Namida Nami Sushi สวัสดีค่า

Namida Nami Sushi สวัสดีค่า

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Namida Nami Sushi สวัสดีค่า, กีฬา, Udon Thani.

Photos from Namida Nami Sushi สวัสดีค่า's post 06/05/2026

คนรายได้หลักแสนบอกว่า
“ฉันเหนื่อย ฉันเครียด งานฉันกดดันสูง”

มันจริง…ไม่มีใครเถียง

แต่ปัญหาคือ
คุณเอาความเหนื่อยแบบนั้น
ไปตัดสินคนที่เหนื่อย “อีกแบบหนึ่ง”
ว่าเขาไม่พยายาม

ลองสลับชีวิตกันดูสักวันไหม

คุณไปยืนกลางแดด
แบกปูน แบกเหล็ก
เหงื่อไหลจนแสบตา
หลังพัง มือด้าน

ไม่มีแอร์ ไม่มีเก้าอี้
ไม่มีคำว่า “ลาป่วย”

มีแค่
หยุด = ไม่มีเงิน
ป่วย = ไม่มีข้าวกิน

แล้วค่อยกลับมาพูดคำว่า
“ใคร ๆ ก็สำเร็จได้ ถ้าพยายามพอ”

คนที่คุณเห็นนั่งกินเหล้าขาว
คุณอาจมองว่า “ไร้เป้าหมาย”

แต่บางที
นั่นคือยาถูกที่สุดที่เขามี
เพื่อกดความปวดทั้งตัว
ให้พรุ่งนี้ยังลุกไปหาเงินได้

มันไม่ใช่ทางที่ดี
แต่มันคือ “ทางที่เหลืออยู่”

มนุษย์ไม่ได้เริ่มชีวิตจากจุดเดียวกัน

คนเรามี “ลำดับความต้องการ”

จาก
การอยู่รอด → ความปลอดภัย → การเป็นที่ยอมรับ → คุณค่าในตัวเอง

ก่อนจะไปถึงขั้นสูง
ที่เรียกว่า “การใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย”

แต่คนที่ต้องดิ้นรนทุกวัน
เพื่อแค่ “มีข้าวกิน”

เขายังอยู่ขั้นล่างสุด

เขาไม่ได้ไม่คิดไกล
เขาแค่ “ยังไม่มีพื้นที่ในชีวิต” ให้คิดไกล

ในขณะที่บางคน
เกิดมาพร้อมทุกอย่าง

มีเวลาให้ฝัน
มีเงินให้ลองผิด
มีคนสอน มีคนพยุง

แล้วมองลงมา
บอกคนที่กำลังเอาชีวิตรอดว่า

“ทำไมไม่พัฒนาตัวเอง”

คุณไม่ได้เก่งกว่าเขาเสมอไป

คุณแค่
“ได้เริ่มในจุดที่สูงกว่า”

แต่ชีวิตไม่ได้จบแค่นั้น

เมื่อคนเรามีมากพอแล้ว
ขั้นที่สูงกว่านั้น
คือการ “ก้าวข้ามตัวเอง”

เริ่มคิดถึงคนอื่น
เริ่มอยากให้โลกดีขึ้น
เริ่มให้…โดยไม่หวังอะไรกลับมา

นั่นแหละ
คือจิตวิญญาณที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์

แต่คำถามคือ

คนที่มีทุกอย่างแล้ว
แต่ยังเอาเปรียบคนอื่น
ยังดูถูกคนที่ลำบากกว่า
ยังใช้เงินปิดความผิด

เขาขึ้นมาสูงแค่ไหนกันแน่?

บางคนไต่ขึ้นสูง
แต่หัวใจยังต่ำ

ยังติดอยู่กับ
การเอาชนะ
การเหนือกว่า
การเห็นคนอื่นด้อยค่า

ในขณะที่คนบางคน
ไม่มีอะไรเลย

แต่ยังแบ่งข้าว
ยังช่วยคนข้าง ๆ
ยังรักษาคำพูด

เขาอาจไม่ได้อยู่สูงในสังคม

แต่เขา “สูงในความเป็นมนุษย์”

ใช่ — ไม่ใช่คนจนทุกคนจะดี
และไม่ใช่คนรวยทุกคนจะเลว

แต่สิ่งที่อันตรายที่สุด
คือการ “เหมารวม” แล้วปิดตาตัวเอง

ก่อนจะตัดสินใคร

ลองถามตัวเอง

ถ้าคุณเกิดมาในชีวิตนั้น
ไม่มีโอกาส ไม่มีตัวช่วย ไม่มีทางเลือก

คุณจะยังเป็น “คุณในวันนี้” ได้ไหม

โลกนี้ไม่ได้ต้องการคนเก่งเพิ่มอีกมากมาย

แต่มันต้องการคนที่
“เข้าใจชีวิตของคนอื่น”

