01/10/2026
Sport Science Weekly S.4
Ep.53 RICE vs PEACE & LOVE
ดูแลอาการบาดเจ็บอย่างไรให้เหมาะสม จากการลดปวดสู่การฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ
#สาระสำคัญ
การบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน (Soft Tissue Injury) เช่น ข้อเท้าแพลง (Ankle Sprain) กล้ามเนื้อฉีก (Muscle Strain) และเอ็นบาดเจ็บ (Ligament Injury) เป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในนักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกาย โดยเฉพาะการบาดเจ็บที่เกิดจากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนทิศทาง หรือการรับแรงที่มากเกินความสามารถของเนื้อเยื่อ
ในอดีต การดูแลอาการบาดเจ็บระยะแรกมักใช้หลักการ RICE (Rest, Ice, Compression, Elevation) ซึ่งเน้นการพัก การประคบเย็น การใช้แรงกด และการยกอวัยวะที่บาดเจ็บให้สูง อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวมุ่งเน้นการจัดการอาการในระยะแรกเป็นหลัก และไม่ได้ครอบคลุมกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพในระยะต่อมา
ในปี 2020 Dubois และ Esculier ได้นำเสนอแนวคิด PEACE & LOVE ในวารสาร British Journal of Sports Medicine (BJSM) ซึ่งครอบคลุมการดูแลตั้งแต่ระยะเฉียบพลันไปจนถึงการฟื้นฟู โดยให้ความสำคัญกับการปกป้องเนื้อเยื่อ การให้ความรู้ การเพิ่มภาระการใช้งานอย่างเหมาะสม และการออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ
คืออะไร?
RICE เป็นแนวทางการดูแลอาการบาดเจ็บที่ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่
* R – Rest: พักการใช้งานบริเวณที่บาดเจ็บ เพื่อลดการรับแรงและป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติม โดยควรหลีกเลี่ยงการพักนานเกินความจำเป็น
* I – Ice: การประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดในระยะเฉียบพลัน ทั้งนี้ หลักฐานเกี่ยวกับผลต่อการลดบวมและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อยังมีข้อจำกัด
* C – Compression: การใช้ผ้ายืดหรืออุปกรณ์รัดเพื่อช่วยควบคุมอาการบวม โดยต้องไม่รัดแน่นจนรบกวนการไหลเวียนเลือด
* E – Elevation: การยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจเมื่อทำได้ เพื่อช่วยลดการคั่งของของเหลวในเนื้อเยื่อ
& LOVE คืออะไร?
PEACE & LOVE เป็นแนวคิดการจัดการอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อนที่แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ การดูแลในระยะแรก (PEACE) และการฟื้นฟูในระยะต่อมา (LOVE)
1. PEACE – การดูแลในระยะแรก
* P – Protect: ปกป้องบริเวณที่บาดเจ็บ โดยจำกัดการเคลื่อนไหวหรือการลงน้ำหนักที่กระตุ้นอาการในช่วงแรก โดยทั่วไปอาจใช้เวลา 1–3 วันตามความรุนแรงของการบาดเจ็บ
* E – Elevate: ยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูง เพื่อลดการคั่งของของเหลว แม้หลักฐานสนับสนุนประสิทธิภาพยังมีจำกัด แต่เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงต่ำ
* A – Avoid anti-inflammatory modalities: หลีกเลี่ยงการใช้วิธีลดการอักเสบเป็นกิจวัตร เนื่องจากกระบวนการอักเสบมีบทบาทสำคัญต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ อย่างไรก็ตาม การใช้ยาควรพิจารณาตามอาการและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
* C – Compress: ใช้แรงกดจากผ้ายืดหรืออุปกรณ์พยุง เพื่อช่วยควบคุมอาการบวมและลดการสะสมของของเหลว
* E – Educate: ให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะการบาดเจ็บ ระยะเวลาการฟื้นตัว และแนวทางการดูแลตนเอง เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู
2. LOVE – การฟื้นฟูในระยะต่อมา
