Bangkok CW Group

Bangkok CW Group

แชร์

เรียนรู้การสื่อสารด้วยรหัสมอร์ส สำหรับผู้ที่สนใจ

12 WPM Slow Morse QSO GW4OKT working IV3GSO 26/05/2026

สอบผ่านแล้วไงต่อ?

อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้ว ว่าการสอบรหัสมอร์สผ่าน ไม่ได้เป็นตัวยืนยันว่าเราจะสามารถใช้งานรหัสมอร์สในการสื่อสารได้เลย เพราะเป็นการสอบฟังกลุ่มตัวอักษรแบบสุ่มเท่านั้น เหมือนการให้ฝรั่งมาหัด ก-ฮ ซึ่งไม่ได้ทำให้ฝรั่งคนนั้นสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เลย

ในการสื่อสารด้วยรหัสมอร์สนั้น ยังมีปัจจัยอื่นนอกเหนือไปจากการรู้จักโค้ด A-Z อยู่ นั่นคือการต้องรู้จักคำศัพท์ที่ CW Op เขาใช้กัน (นอกเหนือจากภาษาอังกฤษพื้นฐาน) และถ้าหากเข้าใจโครงสร้างในการสนทนาเบื้องต้นได้ ก็จะยิ่งทำให้การสื่อสารครั้งนั้นประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

วันนี้ผมเลยขอเอาของเก่ามาฉายซ้ำอีกครั้งหนึ่งครับ นั่นคือคลิปการสื่อสารระหว่าง 2 สถานีที่ความเร็ว 12 WPM ซึ่งเป็นความเร็วที่ไม่เร็วไม่ช้าเกินไป

คลิปนี้ ทั้งสองสถานีติดต่อกันตาม Protocol อย่างค่อนข้างเคร่งครัด ทำให้เราสามารถฟังตามได้ไม่ยาก และความเร็วก็ไม่ได้สูงจนผู้ที่ฝึกใหม่จะตามไม่ไหว หากเราสามารถถอดข้อความที่สองสถานีนี้คุยกันได้ ก็พอจะอุ่นใจได้ว่าเราจะสามารถสื่อสารด้วยรหัสมอร์สในรูปแบบ Protocol มาตรฐานได้อยู่ครับ

Link อยู่ในคอมเม้นต์ครับ

12 WPM Slow Morse QSO GW4OKT working IV3GSO 12 WPM CW QSO showcasing abbreviations and QSO style. Equipment is ...

24/05/2026

ก่อนอื่น ทางทีมงาน Bangkok CW Group ต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่สอบรหัสมอร์สผ่านทุกท่านนะครับ ทราบมาว่ามีถึง 60 คนจากผู้เข้าสอบ 88 คน เรียกว่าจำนวนผู้สอบผ่านต่อผู้เข้าสอบสูงถึง 68.2% ซึ่งถือว่าสูงจนน่าดีใจ

แต่...นั่นคือการนับจากผู้เข้าสอบนะครับ ถ้าหากเราคำนึงว่ามีผู้สมัครสอบถึง 160 คน ซึ่งผมเชื่อว่าในบรรดาผู้ที่ไม่มาสอบทั้ง 72 คนนั้น น่าจะมีไม่น้อยที่ตัดสินใจไม่มาสอบด้วยเหตุผลว่าตัวเองไม่มั่นใจว่าจะผ่านการสอบรหัสมอร์ส (อาจมีเหตุผลอื่นๆ ด้วย เช่นติดภารกิจจำเป็น, ติดขัดเรื่องการเดินทาง ฯลฯ) ซึ่งถ้านับจำนวนผู้ที่สอบผ่านเทียบกับจำนวนผู้สมัคร ก็ต้องบอกว่าผู้ที่ผ่านรหัสมอร์สนั่น มีจำนวน 37.5% เมื่อเทียบกับจำนวนผู้สมัครสอบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ความดีใจหายไปส่วนหนึ่ง

หลังจากนี้ ก็คงต้องมาลุ้นกันว่า บรรดาผู้ที่สอบรหัสมอร์สผ่านทั้ง 60 ท่าน จะสอบผ่านภาคทฤษฎีครบทุกคนหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา ก็มักจะผ่านกันทั้งหมดอยู่