และบางที
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

อาจไม่ใช่การอยู่สูงกว่าคนอื่น

แต่คือการที่คุณ
“ยังมองเห็น และยังยื่นมือให้คนที่อยู่ข้างล่าง”

โดยไม่ลืมว่า
วันหนึ่ง…คุณเองก็เคยต้องการมือแบบนั้นเหมือนกัน

12/04/2026

วันนี้นามิมาเฉลย แบบฝึกหัดเรื่อง personal pronoun นะคะ

1. ____I____ am watching TV with my sister.
ฉันกำลังดูทีวีกับน้องสาวของฉัน

2. John and I are good friends. ____We____ usually go out together.
จอห์นกับฉันเป็นเพื่อนที่ดี พวกเรามักจะออกไปข้างนอกด้วยกัน

3. Kate and Danny went to Pattaya yesterday and ____they____ liked it.
เคทและแดนนี่ไปพัทยาเมื่อวาน และพวกเขาชอบมัน

4. "Hello, Simon! ____You____ look happy today."
สวัสดีไซมอน วันนี้คุณดูมีความสุขนะ

5. "Do you want to come with ____me____? I am leaving now."
คุณอยากไปกับฉันไหม ฉันกำลังจะไปแล้ว

6. "I love you so much. Please marry ____me____."
ฉันรักคุณมาก ได้โปรดแต่งงานกับฉัน

7. Anna has been ill. We should go to visit ____her____.
แอนนาป่วย พวกเราควรไปเยี่ยมเธอ

8. My dog's name is Leo. ____It____ is a very clever dog.
สุนัขของฉันชื่อเลโอ มันเป็นสุนัขที่ฉลาดมาก

9. Our parents live in Chiangrai. We often go to visit ____them____.
พ่อแม่ของพวกเราอยู่เชียงราย พวกเรามักไปเยี่ยมพวกท่าน

10. Henry will come to our party tonight. He is excited to see ____us____.
เฮนรี่จะมางานปาร์ตี้คืนนี้ เขาตื่นเต้นที่จะเจอพวกเรา

11. "Would ____you____ like a cup of hot milk? I can get it for ____you____."
คุณอยากดื่มนมร้อนไหม ฉันเอามาให้คุณได้

12. "Good morning, Jack and Jim! Nice to see ____you____ again."
สวัสดีตอนเช้า แจ็คกับจิม ยินดีที่ได้เจอพวกคุณอีกครั้ง

13. Paul is a very friendly man. ____He____ always says hello and smiles to me when we meet.
พอลเป็นคนที่เป็นมิตร เขามักจะทักทายและยิ้มให้ฉันเมื่อเราเจอกัน

14. Kevin is just a little boy. Don’t hit ____him____!
เควินเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ อย่าตีเขา!

15. Sara has a daughter and ____she____ loves ____her____ very much.
ซาร่ามีลูกสาว และเธอรักลูกของเธอมาก

16. "Excuse ____me____. Where is the bus station?"
ขอโทษนะ สถานีขนส่งอยู่ที่ไหน

17. Thank ____you____ for your help. ____You____ are very kind to me.
ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ คุณใจดีกับฉันมาก

18. The weather is bad. ____It____ has been raining hard all day.
อากาศไม่ดี ฝนตกหนักทั้งวัน

19. Our children are very young. We have to take care of ____them____ well.
ลูกๆ ของเรายังเล็กมาก เราต้องดูแลพวกเขาให้ดี

20. Jenny works hard and now ____she____ is rich.
เจนนี่ทำงานหนัก และตอนนี้เธอรวยแล้ว

พิธีรับวุฒิบัตร อนุบาล3 ปีการศึกษา 2568 วันที่ 24 มีนาคม 2569 25/03/2026

🩷🩷

25/03/2026

🩵🩵

08/03/2026

😂😂😂😂

01/03/2026

🌼 Emotional Foundation
Day 3: Forgiveness — The Courage to Let Go
การให้อภัย: ความกล้าที่จะปล่อยวาง

