08/31/2026
🙌3 เส้นทางของการที่จะได้ทัวร์การ์ดของ LPGA
✅ปัจจุบัน นักกอล์ฟสตรีของไทยเรามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
หลังจากมีความเชื่อมั่นว่านักกอล์ฟสาวไทยเราสู้เขาได้ในระดับโลก เห็นได้จากมีนักกอล์ฟรุ่นพี่ๆ ได้เข้าเล่นอยู่แล้วในทัวร์สูงสุด และประสบผลสำเร็จ นั่นคือ LPGA
และก็มีนักกอล์ฟเยาวชนจำนวนไม่น้อยตั้งเป้าหมายว่าอยากเข้าเป็นนักกอล์ฟใน LPGA
แล้วทราบหรือไม่ว่า การที่จะเข้าเป็นนักกอล์ฟใน LPGA ได้นั้นต้องทำอย่างไรบ้าง
เรามาเรียนรู้กัน เพื่อเป็นแนวทาง จะได้เตรียมการได้ถูก
😎เมื่อก่อนการจะได้ทัวร์การ์ดของ LPGA มีเส้นทางเดียวคือการต้องไปสมัคร Qualifying จนถึงขั้นสุดท้ายตามจำนวนที่เขาระบุไว้ ทั่วไปคือประมาณ 25 คน ส่วนคนที่เลยจากนั้นไปจะไปเล่นทัวร์รองนั่นคือ Epson Tour
👉แต่ปัจจุบัน (เริ่มต้นปี 2026 )เส้นทางที่จะได้คาร์ดของ LPGA นั้น มีอยู่ 3 ช่องทางด้วยกัน ทั้งคนที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย และคนที่เรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกา ได้แก่
1) Q-Series — พร้อมเมื่อไร ไปสอบเมื่อนั้น สำหรับคนที่ไม่ได้ทุนเรียนในอเมริกา และคนที่ได้ทุนเรียนในมหาวิทยาลัย
2) LCAP — ใช้ผลงานช่วงท้ายของ NCAA เป็นสะพานเข้าสู่ Epson Tour สำหรับนักศึกษาที่ได้ทุนเรียนที่อเมริกา และแข่งขันในระบบของ NCAA
3) LEAP — เป็นนักกีฬาที่ได้ทุนเรียนในมหาวิทยาลัยในอเมริกา เก่งระดับ Elite Amateur จริง สามารถข้ามไป LPGA โดยตรง
1️⃣เส้นทางแรก Q- Series ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 ขั้นตอน ได้แก่
Pre-Qualifying → Qualifying → Final Qualifying
👉Pre-Qualifying จะเปิดให้เลือก 3 สถานที่ (แคลิฟลอเนีย, ฟลอริด้า และเท็กซัส) เวลาพร้อมกัน รับเต็มที่สนามละ 120 คน รวม 360 คน ซึ่งปีนี้(2026)ตรงกับวันที่ 23-25 กันยายน(เล่น 54 หลุม จบ 36 หลุมมีตัดตัว) คัดเลือกจาก 3 สนาม ๆ ละเท่าๆกัน 35 คน เพื่อเข้าไปในขั้นต่อไป
นักกอล์ฟที่ยังเป็น Amateur สามารถสมัครได้
สำหรับปี 2026 ผู้สมัครที่ไม่ได้เป็นสมาชิก Epson Tour ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เช่น
WAGR, WWGR, National Collegiate Golf Ranking หรือ World Handicap Index ไม่เกิน 2.0 ตามเงื่อนไขที่ LPGA กำหนด และโดยทั่วไปต้องมีอายุอย่างน้อย 17 ปี ณ วันที่ 1 มกราคมของฤดูกาลถัดไป
ดังนั้นเด็กที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยปี 1, 2 หรือ 3 ก็สามารถคิดเรื่อง Q-Series ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นปีสุดท้ายหรือจบการศึกษา
👉Qualifying เล่นสนามเดียวที่ฟลอริด้า จำนวน 72 หลุม ไม่มีตัดตัว ช่วง 13-16 ตุลาคม จำนวนคนตรงนี้ไม่ได้มีเฉพาะคนที่มาจาก Pre-Q เพราะมีนักกอล์ฟอีกหลายกลุ่มที่ ได้รับ exemption ให้มาเริ่มต้นที่ Qualifying ได้เลย เช่น Epson Tour players, ผู้มีอันดับโลกตามเกณฑ์, WAGR ระดับสูง(ต่ำกว่า 300) และนักกอล์ฟมหาวิทยาลัยบางกลุ่ม รวมแล้วประมาณ 120 คน คัดเอาประมาณ 45 คน เพื่อเข้าไปเล่นใน Final (อาโปเริ่มมาจากเส้นทางตรงนี้)
👉Final Qualifying เล่น 2 สนาม(อยู่ที่เดียวกัน) เล่น 90 หลุม (5 วัน) 4 วันตัดตัว จัดที่ อแลบะมา ช่วง 19-23 พฤศจิกายน จากรอบ Qualifying และ มีผู้ได้รับ Exemption เข้าสู่ Final โดยตรง อีกหลายประเภท เช่น LPGA players บางอันดับ, Epson Tour ระดับบน, LET และผู้เล่นตามเกณฑ์อื่นๆ คัดเอาจำนวน 25 คนและเสมอ ได้รับทัวร์การ์ดของ LPGA
Final Qualifying เปิดให้เฉพาะ Professional เท่านั้น
นักกีฬาที่ผ่านมาถึงจุดนี้ต้องประกาศเป็น Professional ตาม deadline ของ LPGA และสำหรับรอบ Final ปี 2026 ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี ณ 1 มกราคม 2027
นี่จึงเป็นจุดที่บังคับให้ตัดสินใจ
สมมุติเด็กไทยเรียน NCAA ปี 2
เรียนมหาวิทยาลัย
↓
ลอง Q-Series
↓
ผ่าน Pre-Qualifying
↓
ผ่าน Qualifying
↓
ได้ไป Final Qualifying
↓
ถึงตรงนี้ต้องตัดสินใจว่าจะ Turn Pro หรือไม่
ถ้าตัดสินใจ Turn Pro และไปต่อ ก็เท่ากับเส้นทาง NCAA ในฐานะนักกีฬา Amateur สิ้นสุดลง
แต่ถ้าไม่ถึงจุดนั้น หรือเลือกถอนตัวก่อนเสีย Amateur Status ก็สามารถกลับไปพัฒนาต่อใน College Golf ได้ ภายใต้กฎ eligibility ของ NCAA และมหาวิทยาลัย
💰ค่าสมัครในรอบ Pre-Qualifying 2,500 เหรียญ
ค่าสมัครในรอบ Qualifying 3,500 เหรียญ แต่ถ้าเป็นคนที่ได้สิทธิ์มารอบนี้เลยจะเสียเพิ่ม 2,500 เหรียญ
รอบ Final Qualifying ไม่เสีย ถ้าจ่ายมาตามลำดับ แต่ถ้าเป็นคนที่ได้สิทธิ์มารอบนี้เลยจะเสีย 5,500 เหรียญ
สรุปอย่างไรก็ต้องเสียค่าสมัครให้เขาประมาณ 6,000 เหรียญ ถ้าผ่านมาถึงรอบ Final เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ มีส่วนลดให้คนที่ได้สิทธิ์มารอบ Final เลย เช่น มาจาก Epson tour จากลำดับ Race for the Card 16-30 เหลือ 5,500 เหรียญ
2️⃣เส้นทางที่สอง LCAP LPGA Collegiate Advancement Pathway
อันนี้เป็นระบบใหม่และน่าสนใจมากสำหรับเด็กไทยที่เลือก NCAA
LPGA สร้าง LCAP เพื่อคัดเลือกนักกอล์ฟมหาวิทยาลัยระดับสูงในสหรัฐฯ และเปิดทางให้พวกเธอเข้าสู่ Epson Tour โดยใช้ผลงานที่สร้างมาตลอดช่วง College Career แทนการเริ่มต้นจาก Q-Series อย่างเดียว
LCAP ไม่ใช่ระบบสำหรับนักศึกษา NCAA ทุกชั้นปี
สำหรับ Class of 2026 ผู้สมัครต้องเป็นนักกอล์ฟ NCAA Division I และเข้าเงื่อนไขช่วงท้ายของ College Career เช่น
* ใช้สิทธิ์แข่งขันครบ 4 seasons หรือ
* เรียนมหาวิทยาลัยครบ 4 ปี โดยแข่งขันอย่างน้อย 2 seasons หรือ
* มีหลักฐานว่าจะจบการศึกษาก่อนกำหนด โดยแข่งขันอย่างน้อย 2 seasons
และต้องรักษา Amateur Status จน Final LCAP Ranking ประกาศ
ดังนั้น LCAP ควรมองเป็นการจบออกจาก NCAA เพื่อเทิร์นโปร มากกว่าจะเป็นทางออกสำหรับนักศึกษาปี 1 และ 2
👉LCAP Ranking คิดอย่างไร?
ใช้ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย WAGR และนับผลงานทั้งการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัยและการแข่งขันอื่นที่ WAGR รับรอง
Class of 2026 ใช้ช่วงผลงาน 104 สัปดาห์ หรือ 2 ปี ไปจนถึง NCAA Division I Women’s Championship
ตรงนี้มีความหมายมาก เพราะเด็กที่ตั้งเป้า LCAP ไม่ควรรอปี 3 ปี4 แล้วค่อยทำผลงานแต่ควรเริ่มสร้าง Ranking ตั้งแต่ก่อนหน้านั้น
👉แล้ว LCAP ให้อะไร? นี่คือส่วนที่น่าสนใจมาก
อันดับ 1–5 ได้รับ Epson Tour Category D (เล่นเต็มฤดูกาลถึงแม้ผลงานไม่ดี)สำหรับช่วงที่เหลือของฤดูกาลนั้น และฤดูกาลถัดไป
อันดับ 6–10 ได้รับ Epson Tour Category L (ต้องมีผลงานดีในแมทช์แรกๆ เพื่อการรอดพ้นต่อการ reshuffle)สำหรับช่วงที่เหลือของฤดูกาลนั้นและฤดูกาลถัดไป
พูดง่ายๆ คือ เรียน NCAA → ทำผลงานดี → ติด Top 10 LCAP → มีสถานะ Epson Tour
โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้น Q-Series จากศูนย์
แต่ยังมีโบนัสที่สำคัญกว่า LCAP เชื่อมกลับเข้าสู่ Q-Series ด้วย
LCAP อันดับ 1 ได้ exemption เข้า Final Qualifying Stage ของ Q-Series ครั้งถัดไปโดยตรง
LCAP อันดับ 2–10 ได้ exemption เข้า Qualifying Stage ของ Q-Series ครั้งถัดไป
ตรงนี้ทำให้ระบบฉลาดมาก เด็กคนหนึ่งอาจจบ NCAA แล้วมี Epson Tour Status + Q-Series Exemption พร้อมกัน
ดังนั้นเส้นทางอาจเป็น
NCAA
↓
LCAP Top 10
↙︎ ↘︎
Epson Tour Q-Series Exemption
↓
LPGA
🌟ซึ่งในเส้นทางที่ สอง นี้ “โปรแซนด์วิช” หรือ ภิมพิศา สีสุธรรม เป็นนักกีฬาคนแรกของไทยเราที่ได้สิทธิ์เข้ารอบ Qualifying stage ในปีนี้ได้เลย เพราะอยู่ลำดับ 10 ของ LCAP ในปี 2026 หรือจะเลือกเล่น Epson Tour ในฤดูกาลที่เหลือปีนี้หรือจะเลือกเล่นเต็มฤดูกาลในปีหน้า ถ้าไม่ผ่านการ Q-Series
3️⃣เส้นทางที่ 3 — LEAP (LPGA Elite Amateur Pathway)
เส้นทางนี้เป็นระดับสูงสุด และต่างจาก LCAP อย่างชัดเจน
LEAP ไม่ได้ถามว่า “คุณเรียนมหาวิทยาลัยปีไหน?”
แต่ถามว่า “คุณเป็น Amateur ที่เก่งระดับโลกหรือยัง?”
👍นักกอล์ฟหญิง Amateur สามารถสะสม LEAP Points จากผลงานและความสำเร็จระดับสูง โดยคะแนนสะสมได้จากปีปัจจุบันรวมกับ 3 ปี หรือกรอบประมาณ 4 ปี เมื่อสะสมครบอย่างน้อย 20 LEAP Points
จะมีสิทธิ์ได้รับ LPGA Membership / exempt Priority List status หากผ่านเงื่อนไขสมาชิกอื่นของ LPGA ด้วย
นี่คือความแตกต่างที่สำคัญมาก
Q-Series สอบเข้า LPGA
LCAP ใช้ผลงาน NCAA เพื่อเข้าสู่ Epson และรับ Q-Series exemption
LEAP ใช้ผลงาน Elite Amateur เพื่อเข้าสู่ LPGA โดยตรง
⸻
👉LEAP Points ได้มาจากไหน?
ไม่ได้ได้จากการชนะ College Tournament ธรรมดาๆ ทุกครั้ง
LPGA ต้องการวัดความเป็น World-Class Amateur
จึงให้คะแนนจาก achievements ระดับสูง เช่น การเป็น World Amateur No.1, McCormack Medal, ผลงานใน Major Championships, Augusta National Women’s Amateur, Curtis Cup, Arnold Palmer Cup และการแข่งขัน/เกียรติประวัติ Elite Amateur อื่นตามเกณฑ์ของ LPGA
ตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุดคือ Lottie Woad เธอสะสมจนถึง 20 คะแนนในปี 2025 และกลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกที่มีสิทธิ์เข้าสู่ LPGA ผ่าน LEAP ก่อน Turn Pro
ปี 2026 Kiara Romero ก็สะสมถึง 20 คะแนน และกลายเป็นคนที่สองที่ทำสำเร็จ นั่นแสดงให้เห็นว่า LEAP ไม่ใช่ทางลัดสำหรับทุกคน
มันเป็น Fast Track สำหรับ “Super Elite Amateur”
⸻
😇สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมากสำหรับเด็กไทย
ผมไม่อยากพูดว่า “ไปอเมริกาเพื่อเอาทุนเรียนมหาวิทยาลัย”อย่างเดียว
แต่จะพูดว่า ทุนมหาวิทยาลัยคือ Platform ไม่ใช่ Destination
เพราะ 4 ปีในมหาวิทยาลัยอเมริกา สามารถใช้สร้างทั้ง
การศึกษา + ภาษา + Tournament Experience + WAGR + NCAA Ranking + LEAP Points + LCAP Ranking
พร้อมกัน แล้วคอยประเมินทุกปีว่า “ตอนนี้ประตูไหนเปิดให้เราแล้ว?”
⸻
😎ผมจะวาง Roadmap แบบนี้
อายุ 17–18 / ช่วงปี 1 (Freshman)
เข้า NCAA
↓
สร้าง WAGR หรือสร้างมาก่อน
สร้างผลงาน College Golf
เล่น Elite Amateur Events
↓
ถ้าฝีมือพร้อม → ลอง Q-Series ถ้ายังไม่ผ่าน กลับมาเรียน + พัฒนาต่อ
↓
ช่วงปี 2 (Sophomore) / ปี 3 (Junior)
Ranking สูงขึ้น เริ่มมีผลงานระดับประเทศ/นานาชาติ
↓
สะสม LEAP Points ลอง Q-Series ได้อีก
ถ้าถึง 20 LEAP Points → LPGA Membership Pathway โดยตรง
ถ้ายังไม่ถึง
↓
ช่วงปี 4 (Senior) จนจบ Graduation
เข้าสู่ LCAP ถ้า Top 10 → Epson Tour Status
พร้อม → Q-Series Exemption
จากนั้น Epson Tour → LPGA
หรือ Q-Series → LPGA
😎บทสรุป
“3 ประตูที่เปิดอยู่ระหว่างการเรียนมหาวิทยาลัย”
ประตู 1 — Q-Series
พร้อมเมื่อไรก็ลองสอบ วัดความพร้อมของตัวเอง
ประตู 2 — LEAP
ถ้าเก่งเร็วและขึ้นถึงระดับ Elite Amateur ของโลก อาจข้ามไป LPGA ได้ก่อนเรียนจบ
ประตู 3 — LCAP
ถ้ายังเรียนต่อจนถึงช่วงท้ายของ College Career ใช้ผลงานที่สะสมมาทั้งหมดเป็นสะพานเข้าสู่ Epson Tour และรับ exemption ใน Q-Series
👍ผมชอบระบบใหม่นี้มากในมุมการวางแผนนักกีฬา เพราะมันทำให้คำว่า “ไปเรียนมหาวิทยาลัยอเมริกา” ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดความฝัน LPGA ไว้ 4 ปี อีกแล้ว
ตรงกันข้าม ถ้าวางแผนดีๆ 4 ปีนั้นคือการไต่บันไดไป LPGA โดยที่ยังมีการศึกษาเป็น Safety Net อยู่ข้างหลัง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีนักกีฬาที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยของอเมริกา แล้วไปได้สิทธิ์ใน 3 ข้อ ขอดร็อปการเรียนไว้แล้วไปเล่นก่อน
