02/09/2026
https://www.facebook.com/share/p/1FKCcoLBQf/
ถ้าคุณรักฟุตบอลมากๆ แต่เตะบอลไม่เก่งพอ และไม่สามารถเป็นผู้เล่นอาชีพได้ คุณจะทำอย่างไรต่อดี?
จะตัดใจจากฟุตบอลไปเลยไหม หรือว่าจะลองหาหนทางอื่น เพื่อให้ได้ทำในสิ่งที่รักอยู่
ขอเล่าเรื่องตัวผมเองก่อนนะครับ คือผมรักฟุตบอลตั้งแต่เด็กเลยครับ คุณพ่อพาผมไปดูบอลไทยในสนามบ่อยมาก ผมก็เลยฝันว่าอยากเป็นผู้เล่นอาชีพ อยากติดทีมชาติ ไม่ต่างอะไรกับเด็กหนุ่มหลายๆ คน
แต่พอเวลาผ่านไป ขึ้นมัธยมต้น ก็ค่อยมารู้ว่า เราไม่ได้เก่งนี่หว่า 55555 คือพอจะเตะบอลขำๆ กับเพื่อนที่โรงเรียน ลงเล่นในกีฬาสีเฉยๆ แต่ไม่สามารถเก่งไปกว่านั้นได้แล้ว ผมก็ต้องยอมรับความจริงครับ
แต่ด้วยความที่ผมรักในวงการฟุตบอล ผมจึงตั้งมั่นว่า อยากทำงานอะไรก็ได้ ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล แล้วพอโตขึ้นผมจึงได้เข้าใจว่า เฮ้ย อุตสาหกรรมของฟุตบอล จริงๆ แล้ว มันใหญ่โตมากนะ
และในระบบ Ecosystem นี้ ไม่ได้มีแต่ "นักเตะ" อย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอาชีพที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกมากมาย
- โค้ช
- ผู้ตัดสิน
- นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
- แพทย์สายกีฬา
- คนดูแลสนามแข่งขัน (Groundskeeper)
- คนดีไซน์สนามแข่ง (Stadium Architect)
- ผู้บริหารสโมสร
- แมวมองปั้นเยาวชน
- นักกายภาพบำบัด
- นักวิเคราะห์เกม
- นักข่าว
- นักพากย์
- ช่างภาพ
- คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ สายฟุตบอล
- ตัดต่อ, กราฟฟิก สายฟุตบอล
- บริษัทเอเยนซี่ ดูแลนักกีฬา
เมื่อผมโตขึ้น จึงได้เข้าใจว่า อุตสาหกรรมฟุตบอล มันมีหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องเตะฟุตบอลเก่ง
คุณสามารถเอาความสามารถบางอย่างของตัวเองมาใช้ และสามารถสร้างตัวตน สร้างรายได้ และสร้างการยอมรับในวงการนี้ได้เช่นกัน
อย่างผม พอเรียนจบปริญญาตรี ก็ไปสมัครทำงานในหนังสือพิมพ์กีฬา เป็นสื่อมวลชนเต็มตัว จากนั้นก็เริ่มเปิดเพจ และทำงานเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายฟุตบอลควบคู่ไปด้วย
ทุกวันนี้ ผมก็มี "ที่ทาง" ของตัวเอง ในวงการครับ สร้างรายได้ใกล้เคียงกับนักเตะอาชีพอยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่า ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับฟุตบอลที่รักต่อไป แม้จะไม่มีสกิลในสนามเลยก็ตามที
ที่ผมเล่าเรื่องนี้ เพราะอยากพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาไทย ณ ตอนนี้ครับ
เด็กนักเรียนไทยในปัจจุบัน แบ่งง่ายๆ เป็น 2 แบบ
คือ 1) เด็กในระบบการศึกษา ก็คือเด็กที่ไปโรงเรียนตามปกติ
กับ 2) เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา คือเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือที่โรงเรียน บางคนไม่อยากไปด้วยตัวเอง แต่บางคนก็มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจของที่บ้าน มีปัจจัยต่างๆ ที่ไม่สามารถเรียนต่อได้
รู้ไหมครับว่า ณ เวลานี้ มีเด็กมากถึง 6 แสนคนในปัจจุบันทั่วประเทศไทย ที่หลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องดี เพราะถ้าเราเอาเด็กกลุ่มนี้ กลับมาเรียนหนังสือได้ ก็จะทำให้เขาได้รับความรู้ ได้วุฒิ สามารถต่อยอดไปทำอาชีพที่หลากหลายได้ในอนาคต
หน่วยงานที่มีบทบาทโดยตรงกับเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาคือ "กสศ." หรือ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พวกเขาจะมีภาคีเครือข่าย ที่เข้าไปหาเด็ก และสืบค้นว่า ปัญหาที่น้องๆ ไม่ยอมเรียนต่อคืออะไร
เรื่องเงินทุน, เรื่องปัญหาครอบครัว หรือ เรื่องทัศนคติที่คิดว่ามาโรงเรียนก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี ฯลฯ
จากนั้นเมื่อรู้ปัญหา จะได้ช่วยกันแก้ไข เพื่อให้เด็กๆ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง
ในการลงพื้นที่จริงของ กสศ. มีข้อมูลที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ "ฟุตบอล" เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กจำนวนมาก อยากกลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง
น้องๆ บางคน อยากเตะฟุตบอล อยากสังกัดชมรมฟุตบอล จึงตัดสินใจกลับมาโรงเรียน โดยมีกรณีศึกษาหลายเคส ที่เด็กๆ สามารถที่หลุดจากระบบไปแล้ว กลับมาเรียนจนจบ ม.6 และได้รับทุนการศึกษา เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยโควต้าของนักฟุตบอลด้วย
อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่า แม้เด็กๆ จะรักฟุตบอลกัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพรสวรรค์ ในการเป็นนักกีฬาที่เก่งกาจ จนได้รับทุนการศึกษาขนาดนั้น
นั่นคือเหตุผล ที่ทาง กสศ. ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และอีกหลายองค์กร ออกแบบหลักสูตรใหม่ ที่ชื่อว่า "จักรวาลวิทยาฟุตบอล" ขึ้นมา
จักรวาลวิทยาฟุตบอล คืออะไร? อธิบายง่ายๆ คือ จะมีการสอดแทรกวิชาความรู้ฟุตบอล ให้เด็กๆ ตั้งแต่ประถม ไปจนถึงมัธยมปลาย เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ในโลกฟุตบอลนั้น ไม่ได้มีแต่ "นักเตะ" แค่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ ecosystem ของโลกฟุตบอลมันกว้างใหญ่มาก
ขอแค่น้องๆ กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง ก็จะได้เรียนรู้หลักสูตรเสริมสร้างความรู้ในโลกฟุตบอลไปพร้อมๆ กัน ผ่านทางโปรเจ็กต์จักรวาลวิทยาฟุตบอล
เด็กๆ จะได้เรียนรู้โลกฟุตบอลอย่างรอบด้าน เช่น การเป็นโค้ชต้องทำอย่างไร, อยากเป็นผู้ตัดสินต้องเริ่มแบบไหน, อยากเป็นผู้บริหารสโมสร, เป็นคนจัดอีเวนต์กีฬา, อยากทำธุรกิจฟุตบอล, อยากเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์, อยากเป็นนักพากย์ หรือ อยากเป็นหน่วยวิจัยข้อมูล ใช้ซอฟต์แวร์เอามาวิเคราะห์เกม
เมื่อได้เรียนรู้ ecosystem ทั้งหมดของฟุตบอลแล้ว มันจะช่วยให้เด็กๆ หันมามองศักยภาพของตัวเอง ว่าสมมุติเราไม่ได้เป็นนักเตะอาชีพ แต่อยากทำงานในวงการนี้จริงๆ เรายังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง
นี่เป็นโปรเจ็กต์ที่สุดยอดไปเลยครับ สำหรับผมนะ เพราะมันเป็นการเปิดโลก ให้น้องๆ ได้เรียนรู้ และเข้าใจภาพรวมของวงการ ในยุคผม ไม่มีอะไรแบบนี้หรอกครับ
ในวันแถลงข่าวเปิดโปรเจ็กต์นี้ ผมประทับใจคำพูดของ ดร.สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รองประธานกรรมการโครงการ Thailand Zero Dropout Plus ที่บอกว่า "สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้เด็กได้เห็นว่า การศึกษาไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว เด็กที่รักฟุตบอลไม่ควรต้องเลือก ระหว่าง เรียน หรือ เล่นกีฬา เพียงแค่นั้น แต่มันควรมีระบบที่ทำให้เขาสามารถพัฒนาสิ่งที่รัก ไปพร้อมกับการศึกษาได้"
หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล จะช่วยเรียกน้องๆ ที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว ให้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง โดยมีเรื่องฟุตบอล เป็นเครื่องดึงดูดความสนใจ
มีเคสที่น่าสนใจมากๆ ของเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่กาญจนบุรี ชื่อ ไพศาล อำไพกูลย์ เจ้าตัวเลิกเรียนหนังสือ ตอน ม.4 เพราะที่บ้านไม่มีรายได้ เขาต้องออกไปหางานทำ
งานที่เจ้าตัวทำ คือการ "พากย์บอลเดินสาย" ไปรับจ้างพากย์บอลสนามเล็ก ในเขตจังหวัดต่างๆ ภาคตะวันตก ทั้งกาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม ได้เงินวันละ 500-1000 บาท
ทีนี้ คุณครูในสมัย ม.3 ของไพศาล ชื่อ ครูแหม่ม-ณัฐฐศศิ จันทร์แย้ม ได้แนะนำไพศาลว่า มีโครงการพิเศษที่ สามารถเอาความรู้ที่โรงเรียนไปประยุกต์ใช้กับการพากย์บอลได้
เช่น การใช้โปรแกรมไลฟ์สด การตัดต่อซาวน์ต่างๆ เพื่อให้การพากย์บอลของเขามีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึง วิชาภาษาไทย สามารถสอนคำศัพท์และรูปแบบประโยคใหม่ๆ ทำให้เขา มีการใช้คำตอนพากย์ที่หลากหลายขึ้น
ครูแหม่ม พยายามทำให้เข้าใจว่า โรงเรียนไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้น่าเบื่อ แต่มีหลายวิชาที่สามารถยกระดับสิ่งที่ไพศาลชอบให้อัพเกรดขึ้นกว่าเดิมได้
สุดท้าย ไพศาลยอมกลับมาเรียนหนังสือ และกำลังจะจบ ม.6 เจ้าตัวบอกว่า "ถ้าผมมีวุฒิ ม.6 ผมจะมีโอกาสมากกว่านี้ ผมอยากทำช่องกีฬาของตัวเอง อยากพากย์ในระดับประเทศ" ก็หวังว่าความฝันของน้องจะเป็นจริงได้นะครับ
ในเคสของไพศาล ทำให้เห็นว่า ฟุตบอลสามารถเป็นเครื่องมือ ดึงดูดให้เด็กหลายคน กลับมาเรียนหนังสือได้อีกครั้ง ดังนั้น โปรเจ็กต์จักรวาลฟุตบอล การสอดแทรกความรู้ฟุตบอลอย่างเต็มรูปแบบ อาจจะช่วยผลักดัน ให้เด็กๆ หลายคน ได้กลับมาเรียน มีวุฒิการศึกษา และเป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพของสังคมไทยได้ครับ
น้องๆ บางคนอาจจะอยากเป็นโค้ช พอได้เริ่มรู้จัก อาจจะอยากเอาดีทางนี้
บางคนอาจจะอยากเป็นผู้จัดการส่วนตัวนักบอล บางคนอาจจะอยากออกแบบสนามแข่ง
เมื่อก่อน น้องๆ อาจจะไม่รู้ว่า โลกฟุตบอลมันมีอาชีพอะไรแบบนี้ด้วย แต่เมื่อวันหนึ่งรู้แล้ว เขาก็พร้อมจะกลับมาสู่ระบบการศึกษาปกติ เพื่อโฟกัสไปที่จุดนั้นได้อย่างเต็มตัวครับ
บทสรุปคือ นี่เป็นโปรเจ็กต์ที่สุดยอดมากๆ ของ กสศ. ที่ทำให้ทุกคนได้รู้ว่า จักรวาลฟุตบอลมันกว้างใหญ่แค่ไหน มันมีอะไรหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้
ชอบฟุตบอล ไม่จำเป็นต้องเป็นนักฟุตบอลเท่านั้น แต่เราสามารถประสบความสำเร็จในเวย์อื่นๆ ได้อีกมากมายเลย
ณ เวลานี้ มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนี้ของ กสศ. 200 โรงเรียนแล้วครับ และถ้าโรงเรียนไหน อยากเอาศาสตร์ความรู้เรื่องจักรวาลวิทยาฟุตบอลไปสอนที่โรงเรียนตัวเองเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อมาที่ กสศ. ได้เลยครับผม
เอาเป็นว่าผมดีใจนะครับ ที่มีคนให้ความสำคัญกับความรู้องค์รวมของฟุตบอลแบบนี้
และในฐานะที่ผมเองก็เป็นคนทำงานในวงการนี้เช่นกัน ก็คาดหวังว่า เราจะมีเด็กๆ ในเจเนเรชั่นใหม่ เข้ามาเติมเต็มใน ecosystem ของฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ผู้ตัดสินหน้าใหม่, โค้ชหน้าใหม่, ผู้บริหารสโมสรหน้าใหม่, นักวิเคราะห์ฟุตบอลหน้าใหม่, นักข่าวหน้าใหม่, คอนเทนต์ครีเอเตอร์หน้าใหม่ ฯลฯ
และในฐานะที่ตัวเองเป็นรุ่นพี่ในวงการนี้ ก็ต้องบอกว่า ยินดีต้อนรับน้องๆ ทุกคนนะครับ ไม่ว่าจะเข้ามาทำงานในด้านไหน อยากบอกว่าสิ่งที่พวกเรามีเหมือนกันแน่นอน คือการหลงรักในกีฬาฟุตบอลนั่นเองครับ
#จักรวาลวิทยาฟุตบอล #การศึกษายืดหยุ่น
#ทุกโอกาสเพื่ออนาคตเด็ก #กสศ
31/08/2026
31/08/2026
24/08/2026
15/08/2026