* L – Load: เพิ่มการลงน้ำหนักและการใช้งานบริเวณที่บาดเจ็บอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อกระตุ้นการปรับตัวและเพิ่มความสามารถในการรับแรงของเนื้อเยื่อ
* O – Optimism: ส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกและความมั่นใจในการฟื้นฟู เนื่องจากความกลัวการเคลื่อนไหวและความกังวลเกี่ยวกับการบาดเจ็บซ้ำอาจส่งผลต่อการฟื้นตัว
* V – Vascularisation: ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดด้วยกิจกรรมแอโรบิกที่เหมาะสม เช่น การเดินหรือการปั่นจักรยาน โดยพิจารณาจากความสามารถและอาการของผู้ป่วย
* E – Exercise: ใช้โปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูช่วงการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง การทรงตัว และการควบคุมการเคลื่อนไหว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับไปทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬา
vs PEACE & LOVE แตกต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญคือ RICE เน้นการจัดการอาการบาดเจ็บในระยะแรก ขณะที่ PEACE & LOVE ครอบคลุมกระบวนการฟื้นฟูต่อเนื่อง โดยเน้นการกลับมาเคลื่อนไหวและเพิ่มภาระการใช้งานอย่างเหมาะสม รวมถึงปัจจัยด้านจิตใจและการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย
อย่างไรก็ตาม PEACE & LOVE เป็นกรอบแนวคิดสำหรับการดูแล ไม่ใช่โปรโตคอลที่ผ่านการพิสูจน์ว่าดีกว่า RICE ในทุกสถานการณ์ การเลือกวิธีรักษาควรพิจารณาจากชนิดและความรุนแรงของการบาดเจ็บ รวมถึงหลักฐานทางคลินิกที่เกี่ยวข้อง
#ข้อควรระวังในการดูแลอาการบาดเจ็บ
1. ไม่ควรพักการใช้งานนานเกินความจำเป็น เพราะอาจส่งผลต่อความแข็งแรงและความสามารถในการรับแรงของเนื้อเยื่อ
2. การประคบเย็นสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ แต่ไม่ควรสรุปว่าช่วยเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
3. การเพิ่มภาระการใช้งานควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยพิจารณาจากอาการปวด อาการบวม และความสามารถในการทำกิจกรรม
4. การฟื้นฟูควรครอบคลุมทั้งความแข็งแรง การทรงตัว การควบคุมการเคลื่อนไหว และความพร้อมก่อนกลับไปเล่นกีฬา
5. หากมีอาการปวดรุนแรง ลงน้ำหนักไม่ได้ ข้อผิดรูป หรือสงสัยกระดูกหัก ควรได้รับการตรวจประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
#สรุป
การดูแลอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดอาการปวดและอาการบวม แต่ควรให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสมรรถภาพในระยะยาว โดย PEACE & LOVE เป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยให้เห็นความสำคัญของการปกป้องเนื้อเยื่อ การให้ความรู้ การเพิ่มภาระอย่างเหมาะสม และการออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟู เพื่อส่งเสริมให้ผู้บาดเจ็บกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัย
1. Dubois B, Esculier JF. (2020). Soft-tissue injuries simply need PEACE and LOVE. British Journal of Sports Medicine, 54(2), 72–73. https://doi.org/10.1136/bjsports-2019-101253
2. Martin RL, et al. (2021). Ankle Stability and Movement Coordination Impairments: Lateral Ankle Ligament Sprains Revision. Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy, 51(4), CPG1–CPG80. https://doi.org/10.2519/jospt.2021.0302
3. Fousekis K, et al. (2021). Minor Soft Tissue Injuries may need PEACE in the Acute Phase, but Moderate and Severe Injuries Require CARE. Journal of Sports Science and Medicine, 20, 799–800. https://doi.org/10.52082/jssm.2021.799
สรุปและเรียบเรียงโดย
กภ.วรินทร อาชาทรง
นักกายภาพบำบัด
นางณัฏฐวี แสงอรุณ
ผู้อำนวยการกลุ่มเวชศาสตร์การกีฬา
สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา