30/09/2026
เอาใจช่วยแฟนบอลเรือใบทุกท่านครับ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังจะโดนพรีเมียร์ลีกลงโทษอย่างรุนแรง มีโอกาสถึงขั้นตัดแต้มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และถีบตกชั้นไปเล่นลีกรอง
เกิดอะไรขึ้นกับทีมเรือใบสีฟ้า แล้วความผิดที่พวกเขาทำ เกิดจากข้อหาอะไรบ้าง ผมจะอธิบายให้เข้าใจในโพสต์นี้นะครับ
ย้อนกลับไปในปี 2009 ยูฟ่า ออกกฎการเงินชื่อ Financial Fair Play (FFP) ขึ้นมา โดยกฎนี้ อธิบายโดยง่ายคือ "เงินที่เอาไปซื้อนักเตะ ต้องมาจากผลกำไรของสโมสรเท่านั้น ห้ามเป็นเงินส่วนตัวจากเจ้าของ"
กำไรของสโมสร มาจากบัตรเข้าชม ของที่ระลึก ค่าสปอนเซอร์ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และการขายนักเตะ คุณหาได้เท่าไหร่ ก็ใช้เท่านั้น
ยูฟ่าต่อต้านการอัดฉีดเงินส่วนตัวจากมหาเศรษฐี เพราะมันจะทำให้ระบบฟุตบอลพัง ถ้าเจ้าของรวย สโมสรคงจะไม่สนใจโครงสร้างพื้นฐานกันแล้ว แต่อัดฉีดเงินกันรัวๆ เผลอๆ จะใช้ฟุตบอลเป็นแหล่งช่องทางในการฟอกเงินด้วย
สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่กลุ่มทุนอาบูดาบี มาเทกโอเวอร์ พวกเขาต้องการประสบความสำเร็จให้เร็ว ดังนั้นก็จำเป็นต้องซื้อนักเตะบิ๊กเนมมาเสริมทัพ + จ้างโค้ชเกรดเอมาคุมทีม แต่ปัญหาคือแมนฯ ซิตี้ ไม่มีกำไรขนาดนั้น
แฟนบอลมีจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ขายตั๋ว sold out ทุกเกม สปอนเซอร์ก็น้อยกว่าคู่ปรับร่วมเมืองอย่างแมนฯ ยูไนเต็ดหลายเท่า
มันกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก และวนเป็นวงกลม
อยากประสบความสำเร็จ > ต้องใช้เงินซื้อผู้เล่นเข้ามา
แต่จะมีเงินซื้อ มีสปอนเซอร์เยอะๆ > ก็ต้องประสบความสำเร็จก่อน
นั่นคือเหตุผลที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจหาเงินด้วยกลยุทธ์ที่ชื่อว่า Disguised Funding Scheme (DFS) หรือแปลเป็นไทยคือ "สปอนเซอร์เทียม"
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ชีค มันซูร์ เจ้าของแมนฯ ซิตี้ เป็นมหาเศรษฐีที่รวยมาก และเป็นเจ้าของกลุ่มทุนอาบูดาบี ADUG จากนั้นก็ตัดสินใจใช้ ADUG ไปซื้อโฆษณากับสายการบินเอติฮัด แอร์เวย์ส จำนวนร้อยล้านปอนด์ต่อปี
ในสเต็ปต่อไป ก็ให้เอติฮัด แอร์เวย์ส ประกาศเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยจ่ายเงินสนับสนุนปีละ 65.5 ล้านปอนด์ ให้ลงข่าวอย่างครึกโครมได้เลย
แต่ในข้อเท็จจริงเบื้องหลัง เอติฮัด แอร์เวย์ส จ่ายจริงอยู่ที่ 8 ล้านปอนด์ต่อปี ส่วนอีก 57.5 ล้านปอนด์ที่เหลือคนที่จ่ายคือ ADUG ผ่านฉากหน้าว่าเป็นสปอนเซอร์ให้เอติฮัด แอร์เวย์ส