แต่ (อีกแล้ว) ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ก็เป็นเพียงความสำเร็จขั้นแรกในการใช้งาน CW Mode เท่านั้น เพราะในการใช้งานจริงบนความถี่ ยังมีเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ ฝึกฝน และหาประสบการณ์เพิ่มเติมอยู่อีก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้เรื่อง Protocol, คำย่อต่างๆ, การฝึกส่งให้ฟังง่าย, การเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้น ฯลฯ

หากท่านใดต้องการเรียนรู้ฝึกฝนในเรื่องไหน และคิดว่าทาง Bangkok CW Group สามารถให้ข้อมูลเหล่านั้นกับท่านได้ ก็อย่าได้ลังเลที่จะมาแจ้งความต้องการของท่านให้เราได้ทราบนะครับ เรายินดีเดินไปพร้อมกับทุกท่าน เพื่อให้ท่านได้สนุกกับรหัสมอร์สได้อย่างถึงที่สุดเท่าที่เราจะพาท่านไปได้ครับ

Bangkok CW Group

22/05/2026

พรุ่งนี้จะเป็นวันชี้ชะตาแล้ววววววว ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

โอกาสฟังมีถึงสองรอบ และเกณฑ์การผ่านก็ไม่ได้สูงจนเป็นไปไม่ได้ คนที่สอบผ่านด้วยคะแนนฉิวเฉียด ก็สามารถสนุกกับการ QSO ได้ไม่ต่างกับคนที่ผ่านด้วยคะแนนเต็ม

ขอให้เต็มที่กับการสอบ แล้วมาสนุกด้วยกันบนความถี่ครับ

Bangkok CW Group

08/05/2026

การสอบขั้นกลางใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วนะครับ ผมเชื่อหลายๆ ท่านน่าจะฝึกซ้อมรหัสมอร์สจนมั่นใจแล้วว่าจะสามารถผ่านเกณฑ์การสอบได้ไม่ยาก

แต่หลายๆ คนที่เคยสอบ ก็ยังไม่สามารถฝ่ากำแพงรหัสมอร์สไปได้ เพราะสาเหตุที่คาดไม่ถึง นั่นคือคือ สภาพแวดล้อมของห้องสอบที่เป็นหอประชุมขนาดใหญ่ ทำให้เกิดเสียงก้องจนหลายๆ คนไม่สามารถแยกเสียงดิทกับดาห์ออกจากกันได้ เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้หลายๆ คนต้องเสียเวลาไปถึงหนึ่งปีในการรอสอบครั้งต่อไปเลยทีเดียว

วันนี้จึงขอเสนอเทคนิคที่พี่พนาพร E24ZST เคยใช้ และยืนยันว่าได้ผลมาให้ทุกท่านได้พิจารณาดูครับ

นั่นคือจังหวะที่กรรมการเปิดเสียง A-Z ให้เราทดลองฟังนั้น ให้ลองหันศีรษะไปในทิศทางต่างๆ ดู เราจะพบว่ามีมุมหนึ่งที่เสียงก้องจะน้อยกว่ามุมอื่นๆ เมื่อเจอองศาที่ใช่แล้ว ก็สอบโดยหันศีรษะอยู่ในมุมมนั้นนั่นเองครับ

แต่ถ้าหากว่าจุดที่เรานั่งนั้นมีอุปสรรคเรื่องเสียงอย่างรุนแรงจริงๆ ก็ขอให้ยกมือแจ้งกรรมการผู้คุมสอบครับ เพื่อจะได้หาทางแก้ปัญหา หรือย้ายที่นั่งไปยังจุดที่ปัญหาน้อยกว่าได้

ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

Bangkok CW Group

07/05/2026

วันนี้ผมได้เข้าไปในเว็บบอร์ดของ LICW (Long Island CW Club) แล้วพบกับหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจครับ

Who will replace us? ใครจะมาแทนที่เรา?