และนี่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญมากที่จะต่อจากเรื่อง “เส้นทางบ่มเพาะนักกีฬาอาชีพหญิง” ที่เรากำลังเขียนกันอยู่ เพราะมันทำให้เราเห็นชัดว่า เด็กที่เลือก “Turn Pro เร็ว” กับเด็กที่เลือก “ทุนมหาวิทยาลัย” ไม่ได้มีใครเลือกเส้นทางที่ดีกว่ากัน — แต่กำลังใช้คนละ Strategy เพื่อไปยังปลายทางเดียวกัน
😎ข้อคิดของโปรเชาว์
สำหรับความเป็นจริงที่พบเห็นในสังคมนักกอล์ฟอาชีพสตรี
— นักกอล์ฟสาวไทยที่มีสถานะเล่นอยู่ใน LPGA ปัจจุบัน ไม่มีใครเรียนจบมหาวิทยาลัยเลยสักคน
— นักกอล์ฟสตรี มีข้อจำกัดเรื่องอายุ และเรื่องการมีครอบครัว ซึ่งเมื่อเกิน 35 ทุกอย่างจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีให้เห็นว่า นักกอล์ฟหลายคนมีผลงานเด่นช่วงจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ แต่ก็จะต้องเลิกเล่นเร็ว เพราะมีครอบครัว
— นักกอล์ฟสตรีช่วงของการมีศักยภาพสูงสุดอยู่ที่ช่วงอายุ 18-30 ปี
— เรียนมหาวิทยาลัยได้ปริญญาบัตรในสาขาวิชาชีพใดๆ ก็ไม่ได้เอาไปใช้ประกอบวิชาชีพ สุดท้ายก็มาประกอบวิชาชีพทางกีฬากอล์ฟ ซึ่งความรู้มันคนละแขนง
— มีนักกีฬาหลายคนหมดไฟ กับการเรียนหนัก และต้องแข่งกีฬากอล์ฟให้มหาวิทยาลัยตลอดทั้ง 4 ปี ในช่วงที่เรียนฝีมือก็ไม่ได้พัฒนาขึ้น เพราะไม่มีโค้ชดูแลเรื่องการเล่น การพัฒนาทักษะอย่างจริงจัง มีแต่โค้ชที่คอยจัดการ และดูแลเรื่องจิตวิทยา การวางแผนการเล่น
— อนาคตถ้าหยุดเล่นแล้ว อยากจะเรียนต่อให้ได้ใบปริญญา เมื่อไรก็ได้ ไม่มีคำว่าสาย
— ถ้าฝีมือถึง ใจถึง เงินถึง จะไปรออะไรให้เวลาผ่านไป 4 ปี
— แต่ถ้าใช้กีฬากอล์ฟเป็นสื่อ เพื่อให้ได้ทุนเรียนต่อ ก็เลือกสาขาที่ตัวเองชอบและคิดว่าจะเอามาประกอบอาชีพได้ หลังจากจบการศึกษาก็หางานทำที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่ตัวเองเรียนมา อย่ามาสนใจเป็นนักกีฬาเพื่อแข่งขันเลย มันเหมือนต้องมาเริ่มต้นใหม่ ซึ่งมีเวลาเหลือน้อย
— ข้อสุดท้ายน่าสนใจ ถ้าอยากมุ่งเป้าเป็นนักกีฬาจริงๆ แต่ต้องการเก็บตัวมีที่กินที่นอน มีสนามแข่งขัน สร้างความคุ้นเคยกับอากาศ ฝึกภาษา มีเบี้ยเลี้ยง สักปี สองปี แล้วละก็ เลือกขอทุนเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ตัวเองชอบ พร้อม โดยคุยกับโค้ชของมหาวิทยาลัยให้เขาทราบล่วงหน้าก่อน เขาจะได้ทำใจและเตรียมวางแผนการทำทีมของเขาได้ แต่ข้อสำคัญ คุณต้องมีฝีมือก่อน พอที่เขาจะเห็นความสำคัญ ยอมปฏิบัติตามที่เราร้องขอได้
👉ส่วนเส้นทางการไปเล่นจากทัวร์ต่างๆ แล้วมีสิทธิ์มาเชื่อมกับ LPGA อย่างไร เอาไว้เล่าโอกาสหน้านะครับ แค่นี้ก็ยาวมาก
👉สำหรับแนวเส้นทางของนักกอล์ฟชาย ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน เพียงแต่เป็นของ PGA และมีเส้นทางเดินเพิ่มเติมหลายช่องมากกว่า