🌷🤍🌷
I release the pain I used to hold,
ฉันปล่อยความเจ็บที่เคยกอดไว้
Not weak, but brave, my heart grows bold.
ไม่ใช่อ่อนแอ แต่คือหัวใจที่กล้าหาญ
Through grace I heal, through love I see,
ฉันเยียวยาด้วยความเมตตา มองโลกด้วยความรัก
Forgiving others sets me free.
การให้อภัยผู้อื่น ทำให้ใจฉันเป็นอิสระ
🌷🤍🌷

Forgiveness does not mean forgetting what happened. It means choosing not to carry the pain forever.
การให้อภัยไม่ได้แปลว่าลืมสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คือการเลือกที่จะไม่แบกความเจ็บปวดนั้นไว้ตลอดไป

Sometimes people make mistakes. Sometimes they hurt us because they are hurting too.
บางครั้งผู้คนทำผิดพลาด และบางครั้งพวกเขาทำร้ายเรา เพราะพวกเขาเองก็เจ็บปวดอยู่เช่นกัน

Forgiveness helps us understand that holding anger only hurts our own hearts.
การให้อภัยช่วยให้เราเข้าใจว่า การยึดติดกับความโกรธ มีแต่ทำร้ายหัวใจของเราเอง

This does not mean we allow others to hurt us again. We can forgive and still choose safe boundaries.
การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมให้ใครทำร้ายอีก เราสามารถให้อภัย และยังคงตั้งขอบเขตที่ปลอดภัยให้ตนเองได้

When children learn to forgive, they grow lighter inside. They sleep peacefully and smile more easily.
เมื่อเด็กเรียนรู้การให้อภัย ใจของพวกเขาจะเบาสบาย หลับได้อย่างสงบ และยิ้มได้ง่ายขึ้น

Forgiveness also means forgiving ourselves — for the times we were afraid, the times we failed, and the times we did not know better.
การให้อภัยยังหมายถึงการให้อภัยตัวเอง สำหรับวันที่เราเคยกลัว วันที่เราล้มเหลว และวันที่เราไม่รู้ดีพอ

Because every mistake is a lesson, and every lesson helps us grow.
เพราะทุกความผิดพลาดคือบทเรียน และทุกบทเรียนช่วยให้เราเติบโต

A heart that forgives becomes gentle, strong, and free.
หัวใจที่ให้อภัย จะอ่อนโยน เข้มแข็ง และเป็นอิสระ

🎯 Final Reflection

Forgiveness is not giving up your strength — it is choosing peace over pain.
การให้อภัยไม่ใช่การสูญเสียความเข้มแข็ง แต่คือการเลือกความสงบแทนความเจ็บปวด










28/02/2026

🌼 Emotional Foundation
Day 2: Self-Worth — Seeing Your Value with Balance
การเห็นคุณค่าในตัวเองอย่างพอดี

🌷🤍🌷
I know my worth, yet choose to grow,
Through truth I learn, through love I show.
I stand with strength, yet humbly see
The hearts of those who walk with me.

ฉันรู้คุณค่าตน แต่ยังเรียนรู้เติบโต
เรียนรู้ผ่านความจริง มอบรักอย่างอ่อนโยน
ยืนหยัดอย่างมั่นคง แต่ถ่อมตนมองเห็น
หัวใจของผู้คน ที่ร่วมทางเคียงกัน
🌷🤍🌷

Self-worth means knowing that you are valuable — not because you are better than others, but because every human life has meaning.

การเห็นคุณค่าในตน คือการรู้ว่าชีวิตของเรามีค่า ไม่ใช่เพราะเหนือกว่าใคร แต่เพราะทุกชีวิตล้วนมีความหมาย

Some people confuse self-worth with pride. They believe loving themselves means never being wrong, never listening, and always putting themselves first.

บางคนสับสนระหว่างคุณค่าในตนกับความหยิ่ง คิดว่าการรักตัวเองคือการไม่ยอมรับว่าผิด ไม่รับฟังใคร และต้องมาก่อนเสมอ

But true self-worth is gentle. It allows you to respect yourself while still respecting others.

แต่คุณค่าที่แท้จริงนั้นอ่อนโยน ทำให้เราเคารพตนเอง พร้อมกับเคารพผู้อื่นไปพร้อมกัน

A child who understands their worth does not need to show off, win every time, or be the center of attention.

เด็กที่รู้คุณค่าของตน ไม่จำเป็นต้องอวดเก่ง ไม่ต้องชนะทุกครั้ง และไม่ต้องเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่ง

Instead, they feel secure enough to listen — especially to the people who love them: parents, family, and true friends.

ตรงกันข้าม พวกเขามั่นคงพอที่จะรับฟัง โดยเฉพาะเสียงของผู้ที่รักเขา — พ่อแม่ ครอบครัว และเพื่อนแท้

Because the people who truly care about us do not try to control us; they help us grow.