เนื้อหาหลักๆ ก็คือ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้คนใหม่ๆ เข้ามาสู่วงการวิทยุสมัครเล่นได้มากขึ้น ในเมื่อทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถติดต่อกับผู้ที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งได้ด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาที?

นี่เป็นเรื่องที่น่าคิดครับ ในโลกที่อะไรก็ง่ายขึ้น แต่การเป็นนักวิทยุสมัครเล่นยังคงมีเงื่อนไขในการเข้าร่วม ซึ่งแน่นอนว่าเงื่อนไขนั้นเป็นไปเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่เข้ามาเป็นนักวิทยุสมัครเล่นจะมีคุณภาพมากพอที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้น ทั้งในแง่ของมารยาทในการใช้ความถี่ร่วมกัน และในแง่ของกฎหมาย

แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องถามตัวเองด้วยว่า แล้วเราจะทำอย่างไร ให้วงการวิทยุสมัครเล่นที่ดูจะหดตัวลงไปทุกๆ วัน สามารถขยับขยายออกไปได้ เราจะบีบประตูทางเข้าให้เล็กลงด้วยเงื่อนไขที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเฉพาะคนที่สมบูรณ์แบบเท่านั้นจึงจะเข้ามาได้ ซึ่งจะได้คนจำนวนน้อย หรือเปิดประตูให้กว้างขึ้น แล้วอาศัยการถ่ายทอดความรู้เพิ่มเติมในฐานะรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เพื่อให้เขาได้พัฒนาขึ้นจนสมบูรณ์ในภายหลัง ซึ่งก็สุ่มเสี่ยงกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ได้คนมากขึ้น

เปรียบเหมือนบางคนออกอากาศวันแรกก็คล่องราวกับมืออาชีพ ขณะที่บางคนก็ผิดๆ ถูกๆ แล้วค่อยๆ พัฒนาตัวเองต่อไปผ่านความช่วยเหลือของรุ่นพี่ๆ ซึ่งผมว่าทั้งสองแบบนี้ก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน

แน่นอนครับ ว่าทั้งสองวิธีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งผมคิดว่าใครที่ศรัทธาในแนวคิดข้างใดข้างหนึ่งก็คงจะเชื่อมั่นจนไม่อยากแม้แต่จะคิดพิจารณาแนวคิดของอีกฝ่าย

ผมเชื่อว่าวิธีการที่จะประนีประนอมมันน่าจะมีอยู่ครับ แต่ใครจะเป็นคนเริ่มคิด และที่สำคัญ คือใครจะเป็นคนเริ่มทำ และไม่ใช่แค่เริ่มทำเท่านั้น หากแต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การทำเพียงครั้งเดียว แล้วก็เอาไปภูมิใจอีกเป็นปีๆ ว่าตัวได้ทำแล้ว หากแต่ต้องทำแล้วดูผลตอบรับ ปรับแก้ แล้วทำอีก วนไป ไม่ย่อท้อ ซึ่งวันนี้ก็เห็นว่ามีคนที่ทำอยู่ และทำต่อเนื่องจนเห็นความเปลี่ยนแปลงในบางจุดขึ้นมา ซึ่งผมก็ต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่งมา ณ ที่นี้

เรารับไม้มา เราก็ส่งไม้ต่อ แต่จะส่งอย่างไร และส่งให้ใคร และที่สำคัญ เราจะส่งไม้ท่อนเดิมไปทั้งอย่างนั้น หรือพัฒนาปรับปรุง ก่อนจะส่งต่อ โจทย์ไม่ง่าย แต่ก็ไม่น่าจะยากเกินไปนัก

ผมคงไม่พูดว่า ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้อง....... เพราะจริงๆ คือมันเลยเวลามานานแล้ว เรียกว่าช้าเกินไปแล้วที่จะเริ่มด้วยซ้ำ แต่เริ่มตอนนี้ ก็ดีกว่าไม่เริ่มเอาเสียเลย ไม่เช่นนั้น แม้แต่คนที่จะคอยตั้งคำถามว่า "ใครจะมาแทนที่เรา?" ก็คงไม่มีครับ

