่นเครื่องบินดีเลย์ ของหาย ค่ารักษาพยาบาลในกรณี sickness และ injury ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนวัน ประเทศที่ไป ราคาของทริป ลองใส่ดูก็เพิ่มไปอีกประมาณ 200-300 USD ค่ะ

ถ้าให้กกแนะนำแบบทางสายกลางก็ membership + high altitude evacuation + travel insurance ไป 15-30 วัน รวมๆ แล้วประมาณ 1000-1200 USD จะเป็นลม

Photos from มัณฑนา ปีนเขา Montana.Climb's post 20/02/2023

Tashi Delek
~HAPPY LOSAR~

21 กุมภาพันธ์ 2023 ตรงกับวันแรกในเดือนแรกของปฏิทินทิเบต มีการเฉลิมฉลองขึ้นปีใหม่ทั้งในเขตปกครองตนเองทิเบต อินเดีย เนปาล ปากีสถาน (บัลตี้) วันนี้กกจะพาท่านไปชิมร้านอาหารทิเบตชื่อดังในกาฐมาณฑุกันค่ะ

ตั้งแต่องค์ดาไลลามะที่ 14 ลี้ภัยจากทิเบตในปี 1959 ก็มีชาวทิเบตจำนวนมาก (ที่หนีทันและรอดชีวิต) ลี้ภัยด้วยการเดินเท้าข้ามภูเขาหิมาลัย ส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปอินเดียโดยมีประเทศเนปาลเป็นทางผ่านหลัก ในคนเรือนแสนมีมากถึงสองหมื่นคนที่สมัครใจจะลงหลักปักฐานในเนปาลต่อ ส่วนใหญ่อยู่ในกาฐมาณฑุและโปขระ หลังจากปี 2008 การลี้ภัยผ่านประเทศเนปาลของชาวทิเบตทำได้ยากขึ้นจากการกดดันจากรัฐบาลจีน ในกาฐมาณฑุ ย่านโบด้าเต็มไปด้วยชาวทิเบต และชาวทิเบตเนปาล มีร้านอาหารทิเบตเด็ดๆ รอบสถูปโพธนาท เราสั่งตัดชุดแบบทิเบตได้ที่นี่ โรงเครื่องเรือนแบบทิเบต โรงเบเกอรี่ ช่างฝีมือต่างๆ เปิดชอปเรียงราย

ส่วนชาวทิเบตในเนปาลเรียกชาวโบเต้ มักอาศัยอยู่ตามแนวเทือกเขาสูงทางตอนเหนือ (Transhimalayan region) และยังมีชาวทิเบตอื่นที่มีวัฒนธรรม-เชื้อสายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ชาวเชอร์ปา ชาวThakali เป็นต้น

ร้านอาหารทิเบตที่กกจะพาไปในวันนี้ชื่อ Dechenling Garden Restaurant ตั้งอยู่ในย่านทาเมล และเป็นร้านทิเบตนัมเบอร์ one ในกาฐมาณฑุเลยค่ะ คอนเฟิร์มโดยพี่ Raju Lama (นักร้องดังชาวเนปาล) แกบอกว่า ”ยังไงต้องมากินให้ได้นะ”

พิกัดร้าน: ทาเมล เดินเข้าซอย The North Face มาเล็กน้อย ร้านอยู่ทางซ้าย ลักษณะเป็นสวนอาหาร

Photos from มัณฑนา ปีนเขา Montana.Climb's post 08/02/2023

ทิเบตวิปโยค - Sorrow Mountain

หนังสือเล่มนี้มีคุณค่าในฐานะที่เป็นประจักษ์พยานของความอยุติธรรมของชนชาติหนึ่งในช่วงไม่ถึงหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ชีวิตที่ถูกพรากไปของสตรีชาวทิเบต ผู้ที่เป็นทั้งนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพและสามเณรีวัชรยาน


อานิ ปาเชน เธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่าเล็มธา ในแคว้นคัมทางตะวันออกของดินแดนทิเบต ด้วยเหตุนี้ดินแดนของเธอจึงเป็นแห่งแรกๆ ที่ถูกรุกรานโดยจีน ช่วงครึ่งแรกของหนังสือคือชีวิตวัยเยาว์ของอาเช่ ชาวทิเบตมีความเชื่อและวัฒนธรรมของตนเอง วิถีชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกันของชุมชน ปศุสัตว์และการทำเกษตรแบบ Zero Waste ทำให้ชาวทิเบตมีชีวิตรอดบนภูมิประเทศที่โหดร้าย 3-4000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล วัชรยานแทรกซึมในวิถีชีวิตตั้งแต่ตื่นจนหลับ เกิดจนตาย (และหลังความตาย) ชาวทิเบตละเว้นการเบียดเบียนชีวิตแม้หนอนแมลง เคารพผืนดิน ภูเขา เป็นช่วงเวลาที่ทิเบตเป็นรัฐอิสระ