เพราะคนที่รักเราอย่างแท้จริง ไม่ได้พยายามควบคุมเรา แต่ช่วยให้เราเติบโต

Healthy self-worth also means knowing your limits. It means saying, “I can learn.” It means admitting, “I made a mistake.” It means asking, “Can you help me?”

การเห็นคุณค่าในตนอย่างสมดุล ยังหมายถึงการรู้ขอบเขตของตัวเอง กล้าพูดว่า “ฉันเรียนรู้ได้” ยอมรับว่า “ฉันทำผิดพลาด” และถามว่า “ช่วยฉันได้ไหม”

This is not weakness. This is strength with humility.

นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่นี่คือความเข้มแข็งที่มาพร้อมความอ่อนน้อม

When children grow with balanced self-worth, they become adults who are confident but kind, strong but gentle, and proud — without hurting others.

เมื่อเด็กเติบโตมาพร้อมคุณค่าในตนที่สมดุล พวกเขาจะเป็นผู้ใหญ่ที่มั่นใจแต่ใจดี เข้มแข็งแต่อ่อนโยน และภาคภูมิใจโดยไม่ทำร้ายใคร

Because real worth does not need to be loud. It shines quietly through actions, love, and respect.

เพราะคุณค่าที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง มันเปล่งประกายอย่างเงียบงาม ผ่านการกระทำ ความรัก และความเคารพ










27/02/2026

🌼 หมวดที่ 1: Emotional Foundation
Day 1: Compassion — ความเมตตา

🤍🩷🤍Kindness is a quiet light,
Softly glowing in the night.
One small care, one gentle art —
Compassion lives in every heart.🤍🩷🤍

People often think strength means being tough, never crying, and never needing help.
But true strength is softer than that.
It is the courage to be kind in a world that is sometimes unkind.
That strength is called compassion.

หลายคนคิดว่าความเข้มแข็งคือการแข็งแกร่ง ไม่ร้องไห้ และไม่ต้องการความช่วยเหลือ
แต่ความเข้มแข็งที่แท้จริงอ่อนโยนกว่านั้น
มันคือความกล้าที่จะมีเมตตาในโลกที่บางครั้งไม่อ่อนโยน
และความเข้มแข็งนั้นเรียกว่า “ความเมตตา”

Compassion is noticing someone’s pain and wishing to make it lighter.
It is speaking gently, helping without being asked, and listening without judging.
Compassion is love in action.

ความเมตตาคือการมองเห็นความเจ็บปวดของใครบางคน และอยากทำให้มันเบาลง
คือการพูดอย่างอ่อนโยน การช่วยเหลือโดยไม่ต้องถูกร้องขอ และการฟังโดยไม่ตัดสิน
ความเมตตาคือความรักที่ลงมือทำจริง

Compassion does not only help others — it heals our own hearts.
When we are kind, we feel peaceful.
We build trust.
We create safe spaces for people we love.

ความเมตตาไม่ได้ช่วยแค่ผู้อื่น แต่ยังเยียวยาหัวใจของเราเอง
เมื่อเราใจดี เราจะรู้สึกสงบ
เราสร้างความไว้วางใจ
และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนที่เรารัก

Compassion begins with ourselves.
Forgive your mistakes.
Speak kindly to your own heart.
Rest when you are tired.

ความเมตตาเริ่มต้นที่ตัวเราเอง
ให้อภัยความผิดพลาดของตัวเอง
พูดกับหัวใจของตัวเองอย่างอ่อนโยน
พักผ่อนเมื่อคุณเหนื่อย

Being compassionate does not mean allowing others to hurt you.
You can be kind and still protect your heart.
การมีเมตตาไม่ได้แปลว่าต้องยอมให้คนอื่นทำร้ายเรา
เราสามารถใจดี และยังปกป้องหัวใจของตัวเองได้

A small act — a smile, a gentle word, a helping hand —
may seem tiny, but to someone who is hurting, it can mean everything.

การกระทำเล็ก ๆ — รอยยิ้ม คำพูดอ่อนโยน หรือการยื่นมือช่วย —
อาจดูเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่กำลังเจ็บปวด มันอาจมีความหมายทั้งหมดของโลก

✨ Compassion may not change the whole world,
but it can change someone’s world.

✨ ความเมตตาอาจไม่เปลี่ยนทั้งโลก
แต่สามารถเปลี่ยนโลกของใครบางคนได้







ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Udon Thani?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Udon Thani
41000