ตอนนี้ผมเองก็กำลังคุยๆ กับพันธมิตรของเราอยู่ เพื่อจะหาทางตีป่าปลุกเมือง ให้มีอะไรเกิดขึ้นกับวงการวิทยุสมัครเล่นบ้านเราบ้าง ผลจะออกมาดีจะร้ายก็ยังไม่รู้ครับ และที่หนักกว่านั้นคือ มันจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่าก็ยังตอบไม่ได้ แต่ถ้าเราขยับไปเรื่อยๆ วิ่งไม่ไหวก็เดิน เดินไม่ไหวก็คลาน ซักวัน มันต้องถึงจนได้ครับ

มาช่วยกันนะครับ

Bangkok CW Group

Send a message to learn more

04/05/2026

ใครอยากเข้าสู่วงการ Contest ไม่ควรพลาด!!!!

เป็นที่ทราบกันดีกว่าการ Contest เป็นอีกหนึ่งหนทางในการที่จะได้ติดต่อกับประเทศที่ปกติแล้วเราแทบไม่ได้ยินสถานีจากประเทศนั้นๆ ออกอากาศ ไม่ว่าจะด้วยความที่สานอากาศของเราไม่ดีนัก หรือเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีนักวิทยุสมัครเล่นออกอากาศก็ตาม

เพราะเมื่อมี Contest ใหญ่ สถานีประสิทธิภาพสูงก็จะขึ้นความถี่กันมากกว่าปกติ ทำให้เรามีโอกาสได้ติดต่อประเทศใหม่ๆ มากขึ้น เป็นหนทางสู่การได้ DXCC ในที่สุด

โปรแกรมที่ใช้ในการ Contest ที่ได้รับความนิยมก็คงหนีไม่พ้น N1MM ซึ่งใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก

และโปรแกรมที่ Contester ใช้ฝึกกัน ที่ได้รับความนิยมก็คือ Morse Runner ซึ่งสามารถจำลองสถานการณ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะ QSB QRM QRN ฯลฯ

แต่ปกติแล้ว Morse Runner จะเป็นโปรแกรมที่ต้องลงไว้ในเครื่อง ทำให้หลายครั้งเมื่อเราไปใช้เครื่องที่ไม่ใช่ของเราเอง การจะเอาโปรแกรมไปลงก็ไม่สะดวกนัก

วันนี้ปัญหาเหล่านั้นได้ถูกแก้ไขแล้ว ด้วย Moreser Runner แบบออนไลน์ ซึ่งฟังก์ชั่นต่างๆ ไม่ต่างจากตัวที่ลงในคอมฯ เลย

ผมลองดูแล้ว Happy อยู่ครับ

ไปลองกันดูได้ครับ ได้ผลอย่างไรก็มาเล่ากันบ้างนะครับ

Bangkok CW Group

https://fritzsche.github.io/WebMorseRunner/

23/04/2026

วันสอบขั้นกลางใกล้เข้ามาแล้วนะครับ

ถึงตอนนี้ ผมคาดว่าพี่ๆ น้องๆ ที่จะเข้าสอบคงจะฝึกรหัสมอร์สกันจนรู้จักตัวอักษรและตัวเลขที่จะสอบครบทั้งหมดแล้ว

สิ่งที่ต้องทำนับจากวันนี้ไป ก็คือการฝึกเพื่อให้คุ้นชินกับจังหวะและความเร็วของข้อสอบจริงครับ

เราได้โพสต์วิธีสร้างไฟล์ข้อสอบด้วยตัวเองเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ ลองศึกษาดูนะครับ

จริงๆ แล้ว ที่เราชอบพูดกันว่าการสอบนั้นเป็นการฟังที่ความเร็ว 8 คำต่อนาที แต่ถ้าหากเราดูรายละเอียดจริงๆ จากเอกสาร จะพบว่าความเร็วจริงจะต่ำกว่านั้นหน่อยนึงครับ จากที่เคยเอาไฟล์ตัวอย่างข้อสอบมาเปิดแล้วให้โปรแกรม PCWFistcheck ลองวิเคราะห์ดู จะได้ความเร็วที่ประมาณ 7.4 คำต่อนาทีครับ

