พี่วิชญ์ 47 ยังฟิต

พี่วิชญ์ 47 ยังฟิต ข้าราชการวัย 47 | นักวิเคราะห์สายบุ๋น แต่ใจรักวิ่ง Slow Run 8K แดด 7 โมงก็จบได้ | Bib 1365 คือพยาน
อายุเป็นแค่ตัวเลข แต่เหงื่อคือของจริง

27/09/2026

สมัครงานแล่นไว้หลายหม่อง
ซ้อมศูนย์กิโล

แต่ควมมั่นใจเต็มร้อย 😂
เจ้าก้าว ละงึดหลาย

#พี่วิชญ์47ยังฟิต
#เจ้าก้าวหมาพาแล่น
#วิ่งวัย40
#นักวิ่งสายมั่น

🔥 12 รหัสลับ “วิ่งเปลี่ยนร่าง” ฉบับคนวัย 40+วิ่งมานาน…แต่ทำไมบางคนยังเหนื่อยง่ายบางคนวิ่งเยอะ แต่น้ำหนักไม่ลงบางคนยิ่งวิ...
06/09/2026

🔥 12 รหัสลับ “วิ่งเปลี่ยนร่าง” ฉบับคนวัย 40+

วิ่งมานาน…แต่ทำไมบางคนยังเหนื่อยง่าย
บางคนวิ่งเยอะ แต่น้ำหนักไม่ลง
บางคนยิ่งวิ่ง ยิ่งเจ็บ
และบางคนวิ่งทุกวัน แต่กลับรู้สึกว่า “ร่างกายไม่ฟิตขึ้นเลย”

คำตอบอาจไม่ใช่…

“ต้องวิ่งให้หนักกว่าเดิม”

แต่อาจเป็นเพราะเรายังไม่รู้ว่า
ร่างกายของเราควรฝึกอย่างไร

โดยเฉพาะเมื่ออายุ 40+
การวิ่งอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

วันนี้พี่วิชญ์เลยรวบรวม 12 เรื่องที่นักวิ่งวัย 40+ ควรรู้
เพื่อให้การวิ่งช่วยสร้างร่างกายที่แข็งแรงขึ้น
ไม่ใช่แค่สร้างความเหนื่อย 🏃‍♂️💪

01. อย่าเพิ่งรีบใน 3–5 นาทีแรก 🔥

ก้าวแรกไม่จำเป็นต้องออกตัวด้วย Pace ที่เราตั้งใจไว้ทันที

ลองเริ่มจาก เดินเร็ว → จ๊อกเบา ๆ → แล้วค่อยเข้าสู่จังหวะวิ่ง

สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่การ “เปิดโหมดเผาไขมัน” แบบสวิตช์เปิด-ปิด

แต่คือการให้หัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบการเคลื่อนไหว
ค่อย ๆ ปรับตัวเข้าสู่การออกกำลังกาย

นักวิ่งวัย 40+ ไม่ต้องรีบพิสูจน์อะไรตั้งแต่นาทีแรก

“วิ่งให้นาน ดีกว่าวิ่งแรงแล้วหมดตั้งแต่ต้น”

02. บางวัน “วิ่งช้า” อาจมีค่ากว่าวิ่งเร็ว 🫀

ถ้าวันนี้ตั้งใจวิ่ง Easy Run
อย่าเอา Pace ของเมื่อวานมาบังคับตัวเอง

ใช้ Talk Test ง่าย ๆ

ถ้ายังสามารถพูดคุยเป็นประโยคได้โดยไม่ต้องหอบมาก
แสดงว่าความหนักยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสบาย

การวิ่งเบาไม่ได้แปลว่า “ไม่เก่ง”

มันช่วยให้เราสะสมการฝึกได้ โดยไม่สร้างความล้ามากเกินไป

และจำไว้อย่างหนึ่ง…

การวิ่งเบาไม่ได้หมายความว่าร่างกายเผาแต่ไขมัน

ร่างกายใช้ทั้งไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน
เพียงแต่สัดส่วนจะเปลี่ยนไปตามความหนักของการออกกำลังกาย

ดังนั้นอย่าวิ่งช้าเพียงเพราะคิดว่า
“ช้า = เผาไขมัน 100%”

03. ไม่ต้องบังคับตัวเองให้ Cadence = 180 👟

ตัวเลข 170–180 ก้าวต่อนาที
ไม่ใช่กฎทองของนักวิ่งทุกคน

คนตัวเล็ก ตัวใหญ่
วิ่งช้า วิ่งเร็ว
ประสบการณ์ต่างกัน

Cadence ก็แตกต่างกันได้

สิ่งที่ควรสนใจกว่าคือ…

อย่าก้าวยาวจนเท้าลงไปไกลด้านหน้าลำตัวมากเกินไป

ถ้ารู้สึกว่าตัวเอง Overstride
ลองเพิ่ม Cadence ขึ้นเล็กน้อยประมาณ 5–10% จากค่าปกติของตัวเอง
แล้วดูว่าการวิ่งรู้สึกเป็นธรรมชาติขึ้นหรือไม่

ไม่ต้องพยายามเป็น “นักวิ่ง 180”

ให้เป็นนักวิ่งที่วิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสบายกว่าเดิม