เมื่อจีนเริ่มรุกรานทิเบต อาเช่อยู่ในวัยสาว ด้วยความที่เป็นลูกหัวหน้าเผ่า พ่อจึงสอนเธอใช้อาวุธปืนและพาเธอเข้าประชุมจัดตั้งกองกำลังต่อต้านจีนด้วย เมื่อพ่อเสียชีวิต อาเช่ก็ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าและมีบทบาทในการสู้รบ นำการเคลื่อนย้ายผู้คนแบบเร่ร่อน ถูกโจมตีหรืออาหารหมดก็ย้าย ติดต่อกับ CIA ได้รับอาวุธและอาหารมาแจกจ่ายคนในค่าย เมื่อค่ายของเธอถูกโจมตี อาเช่ถูกจับได้ก็กลายเป็นนักโทษร้ายแรงของจีน เธอถูกจองจำในคุกหลายแห่งในเขตจีนและทิเบต ทหารจีนบีบบังคับให้เธอละทิ้งความเชื่อเก่า ความจงรักภักดีต่อองค์ดาไลลามะ และรับเอาประธานเหมากับแผ่นดินแม่ด้วยทรมานนานับประการ การขังเดี่ยวในคุกมืดขนาดเพียงเท่าคนนอนเหยียดเป็นเวลา 9 เดือน อาหารไม่เคยพอ ผู้คนหิวอยู่ตลอด และหลายคนขาดอาหารจนเสียชีวิต เสื้อผ้าที่ใส่ค่อชุดเดิมที่ใส่ในวันถูกจับ เวลาหลายปีเธอไม่เคยถอดมันออกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหนังของเธอ ตรวนเหล็กที่ขาก็เช่นกัน มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเธอ

อาเช่ถูกโทษจำคุกทรมานและคุกค่ายแรงงานรวม 21 ปี เธอมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของทิเบตเหนือกำแพงคุก ยามที่ชาวจีนเผาตำราโบราณท้องฟ้าเต็มไปด้วยฝุ่นควัน ในช่วงท้ายๆ ของของการจองจำเริ่มมีการผ่อนปรนมากแล้ว อาเช่และเพื่อนคุกจึงพากันแอบหนีไปจาริกบนเขา ปีนขึ้นเขาในช่วงกลางคืน เพื่อไปให้ถึงทะเลสาปศักดิ์สิทธิ์ในตอนเช้า แอบประกอบพิธีสักการะแบบวัชรยานและกลับเข้ามาในคุก เป็นฉากตอนที่ดิฉันประทับใจมาก

อาเช่พ้นโทษจำคุกออกมาเมื่อเธออายุ 48 ปี ตรงกับปี 1981 ชีวิตช่วงที่ดีที่สุดของเธอถูกพรากไป อาเช่ไม่เหลือญาติพี่น้อง เธอฝึกตนกับสามเณรีวัชรยานในถ้ำบนเขาสูง และเมื่อทิเบตร้องเรียก เธอก็กลับมาเดินขบวนเพื่ออิสรภาพ การเรียกร้องอิสรภาพของชาวทิเบตในปี 1987-1988 ปราศจากเครื่องมือช่วยเหลือ โปสเตอร์เขียนด้วยมือ การติดต่อสื่อสารแบบปากต่อปาก การคมนาคมคือการเดินเท้า และนั่นคือสิ่งที่อาเช่ทำ เมื่อถูกตำรวจจีนหมายหัวและหลบหนีไปอินเดียโดยการเดินเท้า ช่วงนี้เป็นส่วนท้ายของหนังสือแล้วและเป็นส่วนที่ดิฉันประทับใจที่สุด ผู้หญิงวัย 56 ปี ย่ามหนึ่งใบ เสื้อแจ็คเก็ต ชุดชูบา และรองเท้าผ้าใบธรรมดา ข้ามช่องเขาสูงลูกแล้วลูกเล่าของเทือกเขาหิมาลัย หิมะท่วมสูง ออกซิเจนต่ำ สภาพอากาศโหดร้าย เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนจึงมาถึงประเทศเนปาลก่อนจะลี้ภัยไปอินเดีย

ทิเบตวิปโยคเป็นการถอดความจากคำบอกของอานิ ปาเชน ขณะที่เธอลี้ภัยไปอยู่อินเดียแล้ว โดย Adelaide Donnelley ซึ่งในคำนำจากผู้เขียนได้แสดงจำนงว่าเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวให้ชาวตะวันตกเข้าใจโดยง่าย ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2000 และอานิ ปาเชน เสียชีวิตในปี 2002 ในประเทศอินเดีย

#เล่มนี้ดิฉันอวย
#อ่านทิเบต

เนื่องจากหนังสือทิเบตวิปโยคเป็นคำบอกเล่าของอานิ ปาเช็น เพื่อให้ท่านที่สนใจจะอ่านหนังสือเล่มนี้อ่านได้โดยง่ายและเติมข้อมูลส่วนที่สำคัญเกิดขึ้นนอกคุกหรือบริเวณอื่น ดิฉันจึงเรียบเรียงเหตุการณ์ การควบรวมทิเบต (Annexation of Tibet by the People’s Republic of China) ชาวทิเบตพลัดถิ่น (Tibetan Diaspora) ไว้ต่อจากนี้ค่ะ

ปูมหลัง
ทิเบตตั้งอยู่บนที่ราบสูงระหว่างจีนและอินเดีย มีอาณาเขต 2.5 ล้านตารางกิโลเมตร ภูมิอากาศแห้งแล้งและหนาวเย็น ชาวทิเบตวัฒนธรรมและประเพณีเป็นของตนเองแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน ตามประวัติศาสตร์ทิเบตตกอยู่ใต้การปกครองของจีนหลายครั้ง ในปี 1720 (ตรงกับสมัยของดาไลลามะองค์ที่ 7 และสมัยของราชวงศ์ชิง) มีสนธิสัญญาร่วมกันว่าทิเบตอยู่ใต้การปกครองของจีนราชวงศ์ชิง หลังการโค่นล้มราชวงศ์ชิงในปี 1912 ทิเบตประกาศตัวเป็นรัฐอิสระ ช่วงเวลานี้รัฐบาลทิเบตตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นส่วนใหญ่ทำให้การเคลื่อนไหวและการเรียกร้องต่างๆ ไม่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติที่ราบสูงทิเบตมีดินแดนที่ปกครองด้วยรัฐบาลทิเบต คือแคว้นอูซัง (ที่ตั้งลาซา) เรียกว่า Political Tibet และดินแดนที่มีชาวทิเบตอาศัยปกครองด้วยรัฐบาลท้องถิ่นอื่น คือแคว้นอัมโดในพื้นที่มณฑลชิงไห่ และแคว้นคัมตะวันออกในมณฑลเสฉวน เรียกพื้นที่ Ethnic Tibet

จีนก๊กมินตั๋ง (พรรคชาตินิยมจีน) และจีนคอมมิวนิสต์ประกาศเคลมดินแดนทิเบตทั้งสิ้น ในปี 1949 พรรคคอมมิวนิสต์ชนะสงครามกลางเมืองกลายเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ปกครองประเทศ ท่านประธานเหมาและพรรคคอมมิวนิสต์มีนโยบายควบรวม ทิเบต ไต้หวัน ไหหลำ เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ (อ้างว่าทิเบตเคยเป็นดินแดนจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง) เริ่มส่งกองกำลังเข้าชัมโด ชาวทิเบตที่อยู่บนพรมแดนจีน/พื้นที่ซ้อนทับจึงถูกรุกรานไปก่อน (Ethnic Tibet) ทิเบตที่ขาดทั้งอาวุธและกำลังคนทนได้ไม่นาน ในที่สุดในปี 1951 องค์ดาไลลามะที่ 14 ก็ยินยอมลงนามข้อตกลง 17 ข้อ ให้ทิเบตเป็นเขตปกครองตนเองภายใต้รัฐบาลจีน แล้วจีนจะไม่เข้าไปยุ่งกับ “การปกครอง” ในทิเบต ให้ดาไลลามะเป็นผู้นำต่อ แต่ข้อตกลงนี้เป็นประโยชน์กับทางจีนมากกว่า ให้จีนควบคุมการต่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศ ชายแดน ให้ส่งกองกำลังเข้าไปในชื่อการปลดปล่อยทิเบตโดยสันติ

สัตยาบันร่วมกันแล้วมีผลในเขตปกครองตนเองทิเบต แต่ในเขต Ethnic Tibet ชาวทิเบตถูกริบทรัพย์สิน ที่ดิน สัตว์เลี้ยง มีการส่งชาวจีนมาอยู่และทำกินเป็นล้านคน เด็กทิเบตถูกจับไปเรียนโรงเรียนในจีนห่างไกลออกไปไม่ให้เจอพ่อแม่ คนที่ยังอยู่ในพื้นที่ถูกบังคับให้ทำนารวม เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ถ้าไม่ยอมก็ถูกทำร้ายร่างกายหรือฆ่าทิ้ง ชาวทิเบตบางส่วนจึงอพยพมุ่งหน้าเข้าลาซา หรือเขตปกครองตนเองทิเบต บางพวกก็จัดตั้งกองทัพสู้กับกองทัพจีน (แบบอาเช่) การอพยพผ่านเทือกเขาสูงเป็นไปโดยช้า ขาดเครื่องมือการสื่อสาร กระจายเป็นกลุ่มขนาดเล็กเพื่อไม่ให้ถูกทหารจีนจับยิงทิ้งโดยง่าย ในระหว่างที่จีนใช้เครื่องบิน รถยนต์ ระเบิด ปืนกล ชาวทิเบตมีเพียงม้า ปืนทิเบตที่แสนยานุภาพต่ำและกำลังคนที่น้อยมาก ตายแล้วตายเลย อาหารก็ขาดแคลนเพราะไม่สามารถปลูกพืชได้ทัน ปศุสัตว์เคลื่อนที่ก็ล้มตายหายไปเวลาถูกโจมตี

แผนจับกุมองค์ดาไลลามะ
เดือนมีนาคม 1959 จีนส่งจดหมายเชิญองค์ดาไลลามะให้เสด็จชมการแสดงในค่ายทหารจีน และมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีทหารตามเสด็จ ชาวทิเบตคิดว่านี่เป็นแผนจับกุมองค์ดาไลลามะ ชาวทิเบตสามหมื่นคนจึงล้อมพระตำหนักนอร์บูลิงกาถวายอารักขา องค์ดาไลลามะปลอมตัวในชุดทหาร สวมหมวกขนสัตว์และเดินออกมากับแถวทหารโดยไม่มีใครสังเกต ก่อนที่ทหารจีนจะยิงถล่มพระตำหนักและพระราชวังโปตาลา มีชาวทิเบตหลายพันคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ (ก็เหมือนเหตุการณ์ยิงอื่นๆ) ท่านหนีไปอินเดียได้สำเร็จพร้อมกับผู้ติดตาม เหตุการณ์ที่เรียกว่าทิเบตลุกฮือ 1959 (1959 Tibet Uprising) เหตุการณ์นี้นำไปสู่การพลัดถิ่นของชาวทิเบตประมาณหนึ่งแสนคน อพยพผ่านทางพรมแดนตามเทือกเขาหิมาลัย (เนปาล) เข้าสู่อินเดียหรือประเทศที่สามแห่งอื่นในช่วง 1959-1961 เรียกว่าชาวทิเบตพลัดถิ่นระลอกแรก (First wave) มีการตั้งรัฐบาลทิเบตพลัดถิ่นในธารัมศาลา หิมาจัลประเทศ อินเดีย

การปฏิวัติวัฒนธรรมในปี 1966 มีผลทั่วทุกที่ มีการสังหารหมู่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ลัทธิบูชาตัวบุคคลของเหมา ยุวชนแดง ทำลายสี่โบราณ ศาสนาคือความงมงาย มัสยิด อาราม โบสถ์ ถูกเผาทำลาย นักบวชถูกจับกุมและส่งไปค่ายกักกัน ชาวทิเบตถูกใช้ปืนข่มขู่ให้ทำลายอารามของตนเอง อารามทิเบตถูกทำลายไป 6000 แห่ง เผาตำราโบราณ ในปี 1950 ประมาณการว่ามีนักบวชทิเบตชายและหญิงหกแสนคน แต่ในปี 1979 นั้น เสียชีวิตหรือทำให้สาบสูญเกือบหมด ชาวทิเบตที่ไม่ยอมรับลัทธิคอมมิวนิสต์ถูกฆ่า คุมขัง ทรมาน และมีจำนวนมากอดอาหารตายจากการทำนารวม (และไม่ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม) ตัวเลขผู้เสียชีวิตในทิเบตไม่ทราบได้แน่ชัด การปฏิวัติวัฒนธรรมจบลงในปี 1976 ยาวนาน 10 ปี กับอีก 143 วัน

ชาวทิเบตพลัดถิ่นระลอกสอง (อาเช่)
เกิดขึ้นในระหว่างปี 1980s มีการผ่อนคลายในทิเบตมากขึ้น เริ่มให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้ ชาวทิเบตพยายามส่งสัญญาณสู่นานาชาติโดยการฝากจดหมายไปกับนักท่องเที่ยว มีการประท้วงเพื่อเรียกร้องอิสระภาพเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยผู้เลื่อมใสวัชรยานและนักบวชชายหญิง คนเหล่านี้ถูกสังหารและถูกจับ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองบางส่วนจึงต้องอพยพ/ลี้ภัย โดยมักเดินทางด้วยเท้าผ่านเทือกเขาหิมาลัยเข้าสู่เนปาล และมุ่งหน้าสู่ประเทศที่สาม ถือเป็นกลุ่มทิเบตเข้มข้น

ชาวทิเบตพลัดถิ่นระลอกสาม (ทิเบตเจือจาง)
เริ่มต้นในปี 1996 ชาวทิเบตยังคงเดินทางออกมาอยู่ในธารัมศาลา อินเดีย ปีละ 3000-4500 คนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักเรียนที่มาศึกษาในโรงเรียนทิเบตที่ตั้งในอินเดีย นักบวชและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง อย่างไรก็ตามมันก็มีสิ่งที่เรียกว่าช่องส่างทางวัฒนธรรมระหว่างกลุ่มทิเบตอพยพเก่ากับกลุ่มอพยพใหม่ กลุ่มอพยพใหม่มักถูกตรีตาว่าเป็นทิเบตเจือจาง เพราะพูดภาษาจีนได้ ฟังเพลงจีน ดูละครจีน ((แม้องค์ดาไลลามะจะสนับสนุนให้ชาวทิเบตพูดได้หลายภาษา)) ในส่วนลูกหลานของกลุ่มที่อพยพเข้ามานานแล้วก็ละลายรวมไปกับวัฒนธรรมอินเดีย ชอบไปอยู่เมืองใหญ่ มุมไบ บังกาลอร์ โกลกัตตา ทิ้งธารัมศาลาไป (ดิฉันเองก็มีเพื่อนทิเบตคนหนึ่ง เป็นคนอินเดียมาก😆) ความสัมพันธ์ระหว่างคนทิเบตอพยพใหม่และเก่าก็จะตึงๆ ไม่ค่อยมีการแต่งงานข้ามกลุ่ม และชาวทิเบตก็ยังคงอพยพออกจากดินแดนทิเบตอย่างต่อเนื่อง

อ่านมาถึงตรงนี้เก่งมากนะคะ

07/02/2023

เมื่อวานนี้ถูกลูกเพจทวงบทความค่ะ “น้องกุ๊กไก่ไปเที่ยวไหนมา ไม่เห็นเล่าเลย” เขียนอยู่นะคะ แต่อาจจะช้าไปบ้างตามความวุ่นวาย เนื่องด้วยในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี่ตรงกับการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบทิเบต หรือ โลซาร์ (ལོ་གསར) ตรงกับวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2023 ในเดือนนี้มัณฑนาจะพยายามออกบทความเกี่ยวกับทิเบต ที่เคยไปเที่ยวทางแคว้นคัม ตามแนวเทือกเขาหิมาลัย และเม้ามอยเพื่อนทิเบตให้ได้อ่านกันนะคะ

กดติดตามเพจผีบ้าพาเที่ยว มัณฑนาปีนเขาค่า

(ภาพการเฉลิมฉลองโลซาร์ ในลาซา ปี 1932 จาก wikipedia😂)

Photos from มัณฑนา ปีนเขา Montana.Climb's post 02/10/2022

งานนี้ขออนุญาตแถลงข่าวเองค่ะ ว่ามัณฑนาไม่ได้ไปถึง true summit ของยอดเขามานาสลู

1. 28 กันยายน 2562 เป็นวันที่ดิฉันและเพื่อนร่วมทีมเชื่ออย่างสนิทใจว่าเราและเพื่อนร่วมทีมได้ปีนขึ้นไปถึงยอดเขามานาสลู ที่มีความสูง 8163 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีการออกใบประกาศรับรองซัมมิทให้กับนักปีนนานาชาติประมาณ 400 กว่าใบ โดย Ministry of Tourism ของประเทศเนปาล Nimsdai (Nirmal Purja) ซึ่งในระหว่างนั้นกำลังถ่ายทำสารคดี 14 Peaks: Nothing is impossible