การฝึกที่ความเร็วหนึ่ง แล้วต้องไปฟังที่อีกความเร็วหนึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ฝึกใหม่ๆ อาจจะไม่คุ้นชิน ยิ่งความเร็วช้าลง ช่องว่างระหว่างเสียงในตัวอักษรและช่องว่างระหว่างตัวอักษรจะฟังยาก ทำให้เราสับสนได้ ดังนั้น อย่าประมาท ฝึกปรับหูไว้ตั้งแต่ตอนนี้ครับ จะได้ไม่ต้องรอปีหน้าครับ

เป็นกำลังใจให้ผู้เข้าสอบทุกคนครับ

Bangkok CW Group

Send a message to learn more

16/04/2026

ใน CW Talk ครั้งหนึ่ง เราเคยมาเจาะข้อสอบกลางในพาร์ทที่เกียวกับรหัสมอร์สเอาไว้อยู่ ซึ่งในข้อสอบกลาง 30 ข้อ จะถูกเลือกมาใช้สอบถึง 15 ข้อ ซึ่งหากเราทำส่วนนี้ได้เต็ม อีก 85 ข้อที่เหลือทำถูกแค่ครึ่งเดียวก็จะได้คะแนนเกือบ 60 คะแนนแล้ว

ผมเลยตัดเอาเนื้อหาในส่วนดังกล่าวมาโพสต์ให้ทุกท่านได้เตรียมตัวสำหรับการสอบ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ

Bangkok CW Group

29/03/2026

เมื่อสองสามวันก่อน ได้รับโจทย์ใหญ่มาจากรุ่นพี่ที่นับถือกันท่านหนึ่ง

"มีนักวิทยุฯ คนหนึ่ง เป็นผู้พิการทางสายตา อยากฝึกรหัสมอร์ส คุณพอจะทำอะไรได้บ้างมั้ย?"

ตอนแรกก็นึกถึงเครื่องมือของ LICW ที่ออกแบบมาให้ผู้พิการทางสายตาสามารถใช้งานได้ แต่เงื่อนไขที่อยู่ถัดมาก็คือกำแพงภาษา ซึ่งอาจจะใหญ่เกินกว่าจะข้ามได้ง่ายๆ

ด้วยเหตุนี้ โปรเจ็คท์ใหม่จึงเกิดขึ้น นั่นคือการทำไฟล์เสียงสำหรับใช้ฝึกรหัสมอร์ส และแน่นอนว่า จะต้องมีการดัดแปลงรูปแบบการฝึกบางส่วนเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถทำแบบฝึกหัดและรู้คำตอบได้ด้วยตัวเอง

ขอลองผิดลองถูก ปรับรายละเอียดดูอีกหน่อย แล้วคงจะได้เริ่มโครงการกันครับ ถ้าสำเร็จ น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

Send a message to learn more

26/03/2026

ใครที่กำลังเตรียมสอบอยู่ แต่เบื่อไฟล์ข้อสอบเดิมๆ หรือทำซ้ำจนจำได้แล้ว วันนี้เรามีวิธีการสร้างไฟล์เสียงรหัสมอร์สเพื่อเตรียมสอบมาฝากกันครับ

24/03/2026

ฝึกรหัสมอร์สต้องฝึกไปถึงเมื่อไหร่

ตัวเลขคร่าวๆ ที่ทาง LICW ตั้งไว้เป็นค่ากลาง ก็คือการฝึกรหัสมอร์สนั้น จะใช้เวลาในการฝึกประมาณ 50 - 60 ชั่วโมง ดังนั้น หากเรานั่งฝึกวันละ 1 ชั่วโมง ก็จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน แต่ถ้าเราฝึกวันละครึ่งชั่วโมง ก็อาจจะใช้เวลาถึง 4 เดือน

แต่ก็ไม่ได้หมายความ ถ้าเราอดหลับอดนอน ฝึกวัน 20 ชั่วโมง เราจะสามารถฝึกรหัสมอร์สให้สำเร็จได้ภายใน 3 วันนะครับ เพราะร่างกายและจิตใจของเรามันก็มีขีดจำกัดของมันอยู่

ตัวผมเองในตอนนั้น ฝึกทั้งรับทั้งส่งควบคู่กันไป และได้ QSO แรกเมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือนครึ่งหลังจากเริ่มฝึก ที่ความเร็วประมาณ 15 WPM ก็เลยศรัทธาในตัวเลขที่ LICW เขาคำนวณมาว่าค่อนข้างแม่นยำอยู่

ทีนี้มาถึงคำถามที่จั่วไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องครับ ว่าแล้วเราควรจะฝึกไปถึงเมื่อไหร่?

คำตอบก็คือ เมื่อคุณรู้สึกว่าพอแล้วนั่นแหละครับ

อาจจะฟังดูกวนประสาท แต่จริง เพราะการที่เราจะฝึกอะไรซักอย่างอย่างต่อเนื่อง มันก็ต้องเกิดจากการตั้งเป้าหมายเสียก่อน เมื่อถึงเป้าหมายแล้ว หากเรามีเป้าหมายถัดไป เราก็ฝึกต่อ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

บางคนฝึกเพื่อสอบขั้นกลาง พอสอบผ่านก็จบ ไม่ฝึกต่อ ก็พอเท่านั้น

บางคนฝึกเพราะอยากติดต่อกับสถานีต่างประเทศ ก็ฝึกจนรับคอลซายน์ได้ที่ความเร็วสูงขึ้น, ส่ง 5NN ได้ ส่ง 73 เป็น ก็เป็นอันพอ

ส่วนคนที่อยาก Contest ก็ต้องฝึกที่ความเร็วสูงขึ้นไปอีก ฝึกการใช้โปรแกรมสำหรับใช้ในการ Contest พอถึงจุดที่ทำได้ ก็จบ แต่ถ้าอยากถึงขั้นติดรางวัล ก็ต้องฝึกฝนการแยกเสียงสัญญาณที่มาอ่อนๆ ให้ได้อีกทักษะหนึ่ง

และคนที่อยากพูดคุยกับนักวิทยุทั่วโลกแบบเป็นเรื่องเป็นราว ก็ต้องไปเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นอักขระพิเศษ, Protocol, ตัวย่อต่างๆ, ฝึกการเขียนให้ไว, ฝึกการรับในใจ (Head Copy) ดีไม่ดีก็รวมไปถึงฝึกทักษะภาษาอังกฤษด้วย

ด้วยเหตุนี้ ถ้าจะพูดว่าเราต้องฝึกไปจนถึงเมื่อไหร่ ก็อยู่ที่ว่าเราตั้งเป้าไว้ที่ตรงไหน และหากถึงเป้าหมายแล้ว ไม่มีเป้าหมายอื่นต่อ การฝึกก็จบตรงนั้นละครับ

แต่บางที เราหยุดไปแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปดันมีคนมาป้ายยา ก็อาจจะเกิดเป้าหมายใหม่ให้เราได้กลับมาฝึกต่อก็เป็นได้

ทุกวันนี้ ผ่านมาจะ 7 ปีแล้ว ผมก็ยังคงต้องฝึกอยู่เกือบทุกวัน ฝึก Head Copy ที่ความเร็วสูงขั้น ฝึกจดให้เร็วขึ้น เรียนรู้ปัญหาในการฝึกจากนักเรียนเพื่อหาทางแก้ไข หาข้อมูลเกี่ยวกับรหัสมอร์สมานำเสนออยู่เรื่อยๆ ฯลฯ

เพราะเป้าหมายของผมและพี่ๆ เพื่อนๆ ก็คือ การที่ได้เห็นนักวิทยุฯ ไทยหันมาสนใจและเล่นรหัสมอร์สกันมากขึ้น

ด้วยเป้าหมายนี้ ก็คงต้องฝึกกันจนแก่ หรือไม่ก็จนกว่าจะท้อไปเองละครับ

สู้ไปด้วยกันนะครับ

Bangkok CW Group

Send a message to learn more

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Phra Nakhon?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Phra Nakhon