เรื่องนี้ถูกเว็บดัง Football Leaks แฉออกมาจนหมดเปลือก มีการเปิดเผยจดหมายลับที่หัวหน้าฝ่ายการเงินของซิตี้ คุยอีเมล์กับผู้บริหารของสโมสร และพิสูจน์กันแล้วว่าเป็นเอกสารจริง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้กลยุทธ์นี้ ในการสร้างกำไรปลอมขึ้นมาหลอกยูฟ่า
อย่างเคสเอติฮัด แอร์เวย์ส แทนที่คุณจะบวกกำไร +8 ล้านต่อปี ก็กลายเป็นบวกกำไร +65.5 ล้านต่อปีในบัญชีแทน
แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ทำแบบนี้แค่สินค้า 1-2 ชิ้นแต่ทำเป็นสิบ ผลก็คือในทางบัญชี สโมสรทำกำไรอย่างมหาศาล และเอาไปซื้อนักเตะได้อย่างจัดเต็มมาก ทั้งๆ ที่รายได้จริงๆ จากโฆษณา หรือจากคนดูในสนาม ก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น
ยูฟ่าเริ่มเห็นความไม่ซื่อตรงของแมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2018 มีการสอบสวน และประกาศบทลงโทษในเดือนมีนาคม 2020 โดยสั่งปรับเงิน 30 ล้านยูโร และห้ามแข่งแชมเปี้ยนส์ลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกัน 2020-21 และ 2021-22 แต่แมนฯ ซิตี้ไม่ยอมแพ้ พวกเขาไปอุทธรณ์กับศาลกีฬาโลก (CAS) ไม่ยอมโดนแบนง่ายๆ
แมนฯ ซิตี้ ชนะคดีจากศาลกีฬาโลกอย่างพลิกความคาดหมาย ด้วยเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ ทำให้ไม่โดนแบน และโดนปรับเงินแค่ 10 ล้านยูโรเท่านั้น
ทุกคนประหลาดใจมาก ที่ผลลัพธ์จากศาลกีฬาโลกออกมาเป็นแบบนั้น คือผิดนะ ปรับเงิน แต่ไม่มีโทษแบน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โล่งใจที่ไม่โดนแบนจากยูฟ่า คิดว่าปัญหาทุกอย่างเคลียร์แล้ว แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดคือ พรีเมียร์ลีก ตัดสินใจตั้งคณะกรรมการอิสระ 1 ชุด เพื่อสอบสวนแมนฯ ซิตี้ แบบลับๆ
ยูฟ่า - เคลียร์แล้ว
พรีเมียร์ลีก - สืบสวนต่อ
สาเหตุที่พรีเมียร์ลีกต้องเทก แอ็กชั่น เพราะต้องการสร้างความโปร่งใสให้กับฟุตบอลในประเทศ คุณจะใช้มุกสปอนเซอร์ปลอมแบบนี้ไม่ได้
อยากมีเงินซื้อนักเตะ ก็หารายได้อย่างถูกต้อง ค่อยๆ สร้างทีมขึ้นมาสิ ไม่ใช่รวยทางลัดแบบนี้ มันจะไปแฟร์กับทีมอื่นที่เขาสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงได้ยังไง
คณะกรรมการอิสระ ใช้เวลาสืบสวน-เก็บข้อมูล ประมาณ 3 ปี และในที่สุด วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2023 มีการแจ้งว่า แมนฯ ซิตี้ทำผิด 5 ข้อหา - 115 กระทง
แต่ละข้อหามีอะไรบ้าง
[ ข้อหาที่ 1 ]
ใช้เงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เอาไปซื้อผู้เล่นมาเสริมทัพ จำนวน 50 กระทง
[ ข้อหาที่ 2 ]
ละเมิดกฎ FFP ของยูฟ่า ปั้นแต่งข้อมูลเรื่องสปอนเซอร์ จำนวน 5 กระทง
[ ข้อหาที่ 3 ]
จงใจละเมิดกฎ PSR ของพรีเมียร์ลีก รู้อยู่แล้วว่าทำผิด แต่ยังเดินหน้าทำต่อ จำนวน 6 กระทง
[ ข้อหาที่ 4 ]
ชี้แจงรายได้ของผู้จัดการทีม หรือ นักเตะต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น โรแบร์โต้ มันชินี่ อดีตผู้จัดการทีม ที่ส่งข้อมูลให้พรีเมียร์ลีกว่า จ่ายเงินปีละ 1.45 ล้านปอนด์ แต่จริงๆ มีรายได้แอบซ่อนจ่ายแบบลับๆ อีก ปีละ 1.75 ล้านปอนด์ เคสลักษณะนี้ มีจำนวน 24 กระทง
[ ข้อหาที่ 5 ]
ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับพรีเมียร์ลีก ในการส่งเอกสารที่ขอไป จำนวน 30 กระทง
50+5+6+24+30 = 115 กระทงพอดี
แม้ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไม่ให้ความร่วมมือ แต่คณะกรรมการอิสระ ก็ล้วงข้อมูลได้อยู่ดี และพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจมาก นั่นคือ ตั้งแต่ปี 2009-2018 จำนวน 9 ซีซั่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งบัญชีว่าได้เงินจากสปอนเซอร์ 949.94 ล้านปอนด์ ทั้งๆ ที่ความจริง สปอนเซอร์จ่ายแค่ 119.5 ล้านปอนด์เท่านั้น
เจ้าของสโมสร กลุ่มทุนอาบูดาบี ควักจ่ายเองถึง 830.69 ล้านปอนด์! แต่ตบตาทุกคน ว่าสปอนเซอร์จ่ายให้
จุดนี้เองที่ทำให้ สื่อหลายสำนักในอังกฤษ ใช้คำว่า Cheat หรือ "โกง" กับแมนฯ ซิตี้ เพราะคุณเอาเงินมหาศาล เสกมาจากฟ้า เพื่อจ้างนักเตะที่เก่งที่สุด โค้ชที่เก่งที่สุด แล้วไล่ถล่มทีมอื่นยับเยิน ถามว่ามันเป็นการแข่งขันที่แฟร์ตรงไหน
เมื่อคณะกรรมการอิสระ ชี้ว่าซิตี้ผิด ทางพรีเมียร์ลีกก็เอาข้อมูลที่ได้รับมาพิจารณาต่อ มีการเรียกผู้บริหารฝั่งแมนฯ ซิตี้ มาคุยเพิ่มเติมด้วย
โดยคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาพิจารณาเคสนี้ อีก 3 ปี โดยผลการตัดสินจะประกาศออกมาในเดือนกันยายน 2026
ล่าสุด วันที่ 29 กันยายน พรีเมียร์ลีกได้คอนเฟิร์มว่า "เห็นด้วย" กับข้อมูลของคณะกรรมการอิสระ โดยแมนฯ ซิตี้ ผิดจริง 114 กระทง จากทั้งหมด 115 กระทง โดย 1 ข้อที่หายไป คือเรื่องการไม่ยอมให้ความร่วมมือกับลีกแค่นั้น ส่วนโทษหนักๆ ที่เหลือ อย่างปั้นแต่งข้อมูลปลอม อันนี้ถูกบ่งชี้ว่าผิดทั้งหมด
สำหรับสเต็ปต่อไป ของการลงโทษเป็นแบบนี้
1) ถ้าแมนฯ ซิตี้ ไม่คัดค้าน 114 กระทงนี้ พรีเมียร์ลีกจะประกาศบทลงโทษทันที
2) ถ้าแมนฯ ซิตี้ คัดค้าน สามารถขออุทธรณ์ได้
3) ถ้าแมนฯ ซิตี้ ขออุทธรณ์ พรีเมียร์ลีกจะแต่งตั้งคณะกรรมการทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน มาเป็นคนพิจารณาคดีต่อไป ซึ่งเมื่อประกาศชื่อออกมา 3 คน แมนฯ ซิตี้ สามารถคัดค้านรายชื่อนี้ได้หนึ่งครั้ง เพื่อเลือกคนที่รู้สึกว่ายุติธรรมกับตัวเองที่สุด
4) เมื่อได้รายชื่อคณะกรรมการทรงคุณวุฒิ การพิจารณาทั้ง 114 กระทง จะสิ้นสุดไม่เกิน 12 สัปดาห์
ดังนั้นระหว่างนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยังสามารถแข่งฟุตบอลได้ตามปกติ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายของการอุทธรณ์ จะไปประกาศเอาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม 2027
ฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเฟอร์รัน โซเรียโน่ ซีอีโอของทีม ยืนยันว่าจะใช้ช่องทางอุทธรณ์ทั้งหมด เพื่อสู้คดีนี้ โดยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สู้สุดใจ ด้วยทรัพยาการที่มี คือถ้ารอดจากยูฟ่ามาแล้วครั้งหนึ่งได้ ครั้งนี้ก็ต้องรอดกับพรีเมียร์ลีกได้เหมือนกัน
โซเรียโน่ บอกว่า เงินที่ถูกอ้างถึงว่าได้รับจากเจ้าของสโมสรนั้นเป็นเรื่องเท็จ เพราะสปอนเซอร์ที่ได้รับ ได้มาจริงๆ อย่างถูกต้องต่างหาก จุดนี้ก็ต้องมาดูกันว่า แมนฯ ซิตี้มีหลักฐานชี้แจงแน่นขนาดไหนครับ
ทีนี้ สมมุติผ่านไป 12 สัปดาห์ และได้ข้อสรุปว่าแมนฯ ซิตี้ ผิดจริง คำถามคือจะโดนลงโทษอะไรบ้าง?
อย่างแรก ที่โดนแน่นอนคือ ตัดคะแนน ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่าง เอฟเวอร์ตัน ที่ทำผิดกฎ PSR เป็นจำนวนแค่ 2 กระทง พวกเขาโดนตัดแต้มรวมกัน 8 คะแนน แล้วอันนี้ 114 กระทง แต้มจะทะลุไปถึงขนาดไหน ก็ยากจะคาดเดา
ส่วนเรื่องตกชั้น อันนี้ไม่รอดอยู่แล้ว แต่จะร่วงไปถึงลีกวัน ลีกทู หรือต่ำกว่านั้นอีก ก็ต้องมาดูกัน
อย่างที่สอง คือปรับเงิน พรีเมียร์ลีกมีอำนาจในการปรับเงินสโมสรที่ทำผิดได้ เชลซีเป็นสโมสรที่โดนปรับเงินสูงสุด 10 ล้านปอนด์ เรื่องการแอบจ่ายเงินให้เอเยนต์ที่ไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง ดังนั้นเคสนี้ ซิตี้ ก็มีโอกาสโดนปรับได้เช่นกัน
อย่างที่สาม คือ ริบแชมป์ ในช่วงปี 2009-2018 ที่แมนฯ ซิตี้ ทำผิดกฎ
9 ซีซั่นที่ซิตี้ทำผิดกฎ พวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอคัพ 1 สมัย และ คาราบาว คัพ 3 สมัย มีความเป็นไปได้ที่จะโดนริบทุกแชมป์ แล้วเอาไปให้รองแชมป์แทน
ทางทฤษฎีสามารถริบได้จริง อยู่ที่ว่าพรีเมียร์ลีกต้องการจะทำขนาดนั้นไหม
ถ้าหากโดนริบ ทีมที่ได้แชมป์ลีกเพิ่มขึ้นได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2011-12) ยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, ลิเวอร์พูล (2013-14) ยุคเบรนแดน ร็อดเจอร์ส และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2017-18) ยุคโชเซ่ มูรินโญ่