04. วิ่งด้วย “ทั้งร่างกาย” ไม่ใช่แค่ขา 🏃‍♂️

ลองสังเกตนักวิ่งที่วิ่งดี ๆ

เขาไม่ได้ใช้แต่ขา

แขน ลำตัว สะโพก และแกนกลางลำตัว
ล้วนทำงานร่วมกัน

เวลาวิ่งให้คิดง่าย ๆ ว่า

ลำตัวตั้งตรง
ผ่อนคลาย
ไหล่ไม่ยก
แขนแกว่งเป็นธรรมชาติ

ไม่จำเป็นต้องเกร็งหน้าท้องจนแข็งเหมือนกำลังเล่น Plank

และไม่จำเป็นต้องจงใจ “ทำตัวเหมือนกำลังจะล้ม”

การวิ่งที่ดีไม่ใช่การฝืนท่าทางให้เหมือนนักวิ่งมืออาชีพ

แต่คือการหาจังหวะที่
ร่างกายทำงานประสานกันและไม่เปลืองแรงเกินจำเป็น

05. อายุ 40+ อย่าวิ่งอย่างเดียว 💪

ถ้ามีเรื่องหนึ่งที่พี่อยากให้นักวิ่งวัย 40+ เพิ่มเข้าไปในตาราง

นั่นคือ…

Strength Training

Squat
Split Squat
Lunge
Hip Hinge
Calf Raise
และ Core Training

ไม่จำเป็นต้องเล่นหนักแบบนักเพาะกาย

แต่การมีแรงกล้ามเนื้อที่ดี
ช่วยให้เรารับภาระจากการวิ่งได้ดีขึ้น

และยังช่วยพัฒนา Running Economy
หรือความสามารถในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพขณะวิ่ง

พูดง่าย ๆ คือ…

“อยากวิ่งไปได้นาน ๆ อย่าดูแลแค่หัวใจ
ดูแลกล้ามเนื้อด้วย”

06. ไม่ต้องวิ่งเร็วทุกวัน ⚡

Interval Training มีประโยชน์

เช่น

วิ่งเร็ว 1 นาที
สลับวิ่งเบา/เดิน 1 นาที
ทำซ้ำตามระดับความฟิต

แต่…

Interval ไม่ใช่ยาวิเศษสำหรับการลดไขมัน

และการวิ่ง Pace เดิมทุกวัน
ก็ไม่ได้หมายความว่า “ร่างกายจะหยุดเผาผลาญ”

ประโยชน์สำคัญของ Interval
คือการให้ร่างกายได้รับ Stimulus ที่แตกต่าง
และเหมาะสมกับเป้าหมาย

แต่ต้องมี Easy Run และ Recovery อยู่ในโปรแกรมด้วย

เพราะนักวิ่งที่พัฒนาได้ดี
ไม่ใช่คนที่ซ้อมหนักที่สุด

แต่คือคนที่…

ซ้อม → ฟื้น → ปรับตัว → แล้วกลับมาซ้อมได้อีก

07. บางวันตั้งเป้าเป็น “เวลา” ก็ได้ ⏱️

ถ้าคุณเป็นมือใหม่

อย่าเพิ่งหมกมุ่นกับคำว่า

“วันนี้ต้อง 5K”
“วันนี้ต้อง 10K”

ลองเปลี่ยนเป็น

“วันนี้ฉันจะขยับร่างกายต่อเนื่อง 30 นาที”

เดินเร็วสลับวิ่งก็ได้
วิ่งช้าก็ได้

เพราะเป้าหมายแรกของคนเริ่มต้น
ไม่ใช่การทำ Pace ให้เร็ว

แต่คือการสร้าง “ความสม่ำเสมอ”

เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น
ค่อยเพิ่มเวลา
ค่อยเพิ่มระยะ
ค่อยเพิ่มความหนัก

“สร้างฐานก่อน แล้วความเร็วจะตามมา”

08. ก่อนวิ่งไม่จำเป็นต้อง “กิน” เหมือนกันทุกคน 🍌

บางคนวิ่งตอนเช้าแล้วสบายท้องว่าง

บางคนถ้าวิ่งท้องว่างจะไม่มีแรง

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน

ถ้าวิ่งเบา ๆ ระยะไม่ไกล
หลายคนสามารถวิ่งโดยไม่ต้องกินก่อนก็ได้

แต่ถ้าวิ่งนานหรือวิ่งหนัก
คาร์โบไฮเดรตที่เพียงพอสามารถช่วยสนับสนุนการออกกำลังกายได้

ถ้าคุณเป็นคนที่วิ่งแล้วหมดแรงง่าย
ลองอาหารย่อยง่ายปริมาณเล็กน้อยก่อนวิ่ง เช่น กล้วย

แต่ไม่ต้องเชื่อว่า

“กินกล้วยก่อนวิ่ง = เผาไขมันได้มากกว่า”

เป้าหมายของอาหารก่อนวิ่งคือ
ช่วยให้เรามีพลังงานและวิ่งได้ดี

ไม่ใช่ทำให้ร่างกายเปิดโหมดมหัศจรรย์อะไร

09. รองเท้าวิ่งไม่ใช่เรื่อง “เท้าแบบไหน ต้องรองเท้าแบบนั้น” 👟

เท้าแบนไม่ได้แปลว่าต้องใส่รองเท้าแบบเดียวเสมอไป

อุ้งเท้าสูงก็ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้รองเท้าอีกแบบเสมอไป

การเลือกรองเท้าจากลักษณะเท้าเพียงอย่างเดียว
ไม่ได้รับประกันว่าจะป้องกันการบาดเจ็บได้

สิ่งสำคัญคือ

ใส่แล้วพอดี
สบาย
เหมาะกับการใช้งาน
และวิ่งแล้วรู้สึกดีกับเท้าของเรา

รองเท้ามีผลต่อการเคลื่อนไหวของเรา
แต่ไม่มีรองเท้าวิเศษที่ป้องกันการบาดเจ็บได้สำหรับทุกคน

10. วันที่ไม่วิ่ง ก็ยังสร้างความฟิตได้ 🚴‍♂️

เบื่อวิ่ง?
ขาล้า?

ลองเปลี่ยนกิจกรรมบ้าง

ปั่นจักรยาน
ว่ายน้ำ
เดินเร็ว
หรือกิจกรรมอื่นที่เหมาะกับเรา

ข้อดีคือเรายังได้กระตุ้นระบบหัวใจและหลอดเลือด
โดยไม่ต้องรับแรงกระแทกจากการวิ่งซ้ำ ๆ ทุกวัน

สำหรับคนวัย 40+

Recovery ไม่ใช่ศัตรูของการพัฒนา

มันเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก

11. อย่าลืมว่า “กล้ามเนื้อไม่ได้สร้างตอนที่เราออกกำลัง” 😴🥩

เราสร้าง Stimulus ตอนฝึก

แต่ร่างกายต้องมีเวลาและสารอาหารสำหรับการฟื้นตัว

สองเรื่องที่นักวิ่งวัย 40+ ไม่ควรมองข้ามคือ

“การนอน + โปรตีน”

ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
มักต้องการโปรตีนมากกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลัง

ส่วนการนอน ผู้ใหญ่โดยทั่วไปมักต้องการประมาณ 7–9 ชั่วโมง
แต่ความต้องการจริงของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน

จำง่าย ๆ:

“ซ้อมหนัก แต่พักไม่พอ
ก็เหมือนกดคันเร่งโดยไม่เติมน้ำมัน”

12. อย่าวัดความสำเร็จด้วย “น้ำหนัก” อย่างเดียว ⚖️

นี่อาจเป็นข้อที่สำคัญที่สุด
โดยเฉพาะคนวัย 40+

ถ้าคุณวิ่ง + เล่นเวท + กินดี
น้ำหนักอาจไม่ได้ลดลงเร็วอย่างที่คิด

แต่ลองถามตัวเองว่า…

วิ่ง Pace เดิมแล้วเหนื่อยน้อยลงไหม?

ขึ้นบันไดแล้วหอบน้อยลงไหม?

ยกน้ำหนักได้มากขึ้นไหม?

รอบเอวลดลงไหม?

กล้ามเนื้อยังอยู่ไหม?

ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นไหม?

ถ้าคำตอบคือ “ใช่”

นั่นคือความฟิตที่กำลังเกิดขึ้น

อย่าให้ตัวเลขบนตาชั่งเพียงตัวเดียว
เป็นคนตัดสินว่าคุณกำลังพัฒนาหรือไม่

🔥 สุดท้ายแล้ว…

การวิ่งที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การวิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยที่สุด

แต่คือการวิ่งที่ทำให้เรา

แข็งแรงขึ้น
ฟิตขึ้น
มีแรงมากขึ้น
รักษากล้ามเนื้อไว้ได้
และยังอยากกลับไปวิ่งอีกในวันต่อไป

โดยเฉพาะเมื่อเราอายุ 40+

เป้าหมายอาจไม่ใช่การวิ่งให้เร็วกว่าใคร

แต่อาจเป็น…

“ทำอย่างไรให้เราอายุ 50
แล้วยังวิ่งได้ดีกว่าตอนอายุ 40”

นี่แหละเป้าหมายของพี่วิชญ์

47 ยังฟิต
และยังอยากฟิตไปอีกนาน ๆ ❤️

แล้วคุณล่ะ?

12 ข้อนี้ ข้อไหนที่คุณอยากเริ่มปรับใช้กับการวิ่งของตัวเองมากที่สุด?

พิมพ์เลขข้อไว้คุยกันครับ 👇

#พี่วิชญ์47ยังฟิต
#วิ่งวัย40plus
#วิ่งและเวท
#วิ่งเพื่อสุขภาพ
#เทคนิคการวิ่ง
#นักวิ่งวัย40
#วิ่งอย่างฉลาด

📖 100 บทเรียนจากก้าววิ่งEP.17 — ผมไม่ได้อ่อนแอลงในวันที่หยุดวิ่งวันนี้ผมกลับมาวิ่งอีกครั้ง หลังจากหยุดไป 6 วันเต็มไม่ใช่...
28/08/2026

📖 100 บทเรียนจากก้าววิ่ง
EP.17 — ผมไม่ได้อ่อนแอลงในวันที่หยุดวิ่ง

วันนี้ผมกลับมาวิ่งอีกครั้ง หลังจากหยุดไป 6 วันเต็ม

ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ
ไม่ใช่เพราะเบื่อวิ่ง
และไม่ใช่เพราะหมดไฟ

แต่เพราะช่วงนี้ใกล้สิ้นปีงบประมาณ งานค่อนข้างชุก กลับบ้านดึกแทบทุกวัน

บางวันกว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำแล้ว

เวลาที่เคยมีสำหรับการวิ่งจึงหายไป

แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้ลืมเรื่องการออกกำลังกาย

วันที่ไม่ได้วิ่ง ผมยังตื่นเช้ามาทำบอดี้เวทประมาณ 15 นาที ให้ร่างกายได้ขยับ

ผมไม่ได้วิ่ง

แต่ผมยังดูแลร่างกายอยู่

จนกระทั่งวันนี้…

วันศุกร์

ผมกลับบ้านเร็วขึ้นประมาณ 18.30 น.

และบอกตัวเองว่า

“วันนี้ต้องออกไปวิ่งให้ได้”

ถึงบ้านพัก เปลี่ยนชุด วอร์มอัพ แล้วออกไปทันที

18.57 น.

ผมกด Start

เป็นเวลาที่ค่อนข้างค่ำกว่าทุกครั้งที่ผมออกมาวิ่ง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น กลับทำให้ผมได้บทเรียนสำคัญมากบทหนึ่ง

กม.แรก ขาผมเบามาก

มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่ได้คาดคิด

หลังจากหยุดวิ่งไป 6 วัน ผมคิดว่าตัวเองอาจจะฝืด อาจจะเหนื่อย หรืออาจจะรู้สึกว่าฟอร์มหาย

แต่กลับไม่ใช่เลย

ขาเบา
ตัวสบาย
หายใจสบาย
สมองโล่ง
ร่างกายสดชื่น

มันให้ความรู้สึกเหมือน…

นักเรียนเปิดเทอมวันแรก

พร้อมเรียน
พร้อมเล่น
พร้อมลุย

แล้วคำถามหนึ่งก็เกิดขึ้นในหัวผม

“หรือจริง ๆ แล้ว การหยุดวิ่งไม่ได้ทำให้เราอ่อนแอลง?”

ผมเริ่มย้อนคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอดหลายปี

และพบว่า…

ผมเคยเข้าใจเรื่องการวิ่งผิดไปหลายอย่างมาก

ผมเคยคิดว่า “วิ่งเก่ง = ต้องวิ่งทุกวัน”

นี่คือความคิดที่ผมเชื่อมานานหลายปี

วิ่งทุกวัน = ขยัน
พักน้อย = แข็งแรง
วิ่งรวดเดียวจบ = เก่ง
วิ่งไม่หยุด = แข็งแกร่ง
เดินพัก = อ่อนแอ

ยิ่งเหนื่อย ผมยิ่งคิดว่าตัวเองซ้อมได้ดี

ยิ่งฝืน ผมยิ่งคิดว่าตัวเองมีวินัย

ถ้าวันไหนไม่ได้วิ่ง ผมจะรู้สึกผิด

เหมือนตัวเองกำลังถอยหลัง

ผมคิดแบบนี้มาหลายปี

จนวันหนึ่งร่างกายเริ่มตอบกลับมา

ผมวิ่งมากขึ้น

แต่กลับรู้สึกว่า…

ร่างกายไม่ได้แข็งแรงขึ้น

กลับกลายเป็น

เพลีย
อ่อนล้า
หมดแรง
ง่วงตอนกลางวัน
ตกบ่ายแทบไม่มีแรงจะนั่งทำงาน

ทั้งที่บางคืนผมนอนถึง 8 ชั่วโมง

ตอนนั้นผมเริ่มสงสัยว่า

“หรือเราจะเป็นอะไร?”

จนผมเริ่มกลับมาศึกษาเรื่องการฝึกอย่างจริงจัง

และค่อย ๆ เข้าใจว่า

การออกกำลังกายไม่ได้มีแค่คำว่า

“ซ้อม”

แต่มันมีอย่างน้อย 3 เรื่องที่ต้องเดินไปด้วยกัน

1. การฝึก

เราต้องกระตุ้นร่างกายให้เกิดการพัฒนา

แต่ไม่ได้หมายความว่า

ทุกครั้งต้องหนัก

2. การกิน

เราใช้พลังงานไปเท่าไร ร่างกายก็ต้องได้รับพลังงานและสารอาหารที่เหมาะสมกลับเข้าไป

แต่เมื่อก่อนผมคิดว่า

“นักวิ่งเก่งต้องกินน้อย”

โปรตีนก็ไม่ค่อยสนใจ
อาหารเสริมก็ไม่แตะ
วิ่งเสร็จก็กินเหมือนเดิม

ข้าวเหนียวไก่ย่าง
หมูปิ้ง
หรืออะไรก็ได้ที่หาได้

ผมไม่ได้คิดว่า

ร่างกายเพิ่งใช้พลังงานไปเท่าไร

เสียเหงื่อไปเท่าไร

และต้องฟื้นตัวอย่างไร

ผมสนใจแต่

“วันนี้วิ่งได้กี่กิโล?”

3. การพัก

นี่คือเรื่องที่ผมเข้าใจผิดที่สุด

ผมเคยคิดว่า

พัก = ขี้เกียจ

หยุด = อ่อนแอ

วิ่งน้อย = ไม่เก่ง

แต่วันนี้ผมกลับเข้าใจตรงกันข้าม

ร่างกายต้องมีเวลาฟื้นตัว

เราฝึกหนัก → ร่างกายเกิดความล้า → เราพัก → ร่างกายฟื้นตัวและปรับตัว

ดังนั้น

วันพักไม่ได้เป็นวันที่เราไม่ได้ซ้อม

แต่มันคือ

“ส่วนหนึ่งของการซ้อม”

และวันนี้ หลังจากผมหยุดไป 6 วัน ผมได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง

อีกเรื่องที่ผมเคยเข้าใจผิด

ผมเคยคิดว่า

“วิ่งรวดเดียวจบ = เก่ง”

ถ้าวิ่งแล้วต้องเดินพัก

แปลว่าเราไม่ฟิต

ถ้าวิ่งช้าลง

แปลว่าเราไม่แข็งแรง

แต่เมื่อศึกษามากขึ้น ผมกลับพบว่า การวิ่งไม่ได้มีคำตอบเดียว

เราไม่จำเป็นต้องวิ่งหนักทุกครั้ง

เราไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วทุกครั้ง

และเราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองทุกครั้งที่ใส่รองเท้าวิ่ง

บางวัน…

วิ่งช้า

บางวัน…

วิ่งสลับเดิน

บางวัน…

วิ่งสั้น

บางวัน…

วิ่งยาว

และบางวัน…

พัก

สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้หนักที่สุดในวันนี้

แต่คือการทำให้ตัวเอง

“ยังอยากออกมาวิ่งได้อีกในวันพรุ่งนี้”

แล้ววันนี้ผมวิ่งอย่างไร?

ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่ออกจากบ้านแล้วว่า

วันนี้คือ Long Run

ไม่เน้นเร็ว

เน้นความอดทน

ผมตั้งเป้าเพซประมาณ

6:00–6:30 นาที/กิโลเมตร

และพยายามควบคุมความเร็วให้อยู่ในกรอบที่ตัวเองตั้งใจไว้

ผลวันนี้คือ

🏃 10.01 กิโลเมตร
⏱️ 1:02:21 ชั่วโมง
⚡ เพซเฉลี่ย 6:13 นาที/กม.
🔥 715 kcal
👣 Cadence เฉลี่ย 179 ก้าว/นาที

เพซแต่ละกิโลเมตรคือ

6:06
6:02
6:08
6:06
6:04
6:04
6:16
6:16
6:35
6:38

ช่วงท้ายเริ่มช้าลง

แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว

เพราะวันนี้ผมไม่ได้ตั้งเป้าว่า

“ต้องเร็วที่สุด”

ผมตั้งเป้าว่า

“ต้องวิ่งให้เป็น”

และผมทำได้

วันนี้ผมอาจวิ่งช้ากว่าเดิม

ถ้าเอาตัวเลขไปเทียบกับการวิ่งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา

วันนี้อาจไม่ได้เร็วกว่า

แต่ผมกลับรู้สึกว่า

วันนี้ผมได้อะไรมากกว่าความเร็ว

ผมได้ความเข้าใจ

ว่าบางครั้ง…

เราพยายามมากเกินไป

จนลืมถามตัวเองว่า

“ร่างกายเราต้องการอะไร?”

ผมใช้เวลาหลายปีเพื่อเข้าใจเรื่องง่าย ๆ

วันนี้ผมกล้าพูดกับตัวเองว่า

ที่ผ่านมา ผมวิ่งด้วยความคิดที่ผิดอยู่หลายอย่าง

โง่เอง

ฝืนเอง

ล้าเอง

แล้วก็สงสัยเองว่า

“ทำไมวิ่งแล้วไม่แข็งแรงขึ้น?”

แต่ผมไม่เสียใจกับมัน

เพราะถ้าผมไม่เคยทำผิด

ผมก็คงไม่มีทางรู้ว่า

อะไรคือสิ่งที่ต้องแก้

ผมจึงไม่ได้มอง 4–5 ปีที่ผ่านมาเป็นเวลาที่สูญเปล่า

แต่มองมันเป็นค่าเรียน

ค่าเรียนที่แพงพอสมควร

แต่ก็คุ้ม

เพราะวันนี้ผมเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้น

วันนี้ผมจึงไม่ได้ภูมิใจที่สุดที่วิ่งได้ 10K

ไม่ใช่เพซ 6:13

ไม่ใช่เวลา 1 ชั่วโมงกว่า

และไม่ใช่ตัวเลขใน Strava

สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดวันนี้คือ…

“ผมกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการวิ่ง”

จาก

“ต้องวิ่งให้หนัก ถึงจะเก่ง”

เป็น

“ต้องวิ่งให้เป็น ถึงจะวิ่งได้นาน”

จาก

“พักคืออ่อนแอ”

เป็น

“พักคือส่วนหนึ่งของการพัฒนา”

จาก

“ต้องชนะตัวเลขทุกครั้ง”

เป็น

“ต้องชนะตัวเองในระยะยาว”

ผมอาจจะเรียนรู้ช้าไปหน่อย

แต่ไม่เป็นไร

“ช้า…แต่คุ้ม”

เพราะอย่างน้อยวันนี้

ผมไม่ได้แค่วิ่งครบ 10 กิโลเมตร

แต่ผมกลับบ้านพร้อมกับ

“ความเข้าใจตัวเองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ”

และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมยังรักการวิ่ง

เพราะทุกครั้งที่เราออกไปวิ่ง

เราไม่ได้แค่พาร่างกายไปข้างหน้า

แต่เรากำลังพาตัวเองไปข้างหน้าด้วย

📝 3 คำถามท้ายบท

1. วันนี้คุณกำลัง “ฝึกให้หนัก” หรือกำลัง “ฝึกให้เป็น”?

2. คุณเคยรู้สึกผิดไหมในวันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ทั้งที่จริง ๆ แล้วร่างกายอาจกำลังต้องการพัก?

3. ถ้าย้อนกลับไปบอกตัวเองในวันที่เริ่มวิ่งใหม่ ๆ ได้หนึ่งประโยค คุณอยากบอกตัวเองว่าอะไร?

📖 บันทึกของคนวิ่งจริง

100 บทเรียนจากก้าววิ่ง — EP.17

“ผมไม่ได้เก่งขึ้นเพราะวิ่งหนักทุกวัน
ผมกำลังเก่งขึ้น เพราะเริ่มรู้แล้วว่า…
วันไหนควรวิ่ง วันไหนควรผ่อน และวันไหนควรพัก”

นี่ไม่ใช่บทเรียนของนักวิ่งเก่ง ๆ

มันคือบทเรียนของคนธรรมดาคนหนึ่ง
ที่โง่เอง เจ็บเอง ล้าเอง
แล้วค่อย ๆ เรียนรู้จากก้าวของตัวเอง

ช้า…แต่คุ้ม

#พี่วิชญ์47ยังฟิต
#100บทเรียนจากก้าววิ่ง
#วิ่งให้เป็นไม่ใช่วิ่งให้หนัก
#วิ่งไม่ต้องเร็วก็ได้
#พักก็เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อม


#วิ่งเพื่อสุขภาพ
#คนวัย40plus
#วิ่งหลังเลิกงาน
#นักวิ่งมือสมัครเล่น
#บทเรียนจากการวิ่ง
#วิ่งไปเรียนรู้ไป
#โง่เองเรียนรู้เอง
#ช้าหน่อยแต่ไม่หยุด

EP.16 | สิ่งที่เราฝึกไว้...ไม่ได้หายไปไหนวันนี้ผมออกไปวิ่ง 12Kก่อนวิ่งไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรเป็นพิเศษเพราะผมหยุดไป 7 วันแถ...
21/08/2026

EP.16 | สิ่งที่เราฝึกไว้...ไม่ได้หายไปไหน

วันนี้ผมออกไปวิ่ง 12K

ก่อนวิ่งไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรเป็นพิเศษ
เพราะผมหยุดไป 7 วัน
แถมวันนี้ยังเริ่มช้ากว่าเมื่อวาน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ผมประหลาดใจมาก

ผมวิ่ง 10K ได้ประมาณ 51 นาที
เป็นเวลาที่ดีที่สุดในระยะ 10K
ตั้งแต่ผมวิ่งมา 5 ปี

และจบ 12K ที่ 1:09 ชั่วโมง

ที่น่าประหลาดใจคือ
ผมไม่ได้รู้สึกเหนื่อยกว่ามะวานเลย

ผมยืนอยู่หลังวิ่งจบ แล้วถามตัวเองว่า

“เราทำได้ยังไง?”

คำตอบที่ผมได้วันนี้คือ

สิ่งที่เราฝึกไว้...ไม่ได้หายไปไหน

แม้เราจะหยุดพัก 7 วัน
ร่างกายยังจำสิ่งที่เราเคยฝึก

และผมคิดว่าชีวิตก็เหมือนกัน

สิ่งดี ๆ ที่เราทำซ้ำ ๆ
ไม่ได้สูญเปล่าเพียงเพราะบางช่วงเราหยุด

เราอาจหยุดออกกำลังกาย
หยุดอ่านหนังสือ
หยุดเรียนรู้
หรือหยุดทำตามเป้าหมาย

แต่วันที่เรากลับมา...

เราไม่ได้กลับมาเริ่มต้นจากศูนย์

เราแค่กลับมาหยิบสิ่งที่เราเคยสร้างไว้
แล้วเดินต่อ

วันนี้ผมไม่ได้ภูมิใจแค่กับ 100K ที่ปิดจ๊อบสำเร็จ

แต่ผมภูมิใจกับหลักฐานตรงหน้า

ความพยายามและความสม่ำเสมอ
มันเปลี่ยนเราได้จริง ๆ

บางทีผลลัพธ์อาจไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่เราลงมือทำ

แต่มันกำลังสะสมอยู่เงียบ ๆ

จนวันหนึ่ง...

มันจะออกมาให้เราเห็น

เหมือนวันนี้ของผม ❤️

คุณล่ะครับ
มีอะไรที่คุณเคยทำสม่ำเสมอ แล้วอยากกลับไปทำอีกครั้งไหม?

#100บทเรียนจากก้าววิ่ง
#สิ่งที่เราฝึกไว้ไม่ได้หายไปไหน
#พี่วิชญ์47ยังฟิต #วิ่งเปลี่ยนชีวิต #ความสม่ำเสมอ

ชวนคิดจากก้าววิ่ง EP.13ร่างกายเรา...เก่งกว่าที่เราคิดเมื่อวานนี้ ผมตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกอ่อนเพลียตั้งแต่เช้ายิ่งบ่าย....
04/08/2026

ชวนคิดจากก้าววิ่ง EP.13

ร่างกายเรา...เก่งกว่าที่เราคิด

เมื่อวานนี้ ผมตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกอ่อนเพลียตั้งแต่เช้า

ยิ่งบ่าย...ยิ่งไม่มีแรง
กาแฟก็ช่วยไม่ได้
เลิกงานกลับถึงห้องพักก็ยังเมื่อยล้า จนไม่อยากลุกไปไหน

ผมนั่งเถียงกับตัวเองอยู่เกือบชั่วโมง

"วันนี้ไม่ต้องวิ่งก็ได้มั้ง"

แต่สุดท้าย ผมเปลี่ยนชุด ใส่รองเท้า แล้วบอกตัวเองว่า

"เอาแค่ 5 กิโลเมตรก็พอ...วิ่งช้าที่สุดเท่าที่จะวิ่งได้"

กิโลเมตรแรก หนักมาก
ขาไม่ไป ลมหายใจไม่ลื่นไหล

กิโลเมตรที่สอง เหงื่อเริ่มออก

กิโลเมตรที่สาม ร่างกายเริ่มตื่น

กิโลเมตรที่สี่ ความอ่อนเพลียค่อย ๆ จางลง

และกิโลเมตรที่ห้า...

ผมกลับรู้สึกว่า ขาเบา ตัวเบา และยังมีแรงวิ่งต่อได้อีก

วันนั้นผมไม่ได้ชนะเวลา

ไม่ได้ชนะระยะทาง

แต่ผมชนะ "เสียงในหัว" ที่พยายามบอกให้ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ผมจึงได้บทเรียนหนึ่งว่า

ร่างกายของเราเก่งกว่าที่เราคิด

หลายครั้ง สิ่งที่ทำให้เราหยุด ไม่ใช่ร่างกาย

แต่คือคำสั่งที่สมองส่งไปก่อนที่ร่างกายจะได้พิสูจน์ตัวเอง

แน่นอน...บางวันที่ป่วยหรือมีอาการบาดเจ็บ เราควรพัก

แต่ในวันที่เป็นเพียงความขี้เกียจ ความอ่อนล้า หรือความไม่อยากเริ่ม

บางที...แค่ก้าวออกจากบ้าน

ร่างกายก็อาจค่อย ๆ ปรับตัว และพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด

บางครั้ง...ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การวิ่งให้เร็วขึ้น

แต่คือการไม่ยอมแพ้ให้กับตัวเอง ก่อนที่ก้าวแรกจะเริ่มต้น

#100บทเรียนจากก้าววิ่ง #ชวนคิดจากก้าววิ่ง #พี่วิชญ์47ยังฟิต #วิ่งเปลี่ยนชีวิต #นักวิ่งวัย40บวก #เอาชนะใจตัวเอง #วิ่งอย่างมีความสุข #แรงบันดาลใจ

ชวนคิดจากก้าววิ่ง EP.12บางครั้ง... สิ่งที่ต้องรักษาไว้ ไม่ใช่แรงกาย แต่คือ "คำพูดที่ให้ไว้กับตัวเอง"วันนี้ผมใช้เวลานั่งร...
02/08/2026

ชวนคิดจากก้าววิ่ง EP.12
บางครั้ง... สิ่งที่ต้องรักษาไว้ ไม่ใช่แรงกาย แต่คือ "คำพูดที่ให้ไว้กับตัวเอง"
วันนี้ผมใช้เวลานั่งรถเกือบ 5 ชั่วโมง
กว่าจะถึงบ้านก็เย็นกว่าที่คิด
ความเหนื่อยมีครบ ข้ออ้างก็มีครบ
ถ้าจะบอกตัวเองว่า "วันนี้พักก็ได้" ก็คงไม่มีใครว่าอะไร
แต่ก่อนออกจากบ้าน ผมนึกถึงคำหนึ่งที่พูดกับตัวเองไว้ตั้งแต่ยังนั่งอยู่บนรถ
"ถ้าฝนไม่ตก วันนี้จะออกไปวิ่ง"
เมื่อถึงบ้าน ฝนหยุดแล้ว
ผมจึงทำตามที่ตัวเองเคยพูดไว้
ไม่ใช่เพราะใครบังคับ
แต่เพราะไม่อยากให้ "คำพูดของตัวเอง" กลายเป็นสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้
ผมเริ่มเชื่อว่า...
ความมั่นใจในตัวเอง ไม่ได้เกิดจากการพูดว่า "ฉันทำได้"
แต่มันเกิดจากการทำตามสิ่งที่ตัวเองพูดไว้...ครั้งแล้วครั้งเล่า
ทุกครั้งที่เรารักษาสัญญาเล็ก ๆ กับตัวเอง
เรากำลังสร้างคนคนหนึ่งที่น่าเชื่อถือที่สุด
นั่นคือตัวเราเอง
บางที...
ความสำเร็จ อาจไม่ได้เริ่มจากเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่
แต่อาจเริ่มจากการไม่ผิดนัดกับตัวเองในเรื่องเล็ก ๆ ของทุกวัน
—
คำถามชวนคิด
วันนี้... คุณรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับตัวเองได้กี่เรื่องแล้ว?
#ชวนคิดจากก้าววิ่ง #พี่วิชญ์47ยังฟิต #100บทเรียนจากก้าววิ่ง #วิ่งเปลี่ยนชีวิต #สร้างวินัย #รักษาสัญญากับตัวเอง #ความสม่ำเสมอ

01/08/2026

ชวนคิดจากก้าววิ่ง EP.11
"บางครั้ง... การยอมลดเป้าหมาย ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการเคารพร่างกาย"
วันนี้ (1 สิงหาคม 2569) ผมมีโอกาสมาพักผ่อนที่จังหวัดหนองคาย พักใกล้ลานถนนคนเดินริมแม่น้ำโขง
หลังจากเช็กอินเข้าที่พักเรียบร้อย ผมเดินออกมาสำรวจเส้นทางริมโขงทันที
บรรยากาศดีมาก... ลมเย็น วิวสวย ผู้คนออกมาเดิน ออกกำลังกายกันคึกคัก
ตอนนั้นผมคิดในใจว่า...
"วันนี้ต้องวิ่งให้ได้ 10 กิโลเมตร"
ก่อนวิ่ง ผมลองเช่าจักรยานของที่พักปั่นชมวิวสักพัก แล้วค่อยวอร์มอัป ก่อนกดสตาร์ทเวลา 17.48 น.
กิโลเมตรแรก... ร่างกายเบาสบาย วิ่งเพลินจนแทบลืมดูนาฬิกา
กิโลเมตรที่ 2-4 ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน
แต่พอเข้าสู่กิโลเมตรที่ 5...
แรงเริ่มหาย ขาเริ่มหนัก ร่างกายเหมือนหมดพลัง
พอถึงกิโลเมตรที่ 6 ผมรู้ทันทีว่า...
วันนี้คงไปไม่ถึง 10 กิโลเมตรแล้ว
แทนที่จะฝืน ผมลองถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น
คำตอบก็ชัดเจน...
เมื่อคืนผมนอนหลับสนิทจริง ๆ แค่ประมาณ 3 ชั่วโมง
แม้จะเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม แต่ตื่นตั้งแต่ตี 3 เพราะกังวลว่าจะตกรถตู้เที่ยวแรกที่เดินทางมาหนองคาย
สุดท้าย... ร่างกายก็ซื่อสัตย์กว่าความตั้งใจเสมอ
ผมจึงตัดสินใจจบการวิ่งไว้ที่ 6.01 กิโลเมตร
ยอมรับว่ารู้สึกเสียดายนิด ๆ เพราะทำไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้
แต่ผมไม่รู้สึกเสียใจ
เพราะวันนี้ผมเลือก ฟังร่างกาย มากกว่าฝืนเอาชนะตัวเลข
และสิ่งที่ได้กลับมา คือความสุขจากการได้วิ่งในสถานที่ใหม่ ๆ ได้ชมวิวริมแม่น้ำโขง ได้สูดอากาศดี ๆ และได้เก็บอีกหนึ่งความทรงจำของนักวิ่ง
บางครั้ง...
ความสำเร็จของการวิ่ง ไม่ได้วัดจากจำนวนกิโลเมตรที่ทำได้
แต่อยู่ที่เรารู้ว่า... เมื่อไรควรไปต่อ และเมื่อไรควรพอ
เพราะคนที่วิ่งได้ไกลในระยะยาว ไม่ใช่คนที่ฝืนเก่งที่สุด
แต่คือคนที่รู้จักดูแลร่างกายของตัวเองดีที่สุด
หนองคาย... เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ผมอยากกลับมาวิ่งอีกครั้ง
แล้วครั้งหน้า... 10 กิโลเมตร คงรอผมอยู่ 😊
#พี่วิชญ์47ยังฟิต
#ชวนคิดจากก้าววิ่ง
#วิ่งเพื่อสุขภาพ
#วิ่งริมโขง
#หนองคาย

#ฟังร่างกาย
#วิ่งอย่างมีความสุข
#นักวิ่งวัย40plus
#สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเรา

30/07/2026

ฝนตก 3 วันติด วิ่งไม่ได้ แต่ไม่ได้หยุดออกกำลังกายครับ 😊 วันนี้เปลี่ยนมาเล่น Bodyweight Cardio + เวทเบา ๆ ที่บ้าน 40 นาที เหงื่อท่วมเหมือนกัน

ที่อยู่

63 หมู่ 5 ตำบลตบหู อำเภอเดชอุดม
Ubon Ratchathani
34160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พี่วิชญ์ 47 ยังฟิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์