2. จนกระทั่งช่วงปลายเดือนตุลาคมของปีนั้นเอง เพจ Montagna Magica ได้ตั้งข้อสังเกตว่า มานาสลู ซัมมิทในปีนั้นปลอมทั้งหมด ตอนนั้นดิฉันทั้งตกใจมาก เงินลงทุนในการปีนเขาประมาณ 2 ล้านบาทนั้นสูญเปล่า

3. เพจ Montagna Magica เริ่มเคลื่อนไหวโพสต์ภาพประวัติศาสตร์การปีนยอดเขามานาสลู โดยมีข้อสังเกตว่าในอดีตนักปีนมักอยู่เหนือ rock face ที่ไม่อุ้มหิมะ แตกต่างจากภาพการซัมมิทของนักปีนในปี 2562 ซึ่งนักปีนจะนั่งอยู่บนบัลลังก์หิมะหนาเตอะ ซึ่งนั่นก็ตรงกับภาพจำของดิฉันทุกอย่าง

4. เพจ Montagna Magica และกลุ่มนักปีนตะวันตกได้ร่วมกันขอภาพถ่ายเพิ่มเติมจากนักปีนในปี 2563 จนมากพอที่จะอธิบายได้ว่าในปี 2019 มีการตรึงเชือกถึงเพียงแค่ fore summit และ expedition ในปีก่อนๆ ก็ตรึงเชือกถึงแค่ forse summit (คล้ายๆ กับกรณีของ Lobuche ที่ไม่ได้มีการตรึงเชือกถึง true summit แต่ก็ได้การรับรองว่าปีนถึงยอดโดย Ministry tourism)

5. การเปิดโปงนี้เสมือนการตบหน้าอุตสาหกรรมปีนเขาของเนปาลที่กำลังผงาดขึ้นมาต่อสู้กับนักปีนตะวันตก วงการนี้มีชาติตะวันตกครอบครองและเป็นผู้นำมาก่อน ชาวเชอร์ปาที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้คือผู้ลงแรง รับความเสี่ยงมากกว่าใคร และได้รับผลตอบแทนน้อยที่สุด ในสมัยก่อนจะมีเพียงบริษัทชาติตะวันตกเท่านั้นที่ได้รับความไว้วางใจจากนักปีน จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้เองที่ชาวเชอร์ปาพัฒนาศักยภาพจนเป็นที่ยอมรับ

6. ปัญหา fore summit ลุกลาม องค์กรที่เกี่ยวกับการปีนเขาในเนปาลถูกกดดัน โดยเฉพาะเมื่อชาวเนปาลต้องการประกาศความเป็นเจ้าภูเขาที่แท้จริง โดยมี Nimsdai ที่พยายามจะปีนยอดเขาระดับ 8000 เมตร ทั้งหมดในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

7. ดิฉันเองก็รอดูว่าใบ certificate ที่ได้มาจะถูกเรียกคืนหรือไม่ กินไม่ได้ นอนไม่หลับกระสับกระส่าย เงิน 2 ล้าน! เป็นเงินเก็บหอมรอมริบจากการใช้แรงงานและความมัธยัสถ์

8. เป็นเวลาหลายสัปดาห์จึงมีข้อยุติว่า ผู้ที่ปีนเข้าใกล้ True summit ของยอดเขามานาสลูจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองโดย Ministry of Tourism โดยขยายระยะออกไม่เพียงแค่ fore summit แต่รวมถึงผู้ที่ปีนพ้นระยะ 8000 เมตรขึ้นมาด้วย ถ้าเพียงแต่นักปีนมีภาพถ่ายหลักฐานยืนยัน
-ทางการจบเรื่องแค่นั้น-

9. ในส่วนของโลกนักปีนตะวันตกก็มีการวิเคราะห์กันว่าแค่ไหนถึงจะเรียกว่าคุณปีนถึงยอด นักปีนเขาตะวันตกไม่เห็นด้วยกับการที่ Ministry of Tourism of Nepal รับรองความสำเร็จในการปีนให้กับนักปีนที่เพียงปีนพ้นระยะ 8000 เมตร แต่ให้วิเคราะห์ที่ final ridge (หมายถึงสันเขาสุดท้ายที่นำไปสู่ยอดเขา) หากอยู่ใต้ยอดเขาเพียงระบะไม่กี่เมตร และอยู่บนสันเขาสุดท้ายก็สามารถอ้างได้ว่าปีนถึงยอดเขา แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ถึงยอดเขานั่นแล่ะ สำหรับยอดมานาสลู นักปีนชาวตะวันตกได้ให้ความเห็นว่าบริเวณที่นับเป็นยอดเขาคือจากจุด C2-C4 ซึ่งมีระยะห่างตามแนว horizontal ประมาณ 20 เมตร สำหรับยอดเขา 8000 เมตรลูกอื่นๆ และมานาสลู สามารถอ่านบทวิเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ https://publications.americanalpineclub.org/articles/13201215692

10. “True summit อยู่ห่างไปนิดเดียวเองทำไมไม่ปีน” เพื่อนๆ บางท่านถามมาตั้งแต่ข่าวออกแล้วค่ะ สำหรับมัณฑนา ตอนนั้นคิดว่าตัวเองถึงยอดเขาแล้วจริงๆ เพราะทัศนวิสัยไม่ดี มองเห็นไปข้างหน้าเพียงไม่กี่เมตร บวกกับเหลี่ยมเขา ไม่เห็นด้วยซ้ำว่า ridge ที่เรายืนอยู่นั้นมียอดหลังจากนี้ มันเป็นสีเทาไปหมด แต่ถ้าย้อนเวลากลับไป จะขอไกด์ไหมว่า “เฮ่ ยู นั่น ซัมมิท ปีนกันต่อเถอะ” สำหรับตัวเองที่เป็นนักปีนมือสมัครเล่นคิดว่าจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะการปีนยอด 8000 เมตร มันไม่เหมือนการปีนสไตล์ alpine ระดับออกซิเจนที่ต่ำ ความอ่อนล้า การไม่มีเชือกตรึงที่ระดับ Dead Zone คืออันตรายที่อาจหมายถึงชีวิต ถ้าจะผูกเชือกอัลไพน์ปีนกันต่อ พลาดเพียงก้าวเดียวอาจไหลลงจากหน้าผาระยะเป็นร้อยๆ เมตร ไม่มีทางรอด และจะต้องตกไปด้วยกันทั้งเส้นเชือกอัลไพน์นั่นแล่ะ

11. การเสียหน้าที่ยิ่งใหญ่ ไสตล์การปีนเขาแบบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเนปาลกลายเป็นความเห็นแก่ได้ เป็นความไม่รอบคอบ เป็นเอาง่ายเข้าว่า ไม่มีน้ำใจนักกีฬา นักปีนในปี 2019 ทั้งหมดไม่มีใครไปถึง true summit ปลายเชือกตรึงอยู่เพียงจุด C2

12. 27 กันยายน 2564 บริษัทปีนเขา Imagine Nepal ได้แสดงให้เห็นว่าบริษัทเนปาลเองก็มีน้ำใจนักกีฬาปีนเขามากพอ เขาได้ตรึงเชือกเพิ่มออกจากจุด C2 ขึ้นไปจนถึง true summit เป็นครั้งแรกในรอบสิบๆ ปี และเป็นการประกาศจุดยืนของบริษัท เป็นการสร้างมาตรฐานการปีนมานาสลู ว่า..ต้องมีมาตรฐาน

13. วงการการปีนเขาเนปาลยังถูกถากถางจากนักปีนตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ภาพยนตร์ 14 Peaks (มีฉายทาง Netflix) ออกสู่สายตาชาวโลก นักปีนสายแข็งไม่ยอมรับการขึ้น fore summit และไม่ยอมรับสถิติการขึ้นยอด 14 peaks ใน 6 เดือน 6 วันของเขา (ตอนนี้พี่นิมา์กำลังทำสถิติใหม่เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา)

14. ส่วนตัวคิดอย่างไรเมื่อทราบว่าตัวเองปีนไม่ถึง summit: เมื่อข้อเท็จจริงเป็นแบบนั้น ในช่วงแรกดิฉันก็เสียใจมากจนกระทั่งปวดท้องอาเจียน ซ้อมกีฬาไม่ได้ไปเป็นเดือน บางที่ก็น้ำตาไหลออกมาซะอย่างนั้น แค้นใจที่เราจ่ายเงิน 2 ล้านบาทที่หามาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง แล้วก็เชื่อสนิทใจว่าเราขึ้นถึงยอดแล้วจริงๆ มันไม่ใช่เงินที่หาได้ง่ายๆ ต้องใช้เวลาเก็บหลายปี ต้องใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์ จึงคับแค้นมี่ไม่สามารถกลับไปปีนใหม่ได้ จะกลับแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วก็ไม่ได้ เวลาช่วยได้เสมอค่ะ สุดท้ายก็เหลือแต่ความแค้น ความเสียใจมันระเหยออกไปหมดแล้ว จนกลับมาเล่าเรื่องมานาสลูในเพจต่อได้ (จะเห็นว่าช่วงเล่าเรื่องบางทีก็หายไปนานมากๆ)