ว่าง่ายๆ ถ้าการริบเกิดขึ้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะแซงลิเวอร์พูลในฐานะ แชมป์ลีกอังกฤษ จำนวนสูงสุด (22 ต่อ 21 ครั้ง) ทันที
ความเป็นไปได้ มีเหลี่ยมจะเกิดขึ้นทุกอย่าง แต่ต้องรอการอุทธรณ์ให้จบก่อน ซึ่งระหว่างนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน คือเวลาซิตี้ไปเยือนสนามไหน ก็จะโดนแฟนบอลทีมอื่นแซวยับว่า Cheat แบบไม่ต้องสงสัยเลย
รอย คีน นักวิเคราะห์ฟุตบอล อดีตกัปตันทีมแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า "แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รู้ดีว่าทำแบบนี้ แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมาย แต่พวกเขาก็ยังเลือกจะทำต่อไป"
"ถ้าผมเป็นนักเตะที่ได้แชมป์ ผมจะเอาเหรียญรางวัลที่ได้มา โยนทิ้งใส่ถังขยะอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นเหรียญที่ได้จากการคดโกง"
"พวกเขาต้องตระหนักว่าทุกชัยชนะที่ได้มาจากในสนาม เกิดขึ้นจากการไม่สุจริตทั้งสิ้น"
เรื่องนี้เราก็ต้องติดตามกันต่อไป ว่าแมนฯ ซิตี้ จะเอาอะไรมาอุทธรณ์ได้ ยังมีข้อมูลเด็ด เป็นไม้ตายที่ซ่อนอยู่อีกอย่างนั้นหรือ?
ก็จริง ว่าตอนนี้พวกเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ แต่ถ้าพูดตรงๆ เลย รอดยากครับ ยังไงก็ต้องโดนอะไรสักอย่างแน่
สำหรับคนที่น่าสงสารมากๆ คือแฟนบอลแมนฯ ซิตี้ เพราะไม่รู้เลยว่าอนาคตของทีมรักจะเป็นอย่างไร ระหว่างนี้ต้องเชียร์กันไป ทั้งๆ ที่อนาคตอันใกล้ ทีมอาจจะหล่นไปเล่นลีกวัน-ลีกทู ก็ได้
แล้วถ้าทีมหล่นชั้นจริงๆ ก็อยากรู้เหมือนกันว่า จะมีนักเตะคนไหนพร้อมจะยืนหยัดกับทีมต่อไป รวมถึงแฟนบอลด้วย จะมีใครที่พร้อมซัพพอร์ททีมต่อ ในวันที่คู่แข่ง ไม่ใช่ลิเวอร์พูล ไม่ใช่อาร์เซน่อล แต่เป็นแอคคริงตัน สแตนลีย์ หรือ บรอมลีย์ ทาวน์
ในเรื่องนี้ พรีเมียร์ลีก ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก จากคนในอังกฤษ ว่าแม้คู่กรณีจะเป็นแมนฯ ซิตี้ แต่กลับกล้าชนอย่างไม่เกรงกลัวเลย พวกเขารู้อยู่แล้วว่า ถ้าสั่งปรับแมนฯ ซิตี้ซึ่งเป็นทีมใหญ่ตกชั้น เรตติ้งของพรีเมียร์ลีก ก็คงจะลดลงบางส่วน
แต่ความถูกต้อง มันสำคัญกว่า เพราะคุณไม่มีสิทธิ์จะทำผิดกฎตามใจชอบ ทั้งๆ ที่ทีมอื่นเขาเคารพกฎเกณฑ์กันมากขนาดนั้น
การเชือดแมนฯ ซิตี้ หนนี้ อาจเป็นตัวอย่างที่ดี ให้ทุกทีมได้เคารพกฎการเงินกันอย่างจริงๆ จังๆ และเป็นคำเตือน ว่าใครคิดเล่นนอกเกม ไม่ว่าจะชื่อเสียงใหญ่มาจากไหน ก็พร้อมโดนถีบส่งไปจากพรีเมียร์ลีกได้ทุกเมื่อ