13/07/2026
WHtR คืออะไร? ทำไมแพทย์หลายคนเริ่มให้ความสำคัญมากกว่า BMI ในการประเมินความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
หลายคนเช็กสุขภาพด้วย BMI (ดัชนีมวลกาย) แต่รู้หรือไม่ว่า WHtR (Waist-to-Height Ratio) หรือ อัตราส่วนรอบเอวต่อส่วนสูง สามารถบอกความเสี่ยงจาก ไขมันในช่องท้อง ได้แม่นยำกว่าในหลายกรณี
การคำนวณทำได้ง่ายมาก
📏 WHtR = รอบเอว (ซม.) ÷ ส่วนสูง (ซม.)
ตัวอย่าง
รอบเอว 80 ซม.
ส่วนสูง 160 ซม.
80 ÷ 160 = 0.50
เกณฑ์การแปลผล
🟢 WHtR ≤ 0.50
อยู่ในเกณฑ์ดี ความเสี่ยงโรคเมตาบอลิกต่ำ
🟡 WHtR 0.50–0.60
เริ่มมีไขมันสะสมในช่องท้อง ควรปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกาย
🔴 WHtR > 0.60
มีความเสี่ยงสูงต่อ
• ภาวะดื้ออินซูลิน
• เบาหวานชนิดที่ 2
• ความดันโลหิตสูง
• ไขมันในเลือดผิดปกติ
• ไขมันพอกตับ
• โรคหัวใจและหลอดเลือด
ทำไมต้องวัด WHtR?
เพราะ ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นไขมันที่อันตรายที่สุด แม้น้ำหนักตัวจะไม่มาก หรือ BMI อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็อาจมีไขมันในช่องท้องสูงได้
ดังนั้น การดู BMI ควบคู่กับ WHtR จะช่วยประเมินสุขภาพระบบเผาผลาญ (Metabolic Health) ได้ดียิ่งขึ้น
จำง่าย ๆ
👉 รอบเอวควรน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของส่วนสูง
สุขภาพที่ดี ไม่ใช่แค่ "น้ำหนักดี" แต่ต้องมี ไขมันในช่องท้องต่ำ กล้ามเนื้อแข็งแรง และระบบเผาผลาญทำงานได้ดี
#รอบเอว #ไขมันในช่องท้อง #ดื้ออินซูลิน #สุขภาพระบบเผาผลาญ #ลดพุง #โค้ชสุFeelGreat
13/07/2026
ไขมันพอกตับดูน่ากลัวจังคะ มาดูแลสุขภาพกันคะ
#ตับแข็ง
#ไขมันพอกตับ
ออกกำลังกาย ลดไขมันพอกตับกันนะคะ เพราะมันทำให้ตับแข็งแบบในภาพได้เลย ไม่ต่างจากเหล้า แถมมาเงียบๆ ด้วย แล้วประเด็นคือมันทำให้ชะล่าใจไง คิดว่าไม่ดื่มก็รอดไง
และมันน่าเสียดายตรงที่ ตับมีระบบสลายไขมันที่ดีมากๆ ของมันเองวางรอไว้อยู่แล้วอะ
และวิธีเปิดใช้งานคือ
1.การออกกำลังกาย
2.มีช่วงเว้นมื้ออาหารเท่านั้นเอง (Fasting)
ทำร่วมกับคุมอาการที่กินเข้ามาอีก
เท่านี้ก็สามารถป้องกันและรักษาไขมันพอกตับได้ระดับนึงแล้วค่ะ
ทำไมเดี๋ยวนี้ภาวะไขมันพอกตับ
(MASLD) ถึงระบาดหนัก?