15. “หนังสือมานาสลู” ออกมาหลังจากที่ปีนไปแล้วถึง 2 ปี แต่ทำไมไม่เล่าถึงเรื่องพวกนี้ ตอบนะคะ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่ตีพิมพ์เอง ตอนนั้นยังไม่มีประสบการณ์มากพอ เราไม่อยากให้คนอ่านกำลังดีใจไปกับยอดเขาของเรา พลิกหน้าต่อๆ มา กลายเป็นว่าไปไม่ถึงยอดเขาจริงๆ เสียอย่างนั้น มันจะหมดอรรถรสหรือเปล่า แต่ตอนนี้ได้รับคอมเมนท์จากผู้อ่านและตกตะกอนความคิดได้แล้ว ว่าจะเล่าข้อเท็จจริงอย่างไร จัดเรียงอย่างไร ซึ่งถ้าหากมีก่รตีพิมพ์ในครั้งต่อไปจะแก้ไขอย่างแน่นอนค่ะ รวมถึงเพิ่มเนื้อหาบางส่วนที่ผู้อ่านถามถึง

16. ตอนเขียนมานาสลูก็ช่วงที่ต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเองมาก เพราะใจนึงเรารู้ว่า้ราไปไม่ถึง true summit อีกใจก็อยากเขียนหนังสือเพื่อเป็นแนวทางให้คนที่สนใจการปีนเขาได้เห็นภาพ ได้วางแผนการฝึกซ้อม และกลัวจะขาดอรรถรส สุดท้ายงานก็ออกมาอย่างนั้น บัลลังก์ซัมมิท ที่เป็นแค่ fore summit จึงได้ตัดความคิดของตนเอง คัดเอาเฉพาะความรู้สึกและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะทราบข้อเท็จจริงนั้นมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวในหนังสือ กราบขออภัยผู้อ่านทุกท่านด้วยค่ะ ขอบพระคุณที่สนับสนุนดิฉัน ได้นำเงินจากการขายหนังสือไปใช้ในการซื้อรองเท้าปีนเขาคู่ใหม่ไปแล้วค่ะ🙏🏾🙏🏾 เงินหมดพอดี😁

17. อีกสองเหตุผลที่ไม่ได้ประกาศออกไปว่าไปไม่ถึงซัมมิทเพราะมัณฑนาเองเติบโตมากับการปีนเขาแบบเนปาล เรารักการปีนเขากับไกด์เนปาลมากเราไม่อยากให้วงการถูกกระหน่ำ เหตุผลที่สองยังคาดหวังจะขอการสนับสนุนทุนปีนเขาอยู่ค่ะ แต่หลังจากได้พยายามขอทุนในการปีนเขาลูกต่อๆ ไป อยู่ตลอด 2 ปี ก็ไม่สามารถหาผู้สนับสนุนได้ จึงไม่คิดว่าจะต้องเก็บเรื่องนี้ไว้อีกต่อไป การปีนเขามันเป็นการท่องเที่ยว เราทำมันให้สนุก จดจำ และเรียนรู้ สำคัญที่สุดมันต้องสนุก อย่าหมดสนุกกับมันไปเสียก่อน

18. ขอแสดงความยินดีกับคุณ Kitti Boonnitrod ชาวไทยคนเดียวที่ปีนถึงนอดเขามานาสลูจวบจนถึงปัจจุบัน

แชร์ได้นะคะ

ป.ล. ถามได้นะคะ จะรีบมาตอบค่ะ ช่วงนี้ยุ่งกับการซ้อมตลอดปีเหมือนเดิม ไหนเวลานอน งานก็ต้องทำ😂

สำหรับผู้อ่าน “มานาสลู ตามหาจิตวิญญาณบนเส้นทางสายหิมะ” ท่านจะพบกับคำว่า false summit เป็นศัพท์ที่ไม่ตรงกับ fore summit ค่ะ false summit หมายถึงยอดเขาที่ดูเหมือนจะสูงกว่า true summit เมื่อมองจากระยะไกล

อ่านเพิ่มเติม Manaslu’s Can of Worms: Did Anyone at All Reach the True Summit?

https://explorersweb.com/manaslus-can-of-worms-did-anyone-at-all-reach-the-true-summit/

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Khon Kaen?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


20/30 ถนน กสิกรทุ่งสร้าง ตำบลในเมือง อำเภอ เมือง
Khon Kaen
40000