คือมันเป็นแพทเทิร์นของพฤติกรรมยุคนี้เลยค่ะ
▪️ กินตลอดวัน ไม่มีช่วงเว้นเลย → ตับสร้างไขมันรัวๆ เลย
▪️ นั่งๆ นอนๆ เป็นส่วนใหญ่ → ใช้ไขมันต่ำ
▪️ ดื้ออินซูลิน → ระบบขนส่งไขมันของตับพัง ส่งไม่ออก
รวมถึงบางคนมีพันธุกรรมบางแบบ → ทำให้พอกง่ายกว่าคนอื่น
ไขมันพวกนี้จะคอยทำลายเซลล์ตับทีละน้อยแบบเงียบๆ ไม่มีสัญญาณเตือน จนบางคนรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็น ตับแข็ง และสุดท้ายส่งต่อไปสู่ มะเร็งตับ ได้ค่ะ
และเมื่อตับเสียไป คุณจะเสียทั้ง
– ศูนย์กลางการเผาผลาญ
– โรงงานสร้างโปรตีนให้เลือด (โปรตีนเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันและการแข็งตัวเลือด)
– ระบบกำจัดพิษ โดยเฉพาะแอมโมเนีย
– ระบบขับยา
– ระบบควบคุมไขมัน
คือสำคัญทุกฟังก์ชันจริงๆ ค่ะ
แล้วถ้ายิ่งดื่มเหล้าดื่มสุราอีกนะ ตับแข็งไวมาก
แต่จริงๆ “ตับมีทางออกในตัวมันเองอยู่แล้ว”
เรียกวิธีนี้ว่า Lipophagy
Lipophagy เป็นออโตฟาจีชนิดหนึ่ง ที่จับไขมันส่วนเกินใส่ถุงแล้วย่อยเอาออกมาเป็นพลังงาน วิธีเปิดโหมดนี้มี 2 อย่าง
1️⃣ เพิ่มช่วง fasting ให้ตับหลุดจากโหมดสร้างไขมัน
2️⃣ ออกกำลังกายระดับปานกลางขึ้นไป (เหนื่อยแต่ยังพูดเป็นประโยคได้)
เมื่อเซลล์ตับพลังงานต่ำลง มันจะ “กดสวิตช์ lipophagy” ทันที แล้วเริ่มสลายก้อนไขมันที่พอกอยู่แบบยกคลัง ย่อยจริง ย่อยเร็ว ย่อยลึก
🔶ยังไม่จบค่ะ ผลดีของการออกกำลังกายต่อ “ตับ”
ยังมีอีกมาก
นอกจากสลายไขมันพอกตับแล้ว การออกกำลังกายยังช่วย
▪️ ลดดื้ออินซูลินในเซลล์ตับ
ทำให้ลดการสร้างน้ำตาล ลดการสะสมไขมันที่ตับ
▪️ เพิ่มความสามารถของไมโตคอนเดรียในตับ
เผาไขมันได้ไวขึ้น ไม่สะสมง่ายเหมือนเดิม
▪️ เพิ่มเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระที่ตับ
มีการอักเสบในตับ โดยเฉพาะจากไขมันพวกนี้ ก็จะเบาลง
▪️ เมื่อลดการอักเสบลง
ก็ลดการกระตุ้น ito cell ที่คอยสร้างพังผืด
▪️ ลดการอักเสบเรื้อรังทั้งร่างกาย
ลดสัญญาณที่คอยกระตุ้นให้ตับสะสมไขมันเพิ่มขึ้นอีก
▪️ ช่วยลดไขมันส่วนเกินโดยเฉพาะในช่องท้อง
ลดแหล่งกรดไขมันที่จะส่งมาให้ตับ
คือดีแบบครบอะ
🔶 สรุปก็คือ ร่างกายเรามี “ทางลัดแก้ไขมันพอกตับ” วางไว้ให้แล้ว
ชื่อของมันคือ Lipophagy และกุญแจไขมันคือ
✔️ ออกกำลัง
✔️ จัดการมื้ออาหารให้มีช่วงเว้น
✔️ ลดภาวะดื้ออินซูลิน
“เหลืออย่างเดียวคือ เราต้องลุกขึ้นทำ”
ถ้าคุณเริ่มแล้ว รู้ค่ะว่ามันเหนื่อย แต่ขอให้ทำต่อ
ถ้าตับพูดได้ มันคงกราบแล้วบอกว่า
“ขอบคุณจ้า ที่ออกกำลังกาย ดีท็อกมันออกไปซักที
เกิดมาเพื่อทำงาน ไม่ใช่มาอยู่ร่วมกับก้อนไขมันโว่ย555”
09/07/2026
โปรแกรมคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) คืออะไร
ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index) คือค่าที่ใช้ประเมินว่า น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมเมื่อเทียบกับส่วนสูงหรือไม่ โปรแกรมคำนวณ BMI เป็นเครื่องมือคัดกรองที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว ช่วยประเมินความเสี่ยงสุขภาพเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง
ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สำคัญอย่างไร
✅ประเมินความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ
✅ช่วยตั้งเป้าหมายการมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม
✅ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพ ทั้งปริมาณอาหารและการออกกำลังกายได้ตรงจุด
✅ช่วยติดตามผลการลดน้ำหนักหรือการเพิ่มน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง
ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) แปลผลอย่างไร
BMI < 18.5 : น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
BMI 18.5 – 22.9 : น้ำหนักตามเกณฑ์
BMI 23 – 24.9 : น้ำหนักมากกว่าเกณฑ์
BMI 25 – 29.9 : โรคอ้วนระดับที่ 1
BMI > 30 : โรคอ้วนระดับที่ 2
BMI > 40 : โรคอ้วนระดับที่ 3
หากมีค่า BMI ที่บ่งบอกว่าน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ไปจนถึงโรคอ้วนระดับต่าง ๆ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เพราะอาจมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ แฝงอยู่ รวมถึงความเสี่ยงโรคต่าง ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน
โค้ชสุยินดีให้คำปรึกษา
Line :
#การหาค่าBMI #อ้วน #ดื้ออินซูลิน #ลดไขมัน #ปรับสมดุลสุขภาพ #ระบบเผาผลาญ #โค้ชสุ
09/07/2026
กู้คืน “ระบบเผาผลาญยืดหยุ่น” (Metabolic Flexibility) เคล็ดลับลดไขมันแบบไม่ต้องนับแคลอรี!
เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมบางคนทานคาร์โบไฮเดรตได้สบายๆ แต่ร่างกายยังลีนและสุขภาพดี ในขณะที่บางคนพยายามอดอาหารหรือนับแคลอรีแทบตาย แต่ทำไมพุงรอบเอวไม่ยอมลดลงเลย?
ในไลฟ์ล่าสุดของ Unicity Dr. Benjamin Bikman ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญและภาวะดื้ออินซูลิน ได้มาแชร์ความรู้ที่เปลี่ยนมุมมองการลดน้ำหนักแบบเดิมๆ ไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญมาฝากทุกคนกันค่ะ:
🚒 อุปมาอุปไมย "รถบรรทุกขนส่งน้ำมัน" (The Metabolic Truck)
ลองนึกภาพร่างกายของเราเป็นรถสิบล้อคันใหญ่ที่กำลังวิ่งอยู่บนทางหลวง รถคันนี้กำลังลากถังน้ำมันขนาดมหึมาไว้ข้างหลัง (เปรียบเหมือน ไขมันสะสม ในร่างกายที่มีพลังงานนับแสนแคลอรี) แต่ตัวเครื่องยนต์กลับใช้พลังงานจากถังน้ำมันเล็กๆ ใต้ห้องคนขับเท่านั้น (เปรียบเหมือน กลูโคสหรือน้ำตาล ในเลือดที่มีพลังงานสำรองแค่หลักพันแคลอรี)
Metabolic Inflexibility (ระบบเผาผลาญไม่ยืดหยุ่น): คือภาวะที่รถคันนี้ต้องแวะจิมน้ำมัน (เติมน้ำตาล) ตลอดเวลา ทั้งที่ลากพลังงานไขมันกองโตอยู่ข้างหลัง แต่กลับ "สับสวิตช์" ไปดึงไขมันมาใช้ไม่ได้! เพราะเกียร์มันฝืด ซึ่งตัวการหลักที่ล็อกไม่ให้ร่างกายเผาผลาญไขมันก็คือ "ระดับฮอร์โมนอินซูลินที่สูงค้างอยู่ตลอดเวลา" จากการกินแป้ง/น้ำตาลบ่อยเกินไปในแต่ละวัน
📊 ดัชนีชี้วัดที่แม่นยำกว่า "ตัวเลขบนเครื่องชั่ง"
Dr. Bikman แนะนำว่าสิ่งสำคัญในการทำ Body Scan หรือการวัดผล ไม่ใช่แค่การดูน้ำหนักตัว แต่ให้โฟกัสที่:
สัดส่วนรอบเอวต่อส่วนสูง (Waist-to-Height Ratio): ค่าที่เหมาะสมควรอยู่ที่ไม่เกิน 0.5 (เช่น ถ้าสูง 160 ซม. รอบเอวไม่ควรเกิน 80 ซม.) หากเกินกว่านี้ แปลว่าเราเริ่มมีไขมันสะสมในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งเป็นไขมันอันตรายที่ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ
การปรับเปลี่ยนองค์ประกอบร่างกาย (Body Recomposition): การลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือ "ไขมันลดลง แต่คงมวลกล้ามเนื้อไว้ได้" เพราะกล้ามเนื้อคือเตาเผาและเป็นพื้นที่รองรับกลูโคสที่ใหญ่ที่สุด ยิ่งมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ร่างกายก็ยิ่งมีความยืดหยุ่นในการเผาผลาญสูงขึ้น
❌ ทำไมการ "นับแคลอรี / อดอาหาร" ถึงไม่ใช่คำตอบ?
การฝืนกินให้น้อยลงและโหมออกกำลังกายหนักๆ โดยไม่แก้ที่ต้นเหตุ (ฮอร์โมนอินซูลิน) จะกระตุ้นความหิวโหยอย่างรุนแรง และในที่สุด "ความหิวจะชนะเราเสมอ"
✅ 2 เสาหลักในการกู้คืนระบบเผาผลาญ (ภายใน 90 วัน)
จากงานวิจัยในห้องแล็บของ Dr. Bikman พบว่าร่างกายสามารถกู้คืนระบบเผาผลาญให้กลับมายืดหยุ่นได้จริง โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ:
Control Carbs (ควบคุมคาร์โบไฮเดรต): เลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ทานไฟเบอร์เพื่อช่วยชะลอการหลั่งอินซูลิน ไม่ให้เกิดอาการอินซูลินพุ่งสูงแล้วดิ่งลง จนทำให้หิวบ่อยหรืออ่อนเพลียระหว่างวัน (Energy Slumps)
Fasting More Frequently (เว้นระยะการกิน): ทำ Intermittent Fasting (IF) เพื่อเปิดโอกาสให้ระดับอินซูลินลดต่ำลง ร่างกายจึงจะสามารถสับเกียร์ไปดึง "ไขมันสะสม" ออกมาเผาผลาญได้อย่างเต็มที่
✨ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ
เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน 15 อย่างพร้อมกันในวันเดียวจนสร้างความเครียดให้ตัวเองค่ะ แค่เริ่มจากวินัยง่ายๆ ปรับการทานเว้นระยะให้ถูกช่วง เติมสารอาหารและตัวช่วยที่ใช่เข้าไป เมื่อร่างกายเริ่มรู้สึกดีขึ้น พลังงานนิ่งขึ้น สมองปลอดโปร่ง (Clear Cognition) เราจะมีแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาขยับร่างกายและดูแลตัวเองในขั้นต่อไปเองโดยธรรมชาติ
เป้าหมายสุขภาพที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องของ "รูปร่างที่ดูดีขึ้น" แต่คือการที่เรามีสุขภาพที่แข็งแรง มีพลังงานเต็มเปี่ยม เพื่ออยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ และมีความสุขในทุกวันค่ะ 🤍
สามารถรับชมและฟังเนื้อหาเต็มๆ จาก Live ได้ที่นี่เลยนะคะ:
🔗 https://www.youtube.com/live/8w2QDIljGnE?si=EzZKiIwoP7tcFYME
#ระบบเผาผลาญ #ฟื้นฟูระบบเผาผลาญ #ลดไขมัน #สุขภาพดีจากภายใน
Metabolic Flexibility: How You Lost It, and How to Get It Back — with Dr. Benjamin Bikman.
Enjoy the videos and music you love, upload original content, and share it all with friends, family, and the world on YouTube.
08/07/2026
อ้วนแล้วออกกำลังกาย ทำไมน้ำหนักลด แต่ไขมันหน้าท้องยังไม่ไป?
หลายคนเริ่มต้นดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น และสุขภาพโดยรวมดีขึ้น
แต่ทำไมหลายคน...
ออกกำลังกายทุกวัน แต่น้ำหนักไม่ลง
น้ำหนักลด แต่ไขมันหน้าท้องยังอยู่
ลดได้ช่วงแรก แล้วหยุดนิ่ง
รู้สึกท้อ ทั้งที่พยายามเต็มที่
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ "การออกกำลังกาย" เพียงอย่างเดียว
แต่เกี่ยวข้องกับ ระบบเผาผลาญ (Metabolic Health) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ร่างกายใช้พลังงานและจัดการไขมันสะสม
การดูแลระบบเผาผลาญที่ดี ควรทำควบคู่กัน 2 ด้าน
✅ 1. ปรับพฤติกรรม
เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
นอนหลับให้เพียงพอ
ลดความเครียด
✅ 2. ดูแลระบบเผาผลาญจากภายใน
Feel Great เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยด้านโภชนาการ ที่หลายคนนำมาใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรม เพื่อสนับสนุนการดูแลระบบเผาผลาญและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
หากคุณกำลังลดน้ำหนัก แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นอย่างที่หวัง ลองเริ่มจากการทำความเข้าใจ ระบบเผาผลาญ เพราะการดูแลจากต้นเหตุ อาจเป็นกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
📩 สนใจข้อมูล Feel Great หรือปรึกษาการดูแลระบบเผาผลาญ สามารถทักข้อความมาได้เลย
#ระบบเผาผลาญ #ดื้ออินซูลิน #ลดไขมัน #ลดไขมันหน้าท้อง #ควบคุมน้ำหนัก #ควบคุมน้ำตาล #สุขภาพดี #ออกกำลังกาย #โภชนาการ #สุขภาพระยะยาว #โค้ชสุ
27/06/2026
🚛 ถ้าร่างกายคุณเหมือน “รถบรรทุกน้ำมัน”
คุณคิดว่า…
ทำไมถึงยังเติมน้ำมันตลอด
ทั้งที่ถังใหญ่ยังเต็มอยู่?
นี่คือภาพเปรียบเทียบที่ Dr. Benjamin Bikman ใช้อธิบายเรื่อง “ระบบเผาผลาญ” ได้เข้าใจง่ายที่สุด
หลายคนมีไขมันสะสมอยู่เต็มร่างกาย…
แต่กลับเผาผลาญไขมันนั้นไม่ได้
Feel Great ปรับระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานปกติ
https://youtu.be/RbRsw-_v72k?si=WAlc9c4MaGXeKmoz